โพสต์
โดย giro »
มีใครได้ดูที่ spe ทดสอบการจับดร็อปล่างเทียบระหว่างปั่นคนเดียวกับขี่ draft มั้ยครับ?
ใครๆก็คิดว่า จับดร็ฮปล่างขี่คนเดียวต้องสร้างความต่างได้มากกว่าจับดร็ฮปล่างและหมกตูดอยู๋เพราะหมกตูดนี่เราไม่ได้ปะทะอากาศมาก แต่ที่ไหนได้
ขี่ปกติ 40 กม. ใช้เวลา 60 นาที
จับดร็อปล่างขี่คนเดียวได้เวลา 59:44 วินาที
ขี่หมกตูด 40 กม. เวลา 60 นาที
พอมาจับดร็อปล่างใช้เวลา 59:41 วินาที
แปลว่าผมของแอโร่ทั้งหลาย*มีสมมุติฐาน*ส่งผลมากกว่าในการขี่กลุ่มครับ
ดังนั้นทั้งท่าขี่ เฟรม ล้อ ทั้งหลายเหล่านี้ยิ่งช่วยเซฟแรงได้ดีกว่าเมื่อเราหมกในกลุ่ม ดีกว่าการขี่คนเดียว
ดังนั้น ใครที่คิดว่าหมกแล้วรถแอโร่กับรถทั่วไปจะเซฟแรงพอๆกันก็น่าจะคิดผิดล่ะครับ เพราะรถแอโร่จะยิ่งสร้างคงามต่างเสียยิ่งกว่าเวลาฉายเดี่ยวออกไปเจอดจรัสอยู่ด้านหน้าเสียอีก
ตามโจทย์นี้บอกว่า"ยิงหน้าเส้น" หรือสปรินท์เป็นฝูง หรือทั้งก้อนหน้าเส้นแล้วเราไปตีหัวเค้า แสดงว่า ขี่มาวัดกันว่าใคร"เหลือ"มากกว่า
แถมผมอนุมานเอาเองว่าความเร็วต้อสูงกว่า 45 แน่นอน (ไม่นับหน้าเส้นขึ้นเขา) ที่ความเร็วนี้เกิดอะไรขึ้น?? ผมขอเบรคไว้ก่อนครับ
มาดูรถทั่วไป กลุ่มขี่มาที่ความเร็วราวๆ 38 สบายๆเกมส์กำลังเหมาะ ยิงออกไป อาศัยน้ำหนักเบากว่าได้เรปียบ เป็นผลแน่ครับเปิดระยะได้ดีแน่นอน เพราะน้ำหนักที่เบากว่าเปิดระยะได้ง่าย แต่ถ้าซวยโดนกลุ่มเค้าดองเค็มแถมแรงไม่ได้ถึงพอ ซักพักก็จะตายไปเองเพราะมันต้องมีแรงดีในระดับหนึ่งเลย ยิ่งถ้ากลุ่มเค้าร่วมมือกันจับดองค่อยๆย่นระยะเข้ามาไปสวมเอาซัก 5 โลกก่อนเส้น รับรองว่ารอดยากครับ
กลับมาที่หน้าเส้น ความเร็วพุ่งขึ้นมาเป็น 45 แล้วก็ยังไม่หมดเท่านั้น ไปถึง 50 ความเร็วสูงจนอากาศที่ไหลผ่านเฟรมไปส่งผลเรื่องแรงต้านแรงฉุดคิดเป็นน้ำหนักหลายกิโล ตรงนี้แหละครับที่เฟรมแอโร่ที่หนักกว่ากัน 2-3 ขีดจะเกิดสภาวะ"พุ่ง"กว่า เพราะเฟรมทั่วไปแม้จะเบากว่าก็จริงแต่หากความเร็วมันสูงจริงๆ พวกแรงฉุดมันเยอะกว่า หน่วงกว่าน้ำหนักที่เบากว่าเค้า แถมยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งฉุดลงมาอีก เรียกว่าไปตีเค้าให้ได้หน้าเส้น วูบแรกอาจจะส่งออกไปได้แต่ถ้าแรงเท่าๆกันก็อาจโดนตีสวนครับ เพราะเฟรมแอโร่ที่ยิ่งเร็วก็ยิ่งพุ่งกว่า เบากว่าด้วยแรงฉุดที่น้อยกว่าจะพุ่งออกไปได้มากกว่า
ดังนั้นตามโจทย์นักตีหัวเสนทางปกติแล้วไซร้ ด้วยทั้งการออมแรงและการทะยานออกไปเอาเส้นชัย ผมส่งเฟรมแอโร่เข้ามาก่อนครับ แต่ต้องเป็นเฟรมแอโร่ที่เบาและสติฟนะครับ ซึ่งเฟรมแบบนี้ขี่กระด้างเป็นบ้าครับถึงไม่กระดอนอะไรมากมายแต่ทำไมไม่รู้ได้ บทจะลล้าก็มาเอาดื้อๆเลย
ด้านบนจากทฤษฏี
ต่อมาประสบการณ์ตรง เปลี่ยนจากเฟรมทั่วไปอย่าง SL3 มาเป็น Propel พบว่าถ้าขยันยิง สร้างสรรค์เกมส์ ยิง หนี รวบ ยิงอีก SL3 ดกว่ามากๆครับ ยิงไม่หน่วงมาก แต่ Propel ยิงทีเหนื่อยยิ่งถ้าไม่ได้เร็วมาก ยิง เปิดระยะกว่าจะได้ต่อให้รถมันไปเดี่ยวได้ดีแต่ก็ต้องอาศัยแรงหนีที่ไม่น้อยถึงจะสามารถลากเดี่ยวเปอร์ซูทได้เปรียบได้ แถมถ้าความคิดสร้างสรรค์มาก รวบแล้วเอาอีก แบบนี้น้ำลายเหนียวครับ
แต่ถ้าขี่มาดีๆ เก็บแรงเอาไว้ จะพบว่าเฟรมแบบนี้มันมีผลดีทำให้แรงเราเหลือมากกว่าที่หน้าเส้น พอยกปุ๊บสามารถอัดออกไปได้แรงกว่าปกติ คิดซะว่าเป็นการรวมกระสุนน้อยๆมาเป็นปืนใหญ่แล้วกันครับ แถมยิ่งเร็วยิ่งบินอีกต่างหาก ใครขี่เฟรมแอโร่แล้วสปรินท์ที่ 48-50 ขึ้นไปจะรู้สึกทะยานมากๆ ในขณะที่สมัยขี่ SL3 สปรินท์ 50 โคตรเหนื่อยครับเอาแค่รักษาความเร็วก็ตายแล้วถ้ามีคนสวนหรือต้องไล่นี่ใจต้องแกร่งมากๆ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/