จากประสบการณ์ขี่ปั่น "ท่องไป" ของผม

เชิญชวนเพื่อนๆมาออกทริปแบบกันเอง ไม่มีทีมงานจัดการปั่นอย่างเป็นระบบมากนัก ดูแลกันเองพอสมควรในหมู่เพื่อนฝูง

ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย

รูปประจำตัวสมาชิก
kobfujar
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3483
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 11:41
Bike: Bridgestone DiamondRock ชมพู-ดำ(เก่าๆ)
ตำแหน่ง: ถ.ประชาชื่น ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

Re: จากประสบการณ์ขี่ปั่น "ท่องไป" ของผม

โพสต์ โดย kobfujar »

ผมก็เก็บรายละเอียดและบันทึกข้อคิดจากการเดินทางไว้ และ คิดในหลายๆข้อเช่นเดียวกับคุณ rainbow ครับ
ขอบคุณ สำหรับข้อคิดในอีกหลายๆข้อด้วยเช่นกัน.. :)
siamman18 เขียน:การจะปั่นลุยทัวริ่งไกลๆ คุณต้องพึงสังวรเสมอคือ ร่างกาย และจิตใจ
ถ้าร่างกายไม่ฟิต เหนื่อยง่าย ง๊องแง๊ง ขาปวด เข่าเจ็บ สารพัด จะตามมาแบบว่าคุณเซ็งอารมณ์ฝืนไปต่อก็ปวดจนทนไม่ไหว
อันนี้ต้องระลึกเสมอว่า เหมือนนักบอลเจ็บต้องหามออกสนามแม้ใจอยากเ่ล่นต่อ ซึ่งเป็น ปณิธานทำให้ผมต้อง
ฝึกหนักกว่าเดิมและดูัตัวเอง รู้จักประมาณตนเองว่าสามารถ ตะลุยขี่จักรยานได้เยอะขนาดไหน เพราะเข่าปวด นี่ละครับ ...เซ็ง
ทั้งที่ร่างกายยังไม่เหนื่อยเลย ไปต่อได้ ลุยต่อได้ แต่เจ็บนี่สิเฮ้อ...
อันนี้จริงแท้ ที่ได้รับมาจากการไป"ท่องเทียวด้วยจักรยาน"ครั้งแรกเมื่อ 2 เดือนก่อน จากที่ตรากตรำกับขาตัวเองมาแล้วเกือบ 400 กม.(ใน 4 วัน)โดยที่ไม่เคยปั่นไกลขนาดนี้มาก่อน แล้วมาต่ออีกเพียง 30 กม.จาก ลำปาง จะไป เชียงราย
อาการ ของขา ที่ล้าอย่างหนัก กล้ามเนื้อแทบทั้งขาแทบไม่มีแรงจะกดบันได แม้ทางจะค่อนข้างราบในบางช่วงก็ตาม
ดีที่ยังเตือน..และ..บอกตัวเอง..ได้ว่า "ควรหยุดได้แล้ว" ไม่งั้นจะไม่มีโอกาสออกมาปั่นแบบนี้อีกเลยก็ได้

จึงหยุดและจบทริปลงแค่นั้น..แล้วรอโบกรถโดยสารไปเชียงรายตามที่ได้ตั้งใจไว้..จบทริปแบบ ได้ประสบการณ์ที่ดีมากๆเช่นกัน :)
rainbow
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2577
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ย. 2008, 00:49
Tel: 0896402264
team: -
Bike: Bridgestone, Panasonic,Chalenger,Malin

Re: จากประสบการณ์ขี่ปั่น "ท่องไป" ของผม

โพสต์ โดย rainbow »

แม้เพียงแค่ 400 ก.ม.ใน 4 วัน จะจัดว่าพอประมาณ ไม่มากนัก
แต่ยังไม่เคยปั่นแบบนี้มาก่อน ก็ถือว่า 4 วันนี้เป็นงานที่หนักมาก
โดยไม่คำนึงว่าเป็นกลุ่มอายุเท่าไร

ก็ควรจะค่อยๆปรับขึ้น เริ่มจากน้อยไปก่อน
ประมาณ 60 - 80 ก.ม. ต่อวัน แล้วแต่ความฟิตของแต่ละคน
และไปอย่างช้าๆ เอื้อเวลาให้ร่างกายเรียนรู้ความทรงจำ
จากนั้นค่อยๆเขยิบเพิ่มกิโลเมตรเข้าไป อย่าทีเดียวปุบปับ
ที่เห็นคนอื่นบอก ไป 150 บ้าง 180 บ้าง นั่นมันเขา ไม่ใช่เรา
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=347851 การขี่ปั่นท่องไป
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=437764 บทปรารภจักรยาน Brompton
rainbow
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2577
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ย. 2008, 00:49
Tel: 0896402264
team: -
Bike: Bridgestone, Panasonic,Chalenger,Malin

Re: จากประสบการณ์ขี่ปั่น "ท่องไป" ของผม

โพสต์ โดย rainbow »

12. ประเทศที่เดินทางท่องไปได้ง่ายๆ


ประเทศไทยนี่แหละครับ เราสามารถหาซื้อข้าวของทั้งของใช้ของกินได้เกือบทุกเส้นที่ถนนพาดผ่านไปถึง
ในแทบจะทุกเวลา ซึ่งที่ยุโรปหาได้เป็นอย่างนี้ไม่ บ้านเมืองเขาแยกกิจกรรมกันเป็นเวลา
ยามซื้อหาต้องเป็นเวลาที่หาซื้อ ผิดเวลา หาซื้อไม่ได้ ห้างร้านปิดหมดแล้ว แม้จะสว่างโร่ก็ตาม

ประเทศไทยนี่แหละครับที่แม้ไร้เงินทอง ก็สามารถรอนแรมพักในที่เจ้าของดูแลสถานที่อนุญาต
ไม่ว่าจะเป็นวัด ป้อมตำรวจ แขวงการทาง โรงเรียน ปศุสัตว์ การทางพิเศษ ฯลฯ เข้าไปไหว้ก่อน
ไปขอกับผู้มี Authorities ใครก็คนนั้นแหละ เช่นดาบเวรในสถานีตำรวจ เจ้าอาวาส ครูเวร ไม่มีใครเลยก็ขอภารโรงนั่นแหละ

ผมเคยพยายามขอนอนอย่างนี้ที่ยุโรปแล้ว ไม่ง่ายนัก ส่วนใหญ่ตอบปฏิเสธ บอกว่าที่นี่ไม่ใช่ Hotel
ไม่ได้บอกว่าคนต่างชาติใจคอไม่เอื้อเฟื้อแบบคนไทย แต่มันคนละวัฒนธรรมที่มีความเข้าใจต่อโลกและชีวิตที่ต่างกัน
ครับแต่ก็มีบ้างที่พอได้ แต่สัดส่วนสำเร็จมันน้อยกว่าไม่สำเร็จ แต่บ้านเรา 99 เปอร์เซ็นต์ ได้เลยครับ

เขียนความข้อนี้มาทำไม เพื่อบอกให้รู้สำหรับนักเดินทางผู้มุ่งหวังจะขี่ปั่นท่องไปต่างประเทศ(นอกเอเชียอาคเนย์)
ได้เข้าใจว่าโลกภายนอกไม่ได้ราบเรียบเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ อย่านึกว่าจากประสบการณ์ไปแล้ว
ร้อยเอ็ดเจ็ดจังหวัดเหนือใต้ออกตกไทยแลนด์แล้วจะใช้สูตรนี้กับที่ยุโรป ออสเตรเลียและอเมริกาได้

ต้องเตรียมเงินตราสำรอง(ได้จ่ายแน่) จำนวนไม่น้อย ขี้หมูขี้หมาพันครึ่งเกือบสองพันบาท
สำหรับที่หย่อนตัวพักเอาแรงหลบลมหนาวนี่แบบถูกที่สุดเท่าที่จะหาได้แล้วนะ

ถึงจะเตรียมเงินก็แล้ว แต่ก็เพื่อสำหรับนอนเสียเงินเป็นบางคืนเท่านั้น ยังนอนไม่ได้ทุกคืนอยู่ดี
ถ้านอนไม่เสียเงินที่ไหนได้เป็นทำทันที
สมัยที่ผมเดินทางโบกรถเที่ยวรอบยุโรป ผมนอนในเต็นท์ที่ปักทำเลในป่าละเมาะในเขตเมือง
เป็นที่เข้าใจยากนิดที่บ้านเราไม่มีป่าในเมือง แต่ที่ยุโรปมีจัดไว้เพื่อให้เป็นปอดของเมืองฟอกอากาศ
ที่ไม่ใช่ Park นะ แต่เป็นป่าที่ปล่อยรกร้างที่ปรากฏเป็น Green Area ในแผนที่ แน่นอน เขาห้ามครับ
แต่ผมละเมิดไปแล้วขอโทษด้วยอย่าพูดดังไป นอนมาเกือบทุกเมืองเสี่ยงตายจากไอ้พวกขี้ยาเข้ามาแอบเสพก็มี
แม้จะในป่าก็จริง แต่ก็ยังต้องมีทำเลในนั้นอีกด้วย เรื่องนี้ยาวถ้าจะว่ากัน
แก้ไขล่าสุดโดย rainbow เมื่อ 28 เม.ย. 2012, 00:25, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=347851 การขี่ปั่นท่องไป
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=437764 บทปรารภจักรยาน Brompton
รูปประจำตัวสมาชิก
kobfujar
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3483
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 11:41
Bike: Bridgestone DiamondRock ชมพู-ดำ(เก่าๆ)
ตำแหน่ง: ถ.ประชาชื่น ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

Re: จากประสบการณ์ขี่ปั่น "ท่องไป" ของผม

โพสต์ โดย kobfujar »

rainbow เขียน:แม้เพียงแค่ 400 ก.ม.ใน 4 วัน จะจัดว่าพอประมาณ ไม่มากนัก
แต่ยังไม่เคยปั่นแบบนี้มาก่อน ก็ถือว่า 4 วันนี้เป็นงานที่หนักมาก
โดยไม่คำนึงว่าเป็นกลุ่มอายุเท่าไร

ก็ควรจะค่อยๆปรับขึ้น เริ่มจากน้อยไปก่อน
ประมาณ 60 - 80 ก.ม. ต่อวัน แล้วแต่ความฟิตของแต่ละคน
และไปอย่างช้าๆ เอื้อเวลาให้ร่างกายเรียนรู้ความทรงจำ
จากนั้นค่อยๆเขยิบเพิ่มกิโลเมตรเข้าไป อย่าทีเดียวปุบปับ
ที่เห็นคนอื่นบอก ไป 150 บ้าง 180 บ้าง นั่นมันเขา ไม่ใช่เรา
นั่นแหละครับ...ผมถือว่า การได้ออกเดินทางไปกับจักรยานของผมในแต่ละครั้ง จะได้อะไรๆเพิ่มมาเป็นประสบการณ์ในคราวต่อไปเสมอ
เพื่อนำไปแก้ไขเพิ่มเติมส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์ให้ดีมากขึ้น
โดยใจจริงตัวผมไม่ค่อยชอบที่จะปั่นไกลๆเกิน 100 กม.สักเท่าไหร่หรอกครับ เพราะถือว่า ไกลเกินไป
ที่ผ่านมาจึงเคยปั่นเกิน 100 กม.เพียง 4 ครั้งเท่านั้น
rainbow
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2577
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ย. 2008, 00:49
Tel: 0896402264
team: -
Bike: Bridgestone, Panasonic,Chalenger,Malin

Re: จากประสบการณ์ขี่ปั่น "ท่องไป" ของผม

โพสต์ โดย rainbow »

ขอบคุณที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=347851 การขี่ปั่นท่องไป
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=437764 บทปรารภจักรยาน Brompton
rainbow
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2577
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ย. 2008, 00:49
Tel: 0896402264
team: -
Bike: Bridgestone, Panasonic,Chalenger,Malin

Re: จากประสบการณ์ขี่ปั่น "ท่องไป" ของผม

โพสต์ โดย rainbow »

13. ว่าด้วยเรื่องที่นอน


เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ งบประมาณการเดินทางเกือบทั้งหมดจะเป็นค่าที่พัก หากเราคิดแต่จะนอนโรงแรม
แม้จะเป็นโรงแรมที่ราคาถูกก็ตาม ถ้าเดินทางขี่ปั่นท่องไปแบบสุดสัปดาห์ ค่าแรมคืน 2 – 3 คืน รับได้อยู่แล้ว
แต่ถ้าเป็น 5 พันโล หรือหมื่นโลต่างประเทศ เดี๋ยวก็รู้ หมดตัวไม่ทันถึงเป้าหมาย
ค่ากินไม่เท่าไร ค่าใช้จ่ายอื่นๆไม่เท่าไร ให้รวมๆกันก็ไม่เท่าค่าที่พัก
คืนหนึ่งราคาเท่านี้ เดือนหนึ่งราคาเท่าไหน กี่เดือนก็ลองคูณดู ไม่มีสปอนเซอร์ จึงลำบากไม่น้อย
แทบจะขายไร่ขายนาออกทริป ฝรั่งขี่ปั่นท่องผ่านประเทศไทยสบายๆกระเป๋า
ไทยกลับไปขี่ปั่นผ่านยุโรปบ้าง แทบกระอัก
เขียมจนไส้ขมเงินก็งวดเอาๆอย่างเหนี่ยวรั้งลำบาก

ถ้าจัดการการนอน ให้ Sleep Out ได้จะประเสริฐมาก ลดค่าใช้จ่ายไป 80 % เลย
แต่ไม่ใช่ว่านึกจะนอนก็นอนได้ มีบริบทต่างๆให้คำนึงไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมือง
มาสะกิดให้ลุกออกไปภายใน 10 นาที , คนเสพยาจะมาล้วงไส้ขณะกำลังหลับลึก ,
หนาวจัดจนไม่สบายแม้ว่าเป็นฤดูที่ไม่ใช่ Winter ก็ตาม ฯลฯ
ขนาดผมแอบซุ่มนอนในป่า เจ้าหน้าที่ยังตามเข้าไปไล่เลย(เสียลับ)

ถ้าพบผู้มีเมตตาให้นอนโรงรถบ้านเขา โอ้โฮแทบจะกราบ พร้อมตอบแทนเลย
ถ้ามึงมาบ้านกูนะ กูให้ให้มึงนอนเตียงกูห้องกูเลย แล้วกูไปนอนโรงรถเอง
ตอนนั้นผมจ่ายซื้อเต็นท์ 3 ฤดู (ระดับของการผลิตเต็นท์ขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่ซื้อมันไปทราบว่า
ความสามารถของเต็นท์กันหนาวได้หรือไม่ 2 Seasons ก็บางสุด แบบของที่ขายในบ้านเรา
แบบ 3 seasons ก็ทนหนาวดีขึ้นมาอีก และแบบ 4 seasons ก็สามาถนำไปกางนอนที่ขั้วโลกได้)

ที่ลอนดอนและนำไปใช้กางแทบทุกคืนตั้งแต่ แคว้น Cornwall ไปจนถึง Highland เดือนเศษ
ผมจ่ายเงินซื้อเต็นท์หลังนี้ในปริมาณเท่ากับจ่ายนอนโรงแรมชั้นสามกลางกรุงลอนดอนเพียงคืนเดียวเท่านั้น
ผมเกรงว่าใครเตรียมเต็นท์ที่ดีที่สุดในประเทศไทยไปแล้วเอาไปนอนในยุโรปแล้วจะผิดหวัง

ที่แนะนำกันว่าให้นอนที่ Youth Hostel ซิ ถูกกว่าโรงแรมทั่วไป นั่นเมื่อก่อน ไม่ใช่เดี๋ยวนี้
ปัจจุบันพักที่ Youth ก็ไม่ถูกแล้ว แม้ว่าจะยังไม่แพงกว่ามากนัก แต่เราสามารถหาแบบธรรมดา
ที่ราคาแทบไม่ได้แตกต่างกับ Youth ได้ เผลออาจถูกกว่าก็มี แต่อย่างไรก็ตาม
ผมเห็นว่าเพื่อการเตรียมตัวที่รอบคอบสำหรับนักขี่ปั่นท่องไปต่างแดน

การที่สมัครเป็นสมาชิกถือบัตร YHA ไป ก็ยังดีกว่าไปมือเปล่าอยู่ดี (สมัครที่ Youth Hostel ในไทย สาขาใดก็ได้)
อีกบัตรที่ขอแนะนำไปซะพร้อมๆกันก็คือ บัตรไอซีค ISIC (International Student Identity Card)
เอาติดตัวไปด้วย มีประโยชน์ช่วยลดค่าใช้จ่ายไม่มากก็น้อย ตอนนี้ขี้เกียจบรรยายว่ามันลดอย่างไร
ให้ถามมาเป็นกรณีๆไปค่อยตอบ เห็นว่าชักออกนอกเรื่องมากไปหน่อย
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=347851 การขี่ปั่นท่องไป
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=437764 บทปรารภจักรยาน Brompton
Mr.Gho
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1796
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 22:12
Tel: 089-812-xxxx
team: .......
Bike: .......
ตำแหน่ง: คลองสาน กทม.

Re: จากประสบการณ์ขี่ปั่น "ท่องไป" ของผม

โพสต์ โดย Mr.Gho »

ชอบเรื่องราวที่เล่ามาครับ.....เข้ามาติดตามอ่านเรื่องราวทัวร์ริ่งด้วยคนครับ
เรื่องรบกวนแล้วแต่จะกรุณานะครับ..... :D :D
อยากอ่านเรื่องราวความเปรียบต่างระหว่างการเดินทางในฤดูต่าง ๆในเมืองไทยก็พอครับเช่น ร้อน ฝน และ หนาว
(ข้อดี ข้อด้อยในแต่ละฤดูกาล)
ในความคิด ...เรื่องอากาศเป็นองค์ประกอบหลักๆของการเดินทางไม่น้อยเลยนะครับ ร้อนก็ปั่นไม่ดี ไปได้ไม่นาน
หน้าฝนก็ลำบาก หนาวก็คิดว่าเป็นเหมือนกันหมดหรือเปล่าที่คิดว่าดีที่สุด (สำหรับหนาวในเมืองไทย)
อ่านไปอ่านมา ปั่นไปปั่นมา ก็ชักจะเหลือคนเดียวเพราะต่างจริตกัน (ต่างเวลา ต่างการงาน ต่างเป้าหมาย)
ระยะใกล้ ๆนี่ไปกลุ่มใหญ่ผมว่าสนุกนะ(จากที่เคยไปมา ไปเช้า เย็นกลับ)
แต่ถ้าระยะไกล ๆเช่นเกิน 400 กม. ไปแล้ว ผมว่าถ้าเป้าหมายไม่ชัดพอ คงไม่สนุก
(นี่จากที่อ่านมาข้างบน ส่วนตัวยังไม่เคยไป ไม่รู้ว่าเป็นยังไง แต่ก็พอเห็นภาพออกบ้างแล้ว)
Swim bike run
-Bikes are the future, not cars.
-Remember that a good exhale will clear the lungs of CO2 making room for more oxygen.
rainbow
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2577
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ย. 2008, 00:49
Tel: 0896402264
team: -
Bike: Bridgestone, Panasonic,Chalenger,Malin

Re: จากประสบการณ์ขี่ปั่น "ท่องไป" ของผม

โพสต์ โดย rainbow »

แลกเปลี่ยนกับ Mr. Gho

เปรียบเทียบการปั่นในแต่ละฤดูกาล(ในเฉพาะประเทศไทย)
เออ..............สำหรับผม ไม่เคยถูกใจสักฤดู
คือร้อนมันก็ร้อนจัดอย่างที่ทุกคนทราบ ขนาดฤดูฝนมันก็ร้อน
หน้าฝนมันก็ลื่นไม่จับถนน แล้วก็ไม่เพียงแต่น้ำที่เข้าไปในอวัยวะภายในจักรยาน
แต่มันเอาทรายเข้ามาด้วยนี่ซิ

ในส่วนที่มิดชิดที่สุดของเครื่องเคราจักรยาน เมื่อแกะออกดูพบว่า ทรายเข้าไปได้ไงก็ไม่รู้
ปนกับขี้โคลนและจารบีและน้ำมันหล่อลื่นที่หมดสภาพแล้ว ส่วนใหญ่มันขึ้นมาตอนหน้าฝนนี่แหละ

จะว่าไปหน้าหนาวน่าจะเป็นฤดูกาลที่ค่อยยังชั่วกระมัง
แต่ส่วนที่ขลุกขลักก็คือ ตอนเช้าตรู่จะออกรถไปทั้งๆเสื้อเนื้อบาง มันก็กลัวไม่สบาย ยังเย็นอยู่เลย
แต่ขี่ไปเพียงแป็บเดียว เหงื่อออกร้อนไปหมด ถอดแทบไม่ทัน

ผมขอวิจารณ์ตัวผมเองดีกว่า ไม่ขอวิจารณ์ฤดูกาล เพราะฤดูกาลมันเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่สร้างโลก
มันมาแล้วมันก็ไป แต่คนมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยพอใจอะไรง่ายๆและไม่เคยนาน
ประมาณว่า ร้อนไป หนาวไป เปียกไป Just a little bit to something.
ต่อให้ระยะไหนที่อากาศเยี่ยมที่สุดในรอบปี นักปั่นก็รู้สึกว่าน่าจะมีที่ดีกว่านี้อีกเสมอ
สำหรับผม ประเด็นที่น่าขบคิดอะไรในใจระหว่างเดินทางจะช่วยให้ผมจดจ่อกับประเด็นนั้นๆ
ใช้เวลาใคร่ครวญกับมันจนทำให้ลืมอากาศไปเลย

อีกประการหนึ่งระหว่างขี่ปั่น ผมรู้สึกร้อนก็ไม่มากอะไรแม้ว่าจะเป็นกลางบ่ายที่แดดกล้า
ผมคิดว่า เป็นเพราะลมเข้าปะทะจากการเคลื่อนที่ของตัวเอง
ตรงข้ามการหยุดพักต่างหากที่ศาลาพักผู้โดยสารตรงนั้นที่ผมอาศัยร่มชายคานั้น
ก็ปราศจากลมเอาเลย ก็จะร้อนจนรู้สึกเต้นที่ขมับ

ผมจึงรับมือโดยพักแต่พอสมควร วัดไม่ได้ว่ากี่นาทีนะ เอาเป็นว่าตามความพอใจ
ตั้งแต่ 5 นาที จนถึง 45 นาที ก็เคย (อันนี้เผลอหลับไป) เป็นข้อดีของการไปคนเดียว
แล้วไปแต่ช้าๆไม่เร่ง การเร่งก็จะทวีความร้อนภายในด้วย

จากประสบการณ์ผมออกเดินทางไม่เอาฤดูกาลมาเป็นเรื่องกำหนด
ถ้ามันหนาวก็ไป ถ้ามันร้อนก็ไป เพราะลำพังการคิดเตรียมตัวเรื่องอื่นๆ
ไม่ว่าเป้าหมาย ตัวรถ การเงิน เคลียร์ธุระก่อนไป ฯลฯ ก็ยุ่งพอแล้ว
ขืนเลือกฤดูกาลด้วย ก็เท่ากับเป็นการสร้างเงื่อนไขที่จำกัดให้กับตนเอง
เพียงแต่ไปฤดูกาลไหน ก็พยายามปรับอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับฤดูกาลนั้นๆ

เสื้อฝน.....ผมเอาไปไม่ใช่เพราะกันเปียกตัว แต่ใช้ปิดกันลม
โดยปกติ พอเห็นเมฆตั้งเค้า ก็หยุดจอดเคลียร์สัมภาระแบบว่าพร้อมรับมือเปียกได้
เอาเสื้อฝนออกมาใกล้ๆมือ หยิบคลุมได้สะดวก
อะไรที่ไม่สมควรเปียกก็จัดให้อยู่ลึกหน่อย เช่นกล้องถ่ายรูป อะไรที่เปียกได้สบายมาก
ก็เอาไว้ข้างนอกเลย เช่นรองเท้าแตะ ก็ผูกติดกับเฟรม จะได้ไม่เปลืองเนื้อที่ภายใน ฯลฯ
แต่พอฝนเริ่มลงเม็ด ก็หาศาลาพัก แม้สัมภาระพร้อมเปียกได้แล้วก็ตาม ไม่ตากฝน
พักสักระยะแล้วแต่ความเมื่อยล้า ล้ามาก พักนาน ล้าน้อยพักน้อย ดูท่าทีฝน

แต่หากตกไม่หยุดก็เลือกที่จะผ่าฝนไป แต่ก็ดูอุณหภูมิ ถ้าเย็นมาก ก็ใส่เสื้อฝน
เพื่อไม่ให้ความเย็นปะทะหน้าอกตรงๆ แม้ตัวจะเปียกไปแล้ว แต่ก็ใส่เสื้อฝน
ก็จะควบคุมอุณหภูมิไม่ให้ปะทะความเย็นได้ ป้องกันอากาศเปลี่ยนแปลงกระทันหัน
จะไม่สบาย ดังนั้นเสื้อฝนของผมไม่ได้รับใช้กันเปียก แต่กันอุณหภูมิครับ
แต่นี่ไม่ได้หมายความว่า นักปั่นทุกคนต้องรับเอาวิธีการนี้ไปใช้ ลางเนื้อชอบลางยา
ผมเล่าว่าผมชอบอะไร ทำอย่างไรสู่กันฟัง

การขี่ตากฝนในเมืองไทยไม่เหมือนกับขี่ตากฝนในเมืองจีน
ในเมืองไทยบ่อยครั้งเย็นสบาย แต่ในเมืองจีนหนาวสะท้าน
ความที่จีนอยู่เส้นรุ้งที่เหนือประเทศเราขึ้นไปนั่นเอง
ส่วนการขี่ตากฝนในลอนดอน เป็นอะไรยิ่งกว่าขี่ในนรกโลกกันต์
เม็ดฝนแต่ละเม็ดที่โดนหน้าผาก เสมือนถูกเหล็กแหลมที่มตำใบหน้า
การปฏิบัติต่อฝนขณะขี่ปั่นจึงต้องแตกต่างกันไปแต่ละสถานที่

ยิ่งในรายที่ขี่ปั่นแบบท่องไปเต็มรูปแบบ Expedition จงพยายามอย่าเลือก
ออกทริปฝึกหัดในประเทศ พยายามเจอให้มันหลากหลายชนิดเข้าไว้
สักวันหนึ่ง จะได้ใช้ความเชี่ยวชาญนั้นในดินแดนกันดารร้างผู้คนหมื่นไมล์
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=347851 การขี่ปั่นท่องไป
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=437764 บทปรารภจักรยาน Brompton
rainbow
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2577
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ย. 2008, 00:49
Tel: 0896402264
team: -
Bike: Bridgestone, Panasonic,Chalenger,Malin

Re: จากประสบการณ์ขี่ปั่น "ท่องไป" ของผม

โพสต์ โดย rainbow »

14. ได้ข่าว จักรยานของน้องอัฐ(ขี่จักรยานรอบโลก) ถูกขโมยที่อินโดนีเชีย


จึงขอกล่าวเรื่องนี้เสียเลยในโอกาสนี้ นักจักรยานทางไกลท่องไปไม่ว่าจะเป็นชาวต่างประเทศมาไทย หรือชาวไทยไปเทศ
เกือบทั้งหมด จะเอ่ยปากขออนุญาตเอาจักรยานของตนเองขึ้นไปเก็บในห้องนอนทั้งนั้น ซึ่งบางแห่งก็ยินยอม บางแห่งก็ไม่
จำนวนมากตื้อให้เราเก็บเอาไว้ข้างล่างนี่แหละ ปากก็รับประกัน แต่พอหายเข้าจริงๆ มันไม่รับอะไรทั้งสิ้น

เจอแบบนี้เข้าบรรดานักเดินทางก็เอาเงื่อนไขจักรยานต้องไปเก็บไว้ในห้องนอนด้วยกันเป็นเงื่อนไขประการแรกก่อนการตกลงใดๆ
เมื่อตกลงตรงนี้ได้ เงื่อนไขธุรกิจอื่นจึงได้รับการสานต่อ มีประโยชน์อะไร ถ้า ต่อรองราคาเสียดิบดี แต่เอารถขึ้นไมได้

สำหรับชนิดโรงแรมที่นักขี่ปั่นท่องไปเข้าพัก ก็พักจะเป็นโรงแรมแบบชั้นสามลงไปอยู่แล้ว ที่บรรยากาศก็ไม่ได้หรูหราอะไรให้พฤติกรรมนี้ก่อปัญหา

สำหรับผม ตอนเดินทางไปจีน ก็พบเรื่องนี้ บางแห่งผมก็ละเมิดกฎของตัวเอง ยินยอมเก็บเอาไว้ข้างล่าง แม้จะล็อกเอาไว้แต่ก็ยังไม่สบายใจ
นอนไม่ปลอดโปร่ง การเอาขึ้นไปด้วยได้ ก็แฮปปี้ทำให้เกิดความสบายใจด้วย
ไม่เพียงแต่ประเทศด้อยพัฒนาเท่านั้นที่มีบรรยากาศขโมยจักรยาน ไม่ว่าจะอัมสเตอร์ดัม หรือลอนดอน
สถิติจักรยานหายมากมายนัก บางกรณีไม่ได้ขโมยเพราะเป็นจักรยานโปรเท่านั้นที่จะต้องมีคุณภาพเยี่ยมราคาแพงแต่อย่างใด
เพราะรถจักรยานถูกพบในที่ที่ห่างไกลออกไปหลายกิโล อันเกิดจากที่คนมักง่ายหยิบไปใช้แล้วไม่เอามาคืนที่
ผู้ใช้จะเกิดปัญหาหาไม่เจอก็ช่างมัน อย่างนี้ก็มี

การล็อกรถที่ถูกต้องทราบว่าพวกเราก็ทราบกันอยู่ แต่เห็นทำกันน้อยมาก คือถอดล้อหน้ามาประกบล้อหลัง
แล้วเอาสายยูล็อก หรือกุญแจคล้องเข้ากับทั้ง 2 ล้อ เข้ากับตัวเฟรม และเข้ากับหลักที่เคลื่อนที่ไม่ได้ อีกทีหนึ่ง
แล้วอย่าลืมถอดไมล์ ไฟฉาย เป็นไปได้เอาอานไปด้วย ดึงไปทั้งหลักเลย

จากประสบการณ์ในเมืองไทย ผมไม่ถูกรบกวนใดๆเลย เพียงใช้ล็อกอย่างไรก็ได้ ขอให้มีระบบป้องกันไว้
แม้ว่าระบบจะเป็นสายสลิงโลหะเส้นเล็กๆ ที่น่าจะตัดได้ด้วยคีมชนิดพิเศษได้ แต่ก็ไม่เคยโดนนะ
อาจจะเป็นเพราะผมโชคดีก็ได้ ปนๆกับจักรยานราคาไม่แพงนักกระมัง

ความยุ่งยากของการเก็บจักรยานไว้ในห้องนอนในห้องเช่าพักมีแตกต่างกันไปแต่ละสถานที่
แน่นอน...เราพยายามที่จะเลือกห้องที่ติดพื้นดินอยู่แล้ว ไม่ใช่ชั้นสองขึ้นไป เพื่อจะได้ไม่ต้องแบกรถขึ้นลง
บางครั้งจำเป็น 4 ชั้นก็มีตามสภาพแต่ละพื้นที่ ปัญหานี้ผมเองก็ยังไม่สามารถเอาไว้ในห้องนอนได้ทุกแห่ง
และโรงแรมแห่งอื่นก็มีความจำกัดเสียด้วย เช่นแพงกว่าเป็นต้น

แต่สำหรับท่านที่เกิดเดินทางท่องไปบ้าง จำไว้ว่า เรื่องแรกที่เอ่ยปากหลังจากทราบราคาแล้วก็คือ
“เอารถเก็บข้างในด้วยนะ” ถ้าเป็นเช่นนี้ได้ จะนอนหลับสบายใจ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=347851 การขี่ปั่นท่องไป
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=437764 บทปรารภจักรยาน Brompton
rainbow
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2577
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ย. 2008, 00:49
Tel: 0896402264
team: -
Bike: Bridgestone, Panasonic,Chalenger,Malin

Re: จากประสบการณ์ขี่ปั่น "ท่องไป" ของผม

โพสต์ โดย rainbow »

นี่คือส่วนหนึ่งของเรื่องราวขี่ปั่นท่องไปที่มีเรื่องแต่ละชิ้นตอนเป็นจิ๊กซอว์ที่ซ่อนนัยยะทุกชิ้นไว้
แต่ละชิ้นมีเรื่องราวของทักษะการขี่ปั่นไม่ได้มากมายเท่าไร แต่กลับเต็มไปด้วยการเรียกร้อง
ความสามารถที่ผู้ปั่นควรจัดการกับปัจจัยบริวารต่างๆได้อย่างองอาจคล่องแคล่วมากว่า
ตัวการขี่ปั่นเองหลายเท่านัก (ยังไม่จบ)
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=347851 การขี่ปั่นท่องไป
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=437764 บทปรารภจักรยาน Brompton
rainbow
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2577
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ย. 2008, 00:49
Tel: 0896402264
team: -
Bike: Bridgestone, Panasonic,Chalenger,Malin

Re: จากประสบการณ์ขี่ปั่น "ท่องไป" ของผม

โพสต์ โดย rainbow »

ผมจึงไม่แปลกใจที่ผู้ขี่ปั่นทางไกลพิเศษจำนวนมาก (เช่นผู้เดินทางรอบโลก)
มักจะไม่ใช่ผู้ที่เชี่ยวชาญทักษะการขี่ปั่นเป็นเลิศ ดูให้ดี เบื้องหลังของพวกเขาเหล่านั้น
เต็มไปด้วยทักษะของการจัดการกับปัญหาต่างๆ(ที่ไม่ใช่การปั่น)รอบตัวที่สูงยิ่ง

พวกเราบางคนอาจยังเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าคุณสมบัติของนักขี่ปั่นทางไกลที่ไกลขนาดนั้น
น่าจะเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งที่สุดยอดอะไรแบบนั้น แต่ความเป็นจริง
โลกภายนอกเรียกร้องความสามารถที่รอบด้านต่างหาก

สหายปั่นชาวต่างประเทศที่เป็น Expeditionist ที่เข้ามาพำนักบ้านผมล้วนยืนยันว่า
พวกเขาเป็นผู้คนที่แสนจะธรรมดาๆ ไม่ต่างจากคุณๆผมๆนี่เอง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=347851 การขี่ปั่นท่องไป
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=437764 บทปรารภจักรยาน Brompton
rainbow
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2577
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ย. 2008, 00:49
Tel: 0896402264
team: -
Bike: Bridgestone, Panasonic,Chalenger,Malin

Re: จากประสบการณ์ขี่ปั่น "ท่องไป" ของผม

โพสต์ โดย rainbow »

15. เตรียมรถจักรยาน อย่ามองเพียงปัจจัยโดดๆเพียงปัจจัยเดียว


การเดินทาง ให้ระวังเมื่อมีปัจจัยใดที่เข้ามา ย่อมจะส่งผลกระทบถึงเรื่องอื่นๆเป็นลูกโซ่
ไม่มีเรื่องใดที่ดีแต่เพียงอย่างเดียว ตัวอย่างที่คลาสสิคที่สุดก็คือ นักจักรยานที่พยายามจะออกทริปท่องไป
ทุ่มเทความพยายามอย่างยิ่งที่จะได้รถที่เบาที่สุด แน่ละ....รถที่เบาเราย่อมกดน้ำหนักลงลูกบันไดเบากว่ารถที่หนัก
แต่ตามหลักพลศาสตร์ รถที่เบาลงไป ย่อมต้องสูญเสียการไหลตัวไปด้วย ซึ่งการไหลคือคุณสมบัติที่เราไปอย่างประหยัดแรง

แต่น่าเสียดาย รถที่เราอุตส่าห์หาเบามาใช้ ความเบามิได้เบาขึ้นเปล่าๆ แต่แลกด้วยเงินซื้อหามาแพงมิใช่น้อย
และแพงกว่าในอัตราเร่งแบบอนุกรมเรขาคณิตด้วย กล่าวคือ เพื่อให้เบาลงหน่อยนึงต้องจ่ายเงินไม่หน่อยเลย
และเพื่อให้เบาลงไปอีก ก็ต้องจ่ายหนักมากแบบไม่เป็นอัตราส่วนกัน และยิ่งรถที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนที่เบามากขึ้นไปอีก
เราก็ยิ่งต้องจ่ายแบบหนักมหาทวีคูณ อย่างท่วมท้น

แต่ขณะเดียวกัน....สิ่งที่เราสูญเสียไปไม่ใช่เพียงเม็ดเงิน แต่ประสิทธิภาพในด้านอื่นๆพลอยถูกลดลงไปด้วย
ไม่เพียงแต่ความไหลเท่านั้น แต่ความทนทานก็ลดลงด้วยเช่นกัน เพราะไม่ว่าอย่างไรเสียรถที่ทนที่สุดก็ยังเป็นรถที่หนักกว่าอยู่วันยังค่ำ

ประเด็นก็คือ เราจะเอารถอะไรคันไหนไป ก็ต้องอยู่ในสัดส่วนที่ประกอบด้วยคุณสมบัติที่เหมาะสมด้วยกับตัวเอง
กับสภาพแวดล้อมเดินทางแบบนั้นๆ อาจจะไม่ต้องทนทานขนาดเป็นเหล็กแบบไฮเทน ที่ทนทานจนล้นเกิน
แต่การที่เบาระดับอลูมีเนียม ตัวเฟรมก็จะกระด้างเกินไป อันอาจทำให้เฟรมแตกร้าวได้
และการที่เฟรมอลูแตกร้าวกลางทางจะซ่อมแซมยากกว่าโครโมลี่ ดังนั้นเฟรมที่มีวัสดุที่ทำด้วยโครโมลี่
น่าจะเป็นวัสดุที่ลงตัวที่สุดเท่าที่เงินจะซื้อได้ เท่าที่จะไม่ก่อปัญหาใดๆตามมา

ตามธรรมดา นักขี่ปั่นท่องไปพยายามอย่างเต็มที่ที่จะให้น้ำหนักรถและน้ำหนักของน้อยที่สุดอยู่แล้ว
แต่ไม่ใช่เขาจะเคร่งครัดตรงนี้มากนัก ความที่เพียงบรรทุกน้ำติดตัวสำหรับดื่มระหว่างขี่ปั่นเพียง 2 ขวด 2 ลิตร
ก็ทำให้น้ำหนักรวมเพิ่มเข้าไป ร่วม 2 โลกว่าเข้าไปแล้ว น้ำไม่ดื่มก็ไม่ได้ น้ำไปหาเอาข้างหน้าไม่เหมาะ
ภาษิตก็บอกอยู่แล้ว “อย่าหวังน้ำบ่อหน้า" กับการขี่ปั่นวันละกว่า 6 ช.ม. ปริมาณสองขวดหรือสองลิตรนี้ถือว่าน้อยเกินไปด้วยซ้ำ
ซึ่งการบรรทุกน้ำไปสองขวดเช่นนี้ทำให้การคัดเลือกสรรวัสดุสิ่งของและน้ำหนักรถและสัมภาระที่เตรียมมาทั้งหมดกลายเป็นเรื่องไร้สาระเอาทีเดียว

นี่ไงผมจึงบอกว่าปัจจัยใดโดดๆเพียงปัจจัยเดียวย่อมไม่ใช่คำตอบในสถานการณ์หนึ่งๆ
ความพยายามลดแรงเสียดทานชั่วโมงการขี่ปั่นให้น้อยลง ย่อมมีผลทำให้เราต้องเร่งถีบปั่นให้เร็วขึ้นเกินระดับความเป็นตัวเรา
ซึ่งจะไปมีผลกลัยโคเจนหมดสิ้นเร็วขึ้นซึ่งจะกลายเป็นผลกระทบต่อไปเป็นชั้นๆ

ความพยายามขี่ 200 กิโลเมตรต่อวันสำหรับ “ท่องไป” ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดไปกว่าการขี่เพียงวันละ 100 กิโลเมตร
เพราะไปวันละ 200 ยังผลให้อนาคตไม่วันใดวันหนึ่งคุณสิ้นสภาพที่ต้องหยุดพักสนิท นั่นคือค่าโรงแรมที่เพิ่มขึ้นอีก 1 คืน(หรือเปล่าก็ไม่รู้)
โดยที่ปราศจากกิโลเมตรเข้ามาแม้แต่กิโลเดียว หรือกล่าวอีกอย่างได้ว่า แทนที่เราจะไปวันละ 200 โล สู้เราไปวันละ 110 โล จะดีกว่า
สองวันสะสมได้ 220 โล โดยที่ไม่มีความเมื่อยล้าสะสมให้เสี่ยงป่วย เสี่ยงค่าใช้จ่ายเพิ่มที่ต้องหยุดพัก
แล้วเราจึงได้เห็นสัจจธรรมบางอย่างขึ้นว่า ยิ่งเร่งยิ่งช้า แปลกไหม???

นี่คือสิ่งที่ผมเล่าให้ฟังว่า อย่ามองปัจจัยใดเพียงโดด มันสัมพันธ์กันในเรื่องที่เราจะต้องไปเสียหรือได้ในที่อื่นๆอีก
ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม

กล่าวไม่ผิดนักว่า ในการขี่จักรยานเพื่อการอื่น อาจต้องการคุณสมบัติที่ขี่ปั่นเก่ง แต่ไม่ใช่การไปแบบท่องไปแน่นอน
ที่ต้องการความเจนจัดรอบด้านอันคลี่คลายมาจากประสบการณ์มากกว่า

เมื่อนักขี่ปั่นท่องไปมีความเข้าใจต่อปัจจัยต่างๆดังกล่าวอย่างแจ่มชัด ไม่เพียงแต่จะทำให้เราหมุนล้อเดินทางไปได้
แต่ยังน้อมนำจิตใจให้มีความอ่อนน้อมต่อโลกและลึกซึ้งกับชีวิต มีทัศนคติที่เป็นคุณต่อเรื่องอื่นใดที่ไม่ใช่เรื่องจักรยานอีกด้วย
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=347851 การขี่ปั่นท่องไป
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=437764 บทปรารภจักรยาน Brompton
รูปประจำตัวสมาชิก
kobfujar
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3483
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 11:41
Bike: Bridgestone DiamondRock ชมพู-ดำ(เก่าๆ)
ตำแหน่ง: ถ.ประชาชื่น ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

Re: จากประสบการณ์ขี่ปั่น "ท่องไป" ของผม

โพสต์ โดย kobfujar »

rainbow เขียน:15. เตรียมรถจักรยาน อย่ามองเพียงปัจจัยโดดๆเพียงปัจจัยเดียว
.............................
เมื่อนักขี่ปั่นท่องไปมีความเข้าใจต่อปัจจัยต่างๆดังกล่าวอย่างแจ่มชัด ไม่เพียงแต่จะทำให้เราหมุนล้อเดินทางไปได้
แต่ยังน้อมนำจิตใจให้มีความอ่อนน้อมต่อโลกและลึกซึ้งกับชีวิต มีทัศนคติที่เป็นคุณต่อเรื่องอื่นใดที่ไม่ใช่เรื่องจักรยานอีกด้วย
...เป็นหัวข้อ+เนื้อหาที่ถูกต้องจริงๆครับ... :)
rainbow
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2577
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ย. 2008, 00:49
Tel: 0896402264
team: -
Bike: Bridgestone, Panasonic,Chalenger,Malin

Re: จากประสบการณ์ขี่ปั่น "ท่องไป" ของผม

โพสต์ โดย rainbow »

ขอบคุณครับคุณกบ
rainbow
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2577
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ย. 2008, 00:49
Tel: 0896402264
team: -
Bike: Bridgestone, Panasonic,Chalenger,Malin

Re: จากประสบการณ์ขี่ปั่น "ท่องไป" ของผม

โพสต์ โดย rainbow »

16. เมื่อจักรยานชำรุดมากกว่าที่ชุดเตรียมซ่อมจะรับได้ จะทำอย่างไร


ในการขี่ปั่นแบบท่องไป แม้เราจะเตรียมตัวรับมือกับความเสียหายที่จะมีต่อตัวรถ
ด้วยการจัดหาเครื่องมือและชิ้นอะไหล่พื้นฐานมาแล้วจำนวนหนึ่ง
แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่รถจักรยานจะเสียหายเกินกว่าเครื่องมือพื้นฐาน
หรืออะไหล่ที่เตรียมมาจะรับมือซ่อมบำรุงได้ จำเป็นต้อง “เข้าเมืองใหญ่” เพื่อหาสิ่งใหม่ที่จะเอามาเปลี่ยนทดแทน


ยังมีความเป็นไปได้ที่ แม้เราจะมีประสบการณ์พอสมควร และผ่านการออกทริปมาบ่อยๆแล้ว
เราก็ยังไม่เคยรับมือกับกรณีข้างต้นที่ผู้เขียนเล่าให้ฟัง อาจจะเป็นเพราะเราเตรียมตัวมาอย่างดี
หรือเพราะเราโชคดีก็เป็นได้ แต่ผมคิดว่าสักวันหนึ่ง ความโชคดีแบบนั้นจะไม่เข้าข้างเราตลอด
แล้วเราก็จะต้องยุติทริปชั่วคราวเพื่อเข้าเมืองใหญ่ หาอะไหล่บางชื้นเป็นกรณีพิเศษ


ถ้าหากทริปนั้นมาด้วยกันมากกว่าหนึ่งคน เราอาจจะจัดการได้ไม่ยากนัก
บัดดี้ที่ไปด้วยกันจะต้องเป็นคนเฝ้าของทั้งหมด แล้วพำนักรออยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง
แล้วตัวเรากับเป้ใบเล็กกับเงินตราโดยสารรถเมล์ท้องถิ่นมุ่งหน้าเข้าเมืองใหญ่หาอะไหล่โดยด่วน
และตีรถกลับมาให้เร็วที่สุด


แต่ถ้าทริปนั้นไปตามลำพัง พเนจรร่อนเร่ไปกับโชคชะตา การที่เราจะแก้สมการข้างต้นจึงซับซ้อนกว่าเดิม
แต่มิได้หมายความว่าเราจะทำมันไม่ได้เลย


อยู่ว่างๆ แม้ว่ากรณียังไม่เกิด นักปั่นท่องไปควรจะได้นำเอากรณีนี้มาคิดดูว่า “ถ้ามันเกิดขึ้น”
แล้วเราจะทำอย่างไรถ้าซ่อมก็ไม่เป็นในเรื่องใหญ่ๆนั้น และช่างท้องถิ่นก็ไม่เหมาะอีกด้วย
เพราะเมื่อเกิดเรื่องขึ้นมาจะได้เข้าแก้ปัญหานั้นอย่างไม่ลังเล


เมื่อปราศจากบัดดี้ให้ฝากของ เราย่อมหาคนที่มีน้ำใจและไว้ใจได้จากเหล่าคนแปลกหน้า
ที่โดยปกติแล้วเราก็หาพบพึ่งได้มาเสมอๆ คนดีๆเหล่านี้ทีมากเห็นได้จากเราสามารถหาที่พักแรมคืน
ได้หลายแห่งและทุกคืน ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ เป็นตำรวจ หรือแค่คนธรรมดาๆ ฯลฯ


เราอาจฝากของทั้งหมดไว้กับคนเหล่านี้ ที่เราต้องพัฒนาทักษะสองชนิดขึ้นในตัวตนก่อน คือ
ความสามารถเข้ากับคนทุกคนได้อย่างรวดเร็วหนึ่ง และสามารถดูคนออกอีกหนึ่ง
เพราะความที่คนเราไม่ได้เป็นคนดีทั้งโลก เราสามารถไว้ใจได้เป็นเพียงบางคน
และกว่าที่เราจะกลั่นกรองคนเหล่านี้ออกมาได้ เราต้องรวบรัด จะเสียเวลาคบหาดูใจนานไม่ได้



ความสามารถทั้งสองประการนี้ นักขี่ปั่นทุกคนควรรู้จักพัฒนาให้เกิดขึ้นกับตัวตน
จะเกิดอะไรขึ้น หากเราไร้ความสามารถตรงนี้ มิต้องหยุดทริป ยกของทุกสิ่งขึ้นรถไฟกลับบ้านกระนั้นหรือ


เราอาจจะเป็นคนปั่นที่เชี่ยวชาญ และเราอาจจะเป็นผู้สามารถเก็บภาพถ่านรูปลงกล้องอย่างมืออาชีพได้สวยงาม ฯลฯ
แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้คล่องแคล่ว บางทีเราอาจซื่อบื้อไปหน่อย
แต่ในเมื่อออกเดินทางมาแล้ว ปัญหาก็เกิดแล้ว และเราต้องทำอะไรบางอย่าง เราต้องผูกมิตร และกลั่นกรองคนให้ออกในเวลาอันสั้นนั้น


แน่นอน...ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ก็ยังเต็มไปด้วยความสุ่มเสี่ยง ที่เรามีหน้าที่ที่จะลดความเสี่ยงนั้น
ด้วยการเอาของมีค่าชิ้นเล็กๆติดตัวไปด้วย เช่นกล้องถ่ายรูป , พาสปอร์ต และเงินตรา ควรเอาไปให้หมด



และนี่คือเหตุผลว่าทำไมตัวรถเราจึงไม่ควรเอาตัวท็อปที่เรามีไปออกทริปไกล การฝากรถของเราไว้แต่กลับมา รถไม่อยู่แล้ว!
เราจะได้ไม่สูญเสียมากนัก


ยิ่งทริปที่ยาวไกล และทริปพิเศษเท่าใด นักขี่ปั่นยิ่งมีความจำเป็นจะต้องพัฒนาทักษะให้คล่องตัว
ในการแสวงหาชิ้นอะไหล่ท่ามกลางชนบทที่กันดารที่สุดให้ได้ เพื่อความอยู่รอด


โดยเฉพาะการขี่ปั่นข้ามประเทศ ไปในสิ่งแวดล้อมแปลกหน้าที่เป็นไปได้ ขนาดเมืองใหญ่ๆแล้ว
เราก็อาจหาอะไหล่ชิ้นที่ต้องการไม่ได้เสมอไป ยังมีความเป็นไปได้เสมอๆ


กล่าวเรื่องนี้ขึ้นมา เป็นเพราะความที่เราไม่สามารถบรรทุกเอาชิ้นส่วนที่อาจเสียหายในอนาคต
ติดตัวไปด้วยตลอดเวลามากนัก เอาไปได้เฉพาะพื้นฐาน เช่นยางในอะไหล่เป็นต้น


อะไรจะแตกหักเสียหายมากไปกว่านี้ก็ค่อยไปหากันกลางทาง ความคล่องตัวอันเกิดจากการนำสัมภาระไปน้อยๆ
ก็ยังเป็นคุณลักษณะที่ประเสริฐสำหรับการขี่ปั่นทางไกลอยู่วันยังค่ำ


คำกล่าวที่แนะนำมานี้ ควรสังวรไว้ว่าอาจใช้ได้เพียงบางกรณี
เพราะสิ่งแวดล้อมแต่ละรายอาจแตกต่างกันไป
เมื่อไปคนเดียวและหาคนที่ไว้ใจไม่ได้
เราอาจต้องไปรถเมล์หรือขอโดยสารทั้งรถทั้งคนมุ่งหน้าเข้าเมืองใหญ่ ตรงนี้ทักษะ “การโบกรถ”
เริ่มเข้ามามีบทบาท รถอะไรน่าโบก โบกแล้วได้เสมอๆ รถอะไรที่โบกเท่าไรก็ไม่ติด
รถชนิดนั้นมักชุมนุมกันอยู่ที่ไหน อันนี้เริ่มซับซ้อน แต่จะไม่เล่าขยายความ เพราะจะเขียนออกนอกกรณีมากไป



จะเห็นได้ว่าการขี่ปั่นท่องไป เราไม่สามารถสต๊าฟสิ่งแวดล้อมให้ตายตัวเพื่อจะได้เดินทาง
เราต้องตื่นตัวเสมอ เปิดผัสสะรับรู้ เตรียมพร้อมทุกชนิดรับมือโลกของความเป็นพลวัตอยู่ทุกลมหายใจ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=347851 การขี่ปั่นท่องไป
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=437764 บทปรารภจักรยาน Brompton
ตอบกลับ

กลับไปยัง “จัดทริปย่อย”