หลักการฝึกซ้อม
ผู้ดูแล: เนิ่ม ชมภูศรี
กฏการใช้บอร์ด
ศูนย์ฝึกจักรยานกองบิน 46 PBC PHITSANULOK
เนิ่ม ชมภูศรี 081-7533298
ศูนย์ฝึกจักรยานกองบิน 46 PBC PHITSANULOK
เนิ่ม ชมภูศรี 081-7533298
- เนิ่ม ชมภูศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 6385
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 21:02
- Tel: 081 7533298
- team: ศูนย์ฝึกจักรยานกองบิน 46 PBC PHITSANULOK
- Bike: connago....KAZA...GIANT...GT....
Re: หลักการฝึกซ้อม
ข้าพเจ้ากำลังจะเล่าเรื่องว่า หากขาดการฝึกซ้อมความอดทน หรือ ไม่ซ้อมความอดทนให้ได้เท่าเดิม ความหนัก ความเร็ว ตามวงรอบการฝึกซ้อมให้เท่าเดิม หรือพยายามที่จะเพิ่มขึ้น ทั้งความอดทน ความหนัก ความเร็ว ในวันที่พร้อมจะทำได้ จะส่งผลให้ไม่เกิดการพัฒนาร่างกายตามวงรอบการฝึกซ้อม ที่ได้ตั้งโปรแกรมการฝึกไว้ในรายเดือน หรือรายปีครับ
- Boung-Hybrid
- ขาประจำ
- โพสต์: 1139
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 21:14
- Tel: 0814499415
- team: Yupster
- Bike: Bike
Re: หลักการฝึกซ้อม
อ.เนิ่มครับ วันนี้ผมลองซ้อมรอบขาดู 44*25 หรือต่ำกว่าไม่แน่ใจครับ ใช้เทรนเนอร์แบบจับขอบล้อปรับหนืดสุดไม่สามารถรักษารอบขาที่สูงกว่า 100 ได้ครบ 1ชม.ครับ เกินความต้านทานช่วงนี้จริงๆครับ อ.เนิ่มเวลาซ้อมรอบขาใช้เทรนเนอร์ลูกกลิ้ง หรือแบบไหนครับ และสิ่งที่ทำให้ยืนระยะไม่ได้อีกอย่างคือสมาธิหลุดก่อนมันเหมือนไม่มีแรงกระตุ้นครับสงสัยต้องไปฝึกสมาธิแบบพี่ๆหลายๆคนครับ
-:-HMC-:-
- เนิ่ม ชมภูศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 6385
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 21:02
- Tel: 081 7533298
- team: ศูนย์ฝึกจักรยานกองบิน 46 PBC PHITSANULOK
- Bike: connago....KAZA...GIANT...GT....
Re: หลักการฝึกซ้อม
จากตัวอย่างของข้าพเจ้าที่ยกให้ท่านเห็น เนื่องจากการขาดการฝึกซ้อมความอดทนในวงรอบการฝึกรายสัปดาห์ ส่งผลให้ในอีกสองสัปดาห์ต่อมาไม่สามารถที่จะรักษาระดับความหนัก ความเร็ว และระยะเวลาในการฝึกซ้อมก็ลดลงด้วย ...
.
.
ฉนั้น...หากเราจะเริ่มต้นฝึกซ้อมใหม่ให้ดีได้เท่าเดิม จึงต้องย้อนกลับไปเริ่มต้นการฝึกซ้อมใหม่ ตามวงรอบการฝึกรายสัปดาห์ตั้งแต่เริ่มต้น และการที่จะเริ่มต้นในการฝึกซ้อมให้ได้เท่ากับมาตฐานเดิมที่เคยทำได้ จึงต้องเลื่อนเวลาการฝึกซ้อมเพื่อไต่ระดับขั้นบันใดไปอีกหลายสัปดาห์ ถึงจะส่งผลให้ได้ในระดับที่เราเคยทำได้ เท่ากับเราได้ทิ้งระยะเวลาการฝึกไปแล้วหนึ่ง ถึงสองเดือนครับ
.
คำตอบตรงนี้ จึงเป็นเรื่องของการวางแผนให้ครอบคลุม และรู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น หากเราขาดการฝึกซ้อม ทั้งความอดทน ความหนัก ความเร็ว ทั้งสามองค์ประกอบนี้ จะเดินเคียงข้างกันไปตลอด แต่หลักที่สำคัญคือ อย่าขาดเรื่องการฝึกความอดทน ข้าพเจ้าหาเปอร์เซนต์ออกมาเป็นตารางให้ท่านไม่เป็นครั้บ ว่าจะต้องวางแผนซ้อมความอดทนกี่เปอร์เซนต์ ความหนักกี่เปอร์เซนต์ ความเร็วกี่เปอร์เซนต์
แต่...ท่านจะทราบได้เองเหมือนกัน ว่า เมื่อท่านมีความอดทนจากการฝึกซ้อมจักรยานทางไกล ท่านจะสามารถทำความหนัก ทำความเร็วได้ ในการฝึกซ้อมแบบรายวันครับ ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้ว จะเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ของร่างกายมนุษย์ เป็นกฎของธรรมชาติ.....
..
ปัญหาที่ทุกคนอาจจะมองข้ามในการฝึกซ้อมจักรยาน คือการหยุดการฝึกซ้อมความอดทน ซ้อมไม่ต่อเนื่อง การพัฒนาจะไม่เกิดขึ้น เพราะหากขาดการฝึกซ้อม ก็เท่ากับเราทำได้แต่เพียงว่า ซ้อมให้ได้เท่ากับมาตรฐานเดิมเท่านั้นเองครับ
.
.ควรใส่ใจตรงนี้ ก่อนที่จะไปถามว่า จะเพิ่มการฝึกซ้อมอย่างไร จะลดการฝึกซ้อมอย่างไร เราควรเข้าใจด้วยว่า ผลของการหยุดหรือขาดการฝึกซ้อม ผลของการที่เราขาดการฝึก จะตามมาอย่างไร
.
.
ฉนั้น สิ่งที่น่าจะเหมาะสม คือการรักษาความอดทนให้คงอยู่ รักษาความแข็งแรงให้เท่าเดิม รักษาความเร็วให้อยู่ในจุดที่เคยทำได้ ครับ
.
.
ฉนั้น...หากเราจะเริ่มต้นฝึกซ้อมใหม่ให้ดีได้เท่าเดิม จึงต้องย้อนกลับไปเริ่มต้นการฝึกซ้อมใหม่ ตามวงรอบการฝึกรายสัปดาห์ตั้งแต่เริ่มต้น และการที่จะเริ่มต้นในการฝึกซ้อมให้ได้เท่ากับมาตฐานเดิมที่เคยทำได้ จึงต้องเลื่อนเวลาการฝึกซ้อมเพื่อไต่ระดับขั้นบันใดไปอีกหลายสัปดาห์ ถึงจะส่งผลให้ได้ในระดับที่เราเคยทำได้ เท่ากับเราได้ทิ้งระยะเวลาการฝึกไปแล้วหนึ่ง ถึงสองเดือนครับ
.
คำตอบตรงนี้ จึงเป็นเรื่องของการวางแผนให้ครอบคลุม และรู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น หากเราขาดการฝึกซ้อม ทั้งความอดทน ความหนัก ความเร็ว ทั้งสามองค์ประกอบนี้ จะเดินเคียงข้างกันไปตลอด แต่หลักที่สำคัญคือ อย่าขาดเรื่องการฝึกความอดทน ข้าพเจ้าหาเปอร์เซนต์ออกมาเป็นตารางให้ท่านไม่เป็นครั้บ ว่าจะต้องวางแผนซ้อมความอดทนกี่เปอร์เซนต์ ความหนักกี่เปอร์เซนต์ ความเร็วกี่เปอร์เซนต์
แต่...ท่านจะทราบได้เองเหมือนกัน ว่า เมื่อท่านมีความอดทนจากการฝึกซ้อมจักรยานทางไกล ท่านจะสามารถทำความหนัก ทำความเร็วได้ ในการฝึกซ้อมแบบรายวันครับ ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้ว จะเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ของร่างกายมนุษย์ เป็นกฎของธรรมชาติ.....
..
ปัญหาที่ทุกคนอาจจะมองข้ามในการฝึกซ้อมจักรยาน คือการหยุดการฝึกซ้อมความอดทน ซ้อมไม่ต่อเนื่อง การพัฒนาจะไม่เกิดขึ้น เพราะหากขาดการฝึกซ้อม ก็เท่ากับเราทำได้แต่เพียงว่า ซ้อมให้ได้เท่ากับมาตรฐานเดิมเท่านั้นเองครับ
.
.ควรใส่ใจตรงนี้ ก่อนที่จะไปถามว่า จะเพิ่มการฝึกซ้อมอย่างไร จะลดการฝึกซ้อมอย่างไร เราควรเข้าใจด้วยว่า ผลของการหยุดหรือขาดการฝึกซ้อม ผลของการที่เราขาดการฝึก จะตามมาอย่างไร
.
.
ฉนั้น สิ่งที่น่าจะเหมาะสม คือการรักษาความอดทนให้คงอยู่ รักษาความแข็งแรงให้เท่าเดิม รักษาความเร็วให้อยู่ในจุดที่เคยทำได้ ครับ
- เนิ่ม ชมภูศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 6385
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 21:02
- Tel: 081 7533298
- team: ศูนย์ฝึกจักรยานกองบิน 46 PBC PHITSANULOK
- Bike: connago....KAZA...GIANT...GT....
Re: หลักการฝึกซ้อม
ถูกต้องครับ เนื่องจากความแข็งแรงของกล้ามเนื้อยังมีไม่เพียงพอ แต่เราก็ต้องฝึกเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ด้วยการฝึกปั่นแบบเอาชนะแรงต้านBoung-Hybrid เขียน:อ.เนิ่มครับ วันนี้ผมลองซ้อมรอบขาดู 44*25 หรือต่ำกว่าไม่แน่ใจครับ ใช้เทรนเนอร์แบบจับขอบล้อปรับหนืดสุดไม่สามารถรักษารอบขาที่สูงกว่า 100 ได้ครบ 1ชม.ครับ เกินความต้านทานช่วงนี้จริงๆครับ อ.เนิ่มเวลาซ้อมรอบขาใช้เทรนเนอร์ลูกกลิ้ง หรือแบบไหนครับ และสิ่งที่ทำให้ยืนระยะไม่ได้อีกอย่างคือสมาธิหลุดก่อนมันเหมือนไม่มีแรงกระตุ้นครับสงสัยต้องไปฝึกสมาธิแบบพี่ๆหลายๆคนครับ
.
ทีนี้ กระผมใช้ลูกกลิ้งแบบสามลูกครับ ระดับความหนักนำมาเทียบกันไม่ได้ เพราะลูกกลิ้งที่ผมฝึกปั่น จะกำหนดความหนักที่หนึ่ง ลมยาง สูบด้วยความดันยาง 40 ปอนด์ สอง ใบจาน และเฟืองหลัง ซึ่งเมื่อเราขึ้นปั่นในวันต่อไป ตรงนี้ก็จะเป็นเครื่องวัดที่เป็นมาตรฐานสำหรับตัวเรา หากท่านใช้เทรนเนอร์แบบจับล้อ และมีการปรับความหนืดได้ ก็จะเป็นมาตรฐานของตัวเองเช่นกัน...
.
ใช้วิธีการทางด้านจิตใจในการปั่นของกระผมไหม ลองฝึกดูนะครับ
1) วอร์ม 10-20 นาที (ในระหว่างวอร์มอัพ ไล่ใบจานจากเบาไปหาหนัก แต่ต้องปั่นให้รอบขามีความคงที่ก่อน ก่อนที่จะลดเฟืองลงไปหาหนัก )
2) เมื่อไล่ความหนักไปถึง ใบจาน 44X25 หรือต่ำกว่านี้ ก็เริ่มต้นจับเวลา โดยไม่คิดในช่วงการวอร์มครับ การจับเวลานั้น กระผมใช้นาทีแรก ปั่นไปด้วยนับรอบขาตนเองไปด้วยหนึ่งนาที เพื่อจะได้ทราบว่าปั่นรอบขาอยู่ที่เท่าไหร่ อีกนาทีต่อมาไม่นับรอบขา แต่จะใช้ความรู้สึกในการที่รับรู้ความหนักของขาเป็นเครื่องกำหนด เพื่อรักษาความรู้สึกถึงความหนักนั้นไว้ จากนั้นนับรอบขาสลับอีกในนาทีต่อมา จะวนเวียนแบบนี้จนครบสิบนาที ถือเป็นสิบนาที่ที่ 1 หรือสิบนาทีแรก
จากนั้น จะเริ่มนับรอบขาในต้นของสิบนาทีแรก (นาทีที่ 11) สลับกับการใช้ความรู้สึกในการปั่นเพื่อรักษาความหนัก จนครบสิบนาที ถือเป็นสิบนาทีที่สอง และทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนครบหนึ่งชั่วโมง.
กระผมใช้เวลาในการปั่นเป็นจุด ๆ ละ สิบนาที แต่ปั่นต่อเนื่องไปตลอด มีข้อดีคือ หนึ่ง เราจำได้ว่า สิบนาทีแรก เราปั่นด้วยความเร็วรอบขาประมาณเท่าใด ถ้าหากใช้ลูกกลิ้งแบบสามลูก จะทำให้ทราบได้ว่าความเร็วเท่าไรด้วย เท่ากับว่า เราได้จำสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละสิบนาที จากนั้นเมื่อปั่นเสร็จ ให้รีบบันทึกในสมุด ตั้งแต่การวอร์มกี่นาที สิบนาที่ที่ 1 ขี่ได้รอบขาเท่านี้ สิบนาที่ที่ 2 ขี่ได้รอบขาเท่านี้ ทำจนครบตลอดเป้าหมายที่ตั้งไว้...
กระผมใช้วิธีการฝึกแบบนี้ครับ ซึ่งก็ไม่ต้องมีใครมานั่งนับรอบให้ เพียงแต่เราอาศัยความใส่ใจ เมื่อเราใส่ใจ จิตของเราก็เป็นสมาธิ จิตจะไม่คิดไปไกลจนถึงชั่วโมงข้างหน้า มีแต่เพียงการปั่นที่เริ่มต้นในนาทีแรก และนับรอบขาสลับไปจนจบสิบนาที่แรก แล้วเริ่มต้นในสิบนาที่ที่สอง แล้วเริ่มต้นนับรอบขาสลับไปเรื่อย ๆ
.
กระผมเชื่อว่า เมื่อท่านฝึกจนจิตเกิดความใส่ใจ ท่านจะทำได้อย่างสบาย ๆ ครับ โดยไม่เกิดความท้อถอยเลย.
.
และผลดีกับการฝึกแบบนี้ ท่านจะทราบได้ ตอนที่ท่านขี่จักรยานบนถนนแบบเดี่ยวไทม์ไทอัลครับ
.
ที่จริงก็มีอีกนะครับ เรื่องการฝึกจิตนี้ ก็เป็นเรื่องยิ่งใหญ่อีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียวครับ
- เนิ่ม ชมภูศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 6385
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 21:02
- Tel: 081 7533298
- team: ศูนย์ฝึกจักรยานกองบิน 46 PBC PHITSANULOK
- Bike: connago....KAZA...GIANT...GT....
Re: หลักการฝึกซ้อม
อาจจะมีการเข้าใจไม่ตรงกันครับ การฝึกเพื่อเอาชนะแรงต้าน รอบขาจะไม่สูง เนื่องจากความหนักของระดับใบจาน จะอยู่ที่ไม่เกิน 80 รอบต่อนาทีครับ หรือ 90 รอบต่อนาที ซึ่งก็แล้วแต่ความความอดทน ความแข็งแร็งของกล้ามเนื้อและระบบร่างกายของเราครับ[/size]
-
เอนก
- ขาประจำ
- โพสต์: 271
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2009, 19:56
- Tel: 0892669954
- team: EasyRiders
- Bike: กำลังเลือกซื้อ
Re: หลักการฝึกซ้อม
กิ๋นแล้วบ่ดีอยู่บ่ดาย
ฮั๊ก Thaimtb ฮั๊กน้อยๆแต่ฮั๊กเมินๆ
ฮั๊ก Thaimtb ฮั๊กน้อยๆแต่ฮั๊กเมินๆ
-
เณรแอร์
- ขาประจำ
- โพสต์: 2746
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 01:57
- team: โรงพยาบาลสกลนคร
- Bike: MOSSO
- ตำแหน่ง: ร.พ.สกลนคร ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร 47000
- ติดต่อ:
- a-sopon7997
- ขาประจำ
- โพสต์: 254
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ย. 2009, 16:04
- Tel: 0895387997
- เนิ่ม ชมภูศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 6385
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 21:02
- Tel: 081 7533298
- team: ศูนย์ฝึกจักรยานกองบิน 46 PBC PHITSANULOK
- Bike: connago....KAZA...GIANT...GT....
Re: หลักการฝึกซ้อม
การออกแบบโปรแกรมการฝึกซ้อมให้กับตนเอง
.
.
การสร้างโปรแกรมการฝึกซ้อมให้กับตัวเอง มีอยู่หลายทฤษฏีและหลากหลายแนวทาง แต่ในความหลากหลายนี้ จะขอยกหลักการที่มีความเป็นกฎเกณฑ์ หรือ หลักการเดียวกันทั่วทั้งโลก ณ การศึกษาที่เป็นแนวทางของปัจจุบันนี้ เกี่ยวกับเรื่องการวางแผนการฝึกซ้อมให้ท่านได้เข้าใจโครงคร่าว ๆ ในการเขียนแผนการฝึกให้กับตนเองว่า มีอะไรเป็นหลักการคิดบ้าง
.
ที่สำคัญ ๆ ก็มีอยู่ไม่กี่หัวข้อ ดังจะแจงให้ท่านเรียนรู้ด้วยกันดังต่อไปนี้
.
1) ปัจเจกชน (มนุษย์มีร่างกายไม่เหมือนกัน มีพื้นฐานไม่เหมือนกัน)
2) กระบวนการพัฒนา
3) การฝึกแบบหนักมากกว่าปกติ
4) การฝึกแบบเฉพาะเจาะจง
.
ใน 4 หัวข้อนี้ ได้แตกแขนงออกไปอีกอย่างมาก ซึ่งจะได้แจงรายละเอียดที่ละหัวข้อไปเรื่อย ๆ ครับ พร้อมกับการทำความเข้าใจกันแบบไม่เร่งรีบ
.
.
การสร้างโปรแกรมการฝึกซ้อมให้กับตัวเอง มีอยู่หลายทฤษฏีและหลากหลายแนวทาง แต่ในความหลากหลายนี้ จะขอยกหลักการที่มีความเป็นกฎเกณฑ์ หรือ หลักการเดียวกันทั่วทั้งโลก ณ การศึกษาที่เป็นแนวทางของปัจจุบันนี้ เกี่ยวกับเรื่องการวางแผนการฝึกซ้อมให้ท่านได้เข้าใจโครงคร่าว ๆ ในการเขียนแผนการฝึกให้กับตนเองว่า มีอะไรเป็นหลักการคิดบ้าง
.
ที่สำคัญ ๆ ก็มีอยู่ไม่กี่หัวข้อ ดังจะแจงให้ท่านเรียนรู้ด้วยกันดังต่อไปนี้
.
1) ปัจเจกชน (มนุษย์มีร่างกายไม่เหมือนกัน มีพื้นฐานไม่เหมือนกัน)
2) กระบวนการพัฒนา
3) การฝึกแบบหนักมากกว่าปกติ
4) การฝึกแบบเฉพาะเจาะจง
.
ใน 4 หัวข้อนี้ ได้แตกแขนงออกไปอีกอย่างมาก ซึ่งจะได้แจงรายละเอียดที่ละหัวข้อไปเรื่อย ๆ ครับ พร้อมกับการทำความเข้าใจกันแบบไม่เร่งรีบ
- เนิ่ม ชมภูศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 6385
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 21:02
- Tel: 081 7533298
- team: ศูนย์ฝึกจักรยานกองบิน 46 PBC PHITSANULOK
- Bike: connago....KAZA...GIANT...GT....
Re: หลักการฝึกซ้อม
1) ปัจเจกบุคคล
มนุษย์ มีร่างกายและความสามารถไม่เหมือนกัน ความแตกต่างทางด้านพื้นฐานในการเลี้ยงดูมาตั้งแต่วัยเด็ก ความแตกต่างทางด้านพันธุกรรม (Heredity) ความแตกต่างทางด้านเส้นใยกล้ามเนื้อ (Muscle Fiber Distribution) ตลอดจนความแตกต่างทางด้านอิทธิพลกำหนดที่ติดมากับตัวเอง ทั้งทางด้านความว่องไว ความเชื่องช้า ประสาทไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งความไม่เหมือนกันในตัวร่างกายมนุษย์นี้ เป็นสิ่งทีถูกกล่าวว่ามิให้มองข้าม ในเรื่องการวางแผนการฝึกซ้อมให้กับตนเอง หากเราเข้าใจในหลักความจริงข้อนี้ การวางแผนการฝึกของเราจะเป็นไปเพื่อตนเองได้อย่างแท้จริง ด้วยมาตรฐานของตัวเรา มิสามารถเทียบเคียงได้กับนักกีฬาที่มีประสพการทางด้านการฝึกซ้อม และผ่านกระดูกปีในการแข่งขันมาหลายปี การเริ่มต้นของเราควรที่จะยึดหลักความสามารถของตัวเองเป็นสำคัญ ค่อย ๆ ก่อร่างสร้างพื้นฐานให้กับตัวเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตรวจสอบสมรรถภาพของเรา หาจุดที่เป็นมารตฐานสำหับตัวเอง และเพิ่มงานการฝึกไปแบบไม่รีบร้อน และควรรู้ความตั้งใจของเราว่า จะขี่จักรยานไปเพื่อสิ่งอันใด
สำหรับปัจเจกชนที่เดินทางเข้าสู่เส้นทางสายแห่งชัยชนะ นั้น จะมีความแตกต่างจากบุคคลที่ทำอะไรไม่จริงไม่จัง มีความว่องไวในตัวเอง มีความกระตือลือล้น มีความกระหายอยากที่จะขี่จักรยาน ซึ่งในการปั่นจักรยานของเขาในแต่ละวัน จะไม่เหมือนกับที่เราปั่น จิตใจของผู้ชนะ คือผู้ที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค และไม่มีคำว่าเบื่อหรือท้อถอย มีแต่ความอยากที่จะปั่นจักรยาน ซึ่งข้อแตกต่างเหล่านี้ เราจะเห็นถึงพัฒนาการของคนสองคนได้ในระยะเวลาที่พบกันอีกสามสี่ปีขางหน้า ในเวลานั้น ในวันนั้น เราจะเห็นว่า คน ๆ หนึ่งปั่นจักรยานได้เป็นแชมป์ต่าง ๆ แล้ว ส่วนอีกคนหนึ่ง กลับหายไปจากวงการจักรยานเลยก็มีให้เห็น
บางคนมีพรสวรรค์ มีความสามารถ แต่หากว่าพรสวรรค์ไม่มีความแสวง ก็ไม่สามารถเดินอยู่บนเส้นทางสายจักรยานได้ ในเรื่องของปัจเจกชนนั้น เรื่องที่สำคัญคือเรื่องพื้นฐานที่ติดตัวมาแต่วัยเด็ก เรื่องการอบรมสั่งสอนของพ่อแม่ เรื่องความยากแค้น เรื่องความพยายาม เป็นเรื่องที่สามารถเรียนรู้และแก้ไขได้ ไม่มีพรสวรรค์ไม่เป็นปัญหา ร่างกายไม่ดีไม่ใช่เราจะขี่จักรยานไม่ได้ การมีจิตใจที่ถูกสร้างมาจากความพยายามต่างหาก ที่จะแก้ไขในเรื่องความด้อยต่อสิ่งที่ขาดได้ครับ
มนุษย์ มีร่างกายและความสามารถไม่เหมือนกัน ความแตกต่างทางด้านพื้นฐานในการเลี้ยงดูมาตั้งแต่วัยเด็ก ความแตกต่างทางด้านพันธุกรรม (Heredity) ความแตกต่างทางด้านเส้นใยกล้ามเนื้อ (Muscle Fiber Distribution) ตลอดจนความแตกต่างทางด้านอิทธิพลกำหนดที่ติดมากับตัวเอง ทั้งทางด้านความว่องไว ความเชื่องช้า ประสาทไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งความไม่เหมือนกันในตัวร่างกายมนุษย์นี้ เป็นสิ่งทีถูกกล่าวว่ามิให้มองข้าม ในเรื่องการวางแผนการฝึกซ้อมให้กับตนเอง หากเราเข้าใจในหลักความจริงข้อนี้ การวางแผนการฝึกของเราจะเป็นไปเพื่อตนเองได้อย่างแท้จริง ด้วยมาตรฐานของตัวเรา มิสามารถเทียบเคียงได้กับนักกีฬาที่มีประสพการทางด้านการฝึกซ้อม และผ่านกระดูกปีในการแข่งขันมาหลายปี การเริ่มต้นของเราควรที่จะยึดหลักความสามารถของตัวเองเป็นสำคัญ ค่อย ๆ ก่อร่างสร้างพื้นฐานให้กับตัวเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตรวจสอบสมรรถภาพของเรา หาจุดที่เป็นมารตฐานสำหับตัวเอง และเพิ่มงานการฝึกไปแบบไม่รีบร้อน และควรรู้ความตั้งใจของเราว่า จะขี่จักรยานไปเพื่อสิ่งอันใด
สำหรับปัจเจกชนที่เดินทางเข้าสู่เส้นทางสายแห่งชัยชนะ นั้น จะมีความแตกต่างจากบุคคลที่ทำอะไรไม่จริงไม่จัง มีความว่องไวในตัวเอง มีความกระตือลือล้น มีความกระหายอยากที่จะขี่จักรยาน ซึ่งในการปั่นจักรยานของเขาในแต่ละวัน จะไม่เหมือนกับที่เราปั่น จิตใจของผู้ชนะ คือผู้ที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค และไม่มีคำว่าเบื่อหรือท้อถอย มีแต่ความอยากที่จะปั่นจักรยาน ซึ่งข้อแตกต่างเหล่านี้ เราจะเห็นถึงพัฒนาการของคนสองคนได้ในระยะเวลาที่พบกันอีกสามสี่ปีขางหน้า ในเวลานั้น ในวันนั้น เราจะเห็นว่า คน ๆ หนึ่งปั่นจักรยานได้เป็นแชมป์ต่าง ๆ แล้ว ส่วนอีกคนหนึ่ง กลับหายไปจากวงการจักรยานเลยก็มีให้เห็น
บางคนมีพรสวรรค์ มีความสามารถ แต่หากว่าพรสวรรค์ไม่มีความแสวง ก็ไม่สามารถเดินอยู่บนเส้นทางสายจักรยานได้ ในเรื่องของปัจเจกชนนั้น เรื่องที่สำคัญคือเรื่องพื้นฐานที่ติดตัวมาแต่วัยเด็ก เรื่องการอบรมสั่งสอนของพ่อแม่ เรื่องความยากแค้น เรื่องความพยายาม เป็นเรื่องที่สามารถเรียนรู้และแก้ไขได้ ไม่มีพรสวรรค์ไม่เป็นปัญหา ร่างกายไม่ดีไม่ใช่เราจะขี่จักรยานไม่ได้ การมีจิตใจที่ถูกสร้างมาจากความพยายามต่างหาก ที่จะแก้ไขในเรื่องความด้อยต่อสิ่งที่ขาดได้ครับ
- เนิ่ม ชมภูศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 6385
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 21:02
- Tel: 081 7533298
- team: ศูนย์ฝึกจักรยานกองบิน 46 PBC PHITSANULOK
- Bike: connago....KAZA...GIANT...GT....
Re: หลักการฝึกซ้อม
การวางแผนการฝึกแบบตัวต่อตัว (เฉพาะบุคคล)
ก่อนจะออกแบบโปรแกรมการฝึกซ้อมให้กับตัวเอง เราควรเข้าใจในร่างกายของตัวเราก่อน ด้วยความว่า ร่างกายมนุษย์ไม่เหมือนกันเช่นนี้ การขี่จักรยานของตัวเราจึงไม่สามารถที่จะไปเทียบกับคนอื่นได้ ในหัวข้อของความเป็นปัจเจกชน จึงต้องมีการเรียนรู้ความสามารถของตัวเราว่าอยู่ในระดับไหน ถึงจะทำการออกแบบการฝึกให้กับตัวเอง ได้อย่างลงตัว และเมื่อท่านพยายามที่จะติดตามการเขียนไปเรื่อย ๆ ความเข้าใจในการวางแผนการฝึก คงได้มีการนำไปใช้บ้างครับ
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือเรื่องสภาพแวดล้อม เช่น การทำงานในชีวิตประจำวัน การอยู่ร่วมกับครอบครัว เวลาว่างที่จะแบ่งให้กับการฝึกซ้อม และที่มองข้ามไม่ได้เลย คือเรื่องผลกระทบทางด้านจิตใจของบุคคลที่อยู่ในครัวเรื่อนเดียวกัน บางท่านมีภรรยาที่เข้าใจการออกกำลังกาย ก็ไม่พบปัญหา หากบางท่านไม่สนับสนุนให้ขี่จักรยาน แต่ใจเราชอบ ตรงนี้คือผลกระทบทางด้านจิตใจ ซึ่งควรใช้วิธีการปรึกษาซึ่งกันและกันเป็นเรื่องดีที่สุด การชี้ให้เห็นว่า สุขภาพของเราสำคัญที่จะต้องดูแล ก็มิใช่เพื่ออะไร ผลที่ตามมาของสุขภาพที่ดี คือเรื่องการทำงานหาเลี้ยงชีวิตนั่นเอง เราควรที่จะมีชีวิตอยู่ ในขั้นแรกคือเพื่อครอบครัว ดูแลครอบครัว หากสุขภาพซึ่งเป็นปฐมบทสำคัญของชีวิตเราไม่มีความสมบูรณ์แล้ว ครอบครัวของเราก็จะไม่สมบูรณ์ตามไปด้วยเช่นกัน หากท่านที่มีบุตร การดูแลชีวิตของเราให้สมบูรณ์ ก็คือการดูแลลูกหลานเราเองด้วย
เรื่องของพรสวรรค์เป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็มิได้หมายความว่าจะดีไปหมด เหมือนที่กล่าวไว้ พรสวรรค์จะไม่เกิดหากไม่มีความแสวง สำหรับเรื่องความเป็นปัจเจกชนก็ขอเกริ่นแต่เพียงเท่านี้ ต่อไปก็จะขอขึ้นต้นในหัวข้อที่สองใหม่ คือเรื่องกระบวนการพัฒนา
ก่อนจะออกแบบโปรแกรมการฝึกซ้อมให้กับตัวเอง เราควรเข้าใจในร่างกายของตัวเราก่อน ด้วยความว่า ร่างกายมนุษย์ไม่เหมือนกันเช่นนี้ การขี่จักรยานของตัวเราจึงไม่สามารถที่จะไปเทียบกับคนอื่นได้ ในหัวข้อของความเป็นปัจเจกชน จึงต้องมีการเรียนรู้ความสามารถของตัวเราว่าอยู่ในระดับไหน ถึงจะทำการออกแบบการฝึกให้กับตัวเอง ได้อย่างลงตัว และเมื่อท่านพยายามที่จะติดตามการเขียนไปเรื่อย ๆ ความเข้าใจในการวางแผนการฝึก คงได้มีการนำไปใช้บ้างครับ
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือเรื่องสภาพแวดล้อม เช่น การทำงานในชีวิตประจำวัน การอยู่ร่วมกับครอบครัว เวลาว่างที่จะแบ่งให้กับการฝึกซ้อม และที่มองข้ามไม่ได้เลย คือเรื่องผลกระทบทางด้านจิตใจของบุคคลที่อยู่ในครัวเรื่อนเดียวกัน บางท่านมีภรรยาที่เข้าใจการออกกำลังกาย ก็ไม่พบปัญหา หากบางท่านไม่สนับสนุนให้ขี่จักรยาน แต่ใจเราชอบ ตรงนี้คือผลกระทบทางด้านจิตใจ ซึ่งควรใช้วิธีการปรึกษาซึ่งกันและกันเป็นเรื่องดีที่สุด การชี้ให้เห็นว่า สุขภาพของเราสำคัญที่จะต้องดูแล ก็มิใช่เพื่ออะไร ผลที่ตามมาของสุขภาพที่ดี คือเรื่องการทำงานหาเลี้ยงชีวิตนั่นเอง เราควรที่จะมีชีวิตอยู่ ในขั้นแรกคือเพื่อครอบครัว ดูแลครอบครัว หากสุขภาพซึ่งเป็นปฐมบทสำคัญของชีวิตเราไม่มีความสมบูรณ์แล้ว ครอบครัวของเราก็จะไม่สมบูรณ์ตามไปด้วยเช่นกัน หากท่านที่มีบุตร การดูแลชีวิตของเราให้สมบูรณ์ ก็คือการดูแลลูกหลานเราเองด้วย
เรื่องของพรสวรรค์เป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็มิได้หมายความว่าจะดีไปหมด เหมือนที่กล่าวไว้ พรสวรรค์จะไม่เกิดหากไม่มีความแสวง สำหรับเรื่องความเป็นปัจเจกชนก็ขอเกริ่นแต่เพียงเท่านี้ ต่อไปก็จะขอขึ้นต้นในหัวข้อที่สองใหม่ คือเรื่องกระบวนการพัฒนา
- เนิ่ม ชมภูศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 6385
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 21:02
- Tel: 081 7533298
- team: ศูนย์ฝึกจักรยานกองบิน 46 PBC PHITSANULOK
- Bike: connago....KAZA...GIANT...GT....
Re: หลักการฝึกซ้อม
2) กระบวนการพัฒนา
.
กระบวนการพัฒนาในการฝึกซ้อมจักรยานนั้น สิ่งที่เป็นหัวใจเลยคือไม่ควรอย่างยิ่งที่จะก้าวกระโดดไปเพิ่มงานการฝึกซ้อมให้กับตัวเรามากจนเกิดการรับไม่ได้ทางด้านร่างกาย ซึ่งจะส่งผลทางด้านการบาดเจ็บ และปิดกั้นการพัฒนาอย่างสิ้นเชิง รากฐานสำคัญคือการฝึกจักรยานให้เกิดกระบวนการพัฒนา ซึ่งก็แตกแยกย่อยออกเป็นเรื่องต่าง ๆ หลายประการดังจะยกตัวอย่างให้ท่านดูดังนี้ครับ
.
- มีการวางแผนการฝึกซ้อมอย่างเหมาะสม
- ทำไมต้องมีการวางแผน เพื่อจะได้ทราบถึงกระบวนการพัฒนา
- ออกแบบการฝึกซ้อมแบบขั้นบันใด เป็นขั้นเป็นตอน
- ต้องค่อย ๆ สร้างพื้นฐานของตัวเองไปก่อน ก่อนที่จะก้าวต่อไป
- เพิ่มระยะเวลาการฝึก ความหนัก 10-15 % ต่อสัปดาห์ หรือวงรอบการฝึก
(เช่นสัปดาห์แรก มีระยะเวลาการฝึก 20 ช.ม. อาทิตย์ต่อไปเพิ่มเป็น 22-23 ช.ม.)
- การค่อย ๆ เพิ่มงานการฝึกซ้อม จะเป็นการสอนร่างกายให้เรียนรู้การฝึกซ้อมที่ยากลำบากขึ้น
- ความหนักที่เหมาะสม ผสมกับการฟื้นสภาพที่ลงตัว จะทำให้เกิดกระบวนการพัฒนาในการฝึก
ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก
.
กระบวนการพัฒนาในการฝึกซ้อมจักรยานนั้น สิ่งที่เป็นหัวใจเลยคือไม่ควรอย่างยิ่งที่จะก้าวกระโดดไปเพิ่มงานการฝึกซ้อมให้กับตัวเรามากจนเกิดการรับไม่ได้ทางด้านร่างกาย ซึ่งจะส่งผลทางด้านการบาดเจ็บ และปิดกั้นการพัฒนาอย่างสิ้นเชิง รากฐานสำคัญคือการฝึกจักรยานให้เกิดกระบวนการพัฒนา ซึ่งก็แตกแยกย่อยออกเป็นเรื่องต่าง ๆ หลายประการดังจะยกตัวอย่างให้ท่านดูดังนี้ครับ
.
- มีการวางแผนการฝึกซ้อมอย่างเหมาะสม
- ทำไมต้องมีการวางแผน เพื่อจะได้ทราบถึงกระบวนการพัฒนา
- ออกแบบการฝึกซ้อมแบบขั้นบันใด เป็นขั้นเป็นตอน
- ต้องค่อย ๆ สร้างพื้นฐานของตัวเองไปก่อน ก่อนที่จะก้าวต่อไป
- เพิ่มระยะเวลาการฝึก ความหนัก 10-15 % ต่อสัปดาห์ หรือวงรอบการฝึก
(เช่นสัปดาห์แรก มีระยะเวลาการฝึก 20 ช.ม. อาทิตย์ต่อไปเพิ่มเป็น 22-23 ช.ม.)
- การค่อย ๆ เพิ่มงานการฝึกซ้อม จะเป็นการสอนร่างกายให้เรียนรู้การฝึกซ้อมที่ยากลำบากขึ้น
- ความหนักที่เหมาะสม ผสมกับการฟื้นสภาพที่ลงตัว จะทำให้เกิดกระบวนการพัฒนาในการฝึก
ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก
- เนิ่ม ชมภูศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 6385
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 21:02
- Tel: 081 7533298
- team: ศูนย์ฝึกจักรยานกองบิน 46 PBC PHITSANULOK
- Bike: connago....KAZA...GIANT...GT....
Re: หลักการฝึกซ้อม
3) การฝึกหนักมากกว่าปกติ
ในแต่ละกระบวนการฝึกซ้อม ควรมีระดับความยาก ความเข้มข้นของการฝึกอยู่ในแผนการฝึกซ้อม เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ตรงประเด็น ในลักษณะหลักการที่เป็นธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ เช่น หากเราวิดพื้นในครั้งแรกได้ 20 ครั้ง ถ้าหากเราไม่เพิ่มจำนวนครั้งต่อไปในการฝึกตามใวงรอบการฝึกใหม่ จะไม่เกิดการพัฒนาการฝึกที่เพิ่มมากขึ้นได้ และเมื่อมีการเพิ่มขึ้นมากแล้ว ต่อไปก็จำกัดด้วยระยะเวลา เช่นหนึ่งนาทีทำได้ 30 ครั้ง การพัฒนาความเร็วคือการเร่งให้มีการทำงานที่เราขึ้นในหนึ่งนาที เป็นต้น
กระบวนการฝึกหนักมากกว่าปกติมีอยู่ 3 ขั้นตอนด้วยกันคือ 1) เพิ่มเวลา 2) เวลาไม่เพิ่มแต่เพิ่มความหนัก 3) ใช้ทั้งสองอย่างรวมกันคือ เพิ่มเวลาและความหนัก
ในแต่ละกระบวนการฝึกซ้อม ควรมีระดับความยาก ความเข้มข้นของการฝึกอยู่ในแผนการฝึกซ้อม เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ตรงประเด็น ในลักษณะหลักการที่เป็นธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ เช่น หากเราวิดพื้นในครั้งแรกได้ 20 ครั้ง ถ้าหากเราไม่เพิ่มจำนวนครั้งต่อไปในการฝึกตามใวงรอบการฝึกใหม่ จะไม่เกิดการพัฒนาการฝึกที่เพิ่มมากขึ้นได้ และเมื่อมีการเพิ่มขึ้นมากแล้ว ต่อไปก็จำกัดด้วยระยะเวลา เช่นหนึ่งนาทีทำได้ 30 ครั้ง การพัฒนาความเร็วคือการเร่งให้มีการทำงานที่เราขึ้นในหนึ่งนาที เป็นต้น
กระบวนการฝึกหนักมากกว่าปกติมีอยู่ 3 ขั้นตอนด้วยกันคือ 1) เพิ่มเวลา 2) เวลาไม่เพิ่มแต่เพิ่มความหนัก 3) ใช้ทั้งสองอย่างรวมกันคือ เพิ่มเวลาและความหนัก
- เนิ่ม ชมภูศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 6385
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 21:02
- Tel: 081 7533298
- team: ศูนย์ฝึกจักรยานกองบิน 46 PBC PHITSANULOK
- Bike: connago....KAZA...GIANT...GT....
Re: หลักการฝึกซ้อม
4) การฝึกแบบเฉพาะเจาะจง
.
เป็นการฝึกในประเภทของการแข่งขัน ให้ใกล้เคียงกับการแข่งขันหรือประเภทที่ตนเองถนัด เช่นความยากลำบากในการแข่งแบบครอสคันทรีย์ เราก็ควรที่จะมีการฝึกร่างกายให้เคยชินกับสภาพเส้นทางอันขุขระ กระแทกกระทั้นของเส้นทาง การบังคับรถ ความอ่อนตัว ความคล่องตัว
หากเป็นเสือหมอบ ก็คงเป็นเรื่องการแยกประเภทตามประเภทการแข่งขันเหมือนกัน เช่น ประเภทสปิ้นท์ 200 เมตร ประเภทเดี่ยวเปอร์ซูท 4 ก.ม. ประเภททีมสปิ้นท์ ประเภททีมเปอร์ซูท ประเภทเดี่ยวไทม์ไทอัล เป็นต้น การฝึกซ้อมแยกประเภทเช่นนี้ จะเป็นการเพิ่มความสามารถที่มีอยู่ของบุคคลให้สูงขึ้นไปจากเดิม เพราะเราไม่สามารถทำได้ดีทั้งหมดในทุกการแข่งขัน แต่รู้จักเลือกเพื่อจะให้เกิดควาสมสามารถสูงสุดในประเภทการแข่งขันที่ตนเองถนัด ความสมบูร์ทางด้านการฝึกซ้อมในเรื่องของเทคนิค ทักษะ รายละเอียดก็มีย่อย ๆ ลงไปอีกดังนี้
.
-- เป็นการวางแผนการฝึกซ้อมแบบรายปี
-- ฝึกซ้อมในจำนวนที่ใกล้เคียงกับการแข่งขัน
-- เตรียมความพร้อมที่จะไปเจอกับการแข่งขัน
-- ถ้าเด็กไม่เคยแข่งขัน ให้มีโปรแกรมเรียนรู้ก่อนการแข่งขัน
-- ความสำคัญของการฝึกแบบเฉพาะเจาะจง คือต้องฝึกให้ร่างกายเกิดความเคยชิน ทั้งความอดทน ความแข็งแรง และความเร็ว ความคล่องตัว ไหวพริบแก้ไขสถานะการณ์ ที่ไกล้เคียงการแข่งขัน
.
เป็นการฝึกในประเภทของการแข่งขัน ให้ใกล้เคียงกับการแข่งขันหรือประเภทที่ตนเองถนัด เช่นความยากลำบากในการแข่งแบบครอสคันทรีย์ เราก็ควรที่จะมีการฝึกร่างกายให้เคยชินกับสภาพเส้นทางอันขุขระ กระแทกกระทั้นของเส้นทาง การบังคับรถ ความอ่อนตัว ความคล่องตัว
หากเป็นเสือหมอบ ก็คงเป็นเรื่องการแยกประเภทตามประเภทการแข่งขันเหมือนกัน เช่น ประเภทสปิ้นท์ 200 เมตร ประเภทเดี่ยวเปอร์ซูท 4 ก.ม. ประเภททีมสปิ้นท์ ประเภททีมเปอร์ซูท ประเภทเดี่ยวไทม์ไทอัล เป็นต้น การฝึกซ้อมแยกประเภทเช่นนี้ จะเป็นการเพิ่มความสามารถที่มีอยู่ของบุคคลให้สูงขึ้นไปจากเดิม เพราะเราไม่สามารถทำได้ดีทั้งหมดในทุกการแข่งขัน แต่รู้จักเลือกเพื่อจะให้เกิดควาสมสามารถสูงสุดในประเภทการแข่งขันที่ตนเองถนัด ความสมบูร์ทางด้านการฝึกซ้อมในเรื่องของเทคนิค ทักษะ รายละเอียดก็มีย่อย ๆ ลงไปอีกดังนี้
.
-- เป็นการวางแผนการฝึกซ้อมแบบรายปี
-- ฝึกซ้อมในจำนวนที่ใกล้เคียงกับการแข่งขัน
-- เตรียมความพร้อมที่จะไปเจอกับการแข่งขัน
-- ถ้าเด็กไม่เคยแข่งขัน ให้มีโปรแกรมเรียนรู้ก่อนการแข่งขัน
-- ความสำคัญของการฝึกแบบเฉพาะเจาะจง คือต้องฝึกให้ร่างกายเกิดความเคยชิน ทั้งความอดทน ความแข็งแรง และความเร็ว ความคล่องตัว ไหวพริบแก้ไขสถานะการณ์ ที่ไกล้เคียงการแข่งขัน
- kanoku
- ขาประจำ
- โพสต์: 339
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.พ. 2009, 21:59
- Tel: 089.920.37.24
- team: (NCC)KORAT
- Bike: BTS(KLC)
Re: หลักการฝึกซ้อม
จะติดตาม ต่อไป ขอบคุณ จขกท ที่นำความรู้ดี ๆ มาแบ่งปัน 
ธ.ไทยพาณิชย์ นครราชสีมา 401-107139-9 Kanok Suwanchai