กระดานข่าว กันยายน 2552 ครับ
ผู้ดูแล: อ.ตั้ม
กฏการใช้บอร์ด
ชมรม ชุมเสือบ้านคลอง พิษณุโลก
ที่อยู่ แยกบ้านคลอง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000
ผู้ดูแล อ.ทวีศักดิ์ ตันอร่าม โทร 081-887-4233
ชมรม ชุมเสือบ้านคลอง พิษณุโลก
ที่อยู่ แยกบ้านคลอง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000
ผู้ดูแล อ.ทวีศักดิ์ ตันอร่าม โทร 081-887-4233
- เสือหางยาว x
- ขาประจำ
- โพสต์: 367
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2009, 10:49
- Tel: 0892715451
- team: ชุมเสือบ้านคลอง
- Bike: khs
- ตำแหน่ง: พิษณุโลก
Re: กระดานข่าว กันยายน 2552 ครับ
บอมครับ...เกรงใจกันบ้างซิ ให้รู้ว่าใครเป็นไผ อิอิ...
- เสือเกตุ
- ขาประจำ
- โพสต์: 979
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2008, 10:42
- Tel: 055258868
- team: MTB.BANKLONG TEAM
- Bike: KHS.Alite Team/Terk 8500 ZR
Re: กระดานข่าว กันยายน 2552 ครับ
มันจะดีเหรอคับเสือหางยาว xxx น้องบอม xxxxx เรามาปั่นจักยานให้หาย X กันดีกว่าเอาธรรมเข้าข่มก่อนออกพรรษา 
- เสือแสนย์
- ขาประจำ
- โพสต์: 1554
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 พ.ค. 2009, 03:58
- Tel: 086-9307203
- team: ชุมเสือบ้านคลองพิษณุโลก
- Bike: Specialized Rockhopper A1
Re: กระดานข่าว กันยายน 2552 ครับ
- ไฟล์แนบ
-
- 78aq5.jpg (51.31 KiB) เข้าดูแล้ว 787 ครั้ง
- บอมครับ
- ขาประจำ
- โพสต์: 427
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 10:35
- team: บ้านคลองทีม พิษณุโลก
- Bike: Twitter 7800
Re: กระดานข่าว กันยายน 2552 ครับ
พี่แสนครับผมว่าพี่เข้าใจอารายผิดหรือปล่าวครับ พี่ๆและผมกำลังพูดถึงทนายใหม่ที่มาฝึกงานที่สำนักงานน้าเทพอยู่นะครับ มิใช่ นศ.ฝึกงานนะครับ
- เสือแสนย์
- ขาประจำ
- โพสต์: 1554
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 พ.ค. 2009, 03:58
- Tel: 086-9307203
- team: ชุมเสือบ้านคลองพิษณุโลก
- Bike: Specialized Rockhopper A1
Re: กระดานข่าว กันยายน 2552 ครับ
- ups
- ขาประจำ
- โพสต์: 973
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ย. 2008, 08:27
- Tel: 084-2255291
- ตำแหน่ง: " PHITSANULOK "
Re: กระดานข่าว กันยายน 2552 ครับ
วันนี้ แอร์พอร์ต จัดงานวันเกิดของคนเดือน กย. เรียนเชิญพี่ๆชุมเสือบ้านคลองทุกท่านร่วมงาน HBD ณ.สนามบินใหม่ ที่เดิม เวลาเดิมครับ แล้วเจอกันตอนเย็นครับ 
- kunyai
- ขาประจำ
- โพสต์: 539
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มี.ค. 2009, 14:30
- Tel: 085-7269529
- team: ชุมเสือบ้านคลอง พิษณุโลก
- Bike: Specialized S-WORKS M5
Re: กระดานข่าว กันยายน 2552 ครับ
กลุ่มบ้านคลอง เราคงไปงานวันเกิดที่แอร์พอร์ต หลายคนนะครับ
วันนี้กะว่าจะเริ่มออกปั่นแล้ว แต่ยังดูอาการเมื่อจับจักรยานขี่แล้ว ช่วงตอนหักเลี้ยวซ้าย-ขวา ยังตึงและปวดขัดที่หัวไหล่-ไหปลาร้าอยู่ เลยตัดสินใจยังไม่ปั่น ยากินก็หมดแล้ว รอวันศุกร์นี้ไปพบหมอตามนัดก่อน อาการคงดีขึ้นกว่านี้ จะปั่นหรือไม่ค่อยตัดสินใจอีกที มาถึงวันนี้ 18 วันแล้วนะ น่าเบื่อเหมือนกันทำไมหายช้าจัง ทีแรกกะว่า 2 อาทิตย์ก็หายนะเรา..เอ้า..แก้เซ็ง..เบื่อๆ..จัดรูปให้ชมไปพลางๆก็แล้วกันครับ...
วันนี้กะว่าจะเริ่มออกปั่นแล้ว แต่ยังดูอาการเมื่อจับจักรยานขี่แล้ว ช่วงตอนหักเลี้ยวซ้าย-ขวา ยังตึงและปวดขัดที่หัวไหล่-ไหปลาร้าอยู่ เลยตัดสินใจยังไม่ปั่น ยากินก็หมดแล้ว รอวันศุกร์นี้ไปพบหมอตามนัดก่อน อาการคงดีขึ้นกว่านี้ จะปั่นหรือไม่ค่อยตัดสินใจอีกที มาถึงวันนี้ 18 วันแล้วนะ น่าเบื่อเหมือนกันทำไมหายช้าจัง ทีแรกกะว่า 2 อาทิตย์ก็หายนะเรา..เอ้า..แก้เซ็ง..เบื่อๆ..จัดรูปให้ชมไปพลางๆก็แล้วกันครับ...
- ไฟล์แนบ
-
- 2.jpg (63.65 KiB) เข้าดูแล้ว 697 ครั้ง
-
- 1.jpg (65.61 KiB) เข้าดูแล้ว 694 ครั้ง
- ตี๋ท่าบ่อ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7354
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:42
- Tel: 086-5521599 856-20-54100356
- team: SDL บ้านคลอง มิตรภาพลำโขง เมืองท่าบ่อ หนองคาย
Re: กระดานข่าว กันยายน 2552 ครับ
มาแวะพัก ดูกระทู้บ้านคลองให้หายเหนื่อยจากงาน Car Free day ที่ท่าบ่อครับ
- เสือเทพ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7165
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2008, 23:35
- Tel: 0815969502
- team: ชุมเสือบ้านคลองพิษณุโลก
- Bike: CANNONDALE F3 + groupset dura ace หมอบTIME RXRS VIP + ZIPP 404 + groupset sram red
- ตี๋ท่าบ่อ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7354
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:42
- Tel: 086-5521599 856-20-54100356
- team: SDL บ้านคลอง มิตรภาพลำโขง เมืองท่าบ่อ หนองคาย
Re: กระดานข่าว กันยายน 2552 ครับ
สุดๆเลยพี่เทพ..ดันจัดช่วงบ่ายๆ ร้อนสุดๆ ....5555
คลิ๊กที่นี้ชมภาพที่ท่าบ่อครับ
คลิ๊กที่นี้ชมภาพที่ท่าบ่อครับ
- เสือหางยาว x
- ขาประจำ
- โพสต์: 367
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2009, 10:49
- Tel: 0892715451
- team: ชุมเสือบ้านคลอง
- Bike: khs
- ตำแหน่ง: พิษณุโลก
Re: กระดานข่าว กันยายน 2552 ครับ
ดูจากรูปแล้ว ท่าบ่อจัดได้ดีเยี่ยม มีการจัดกิจกรรมทำแผนที่ เตรียมการได้ดีเยี่มครับตี๋ท่าบ่อ
แล้วพบกันกลางเดือน ต.ค.ครับ
แล้วพบกันกลางเดือน ต.ค.ครับ
- เสือแสนย์
- ขาประจำ
- โพสต์: 1554
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 พ.ค. 2009, 03:58
- Tel: 086-9307203
- team: ชุมเสือบ้านคลองพิษณุโลก
- Bike: Specialized Rockhopper A1
Re: กระดานข่าว กันยายน 2552 ครับ
ตี๋ท่าบ่อ เขียน:ทริปหลวงพระบาง 18-24 ตุลาคม 2552
....การเตรียมตัวให้พร้อมในการเดินทางไกล.....
๑. ต้องมีความพร้อมของร่างกายและมีประสบการณ์ปั่นจักรยาน
ได้อย่างน้อยวันละ 30-40กิโลเมตร
๒. มีมนุษย์สัมพันธ์และสามารถปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นหรือผู้ร่วมเดินทางได้ดี
๓. รู้จักการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและดูแลตนเองในสถานการณ์ยากลำบากได้พอสมควร
๔. ร่วมรักษาภาพพจน์และเอกลักษณ์ไทย มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้ร่วมทาง
๕. ยินดีปฏิบัติตามเสียงสมาชิกส่วนใหญ่
........อุปกรณ์ที่ผู้ร่วมเดินทางต้องเตรียมไปเอง ....
๑. จักรยานเสือภูเขา
๒. สูบลม, กระติกน้ำ, ชุดปะยางและปะแจซ่อมแบบพกพา
๓. เป้เพื่อใส่สัมภาระ
๔. ไมล์วัดระยะทางปั่น
๕. ยางในรถจักรยานสำหรับขนาดของล้อรถตัวเอง ๑ เส้น
๖. ที่ตัดต่อโซ่
๗. หมวกกันน็อค, ไฟหน้า, ไฟท้ายรถ
๘. ไฟฉายติดตัว, เทียนไข, ไฟแช๊ค, มีดพก, รองเท้าแตะ, ผงซักฟอก
๙. ถุงพลาสติกใหญ่สำหรับรองใส่เสื้อผ้าก่องลงเป้สัมภาระ
๑๐. เสื้อกันหนาวและถุงเท้า/หมวกไหมพรมสำหรับกันหนาว
๑๑. ยาสามัญและยาประจำตัว
๑๒. เสื้อผ้าที่แห้งง่าย น้ำหนักเบา
๑๓. ต้องคิดเสมอว่าจะพยายามพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด
๑๔. ควรเตรียมแผนการปั่นและศึกษาข้อมูลแผนที่เส้นทางปั่นก่อนออกเดินทางเสมอ
๑๕. ตรวจสอบรถจักรยาน, เครื่องมือจักรยาน และเป้สัมภาระทั้งก่อนออกเดินทางและเสร็จสิ้นการเดินทาง ของแต่ละวัน
๑๖. ต้องปฏิบัติตามกฎจราจรของประเทศนั้นๆ และยึดถือกฎแห่งความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
เช่น ตามช่องทาง, ปั่นชิดขอบทาง, หรือไม่ปั่นเข้ากลางถนน รวมทั้งการให้สัญญาณเลี้ยวหรือการแซงขึ้นหน้า
๑๗.ควรเติมน้ำให้เต็มกระติกน้ำไว้เสมอทุกครั้งที่มีโอกาส
๒๘.ไม่ควรหักโหมหรือเร่งการปั่นจักรยานในช่วงเริ่มออกตัว
๒๙.ควรสลับตำแหน่งนำหน้าและหลังกันเป็นระยะ เพื่อผู้ตามหลังจะช่วยตรวจสอบสภาพรถและอุปกรณ์ของคันด้านหน้า
๒o.เมื่อปั่นเข้าทางแยกต้องแน่ใจว่าเพื่อร่วมทาง ที่ตามหลังมารู้ดีว่าคุณปั่นเข้าทางแยกใด ถ้าไม่แน่ใจให้ทำเครื่องหมายสังเกตหรือรอเพื่อนร่วมทางก่อน
๒๑.ทักทายหรือทำความคุ้นเคยกับเพื่อนร่วมทาง รวมทั้งชาวบ้าน และเตรียมขนมสำหรับแจกเด็กๆ ระหว่างทาง
๒๒.อย่างน้อยต้องมีอาหารหรือเสบียงอาหารสำหรับหนึ่งมื้อ ของตัวเองเสมอ ในระหว่างปั่นทางไกลในเป้สัมภาระ
๒๓.พยายามจดจำเส้นทางที่ผ่านมาและควรรู้เสมอว่าคุณกำลังปั่นอยู่ในตำแหน่งใดของพื้นที่
ข้อมูลจากพี่เสียวภูธร
- เสือเทพ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7165
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2008, 23:35
- Tel: 0815969502
- team: ชุมเสือบ้านคลองพิษณุโลก
- Bike: CANNONDALE F3 + groupset dura ace หมอบTIME RXRS VIP + ZIPP 404 + groupset sram red
Re: กระดานข่าว กันยายน 2552 ครับ
ครับพี่ตี๋ท่าบ่อ ดูแล้วจัดได้สนุกดีครับ...
ผมมีข้อมูลว่า..เมืองท่าบ่อ..เป็นเมืองที่น่าอยู่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของเมืองไทยเลยครับ...
สทพ.ได้ทำการจัดอันดับเมืองน่าอยู่จากทั่วประเทศ เมื่อปลายปีที่แล้ว(2551) โดย"เมืองน่าอยู่-ชุมชนน่าอยู่" ในความหมายของ"ดัชนีความน่าอยู่"ของเมืองนี้ หมายถึง เทศบาลที่น่าอยู่สำหรับประชากรผู้อยู่อาศัยและผู้ท่องเที่ยวผ่านทาง ทั้งในมิติความปลอดภัย มิติความสะอาด มิติความมีคุณภาพชีวิตที่ดี มิติการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล และมิติความเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม รวมเป็น 5 มิติในการพิจารณาตัวชี้วัด โดยได้ทำการวิเคราะห์ดัชนีความน่าอยู่ของเทศบาลเมือง 124 แห่ง ทั่วประเทศ ผลปรากฏว่ามี 10 เมืองน่าอยู่ที่ติดอันดับดังต่อไปนี้
อันดับ 10 "เมืองท่าบ่อ จ.หนองคาย" เมื่อปี พ.ศ. 2538 เป็นปีที่ได้มีการจัดตั้งเมืองท่าบ่อครบ 100 ปี ท่าบ่อหรือท่าบ่อเกลือในอดีต ได้รับการยกฐานะเป็นเมืองท่าบ่อในรัชกาลที่ 5 อาชีพหลักของประชาชนชาวท่าบ่อคือทำการเกษตรกรรมและการประมง
เมืองนี้มีหมู่บ้านประมงที่มีชื่อเสียงอยู่ที่ ต.กองนาง มีหมู่บ้านทำยาสูบ หมู่บ้านทำแผ่นกระยอที่ใช้ทำปอเปี๊ยะ มีหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารวัดศรีชมภูองค์ตื้อ บ้านน้ำโมง ตำบลน้ำโมง พระพุทธรูปเก่าแก่สร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เมื่อปี พ.ศ. 2105 เป็นศูนย์รวมใจคนท่าบ่อ
อันดับ 9 "เมืองกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ" หากเอ่ยชื่อเมืองกันทรลักษ์ อาจจะไม่คุ้นเคยกันสักเท่าไหร่ แต่ถ้าบอกว่า เป็นที่ตั้งของเมืองทางขึ้นสู่ "ปราสาทพระวิหาร"(กรณีพิพาทที่ไม่รู้เมื่อไหร่จะจบระหว่างไทย-กัมพูชา)เชื่อว่าหลายคนต้องร้องอ้อ...กันแน่นอน
เมืองกันทรลักษ์เป็นเมืองชายแดน ที่มีความกลมกลืนทั้งทางด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของกันทรลักษ์คือ ผามออีแดง หน้าผาสูงราว 500 เมตร แบ่งเขตแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งปัจจุบันได้รับผลจากกรณีพิพาทพระวิหารทพให้ผามออีแดงต้องปิดไปโดยไม่มีกำหนด
อันดับ 8 "เมืองนครพนม" นครพนมเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งในประวัติศาสตร์ ในเขตเมืองมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ อาทิ ทิวทัศน์ริมฝั่งโขง ตลาดอินโดจีน รวมถึงตึกรามอาคารบ้านเรือนเก่าที่ได้รับอิทธิพลตะวันตกที่แพร่เข้ามาในช่วง พ.ศ.2440-2460 บน "ถนนสุนทรวิจิตร" ไม่ว่าจะเป็นจวนผู้ว่าฯ หลังเก่า, อาคารโรงเรียนสุนทรวิจิตร, บ้านพักอัยการ, บ้านพักสรรพสามิต ตลอดจนบ้านพักอาศัยริมถนนหลายหลัง อีกทั้งยังมี"วัดนักบุญอันนา หนองแสง" อดีตศูนย์กลางของชาวคริสต์ริมฝั่งโขงอันสวยงาม
ขณะที่ถ้าออกนอกเมืองไปยัง อ.ธาตุพนม ก็จะได้พบกับ"พระธาตุพนม" สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ประชาชนคนไทยต่างเคารพศรัทธา
อันดับ 7 "เมืองแสนสุข จ.ชลบุรี" เทศบาลเมืองแสนสุข หรือ เมืองแสนสุข เป็นองค์การปกครองท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง ห่างจากตัวเมืองชลบุรี ประมาณ 13 กิโลเมตร สถานที่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทยคือ "ชายหาดบางแสน" ห่างจากกรุงเทพมหานครไม่ไกลนัก เพียง 89 กิโลเมตรเท่านั้น
ในปีพ.ศ. 2536 เทศบาลก็ได้รับการยกฐานะเป็นเมืองลักษณะพิเศษ (เมืองท่องเที่ยว) หาดบางแสน ในบริเวณหาดมีเครื่องดื่ม และอาหารทะเลประเภทของกินเล่นหาบมาขาย เช่น ปลาหมึก หอยแมลงภู่ ห่อหมก ฯลฯ มีเก้าอี้ผ้าใบ ลูกยาง ว่ายน้ำให้เช่า มีห้องอาบน้ำจืดไว้บริการ ร้านอาหารหลายแห่งเรียงรายอยู่ริมหาด
อันดับ 6 "เมืองพะเยา" เมืองเก่าแก่อันสงบงามท่ามกลางเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตวัฒนธรรมและธรรมชาติ เมืองนี้มีสถานที่น่าสนใจ อาทิ "วัดศรีโคมคำ" สถานที่ประดิษฐาน"พระเจ้าตนหลวง" พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองพะเยา "กว๊านพะเยา" ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ แหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญที่สุดของภาคเหนือตอนบน
นอกจากนี้ในจังหวัดพะเยายังเป็นจังหวัดที่มีอันซีนไทยแลนด์ถึง 2 แห่ง คือ "วัดพระเจ้านั่งดิน" และ "น้ำตกภูซาง"
อันดับ 5 "เมืองมุกดาหาร" หรือที่ชาวเมืองนิยมเรียกว่า "เมืองมุก" ตามเรื่องเล่าขานที่ว่ามีผู้พบเห็นดวงแก้วสดใสเปล่งปลั่งในขณะที่กำลังสร้างเมือง (พ.ศ.2331)
มุกดาหารเป็นหนึ่งใน "ประตูสู่อินโดจีน" เพราะมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 เชื่อมจังหวัดมุกดาหารกับแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว
เมืองนี้มีสิ่งน่าสนใจ อาทิ "หอแก้วมุกดาหาร" หนึ่งในสัญลักษณ์ของจังหวัดมุกดาหาร "ตลาดสินค้าอินโดจีน" ถ.สำราญชายโขง ศูนย์รวมสินค้าสารพัดอย่าง จากจีน รัสเซีย เวียดนาม ลาว ที่ขนถ่ายผ่านแขวงสะหวันนะเขต
อันดับ 4 "เมืองพิจิตร" เมืองพญาชาละวัน ถิ่นกำเนิดนิทานเรื่อง ไกรทอง เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนล่าง มีความหมายว่า "เมืองงาม" ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดนครสวรรค์กับจังหวัดพิษณุโลก
พิจิตรเป็นเมืองเก่าแก่ ในสมัยสุโขทัยปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชและในศิลาจารึกหลักที่ 8 รัชกาลพระยาลิไท เรียกว่า "เมืองสระหลวง" ซึ่งมีสถานะเป็นหัวเมืองเอกของกรุงสุโขทัย
พิจิตร เป็นที่ตั้งของ "บึงสีไฟ" บึงน้ำจืดขนาดใหญ่แหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนพิจิตร และพิจิตรยังมีอันซีนเมืองไทยอยู่ที่ "วัดโพธิ์ประทับช้าง" ที่สร้างขึ้นโดย พระเจ้าเสือ หรือ พระสรรเพชญ์ที่ 8 แห่งกรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นที่ระลึกถึงมาตุภูมิของพระองค์ อีกด้วย
อันดับ 3 "เมืองน่าน" อีกหนึ่งเมืองในล้านนาตะวันออกที่อุดมไปด้วยวัฒนธรรมที่หลอมรวมจากเทือกเขาสูงถึงพื้นราบ ทำให้เสน่ห์ของเมืองน่านยั่งยืนมาจนถึงทุกวันนี้
ผู้ที่ไปเมืองน่านจะพบกับสถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมอันหลากหลาย อาทิ วัดภูมินทร์ วัดพระธาตุเขาน้อย วัดมิ่งเมือง พระธาตุแช่แห้งพระธาตุคู่เมือง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เป็นต้น
อันดับ 2 "เมืองแม่ฮ่องสอน" เมืองสามหมอก อันสวยงามตามธรรมชาติของเทือกเขาสลับซับซ้อน เมืองนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ อาทิ วัดพระธาตุดอยกองมู สถานที่ประดิษฐานพระธาตุดอยกองมู สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสามหมอก วัดจองคำ วัดจองกลาง โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) อันสวยงามจนได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งใน “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย”อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา – ผาเสื่อ ที่มีปลาพลวงมากมายให้ชื่นชม
ด้วยความน่าสนใจของเมืองอันสงบงามท่ามกลางธรรมชาติแห่งเขา จึงไม่แปลกที่เมืองแม่ฮ่องสอนจะติดอันดับ 2 ของเมืองน่าอยู่ในเมืองไทย
อันดับ1 "เมืองพนัสนิคม จ.ชลบุรี" เทศบาลเมืองพนัสนิคม หรือ เมืองพนัสนิคม ตั้งอยู่ในเขตอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เป็นเทศบาลขนาดกลางมีเนื้อที่ครอบคลุมตำบลพนัสนิคมทั้งตำบล อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 87 กม. ห่างจากตัวเมืองชลบุรี 22 กม.
เมืองพนัสนิคม เป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งเคยรุ่งเรืองเมื่อสมัย 1,000 ปี มาแล้ว หรือสมัยที่ขอมยังเรืองอำนาจอยู่ในอาณาจักรสุวรรณภูมิ
ชาวพนัสนิคมส่วนใหญ่ประกอบอาชีพพาณิชยกรรม และหัตถกรรมที่สร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับชาวพนัสนิคมเป็นอย่างมากคือ "การจักสาน" เช่น กระเป๋า ตะกร้า ฝาชี เครื่องประดับตกแต่งต่างๆ เมืองพนัสนิคม เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่า "เมืองสะอาด" ตามคำขวัญของเมือง โดยมีรางวัลต่างๆ ที่รับรองความสะอาดดังนี้ รางวัลพระราชทาน 3 ปีซ้อน พ.ศ. 2532 - พ.ศ. 2534
และนั่นคือ 10 เมืองน่าอยู่ของไทย ที่แม้จะไม่ใช่เมืองในอุดมคติของใครหลายๆคน แต่ว่าก็เป็นเมืองทรงคุณค่าที่ทำให้รู้ว่า เมืองไทยเรานี้มีเมืองน่าอยู่ไม่เป็นรองชาติใดในโลกเลย.
ผมมีข้อมูลว่า..เมืองท่าบ่อ..เป็นเมืองที่น่าอยู่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของเมืองไทยเลยครับ...
สทพ.ได้ทำการจัดอันดับเมืองน่าอยู่จากทั่วประเทศ เมื่อปลายปีที่แล้ว(2551) โดย"เมืองน่าอยู่-ชุมชนน่าอยู่" ในความหมายของ"ดัชนีความน่าอยู่"ของเมืองนี้ หมายถึง เทศบาลที่น่าอยู่สำหรับประชากรผู้อยู่อาศัยและผู้ท่องเที่ยวผ่านทาง ทั้งในมิติความปลอดภัย มิติความสะอาด มิติความมีคุณภาพชีวิตที่ดี มิติการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล และมิติความเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม รวมเป็น 5 มิติในการพิจารณาตัวชี้วัด โดยได้ทำการวิเคราะห์ดัชนีความน่าอยู่ของเทศบาลเมือง 124 แห่ง ทั่วประเทศ ผลปรากฏว่ามี 10 เมืองน่าอยู่ที่ติดอันดับดังต่อไปนี้
อันดับ 10 "เมืองท่าบ่อ จ.หนองคาย" เมื่อปี พ.ศ. 2538 เป็นปีที่ได้มีการจัดตั้งเมืองท่าบ่อครบ 100 ปี ท่าบ่อหรือท่าบ่อเกลือในอดีต ได้รับการยกฐานะเป็นเมืองท่าบ่อในรัชกาลที่ 5 อาชีพหลักของประชาชนชาวท่าบ่อคือทำการเกษตรกรรมและการประมง
เมืองนี้มีหมู่บ้านประมงที่มีชื่อเสียงอยู่ที่ ต.กองนาง มีหมู่บ้านทำยาสูบ หมู่บ้านทำแผ่นกระยอที่ใช้ทำปอเปี๊ยะ มีหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารวัดศรีชมภูองค์ตื้อ บ้านน้ำโมง ตำบลน้ำโมง พระพุทธรูปเก่าแก่สร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เมื่อปี พ.ศ. 2105 เป็นศูนย์รวมใจคนท่าบ่อ
อันดับ 9 "เมืองกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ" หากเอ่ยชื่อเมืองกันทรลักษ์ อาจจะไม่คุ้นเคยกันสักเท่าไหร่ แต่ถ้าบอกว่า เป็นที่ตั้งของเมืองทางขึ้นสู่ "ปราสาทพระวิหาร"(กรณีพิพาทที่ไม่รู้เมื่อไหร่จะจบระหว่างไทย-กัมพูชา)เชื่อว่าหลายคนต้องร้องอ้อ...กันแน่นอน
เมืองกันทรลักษ์เป็นเมืองชายแดน ที่มีความกลมกลืนทั้งทางด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของกันทรลักษ์คือ ผามออีแดง หน้าผาสูงราว 500 เมตร แบ่งเขตแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งปัจจุบันได้รับผลจากกรณีพิพาทพระวิหารทพให้ผามออีแดงต้องปิดไปโดยไม่มีกำหนด
อันดับ 8 "เมืองนครพนม" นครพนมเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งในประวัติศาสตร์ ในเขตเมืองมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ อาทิ ทิวทัศน์ริมฝั่งโขง ตลาดอินโดจีน รวมถึงตึกรามอาคารบ้านเรือนเก่าที่ได้รับอิทธิพลตะวันตกที่แพร่เข้ามาในช่วง พ.ศ.2440-2460 บน "ถนนสุนทรวิจิตร" ไม่ว่าจะเป็นจวนผู้ว่าฯ หลังเก่า, อาคารโรงเรียนสุนทรวิจิตร, บ้านพักอัยการ, บ้านพักสรรพสามิต ตลอดจนบ้านพักอาศัยริมถนนหลายหลัง อีกทั้งยังมี"วัดนักบุญอันนา หนองแสง" อดีตศูนย์กลางของชาวคริสต์ริมฝั่งโขงอันสวยงาม
ขณะที่ถ้าออกนอกเมืองไปยัง อ.ธาตุพนม ก็จะได้พบกับ"พระธาตุพนม" สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ประชาชนคนไทยต่างเคารพศรัทธา
อันดับ 7 "เมืองแสนสุข จ.ชลบุรี" เทศบาลเมืองแสนสุข หรือ เมืองแสนสุข เป็นองค์การปกครองท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง ห่างจากตัวเมืองชลบุรี ประมาณ 13 กิโลเมตร สถานที่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทยคือ "ชายหาดบางแสน" ห่างจากกรุงเทพมหานครไม่ไกลนัก เพียง 89 กิโลเมตรเท่านั้น
ในปีพ.ศ. 2536 เทศบาลก็ได้รับการยกฐานะเป็นเมืองลักษณะพิเศษ (เมืองท่องเที่ยว) หาดบางแสน ในบริเวณหาดมีเครื่องดื่ม และอาหารทะเลประเภทของกินเล่นหาบมาขาย เช่น ปลาหมึก หอยแมลงภู่ ห่อหมก ฯลฯ มีเก้าอี้ผ้าใบ ลูกยาง ว่ายน้ำให้เช่า มีห้องอาบน้ำจืดไว้บริการ ร้านอาหารหลายแห่งเรียงรายอยู่ริมหาด
อันดับ 6 "เมืองพะเยา" เมืองเก่าแก่อันสงบงามท่ามกลางเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตวัฒนธรรมและธรรมชาติ เมืองนี้มีสถานที่น่าสนใจ อาทิ "วัดศรีโคมคำ" สถานที่ประดิษฐาน"พระเจ้าตนหลวง" พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองพะเยา "กว๊านพะเยา" ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ แหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญที่สุดของภาคเหนือตอนบน
นอกจากนี้ในจังหวัดพะเยายังเป็นจังหวัดที่มีอันซีนไทยแลนด์ถึง 2 แห่ง คือ "วัดพระเจ้านั่งดิน" และ "น้ำตกภูซาง"
อันดับ 5 "เมืองมุกดาหาร" หรือที่ชาวเมืองนิยมเรียกว่า "เมืองมุก" ตามเรื่องเล่าขานที่ว่ามีผู้พบเห็นดวงแก้วสดใสเปล่งปลั่งในขณะที่กำลังสร้างเมือง (พ.ศ.2331)
มุกดาหารเป็นหนึ่งใน "ประตูสู่อินโดจีน" เพราะมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 เชื่อมจังหวัดมุกดาหารกับแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว
เมืองนี้มีสิ่งน่าสนใจ อาทิ "หอแก้วมุกดาหาร" หนึ่งในสัญลักษณ์ของจังหวัดมุกดาหาร "ตลาดสินค้าอินโดจีน" ถ.สำราญชายโขง ศูนย์รวมสินค้าสารพัดอย่าง จากจีน รัสเซีย เวียดนาม ลาว ที่ขนถ่ายผ่านแขวงสะหวันนะเขต
อันดับ 4 "เมืองพิจิตร" เมืองพญาชาละวัน ถิ่นกำเนิดนิทานเรื่อง ไกรทอง เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนล่าง มีความหมายว่า "เมืองงาม" ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดนครสวรรค์กับจังหวัดพิษณุโลก
พิจิตรเป็นเมืองเก่าแก่ ในสมัยสุโขทัยปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชและในศิลาจารึกหลักที่ 8 รัชกาลพระยาลิไท เรียกว่า "เมืองสระหลวง" ซึ่งมีสถานะเป็นหัวเมืองเอกของกรุงสุโขทัย
พิจิตร เป็นที่ตั้งของ "บึงสีไฟ" บึงน้ำจืดขนาดใหญ่แหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนพิจิตร และพิจิตรยังมีอันซีนเมืองไทยอยู่ที่ "วัดโพธิ์ประทับช้าง" ที่สร้างขึ้นโดย พระเจ้าเสือ หรือ พระสรรเพชญ์ที่ 8 แห่งกรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นที่ระลึกถึงมาตุภูมิของพระองค์ อีกด้วย
อันดับ 3 "เมืองน่าน" อีกหนึ่งเมืองในล้านนาตะวันออกที่อุดมไปด้วยวัฒนธรรมที่หลอมรวมจากเทือกเขาสูงถึงพื้นราบ ทำให้เสน่ห์ของเมืองน่านยั่งยืนมาจนถึงทุกวันนี้
ผู้ที่ไปเมืองน่านจะพบกับสถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมอันหลากหลาย อาทิ วัดภูมินทร์ วัดพระธาตุเขาน้อย วัดมิ่งเมือง พระธาตุแช่แห้งพระธาตุคู่เมือง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เป็นต้น
อันดับ 2 "เมืองแม่ฮ่องสอน" เมืองสามหมอก อันสวยงามตามธรรมชาติของเทือกเขาสลับซับซ้อน เมืองนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ อาทิ วัดพระธาตุดอยกองมู สถานที่ประดิษฐานพระธาตุดอยกองมู สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสามหมอก วัดจองคำ วัดจองกลาง โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) อันสวยงามจนได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งใน “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย”อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา – ผาเสื่อ ที่มีปลาพลวงมากมายให้ชื่นชม
ด้วยความน่าสนใจของเมืองอันสงบงามท่ามกลางธรรมชาติแห่งเขา จึงไม่แปลกที่เมืองแม่ฮ่องสอนจะติดอันดับ 2 ของเมืองน่าอยู่ในเมืองไทย
อันดับ1 "เมืองพนัสนิคม จ.ชลบุรี" เทศบาลเมืองพนัสนิคม หรือ เมืองพนัสนิคม ตั้งอยู่ในเขตอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เป็นเทศบาลขนาดกลางมีเนื้อที่ครอบคลุมตำบลพนัสนิคมทั้งตำบล อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 87 กม. ห่างจากตัวเมืองชลบุรี 22 กม.
เมืองพนัสนิคม เป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งเคยรุ่งเรืองเมื่อสมัย 1,000 ปี มาแล้ว หรือสมัยที่ขอมยังเรืองอำนาจอยู่ในอาณาจักรสุวรรณภูมิ
ชาวพนัสนิคมส่วนใหญ่ประกอบอาชีพพาณิชยกรรม และหัตถกรรมที่สร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับชาวพนัสนิคมเป็นอย่างมากคือ "การจักสาน" เช่น กระเป๋า ตะกร้า ฝาชี เครื่องประดับตกแต่งต่างๆ เมืองพนัสนิคม เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่า "เมืองสะอาด" ตามคำขวัญของเมือง โดยมีรางวัลต่างๆ ที่รับรองความสะอาดดังนี้ รางวัลพระราชทาน 3 ปีซ้อน พ.ศ. 2532 - พ.ศ. 2534
และนั่นคือ 10 เมืองน่าอยู่ของไทย ที่แม้จะไม่ใช่เมืองในอุดมคติของใครหลายๆคน แต่ว่าก็เป็นเมืองทรงคุณค่าที่ทำให้รู้ว่า เมืองไทยเรานี้มีเมืองน่าอยู่ไม่เป็นรองชาติใดในโลกเลย.
- ตี๋ท่าบ่อ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7354
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:42
- Tel: 086-5521599 856-20-54100356
- team: SDL บ้านคลอง มิตรภาพลำโขง เมืองท่าบ่อ หนองคาย
Re: กระดานข่าว กันยายน 2552 ครับ
สวัสดีครับพี่หางยาว(3X)ขอขอบพระคุณมากครับ ทำให้ทีมงานท่าบ่อลอยกันหลายท่านเลยครับ.....เสือหางยาว x เขียน:ดูจากรูปแล้ว ท่าบ่อจัดได้ดีเยี่ยม มีการจัดกิจกรรมทำแผนที่ เตรียมการได้ดีเยี่มครับตี๋ท่าบ่อ
แล้วพบกันกลางเดือน ต.ค.ครับ
สวัสดีครับพี่เทพเสือเทพ เขียน:ครับพี่ตี๋ท่าบ่อ ดูแล้วจัดได้สนุกดีครับ...
ผมมีข้อมูลว่า..เมืองท่าบ่อ..เป็นเมืองที่น่าอยู่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของเมืองไทยเลยครับ...![]()
สทพ.ได้ทำการจัดอันดับเมืองน่าอยู่จากทั่วประเทศ เมื่อปลายปีที่แล้ว(2551) โดย"เมืองน่าอยู่-ชุมชนน่าอยู่" ในความหมายของ"ดัชนีความน่าอยู่"ของเมืองนี้ หมายถึง เทศบาลที่น่าอยู่สำหรับประชากรผู้อยู่อาศัยและผู้ท่องเที่ยวผ่านทาง ทั้งในมิติความปลอดภัย มิติความสะอาด มิติความมีคุณภาพชีวิตที่ดี มิติการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล และมิติความเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม รวมเป็น 5 มิติในการพิจารณาตัวชี้วัด โดยได้ทำการวิเคราะห์ดัชนีความน่าอยู่ของเทศบาลเมือง 124 แห่ง ทั่วประเทศ ผลปรากฏว่ามี 10 เมืองน่าอยู่ที่ติดอันดับดังต่อไปนี้
อันดับ 10 "เมืองท่าบ่อ จ.หนองคาย" เมื่อปี พ.ศ. 2538 เป็นปีที่ได้มีการจัดตั้งเมืองท่าบ่อครบ 100 ปี ท่าบ่อหรือท่าบ่อเกลือในอดีต ได้รับการยกฐานะเป็นเมืองท่าบ่อในรัชกาลที่ 5 อาชีพหลักของประชาชนชาวท่าบ่อคือทำการเกษตรกรรมและการประมง
จังหวัดหนองคาย ได้รับการคัดเลือกจากนิตยสาร Moderm Maturity ของอเมริกา "ว่าเป็นแหล่งพักผ่อนที่สองติดอันดับสถานที่ดีที่สุดในโลก สำหรับผู้สูงอายุชาวอเมริกัน"
ซึ่งได้รับการจัดอันดับในลำดับที่ 7 จากเมืองที่ได้รับการจัดอันดับทั้งหมด 15 แห่ง ที่แนะนำให้ผู้อ่านพิจารณาเป็นแหล่งพักผ่อนที่สองนอกจากบ้านตนเอง
จากการสำรวจแหล่งพักผ่อนทั้งหมด 40 แห่ง โดยพิจารณาจากตัวชี้วัด 12 ตัว ได้แก่ลักษณะภูมิอากาศ, ค่าครองชีพ, รายการวัฒนธรรม, สถานที่พัก, ระบบการขนส่ง, การบริการด้านสาธารณสุข,สภาพแวดล้อม, กิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจ, ความปลอดภัย, ความมั่นคงทางการเมือง และเทคโนโลยี
สำหรับเมืองที่ได้รับการจัดอันดับ 10 เมืองแรก มีดังนี้ค่ะ
1. เมืองคอสตาเดลโซล ประเทศสเปน
2. เมืองแซงค์เทียร์ ประเทศอิตาลี
3. เมืองโพรวองซ์ ประเทศฝรั่งเศส
4. เมืองบูแกต ประเทศปานามา
5. เมืองวิเซนต์ เกรนาดีน
6. เมืองเคาร์ตี้แคร์ ประเทศไอร์แลนด์
7. จังหวัดหนองคาย ประเทศไทย
8. เมืองครีท ประเทศกรีซ
9. เมืองแอมแบร์กริส เคร์ ประเทสเบลิตซ์
10. เมืองตูนิส ประเทศตูนีเซีย
การจัดอันดับข้างต้นถูกตีพิมพ์อย่างเป็นทางการในแมกกาซีน Moderm Maturityฉบับเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน
เสือบ้านคลองท่านใด อยากมาอยู่หนองคายบ้างครับ
- เสือหางยาว x
- ขาประจำ
- โพสต์: 367
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2009, 10:49
- Tel: 0892715451
- team: ชุมเสือบ้านคลอง
- Bike: khs
- ตำแหน่ง: พิษณุโลก
Re: กระดานข่าว กันยายน 2552 ครับ
เสือตี๋ครับ ถ้าผมอยู่หนองคาย รับรองคงเข้าไปปั่นฝั่งลาวทุกอาทิตย์แน่เลย
เห็นชมรมท่าบ่อแล้วดูเหนียวแน่นดีนะครับ มีเส้นทางน่าปั่น รถก็ไม่ค่อยมากเหมือนพิษโลก
อิจฉาเสือท่าบ่อจัง
เห็นชมรมท่าบ่อแล้วดูเหนียวแน่นดีนะครับ มีเส้นทางน่าปั่น รถก็ไม่ค่อยมากเหมือนพิษโลก
อิจฉาเสือท่าบ่อจัง
