Acyclist เขียน:teklorentina เขียน:chayanat เขียน:
ดูยังไงหรอครับตารางนี้

ขอบคุณครับ
ตารางนี้มาจากการทดสอบโดยนิตยสาร Tour Magazin ของเยอรมัน บทความมี copy บนเว็บของ Cervelo ด้วย (เพราะ Cervelo S5 ได้ที่หนึ่ง

) โหลดไว้อ่านได้ครับ
http://www.cervelo.com/media/docs/Tour- ... 944f-2.PDF
เขาอธิบายไว้ตามนี้ครับ
Test.gif
ช่วยสรุปคร่าวๆ เผื่อคนสนใจแต่ไม่คล่องภาษา การทดสอบนี้เพื่อจะดูว่าเฟรมตัวไหนจะไปได้เร็วที่สุด (เทียบระหว่างเฟรมกลุ่มแอโร่ อยู่ฝั่งซ้าย และ เฟรมกลุ่มน้ำหนักเบา อยู่ฝั่งขวา ของหลายๆยี่ห้อ เอามากลุ่มละหนึ่งรุ่น) โดยเอาทุกเฟรมเข้าอุโมงค์ลมทดสอบหาค่าแรงต้านอากาศ โดยใช้หุ่นทดสอบนั่งปั่นจักรยาน (dummy) ตามมุม yaw ต่างๆ และยังเก็บข้อมูลอื่นๆ ด้วยทั้ง น้ำหนัก ความมั่นคงในการขี่ การส่งกำลัง ความสติฟ ความสบาย ฯลฯ เมื่อได้ข้อมูลทั้งหมด ก็เอามาทำการจำลอง (simulation) บนเส้นทางภูเขาหน่อย โดยกำหนดข้อมูล ปั่นคนเดียวที่กำลังคงที่ 200 วัตต์ ระยะทางทั้งหมด 100 กิโลเมตร และไต่ความสูงรวม 2000 เมตร (total elevation gain) ผลก็ Cervelo S5 VWD เข้าวิน ตามตารางแสดง และโดยรวมกลุ่มเฟรมแอโร่ดูจะทำเวลาได้ดีกว่ากลุ่มเฟรมน้ำหนักเบา (อย่าลืมว่าไม่ได้ทางเรียบล้วน)
ในความเห็นผม เฟรมแอโร่ตอนนี้ที่อยู่ในตลาดส่วนมาก ยังเป็นเวอร์ชั่นแรก Aero 1.0 เพิ่งออกมากันได้ไม่กี่ปี เช่น S5, Venge, Propel ผลการทดสอบก็พอหาอ่านกันได้ตามที่ต่างๆ ว่าเฟรมตัวนั้นเร็วเท่านั้นเท่านี้ เพราะแหวกลมได้ดีกว่าเฟรมทรงปกติ ความเร็วสูงเลยรู้สึกไหลดี รักษาความเร็วสูงได้ง่ายกว่า ใช้แรงน้อยกว่าปกติ แต่ส่วนใหญ่ก็จะเจอข้อเสียเปรียบของเฟรมแอโร่หลักๆ คือ ไม่สติฟเท่าเฟรมท่อทรงปกติ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเขา ส่วนหนึ่งเพราะทรงท่อเฟรมแอโร่ มักจะแบนกว่าทรงปกติให้แหวกลมดี, น้ำหนักเฟรมมากกว่าเพราะต้องใช้วัสดุเยอะกว่า, และความสบายมักจะสู้เฟรมปกติไม่ได้ บางตัวก็อาจจะแข็งเกินไปจนขี่ไม่สบาย ซึ่งแต่ละบริษัทก็ทราบ feedback เป็นอย่างดี บางยี่ห้อก็ออกมาหรือกำลังจะออกเวอร์ชั่นใหม่ Aero 2.0 เช่น New S5, Aeroad CF SLX ที่มักจะโฆษณาว่าดีขึ้นกว่าตัวเก่า Aero 1.0 เช่น สติฟขึ้นกว่าเดิม xx %, เฟรมน้ำหนักเบาลง, ขี่สบายขึ้น และที่สำคัญต้องแอโร่กว่าเดิมด้วย

ในอนาคต Aero 3.0 หรือ Aero 4.0 อาจจะทำให้กลุ่มเฟรมน้ำหนักเบาสำหรับขึ้นเขาหายไปเลยก็ได้ กลายเป็นเฟรมแอโร่หมด เพราะทำได้เบาและสติฟไม่แตกต่างกันนัก
ขอเพิ่มเติมเผื่อใครยังไม่เคยเห็นอันนี้ สเปทดสอบเทียบระหว่างอุปกรณ์ของเขาเอง (คิดต่อระยะทาง 40 กม.)
เสื้อผ้า หลวม --เปลี่ยนมาใช้--> เสื้อผ้ารัดรูป ประหยัดเวลาได้ 45 วินาที
หมวก Prevail --เปลี่ยนมาใช้-->หมวก Evade ประหยัดเวลาได้ 42 วินาที
ล้อ ขอบต่ำ --เปลี่ยนมาใช้--> ล้อขอบสูง 60 มม. (Roval CLX60) ประหยัดเวลาได้ 34 วินาที
เฟรม Tarmac --เปลี่ยนมาใช้--> เฟรม Venge ประหยัดเวลาได้ 59 วินาที
จากอุปกรณ์กลุ่มนี้ที่เขาทดสอบ เฟรม > เสื้อผ้า > หมวก > ล้อ ในอีกคลิปนึงเขาทดสอบการโกนขนขา ช่วยประหยัดได้เฉลี่ย 70 วินาที มากกว่าเฟรมอีก

คลิปทดสอบของ specialized ตัวนี้ทำออกมาค้านกับที่ตัวเองเคยทดสอบในเวโลโดรมครับเมื่อนานมาแล้ว สมัยที่เฟรมแอโร่ยังไม่กำเนิด พบว่า
ถ้าไม่นับท่าชี่ที่ได้จากแอโร่บาร์ ล้อ ได้มากสุด ต่อมาเสือผ้าหมวกหน้าผม สุดท้ายคือเฟรม ตอนนั้นทดสอบเฟรมธรรมดากับเฟรมไทม์ไทรอัลด้วซ้ำ
เรียนตามตรง .... คลิปนี้ผมดู แล้วพาลรู้สึกว่า "เอ็งจะขาย venge"
เรื่องเฟรมแอโร่ gen 3 เป็นต้นไป ผมเชื่อว่า ....ต่อไปจะแตกเป็น 3 สายครับ เมื่อ UCI เอากติกา 6.8 kg ออกไปแล้ว
1.เฟรมแอโร่จ๋า สำหรับกลุ่มทางราบและสปรินท์เตอร์
2.เฟรมครอบจักรวาล ได้หมดทุกที่แต่ไม่ดีสุดซักทาง สำหรับ GC contender
3.เฟรมเบาเทพๆ มหาเบา เช่น Trek Emonda สำหรับพวก pure climber และเสตจเขาได้เสีย
....เผลอๆ เฟรมแอโร่จ๋าจะตายหายไปแน่ๆครับ ....เพราะผลต่างจากความแอโร่จ๋ามันออกมาน้อยมากๆอย่างที่เห็น ทาง specializd เองเคยออกมาสัมภาษณ์ว่า
"รปทรงของ venge ถือว่าสมบูรณ์แล้วในด้านการประนีประนอมความแอโร่กับน้ำหนักและความแข็ง ส่วน McLaren นั้นเน้นที่การออกแบบการใช้คาร์บอนให้ดีขึ้น จัดเรียงเส้นใยใหม่ ทำให้ได้ความแข็งมากขึ้นและเบาลงอีก 100g"
มันฟ้องว่า รูปทรงอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปมากอีกแล้วใน gen ต่อๆไปแต่จะไปเน้นที่การพัฒนาเรื่องอื่น
ในขณะที่มีเฟรมกลุ่ม"ทั่วไป" ที่กระโดดมาใส่ความเด่นเรื่องแอโร่ เช่น Dogma F8 โผล่มาในกระบุงด้วย ...คล้ายๆกับที่ Madone 7 เป็น คือ ... ไม่ได้เน้นแอโร่มากแต่เอาแอโร่มาเสริมเท่านั้น ผมว่าแนวนี้ น่ากลัวจะมาแรง
เอาเข้าจริงๆแล้ว venge เองไม่ได้จัดว่าเป็นพวกแอโร่จ๋าๆ ถ้าเฟรมที่แอโร่จ๋ามากๆหน้าตามันฟ้องอย่าง S5, Noah, TMR, Propel กลุ่มนี้คือกลุ่มที่ชูธงแอโร่มาก่อนเลย ส่วนกลุ่ม Venge, NeilPryde พวกนี้คล้ายกับแค่นำเอาแอโร่มาใส่บุคลิกเฟรมเฉยๆ
ซึ่งผมเห็นด้วยว่าหากจะเลือกเฟรม "แอโร่" ลองคิดดูว่าต้องการแอโร่"ขนาดไหน" ด้วยครับ
อย่างที่ถกกันมายาวนาน สรุปได้แน่นอนว่าไม่มีเฟรมแอโร่ตัวไหนที่"ครบ" ยิ่งแอโร่มากก็ยิ่งเสียด้านอื่นไปมากเช่นกัน
อีกประการนะครับ ...เรื่องแอโร่นั้น แม้จะมีวิธีการประเมินในอุโมงค์ลมกันก็ตาม แต่พบว่าแต่ละค่ายเองมีรายละเอียดในการควบคุมตัวแปรต่างกันไป ทำให้เมื่อวัดกันจริงๆยังไม่สามารถหาคำยุติได้เลยว่า"ใครแอโร่กว่า" ตัวสภาพห้องทดลอง ขนาดของอุดมงค์ลมก็ยังเป็นที่สงสัยกันอยู๋ว่าเหมาะสมหรือไม่ อุโมงค์ลมที่เพดาสูงพอกับคนขี่(หรือหุ่นดัมมี่) มีไม่กี่ที่ (ที่สูงพอจะไม่รบกวนกระแสอากาศ) ทางด้านความกว้างก็มีปัญฆาว่าเมื่อเอียงมุมแล้วด้านข้างยางกว้างไม่พอ แต่ตัวที่สำนัก TOUR ทำนี้ฮือฮาวงการที่สุดด้วยจำนวนเฟรมที่นำมาทดสอบ เพียงแต่ protocal ในการทดสอบไม่เป็นที่ยอมรับครับ มีรายละเอียดเยอะที่บรรดาสาวกแอโร่ฝัร่งนั่งเถียงกันเช่น ... การจำลองเนินเขาทำด้วยอะไร? แรงต้านหรือองศารถเปลี่ยน?? ใบพัดทำงานตอบสนองกับความเร็วรถแค่ไหน??? เมื่อขึ้นเขาลมช้าลงสอดคล้องหรือไม่ แม้แต่ ใส่แรง 200 วัตต์ไปที่รถ .. ใส่ด้วยอะไร? หุ่นดัมมี่มันขี่จักรยานไม่ได้ ถ้ามีอุปกรณ์ไปใส่แรงที่เฟรม มันก็กวนกระแสอากาศอีกอยู๋ดี หรือใช้วิธีหมุนล้อเฉยๆ ถ้าแบบนั้นไม่ได้เป็นการจำลอง 200 วัตต์บนเส้นทางสมมุติแต่เป็นการจำลองความเร็ว
นั่นทำให้ ผลการทดลองดังกล่าวโดนโจมตีไม่น้อยเลยล่ะครับ
โดยส่วนตัวผมเอง ความแอโร่ของเฟรมแอโร่ .... ผมเชื่อใจในทุกค่ายว่าออกแบบทดสอบมาดีแล้ว มันไม่ต่างกันมากหรอกครับ ดูดีๆจะเห็นว่าในกลุ่มเฟรมแอโร่ด้วยกันเอง ติดๆกันต่างกันไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ ของเวลาที่ทำได้ แต่สิ่งสำคัญคือ"ฟิลลิ่ง"ที่ต่างไปต่างหากที่ควรต้องรู้ เฟรมแอโร่บางตัวก็ฟิลลิ่งใกล้รถเสือหมอบ เฟรมบางตัวก็ใกล้รถไทม์ไทรมากซึ่งก็ดีกันคนละด้าน ถ้าเฟรมหนักเท่ากันสติฟพอกัน เฟรมที่ได้ฟิลลิ่งเสือหมอบจะไวกว่า เลี้ยวคมคล่องตัว เช่น Venge, TMR ลงเขาหรือวิ่งความเร็วสูงเข้าโค้งถ่ายน้ำหนักนิดเดียวก็ไปแล้ว ซึ่งก็แปลว่าทางตรงๆยาวๆดิ่งลงมายับนิดๆหน่อยๆรถก็ส่ายได้ ส่วนเฟรมที่ได้อารมณ์ไทม์ไทรอัลความเร็วสูงๆลงเขาเข้าโค้งกว้างๆจะนิ่งมากแต่ถ้าเลี้ยวเยอะหักไปหักมาจะต้องพยายามคุมรถดันเอียงมากกว่า น้ำหนักศูนย์ถ่วงสูงกว่าเช่น Propel, Aeroad
ปล.Propel จัดเป็นเฟรมแอโร่ gen 1 ครึ่งครับ

มันจงใจรอดูชาวบ้านแล้วทำออกมาทีหลังเค้าอยู่โข เปิดตัวปี 2013 โน่น ในขณะที่ชาวบ้านมากันแต่ 2008 ก็มี เฟรมแอโร่ส่วนมากหลังไหลมา 2011 ครับ ทำให้ Propel ได้จุดเด่นจากการทดสอบของสำนักที่นำมา ... มีความแอโร่ติดอันดับต้นๆ ในขณะที่น้ำหนักจัดอยู่ในกลุ่มไม่หนัก แถมมี stiffness ทั้งปวงไม่รองชาวบ้านเค้า ที่สำคัญมันออกมาซับแรงได้ดีอีกต่างหาก ทำให้ได้คะแนนรวมแรงแซงหน้าคู่แข่งไป
ณ.ตอนนี้น่าจะมีเฟรมแอโร่เบากว่า 1 กิโลไม่กี่ตัว
อีก 3 ปีผมว่า เฟรมทั่วไปที่น้ำหนัก 7 ขีดแต่ได้เรื่องแอโร่มาเสริมด้วย .... จะเป็นทางออกที่น่าจับจองมาก
ปล สุดท้าย
ใจชอบครับ รถดีเทพรีวิวทั่วโลกยกนิ้วว่าชนะเลิศอย่างไร สีไม่โดนทรงไม่ได้ ก็ขี่ไม่สนุก รถจะขี้เหร่ใครว่าอย่างไรไม่รู้แต่กูชอบ ขี่เช้า ขี่เย็น สุขภาพดีสมกับที่ซื้อมา
ซื้อรถมาขี่ครับไม่ได้มาเอาใจเพื่อนๆ
