ผู้ดูแล: ชนินทร์, สมพิศ, watt
-
สมพิศ
- ขาประจำ

- โพสต์: 20893
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:08
- Tel: +66894556699
- team: กลุ่มรวมมิตร
- Bike: Jamis Dakota
- ตำแหน่ง: สะพานพระราม 7 บางกรวย นนทบุรี
-
ติดต่อ:
โพสต์
โดย สมพิศ »
pakornk เขียน:On the map of post No. 5
Don't forget to click the PLAY button to see the moving animation.
The trip elevation as well as time spent are also shown on the right hand side.
ขอบคุณมากครับคุณปกรณ์ โปรแกรมแผนที่ลูกเล่นเพียบเลย บอกทั้งระยะทาง ความเร็วเฉลี่ย ขึ้น/ลง พิกัด ฯลฯ
อาจสับสนเรื่องลำดับความเห็น ผมขอลิงค์มาเลยนะครับ
http://www.everytrail.com/view_trip.php?trip_id=80857
อ้อ!! อย่าลืมกด Play ตามคำแนะนำด้วยนะครับ

-
ธานินทร์๙๙
- ขาประจำ

- โพสต์: 1546
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:22
- team: กลุ่มรวมมิตร
- Bike: Lemond
โพสต์
โดย ธานินทร์๙๙ »
ไปเที่ยวหลวงพระบางซะตอนนี้ดีแล้วครับ.. ก่อนที่จะสู้กระแสทุนเข้าไปปู้ยี่ปู้ยำไม่ไหว..
ตามข่าวล่าสุดว่าถูกองค์การยูเนสโกเตือนให้ปรับปรุง ซึ่งหวังทางการลาวจะสามารถจัดการแก้ไขได้
http://www.oknation.net/blog/mekong/2008/11/21/entry-1
วันศุกร์ ที่ 21 พฤศจิกายน 2551
หลวงพระบางเสี่ยงหลุดมรดกโลก
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 163 , 15:32:57 น. | หมวดหมู่ : ลาว

- Luangprabang monks.jpg (48.8 KiB) เข้าดูแล้ว 1832 ครั้ง
ถึงแม้ว่าเมืองมรดกโลกหลวงพระบางจะได้รับการยกย่องจาก New York Times ให้เป็น 1 ใน 53 เมืองที่น่าเที่ยวมากที่สุดในโลกในยุคปัจจุบันนี้ ทั้งยังได้รับ Wanderlust Travel Awards จากประเทศอังกฤษในฐานะที่เป็น 1 ใน 10 เมืองยอดนิยมของเหล่านัก ท่องเที่ยวที่คัดเลือกจาก 615 เมืองทั่วโลกเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันในปีนี้ด้วยก็ตาม หากแต่ก็ยิ่งนับเป็นรางวัลที่จะมีส่วนทำให้เมืองหลวงพระบางนี้มีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะต้องหลุดพ้นจากสถานะของการเป็นเมืองมรดกโลกในเร็วๆวันนี้ ถ้าหากทางการลาวไม่สามารถที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไข 15 ข้อซึ่งคณะกรรมการมรดกโลกขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) กำหนดไว้ได้อย่างแท้จริงภายในปีหน้า
ทั้งนี้โดยเงื่อนไขที่องค์การ UNESCO มีความเป็นห่วงเป็นใยและถือเป็นเงื่อนไขที่มีความสำคัญมากที่สุดนั้น ก็คือการบริหารและจัดการของทางการลาวในการอนุรักษ์และรักษาไว้ซึ่งสภาพเมืองเก่าของหลวงพระบางที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,200 ปีให้ได้อย่างสมบูรณ์ทั้งในด้านสถาปัตยกรรม ภูมิศาสตร์และสภาพแวดล้อมต่างๆภายในอาณาเขตของเมืองมรดกโลกแห่งนี้
หากแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ก็คือการหลั่งไหลเข้าไปของกลุ่มทุนข้ามชาติที่จ้องจะกอบโกยเอาผลประโยชน์จากการเป็นเมืองมรดกโลกของหลวงพระบาง ด้วยการแห่กันเข้าไปลงทุนสร้างโรงแรม รีสอร์ท สนามกอล์ฟ และสถานบันเทิงอย่างครบวงจร
โดยกลุ่มลงทุนรายใหญ่ที่สุดในเวลานี้ก็เห็นจะไม่มีใครเกินกลุ่มทุนจากเกาหลีใต้ในฐานะผู้ที่มีอุปการคุณต่อการก่อสร้างมหาวิทยาลัยสุพานุวงที่หลวงพระบางให้กับทางการลาวนับตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา ซึ่งก็เป็นเสมือนการบุกเบิกทางสะดวกให้กับการลง ทุนขนาดใหญ่ที่หลวงพระบางของกลุ่มทุนจากเกาหลีใต้ในเวลานี้นั่นเอง
กล่าวก็คือเริ่มจากการลงทุนของกลุ่มบริษัท Dauwoom Co.Ltd. เพื่อสร้างสนามกอล์ฟขนาด 27 หลุม พร้อมด้วยโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวบนเนื้อที่กว้างกว่า 900 เฮกตาร์หรือกว่า 5,600 ไร่ที่ตั้งอยู่ห่างจากจุดใจกลางของเมืองมรดกโลก ไปตามเส้นทางที่จะมุ่งสู่น้ำตกตาดกวางสีเพียง 5 กิโลเมตรเท่านั้น โดยจะใช้เงินทุนกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แต่โครงการลงทุนจากเกาหลีใต้อีกเช่นกันที่ถือว่าเป็น Mega Project เลยทีเดียวนั้นก็คือการลงทุนสร้างเมืองใหม่ Diamond City บนเนื้อที่กว่า 3,000 เฮกตาร์ หรือกว้าง กว่า 18,750 ไร่ของกลุ่มบริษัท KPL Development ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง 4 บริษัท เอกชนในลาวกับ 10 บริษัทพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์จากเกาหลีใต้
โดยโครงการดังกล่าวนี้จะใช้เงินทุนมากถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อเนรมิตเมืองใหม่ Diamond City ให้เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจสำหรับคนรวยอย่างสมบูรณ์แบบเนื่องเพราะจะไม่มีเพียงโรงแรม-รีสอร์ทหรูและสนามกอล์ฟขนาด 36 หลุมเท่านั้น หากแต่ภายในโครงการยังจะมีสถานบันเทิง ศูนย์การค้า ย่านที่อยู่อาศัย ศูนย์บริการทางธุรกิจอย่างครบวงจร แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ-วัฒนธรรม และพื้นที่พัฒนาการเกษตรปลอดสารพิษ เป็นต้น
แน่นอนว่าสำหรับทางการลาวแล้วย่อมเชื่อว่าโครงการลงทุนขนาดใหญ่ดังกล่าวนี้จะสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลให้กับแขวงหลวงพระบางในอีกไม่ถึง 5 ปีข้างหน้านี้ เนื่องเพราะไม่เพียงจะเป็นโครงการลงทุนที่จะสามารถสร้างงานให้กับคนลาวได้นับหมื่นคนเท่านั้น หากแต่ทางการลาวยังมองไปถึงเงินตราต่างประเทศที่จะหลั่ง ไหลเข้าไปหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย
กล่าวสำหรับในปี 2008 นี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปเมืองมรดกโลกหลวงพระบางแล้วจำนวนมากกว่า 370,000 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2007 คิดเป็นสัดส่วนที่มากกว่า 15% และทำให้ภาคบริการและท่องเที่ยวในแขวงนี้มีรายรับเป็นเงินตราต่างประเทศคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 25% ของผลผลิตมวลรวมภาย ในทั้งปีของแขวงหลวงพระบางเลยทีเดียว
ภายใต้การขยายตัวด้านการท่องเที่ยวดังกล่าวนี้ก็ทำให้ทางการลาวได้มองไปถึง อนาคตภายใน 7 ปีข้างหน้าว่าจะส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศเพื่อพัฒนาโครงการต่างๆสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันเป็นไม่น้อยกว่า 2 เท่าให้ได้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าจะรองรับนักท่องเที่ยวให้ได้ไม่น้อยกว่า 650,000 คนในปี 2015 นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ในทั่วแขวงหลวงพระบางที่มีโรงแรม 30 แห่ง และบ้านพักอีก 178 แห่งในปัจจุบันนี้ก็สามารถที่จะรองรับนักท่องเที่ยวได้เพียงไม่เกิน 3,000 คนในแต่ละคืน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ทางการลาวโดยอำนาจการปกครองแขวงหลวงพระบางต้องเร่งรีบในการให้การส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศในด้านกิจการโรงแรมนี้มากเป็นพิเศษ
หากแต่ด้วยการเร่งรีบดังกล่าวนี้ก็ได้ส่งผลกระเทือนไปถึงสถานภาพแห่งการเป็นเมืองมรดกโลกของหลวงพระบางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน
ทั้งนี้เพราะการเร่งรีบในการพัฒนาปรับปรุงและก่อสร้างอาคารสถานที่ต่างๆทั้งที่เป็นอาคารเก่าและปลูกสร้างขึ้นมาใหม่ โดยขาดการควบคุมและปฏิบัติตามกฎระเบียบว่าด้วยเมืองมรดกโลกอย่างเข้มงวดนั้นได้กลายเป็นปัจจัยที่บ่อนทำลายองค์ประกอบในด้านสถาปัตยกรรมของเมืองเก่าแก่แห่งนี้อย่างกว้างขวาง
กล่าวคือการหลั่งไหลเข้าไปของเงินทุนจากต่างประเทศนั้นได้กลายเป็นปัจจัยล่อให้ชาวเมืองหลวงพระบางจำนวนไม่น้อยที่ได้พากันขายบ้านเรือนหลังเก่าของพวกตนให้ กับชาวต่างชาติเพื่อนำไปปรับปรุงให้เป็นเกสต์เฮ้าส์ ร้านกินดื่มและ Cyber Shop อย่างมากมายในอาณาบริเวณของเมืองมรดกโลก
ส่วนอาคารเก่าแก่ที่เป็นสำนักงานหรือห้องการต่างๆของภาครัฐนั้นก็ถูกดัดแปลงไปเป็นโรงแรมที่ถูกแต่งเติมด้วยสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ในขณะที่พนักงานของรัฐบาลที่เคยปฏิบัติหน้าที่อยู่ในอาคารเก่าแก่อันสุดแสนจะ Classic นั้นก็ได้ที่นั่งทำงานในอาคารสำนักงานสมัยใหม่เป็นการตอบแทน
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ปรากฏว่าชาวเมืองหลวงพระบางเป็นจำนวนมากต่างพากัน อพยพออกจากเมืองมรดกโลกไปตั้งถิ่นฐานใหม่อยู่ในเขตชนบทมากขึ้นเรื่อยๆ หรือหลัง จากที่ได้รับเงินจากการขายบ้านเรือนหลังเก่าให้กับชาวต่างชาติไปแล้วนั้น ก็ยังได้ส่งผล กระทบต่อวัฒนธรรมอันดีงามที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาวเมืองหลวงพระบาง อย่างเช่นการตักบาตรข้าวเหนียวอีกด้วย
โดยสำหรับผลกระทบในด้านวัฒนธรรมอันดีงามของชาวเมืองหลวงพระบางเช่นการตักบาตรข้าวเหนียวนี้ องค์การ UNESCO ถือว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญอย่างยิ่งอีกอย่างหนึ่งที่ได้รับรองให้หลวงพระบางเป็นเมืองมรดกโลกนับจากปี 1995 เป็นต้นมา แต่ในทุกวันนี้กลับปรากฏว่าภาพการตักบาตรข้าวเหนียวของชาวเมืองหลวงพระบางนั้น กำลังจะหดหายไปทุกทีๆ และก็กำลังจะถูกแทนที่ด้วยการตักบาตรข้าวเหนียวโดยฝรั่งหัวแดงที่มี ความตื่นเต้นอย่างมากกับความแปลกใหม่ที่ได้ใส่บาตรให้พระสงฆ์ด้วยข้าวเหนียว
ส่วนในด้านภูมิศาสตร์ทางธรรมชาติของเมืองมรดกโลกแห่งนี้ก็กำลังถูกทำลายมิ ใช่น้อยเช่นกัน เพราะการสร้างอาคารสถานที่ต่างๆขึ้นมาอย่างมากมายในช่วงกว่า 10 ปีมานี้ได้ทำให้ภูมิทัศน์เก่าๆของเมืองหลวงพระบางเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เช่นบ่อหรือร่องน้ำธรรมชาติถูกถมเพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารใหม่ หรือแม้แต่การขยายพื้นผิวถนนภายในเขตเมืองมรดกโลกเพื่อรองรับป้ายโฆษณาหน้าร้านกินดื่มเป็นต้น ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่บ่อนทำลายสถานภาพของเมืองมรดกโลกแห่งนี้ทั้งสิ้น
นี่ยังไม่นับรวมไปถึงการแต่งองค์ทรงเครื่องที่เปลี่ยนไปจากเดิมของลูกหลานชาว เมืองหลวงพระบาง ที่เปลี่ยนจากการนุ่งผ้าซิ่นไปสวมใส่สายเดี่ยวในทุกวันนี้แต่อย่างใด
โดยภายใต้สภาพการณ์ดังกล่าวมาข้างต้น จึงทำให้องค์การ UNESCO ถึงกับได้กำหนดให้ทางการลาวดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุด ซึ่งถ้าหากภายในปีหน้าสภาพต่างๆ ยังไม่ได้รับการแก้ไขและปรับปรุงให้ดีขึ้นแล้วเมืองมรดกโลกแห่งนี้ก็จะถูกเตือนอีกครั้งก่อนที่จะมีการพิจารณาเพื่อถอดถอนสถานภาพของการเป็นเมืองมรดกโลกต่อไป!!!
ทรงฤทธิ์ โพนเงิน
และถ้าไปหาหนัง "สะบายดีหลวงพะบาง" มาดูก่อนไปก็น่าจะดีนะครับ
http://chubby.exteen.com/20080606/good- ... ng-prabang
-
ลุงแซม
- ขาประจำ

- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
โพสต์
โดย ลุงแซม »
คุยโม้เรื่องทริป ไปช๊อปปิ้งที่ sdl ศาลายา กับกลุ่มรวมมิตรที่จะไปหลวงพระบาง
…ระยะนี้ผมไม่ค่อยได้ปั่นเพราะจะไปเอาดีทางตีกอล์ฟ เรื่องตีกอล์ฟมันแปลกตอนซ้อมตีก็ดูดีแต่พอไปออกรอบจริง ๆ มันคนละเรื่องเลย ทำให้ข้องใจจริง ๆ ว่าเป็นเพราะอะไร จึงต้องเล่นต่อไปให้มันรู้ว่าเราผิดพลาดอะไร ไม่ใช่ติดใจเพราะแค๊ดดี้สวยอย่างที่โม้ให้ฟัง เห็นอาสมพิศ ชวนเพื่อน ๆ ที่จะไปลาวเดือนหน้า ออกไปซ้อมและช๊อปปิ้งที่ศาลายา เลยอยากออกไปปั่นบ้าง…พอดีได้รถเก่ามาคันหนึ่งยี่ห้อ Maruishi เป็นรถเก่าจากญี่ปุ่น ล้อ 26 X 1 3/8 เป็นรถสปอร์ตกึ่งทัวร์ริ่ง ซื้อต่อเพื่อนมา 4000 บาท อยากรู้ว่าปั่นแล้วจะเป็นอย่างไร จึงจัดการติดกระเป๋าท้าย กระเป๋าหน้า บรรทุกเต้นท์ไปด้วย ติดตั้งวิทยุธานินทร์ ไว้ที่ตะแกรงหน้า พร้อมเครื่องอ่านเอ็มพีสาม แล้วส่งออกมาเป็นคลื่น FM บรรจุเพลงสากล เพลงสุนทราภรณ์ สุเทพ สวลี ธานินทร์ ชรินทร์ รุงฤดี เพลงลูกทุ่ง เพลงดิอิม ฯ เพลงจรัล ฯลฯ รวมแล้ว 600 กว่าเพลงไปด้วย จะได้ไม่เหงา …ออกจากบ้านตอน 06.00 น. ปั่นไปที่สี่แยกบางสีทอง ไปถึง 06.30 น. มีเพื่อนมารออยู่แล้วสองท่าน หลังจากนั้นก็ตาม ๆ กันมา คุณสมหมายพา ผบ.มาด้วยแต่มารถเก๋งไม่ได้ปั่นมา มาแจกแผ่นซีดีทริปบางคล้าให้เพื่อน ๆ เมื่อได้เวลา 07.30 น. เพื่อน ๆ มากันครบแล้วจึงเริ่มออกเดินทาง
-
ลุงแซม
- ขาประจำ

- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
โพสต์
โดย ลุงแซม »
…ทริปนี้น่าเจ็บใจตัวเองซะจริง ๆ เอากล้องไปด้วยกะว่าจะถ่ายรูปมาประกอบการโม้ซะหน่อย แต่พอจะถ่ายภาพมันฟ้องว่าไม่มีเมมโมรี่การ์ด เฮ้อยังไม่ทันแก่ขี้หลงขี้ลิมซะแล้ว
...พอเริ่มออกเดินทาง คุณฑูรย์ก็ปั่นนำออกไป ปั่นกันด้วยความเร็ว 30 นิด ๆ ผมตามไปถึงถนนกาญจนาภิเษก ก็หมดแรง ลดความเร็วมาเป็น 20 กม./ชม ปล่อยให้เพื่อน ๆ ไปก่อน เพราะรู้จุดหมายปลายทางอยู่แล้ว พอถึงวัดศรีประวัติ คุณสุธีรัชต์ ก็ปั่นแซงผมไปอีก ยังมีกลุ่มสุภาพสตรี ประกอบด้วยคุณลูน คุณนายปากเกร็ด ฯลฯ ปั่นตามหลังผมมาอีก ผมไม่รีบร้อน ปั่นไปฟังเพลงไปด้วย เจอเสือเจ้าถิ่นชื่อคุณไม้ซ้อมปั่นอยู่แถวนั้น ก็ทักทายปั่นคุยกันไป ผมปั่นไปออกศาลายา ผ่านหน้า ม.มหิดล ซึ่งเพื่อน ๆ นัดแวะทานอาหารเช้ากันที่นั้น ผมมาช้าจึงไม่แวะ ปั่นผ่านไปตามถนนใหญ่ ข้ามสะพานลอยข้ามถนนบรมราชชนนี แล้วเข้าไปปั่นในพุทธมณฑล ไปออกดอนหวาย ผ่านดอนหวายไปสักสองกิโลเมตรก็ถึง ร้าน SDL อยู่ทางซ้ายมือ เอ…แต่ชื่อจริงเขาชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว
-
ลุงแซม
- ขาประจำ

- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
โพสต์
โดย ลุงแซม »
ขาดตอนไปหน่อย ไม่ทราบว่าเป็นที่เวปบอร์ดหรือเครื่องผม มันบอกว่าเออเร่อ มีการต่อมากเกินไปอะไรทำนองนั้น
...โม้ต่ออีกหน่อย
…ไปถึงก็แวะเข้าไปศูนย์อาหารของร้าน สั่งสเต๊กหมู ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น กาแฟเย็น มากินแก้หิว กินเสร็จแล้วเพื่อน ๆ ก็ยังไม่มา ดูเสื้อ ผ้าจักรยาน ซึ่งมีหลายแบบหลายราคา ดูแล้วเป็นของคุณภาพดีใช้ได้ทีเดียว ดูอะไหล่ ดูโน่นดูนี่ เพื่อนก็ยังไม่มา เลยมานั่งตากลมฟังเพลงหน้าร้าน สักพักใหญ่ เพื่อน จึงทยอยเดินทางมา
…11 โมงกว่า ใกล้ 12 น. พวกเราจึงเดินทางกลับ โดยผ่านพุทธมณฑล แล้วเข้าไปใน ม.มหิดล ปั่นข้ามทางสำหรับเข็นคนไข้ ข้ามถนนบรมราชชนนีเข้าไป ม.มหิดลอีกฝั่ง หลังจากนั้นปั่นข้ามทางรถไฟ แล้วกลับทางเดิม เลาะริมคลองมหาสวัสดิ์ มาพักกันที่หน้าวัดใหม่ผดุงเขต พักดื่มน้ำที่ศาลาริมคลองมหาสวัสดิ์ แล้วเดินทางต่อผ่านวัดศรีประวัติ เข้าถนนนครอินทร์ตัดใหม่ จนมาถึงแยกบางสีทอง แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางท่าน้ำนนทบุรี แวะที่ศาลาพักใจของคุณฑูรย์บางสีทอง ช่วงขากลับนี่ปั่นมาพร้อม ๆ กันด้วยความเร็ว 24-25 ค่อยตามทันหน่อย แต่ก็มีอาการปวดเข่าเข้ามาแทรกจี๊ด ๆ
-
ลุงแซม
- ขาประจำ

- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
โพสต์
โดย ลุงแซม »
อ้าวโม้ไม่มันเลย เวปมีปัญหาอีกแล้ว อย่างนี้ผมโม้รวดเดียวจบเลยดีกว่า
…คุณป้อมแฟนคุณฑุรย์ได้เตรียมอาหารเครื่องดื่มไว้ให้สำหรับพวกเราอย่างเพรียบพร้อม พวกเรากินและดื่มกันไปคุยกันไป... พบเสือออย ซึ่งไปช่วยงานวิ่งมาราทอน นอนสลบไสลอยู่ ไม่กล้าปลุก แต่ไม่นานก็ตื่นขึ้นมาคุยกันอย่างสนุกสนานจนเมื่อยมือ ดื่มกินและโม้กันพักใหญ่อาสมพิศมาประกาศว่า วันนี้อาหารเครื่องดื่มฟรี แต่คิดค่าคุยกันคนละ 100 บาท พวกเราจึงช่วยกันควักกระเป๋าจ่ายค่าคุย ผมโม้มากแต่ก็จ่ายแค่ร้อยเดียว จนกระทั่งได้เวลาดีสี่โมงเย็นก็ทยอยกันกลับ ส่วนผมกลับบ้านเร็วไม่เป็น จึงอยู่ต่ออีกหน่อย คุณลูนเอาโน๊ดบุ๊ค มาเปิด คาราโอเกะ พวกเราประกอบด้วย คุณลูน คุณปกรณ์ คุณชัยวัฒน์ พี่ถาวร น้องน้อยจากคูคต น้องกะปิ คุณฑูรย์ ก็ช่วยกันประสานเสียงจนเสียงแห้ง เพราะไม่มีไมค์ ไม่น่าเชื่อน้องปิมีปัญหารเรื่องการได้ยินแต่ก็ร้องเพลงได้ดี เหลือบดูเวลา 17.00 น.แล้ว จึงล่ำลากัน …อ้าวคนที่เหลือเขามีรถยนต์กลับกัน มีผมคนเดียวต้องปั่นกลับ ก่อนกลับเปิดเพลงเอ็มพีสาม ที่ติดอยู่ที่จักรยาน แต่เครื่องมันโกงไม่มีเพลง หาคลื่นไม่เจอ … ลาเจ้าของบ้านแล้วปั่นออกทางวัดอมฤต จอดดูเครื่องเสียงหน่อยทำไมไม่ดัง นึกได้ว่ามือเราไปเปลี่ยนแบรนจาก FM เป็น AM จึงหาคลื่นไม่เจอ พอเจอแล้วก็เปิดลั่นถนนปั่นข้ามสะพานพระรามห้าไป เข้าถนนกรุงเทพ นนท์ แวะกินโอเลี้ยงเจ้าประจำหนึ่งแก้ว นึกขึ้นได้โทรกลับบ้าน ถามผบ. เพื่อเอาใจหน่อยดีกว่าว่าจะกินอะไรจะซื้อไปฝาก เจ้านายให้เจ้านายน้อย (ลูกสาว) มาพูดแทน ถามลูกสาวว่ากินอะไรหรือยัง ลูกสาวบอกกินแล้ว ….ถามกลับไปว่าจะกินอะไรอีกไหม ลูกสาวบอกกินก๋วยเตี๋ยวปลานายไบ้….โทรกลับบ้านงานเข้าทันที .. เอาว๊ะปั่นให้สร่างหน่อยได้หน้าอีกต่างหาก ปั่นไปร้านก๋วยเตี๋ยวปลานายไบ้ย่านบางโพ ซื้อมาสามถุง ก่อนเข้าบ้านแวะหน้าปากซอย หาเพลงที่จะเปิดตอนเข้าบ้านให้สื่อความหมายว่าห่วงลูกห่วงเมีย ซะหน่อย สรุปได้ว่า เพลงสุนทราภรณ์ ชื่อพระเจ้าทั้งห้า มันมีความหมายดี ที่เนื้อร้องเขาร้องว่า
“ ดวงใจดวงเดียวที่ฉันมีอยู่ ขออุทิศให้ผู้เอ็นดูเพื่อรับบูชา
มีพระคุณท่วมฟ้า เป็นพระเจ้าทั้งห้าปั้นฉันมีค่าสุดคณารำพัน
หนึ่งนะหรือคือบิดาและมารดร เลือดจากอุทรกลั่นป้อนลูกทุกวัน
สองชาติศาสนามหาทรงธรรม์ พระเจ้าอยู่หัวมิ่งขวัญราชันภูมิพล
สามความรู้จากครูอาจารย์ ขับขานชำนาญเพราะท่านช่วยกันหว่านพืชผล
สี่ลูกรักเมียขวัญสำคัญกว่าตน ทุกข์สุขยอมทนเพื่อคนรักด้วยดวงใจ
พระที่ห้ามีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สิน ซอสุดรักไวโอลินเหนือสินใด ๆ
ขอฝากเพลงร้องให้เสียงนั้นก้องตลอดไป อนุสรณ์ฝากไว้จากหัวใจสุนทราภรณ์ (เนื้ออาจผิดบ้างเพราะด้นเอาสด ๆ เท่าที่จำได้ )
…พอเพลงจบ ก็หิ้วเกาเหลาลูกชินปลา บอกผบ.ว่า แม่จ๋าพ่อซื้อเกาเหลานายไบ้มาฝาก แฟนถามว่าใครบอกให้ซื้อ (อ้าวถามอย่างนี้เรื่องชักจะโอละพ่อแล้วมั๊ง นึกในใจ) ก็บอกว่าลูกสาวบอก………ผบ.บอกว่าคนขี้เมาก็อย่างนี้แหละ ….อ้าวเฮ้ยรู้อย่างไรว่าเรามีดีกรี ยังไม่ทันเข้าบ้านสักหน่อย ผบ.เรานี่รู้ดีจริง ๆ …..ผบ.ส่งเสียงต่อออกมาว่า เพิ่งซื้อมากินยังเหลืออยู่อีกถุงหนึ่ง….เวรกรรมแล้วตู ฟังลูกสาวพูดไม่ได้สรรพจับไปกระเดียด เสียทั้งเวลา เสียเงิน แล้วก็เสียอาการอีกต่างหาก เลยต้องแช่ตู้เย็นไว้ทั้งสามถุง ….นี่แหละหนาคนเราจะทำดี แต่เริ่มต้นก็ผิดศีลข้อ 5 แทนที่จะได้ดีกลับกลายเป็นเรื่องไปได้ …ช่างมันอย่างน้อย ผบ.ก็ต้องเห็นใจบ้างล่ะที่มีน้ำใจ (คิดเอาเอง) …พอเข้าบ้านได้รีบเข้าห้องน้ำอาบน้ำอาบท่าฟอกสบู่ถูตัวให้หมดกลิ่นควันและของหมักดอง แต่กลิ่นราคีพวกนี้มันไม่หมดง่ายจึงต้องเดินห่าง ๆ ผบ.ไว้หน่อย จัดการลูกชิ้นปลาที่ ผบ.ซื้อมา รู้สึกกลืนไม่ลื่นคอเลย พับผ่าซี….. เรื่องก็มีอยู่แค่นี้แหละโม้เสียยืดยาว สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณคุณฑูรย์ คุณป้อม และครอบครัวที่ให้การต้อนรับด้วยดี ต้มขาหมูสุดยอดมาก ๆ แต่ที่สุดยอดกว่าก็คือเครื่องดื่มขวดสีชาเย็บเจี๊ยบ จิบเข้าไปหายเหนื่อยเลยจริง ๆ ขอบคุณเพื่อน ๆ พี่ ๆ ทุกท่านที่ให้ความเป็นกันเองดั่งเครือญาติ สวัสดีครับ
-
ลุงแซม
- ขาประจำ

- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
โพสต์
โดย ลุงแซม »
ต่ออีกหน่อย มีเพื่อน ๆ สนใจเรื่องรองเท้า ทูอินวัน เลยเอารูปการทำมาให้ดู เผื่อใครจะ DIY บ้าง ว่าแต่ว่าเวลาลงรูปต่อกันหลาย ๆ รูปทำอย่างไรทำบ่เป็น
-
ไฟล์แนบ
-

- ถอดคลีตและตัวยึดของเก่าออกมา ถ้าไม่มีผมว่าหาแผ่นเหล็กบาง ๆ เจาะรู้แล้วใช้นัตตัวเมียบาง ๆ ยึดก็น่าจะได้
- 2.jpg (62.94 KiB) เข้าดูแล้ว 1771 ครั้ง
-
julee
- ขาประจำ

- โพสต์: 228
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 พ.ย. 2008, 17:20
- Tel: XXXXXX
- team: กลุ่มรวมมิตร
- Bike: XXXXX
-
ติดต่อ:
โพสต์
โดย julee »
5555......อ่านเรื่องลูกชิ้นปลาของลุงแซมแล้ว สำลักน้ำเลย.....
SDL ย่อมาจาก Salaya Design Limited ค่ะลุงแซม
เมื่อวานขาไปใช้เวลาไม่มากก็ถึงศาลายาแล้ว ผิดกับเมื่อก่อนปั่นเท่าไหร่ก็ไม่ถึงซะที ขากลับในครั้งนั้นจึงต้องเหมาแท็กซี่กลับ แล้วบอกให้แท็กซี่จอดหน้าปากซอยแล้วจึงปั่นกลับบ้าน เดี๋ยวเพื่อนบ้านจะถาม ทำไมขึ้นแท็กซี่กลับ? มันเสียฟอร์มใช่มั๊ย.....อิอิ..
ขากลับ...อาศัยฟังเพลงจากวิทยุ “ธานินทร์” ของลุงเสม เสียงเพราะจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าเป็นของเก่า ที่ซื้อมาแค่ สองร้อยกว่าบาทเอง วันหลังฝากซื้อด้วยนะคะคุณลุง....นู๋ก็ชอบฟังเพลงเหมียนกัลล์
กินข้าวกลางวันที่บ้านพี่ไพฑูรย์ น้าป้อม กินขนมจีนแกงเขียวหวาน ผัดเผ็ด ต้มขาหมู อร่อยมากคะ...ขอบคุณน้าป้อม และคุณน้าแม่ครัว และพี่ไพฑูรย์มาก มากเลยค่ะ โดยเฉพาะน้าป้อมไม่ค่อยได้นั่งเลย.....
ต่อจากนั้น ร้องเพลงตามสไตล์ ลุงเสมร้องเพลงภาษาอังกฤษ ออกเสียงได้ดีมาก ก็สงสัยมานานว่า การออกเสียงของลุงเหมือนเจ้าของภาษาเลย ถึงบางอ้อ....เมื่อวานนี้เอง เป็นเพราะเวลาอยู่บ้านลุงมักจะฟังเพลงไปด้วย กวาดบ้าน ล้างถ้วยชาม ซักผ้าไปด้วยนั่นเอง....แห่ะ แห่ะ...
รูปประกอบ....ถ่ายรูปลุงและพี่ชัยวัฒน์ Kด้วยมือถือ หลายรูปตอนร้องเพลง ปรากฏว่าไม่ได้ใส่ memory card .....ฮา...รูปเลยไม่มี หาไม่เจอ...
เอารูปส้วมที่มีที่ล้างก้นให้โดยอัตโนมัติมาแทนก็แล้วกัน เพื่อนๆ รวมข้าพเจ้าด้วยชอบเข้าไปใช้ส้วมที่ญี่ปุ่น บางที่มีที่เป่าให้แห้งด้วย....มีความสุขจริง ๆ เวลาเข้าห้องน้ำ......ไปทำงานก่อนหล่ะ...
-
ไฟล์แนบ
-

- restroom.jpg (27.85 KiB) เข้าดูแล้ว 1765 ครั้ง
-
ลุงแซม
- ขาประจำ

- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
โพสต์
โดย ลุงแซม »
ขอบคุณครับ คุณลูน สำหรับความรู้เรื่องชื่อย่อ SDL และเรื่องชักโครก แปลกมีลมเป่าด้วย มิน่าล่ะเห็นเขาบอกกันว่าลมมันเย็น ความจริงมันน่าจะมีสวิทให้พนักพิงด้านหลังเอนนอนได้จะได้นอนถ่ายคงสบายพิลึก 555
...มาต่อเรื่องรองเท้าอีกหน่อย จัดการตัดปุ่มกลางออก มีดคม ๆ เฉือนปืดเดียวขาดกระเด็นเอาคลีตมาวางให้เหมาะวาดรูปไว้เตรีมเจาะรูสำหรับสกรูยึด
...เอาแค่นี้ก่อนกว่าจะลงได้แต่ละรูปทำไมมันช้านัก ขืนลงครบคงไม่ต้องไปรับ ผบ.แน่เลย ไปหุงข้าวก่อนล่ะครับ มืด ๆ ค่อยมาต่อ
-
คุณนาย ปากเกร็ด
- ขาประจำ

- โพสต์: 1465
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 21:54
- team: ปากเกร็ด - สนามบินน้ำ
- Bike: trek 4400
โพสต์
โดย คุณนาย ปากเกร็ด »
สวัสดีค่ะ ทุก ๆ ท่าน
ขอขอบคุณพี่ปกรณ์ ข่อมูลเส้นทางปั่นที่ได้ไปร่วมออกทริปกัน
ขอขอบคุณพี่ธานินทร์๙๙ สำหรับข่าวของเมืองมรดกโลก การไปทัวร์ครั้งนี้ถือได้ว่า เป็น รางวัล (กำไร) ให้กับตนเอง ได้ไปพบธรรมชาติก่อนที่นายทุนจะเข้ามาสร้างแสงสี ศิวิไล แล้วจะหมดสภาพการเป็นเมืองมรดกโลกทันที อย่างนี้ พี่ธานินทร์๙๙ ต้องให้รางวัลกับตนเองในการไปชมความงามของเมืองมรดกโลกบ้างแล้ว พบกันตามตารางปั่นกันเลยนะคะ
ลุงแซม ยังสนุกสนานสร้างความครื้นเครงกับการพบปะ สังสรรค์ ในครั้งนี้ ขอขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ที่ได้กรุณาติดต่อแจ้งล่วงหน้านายสถานีรถไฟที่จ.หนองคาย ถึงจำนวนรถจักรยาน 2 คณะทัวร์ ซึ่งมีจำนวนมากพอสมควรที่จะต้องบรรทุกเป็นสัมภาระ เพื่อการเตรียมความพร้อมสำหรับตู้สัมภาระบรรทุกจักรยาน ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นจะได้ไม่ขลุกขลัก และ ขอขอบคุณพี่มาโนช B2M ที่ได้เตือนให้คณะทัวร์เตรียมความพร้อมในเรื่องต่าง ๆ
พี่ลูน ห้องสุขาของญึ่ปุ่น ไฮเทค จังค่ะ เอ้อ...จะมีโอกาสซักครั้งบ้างมั้ยนะ ขอขอบคุณสำหรับข่าวสารที่ (บางเรื่อง) คุณนายก็ยังไม่เคยเห็นค่ะ
-
ลุงแซม
- ขาประจำ

- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
โพสต์
โดย ลุงแซม »
เรื่องตู้สัมภาระ รถด่วนหนองคาย - กรุงเทพฯ เท่าที่ทราบ จะไม่ค่อยมีที่เหมือนรถเร็ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอน้าต๋อย รฟท. จะติดตามให้อีกทีว่าแจ้งไปทางหนองคายหรือยัง ผมว่าถ้าตู้สัมภาระเต็ม เราเสียค่าระวางแล้วก็เอาไปวางที่ตู้นอนเราเลยก็ไม่น่ามีปัญหามั๊ง เสียเงินแล้วนี่นา
...มาต่อเรื่อง รองเท้าทูอินวันต่ออีกหน่อย เมื่อตัดปุ่มกลางแล้ว คราวนี้ก็มาเลาะเชือกเย็บออก ใช้มีดปลายแหลมคม ๆ จิ้มแล้วงัดเชือกก็ขาดแล้ว
-
ไฟล์แนบ
-

- 3.jpg (54.23 KiB) เข้าดูแล้ว 1713 ครั้ง
-
ลุงแซม
- ขาประจำ

- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
โพสต์
โดย ลุงแซม »
พอเชือกขาดหลาย ๆ ช่วงหาอะไรแงะพื้นมันออก พอมันอ้าก็เสร็จเรา เอามีดคม ๆ สอดเข้าไปเฉือนเลย
-
ไฟล์แนบ
-

- 5.jpg (48.76 KiB) เข้าดูแล้ว 1706 ครั้ง
-
ลุงแซม
- ขาประจำ

- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
โพสต์
โดย ลุงแซม »
เจาะรูตามที่หมายเอาไว้
-
ลุงแซม
- ขาประจำ

- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
โพสต์
โดย ลุงแซม »
ข้างละสองรู ง่ายนิดเดียว
-
ไฟล์แนบ
-

- 7.jpg (54.26 KiB) เข้าดูแล้ว 1603 ครั้ง
-
ลุงแซม
- ขาประจำ

- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
โพสต์
โดย ลุงแซม »
จัดการยึดคลีดเข้ากับพื้นรองเท้า