เรื่องเล่าจากลุงแซม ตอน กลุ่มรวมมิตรจัดทริปอัมพวา สมุทรสงคร
- ลุงแซม
- ขาประจำ
- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
Re: เรื่องเล่าจากลุงแซม ตอน กลุ่มรวมมิตรจัดทริปอัมพวา สมุทรสงคร
ปลาบึกผัดฉ่า
- ไฟล์แนบ
-
- IMG_2636.jpg (57.63 KiB) เข้าดูแล้ว 167 ครั้ง
- ลุงแซม
- ขาประจำ
- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
Re: เรื่องเล่าจากลุงแซม ตอน กลุ่มรวมมิตรจัดทริปอัมพวา สมุทรสงคร
หมูกรอบ อภินันทนาการจากเฮียเผ่า
- ไฟล์แนบ
-
- IMG_2637.jpg (51.82 KiB) เข้าดูแล้ว 167 ครั้ง
- ลุงแซม
- ขาประจำ
- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
Re: เรื่องเล่าจากลุงแซม ตอน กลุ่มรวมมิตรจัดทริปอัมพวา สมุทรสงคร
หมูสะเต๊ะ นุ่ม หอม น้ำจิ้มรสเลิศ จากเฮียเผ่าเช่นกัน
- ไฟล์แนบ
-
- IMG_2638.jpg (62.25 KiB) เข้าดูแล้ว 167 ครั้ง
- ทิวากร
- ขาประจำ
- โพสต์: 6591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:24
- Tel: 081-977692สอง
- team: ขุนหาญทีม
- Bike: เปลี่ยนเป็นเทคแล้ว
Re: เรื่องเล่าจากลุงแซม ตอน กลุ่มรวมมิตรจัดทริปอัมพวา สมุทรสงคร
คุณไม่รู้หรอกว่าอะไรคือของปลอม ถ้ายังไม่เคยเห็นของจริง
บึงกาฬ-ชายแดนลาวเวียดนาม-ฮานอย..กดครับ
สำราจเส้นทางสายใหม่ ไปกัมพูชาพริบตาเดียว ชมนครวัด นครธมด้วยกัน..กดเบาๆครับ
อุ้มผาง ทีลอซู ถนนลอยฟ้า http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=267185
เวียงจันทน์-หลวงพระบาง http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=332042
บึงกาฬ-ชายแดนลาวเวียดนาม-ฮานอย..กดครับ
สำราจเส้นทางสายใหม่ ไปกัมพูชาพริบตาเดียว ชมนครวัด นครธมด้วยกัน..กดเบาๆครับ
อุ้มผาง ทีลอซู ถนนลอยฟ้า http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=267185
เวียงจันทน์-หลวงพระบาง http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=332042
- ลุงแซม
- ขาประจำ
- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
Re: เรื่องเล่าจากลุงแซม ตอน กลุ่มรวมมิตรจัดทริปอัมพวา สมุทรสงคร
หลังจากอาหารเที่ยงแล้ว โดยค่าอาหารคิดเป็นโต๊ะช่วยกันออก ส่วนโต๊ะผม อาวิลลี่ กับอาเปี๊ยก ยังนั่งโจ้กันต่อเพราะไม่ต้องปั่นแล้ว จึงยังไม่คิดเงิน ผมก็เลยไม่ต้องจ่ายอิ่มจังกะตังยังอยู่ ขอบพระคุณครับ อาวิลลี่ อาเปี๊ยก
...เราปั่นย้อนทางเดิม ปั่นได้สิบกว่า กม.ก็พักกันทีเพราะอากาศร้อนเหลือเกิน บางช่วงก็ปั่นกันเร็วมาก (สำหรับผม) ปั่นกันความเร็ว 30 กว่า ๆ มีอยู่ที่หนึ่งพักกันที่วัดอะไรจำบ่ได้ ผมมัวแต่เข้าห้องน้ำ ออกมา อ้าวเพื่อน ๆ ออกกันไปแล้ว แถมปั่นกันเร็วอีกต่างหาก มีสิบล้อบรรทุกดินแซงผมมาจึงอาศัยดูดไปจนแซงกลุ่มหน้าแล้วค่อยชลอความเร็ว สุดท้ายมาพักที่วัดคลองจินดา ซึ่งผมถ่ายรูปไว้เป็นรูปสุดท้าย จากที่นี่อีกสิบกว่า กม. ก็จะตัดข้ามถนนเพชรเกษม ตรงอำเภอสามพราน พอตัดข้ามเพชรเกษม พวกเราจะตรงไป แต่คุณปอบอกว่า ทางกำลังก่อสร้าง พวกเราเลยไปรอกันตรงป้ายรถเมล์ถัดไปหน่อย แต่กลุ่มหลังข้ามเพชรเกษมได้ ตรงเข้าซอยที่กำลังก่อสร้าง คุณปอกับพวกบอกเราไปเข้าซอยข้างหน้าเดี๋ยวก็เจอกลุ่มใหญ่เองแหละ พี่จารึก คุณพัลลภ ขอแยกไปตามถนนเพชรเกษม ผมกำลังเมาแดดอยู่ที่ป้ายรถเมล์ พอรู้สึกตัวก็สายเสียแล้ว เพื่อน ๆ ปั่นออกไปกันหมดแล้ว นั่งคิดอยู่ระยะหนึ่งว่าจะไปทางไหนดี ตัดสินใจปั่นตามพี่จารึกไปตามถนนเพชรเกษม ดูระยะทางอีก 36 กม.ถึง กทม. น่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ดูเวลา บ่ายสองโมงกว่าถึงบ้านไม่น่าเกินห้าโมงเย็น มาหยุดซื้อน้ำที่แยกพุทธมณฑลสายสี่ เห็นพี่จารึกปั่นผ่านไป ดื่มน้ำเสร็จก็ปั่นตามไป แต่พอข้ามแยกสายสี่ไปเท่านั้นแหละ รถยนต์ติดกันยาวเหยียด แรก ๆ ผมก็ปั่นเลาะซ้ายเลาะขวาให้รถยนต์อิจฉาเล่น ติดนักก็ปั่นบนทางเท้า นึกในใจเห็นไหมจักรยานสบายกว่ากันเยอะเลย ปั่นไปปั่นมาชักเจ็บก้นเพราะทางเท้ามันไม่เรียบ ลงมาปั่นบนถนน รถเมล์ รถบรรทุก มันก็จอดซะชิด ผ่านไม่ได้ ไอร้อน จากเครื่องยนต์ ควันจากไอเสีย ฝุ่น มอเตอร์ไซค์ที่คอยซอกแซกปาดหน้าเรา ขนาดปอดเรามีภูมิต้านทาน คาร์บอนไดออกไซค์ คาร์บอนมอนนอคไซค์ สารทาร์ ยังทนไม่ไหวจะเป็นลม พอมาถึงถนนกาญจนาภิเษก จึงปั่นมาเข้าถนนบรมราชชนนี เห็นสะพานข้ามแล้วจะเป็นลมทำไมมันทั้งยาว ทั้งสูง แวะกินน้ำก่อนดีกว่า หลังจากนั้นก็ปั่นไปแบบไม่รีบ มาถึงหน้าห้างตั้งฮั่วเส็ง อาวิลลี่โทรมาบอกว่าถึงไฟฟ้าแล้ว จะให้ไปรับไหม ผมบอกว่าจะข้ามสะพานกรุงธนแล้ว อีกไม่ถึงสิบ กม.ก็ถึงบ้านผมแล้ว
...นั่งพักคิดไปด้วยถ้าเราถึงบ้านจะได้นอนพักผ่อนไหมเนี่ย เมื่อคืนนอนน้อยเพลียมาก แต่ผบ. คงไม่ยอมง่าย ๆ คงส่งงานให้ทำอีก อย่ากระนั้นเลย เพื่อเป็นการสร้างความเห็นใจและเอื้ออาทรกันในครอบครัว โทรหาลูกสาวให้มารับดีกว่า ผมบอกว่าผมจะเป็นลมอยู่แล้วปั่นไม่ไหว ลูกสาวบอกเดี๋ยวเอารถไปรับ ส่วนผบ. ส่งเสียงมาตามสายให้มาแท็กซี่ ความจริงก็ได้ แต่ผมบอกว่าใส่ไม่หมดรถมันคันใหญ่ รอสักพักลูกสาวก็ขับรถมารับ ก่อนถึงบ้านซื้อก๋วยเตี๋ยวปลาฝาก ผบ.ซะหน่อยเป็นการเอาใจ ถึงบ้านก็ทำท่าจะเป็นลม อาบน้ำเสร็จเปิดแอร์ ขอตัวนอนก่อนจะเป็นลมข้าวเย็นไม่ได้กินเลย มากินอีกทีตอนห้าทุ่ม โน่น ก็เป็นอันว่าจบเรื่องเล่าเพียงเท่านี้
...ต้องขอขอบพระคุณ พี่ ๆ เพื่อน ๆ ทุกท่าน ที่ให้ความเป็นกันเองดั่งเครือญาติ ซึ่งหาไม่ได้ในวงการกีฬาอื่น สวัสดีครับ
...เราปั่นย้อนทางเดิม ปั่นได้สิบกว่า กม.ก็พักกันทีเพราะอากาศร้อนเหลือเกิน บางช่วงก็ปั่นกันเร็วมาก (สำหรับผม) ปั่นกันความเร็ว 30 กว่า ๆ มีอยู่ที่หนึ่งพักกันที่วัดอะไรจำบ่ได้ ผมมัวแต่เข้าห้องน้ำ ออกมา อ้าวเพื่อน ๆ ออกกันไปแล้ว แถมปั่นกันเร็วอีกต่างหาก มีสิบล้อบรรทุกดินแซงผมมาจึงอาศัยดูดไปจนแซงกลุ่มหน้าแล้วค่อยชลอความเร็ว สุดท้ายมาพักที่วัดคลองจินดา ซึ่งผมถ่ายรูปไว้เป็นรูปสุดท้าย จากที่นี่อีกสิบกว่า กม. ก็จะตัดข้ามถนนเพชรเกษม ตรงอำเภอสามพราน พอตัดข้ามเพชรเกษม พวกเราจะตรงไป แต่คุณปอบอกว่า ทางกำลังก่อสร้าง พวกเราเลยไปรอกันตรงป้ายรถเมล์ถัดไปหน่อย แต่กลุ่มหลังข้ามเพชรเกษมได้ ตรงเข้าซอยที่กำลังก่อสร้าง คุณปอกับพวกบอกเราไปเข้าซอยข้างหน้าเดี๋ยวก็เจอกลุ่มใหญ่เองแหละ พี่จารึก คุณพัลลภ ขอแยกไปตามถนนเพชรเกษม ผมกำลังเมาแดดอยู่ที่ป้ายรถเมล์ พอรู้สึกตัวก็สายเสียแล้ว เพื่อน ๆ ปั่นออกไปกันหมดแล้ว นั่งคิดอยู่ระยะหนึ่งว่าจะไปทางไหนดี ตัดสินใจปั่นตามพี่จารึกไปตามถนนเพชรเกษม ดูระยะทางอีก 36 กม.ถึง กทม. น่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ดูเวลา บ่ายสองโมงกว่าถึงบ้านไม่น่าเกินห้าโมงเย็น มาหยุดซื้อน้ำที่แยกพุทธมณฑลสายสี่ เห็นพี่จารึกปั่นผ่านไป ดื่มน้ำเสร็จก็ปั่นตามไป แต่พอข้ามแยกสายสี่ไปเท่านั้นแหละ รถยนต์ติดกันยาวเหยียด แรก ๆ ผมก็ปั่นเลาะซ้ายเลาะขวาให้รถยนต์อิจฉาเล่น ติดนักก็ปั่นบนทางเท้า นึกในใจเห็นไหมจักรยานสบายกว่ากันเยอะเลย ปั่นไปปั่นมาชักเจ็บก้นเพราะทางเท้ามันไม่เรียบ ลงมาปั่นบนถนน รถเมล์ รถบรรทุก มันก็จอดซะชิด ผ่านไม่ได้ ไอร้อน จากเครื่องยนต์ ควันจากไอเสีย ฝุ่น มอเตอร์ไซค์ที่คอยซอกแซกปาดหน้าเรา ขนาดปอดเรามีภูมิต้านทาน คาร์บอนไดออกไซค์ คาร์บอนมอนนอคไซค์ สารทาร์ ยังทนไม่ไหวจะเป็นลม พอมาถึงถนนกาญจนาภิเษก จึงปั่นมาเข้าถนนบรมราชชนนี เห็นสะพานข้ามแล้วจะเป็นลมทำไมมันทั้งยาว ทั้งสูง แวะกินน้ำก่อนดีกว่า หลังจากนั้นก็ปั่นไปแบบไม่รีบ มาถึงหน้าห้างตั้งฮั่วเส็ง อาวิลลี่โทรมาบอกว่าถึงไฟฟ้าแล้ว จะให้ไปรับไหม ผมบอกว่าจะข้ามสะพานกรุงธนแล้ว อีกไม่ถึงสิบ กม.ก็ถึงบ้านผมแล้ว
...นั่งพักคิดไปด้วยถ้าเราถึงบ้านจะได้นอนพักผ่อนไหมเนี่ย เมื่อคืนนอนน้อยเพลียมาก แต่ผบ. คงไม่ยอมง่าย ๆ คงส่งงานให้ทำอีก อย่ากระนั้นเลย เพื่อเป็นการสร้างความเห็นใจและเอื้ออาทรกันในครอบครัว โทรหาลูกสาวให้มารับดีกว่า ผมบอกว่าผมจะเป็นลมอยู่แล้วปั่นไม่ไหว ลูกสาวบอกเดี๋ยวเอารถไปรับ ส่วนผบ. ส่งเสียงมาตามสายให้มาแท็กซี่ ความจริงก็ได้ แต่ผมบอกว่าใส่ไม่หมดรถมันคันใหญ่ รอสักพักลูกสาวก็ขับรถมารับ ก่อนถึงบ้านซื้อก๋วยเตี๋ยวปลาฝาก ผบ.ซะหน่อยเป็นการเอาใจ ถึงบ้านก็ทำท่าจะเป็นลม อาบน้ำเสร็จเปิดแอร์ ขอตัวนอนก่อนจะเป็นลมข้าวเย็นไม่ได้กินเลย มากินอีกทีตอนห้าทุ่ม โน่น ก็เป็นอันว่าจบเรื่องเล่าเพียงเท่านี้
...ต้องขอขอบพระคุณ พี่ ๆ เพื่อน ๆ ทุกท่าน ที่ให้ความเป็นกันเองดั่งเครือญาติ ซึ่งหาไม่ได้ในวงการกีฬาอื่น สวัสดีครับ
- ไฟล์แนบ
-
- IMG_2639.jpg (58.98 KiB) เข้าดูแล้ว 166 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย ลุงแซม เมื่อ 31 พ.ค. 2010, 05:19, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- ลุงแซม
- ขาประจำ
- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
Re: เรื่องเล่าจากลุงแซม ตอน กลุ่มรวมมิตรจัดทริปอัมพวา สมุทรสงคร
สวัสดียามดึกครับ คุณทิวากร พร้อมกับราตรีสวัสดิ์ครับทิวากร เขียน:เหมื่อนทริปรวมมิตร อาหารก็น่ากินครับ
- TigerSmile'Hy
- ขาประจำ
- โพสต์: 6475
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 15:19
- Tel: 081-4190187
- team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
- Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...
- ตำแหน่ง: 180/91 ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
- ติดต่อ:
Re: เรื่องเล่าจากลุงแซม ตอน กลุ่มรวมมิตรจัดทริปอัมพวา สมุทรสงคร
เหอ เหอ เหอ ... กำลังจะเอาแบบอย่าง"พ่อบ้านที่ดี" กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า...ฯลฯ ทดลองทำเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ถูกมองด้วยสายตาแบบชาวต่างชาติ พร้อมได้ยินเสียงแว่วๆ มาว่า "สงสัยวันนี้จะตากผ้าไม่แห้ง... " เป็นจริงครับ ตอนบ่ายฝนตกหนักพอสมควร
... แต่มุกกลับเข้าบ้านนี่เอาแบบไม่ได้ฮะ เพราะถูก"พากฑัณท์" (ไม่แน่ใจว่าจะเขียนคำนี้ถูก) เอาไว้ก่อนแล้วและไม่เปลี่ยบนแปลง ... เมิงไปเองได้ เมิงก้กลับมาเอง

... แต่มุกกลับเข้าบ้านนี่เอาแบบไม่ได้ฮะ เพราะถูก"พากฑัณท์" (ไม่แน่ใจว่าจะเขียนคำนี้ถูก) เอาไว้ก่อนแล้วและไม่เปลี่ยบนแปลง ... เมิงไปเองได้ เมิงก้กลับมาเอง
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
WebSite | www.TigerSmile.Net
-
ตาพงษ์
- ขาประจำ
- โพสต์: 327
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 22:28
- Tel: 0818406668
- team: ชมรมจักรยานดอนเมือง
- Bike: Turner Flux / KHS / vannicolas zion / jamis ranger/ellworth epippany pink
- ติดต่อ:
Re: เรื่องเล่าจากลุงแซม ตอน กลุ่มรวมมิตรจัดทริปอัมพวา สมุทรสงคร
ตามเข้ามาอ่าน

ลองมาเยอะ เจ็บมาแยะ และท้ายที่สุด...ไม่มีอะไรดีกว่าการคืนสู่สามัญ
- พิงธรรม์
- ขาประจำ
- โพสต์: 3400
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
- Tel: 08-7938-2688
- team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
- Bike: ทัวริ่ง Trek 470
- ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
- ติดต่อ:
Re: เรื่องเล่าจากลุงแซม ตอน กลุ่มรวมมิตรจัดทริปอัมพวา สมุทรสงคร
จากที่พี่ฯเษมฯช่วยเขียนต่อรำลึกความหลังคนรุ่นใกล้ๆกัน
ผมคงขอค้าง...เรื่องเขียนกระทู้เล่าเรื่องที่ตั้งใจจะเล่าให้ยาวจากห้วยโก๋นลุยซาปากลับเวียงจันท์ เพราะตอนนี้ดูเวลาที่เหลือห้าหกวันคงต้องยุ่งเตรียมทำรถจัดของไปลุยดาลัท ไซง่อนกะเฮียเซ้ง
เอาเวลาเขียนมาคุยระลึกความหลังกะพี่ฯเษมฯดีกว่า
ไม่น่าเชื่อ...พี่ฯเษมฯ
การแสดงที่สังคีตศาลาที่พี่พูดถึงนั้นผมก็ไปนั่งฟังนั่งดูอยู่ด้วยที่สนามหญ้าด้านขวาของตัวเวที ผมนั่งในพื้นที่ส่วนที่ว่างซึ่งออกจะห่างไกลจากเวทีหน่อยครับ
วันนั้น...ผมไปกับเพื่อนๆสองสามคน ไปเชียร์ผมตามจีบตามตื้อลูกศิษย์ครูคนที่ร้องในท่อนของผู้เป็นดอกกุหลาบ ผิวเธอขาวหน้าตาสวยมากเลยละครับ ใส่ชุดสีแดงสด
การแสดงวันนั้นลูกสาวครูเอื้อ เป็นพิธีกรด้วย คงจะด้วยความชื่นชมในความน่ารักสดใสของประดานักเรียนนักร้อง ที่สดใสด้วยวัยและสดสวยด้วยเครื่องแต่งกายประกอบเพลงดังที่พี่ฯเษมฯเล่า
ลูกสาวครูเอื้อ...คุณอติพร ยังกล่าวคำแหย่เหล่านักร้องสาวๆว่าร่าเริงสดใสเป็นพิเศษ เพราะมีคนพิเศษตามมาเชียร์
ผมก็ยังนึกเข้าข้างตัวเองว่าเรามาตามจีบลูกศิษย์ครู ยังโดนแซว
คิดไปเองครับ
ชื่อเล่นของเธอชื่อต๋อยครับ เป็นรุ่นเดียวกับคุณจิ๋วที่ผมกล่าถึงแล้ว เป็นนักเรียนนักร้องที่ฝีมือยังไม่ถึงขนาดที่ครูเอื้อจะผลักดันให้มีผลงานเป็นส่วนตัว อีกอย่างเธอคงจะเบื่อที่ผมตามตื้อ...ตามจีบเลยเลิกการเรียนการร้อง ออกไปเป็นแม่บ้านเสียก่อนถึงดวงดาว
ระหว่างที่ผมตามตื้อตามจีบและคลุกคลีอยู่กะหลานชายครูเอื้อ (เพื่อนคนนี้เรียนด้านเพาะช่างช่วยเหลืองานการด้านดนตรีครูโดยการเขียนโน้ตหรือลอกโน้ตเพื่อตอบแทนการอยู่บ้านครู) ยุคนั้นเครื่องถ่ายเอกสารมันยังแพงมากนะครับ เลยต้องอาศัยแรงงานคนถ่ายทอดลอกต่อ
ผมเห็นปรากฎการณ์การเข้าการออกของลูกศิษย์ครูหลายต่อหลายคน ที่ท้อถอยหมดไฟเสียกลางคัน
คือหัดร้องนะหัดได้ เพราะเป็นโรงเรียนสอนฝึกวิธีการร้อง
แต่จะให้มีฝีมือถึงขั้นครูฯเห็นเป็นดาวในอนาคตทำเพลงออกมาให้บันทึกเป็นผลงานเฉพาะตน นั้นมันยากเต็มทน
รวมทั้งประกายดาวเฉิดฉายของรุ่นพี่...รุ่นดาวรุ่งรุ่นพี่เช่นโฉมฉาย อรุณฉาน ดาวใจ ไพจิตร และอีกเยอะนับเป็นสิบ ต่างเฉิดฉายแจ่มจรัสกลบรัศมี...รุ่นน้องฝีมือสู้ไม่ได้เลย
รุ่นที่เรียนเป็นนักร้องอยู่หอพักของครูเอื้อช่วงปี ๒๕๑๕ นี้ที่ผมคุ้นเคยซักสี่ห้าคน รู้สึกจะมีคุณจิ๋ว...บรรจงจิตต์ ครับที่เด่นดังสุด ในช่วงที่ผมยังติดตามวงอยู่...ในความจำของผมนะครับ มีผลงานบันทึกของตนหลายเพลง
หลังจากนั้น...ผมหลุดจากวงโคจรตามตื้อตามจีบลูกศิษย์ครูเอื้อ และเพราะจบการเรียนเริ่มทำงานก็มัววุ่นแต่เรื่องงานจนห่างหายไปจากการตามฟังตามสิงเพื่อน เพิ่งจะไม่กี่ปีนี้ที่โทรไปหาเพื่อนที่เป็นหลานครู ดึงความจำในความสนุกความรื่นเริงที่ได้อยู่ในหมู่ผู้รักการร้องเพลง ในวัยที่เบิกบาน ก็ชื่นใจกับความหลังส่วนตัวตนครับ และได้รู้ข่าวคุณจิ๋วเสียชีวิตไปไม่กี่ปีที่ผ่านมาด้วยวัยยังน้อยเพราะโรคร้ายประจำตัว เขียนถึงแล้วก็ใจหาย
อ่านตรงนี้ที่ฯเษมฯเขียน กลายเป็นไปชอบลูกศิษย์ครูเอื้อคนเดียวกันครับ แหม...เกือบต้องเปิดศึกเจอพี่ฯเษมฯ เสียแต่ตอนหนุ่มซะแล้ว...เมื่อต้นปี 2553 (21 ม.ค.) ซึ่งเป็นวันครบรอบชาตกาล 100 ปี ของครูเอื้อสุนทรสนาน หรือสุนทราภรณ์ องค์การยูเนสโก ได้ยกย่องให้ ครูเอื้อ ฯ เป็นบุคคลสำคัญของโลก (Personality of the year 2010 ) ด้านวัฒนธรรมดนตรีไทยและสากล เขาจัดคอนเสิร์ต 100 ปี ครูเอื้อสุนทรสนาน ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติ ผมมีโอกาสได้ไปชมด้วย เพราะ ผบ. เขาจองตั๋วไว้เรียบร้อย แกมบังคับให้ไปชม
มีการแสดงเพลง นิมิตสวรรค์ เนื้อเพลงยาวมาก ใช้นักร้องตั้ง 6 คน แสดงเป็น หญิงสาว ชายหนุ่ม ดอกบัว ดอกกุหลาบ ดอกอัญชัน และดอกทานตะวัน
ทำให้นึกถึงอดีตสมัยยังหนุ่ม
ถ้าจำไม่ผิดประมาณ ปี 2515 ผมเคยไปชมการแสดงของวงสุนทราภรณ์ ที่สังคีตศาลา มีการแสดงของดาวรุ่งสุนทราภรณ์ ในชุดนิมิตสวรรค์ด้วย เห็นนักร้องสาวดาวรุ่งคนหนึ่งที่เธอแสดงเป็นดอกกุหลาบ สวยสะดุดตา ผิวขาว ตัดกับชุดสีแดงสด ก็คงเป็นอารมณ์ของวัยรุ่นเห็นสาวสวยต้องตาก็ชอบ แต่ก็ได้แต่มอง แม้ชื่อเธอยังไม่รู้จักเลยว่าชื่ออะไร อยากจะตามไปสมัครเรียนร้องเพลงที่โรงเรียนสุนทราภรณ์การดนตรี ในซอยสุจริต 2 แต่ไม่กล้าพูดง่าย ๆ ว่าใจไม่ถึง
ไม่แน่นะ ถ้าตามไปอาจเจอกับพี่จารึกก็ได้ใครจะไปรู้ ว่าแต่ว่าพี่จารึกไปที่นั่นบ่อยน่าจะรู้จักว่านักร้องดาวรุ่งผู้นั้นชื่อ อะไร มันคาใจมา 40 กว่าปีแล้วมั๊ง
ผมคงขอค้าง...เรื่องเขียนกระทู้เล่าเรื่องที่ตั้งใจจะเล่าให้ยาวจากห้วยโก๋นลุยซาปากลับเวียงจันท์ เพราะตอนนี้ดูเวลาที่เหลือห้าหกวันคงต้องยุ่งเตรียมทำรถจัดของไปลุยดาลัท ไซง่อนกะเฮียเซ้ง
เอาเวลาเขียนมาคุยระลึกความหลังกะพี่ฯเษมฯดีกว่า
ไม่น่าเชื่อ...พี่ฯเษมฯ
การแสดงที่สังคีตศาลาที่พี่พูดถึงนั้นผมก็ไปนั่งฟังนั่งดูอยู่ด้วยที่สนามหญ้าด้านขวาของตัวเวที ผมนั่งในพื้นที่ส่วนที่ว่างซึ่งออกจะห่างไกลจากเวทีหน่อยครับ
วันนั้น...ผมไปกับเพื่อนๆสองสามคน ไปเชียร์ผมตามจีบตามตื้อลูกศิษย์ครูคนที่ร้องในท่อนของผู้เป็นดอกกุหลาบ ผิวเธอขาวหน้าตาสวยมากเลยละครับ ใส่ชุดสีแดงสด
การแสดงวันนั้นลูกสาวครูเอื้อ เป็นพิธีกรด้วย คงจะด้วยความชื่นชมในความน่ารักสดใสของประดานักเรียนนักร้อง ที่สดใสด้วยวัยและสดสวยด้วยเครื่องแต่งกายประกอบเพลงดังที่พี่ฯเษมฯเล่า
ลูกสาวครูเอื้อ...คุณอติพร ยังกล่าวคำแหย่เหล่านักร้องสาวๆว่าร่าเริงสดใสเป็นพิเศษ เพราะมีคนพิเศษตามมาเชียร์
ผมก็ยังนึกเข้าข้างตัวเองว่าเรามาตามจีบลูกศิษย์ครู ยังโดนแซว
คิดไปเองครับ
ชื่อเล่นของเธอชื่อต๋อยครับ เป็นรุ่นเดียวกับคุณจิ๋วที่ผมกล่าถึงแล้ว เป็นนักเรียนนักร้องที่ฝีมือยังไม่ถึงขนาดที่ครูเอื้อจะผลักดันให้มีผลงานเป็นส่วนตัว อีกอย่างเธอคงจะเบื่อที่ผมตามตื้อ...ตามจีบเลยเลิกการเรียนการร้อง ออกไปเป็นแม่บ้านเสียก่อนถึงดวงดาว
ระหว่างที่ผมตามตื้อตามจีบและคลุกคลีอยู่กะหลานชายครูเอื้อ (เพื่อนคนนี้เรียนด้านเพาะช่างช่วยเหลืองานการด้านดนตรีครูโดยการเขียนโน้ตหรือลอกโน้ตเพื่อตอบแทนการอยู่บ้านครู) ยุคนั้นเครื่องถ่ายเอกสารมันยังแพงมากนะครับ เลยต้องอาศัยแรงงานคนถ่ายทอดลอกต่อ
ผมเห็นปรากฎการณ์การเข้าการออกของลูกศิษย์ครูหลายต่อหลายคน ที่ท้อถอยหมดไฟเสียกลางคัน
คือหัดร้องนะหัดได้ เพราะเป็นโรงเรียนสอนฝึกวิธีการร้อง
แต่จะให้มีฝีมือถึงขั้นครูฯเห็นเป็นดาวในอนาคตทำเพลงออกมาให้บันทึกเป็นผลงานเฉพาะตน นั้นมันยากเต็มทน
รวมทั้งประกายดาวเฉิดฉายของรุ่นพี่...รุ่นดาวรุ่งรุ่นพี่เช่นโฉมฉาย อรุณฉาน ดาวใจ ไพจิตร และอีกเยอะนับเป็นสิบ ต่างเฉิดฉายแจ่มจรัสกลบรัศมี...รุ่นน้องฝีมือสู้ไม่ได้เลย
รุ่นที่เรียนเป็นนักร้องอยู่หอพักของครูเอื้อช่วงปี ๒๕๑๕ นี้ที่ผมคุ้นเคยซักสี่ห้าคน รู้สึกจะมีคุณจิ๋ว...บรรจงจิตต์ ครับที่เด่นดังสุด ในช่วงที่ผมยังติดตามวงอยู่...ในความจำของผมนะครับ มีผลงานบันทึกของตนหลายเพลง
หลังจากนั้น...ผมหลุดจากวงโคจรตามตื้อตามจีบลูกศิษย์ครูเอื้อ และเพราะจบการเรียนเริ่มทำงานก็มัววุ่นแต่เรื่องงานจนห่างหายไปจากการตามฟังตามสิงเพื่อน เพิ่งจะไม่กี่ปีนี้ที่โทรไปหาเพื่อนที่เป็นหลานครู ดึงความจำในความสนุกความรื่นเริงที่ได้อยู่ในหมู่ผู้รักการร้องเพลง ในวัยที่เบิกบาน ก็ชื่นใจกับความหลังส่วนตัวตนครับ และได้รู้ข่าวคุณจิ๋วเสียชีวิตไปไม่กี่ปีที่ผ่านมาด้วยวัยยังน้อยเพราะโรคร้ายประจำตัว เขียนถึงแล้วก็ใจหาย
Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
-
แม่บักข้าวเหนียว
- ขาประจำ
- โพสต์: 5686
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ค. 2009, 15:35
- Tel: 0862240407
- team: ยังไม่มีทีมใด กล้าให้ ซบอก...
- Bike: trek 4300 wsd. SOMA SAGA
- ติดต่อ:
Re: เรื่องเล่าจากลุงแซม ตอน กลุ่มรวมมิตรจัดทริปอัมพวา สมุทรสงคร
วันนี้ อยู่เวรยาว ถึง สองทุ่ม ครึ่ง กะจะอ่านกระทู้ คนนั้นที คนนี้ ที ให้หายคิดถึงหลังจากหนีจากข้อหาจุดไม้ขีดไปหลายวัน นั่นแน่ มาอ่านกระทู้ลุงแซม ดุเดือด จริงจริง หลักฐานชัดเจนมากกกกก สีทองผ่องอำพันมาเชียว
ดูดิ สายตาของท่านพี่ที่ใกล้จะค้ำตะวันลักษณะการมองจะเริ่มหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อการปรับโฟกัสของสายตา อิอิ
ดูดิ สายตาของท่านพี่ที่ใกล้จะค้ำตะวันลักษณะการมองจะเริ่มหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อการปรับโฟกัสของสายตา อิอิ
- ไฟล์แนบ
-
- IMG_3118aบ.jpg (72.04 KiB) เข้าดูแล้ว 139 ครั้ง
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
.พูดคุยผ่านทางเฟสบุค
https://www.facebook.com/usanee.puangsuwan
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
.พูดคุยผ่านทางเฟสบุค
https://www.facebook.com/usanee.puangsuwan
-
แม่บักข้าวเหนียว
- ขาประจำ
- โพสต์: 5686
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ค. 2009, 15:35
- Tel: 0862240407
- team: ยังไม่มีทีมใด กล้าให้ ซบอก...
- Bike: trek 4300 wsd. SOMA SAGA
- ติดต่อ:
Re: เรื่องเล่าจากลุงแซม ตอน กลุ่มรวมมิตรจัดทริปอัมพวา สมุทรสงคร
ไปใหน นะวันนี้ หรือว่ายังไม่กลับจากหนามกอฟ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
.พูดคุยผ่านทางเฟสบุค
https://www.facebook.com/usanee.puangsuwan
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
ชีวิตมีวันสิ้น...คนไม่มีวันพอ
.พูดคุยผ่านทางเฟสบุค
https://www.facebook.com/usanee.puangsuwan
- ลุงแซม
- ขาประจำ
- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
Re: เรื่องเล่าจากลุงแซม ตอน กลุ่มรวมมิตรจัดทริปอัมพวา สมุทรสงคร
...ความจริงภาพข้างบน ถ่ายอยู่ที่หลักซาว ผมเอาภาพเก่ามาประกอบเพลงเรามีแรง ซึ่งเนื้อเพลงตอนจบ "กอดคอกันเมาไม่กลัวภัยพาล" ผมหารูปที่ผมกับอาวิลลี่กอดคอกันเมาไม่เจอ ก็เลยเอามาแก้ขัดครับแม่บักข้าวเหนียว เขียน:วันนี้ อยู่เวรยาว ถึง สองทุ่ม ครึ่ง กะจะอ่านกระทู้ คนนั้นที คนนี้ ที ให้หายคิดถึงหลังจากหนีจากข้อหาจุดไม้ขีดไปหลายวัน นั่นแน่ มาอ่านกระทู้ลุงแซม ดุเดือด จริงจริง หลักฐานชัดเจนมากกกกก สีทองผ่องอำพันมาเชียว
ดูดิ สายตาของท่านพี่ที่ใกล้จะค้ำตะวันลักษณะการมองจะเริ่มหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อการปรับโฟกัสของสายตา อิอิ
...น่าอิจฉาจังได้ไปเที่ยวต่างประเทศ ผมเองทำพาสปอร์ตมา ไปต่างประเทศแค่ 3 ครั้งเอง ก็ประเทศลาวประเทศเดียว จริง ๆ 555
- ไฟล์แนบ
-
- นี่ครับ กอดคอกันเมาไม่กลัวภัยพาล
- ลุงช้าง.jpg (59.7 KiB) เข้าดูแล้ว 125 ครั้ง
- ลุงแซม
- ขาประจำ
- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
Re: เรื่องเล่าจากลุงแซม ตอน กลุ่มรวมมิตรจัดทริปอัมพวา สมุทรสงคร
...ถูกต้องแล้วครับ พอดีวันนี้เป็นวันเกิดหัวหน้าก๊วน ก็เลยกลับบ้านช้าหน่อยเกือบไปรับ ผบ.ไม่ทัน กลับจากรับ ผบ.ไปเดินตลาดนัดแถวบ้าน ...เมื่ออาทิตย์ก่อน เห็นมีจักรยานเสือภูเขา สเปเชียลไลซ์ รุ่น ร๊อคฮ๊อปเปอร์ คอม ดีสเบรก สีขาวสวย ไซค์ 17 วางขายตั้งราคาไว้ 15,000 บาท ราคาห้างตั้ง 35,000 บาท ผมถามว่ามาจากอีหยิบหรือเปล่า คนขายบอกว่ารับรองได้ขายอยางนี้มาหกปีแล้ว วันนี้ไปดูอีกกะว่าจะต่อสักหมื่นสอง (เพราะรุ่นพี่ที่หนองคายอยากได้ ไว้ออกกำลังกาย)แต่วันนี้ไม่เห็นมา ...กลับมาถึงบ้านกะว่าพรุ่งนี้จะเอาเจ้าฟ้าหม่นเสือหมอบที่ซื้อมาใหม่ไปปั่น จึงจัดการเปลี่ยนยางใหม่ ซื้อผ้าพันแฮนด์มาพันใหม่ ใส่โครงกระติกน้ำเข้าไป ทำไปทำมาลืมกินข้าวรู้สึกตัวก็สี่ทุ่มกว่าแล้ว กว่าจะได้เข้าเน็ตก็เกือบห้าทุ่ม เข้าเนตตามไปดูกระทู้คุณแม่บักข้าวเหนียวเที่ยว HK ดูกระทู้คุณป้าขุนหาญ ก็ถึงเวลานอนแล้ว ราตรีสวัสดิ์ครับแม่บักข้าวเหนียว เขียน:ไปใหน นะวันนี้ หรือว่ายังไม่กลับจากหนามกอฟ
- ลุงแซม
- ขาประจำ
- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
Re: เรื่องเล่าจากลุงแซม ตอน กลุ่มรวมมิตรจัดทริปอัมพวา สมุทรสงคร
นี่ไงเจ้าฟ้าหม่นของผม เมื่อเช้าว่าจะปั่นกับกลุ่มรวมมิตรไปเยี่ยมครูเป้สีน้ำ ตลาดน้ำลำพญา แต่ ผบ.บอกว่ามีธุระจะไปเยี่ยมน้องชายซึ่งป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ธรรมศาสตร์ เราก็เลยอดปั่นไปตามระเบียบ
...เจ้าฟ้าหม่นของผม เพื่อน ๆ ชาวดอนเมืองตั้งชื่อให้ใหม่เป็น ฟ้าสะอื้น ผมรับไม่ได้ชื่อมันเศร้าไม่เข้ากับเจ้าของซะเลย เลยเปลี่ยนเป็น " ฟ้าระรื่น" แทน 555
...เจ้าฟ้าหม่นของผม เพื่อน ๆ ชาวดอนเมืองตั้งชื่อให้ใหม่เป็น ฟ้าสะอื้น ผมรับไม่ได้ชื่อมันเศร้าไม่เข้ากับเจ้าของซะเลย เลยเปลี่ยนเป็น " ฟ้าระรื่น" แทน 555
- ไฟล์แนบ
-
- IMG_2705.jpg (59.26 KiB) เข้าดูแล้ว 116 ครั้ง
- คุณนาย ปากเกร็ด
- ขาประจำ
- โพสต์: 1465
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 21:54
- team: ปากเกร็ด - สนามบินน้ำ
- Bike: trek 4400
Re: เรื่องเล่าจากลุงแซม ตอน กลุ่มรวมมิตรจัดทริปอัมพวา สมุทรสงคร
..
สวัสดีค่ะ ลุงเกษมฯ
"ฟ้าระรื่น" สูงเพรียว จัดแต่งได้สวยมากค่ะ
..
สวัสดีค่ะ ลุงเกษมฯ
"ฟ้าระรื่น" สูงเพรียว จัดแต่งได้สวยมากค่ะ
..