pot คือจำนวนหม้อครับ เอ้ย จำนวนลูกสูบที่ใช้ดันผ้าเบรก
ส่วน dot เป็นมาตรฐานน้ำมันเบรก มีตั้งแต่ 3-5
พี่เสือทั้งหลายช่วยแนะนำชุดดิสเบรกเจ๋งๆให้หน่อยครับ
ผู้ดูแล: seven@klein, Cycling B®y, tntm, เสือ Spectrum
-
bongza
- ขาประจำ
- โพสต์: 1259
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ม.ค. 2009, 14:00
- Tel: 0867470266
- Bike: ขอแค่มีล้อ
- ตำแหน่ง: 60/2 ม.1 ซ.สุขนิรันดร์ ถ.เจ้าฟ้า ต.วิชิต อ.เมือง ภูเก็ต
- ติดต่อ:
- panapromsen
- ขาประจำ
- โพสต์: 167
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.ค. 2009, 19:25
- Tel: 0946194936
- team: เชียงใหม่ ไร้สังกัดครับ
- Bike: Venso
- ตำแหน่ง: 73 หมู่3 ต.สันพระเนตร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ 50210
Re: พี่เสือทั้งหลายช่วยแนะนำชุดดิสเบรกเจ๋งๆให้หน่อยครับ
pot คือ จำนวนลูกสูบที่ ไปกดผ้าเบรค ครับ ยิ่งเยอะยิ่ง หนึบ
Dot คือเกรด น้ำมันเบรค Dot สูงๆ ก้อทนความร้อนกว่า ครับ ไม่เดือดง่าย
ผู้รู้ช่วยตอบหน่อย
Dot คือเกรด น้ำมันเบรค Dot สูงๆ ก้อทนความร้อนกว่า ครับ ไม่เดือดง่าย
ผู้รู้ช่วยตอบหน่อย
อายครูไม่รู้วิชา อายภรรยาไม่มีบุตร
ได้ครูเป็นภรรยา ได้ทั้งวิชาได้ทั้งบุตร
ได้ครูเป็นภรรยา ได้ทั้งวิชาได้ทั้งบุตร
- phongsiri
- ขาประจำ
- โพสต์: 5777
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.พ. 2009, 11:25
- Tel: -
- team: Nong Khai Cycling Club
Re: พี่เสือทั้งหลายช่วยแนะนำชุดดิสเบรกเจ๋งๆให้หน่อยครับ
HOPE 4 pot สุดยอดพลังเบรก ใบจานหน้าใหญ่โตดุดัน
หยุดสนิทมั่นใจมือเบรกเป็นอลูCNC งานดีมากถ้าไม่คิดว่า
น้ำหนักมากสอยเลยเพิ่มงบนิดๆ(ประมาณ18000)แต่ดีจริงๆ
อะไหล่หายากนี่จริงครับ ใบจสนคดดัดไม่ได้เพราะเป็น Titanium
แต่เรื่องพลังเบรก สุดยอดประทับใจจนอยากจับใส่ down Hill
หยุดสนิทมั่นใจมือเบรกเป็นอลูCNC งานดีมากถ้าไม่คิดว่า
น้ำหนักมากสอยเลยเพิ่มงบนิดๆ(ประมาณ18000)แต่ดีจริงๆ
อะไหล่หายากนี่จริงครับ ใบจสนคดดัดไม่ได้เพราะเป็น Titanium
แต่เรื่องพลังเบรก สุดยอดประทับใจจนอยากจับใส่ down Hill
ชีวิตที่ผ่านมานั้นมันคุ้มค่าจริงหรือ และตอนนี้ได้ทำอะไรเพื่อจะก้าวต่อไปแล้วหรือยัง
If not now. When? Let's get start.
คิดมากเกินไป ก็ออกทะเลไปเรื่อยๆ
If not now. When? Let's get start.
คิดมากเกินไป ก็ออกทะเลไปเรื่อยๆ
- แสนแสบ
- ขาประจำ
- โพสต์: 2124
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 13:03
- Tel: 0633269395
- Bike: Mach5, SL, Sub22, 950
Re: พี่เสือทั้งหลายช่วยแนะนำชุดดิสเบรกเจ๋งๆให้หน่อยครับ
มันยังไม่สุดครับ ยังมีพี่เบิ้มกว่านี้อีก Hope Mono 6 Tiphongsiri เขียน:HOPE 4 pot สุดยอดพลังเบรก ใบจานหน้าใหญ่โตดุดัน
หยุดสนิทมั่นใจมือเบรกเป็นอลูCNC งานดีมากถ้าไม่คิดว่า
น้ำหนักมากสอยเลยเพิ่มงบนิดๆ(ประมาณ18000)แต่ดีจริงๆ

ส่วนเรื่องน้ำมัน DOT ลองอ่านจากกระทู้ในเวปนี้ดูครับ http://www.civicef.com/webboard/index.p ... 543.5;wap2
ในขณะที่เราเบรค ความร้อนที่เกิดจากการเสียดสีระหว่างผ้าเบรคกับจานหรือดุมล้อจะถ่ายเทผ่านก้านดันผ้าเบรคเข้าสู่ลูกสูบและน้ำมันเบรค เมื่อเราต้องเหยียบเบรคอย่างแรงกระทันหันหรือเหยียบเบรคอยู่บ่อยๆ ภายใต้ความเร็วสูง ความร้อนที่ถ่ายเทสู่น้ำมันเบรคจะมีปริมาณมากและอาจระบายสู่ส่วนอื่นไม่ทัน ทำให้น้ำมันร้อนขึ้นมาก หากน้ำมันเบรคร้อนจนถึงจุดเดือดของมัน มันก็จะระเหยกลายเป็นไอในกระบอกสูบเบรคที่ล้อทันที และเมื่อระบายความร้อนออกไปได้ ไอก็จะยุบตัวเป็นของเหลว ในช่วงนี้จะไม่มีแรงดันที่จะไปกระทำต่อลูกสูบเบรคให้ไปดันผ้าเบรค ทำให้เกิดอาการเหมือนไม่มีเบรคและเบรคไม่อยู่ได้ ดังนั้นจุดเดือดของน้ำมันเบรคจึงมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพการเบรคมากดังกล่าว
โดยปกติน้ำมันเบรคเป็นสารที่ดูดซับความชื้นจากอากาศได้ และสามารถผสมตัวเข้ากับน้ำมันเนื้อเดียวกัน เมื่อมีความชื้นปะปนอยู่จุดเดือดของน้ำมันเบรคจะลดต่ำลง น้ำมันเบรคใดที่มีคุณสมบัติดูดซับความชื้นได้น้อย และเมื่อดูดซับความชื้นแล้วจุดเดือดลดต่ำลงไม่มาก จะเป็นน้ำมันเบรคที่มีคุณภาพสูงเพราะในการใช้งานโอกาสที่ความชื้นจะเล็ดลอดสู่น้ำมันเบรคในระบบมีได้มากมายหลายทาง เช่น ความชื้นเข้าโดยการหายใจเข้าออกของระบบน้ำมันเบรคตรงฝากระปุกเบรค น้ำจากการอัดฉีดล้างเครื่องรถสามารถเข้าสู่กระปุกน้ำมันเบรคได้หากไม่ระมัดระวังเมื่อขับรถลุยน้ำ และยางกันฝุ่นสึกหรือไม่รัดแน่น น้ำก็สามารถเข้าสู่น้ำมันเบรคได้ตรงลูกสูบเบรคที่ล้อ ดังนั้นเมื่อใช้งานไปน้ำมันเบรคก็จะชื้นมากขึ้นเรื่อยๆ และน้ำมันเบรคใดที่ขึ้นช้ากว่าและจุดเดือดเมื่อชื้นสูงกว่าก็จะยังคงรักษาสมรรถนะการเบรคไว้ได้
ผลต่อยางและส่วนโลหะอื่นในระบบเบรคก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะบ่งถึงคุณภาพน้ำมันเบรค เพราะจะมีผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานของลูกยางแม่ปั๊ม/ลูกปั๊มเบรค ซึ่งก็จะมีผลถึงประสิทธิภาพการเบรคเช่นกันน้ำมันเบรคที่มีคุณภาพสูงต้องไม่ทำให้ลูกยางแม่ปั๊มเบรคคลัทซ์เสียเร็ว และต้องไม่กัดกร่อนส่วนโลหะอาจทำให้มีเศษสนิมโลหะหลุดร่อนออกมาอยู่ในน้ำมันเบรค และจะทำให้ลูกยางปั๊มเบรคเป็นรอยขีดข่วนเกิดการรั่วและเสียแรงดัน เบรคไม่อยู่ หรือหากรั่วข้างเดียวก็จะเบรคแล้วปัดได้ ในมาตรฐานเกี่ยวกับน้ำมันเบรคก็ได้มีการกำหนดผลต่อยางและการกัดกร่อนต่อชิ้นส่วนโลหะไว้ด้วย
สมาคมวิศวกรยานยนต์ในอเมริกา (SAE) และกรมการขนส่งของอเมริกา (Department of Transporttation - DOT) และสมาคมกำหนดมาตรฐานระหว่างชาติ (ISO) ต่างก็ได้กำหนดมาตรฐานของน้ำมันเบรคที่ใช้ในระบบเบรคของยานพาหนะซึ่งเป็นที่ยอมรับและใช้กันทั่วไป มาตรฐานล่าสุดในขณะนี้ (1982) ของ SAE คือ SAE 1703 Jan.'80 ที่ได้แก้ไขปรับปรุงจากมาตรฐาน SAE J1703f ซึ่งออกในปี 1978 ส่วนของ DOT คือมาตรฐาน U.S.Federal Motor Vehicle Safety Standard ( FMVSS) No.116 DOT3,DOT4 และDOT5 ( DOT5 เป็นมาตรฐานน้ำมันเบรคประเภทน้ำมันซิลิโคนไม่นิยมใช้งานในรถยนต์) มาตรฐานของ ISO คือ ISO 4925 - 1978 มาตรฐานต่างๆ ดังกล่าว ได้กำหนดคุณสมบัติต่างๆ ของน้ำมันเบรคในยานยนต์ไว้หลายประการ คุณสมบัติที่สำคัญๆ ได้เปรียบเทียบไว้ในตารางแนบพร้อมกับค่า Typical Test Figure ของน้ำมันเบรคเชลล์เกรดต่างๆ
คุณสมบัติที่สำคัญของน้ำมันเบรคที่มีผลต่อสมรรถนะการเบรคก็คือ จุดเดือดเมื่อแห้ง เมื่อชื้นผลต่อยางแม่ปั๊มและลูกสูบเบรค และต่อส่วนต่างๆของระบบเบรค
ในมาตรฐานทั้ง SAEJ1703 และ U.S.FMVSS 116 DOT3, DOT4 และ ISO 4925 - 1978 ได้กำหนดคุณสมบัติด้านจุดเดือดเมื่อแห้งและเมื่อชื้นเอาไว้โดยที่น้ำมันเบรคที่ดีจะต้องมีจุดเดือดสูงเมื่อทั้งแห้งและชื้น
………………………………………………………………………………………
DOT 5 นั้นเป็น Silicone base ซึ่งนอกจากจะ compress ได้ ทำให้รู้สึก"ยวบๆ"แล้ว คุณสมบัติอีกกย่างคือจะไม่ผสมกับน้ำ ฟังดูดีแต่ถ้ามีน้ำในระบบ(หรือความชื้นเกิน 3%) แล้วน้ำมันเบรคร้อนถึงจุดเดือด น้ำในระบบจะกลายสภาพเป็นไอน้ำ และเนื่องจากระบบเบรคนั้นเป็นระบบปิด ไอน้ำนั้นจะทำให้เกิดความดันในระบบ ทำให้เบรคติดหรือเลียจานได้
DOT 3, 4, 5.1 นั้นเป็น Glycol base แตกต่างกันที่จุดเดือด แต่จุดเดือดที่ว่านั้นมีสองอย่างคือ Dry boiling point (จุดเดือดเมื่อไม่มีความชื้น) และ Wet boiling point (จุดเดือดที่มความชื้นมากกว่า 3%) สำหรับรถแข่งซึ่งเปลี่ยนน้ำมันเบรคกันเป็นว่าเล่น จะสนใจ Dry boiling point เพราะไม่เคยมีความชื้นในระบบ ถ้ารถใช้บนถนนประจำวัน ต้องสนใจ Wet boiling point เพราะมีความชื้นในระบบประจำ
รถบ้านนั้น นานๆจะเจอปัญหาน้ำมันเบรคเดือดซักครั้งในชีวิต ยกเว้นว่าชอบใช้เบรคกันหนักๆ ซึ่งบอกตรงๆว่าหาคนใช้เบรคหนักๆขนาดน้ำมันเบรคเดือดนั้นยากกว่างมเข็มในมหาสมุด มหาดินสอ มหายางลบ อีก
…………………………………………………………………….
จุดเดือดน้ำมันเบรคมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพการเบรคอย่างไร?
ในขณะที่เราเบรค ความร้อนที่เกิดจากการเสียดสีระหว่างผ้าเบรคกับจานหรือดุมล้อจะถ่ายเทผ่าน ก้านดันผ้าเบรคเข้าสู่ลูกสูบและน้ำมันเบรค เมื่อเราต้องเหยียบเบรคอย่างแรงกระทันหันหรือเหยียบเบรคอยู่บ่อยๆ ภายใต้ความเร็วสูง ความร้อนที่ถ่ายเทสู่น้ำมันเบรคจะมีปริมาณมากและอาจระบายสู่ส่วนอื่นไม่ทัน ทำให้น้ำมันร้อนขึ้นมาก หากน้ำมันเบรคร้อนจนถึงจุดเดือดของมันมันก็จะระเหยกลายเป็นไอในกระบอกสูบเบรคที่ล้อทันที
และเมื่อระบายความร้อนออกไปได้ ไอก็จะยุบตัวเป็นของเหลว ในช่วงนี้จะไม่มีแรงดันที่จะไปกระทำต่อลูกสูบเบรคให้ไปดันผ้าเบรค ทำให้เกิดอาการเหมือนไม่มีเบรคและเบรคไม่อยู่ได้ ดังนั้นจุดเดือดของน้ำมันเบรคจึงมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพการเบรคมากดัง กล่าว
โดยปกติน้ำมันเบรคเป็นสารที่ดูดซับความชื้นจากอากาศ ได้ และสามารถผสมตัวเข้ากับน้ำมันเนื้อเดียวกัน เมื่อมีความชื้นปะปนอยู่จุดเดือดของน้ำมันเบรคจะลดต่ำลง น้ำมันเบรคใดที่มีคุณสมบัติดูดซับความชื้นได้น้อยและเมื่อดูดซับความชื้นแล้วจุดเดือดลดต่ำลงไม่มากจะเป็นน้ำมันเบรคที่มีคุณภาพสูงเพราะในการใช้งานโอกาสที่ความชื้นจะเล็ดลอด สู่น้ำมันเบรคในระบบมีได้มากมายหลายทาง เช่น ความชื้นเข้าโดยการหายใจเข้าออก
ของระบบน้ำมันเบรคตรงฝากระปุกเบรค น้ำจากการอัดฉีดล้างเครื่องรถสามารถเข้าสู่กระปุกน้ำมันเบรคได้หากไม่ระมัด ระวังเมื่อขับรถลุยน้ำและยางกันฝุ่นสึกหรือไม่รัดแน่น น้ำก็สามารถเข้าสู่น้ำมันเบรคได้ตรงลูกสูบเบรคที่ล้อ ดังนั้นเมื่อใช้งานไปน้ำมันเบรคก็จะชื้นมากขึ้นเรื่อยๆ และน้ำมันเบรคใดที่ขึ้นช้ากว่าและจุดเดือดเมื่อชื้นสูงกว่าก็จะยังคงรักษา สมรรถนะการเบรคไว้ได้
ผลต่อยางและส่วนโลหะอื่นในระบบเบรคก็เป็นสิ่งที่ สำคัญที่จะบ่งถึงคุณภาพน้ำมันเบรค เพราะจะมีผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานของลูกยางแม่ปั๊ม/ลูกปั๊มเบรค ซึ่งก็จะมีผลถึงประสิทธิภาพการเบรคเช่นกันน้ำมันเบรคที่มีคุณภาพสูงต้องไม่ ทำให้ลูกยางแม่ปั๊มเบรคคลัทซ์เสียเร็ว และต้องไม่กัดกร่อนส่วนโลหะอาจทำให้มีเศษสนิมโลหะหลุดร่อนออกมาอยู่ในน้ำมัน เบรค และจะทำให้ลูกยางปั๊มเบรคเป็นรอยขีดข่วนเกิดการรั่วและเสียแรงดัน
เบรคไม่อยู่ หรือหากรั่วข้างเดียวก็จะเบรคแล้วปัดได้ ในมาตรฐานเกี่ยวกับน้ำมันเบรคก็ได้มีการกำหนดผลต่อยางและการกัดกร่อนต่อชิ้น ส่วนโลหะไว้ด้วย
น้ำมันเบรกมีหน้าที่ในการเป็นตัวกลางส่งแรงดันจากแม่ ปั๊มเบรกตัวบนไปยังลูกสูบเบรก น้ำมันเบรกที่ดีจะต้องมีจุดเดือดสูง เพื่อไม่ให้เกิดอาการ (Vapour Lock) คือของเหลวในระบบเบรกร้อนจัดจนกลายเป็นไอ ไม่สามารถถ่ายเทแรงดันได้ตามปกติ น้ำมันเบรกที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดจะต้องได้รับการรับรองตามมาตรา ฐาน
FMVSS 116 ซึ่งแบ่งตามจุดเดือดและจุดเดือดชื้นซึ่งมีชนิด DOT 3, DOT 4 และ DOT 5 การเปลี่ยนถ่ายหรือการเติมน้ำมันเบรค ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรคทุก 1 ปี เพื่อไล่ความชื้นที่ผสมอยู่ในน้ำมันเบรกออกจากระบบ และยังเป็นการป้องกันการกัดกร่อนจากสนิมที่เกิดจากความชื้น ซึ่งจะทำให้ลูกยางเบรกรั่วได้ง่าย
ซึ่งโดยส่วนใหญ่ผู้ใช้รถยนต์โดยทั่วไปมักจะมองข้าม เพราะถือว่าน้ำมันเบรกยังไม่รั่วก็ไม่ต้องทำอะไรทั้งที่ค่าใช้จ่ายไม่ก ี่ร้อยบาทและทำได้ตามร้านเบรกทั่วไป โดยทั่วไปผู้ผลิตรถยนต์จะกำหนดให้ใช้น้ำมันเบรค
ชนิด DOT 3 หรือ DOT 4 แต่ถ้าผู้ใช้รถต้องการจะใช้เป็น DOT 4 หรือ DOT 5 ก็ได้ เพราะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ ในระบบเบรค เป็นแต่เพียงว่าราคาของน้ำมันเบรกจะแพงกว่า DOT 3
- lionking
- ขาประจำ
- โพสต์: 273
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ต.ค. 2009, 21:01
- Tel: 0898988991
- team: OV Spirit
- Bike: M5
- ตำแหน่ง: แม่ริม เชียงใหม่
- ติดต่อ:
Re: พี่เสือทั้งหลายช่วยแนะนำชุดดิสเบรกเจ๋งๆให้หน่อยครับ
- ไฟล์แนบ
-
- frm.jpg (74 KiB) เข้าดูแล้ว 230 ครั้ง
-
hfs3000
- สมาชิก
- โพสต์: 84
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 พ.ย. 2009, 11:19
- Tel: 0896420220
- team: ชมรมจักรยานลำนารายณ์
- Bike: merida hfs3000