โพสต์
โดย THE LECK » 02 มิ.ย. 2010, 15:00
วันเสาร์ที่22 วันนี้อาการเจ็บที่เข่า ออกอาการให้เป็นสัณญาณของการพักร่างกาย มีอาการเจ็บที่กล้ามเนื้อต้นขาขวา ดีเหมือนกัน วันนี้จะได้พาครอบครัว ไปถ่ายรูปเล่น และแวะเขารูปช้างขอขมาหลวงพ่อเตียง เพราะหลายคนลงความเห็นว่า เป็นเพราะผมไปขอหลวงพ่อในสิ่งที่ไม่ควร เหมือนการลองของ เลยโดนกิ่งมะม่วงเฆี่ยนหลังซะ สั่งสอนพอให้รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ส่วนวันพรุ่งนี้เสือตะพานหิน มีโปรแกรมไปปั่นตะพานหิน-สากเหล็ก ปั่นเป็นวงกลม ประมาณ90กิโล แต่ผมอยากขึ้นเขารัง พยายามโน้มน้าว ทั้งพี่ชายและสามาชิกคนอื่น แต่ทุกคนปฎิเสธเหตุผลก็คือแดดมันแรง โอเคสากเหล็กก็สากเหล็ก แต่อาทิตย์ที่แล้วเสือเพชรบูรณ์ยังข้ามมาได้นี่หว่า อืม......
วันอาทิตย์ที่23 วันสุดท้ายสำหรับการปั่นที่พิจิตร มีนัดกันตอนตีห้ากับเสือตะพานหิน แต่ผมตั้งใจว่าจะขึ้นเขารังแน่นอน ของออกร่วมทางกับเสือพิจิตร แล้วไปแยกกันที่เขาทราย วันนี้มีแซนวิชบางๆฝีมือลูกสาวหนึ่งอันเหน็บหลังไปด้วย พอล้อหมุนปั่นไปได้4กิโลเสือพิจิตร ก็เลี้ยวเข้าทางป่าแดง อ้าวไม่ได้ไปทางเขาทรายหรอกเหรอ โบกมือลากันตรงนี้ แล้วผมก็ออกปั่นคนเดียวเป้าหมายคือยอดเขารัง ที่เสือตะพานหินขู่ไว้ว่าโหดนักโหดหนา วันนี้ผมขอไปสัมผัสให้เห็นเป็นประจักษ์ว่าสมคำล่ำลือหรือเปล่า ฟ้ายังมืดดูเหมือนมีเมฆเต็มฟ้า ผมภาวนาถึงหลวงพ่อเตียง และหลวงพ่อทบที่ผมเคารพนับถือ ขอให้เมฆบังแดดจนกว่าผมจะกลับลงจากเขา ไม่ต้องรีบใช้ความเร็วไม่เกิน28 หนทางยังอีกไกล พอถึงทับคล้อฟ้าเริ่มแจ้ง มองเห็นทางได้โดยไม่ต้องใช้ไฟแล้ว ก้เร่งความเร็วขึ้นเป็นระยะ ผ่อนบ้าง พอผ่านเขาทราย ใกล้ถึงดงขุยทางไม่ค่อยดี ไหล่ทางเล็ก พอเจอทางขรุขระก็มีอาการเจ็บที่ชายโครงล่างด้านขวา ไม่ถึงกับเจ็บมากแต่น่ารำคาญ อย่าไปนึกถึงมัน ตั้งสมาธิให้ดีดูทางดีกว่า ผมหยุดพักที่ท่าข้ามกินแซนวิชเติมน้ำ แล้วออกเดินทางต่อก่อนถึงชนแดนก็มีเนินเขาเล็กๆ มานวดเล่นระยะทางสั้นๆ3-4กิโล หลังออกจากชนแดนแล้วตอนนี้ มีเนินที่คอยนวดตลอดเส้นทาง ประมาณ14กิโล ก่อนจะเริ่มขึ้นสู่เขารัง อีก3กิโลก็ถึงยอด เส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยว แต่ทางเรียบดีไหล่ทางกว้าง มีรถยนต์ขึ้นลงแต่ไม่มากนัก ดีกว่าเขาใหญ่ที่รถเยอะ ปั่นแบบไม่ต้องรีบร้อน ใช้แค่จานกลาง ก็ถึงที่พักริมทาง ที่นี่หรือปล่าวที่เขาเรียกว่าจุดชมวิว ปั่นต่อออกไปอีกหน่อยเห็นมีเหมือนเสาซุ้มประตู แล้วก็เจอศาลเจ้าพ่อเขารังขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ทางขวา เลยไปหน่อยมีด่าน เอะทำไมถึงยอดเขาไวจัง ผมชักไม่ค่อยแน่ใจปั่นต่อไปอีก เริ่มเป็นทางลงเขา ลงไปปจนถึงศูนย์เพาะชำเพชรบูรณ์ จอดถ่ายรูปแล้วปั่นต่อไปอีกหน่อย ถามชาวบ้านว่ายอดเขารังอีกไกลไหม เขาบอกว่าผ่านลงมาแล้ว ถ้าตรงไปต่ออีก5กิโลถึงสามแยกวังชมภู อีก27กิโลถึงเพชรบูรณ์ อีก27เองไปกลับ54กิโล แต่บวกระยะทางที่ต้องกลับบวกได้เกิน200นิด เลี้ยวกลับดีกว่าทริปนี้ตั้งใจแค่ยอดเขารัง นี่ก็เลยมาแล้ว ไว้คราวหน้าถ้าอากาศไม่ร้อนมาก จะไปเยือนเพชรบูรณ์สักครั้งนึง ปั่นกลับมาพักบนยอดเขา กินน้ำกินไอติม โชคดีจริงๆวันนี้ไม่มีแดด ปั่นสบาย คิดถึงคำขู่ว่าโหดผมว่าเขาใหญ่ เขาอีเหรอโหดกว่าเยอะ ปั่นกลับลงเขาทำความเร็วได้ไม่สูงมากเพราะ ทางคดเคี้ยวหักศอกมาก ต้องระวังหน่อยดีไม่ดีจะหลุดโค้งเอา ก่อนถึงชนแดน จะมีเนินยาวๆมากตรงนั้นเขาเรียกว่าห้วยงาช้าง ส่งท้ายแบบน้ำลายพอเหนียว พอถึงชนแดน แดดที่หลบหลังเมฆก็เริ่มสำแดงเดช หลวงพ่อครับผมขออย่างไงได้อยางนั้นเลยนะครับ แดดตอนสายๆนี่ยังพอทน แต่ถ้าเที่ยงไปแล้วก็นรกดีดีนี่เอง ผมเริ่มเร่งความเร็วหนีแดด กะให้ถึงตะพานหินก่อนเที่ยง ผ่านท่าข้าม ดงขุย ตอนนี้อาการเจ็บชายโครงก็มาเยือนอีกครั้งเพราะสภาพถนน พอถึงเขาทรายต้องแวะเติมน้ำแล้ว ความร้อนมาแล้ว แถมมีลมสวนอีก ต้องเอาน้ำราดหัวลดความร้อนลงหน่อย แล้วออกปั่นต่อไม่พักนาน ออกจากเขาทรายเริ่มมองหาตัวช่วย เพราะเกือบเที่ยงแล้ว ออกมาได้ซัก2-3กิโล หัวลากชั้นดีก็มาถึงผมชลอความเร็ว เตรียมดูดรถมอเตอร์ไซด์สามล้อพ่วงข้าง มีบรรทุกของมาความสูงพอบังลมได้ครึ่งตัว ครึ่งตัวก็ยังดี แต่ถ้าจะให้บังลมเยอะกว่านี้ ก็ต้องตรงคนขับแต่มันจะไปกินเลน ใกล้ทางรถยนต์มากไป และควันรถมอเตอร์ไซด์ ืผมเลือกเสี่ยงน้อย สู้ลมมากหน่อยดีกว่า ผมตะโกนบอกขอตามไปด้วย พี่แกพยักหน้ารับรู้ ตอนแรกแกก็ขับอยูประมาณ32 พอเลยทับคล้อมาหน่อย พี่แกก็เริ่มเพิ่มความเร็ว จาก32เป็น34 แล้วก็35 36 37 จนถึงวังหลุมแกลดความเร็วมาอยู่ที่32ค่อยยังชั่ว พอพักเหนื่อยได้หน่อย ไม่ถึง5นาที พอผ่านวังหลุม แกก็เพิ่มความเร็วขึ้นมาเหมือนเดิม แถมมีบ้างช่วงทำถึง39 ผมจะถอดใจหลายทีแล้ว แต่คิดว่าทนอีกนิดดีกว่าปั่นโต้ลมคนเดียว อีก3กิโลถึงตะพานหินผมก็บอกลาและขอบคุณพี่ผู้มีน้ำใจ ได้ดูดมา17 3กิโลสุดท้ายCOOL DOWNจนถึงบ้านเกือบเที่ยง วันนี้จบทริปได้ระยะทาง154กิโล เป็นทริปสุดท้ายสำหรับพิจิตร พรุ่งนี้ต้องกลับมากรุงเทพแล้ว ลาก่อนตะพานหิน ถ้ามีโอกาสจะมาเยี่ยมใหม่