ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)

บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
กฏการใช้บอร์ด
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
Guidevoyage
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 130
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
Tel: 0909275115
Bike: araya federal
ติดต่อ:

Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)

โพสต์ โดย Guidevoyage »

8 โมงครึ่ง ผมเริ่มปั่นออกจากร้านประชานิยม สภาพอากาศวันนี้ เช็คจากนแอพพิเคชั่นในมือถือก่อนออกจากเกสเฮ้าส์
แดดร้อนใช้ได้ 36 องศา ความเร็วลม 7 km/h พัดมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ขึ้นทางเหนือ
(พัดสวนทางเต็มๆ ลมเอ๋ยลม จะเจอกันบ่อยไปแล้วนะ ฟงแฟนก้ไม่ใช่ จะเจอกันบ่อยแล้วนะ!! เอ้ย! ลืมไปยังไม่มีแฟน 555)

ระยะทางประมาน 85 km จากหลวงพระบาง - บ้านนาเมือง (เป้าหมายเราคือปั่นกลับไปวังเวียงนะครับ แต่ใช้เส้นทางใหม่ลัดลงกาสี)
เส้นทางออกจากหลวงพระบางขึ้นเขาสบายๆ มีถนนลูกรังบ้างบ้างช่วง และแล้วก็ยางแตก!! 555
แวะข้างทางเปลี่ยนยางข้างปั๊มกันไปแล้วก็ปั่นต่อ..
38 km แรกเล่นเอาเหงื่อท่วมตัว น้ำหมดไป 3 ลิตร สงสัยพักขาที่หลวงพระบางนานไปหน่อย
ปั่นไปอืดไป กว่าจะไปถึงทางแยกไปเมืองไซยบุรี ปาไป 11 โมงกว่าๆ (จะครึ่งวันละยังไปไม่ถึงไหน 555)

แวะซื้อน้ำ นั่งกินกล้วย ใส่หูฟังฟังเพลงชิลๆ เห็นรถบัสลาววิ่งมาจอดส่งผู้โดยสารฝั่งตรงข้ามพอดี
มุมสวย ลงตัว ถ่ายรูปเก็บไว้สักหน่อยแล้วกัน : )

รูปภาพ


จากคำบอกเล่าของพี่ป้อยเจ้าของเกสเฮ้าส์จำปาลาวบังกะโล ที่วังเวียง
เส้นทางตั้งแต่ทางแยกตรงนี้จะขึ้นเขาตลอดจนไปถึงทางสามแยกไปไชยบุรี (ตรงไปเป็นเมืองนาน - เมืองไชยบุรี)
แยกซ้ายเป็นทางไปบ้านนาเมือง (ทางใหม่ลัดลงกาสี ไปวังเวียง)
และบ้านนาเมืองคือหมู่บ้านสุดท้ายยังมีร้านขายของให้เราตุนเสบียง
นั่นหมายความว่าวันนี้ผมต้องปั่นไปค้างคืนที่บ้านนาเมือง 1 คืน
ก่อนที่พรุ่งนี้จะปั่นเดินทางต่อไปเมืองวังเวียง

หลังนั่งชิลพักเอาแรงจนหายเหนื่อย แดดเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ
ผมเริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่างบนผิวถนน
สีดำๆที่เข้มขึ้นของยางมะตรอยที่ระเหยจากอากาศร้อน
ตอนแรกคิดว่าคงเป็นเพราะทำถนนใหม่สีถนนของผิวยางมะตรอยเลยทำให้เห็นเป็นแบบนี้

พอเริ่มปั่นไปสักพัก เริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่แน่ๆ
นี่มันยางมะตรอยระเหยนี่หว่า!!!
ปั่นขึ้นเขาว่าเหนื่อยแล้ว เจอความเหนียวยางมะตอยเข้าไปอีก
ไม่ต้องพูดถึงความเหนื่อย 555
หลังแวะจอด
แวะจอด
และแวะจอด
เพราะอากาศร้อนมาก
(แอพในมือถือต้องพยากรณ์อากาศผิดแน่ๆ ถ้าไม่ได้ดูข้อมูลจากแอพในมือถือที่บอกว่า36 องศานี่
ผมคิดว่าอากาศร้อนเลย 40 องศาแน่ๆ!! เหงื่อไหลเป็นน้ำฝนเลยครับ ไม่ได้โม้ เหงื่อจริงๆไม่ใช่ฝน 555)

น้ำดื่มอีก 3 ลิตรที่ซื้อมาเพิ่มแทบไม่พอความกระหายกับพลังงานที่สูญเสียไป
หนำซ้ำยังมีลมฤดูมรสุมฝนพัดกระแทกฝั่งซ้ายและสวนทางที่ปั่นเกือบตลอดระยะทาง

รูปภาพ

วิวข้างทางตอนยางแตกวันนี้ครับ 555
เส้นทางปั่นทางนี้น่าปั่นนะครับ ขึ้นเขา + เนิน สลับทางราบผ่านป่า ทุ่งนาข้าวสวนยางเริ่มมีให้เห็นบ้างปะปราย
ปั่นต่อสักพักแดดเริ่มร้อนกว่าเดิมขึ้นเรื่อยๆ ฝืนปั่นต่อเนื่องมีหวังเป็นฮีทสโตรก (โรคลมแดด)ตายกลางทางแน่ๆ

ข้อมูล อาการและวิธีป้องกันโรคฮีทสโตรก (โรคลมแดด) นะครับ
https://www.facebook.com/OpanService/ph ... 63/?type=1
Cr. fanpage FB : ปั่นservice

บ่าย 2 โมงกว่าๆ เลยแวะพักระหว่างทางซื้อสปอนเซอร์เติมพลังงาน โชคดีเจ้าของร้านขายของชำข้างทาง
เชื้อเชิญให้นอนตากพัดลมในบ้านก่อนปั่นจักรยานต่อ ผมไม่อาจปฏิเสธด้วยสภาพร่างกายและความสนิทใจอย่างบอกไม่ถูก
จึงกล่าวขอบคุณก่อนเข้าไปนอนงีบตากพัดลมไปพักใหญ่ หลังตื่นขึ้นมายังได้รับเสบียงน้ำดื่มพร้อมขนมสำหรับเดินทางต่อ
จึงขอถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก มีโอกาสคงได้กลับไปเยี่ยมอ้ายสมนุกและเอื้อยจันทีตามคำเชิญชวนอีกครั้ง ^^

รูปภาพ

รูปภาพ


ช่วงนี้เด็กๆเริ่มเลิกเรียนกันแล้วครับ ถามอ้ายสมนุก ได้ความว่า เด็กๆปั่นจักรยานกลับจากโรงเรียนตรงทางแยกขึ้นมาไชยบุรี
ตรงที่ผมแวะพักตอนเที่ยงนั้นแหละครับ ผมฟังแล้วก็อึ้งครับ หมายความว่าปั่นไปกลับ เกือบ 30 km ต่อวัน
ขอชื่นชมเด็กๆเหล่านี้ครับ ทั้งอดทน ทั้งแข็งแรง ปั่นจักรยานไปเรียนหนังสือ เพิ่มความรู้ให้ตัวเอง

ปั่นออกมาสักพัก.. ความรู้สึกตอนนั้นชวนให้คิดถึงตัวเองตอนเด็กๆมากๆ ช่วงนั้นผมเรียนอยู่อนุบาล 3 จนถึง ป 1
ครอบครัวผมเป็นคนจน ตอนนั้นคุณพ่อคุณแม่เป็นลูกจ้างตัดยางในสวนยางพาราที่ อ.เบตง จ.ยะลา
(ใต้สุดแดนสยาม ผมเกิดที่นั่นหลังจากแต่งงานไม่กี่ปี คุณพ่อคุณแม่ย้ายจากบ้านแม่ไปรับจ้างกรีดยางและมีผมเกิดมาที่นั่น)

หลังจากกรีดยางเสร็จตอนเช้า ทุกเช้าคุณแม่จะเอาถุงพลาสติกห่อรองเท้านักเรียนให้ทั้งสองข้างจะได้ไม่เปียกน้ำค้าง
ระหว่างทางที่คุณพ่อขับมอเตอร์ไซค์วิบาคมีผมกอดเอวพ่วงท้าย ขับออกจากสวนยางลุยน้ำค้างข้างทางสวนยางพารา ผ่านป่า
บางวันลุยฝน ออกมาส่งผม 5-6 km ส่งผมขึ้นรถประจำทางไปเรียนในเมืองระยะทาง 20 km กว่าๆไปกลับทุกวัน

ความรู้สึกชวนให้คิดถึงพระในบ้านมากๆ ไม่มีท่านก็ไม่มีเรา
ชีวิตลำบากมาตั้งแต่เด็ก โตขึ้นเลยติดนิสัยโหยหาความลำบาก
ว่าไปนั่น จริงๆก็ใช่แหละครับ 555

ปั่นไปสักพักเสียงเด็กๆเจี้ยวจ๊าวๆ เริ่มส่งเสียงให้ได้ยินข้างหน้า
เด็กๆที่ปั่นจักรยานผ่านไปก่อนหน้าช่วงที่ผมงีบหลับนั้นเองครับ ช่วงนี้เลยอัดวีดีโอไว้ส่วนมาก
(ส่วนมากผมอัดวีดีโอเอาไว้สั้นๆครับ ไม่รู้ลงใน Thaimtb ยังไง กำลังหาช่วงเวลาทะยอยลงใน FB ครับ)

รูปภาพ

รูปภาพ



มีเด็ก 3 คนครับปั่นตาม ท้าแข่งกับผม ปั่นแข่งกันไปพักใหญ่ เหนื่อยได้ที่เลยจอดข้างทาง
ถ่ายรูปเก็บไว้ด้วยกันครับ ถามว่าชื่ออะไร คนหน้าสุดบอกชื่อ "โรนัลโด้" ถามคนข้างหลังชื่ออะไรกันบ้าง ก็บอกชื่อ "โรนัลโด้"
ก่อนเด็ก 3 คนจะหัวเราะพร้อมกัน 555
ถามไปก็ปวดหัวเลยบอกเด็กๆ พี่ไปแล้วนะ มีโอกาสคงได้เจอกันใหม่ :')


รูปภาพ

รูปภาพ

หลังปั่นลุยยางมะตรอยระเหยมาสักพักก็ถึงทางแยกไปบ้านนาเมือง ทางซ้ายมือของรูปนะครับ
จอดแวะยืดเส้นยืดสายสักหน่อย ดูนาฬิกาเอ้า!! 5 โมงเย็นซะแล้ว!!
เลยรีบปั่นผ่านเนินอีกหลายลูก ปั่นไปปั่นมาถึงบ้านนาเมืองเลยถามชาวบ้านว่าถ้าไปข้างหน้ามีบ้านคนอยู่ไหม ?
ชาวบ้านบอกว่าถ้าจะปั่นไปอีกมีบ้านหลังสุดท้ายอยู่ตรงทางขึ้นเขา
เลยรีบปั่นต่อขึ้นเขามาเรื่อยๆ เริ่มไม่เห็นบ้านคน กำลังจะปั่นผ่านบ้านหลังนึงตรงทางโค้งก่อนขึ้นเขา
ในใจเริ่มคิดหลังนี้หรือเปล่า ไม่เห็นบ้านสักหลังนานละ

เลยปั่นย้อนเข้าไปแวะจอดถามบ้านคุณลุงหลังสุดท้ายแล้วหรือเปล่า?
แกตอบว่ายัง มีอีกหลัง ปั่นขึ้นเขาไปอีกนิดเดียว ถ้าไม่ไหวก็ปั่นกลับลงมาค้างบ้านลุงก็ได้

ฟ้าเริ่มมืดลง แสงอาทิตย์คล้อยต่ำลับหลังเขาไปแล้ว อาการเหนื่อย ล้า โครตหิวเริ่มออกอาการ!!!
ปั่นซอยขาซอยแล้วซอยอีก! ซอยยิกๆๆ นึกว่าแลตตาซอย 5 บาท 555
(ขออภัยที่เล่นมุกฝืดนะครับ ^^")

เข้าเขามาได้ 200 กว่าเมตร ไม่เห็นมีบ้านคนเลย ไหนลุงบอกนิดเดียวไงหว้าาา!
เอาหว่ะ! ไหนๆก็ปั่นแล้วก็ไปให้สุด เสียงท้องร้องจ๊อกๆ เริ่มส่งเสียง
ฮึบบ!!! หลังเอาความหิวเป็นแรงบันดาลใจ ปลอบตัวเองว่า บ้านหลังสุดท้ายนี่แหละมีของกินอร่อยชัวร์!!!
(จริงๆตอนนั้นคืออีกไกลแค่ไหนก็ไม่รู้ ได้แต่ปลอบใจตัวเองคิดถึงของกิน ขอแกงไก่ ไข่เจียว ถ้าไม่ได้เอาน้ำพริกปลากระป๋อง ผักลวกก็ได้เอ้า
ข้าวเหนียวร้อนๆอีกสักปั้นเถอะ !! ดูๆผมคิดเข้าสิ จะไปกางเต๊นท์นอนบ้านเค้าแล้วยังหวังกินข้าวฟรีบ้านเค้าอีก 555)

หลังซอยฝ่าความมืดขึ้นมาอีกไม่ถึง 10 นาที ก็มองเห็นไฟข้างทางจากบ้านหลังหนึ่งอยู่บนเนินทางซ้ายมือ
ตอนนั้นคือ รอดแล้วโว๊ยยย!!! ก่อนจะรีบลงจักรยานเข็นขึ้นเขาครับ 555
เข็นขึ้นเกือบ 100 เมตรแล้วก็เข็นไปหน้าบ้านหลังสุดท้าย
(แอบคิดในใจถึงคุณลุงบ้านข้างล่างที่ปั่นแวะเข้าไปถาม ขอโทษด้วยนะครับคุณลุงผมคงต้องพักที่นี่แทนแล้วหล่ะ อิอิ)

ก่อนจะขอเจ้าขอเจ้าของบ้านกางเต๊นท์นอน ซึ่งพี่เจ้าของบ้านยินดีมาก ออกมาช่วยกางเต๊นท์
มื้อค่ำวันนั้น ผมโชคดีได้กินแกงไก่ตามที่ฝันไว้พร้อมน้ำพริกปลากระป๋องกับไข่เจียว
ฝีมือแฟนเจ้าของบ้านกับคุณแม่ใจดีที่นอกจากตักกับข้าวให้แล้วให้อีก บอกให้ผมกินเยอะๆ
(ขอบคุณมากๆนะครับ แกคงเห็นใจเด็กกะโปโลผอมแห้งแรงน้อยปั่นจักรยานแบบผม)
ระหว่างนั่งกินมื้อค่ำพี่เจ้าของบ้านก็เล่าถึงนักปั่นชาวญี่ปุ่นกับนักปั่นฝรั่ง (เจ้าของบ้านพูดอังกฤษไม่ได้รู้แต่เค้าเป้นฝรั่ง)
ทั้งสองคนปั่นมาคนเดียวเหมือนกันแบบผมนี่แหละครับ แต่สุดท้ายหมดแรงตายตรงนี้เหมือนกัน 555

นักปั่นญี่ปุ่นปั่นมาถึงมืดๆแบบผมนี่แหละครับก่อนไปเคาะประตูบ้าน
ส่วนฝรั่งอีกคนผู้ชายแก่แล้วปั่นผ่านมา ปั่นขึ้นเขาไปได้สักพักเข็นจักรยานกลับลงมาจักรยานยางแตกเลยขอค้างด้วย
ค้างเสร็จคืนหนึ่งแกติดใจกับข้าวเลยขออยู่ต่ออีกคืน
(ในใจตอนแรกที่ฟังมีเพื่อนแล้วโว๊ยย!! ไม่ได้หมดแรงตรงนี้คนเดียว 555 แอบคิดต่อกับข้าวอร่อยจริงๆ อยู่ต่อพรุ่งนี้อีกวันได้มั้ยเนี่ย ><" สุดท้ายผมก็ค้างแค่คืนเดียวครับ)

กินมื้อเย็นเสร็จ เจ้าของบ้านก็นั่งคุยด้วย ส่วนแฟนแกหลังล้างถ้วยชามเสร็จก็ไปเลี้ยงลูกต่อ
ส่วนคุณแม่พี่เจ้าของบ้านก็ช่วยเผามันที่ผมซื้อมา เก็บไว้เป็นเสบียงสำหรับเดินทางต่อในวันพรุ่งนี้ : )

หลังนั่งคุยกันอยู่พักใหญ่ พี่เจ้าของบ้านบอกว่าที่นี่หนาวนะ เอาผ้าห่มมั้ย ผมบอกว่า ขอบคุณครับ ผมมีถุงนอนอยู่ไม่เป็นไร
แกเลยบอกต่อ ถ้าหนาวทนไม่ไหวจะเคาะประตูบ้านมานอนข้างในบ้านก็ได้นะ..

อากาศคืนนั้นหนาวจับใจ.. แต่ผมกับรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
สงสัยเป็นเพราะได้กินแกงไก่ร้อนๆ สมใจอยาก อิอิ
(มันเกี่ยวกันตรงไหน จริงๆคืนนั้นเอาเสื้อผ้าออกจากระเป๋ายัดใส่ถุงนอนตอนนอนไม่ใช่เร๊อะ!! ><")


รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย Guidevoyage เมื่อ 07 ส.ค. 2014, 12:06, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
"การเดินทาง"

มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม

Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
Idin-mongkon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 128
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ต.ค. 2013, 14:48
Tel: 081-8866593
team: บ้านสวนไบค์
Bike: Terk8500 BH
ตำแหน่ง: อ.เมือง จ.สุโขทัย

Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)

โพสต์ โดย Idin-mongkon »

เยี่ยมครับ ลุงขอติดตามด้วยคน(ลุงแก่แล้ว)ไปไม่ไหว555
"ไม่ได้ดีกว่าเพื่อน" "แค่ดีกว่าตัวเอง"
รูปประจำตัวสมาชิก
cpong67
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 355
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2011, 16:43
Tel: 081-5980101

Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)

โพสต์ โดย cpong67 »

:D :D

สู้ๆ เป็นกำลังใจให้ครับ เดินทางปลอดภัย ;) ;)
2 วัน 1 คืน - Schoolstay เกาะหมาก เกาะนางคำ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=684882
5 วัน 4 คืน - สุไหงโกลค - Jeli - เบตง (เข้าทางมาเลเซีย) - ด่านนอก - หาดใหญ่ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=707109
Guidevoyage
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 130
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
Tel: 0909275115
Bike: araya federal
ติดต่อ:

Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)

โพสต์ โดย Guidevoyage »

Idin-mongkon เขียน:เยี่ยมครับ ลุงขอติดตามด้วยคน(ลุงแก่แล้ว)ไปไม่ไหว555
ยินดีครับ เดี๋ยวผมจะรีบมาเล่าต่อในอีก 3 - 4 วันนี้นะครับ ช่วงนี้วุ่นๆคิวงานนัดครับ : D
"การเดินทาง"

มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม

Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
Guidevoyage
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 130
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
Tel: 0909275115
Bike: araya federal
ติดต่อ:

Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)

โพสต์ โดย Guidevoyage »

cpong67 เขียน::D :D

สู้ๆ เป็นกำลังใจให้ครับ เดินทางปลอดภัย ;) ;)
ขอบคุณนะครับ ^_^
"การเดินทาง"

มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม

Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
รูปประจำตัวสมาชิก
Lam_merison
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 274
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 มิ.ย. 2013, 18:04
team: กาญจนบุรี
Bike: BMC ALR 01, Bianchi Vertigo

Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)

โพสต์ โดย Lam_merison »

ทางจาก เชียงเงิน ถึงแยก ไป กาสี ปูยางหมดแล้วใช่มั้ยครับ ???

อันนี้ผมนั่งรถโดยสารผ่านเมื่อ กุมภาพันธ์

กำลังวางแผนจะปั่นสั้นๆ จาก ไซยะบุลี ไปหลวงพระบางครับ
ไฟล์แนบ
103075644.jpg
103075644.jpg (115.56 KiB) เข้าดูแล้ว 554 ครั้ง
ปั่นปีละ 10,000 กม.ก็พอ จะเอาอะไรมากมาย
pongsak1979
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 103
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มิ.ย. 2014, 20:28
Bike: Surly Disk Trucker - bianchi kuma 27.25
ติดต่อ:

Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)

โพสต์ โดย pongsak1979 »

ขอติดตามด้วยคนคับ
Guidevoyage
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 130
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
Tel: 0909275115
Bike: araya federal
ติดต่อ:

Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)

โพสต์ โดย Guidevoyage »

Lam_merison เขียน:ทางจาก เชียงเงิน ถึงแยก ไป กาสี ปูยางหมดแล้วใช่มั้ยครับ ???

อันนี้ผมนั่งรถโดยสารผ่านเมื่อ กุมภาพันธ์

กำลังวางแผนจะปั่นสั้นๆ จาก ไซยะบุลี ไปหลวงพระบางครับ
ลาดยางหมดแล้วครับ ตอนผมไปปั่น อากาศร้อนจนยางมะตรอยระเหยเต็มพื้นถนนเลยครับ ตอนนี้ฤดูฝนถ้าไปปั่น เตรียมเสื้อฝนไปด้วยนะครับ
เมืองกาสีกำลังเริ่มดำนาพอดีครับ (พี่ที่ทำงานที่ลาวถ่ายรูปมาให้ดูครับ) ส่วนวังเวียงฝนตกหนัก แม่น้ำซองขึ้นครับ ถ้าไม่ว่าอะไร แอด FB ผมมาคุยก็ได้นะครับ เผื่อจะช่วยเหลือข้อมูลได้บ้าง : D

FB : https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
"การเดินทาง"

มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม

Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
Guidevoyage
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 130
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
Tel: 0909275115
Bike: araya federal
ติดต่อ:

Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)

โพสต์ โดย Guidevoyage »

pongsak1979 เขียน:ขอติดตามด้วยคนคับ
ยินดีครับ ผมไกด์ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ
"การเดินทาง"

มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม

Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
Guidevoyage
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 130
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
Tel: 0909275115
Bike: araya federal
ติดต่อ:

Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)

โพสต์ โดย Guidevoyage »

หายไปนานมาก นับเป็นกระทู้ที่รีวิวนามากเหมือนกัน.. !?

ก่อนเที่ยงวันนี้ขณะผมเดินออกจากโรงอาหาร sc หลังกินมื้อเที่ยงอิ่ม ใน ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต มาที่จอดจักรยาน
เพื่อจะปั่นไปร้านกาแฟ เล่าเรื่องเดินทางกระทู้นี้ให้จบภายในคืนนี้!

บังเอิญเจอพี่คนหนึ่งกำลังถ่ายรูปจักรยานผมอยู่ เลยกล่าวทักทาย"สวัสดี"
ก่อนจะได้รับคำทักทายตอบกลับมาพร้อมคำถาม "น้องใช่คนที่ไปปั่นจักรยาน คนเดียว 1,500 กว่ากิโลเมตรที่ลาวมั้ย?"
เลยตอบไปว่า "ใช่ครับ แล้วพี่รู้จักผมได้ยังไงหรอครับ"
พี่โต้ (ทราบชื่อทีหลังจากทำความรู้จักกันครับ) "พี่อ่านมาจาก thaimtb เลยรู้ว่าน้องเรียนอยู่ธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อกี้เดินมาเจอจักรยานเลยคิดว่าใช่แน่ๆ ไม่คิดว่าจะได้เจอตัวเป็นๆ"


หลังทำความรู้จักกันพูดคุยเรื่องราวจักรยานอยู่หลายนาทีก่อนจะกล่าวคำขอบคุณและไหว้อำลาพี่โต้

ความรู้สึกในใจตอนนั้นรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก
ใครจะไปคิดว่า จักรยาน 1 คัน คน 1 คน กับเรื่องราวที่เดินทางปั่นจักรยานไปพบเจอในต่างแดน
จนรอดชีวิตกลับมาเล่าเรื่องราวแล้ว ยังทำให้ได้รู้จักคนดีๆเพิ่มขึ้นมาอีก

"ผมว่าผมตกหลุมรักจักรยานตั้งนานแล้ว วันนี้ผมพึ่งรู้ตัวว่าผมรักจักรยานมากกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว
และยังรักที่จะได้พบเจอผู้คนใหม่ๆ ที่รักจักรยานเหมือนกันอีกด้วย"

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับพี่โต้ : )
Guidevoyage

รูปภาพ
"การเดินทาง"

มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม

Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือสุน
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 142
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ก.พ. 2011, 22:23
Tel: 0818526128
team: กลุ่มทัวร์ริ่งน้องใหม่
Bike: Cannondale T1,velotraum Rohloff

Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)

โพสต์ โดย เสือสุน »

ถ้ามาปั่นไห้วพระอยุธยาบอกด้วยนะกลุ่มทัวร์ริ่งน้องใหม่ฯ
จะเลี้ยงข้าวสัก 1 มื้อ
ไฟล์แนบ
แขวงหัวพัน(ซำเหนือ)
แขวงหัวพัน(ซำเหนือ)
DSCN0137.JPG (104.31 KiB) เข้าดูแล้ว 517 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย เสือสุน เมื่อ 07 ส.ค. 2014, 14:34, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ปั่นไปตามกำลังที่มี
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=280359
Guidevoyage
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 130
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
Tel: 0909275115
Bike: araya federal
ติดต่อ:

Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)

โพสต์ โดย Guidevoyage »

รูปภาพ

รูปภาพ


พระอาทิตย์ขึ้นมุมหน้าบ้านที่กางเต๊นท์นอน
มุมข้างบ้านที่กางเต๊นท์นอนกอดความหนาวใต้ถุงนอน

สองประโยคแรกไม่ใช่กลอนนะครับ แต่เป็นคำบรรยายภาพข้างบนครับ ^^

..หลังตื่นนอนมาตอนเช้า น้ำไม่ได้อาบ! ฟันยังไม่ได้แปรง เอ้ย! ฟันแปรงแล้ว ล้างหน้าล้างตา จัดเก็บสัมภาระเสร็จเรียบร้อย
คุณแม่พี่เจ้าของบ้านก็เดินออกมาเรียกเข้าไปกินข้าวเช้าในบ้านด้วยกัน หลังได้กินหอมๆจากครัวหลังบ้านลอยมายั่วน้ำลายตั้งแต่ตื่นนอน><"

มื้อเช้าเรียบง่ายครับ ต้มเลือดเป็ด! ลาบเป็ด! น้ำพริกปลากระป๋อง! ผักลวก! ข้าวเหนียว! กินไปก็ซี๊ดไป (ต้มเลือดเป็ดลวกปากครับ 555)
อร่อยมากครับ โดยเฉพาะต้มเลือดเป็ด พึ่งเคยกินครั้งแรกในชีวิต ดูคล้ายๆวุ้นเลือดเป็ดซะมากกว่า วิธีกินพอตักวุ้นเลือดเป็ดมาแล้ว ต้องบีบมะนาวใส่ครับ อือหืออ!!
โครตเปรี้ยว!! ทั้งวงกับข้าวถึงกับขำสีหน้าผมที่ซี๊ดเพราะบีบมะนาวใส่เยอะเกิน ก่อนพี่เจ้าของบ้านจะทำให้ดูเป็นตัวอย่างว่า บีบใส่นิดเดียวก็พอแล้้ว
กินไปกินมาเริ่มเลี่ยนเลย กินอะไรง่ายๆ จกข้าวเหนียวกินกับลวกผักจิ้มน้ำพริกปลากระป๋อง สลับกับลาบเป็ดแทน อร่อยมาก!

หลังอิ่มมื้อเช้าก่อนเดินทางปั่นจักรยานต่อ คุณแม่เจ้าของบ้านห่อข้าวเหนียวใส่ถุงให้มาไว้เป็นเสบียงไว้กินกลางทางพร้อมบอกว่า "แม่ไม่มีอะไรให้นะ มีแค่ข้าวเหนียวใส่ถุงให้ เผื่อปั่นรถถีบไปแล้วหิวอย่างน้อยก็ยังมีข้าวเหนียวกิน หรือไปถึงกาสีแล้วก็จะได้ซื้อแต่กับข้าว ไม่ต้องซื้อข้าว ดูแลตัวเองด้วยนะ ดูหน้าดูหลังให้ดี มีโอกาสกลับมาทางนี้อย่าลืมแวะมาเยี่ยมแม่กับลูกๆที่บ้านนะ" (จริงๆคุณแม่พูดลาวนะครับ นี่เวอร์ชั่นแปลให้แล้วครับ ^^)

ความรู้สึกตอนนั้นยังรู้สึกมาถึงตอนนี้ที่กำลังพิมพ์เล่าเรื่องอยู่.. มันเป็นความรู้สึกดีใจ ประทับใจอย่างบอกไม่ถูกถึงความจริงใจและมิตรไมตรีที่ได้รับมา
หลังกล่าวคำขอบคุณทุกคนในบ้านก่อนทุกคนจะออกไปปักกล้าข้าว เลยขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก ก่อนทุกคนจะขับมอเตอร์ไซค์ขึ้นเขาล่วงหน้าไปยังนาที่อยู่ตีนเขาใต้ถนนเส้นที่ผมจะปั่นผ่าน..

มีโอกาสเมื่อไหร่ ผมจะกลับไปเยี่ยมทุกคนอย่างแน่นอน ส่วนตอนนั้นได้แต่บอกตัวเอง วันนี้ปั่นขึ้นเขาให้รอดก่อนนะไกด์!!!

รูปภาพ

8 โมงกว่าๆ แดดยามเช้าเริ่มประทะผิวกาย เอาหล่ะสิ! วันนี้จะสักกี่องศาดีนะ!?
สำหรับวันนี้การปั่นขึ้นเขาสุดโหดเกือบ 9 กิโลเมตร ไม่ใช่เรื่องง่าย ขาไปหลวงพระบางว่ายากแล้ว ขากลับยากยิ่งกว่า ทั้งจูงทั้งเข็น ทั้งหอบทั้งเหนื่อย แต่วิวสวย ปั่นไปก็จอดถ่ายรูปไปนึกว่าปั่นชมวิว ทั้งที่วันนี้ต้องปั่นกลับไปให้ถึงวังเวียง แต่ทำไงได้ครับ ก็วิวสวยจริงๆ มันอดไม่ได้ อดไม่ได้จริงๆที่จะต้องจอดถ่ายรูป ^^

จริงๆต้องขอสารภาพและเล่าตามตรงว่าตรงช่วงขึ้นเขาวิวสวยๆ บางทีผมนั่งฟังเพลงจบไป 2-3 เพลง แล้วค่อยปั่นต่อ 555
ยิ่งช่วงพีคก่อนหมดเขานะครับ ผมจอดจักรยานอยู่ข้างทาง ใส่หูฟังยืนร้องเพลงไปไม่อายใคร
(จะมีใครให้อายหล่ะ! ทั้งเขามีอยู่คนเดียว นานๆ นานมาก ถึงจะมีรถวิ่งผ่านสักคัน)

ใครจะไปคิดว่าระยะทางแค่ 9 กิโลเมตร ใช้เวลาไปเกือบ 3 ชั่วโมง 555
ที่ช้าไม่ใช่อะไรครับ นอกจากนั่งฟังเพลง ยืนร้องเพลงแล้วยังมัวแต่จอดจักรยานถ่ายรูป เอ๊ะ! มุมนี้ดีมั้ย มุมนี้ก็สวย
สรุปมีความสุขใช้เวลาไปกับการถ่ายรูปครับ ตอนนั้นคือไม่คงไม่คิดเลย หลังลงเขาข้างหน้าที่จะปั่นไปถึงตรงที่พี่เจ้าของบ้านที่ให้กางเต๊นท์นอน
บอกว่าวิวสวยมาก เป็นทุ่งหญ้าเอาไว้เลี้ยงสัตว์ ยิ่งช่วงหน้าหนาวยิ่งสวย แต่หลังจากนั้นจะเจอทางขึ้นเขาชันๆอีก 555

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

หลังจากฝ่าฝันกับเขาสุดโหดมาได้ กับความชันของถนน 12%!!
ถึงเวลาสวมบทเป็นพระเอกเหมือนในหนัง walter mitty
ฉากพระเอกบังคับสเก็ตบอร์ดลงเขาเลยครับ เพียงแต่ผมปั่นจักรยานแทน (จริงๆเป็นปล่อยจักรยานไหลลงเขามากกว่า เพราะเร็วมาก รอบขาปั่นไม่ทัน 555)
สองข้างทางลงเขาหญ้าเขียวชอุ่มบ้างแห้งบ้างตามอากาศ มีแพะเล้มหญ้าข้างทางให้เห็นบ้าง

จุดจบของผมกับพระเอกในหนังwalter mitty แทบจะเหมือนกันครับ ในหนังเจอภูเขาไฟระเบิดหลังลงเขาแล้วมีคนขับรถมารับ
ส่วนผมจักรยานยางรั่วอยู่บนถนนที่ล้อมรอบด้วยทุ่งหญ้าและภูเขา โชคดีที่มีบ้านชาวบ้านอยู่ 2-3 หลังให้ยืมที่สูบลม ไม่งั้นคงได้โบกรถแน่ๆ (ตอนนั้นที่สูบลมเริ่มออกอาการไม่สบายสูบเข้าบ้างไม่เข้าบ้าง) ชาวบ้านที่มายืนคุยด้วยบอกว่าถ้าฤดูฝน ฝนตกบ่อยๆ หญ้าจะเขียวชอุ่มทั้งภูเขาสวยมากๆ ถ้าเป็นฤดูหนาวหมอกลงยิ่งสวย
ได้แต่นึกในใจมีโอกาสคงได้มาเห็นสักครั้ง ..

หลังปะยาง สูบลมเสร็จ ฟ้าเริ่มครึ้มมาเรื่อยๆครับ เส้นทางข้างหน้าต้องขึ้นเขาทางชันอีก 2 กิโลเมตรกว่าๆถึงจะถึงทางลงเขา 9 กิโลเมตรเพื่อเข้าเมืองกาสี เป็นถนนช่วงที่ว่าโหดที่สุดของเส้นทาง ทางชันยิ่งกว่าชัน จนมีรถเบรกไหม้ตกเขาไปแล้วหลายคันแล้ว หลังจากอดทนอดกลั้นปั่นสุดกำลังขึ้นเขามาได้ มองไปข้างหน้าก่อนทางลงเขา ข้างล่างตรงทางลงเขาไปกาสีฝนตกหนัก ฟ้าผ่า มืดฟ้ามัวดินเลยครับ บนหัวผมตอนนั้นเมฆครึ้มมืดแล้วครับ ไอหมอกเริ่มปกคลุมเข้ามา ที่หลบฝนก็ไม่มี ข้างทางโล่งๆ มีแต่ภูเขารอบตัว จะลุยต่อก็คงไม่ไหวทางต้องชันมากแน่ๆ (มองไม่เห็นอะไรเลยครับ ได้แต่คิดเผ่ือใจตามคำบอกเล่าว่า ถ้ารถเบรกแตกตกเขา มันต้องชันชัวร์ 555) แถมถนนลื่น ฝนตกหนักอีก ที่หนักสุดคือ ฟ้าผ่าไม่หยุด หมอกก็คลุมถนนตอนนั้นคือตายแน่ๆ !!! T__T

ฝนเริ่มลงเม็ดๆปรอยๆ ผมเริ่มจัดแจงเอาถุงกันฝนคลุมกระเป๋าจักรยาน จับ Bonne Chance ยัดใส่กระเป๋าจักรยานไว้จะได้ไม่เปียก (ห่วงตุ๊กตาคู่หูมากกว่าตัวเองอีก 555)
โชคยังดีหลังยืนตากฝนปรอยๆไม่นาน มีรถชาวบ้านคันหนึ่งมาจอดแล้วลงมาช่วยยกจักรยานขึ้นท้ายรถ แล้วรับผมติดท้ายรถลงเขาผ่านหมอกผ่านฝนปรอยๆมาด้วย
ก่อนจะจอดรถกลางเขาให้ผมมานั่งเบียดๆข้างในหน้ารถกับครอบครัวพร้อมลูกน้อยน่ารักอีก สองคนด้วย เพราะข้างนอกฝนเริ่มตกหนัก ก่อนจะฝ่าหมอกหนามาส่งถึงเมืองกาสีอย่างปลอดภัย

ถ้าไม่ได้ครอบครัวนี้ช่วยเหลือผมไว้ ตอนนั้นคง...
หลังกล่าวขอบคุณอยู่นานก่อนร่ำลาด้วยคำขอบคุณและรอยยิ้ม
ขณะที่เริ่มออกปั่น ฟ้ามืดครึ้มฝนจากเขาที่พึ่งนั่งรถลุยฝน ลุยหมอก ผ่านฟ้าผ่า เริ่มจี้ตูดมาติดๆ ระยะทางลงเขา 50 km สุดท้ายจากกาสีไปวังเวียง ความรู้สึกเหมือนจะโดนเสือไล่ขย้ำอย่างนั้น ด้วยความกลัว ตอนนั้นมีแรงเท่าไหร่ใส่เต็มที่ปั่นสุดตรีนนน!!

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

แต่ไม่วายเหมือนผีซ้ำด้ามพลอย ปั่นมาสักพัก ยางรั่วแล้วรั่วอีกจนยางครั้งที่ 2 ฝนตกโปรยปรายตามมาทัน เปียกปอนกันไปตามระเบียบก่อนกัดฟันอดทนสู้ปั่นลุยฝนต่อไป
แต่เหมือนวันนั้นโชคไม่ดีเอาซะเลย ยางรั่วครั้งที่ 3 ก่อนจะปั่นจักรยานล้มไปอีก 2 ครั้ง เจ็บบ้างจุกบ้างนิดหน่อยตามแรงกระแทก ที่ล้มไม่ใช่อะไรหรอกครับ รถพ่วงลาววิ่งมาข้างหลังบีบแตรใส่แล้วขับเบียดมาข้่างๆ ลมจากรถพัดตีข้างมาใส่ บวกกับถนนลื่น เลยลงไปกองข้างทาง ปลิวเป็นกระดาษลอยตามลมเลย T_T แถมไม่ได้โดนครั้งเดียว ครั้งที่สองเป็นรถสิบล้อเบียดเหมือนเดิมแถมแตรไม่บีบ ดีที่ครั้งที่ 2 ล้มไม่แรงพอบังคับรถได้ T_T

หลังปั่นลุยฝนมาพักใหญ่ พร้อมอาการปวดจากตะคริวกินขาช่วงลงเขาจากกาสีที่เร่งปั่น..ก็ปั่นมาถึงช่วงทำถนนใหม่ก่อนเข้าวังเวียง เข็นอีกแล้วครับ เพราะถนนขรุขระ เจ้าหน้าที่กำลังทำถนนอยู่เลย ปั่นไม่ไหวครับ จูงอีกเกือบหนึ่งกิโลเมตร
**** โปรดระมัดระวังไว้มากๆเลยครับ ถ้าวันไหนปั่นจักรยานนานๆแล้ว เจอฝนหรือรีบทำเวลาแค่ไหนก็ อย่าปั่นแบบไม่บันยะบันยังแบบผมนะครับ ไม่งั้นจะตะคริวกินเพราะเราออกแรงแบบต่อเนื่องมากเกินไปกล้ามเนื้อจะรับไม่ไหวเอาครับ

ก่อนอดทนปั่นจากอาการปวดที่จักรยานล้มมาจนเหลือ 12 km สุดท้าย ฝนเจ้ากรรมไม่มีทีท่าว่าจะหยุด จอดจักรยานมองไปเห็นขุนเขาที่ล้อมวังเวียงข้างหน้าทั้งฝนตกฟ้าครึ้ม ชีวิตเหมือนหนีเสือปะจระเข้!! หนีฝนมาเจอฝน ฟ้าผ่ามาเจอรถพ่วงขับเฉียดลมตีข้างจนล้ม : (

"ในค่ำ คืนที่ฟ้านั้นไม่มีดาวอยู่ตรงนี้ ฉันยังคงก้าวไปยังคงมีรักแท้เป็นแสงนำไปในคืนที่หลงทาง
กับที่ๆความฝันนั้นพร้อมเป็นเพื่อนตาย
เส้นทางนี้ ฉันยังมีจุดหมาย..
ตราบใดที่ปลายท้องฟ้ามีแสงรำไร จะไปจนถึงแสงสุดท้าย!!"

เสียงพี่ตูนในหูฟังก้องเข้ามาในใจ เอาหว่ะ!! เป็นไงเป็นกัน เปียกฝน ลุยหมอก ลุยฝนใต้ฟ้าผ่า(นั่งรถนะครับ 555)ก็ผ่านมาแล้ว ถ้าปั่นไปจะล้มครั้งที่ 3 อีกทีจะเป็นไรไป
เปียกฝนก็เปียกทั้งตัวแล้ว

..ครึ่ง ชม ต่อมา ฝนที่วังเวียงหยุดตกไปแล้ว
รุ้งสีสวย 2 ชั้นขึ้นกินน้ำ ริมข้างทาง ย้อมใจคนล้าจากการเดินทางให้รู้สึกสดชื่นอีกครั้ง..
(แต่กายยังเจ็บจากจักรยานล้ม :( )
..ได้แต่บอกตัวเองอย่างน้อยการเดินทางวันนี้ตอนจบก็ยังสวยงาม ก่อนที่ผมจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปบันทึกภาพทรงจำไว้อีกครั้ง

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย Guidevoyage เมื่อ 07 ส.ค. 2014, 16:36, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
"การเดินทาง"

มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม

Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
Guidevoyage
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 130
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
Tel: 0909275115
Bike: araya federal
ติดต่อ:

Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)

โพสต์ โดย Guidevoyage »

เสือสุน เขียน:ถ้ามาปั่นไห้วพระอยุธยาบอกด้วยนะกลุ่มทัวร์น้องใหม่ฯ
จะเลี้ยงข้าวสัก 1 มื้อ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ ผมพึ่งปั่นไปไหว้พระกับเพื่อนๆมาอาทิตย์ที่แล้วครับ เร็วๆนี้อาจจะไปอีก มีโอกาสคงได้เจอกันนะครับ : D
"การเดินทาง"

มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม

Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
Guidevoyage
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 130
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
Tel: 0909275115
Bike: araya federal
ติดต่อ:

Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)

โพสต์ โดย Guidevoyage »

รูปภาพ

คั่นด้วยมุมมอง "ความรัก" กับ "จักรยาน" ฉบับวัยรุ่นหน่อยนะครับ ^^"

"ความรัก" ก็เหมือน "เกียร์จักรยาน"
"คู่รัก"ก็เหมือน "จานหน้ากับจานหลัง"
"เส้นทางรัก" ก็เหมือน "โซ่จักรยาน"

จักรยาน..
ถ้าปรับเกียร์หนักไปปั่นนานๆก็ "เหนื่อย"
ถ้าปรับเกียร์เบาไปปั่นนานๆก็ "เหนื่อย"
(ความรักก็เช่นกัน ต้องยอมรับและปรับเปลี่ยนให้พอดี ในเรื่องราวที่เคยผ่านมาของกันและกัน ไม่งั้นเดินด้วยกันไปก็เหนื่อยเปล่าๆ)

เกียร์จักรยานที่ดี..
..จึงต้องปรับจานหน้าและจานหลังให้พอดี
กับรอบขาของตัวเราเอง ปั่นแล้วสบายไม่เหนื่อย อาจเหงื่อไหลไคลย้อยบ้างตามสภาพอากาศ แต่ปั่นได้นาน..
(ความรักก็เช่นกัน ถ้าปรับคนละครึ่งทาง เริ่มต้นคนละครึ่งทาง จาก 50 ไปหา 100 ยอมรับกันและกันในสิ่งที่เป็นอยู่ และเริ่มต้นก้าวจากนั้นไปด้วยกันอาจจะมีสุขบ้าง มีทุกข์บ้าง แต่ก็ก้าวไปได้นาน)

เมื่อปรับเกียร์จักรยานพอดีกับรอบขาแล้ว
จานหน้าและจานหลังย่อมลงตัวไปด้วย
และทำให้โซ่ที่คล้องจานจักรยานทำงานได้ดีไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป

(ความรักที่ คู่รักต่างยอมรับปรับเปลี่ยนอย่างพอดีในเรื่องราวที่ผ่านมาของกันและกัน เริ่มต้นที่ 50 ไปหา 100 ด้วยกัน ย่อมทำให้เส้นทางรักมีระยะทางไกลกว่าเดิม)

ปล.ถ้าเจอเส้นทางขึ้นเขา ลงเนินก็อย่าลืมปรับเกียร์ให้เข้ากับสภาพเส้นทางด้วยนะครับ ไม่งั้นโซ่ขาดหรือโซ่หลุดขึ้นมา จะหาว่าไม่เตือนนะครับ อิอิ ^^

เส้นทางหลวงพระบาง - กาสี,ประเทศลาว
Guidevoyage
"การเดินทาง"

มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม

Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
ต.ตาปี
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 17
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2014, 12:51
ติดต่อ:

Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)

โพสต์ โดย ต.ตาปี »

ขอบคุณน้องไกด์ครับ น้องไกด์มีอัธยาศัยที่ดีมากขอให้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ในทุกด้านจะติดตามครับ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “ทัวร์ริ่ง (Touring)”