ป้าตุ๊BJ เปิดทู้คุยกัน ประจำ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2556 แล้วค่ะ....ตค.- พย.-ธค.!!!!!
ผู้ดูแล: ป้าตุ๊BJ, ป้อม วีระชัย ว.
กฏการใช้บอร์ด
ชื่อชมรม BikeJoy 14/31ม.4 ซอยวัดมะพร้าวเตี้ย ถ.สายบางแวก แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม. 10160
ผู้ดูแลบอร์ด
ป้อม วีรชัย ว. 08-1933-3074
wj 086-603-6604
ชื่อชมรม BikeJoy 14/31ม.4 ซอยวัดมะพร้าวเตี้ย ถ.สายบางแวก แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม. 10160
ผู้ดูแลบอร์ด
ป้อม วีรชัย ว. 08-1933-3074
wj 086-603-6604
- HobbitCMC
- ขาประจำ
- โพสต์: 203
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ค. 2013, 18:59
- Tel: 0899446014
- Bike: เขียวเเรงน้อย
- ตำแหน่ง: จรัญฯ 53
- pumin
- ขาประจำ
- โพสต์: 530
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2012, 19:57
- Tel: 0818669348
- team: เสือตะวันตก(เด็กวัง) กาญจนบุรี
- Bike: trek2.5,giant atx pro,sempre
Re: ป้าตุ๊BJ เปิดทู้คุยกัน ประจำ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2556 แล้วค่ะ....ตค.- พย.-ธค.!!!!!
สวัสดีครับ....สาระล้วนๆ 
กาแฟดี Sandy Coffee House suk-sawad 50
- kakarxxx
- สมาชิก
- โพสต์: 59
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ต.ค. 2013, 22:11
- Tel: 0816944023
Re: ป้าตุ๊BJ เปิดทู้คุยกัน ประจำ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2556 แล้วค่ะ....ตค.- พย.-ธค.!!!!!
ผมเพิ่งจัดกล้วยมา 2 หวี เด๋วจัดเต็มคืนนี้เลยครับ อิอิ 
- ป้าตุ๊BJ
- ขาประจำ
- โพสต์: 45497
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 14:08
- team: Bike Joy
Re: ป้าตุ๊BJ เปิดทู้คุยกัน ประจำ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2556 แล้วค่ะ....ตค.- พย.-ธค.!!!!!
นานๆจะมีสาระน่ะHobbitCMC เขียน:โห!! ป้ามาเต็ม
- ป้าตุ๊BJ
- ขาประจำ
- โพสต์: 45497
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 14:08
- team: Bike Joy
Re: ป้าตุ๊BJ เปิดทู้คุยกัน ประจำ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2556 แล้วค่ะ....ตค.- พย.-ธค.!!!!!
สวัสดีครับโหน่ง คิดถึงนะครับ....ได้ปั่นเที่ยวบ้างรึเปล่า....ป้าได้ข่าว ว่าที่กาญฯจะจัดงานรึpumin เขียน:สวัสดีครับ....สาระล้วนๆ
- ป้าตุ๊BJ
- ขาประจำ
- โพสต์: 45497
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 14:08
- team: Bike Joy
Re: ป้าตุ๊BJ เปิดทู้คุยกัน ประจำ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2556 แล้วค่ะ....ตค.- พย.-ธค.!!!!!
งั้นคืนนี้จัดการให้หมดทั้ง 2 หวีเลยกล้าkakarxxx เขียน:ผมเพิ่งจัดกล้วยมา 2 หวี เด๋วจัดเต็มคืนนี้เลยครับ อิอิ
- ป้าตุ๊BJ
- ขาประจำ
- โพสต์: 45497
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 14:08
- team: Bike Joy
Re: ป้าตุ๊BJ เปิดทู้คุยกัน ประจำ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2556 แล้วค่ะ....ตค.- พย.-ธค.!!!!!
อันตราย!!! ดื่มน้ำโคล่าเป็นประจำแล้วทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน
การดื่มน้ำโคล่าเป็นประจำ นอกจากจะทำให้เป็นโรคอ้วน แล้วจากการวิจัยพบว่าผู้หญิงที่ดื่มน้ำโคล่า เช่น Pepsi-Cola or Coca-Colaเป็นประจำจะมีความหนาแน่นของเกลือแร่ในกระดูกลดลงและทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน และยิ่งดื่มมากขึ้นก็จะยิ่งเสี่ยงมากขึ้นตามปริมาณที่ดื่ม
การดื่มน้ำโคล่าเป็นประจำ นอกจากจะทำให้เป็นโรคอ้วน แล้วจากการวิจัยพบว่าผู้หญิงที่ดื่มน้ำโคล่า เช่น Pepsi-Cola or Coca-Colaเป็นประจำจะมีความหนาแน่นของเกลือแร่ในกระดูกลดลงและทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน และยิ่งดื่มมากขึ้นก็จะยิ่งเสี่ยงมากขึ้นตามปริมาณที่ดื่ม
- ไฟล์แนบ
-
- 1384256_619237518117706_924315125_n.png (297.67 KiB) เข้าดูแล้ว 147 ครั้ง
- ป้าตุ๊BJ
- ขาประจำ
- โพสต์: 45497
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 14:08
- team: Bike Joy
Re: ป้าตุ๊BJ เปิดทู้คุยกัน ประจำ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2556 แล้วค่ะ....ตค.- พย.-ธค.!!!!!
ธรรมเนียมการแต่งกายในงานศพ
------------------------------------------------------
พระอาจารย์ กล่าวถึงการแต่งกายในงานศพว่า "ธรรมเนียมการไว้ทุกข์หรือเข้าทุกข์ของคนไทยโบราณ นิยมแต่งกายด้วย "ชุดขาวล้วน" เป็นการไว้ทุกข์แก่ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ รวมถึงการไว้ทุกข์ถวายเจ้านายด้วย
การไว้ทุกข์ด้วยชุดขาวปลอดนี้ บางทีเรียกว่า "เข้าทุกข์ใหญ่" เป็นการไว้ทุกข์เต็มยศแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใส่แขนทุกข์หรือปลอกผ้าสีดำอีก ต่างจากการแต่งเครื่องแบบที่เป็นการแต่งกายตามปกติ แต่ยังไม่ได้ไว้ทุกข์ จึงต้องใส่แขนทุกข์ด้วย
อาตมาพูดมาเป็น ๑๐ ปีแล้ว เห็นเด็กแต่งชุดดำไปงานศพผู้ใหญ่แล้วรู้สึกอย่างไรบอกไม่ถูก "สมัยโบราณคนที่อายุน้อยกว่าไปงานศพผู้ใหญ่กว่าต้องใส่ชุดขาวไป ถ้าหากว่าไปงานศพคนที่เด็กกว่า อายุน้อยกว่า หรือว่ายศต่ำกว่า ถึงใส่ชุดดำได้" อาตมาเห็นมาจนเบื่อแล้ว ตั้งแต่งานพระราชทานเพลิง สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ งานถวายพระเพลิงสมเด็จพระศรีนครินทรา พระบรมราชชนนี งานพระราชทานเพลิง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เห็นแล้วเบื่อสุดๆ ว่าแต่ละคนที่ไปนี่ใหญ่กว่าท่านทั้งนั้นเลย
ต่อให้งานศพทั่วๆ ไปก็เหมือนกัน คนอยู่บนเมรุนั่นอายุ ๖๐ - ๗๐ - ๘๐ ปี เด็กเมื่อวานซืนก็ใส่ชุดดำไป คราวนี้คนรู้ธรรมเนียมอย่างอาตมา พอเห็นแล้วก็สยอง แต่พอว่าไปแล้วเขาก็ไม่ค่อยใส่ใจกัน งานศพที่ วัดท่าขนุน อาตมาเตือนอยู่ ๒ เรื่องทุกครั้ง เรื่องหนึ่งก็คือการไว้ทุกข์ ถ้าคนตายอาวุโสกว่าให้ใส่สีขาวไป อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เราเป็นคนส่งศพ ให้เดินตามโลงศพ ไม่ใช่ไปแย่งพระจูงศพ..!
ส่วนใหญ่สมัยนี้เขาไปแย่งกันจับสายสิญจน์จูงศพ เรื่องของการจูงศพเป็นหน้าที่ของพระของเณร ถ้าจะเดินนำศพจริงๆ อนุญาตให้คนถือรูปผู้ตายกับกระถางธูปเท่านั้น นอกนั้นทุกอย่างไปเดินตามอยู่ข้างหลัง เตือนทุกครั้ง เตือนจนตอนนี้เริ่มเข้าหูแล้ว ถึงเวลาจึงวิ่งไปอยู่ท้ายโลง เพราะถ้าขืนมาหน้าโลงอาจจะโดนด้ามตาลปัตรจากพระอาจารย์..! เคาะกบาลเข้าถึงจะนึกได้
เขาก็บอกชัดๆ แล้วว่า ไปส่งศพ ไม่ได้ไปจูงศพ แล้วบางคนไม่รู้ไม่พอ ดุพระเณรด้วยนะ “ปล่อยสายสิญจน์ยาวๆ หน่อยสิ ไม่พอจูง” ปล่อยให้หมดม้วนก็ไม่พอหรอก เพราะบางงานคนมาเป็นพันเลย อย่างงานศพ ร้อยตำรวจตรีประเสริฐ บุญยงค์ โยมพ่อของท่านนายกเทศมนตรีประเทศ บุญยงค์ แขกเกิน ๒,๐๐๐ คนแน่นอน ถ้าขืนไปจูงศพแล้วจะเอาสายสิญจน์ที่ไหนมาให้จูง ๕๐๐ เมตรก็คงไม่พอ"
"บุคคลที่จะแต่งชุดสีดำ ต้องอาวุโสด้วยวัยวุฒิคืออายุมากกว่า หรืออาวุโสด้วยคุณวุฒิก็คือยศตำแหน่งสูงกว่า อย่างสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี วัยวุฒิและตำแหน่งของพระองค์ท่านสูงมาก บุคคลที่จะแต่งดำได้จริงๆ ปัจจุบันนี้จะมีอยู่แค่ ๔ พระองค์เท่านั้น ก็คือ ในหลวง สมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช แล้วก็สมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพราะว่าพระอิสริยยศสูงกว่า
แต่คราวนี้ในหลวงทรงพระราชทานอิสริยศประดับฉัตร ๗ ชั้น พอได้สัปตปฎลเศวตฉัตรไป ก็เหลือแค่ ๒ พระองค์เท่านั้นที่จะแต่งดำได้ ก็คือในหลวงกับพระบรมราชินีนาถ ความจริงฉัตร ๗ ชั้น พระยศเท่ากับสมเด็จพระราชินีนาถเลยนะ แต่เนื่องจากว่าสมเด็จพระราชินีนาถดำรงตำแหน่งที่สูงกว่า จึงสามารถที่จะแต่งดำได้
เพราะฉะนั้น..ต่อไปชาววัดท่าขนุน ถึงเวลาไปงานศพผู้ใหญ่ให้แต่งสีขาวไป สุภาพเรียบร้อยกว่าเยอะเลย แต่ว่าระยะหลังนี่มีค่านิยมอย่างหนึ่งที่เห็นแล้วหงุดหงิด อยากจะเรียกมาโบกเสียที..! ก็คือพวกที่ไปงานศพแล้วแต่งตัวเป็นแฟชั่น เคยเห็นไหม ? เขาตั้งใจแต่งตัวไปอวดกันจริงๆ นั่นเขาเรียกว่าไม่ดูกาลเทศะ
แต่งตัวอย่างกับจะไปเดินแฟชั่นโชว์ ไม่ดูว่าเป็นงานศพ ต่อให้เป็นชุดขาวชุดดำอะไรก็เถอะ เขาถือว่าไม่ให้เกียรติผู้ตาย จะไปไว้อาลัย ไปเพราะเห็นความดีของท่าน ไปเสริมเกียรติยศของท่าน แต่ดันไปทำตัวเพื่อลดเกียรติยศของท่านเสียนี่
สรุปว่า อาตมาแก่เกินไป ตกยุค เดี๋ยวนี้เขานิยมอย่างนั้น แต่เป็นการนิยมที่ผิดกาลเทศะ"
สนทนากับพระครูวิลาศกาญจนธรรม (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนเมษายน ๒๕๕๕
.
รูปภาพ : ธรรมเนียมการแต่งกายในงานศพ
------------------------------------------------------
พระอาจารย์ กล่าวถึงการแต่งกายในงานศพว่า "ธรรมเนียมการไว้ทุกข์หรือเข้าทุกข์ของคนไทยโบราณ นิยมแต่งกายด้วย "ชุดขาวล้วน" เป็นการไว้ทุกข์แก่ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ รวมถึงการไว้ทุกข์ถวายเจ้านายด้วย
การไว้ทุกข์ด้วยชุดขาวปลอดนี้ บางทีเรียกว่า "เข้าทุกข์ใหญ่" เป็นการไว้ทุกข์เต็มยศแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใส่แขนทุกข์หรือปลอกผ้าสีดำอีก ต่างจากการแต่งเครื่องแบบที่เป็นการแต่งกายตามปกติ แต่ยังไม่ได้ไว้ทุกข์ จึงต้องใส่แขนทุกข์ด้วย
อาตมาพูดมาเป็น ๑๐ ปีแล้ว เห็นเด็กแต่งชุดดำไปงานศพผู้ใหญ่แล้วรู้สึกอย่างไรบอกไม่ถูก "สมัยโบราณคนที่อายุน้อยกว่าไปงานศพผู้ใหญ่กว่าต้องใส่ชุดขาวไป ถ้าหากว่าไปงานศพคนที่เด็กกว่า อายุน้อยกว่า หรือว่ายศต่ำกว่า ถึงใส่ชุดดำได้" อาตมาเห็นมาจนเบื่อแล้ว ตั้งแต่งานพระราชทานเพลิง สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ งานถวายพระเพลิงสมเด็จพระศรีนครินทรา พระบรมราชชนนี งานพระราชทานเพลิง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เห็นแล้วเบื่อสุดๆ ว่าแต่ละคนที่ไปนี่ใหญ่กว่าท่านทั้งนั้นเลย
ต่อให้งานศพทั่วๆ ไปก็เหมือนกัน คนอยู่บนเมรุนั่นอายุ ๖๐ - ๗๐ - ๘๐ ปี เด็กเมื่อวานซืนก็ใส่ชุดดำไป คราวนี้คนรู้ธรรมเนียมอย่างอาตมา พอเห็นแล้วก็สยอง แต่พอว่าไปแล้วเขาก็ไม่ค่อยใส่ใจกัน งานศพที่ วัดท่าขนุน อาตมาเตือนอยู่ ๒ เรื่องทุกครั้ง เรื่องหนึ่งก็คือการไว้ทุกข์ ถ้าคนตายอาวุโสกว่าให้ใส่สีขาวไป อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เราเป็นคนส่งศพ ให้เดินตามโลงศพ ไม่ใช่ไปแย่งพระจูงศพ..!
ส่วนใหญ่สมัยนี้เขาไปแย่งกันจับสายสิญจน์จูงศพ เรื่องของการจูงศพเป็นหน้าที่ของพระของเณร ถ้าจะเดินนำศพจริงๆ อนุญาตให้คนถือรูปผู้ตายกับกระถางธูปเท่านั้น นอกนั้นทุกอย่างไปเดินตามอยู่ข้างหลัง เตือนทุกครั้ง เตือนจนตอนนี้เริ่มเข้าหูแล้ว ถึงเวลาจึงวิ่งไปอยู่ท้ายโลง เพราะถ้าขืนมาหน้าโลงอาจจะโดนด้ามตาลปัตรจากพระอาจารย์..! เคาะกบาลเข้าถึงจะนึกได้
เขาก็บอกชัดๆ แล้วว่า ไปส่งศพ ไม่ได้ไปจูงศพ แล้วบางคนไม่รู้ไม่พอ ดุพระเณรด้วยนะ “ปล่อยสายสิญจน์ยาวๆ หน่อยสิ ไม่พอจูง” ปล่อยให้หมดม้วนก็ไม่พอหรอก เพราะบางงานคนมาเป็นพันเลย อย่างงานศพ ร้อยตำรวจตรีประเสริฐ บุญยงค์ โยมพ่อของท่านนายกเทศมนตรีประเทศ บุญยงค์ แขกเกิน ๒,๐๐๐ คนแน่นอน ถ้าขืนไปจูงศพแล้วจะเอาสายสิญจน์ที่ไหนมาให้จูง ๕๐๐ เมตรก็คงไม่พอ"
"บุคคลที่จะแต่งชุดสีดำ ต้องอาวุโสด้วยวัยวุฒิคืออายุมากกว่า หรืออาวุโสด้วยคุณวุฒิก็คือยศตำแหน่งสูงกว่า อย่างสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี วัยวุฒิและตำแหน่งของพระองค์ท่านสูงมาก บุคคลที่จะแต่งดำได้จริงๆ ปัจจุบันนี้จะมีอยู่แค่ ๔ พระองค์เท่านั้น ก็คือ ในหลวง สมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช แล้วก็สมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพราะว่าพระอิสริยยศสูงกว่า
แต่คราวนี้ในหลวงทรงพระราชทานอิสริยศประดับฉัตร ๗ ชั้น พอได้สัปตปฎลเศวตฉัตรไป ก็เหลือแค่ ๒ พระองค์เท่านั้นที่จะแต่งดำได้ ก็คือในหลวงกับพระบรมราชินีนาถ ความจริงฉัตร ๗ ชั้น พระยศเท่ากับสมเด็จพระราชินีนาถเลยนะ แต่เนื่องจากว่าสมเด็จพระราชินีนาถดำรงตำแหน่งที่สูงกว่า จึงสามารถที่จะแต่งดำได้
เพราะฉะนั้น..ต่อไปชาววัดท่าขนุน ถึงเวลาไปงานศพผู้ใหญ่ให้แต่งสีขาวไป สุภาพเรียบร้อยกว่าเยอะเลย แต่ว่าระยะหลังนี่มีค่านิยมอย่างหนึ่งที่เห็นแล้วหงุดหงิด อยากจะเรียกมาโบกเสียที..! ก็คือพวกที่ไปงานศพแล้วแต่งตัวเป็นแฟชั่น เคยเห็นไหม ? เขาตั้งใจแต่งตัวไปอวดกันจริงๆ นั่นเขาเรียกว่าไม่ดูกาลเทศะ
แต่งตัวอย่างกับจะไปเดินแฟชั่นโชว์ ไม่ดูว่าเป็นงานศพ ต่อให้เป็นชุดขาวชุดดำอะไรก็เถอะ เขาถือว่าไม่ให้เกียรติผู้ตาย จะไปไว้อาลัย ไปเพราะเห็นความดีของท่าน ไปเสริมเกียรติยศของท่าน แต่ดันไปทำตัวเพื่อลดเกียรติยศของท่านเสียนี่
สรุปว่า อาตมาแก่เกินไป ตกยุค เดี๋ยวนี้เขานิยมอย่างนั้น แต่เป็นการนิยมที่ผิดกาลเทศะ"
สนทนากับพระครูวิลาศกาญจนธรรม (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนเมษายน ๒๕๕๕
.
------------------------------------------------------
พระอาจารย์ กล่าวถึงการแต่งกายในงานศพว่า "ธรรมเนียมการไว้ทุกข์หรือเข้าทุกข์ของคนไทยโบราณ นิยมแต่งกายด้วย "ชุดขาวล้วน" เป็นการไว้ทุกข์แก่ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ รวมถึงการไว้ทุกข์ถวายเจ้านายด้วย
การไว้ทุกข์ด้วยชุดขาวปลอดนี้ บางทีเรียกว่า "เข้าทุกข์ใหญ่" เป็นการไว้ทุกข์เต็มยศแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใส่แขนทุกข์หรือปลอกผ้าสีดำอีก ต่างจากการแต่งเครื่องแบบที่เป็นการแต่งกายตามปกติ แต่ยังไม่ได้ไว้ทุกข์ จึงต้องใส่แขนทุกข์ด้วย
อาตมาพูดมาเป็น ๑๐ ปีแล้ว เห็นเด็กแต่งชุดดำไปงานศพผู้ใหญ่แล้วรู้สึกอย่างไรบอกไม่ถูก "สมัยโบราณคนที่อายุน้อยกว่าไปงานศพผู้ใหญ่กว่าต้องใส่ชุดขาวไป ถ้าหากว่าไปงานศพคนที่เด็กกว่า อายุน้อยกว่า หรือว่ายศต่ำกว่า ถึงใส่ชุดดำได้" อาตมาเห็นมาจนเบื่อแล้ว ตั้งแต่งานพระราชทานเพลิง สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ งานถวายพระเพลิงสมเด็จพระศรีนครินทรา พระบรมราชชนนี งานพระราชทานเพลิง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เห็นแล้วเบื่อสุดๆ ว่าแต่ละคนที่ไปนี่ใหญ่กว่าท่านทั้งนั้นเลย
ต่อให้งานศพทั่วๆ ไปก็เหมือนกัน คนอยู่บนเมรุนั่นอายุ ๖๐ - ๗๐ - ๘๐ ปี เด็กเมื่อวานซืนก็ใส่ชุดดำไป คราวนี้คนรู้ธรรมเนียมอย่างอาตมา พอเห็นแล้วก็สยอง แต่พอว่าไปแล้วเขาก็ไม่ค่อยใส่ใจกัน งานศพที่ วัดท่าขนุน อาตมาเตือนอยู่ ๒ เรื่องทุกครั้ง เรื่องหนึ่งก็คือการไว้ทุกข์ ถ้าคนตายอาวุโสกว่าให้ใส่สีขาวไป อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เราเป็นคนส่งศพ ให้เดินตามโลงศพ ไม่ใช่ไปแย่งพระจูงศพ..!
ส่วนใหญ่สมัยนี้เขาไปแย่งกันจับสายสิญจน์จูงศพ เรื่องของการจูงศพเป็นหน้าที่ของพระของเณร ถ้าจะเดินนำศพจริงๆ อนุญาตให้คนถือรูปผู้ตายกับกระถางธูปเท่านั้น นอกนั้นทุกอย่างไปเดินตามอยู่ข้างหลัง เตือนทุกครั้ง เตือนจนตอนนี้เริ่มเข้าหูแล้ว ถึงเวลาจึงวิ่งไปอยู่ท้ายโลง เพราะถ้าขืนมาหน้าโลงอาจจะโดนด้ามตาลปัตรจากพระอาจารย์..! เคาะกบาลเข้าถึงจะนึกได้
เขาก็บอกชัดๆ แล้วว่า ไปส่งศพ ไม่ได้ไปจูงศพ แล้วบางคนไม่รู้ไม่พอ ดุพระเณรด้วยนะ “ปล่อยสายสิญจน์ยาวๆ หน่อยสิ ไม่พอจูง” ปล่อยให้หมดม้วนก็ไม่พอหรอก เพราะบางงานคนมาเป็นพันเลย อย่างงานศพ ร้อยตำรวจตรีประเสริฐ บุญยงค์ โยมพ่อของท่านนายกเทศมนตรีประเทศ บุญยงค์ แขกเกิน ๒,๐๐๐ คนแน่นอน ถ้าขืนไปจูงศพแล้วจะเอาสายสิญจน์ที่ไหนมาให้จูง ๕๐๐ เมตรก็คงไม่พอ"
"บุคคลที่จะแต่งชุดสีดำ ต้องอาวุโสด้วยวัยวุฒิคืออายุมากกว่า หรืออาวุโสด้วยคุณวุฒิก็คือยศตำแหน่งสูงกว่า อย่างสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี วัยวุฒิและตำแหน่งของพระองค์ท่านสูงมาก บุคคลที่จะแต่งดำได้จริงๆ ปัจจุบันนี้จะมีอยู่แค่ ๔ พระองค์เท่านั้น ก็คือ ในหลวง สมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช แล้วก็สมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพราะว่าพระอิสริยยศสูงกว่า
แต่คราวนี้ในหลวงทรงพระราชทานอิสริยศประดับฉัตร ๗ ชั้น พอได้สัปตปฎลเศวตฉัตรไป ก็เหลือแค่ ๒ พระองค์เท่านั้นที่จะแต่งดำได้ ก็คือในหลวงกับพระบรมราชินีนาถ ความจริงฉัตร ๗ ชั้น พระยศเท่ากับสมเด็จพระราชินีนาถเลยนะ แต่เนื่องจากว่าสมเด็จพระราชินีนาถดำรงตำแหน่งที่สูงกว่า จึงสามารถที่จะแต่งดำได้
เพราะฉะนั้น..ต่อไปชาววัดท่าขนุน ถึงเวลาไปงานศพผู้ใหญ่ให้แต่งสีขาวไป สุภาพเรียบร้อยกว่าเยอะเลย แต่ว่าระยะหลังนี่มีค่านิยมอย่างหนึ่งที่เห็นแล้วหงุดหงิด อยากจะเรียกมาโบกเสียที..! ก็คือพวกที่ไปงานศพแล้วแต่งตัวเป็นแฟชั่น เคยเห็นไหม ? เขาตั้งใจแต่งตัวไปอวดกันจริงๆ นั่นเขาเรียกว่าไม่ดูกาลเทศะ
แต่งตัวอย่างกับจะไปเดินแฟชั่นโชว์ ไม่ดูว่าเป็นงานศพ ต่อให้เป็นชุดขาวชุดดำอะไรก็เถอะ เขาถือว่าไม่ให้เกียรติผู้ตาย จะไปไว้อาลัย ไปเพราะเห็นความดีของท่าน ไปเสริมเกียรติยศของท่าน แต่ดันไปทำตัวเพื่อลดเกียรติยศของท่านเสียนี่
สรุปว่า อาตมาแก่เกินไป ตกยุค เดี๋ยวนี้เขานิยมอย่างนั้น แต่เป็นการนิยมที่ผิดกาลเทศะ"
สนทนากับพระครูวิลาศกาญจนธรรม (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนเมษายน ๒๕๕๕
.
รูปภาพ : ธรรมเนียมการแต่งกายในงานศพ
------------------------------------------------------
พระอาจารย์ กล่าวถึงการแต่งกายในงานศพว่า "ธรรมเนียมการไว้ทุกข์หรือเข้าทุกข์ของคนไทยโบราณ นิยมแต่งกายด้วย "ชุดขาวล้วน" เป็นการไว้ทุกข์แก่ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ รวมถึงการไว้ทุกข์ถวายเจ้านายด้วย
การไว้ทุกข์ด้วยชุดขาวปลอดนี้ บางทีเรียกว่า "เข้าทุกข์ใหญ่" เป็นการไว้ทุกข์เต็มยศแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใส่แขนทุกข์หรือปลอกผ้าสีดำอีก ต่างจากการแต่งเครื่องแบบที่เป็นการแต่งกายตามปกติ แต่ยังไม่ได้ไว้ทุกข์ จึงต้องใส่แขนทุกข์ด้วย
อาตมาพูดมาเป็น ๑๐ ปีแล้ว เห็นเด็กแต่งชุดดำไปงานศพผู้ใหญ่แล้วรู้สึกอย่างไรบอกไม่ถูก "สมัยโบราณคนที่อายุน้อยกว่าไปงานศพผู้ใหญ่กว่าต้องใส่ชุดขาวไป ถ้าหากว่าไปงานศพคนที่เด็กกว่า อายุน้อยกว่า หรือว่ายศต่ำกว่า ถึงใส่ชุดดำได้" อาตมาเห็นมาจนเบื่อแล้ว ตั้งแต่งานพระราชทานเพลิง สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ งานถวายพระเพลิงสมเด็จพระศรีนครินทรา พระบรมราชชนนี งานพระราชทานเพลิง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เห็นแล้วเบื่อสุดๆ ว่าแต่ละคนที่ไปนี่ใหญ่กว่าท่านทั้งนั้นเลย
ต่อให้งานศพทั่วๆ ไปก็เหมือนกัน คนอยู่บนเมรุนั่นอายุ ๖๐ - ๗๐ - ๘๐ ปี เด็กเมื่อวานซืนก็ใส่ชุดดำไป คราวนี้คนรู้ธรรมเนียมอย่างอาตมา พอเห็นแล้วก็สยอง แต่พอว่าไปแล้วเขาก็ไม่ค่อยใส่ใจกัน งานศพที่ วัดท่าขนุน อาตมาเตือนอยู่ ๒ เรื่องทุกครั้ง เรื่องหนึ่งก็คือการไว้ทุกข์ ถ้าคนตายอาวุโสกว่าให้ใส่สีขาวไป อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เราเป็นคนส่งศพ ให้เดินตามโลงศพ ไม่ใช่ไปแย่งพระจูงศพ..!
ส่วนใหญ่สมัยนี้เขาไปแย่งกันจับสายสิญจน์จูงศพ เรื่องของการจูงศพเป็นหน้าที่ของพระของเณร ถ้าจะเดินนำศพจริงๆ อนุญาตให้คนถือรูปผู้ตายกับกระถางธูปเท่านั้น นอกนั้นทุกอย่างไปเดินตามอยู่ข้างหลัง เตือนทุกครั้ง เตือนจนตอนนี้เริ่มเข้าหูแล้ว ถึงเวลาจึงวิ่งไปอยู่ท้ายโลง เพราะถ้าขืนมาหน้าโลงอาจจะโดนด้ามตาลปัตรจากพระอาจารย์..! เคาะกบาลเข้าถึงจะนึกได้
เขาก็บอกชัดๆ แล้วว่า ไปส่งศพ ไม่ได้ไปจูงศพ แล้วบางคนไม่รู้ไม่พอ ดุพระเณรด้วยนะ “ปล่อยสายสิญจน์ยาวๆ หน่อยสิ ไม่พอจูง” ปล่อยให้หมดม้วนก็ไม่พอหรอก เพราะบางงานคนมาเป็นพันเลย อย่างงานศพ ร้อยตำรวจตรีประเสริฐ บุญยงค์ โยมพ่อของท่านนายกเทศมนตรีประเทศ บุญยงค์ แขกเกิน ๒,๐๐๐ คนแน่นอน ถ้าขืนไปจูงศพแล้วจะเอาสายสิญจน์ที่ไหนมาให้จูง ๕๐๐ เมตรก็คงไม่พอ"
"บุคคลที่จะแต่งชุดสีดำ ต้องอาวุโสด้วยวัยวุฒิคืออายุมากกว่า หรืออาวุโสด้วยคุณวุฒิก็คือยศตำแหน่งสูงกว่า อย่างสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี วัยวุฒิและตำแหน่งของพระองค์ท่านสูงมาก บุคคลที่จะแต่งดำได้จริงๆ ปัจจุบันนี้จะมีอยู่แค่ ๔ พระองค์เท่านั้น ก็คือ ในหลวง สมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช แล้วก็สมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพราะว่าพระอิสริยยศสูงกว่า
แต่คราวนี้ในหลวงทรงพระราชทานอิสริยศประดับฉัตร ๗ ชั้น พอได้สัปตปฎลเศวตฉัตรไป ก็เหลือแค่ ๒ พระองค์เท่านั้นที่จะแต่งดำได้ ก็คือในหลวงกับพระบรมราชินีนาถ ความจริงฉัตร ๗ ชั้น พระยศเท่ากับสมเด็จพระราชินีนาถเลยนะ แต่เนื่องจากว่าสมเด็จพระราชินีนาถดำรงตำแหน่งที่สูงกว่า จึงสามารถที่จะแต่งดำได้
เพราะฉะนั้น..ต่อไปชาววัดท่าขนุน ถึงเวลาไปงานศพผู้ใหญ่ให้แต่งสีขาวไป สุภาพเรียบร้อยกว่าเยอะเลย แต่ว่าระยะหลังนี่มีค่านิยมอย่างหนึ่งที่เห็นแล้วหงุดหงิด อยากจะเรียกมาโบกเสียที..! ก็คือพวกที่ไปงานศพแล้วแต่งตัวเป็นแฟชั่น เคยเห็นไหม ? เขาตั้งใจแต่งตัวไปอวดกันจริงๆ นั่นเขาเรียกว่าไม่ดูกาลเทศะ
แต่งตัวอย่างกับจะไปเดินแฟชั่นโชว์ ไม่ดูว่าเป็นงานศพ ต่อให้เป็นชุดขาวชุดดำอะไรก็เถอะ เขาถือว่าไม่ให้เกียรติผู้ตาย จะไปไว้อาลัย ไปเพราะเห็นความดีของท่าน ไปเสริมเกียรติยศของท่าน แต่ดันไปทำตัวเพื่อลดเกียรติยศของท่านเสียนี่
สรุปว่า อาตมาแก่เกินไป ตกยุค เดี๋ยวนี้เขานิยมอย่างนั้น แต่เป็นการนิยมที่ผิดกาลเทศะ"
สนทนากับพระครูวิลาศกาญจนธรรม (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนเมษายน ๒๕๕๕
.
- ป้าตุ๊BJ
- ขาประจำ
- โพสต์: 45497
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 14:08
- team: Bike Joy
Re: ป้าตุ๊BJ เปิดทู้คุยกัน ประจำ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2556 แล้วค่ะ....ตค.- พย.-ธค.!!!!!
วันนี้รีบซักผ้า ไม่ได้ออกปั่น เพราะเค้าบอกว่าน้ำไม่ไหลทางเขตนี้ แถวคลองราชมนตรี คลองบางเชือกหนัง...งั้นขอไปทำงานให้ลุล่วงก่อนค่ะ
- angeloves
- ขาประจำ
- โพสต์: 1116
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2009, 20:24
- team: Bike Joy
- Bike: wheeler เก๊าเก่า
Re: ป้าตุ๊BJ เปิดทู้คุยกัน ประจำ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2556 แล้วค่ะ....ตค.- พย.-ธค.!!!!!
โอ้ยๆ....โดนคนแก่รุมยำ

- WJ
- ขาประจำ
- โพสต์: 21910
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:21
- Tel: 08-6603-6604
- team: ท้อเชื่อม-บ๊วยหวาน ปั่นไปทั่ว-มั่วไปเรื่อย
Re: ป้าตุ๊BJ เปิดทู้คุยกัน ประจำ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2556 แล้วค่ะ....ตค.- พย.-ธค.!!!!!
angeloves เขียน:โอ้ยๆ....โดนคนแก่รุมยำ![]()
![]()
ขอบคุณครับ
- ToEy
- ขาประจำ
- โพสต์: 332
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 10:51
- team: Uttayarn
- Bike: Klein, Cervelo, Ridley
Re: ป้าตุ๊BJ เปิดทู้คุยกัน ประจำ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2556 แล้วค่ะ....ตค.- พย.-ธค.!!!!!
ใครว่า Bikejoy ไร้สาระไม่ได้แล้ว.............. 
- angeloves
- ขาประจำ
- โพสต์: 1116
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ธ.ค. 2009, 20:24
- team: Bike Joy
- Bike: wheeler เก๊าเก่า
Re: ป้าตุ๊BJ เปิดทู้คุยกัน ประจำ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2556 แล้วค่ะ....ตค.- พย.-ธค.!!!!!
ไม่เป็นไรครับ คุณWjก็ช่วยผมมาเยอะแล้วWJ เขียน:angeloves เขียน:โอ้ยๆ....โดนคนแก่รุมยำ![]()
![]()
ขอบคุณครับ
- HobbitCMC
- ขาประจำ
- โพสต์: 203
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ค. 2013, 18:59
- Tel: 0899446014
- Bike: เขียวเเรงน้อย
- ตำแหน่ง: จรัญฯ 53
- ป้าตุ๊BJ
- ขาประจำ
- โพสต์: 45497
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 14:08
- team: Bike Joy
Re: ป้าตุ๊BJ เปิดทู้คุยกัน ประจำ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2556 แล้วค่ะ....ตค.- พย.-ธค.!!!!!
มะเฟือง ประโยชน์มากมาย...
นักโภชนาศาสตร์ได้วิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของมะเฟืองแล้วพบว่า อุดมไปด้วย วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอะซีน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันเส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็กและพลังงานในปริมาณไม่น้อยเลย
ดังนั้นคุณค่าของมะเฟืองตามสารอาหารที่พบแล้วก็จะเห็นว่า มะเฟืองหนึ่งผลนั้นสามารถที่จะช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรงควบคุมการเต้นของหัวใจให้สม่ำเสมอ ควบคุมกล้ามเนื้อ ช่วยให้เลือดแข็งตัวง่าย กล่อมประสาทช่วยระงับความฟุ้งซ่าน จึงช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้นในผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ
ส่วนน้ำมะเฟืองคั้นนั้น ตำรายาโบราณกล่าวว่า มีสรรพคุณในการแก้ร้อนใน ดับกระหาย ลดความร้อนภายในร่างกายถอนพิษก็ได้ เป็นยาขับเสมหะ ป้องกันโรคโลหิตจาง โรคเลือดออกตามไรฟัน รวมทั้งยังช่วยขับปัสสาวะ และบรรเทาอาการนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้อีกด้วย
นักโภชนาศาสตร์ได้วิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของมะเฟืองแล้วพบว่า อุดมไปด้วย วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอะซีน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันเส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็กและพลังงานในปริมาณไม่น้อยเลย
ดังนั้นคุณค่าของมะเฟืองตามสารอาหารที่พบแล้วก็จะเห็นว่า มะเฟืองหนึ่งผลนั้นสามารถที่จะช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรงควบคุมการเต้นของหัวใจให้สม่ำเสมอ ควบคุมกล้ามเนื้อ ช่วยให้เลือดแข็งตัวง่าย กล่อมประสาทช่วยระงับความฟุ้งซ่าน จึงช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้นในผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ
ส่วนน้ำมะเฟืองคั้นนั้น ตำรายาโบราณกล่าวว่า มีสรรพคุณในการแก้ร้อนใน ดับกระหาย ลดความร้อนภายในร่างกายถอนพิษก็ได้ เป็นยาขับเสมหะ ป้องกันโรคโลหิตจาง โรคเลือดออกตามไรฟัน รวมทั้งยังช่วยขับปัสสาวะ และบรรเทาอาการนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้อีกด้วย
- ไฟล์แนบ
-
- 1391918_542808302460008_1173925413_n.jpg (12.75 KiB) เข้าดูแล้ว 91 ครั้ง