มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
กฏการใช้บอร์ด
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
- APM
- ขาประจำ
- โพสต์: 549
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2009, 15:11
- Tel: 0819143591
- Bike: Trek, Surly LHT, Rit
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
ผมได้ขอเจ้าของแล้ว นำบทความนี้เพื่อเผยแพร่ เรื่องภายหลังจากอุบัติเหตุ
ต้องขอโทษที่เล่าเรื่องแป๊ะเม้งไม่จบซะที.....ถือซะว่าเป็นการ Up กระทู้ละกัน.....
มาถึงบทสุดท้ายของเรื่องค่ะ
เช้าวันที่แป๊ะเม้งจะออกจากโรงพยาบาล....ป้าเอาใบบันทึกประจำวันของตำรวจไปยื่นที่ห้องการเงินของโรงพยาบาลมหาราช (สวนดอก)
ถูกปฎิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยว่าใช้ไม่ได้ บันทึกประจำวันของตำรวจเขียนยืดยาวแต่จุดสำคัญบอกแค่ว่า...รถมอเตอร์ไซด์ฮอนด้าสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ผู้ขับขี่คือ.......ชน ต้องกลับไปเชียงคำ ให้ตำรวจเขียนหรือเพิ่มเติม
บันทึกมาให้ใหม่ ที่ระบุว่า ไอ้มอเตอร์ไซด์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนนั้น หมายเลขเครื่องอะไร สิ่งที่ต้องไปเอามาประกอบอีกคือใบขับขี่ของผู้ชน เจ้าของมอร์เตอไซด์ ทะเบียนไม่มีก็ต้องเอาใบสัญญาซื้อขายมาประกอบ
ป้าและพยาบาลคนหนึ่งก็ช่วยกันพูดว่าวันนี้คนไข้จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นที่ พรบ จ่ายได้ทันที ที่มีใบบันทึกประจำวันคือ 15,000 บาท โดยคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้ นั้น ขอเบิกจ่ายก่อนได้ไหม...
นายนั่นพูดคำเดียวสั้นๆว่าไม่ได้...ถ้าจะออกจากโรงพยาบาลวันนี้ต้องจ่ายเงินสด.....ป้าเลยไม่อยากพูดกับ...แล้ว เดินไปจ่ายเงินสดสิ้นเรื่องราว...
ค่าใช้จ่ายที่จ่ายในโรงพยาบาลของรัฐวันนั้นน้อยนิดเมื่อเทียบกับโรงพยาบาลของเอกชน....และแป๊ะเม้งก็ยินดีที่จะจ่ายเองอยู่แล้ว....เรื่องเงินเลยไม่ใช่ปัญหาในวันนั้น
แต่ป้ายอมไม่ได้....มันหายใจไม่ออกเมื่อรู้ว่าสิทธิอันพึงได้ของประชาชนคนหนึ่งกำลังถูกริดรอน....ตัดสินใจ พาแป๊ะเม้งกลับไปเชียงคำวันที่ออกจากโรงพยาบาล วันนั้นเลย....
เชียงใหม่ - เชียงคำ - กรุงเทพฯ ถือซะว่าเป็นทางผ่านกลับบ้าน...ขณะเดินทางแป๊ะเม้งพยายามติดต่อนายตำรวจเจ้าของเรื่องว่าเราจะขอให้ช่วยเพิ่มเติมบันทึกประจำ...
ท่านก็บอกว่าไม่มีปัญหาถึงโรงพักเมื่อไหร่ก็โทรบอกผมเดี๋ยวผมให้ลูกน้องจัดการให้....จากนั้นเราก็พยายามติดต่อสองผัวเมียคู่กรณี ขอเอกสารรถและ copy ใบขับขี่
คำตอบที่ได้คือ คงจะได้ไม่ง่าย ใบขับขี่หมดอายุ คือไม่มี รถก็ซื้อเงินสด ยังไม่ได้เล่มทะเบียน
ถ้างั้นขอ copy ใบสัญญาซื้อขาย ขอช่วยส่งให้ที่สถานีตำรวจได้ไหม เรากำลังจะถึงสถานีตำรวจแล้ว.....ไม่ได้ ...ไม่ว่างเอาไปให้ แล้วจะส่งไปให้แล้วกัน....
ปิดโทรศัพท์หนีทั้งผัวและเมีย....ทั้งที่บ้านเขาอยู่ไม่ไกลจากสถานีตำรวจนัก พอถึงสถานีตำรวจ โทรหาท่านรอง เจ้าของคดี...
ท่านบอกว่า บอกกับลูกน้องผมให้ช่วยดำเนินการให้เลย เดี๋ยวผมจะโทรไปสั่งไว้ให้....เราก็บอกตามนั้น....ก็ยังไม่ได้
เขียนให้ไม่ได้เพราะเราไม่มีหลักฐานของรถในวันเกิดเหตุ และวันนี้ก็ไม่มี...ถ้าอยากได้ไปตามเอาเล่มทะเบียนมาให้ผม เดี๋ยวผมจะเพิ่มเติมให้....อ้าว !
แล้ววันนั้นทำไมคุณไม่ดูให้ดีก่อนที่จะไปจากโรงพักล่ะ จะมาโทษว่าผมทำไม่เรียบร้อยไม่ได้ มันเป็นความไม่รอบคอบของคุณเอง ผมก็เขียนเท่าที่เขียนให้ได้เท่านั้น....
เรื่องของคุณยอมความจบกันไปแล้ว หมดหน้าที่ตำรวจแล้ว คุณก็ต้องไปตามคู่กรณีของคุณเอง ตำรวจช่วยอะไรทางคุณไม่ได้แล้วตอนนี้.....
ถ้าตำรวจช่วยไม่ได้ใคร ผู้ใดจะช่วยเราล่ะ งานนี้ ถ้างั้นจะให้ดิฉันไปขอให้นักเลง...หรือเจ้าพ่อช่วยหรือคะ.... ตำรวจเกือบจะจับป้าเข้ากรงขังวันนั้น
ตอนนั้นระดับความโกรธของป้า กำลังไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ ....แต่ก็พยายามขอร้องให้ตำรวจคนหนึ่งช่วยโทรหาคู่กรณีให้จนเขารับสาย...ตำรวจพูดกับเขาดีมาก....
สุภาพมากๆ เลย .....สุมาเต๊อะ ขอร้องเถอะนะ เพิ่นมาไกลมาก มาท่าอยู่ที่โรงพักตั้งนานแล้ว ช่วยเอาเอกสารการซื้อขายรถมาให้เพิ่นหน่อยเน้อ เห็นใจเพิ่นเต๊อะ...
ปรากฎว่าก็ยังไม่ได้ ...วันนั้น...ไม่ได้ทั้งบันทึกประจำวันใหม่ และเอกสารรถ.....นัดเป็น 9:00 พรุ่งนี้...
พวกเราค้างคืนที่เชียงคำวันนั้น
มันน่าโมโห.....ที่แป๊ะเม้งใจดีกับคนที่ไม่มีจิตสำนึก.....คู่กรณี..
มันน่าโมโห.....ที่ตำรวจลงบันทึกประจำแบบชุ่ยๆ แล้วผลักภาระความชุ่ยให้ประชาชนอย่างเราที่ไม่รู้เรื่อง....ก...
จะไปรู้ได้อย่างไรว่าบันทึกประจำวันที่ได้มาวันนั้นมันไม่สมบูรณ์ แบบนี้ ตำรวจทำงานอยู่ทุกวัน แต่เรานี่เป็นครั้งแรก...มันเจ็บปวดที่ตำรวจมองเราอย่างน่าเวทนา....อยากโง่เอง
ส่วนแปะเม้งเองนั้น แกบอกว่าเมื่อนึกซะว่าเลิกจองเวร ให้อภัยมันซะ เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ใจมันก็โล่งสบาย
วันนั้นทำไมตำรวจไม่สั่งปรับเรื่องไม่มีใบขับขี่ ...ทำไมไม่ยึดรถไว้ในกรณีไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน และใบซื้อขาย....ถ้างั้นวันนี้ดิฉันขอแจ้งความ ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ใบใหม่....ตำรวจโกรธป้าจนไม่มีอยากพูดด้วยแล้ว......
วันรุ่งขึ้นป้าและแป๊ะเม้งพากันไปโรงพักตามนัดหมาย โทรหาท่านรองเกือบร้อยครั้ง ไม่รับสายสักครั้งเดียว เมียคู่กรณี เอา copy ใบซื้อขายรถมาให้ แต่ไม่มีลายเซ็นต์และตราประทับ ของทางร้าน ...
มันใช้ไม่ได้ แล้วเขาก็รีบเผ่นหนีไป ..บอกกับตำรวจบนโรงพักว่าป้าพูดไม่ดีกับเขา เขาเลยไม่อยากช่วยเหลืออะไร ให้มากไปกว่านี้แล้ว.....ตำรวจก็เห็นด้วย ว่าป้าเป็นจอมโวยวาย ทำเป็นอวดดีรู้เรื่องมากกว่าตำรวจ..
งั้นก็ไปทำซะเองละกัน ไม่มีใครช่วยแล้ว....อ้าวแล้วจะให้...กราบขอร้องคนไม่ดีเหรอ...ก็เท่ากับสนับสนุนความเป็นคนไม่ดีของเขา เพราะเราก็พูดดีๆ ในเบื้องต้นแล้ว แล้วทำไมพวกคุณถึงพากันหัวเราะเยาะ...
ที่เราเป็นคนใจดี จนถึงกับมองเราเป็นคนโง่....ใจดี กับ โง่ ใกล้กัน จนคนพวกนี้แยกแยะไม่ออกจริงๆหรือ.....
ป้าบอกตำรวจว่ากรณีนี้ ตำรวจต้องดำเนินคดีอาญา แก่คู่กรณี ข้อหาประมาท ตามที่ลงบันทึกในใบเสียค่าปรับไปแล้วนั้น ถึงแม้ว่าเจ้าทุกข์จะเซ็นต์ยอมความไม่ฟ้องร้องทั้งทางแพ่ง และอาญาก็ตาม...
เพราะคนที่ถูกชนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลเกิน 21 วัน....เป็นคดีอาญาที่ไม่สามารถยอมความได้ ตำรวจต้องส่งฟ้องงงงงงไม่งั้นโดนข้อหาละเลย
ตำรวจเกือบทั้งโรงพักหัวเราะเยาะยายป้า..บ้า
ป้าต้องใช้แผนสุดท้าย...โทรหาตัวช่วยให้เรื่องจบวันนี้ ...เพราะทะเลาะกับตำรวจครึ่งโรงพักมาหลายชั่วโมงแล้ว...ตัดสินใจโทรหาคุณนิวัฒน์ เชียงคำ ท่านไม่รับสาย โทรหาคุณโยเชียงคำ ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน
เล่าเรื่องให้ฟัง คุณโยใจดีเหลือหลาย โทรหาท่านสารวัตรเชวง ...เพื่อนคุณโยที่นั่งอยู่ในห้องนั้น ...ท่านก็ลุกออกมาเรียกเอาพวกเราเข้าไปจัดการเรื่องให้ทั้งหมด....
สั่งการให้เขียนบันทึกประจำวันเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ตามใบ พรบ ของรถที่เรามี copy อยู่แล้ว ให้นายตำรวจลูกน้องท่านโทรไปร้านมอเตอร์ไซด์ และวิ่งไปขอ copy ใบซื้อขาย ประทับตราร้านพร้อมลายเซ็นต์ให้ สามชุด
copy ใบเสียค่าปรับฐานขับขี่ประมาทให้ พร้อมประทับตรา ลายเซ็นให้สามชุด...พร้อมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ถึงตอนนี้น้ำตาแห่งความแค้นใจของป้าที่เก็บกลั้นเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวาน มันใหลออกมาไม่หยุด...
เช็ดเท่าไหร่ก็ไม่หมดเสียที่...น่าขายหน้าจริงๆ....
จบเรื่องที่โรงพักเชียงคำ บ่ายสองโมงครึ่ง..ท่านสารวัตรเชวง ออกมายืนส่งพร้อมแนะนำทางลัดเข้ากรุงเทพฯ พร้อมคำอวยพรให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ.....ถึงกรุงเทพฯ 22:30 นาฬิกา
วันรุ่งขึ้นคุณนิวัฒน์ก็โทรมาถามรายละเอียด ...เมื่อวานท่านไม่อยู่ที่เชียงคำ แต่ก็รู้ว่าคุณโยได้ช่วยเหลือพวกเราอย่างดีแล้ว....มีอะไรและต้องอะไรเพิ่มเติมท่านยินดีช่วย.....ขอให้บอกได้เลย...ขอบคุณค่ะ
เอกสารทั้งหมดแป๊ะเม้ง นำไปยื่นที่ สำนักงาน พรบ กลาง อุบลฯ ...วันจันทร์นี้ไปรับเช็ค คืนเงินค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ได้เลย....จบ
บทสรุปของเรื่องพี่แปะเม้งอยู่ที่ สังคมคนไทย "นกต้องมีขน คนต้องมีพวก" แล้วจะแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง...จบ
ต้องช่างโวยไม่เลิก กัดไม่ปล่อย รักษาสิทธิ์ที่พึงมีพึงได้ แบบที่อาจารย์ดาราวรรณทำด้วยครับ.. ท่านรองผู้ว่า..
ต้องยกนิ้วให้อาจารย์ดาราวรรณจริงๆ
ดังนั้นหากเกิดอุบัติเหตุ ต้องขอเอกสาร ที่มีตราประทับ พร้อมลายเซ็น 3 ชุด
บันทึกประจำวันที่สมบูรณ์
ใบ พรบ ของรถ
ทะเบียน หรือ ใบซื้อขาย
ใบขับขี่ของคู่กรณี ถ้าไม่มีต้อง ขอใบเสียค่าปรับ
ขอบคุณแป๊ะเม้ง และ ป้าดาราวรรณ ด้วยครับ
ต้องขอโทษที่เล่าเรื่องแป๊ะเม้งไม่จบซะที.....ถือซะว่าเป็นการ Up กระทู้ละกัน.....
มาถึงบทสุดท้ายของเรื่องค่ะ
เช้าวันที่แป๊ะเม้งจะออกจากโรงพยาบาล....ป้าเอาใบบันทึกประจำวันของตำรวจไปยื่นที่ห้องการเงินของโรงพยาบาลมหาราช (สวนดอก)
ถูกปฎิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยว่าใช้ไม่ได้ บันทึกประจำวันของตำรวจเขียนยืดยาวแต่จุดสำคัญบอกแค่ว่า...รถมอเตอร์ไซด์ฮอนด้าสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ผู้ขับขี่คือ.......ชน ต้องกลับไปเชียงคำ ให้ตำรวจเขียนหรือเพิ่มเติม
บันทึกมาให้ใหม่ ที่ระบุว่า ไอ้มอเตอร์ไซด์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนนั้น หมายเลขเครื่องอะไร สิ่งที่ต้องไปเอามาประกอบอีกคือใบขับขี่ของผู้ชน เจ้าของมอร์เตอไซด์ ทะเบียนไม่มีก็ต้องเอาใบสัญญาซื้อขายมาประกอบ
ป้าและพยาบาลคนหนึ่งก็ช่วยกันพูดว่าวันนี้คนไข้จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นที่ พรบ จ่ายได้ทันที ที่มีใบบันทึกประจำวันคือ 15,000 บาท โดยคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้ นั้น ขอเบิกจ่ายก่อนได้ไหม...
นายนั่นพูดคำเดียวสั้นๆว่าไม่ได้...ถ้าจะออกจากโรงพยาบาลวันนี้ต้องจ่ายเงินสด.....ป้าเลยไม่อยากพูดกับ...แล้ว เดินไปจ่ายเงินสดสิ้นเรื่องราว...
ค่าใช้จ่ายที่จ่ายในโรงพยาบาลของรัฐวันนั้นน้อยนิดเมื่อเทียบกับโรงพยาบาลของเอกชน....และแป๊ะเม้งก็ยินดีที่จะจ่ายเองอยู่แล้ว....เรื่องเงินเลยไม่ใช่ปัญหาในวันนั้น
แต่ป้ายอมไม่ได้....มันหายใจไม่ออกเมื่อรู้ว่าสิทธิอันพึงได้ของประชาชนคนหนึ่งกำลังถูกริดรอน....ตัดสินใจ พาแป๊ะเม้งกลับไปเชียงคำวันที่ออกจากโรงพยาบาล วันนั้นเลย....
เชียงใหม่ - เชียงคำ - กรุงเทพฯ ถือซะว่าเป็นทางผ่านกลับบ้าน...ขณะเดินทางแป๊ะเม้งพยายามติดต่อนายตำรวจเจ้าของเรื่องว่าเราจะขอให้ช่วยเพิ่มเติมบันทึกประจำ...
ท่านก็บอกว่าไม่มีปัญหาถึงโรงพักเมื่อไหร่ก็โทรบอกผมเดี๋ยวผมให้ลูกน้องจัดการให้....จากนั้นเราก็พยายามติดต่อสองผัวเมียคู่กรณี ขอเอกสารรถและ copy ใบขับขี่
คำตอบที่ได้คือ คงจะได้ไม่ง่าย ใบขับขี่หมดอายุ คือไม่มี รถก็ซื้อเงินสด ยังไม่ได้เล่มทะเบียน
ถ้างั้นขอ copy ใบสัญญาซื้อขาย ขอช่วยส่งให้ที่สถานีตำรวจได้ไหม เรากำลังจะถึงสถานีตำรวจแล้ว.....ไม่ได้ ...ไม่ว่างเอาไปให้ แล้วจะส่งไปให้แล้วกัน....
ปิดโทรศัพท์หนีทั้งผัวและเมีย....ทั้งที่บ้านเขาอยู่ไม่ไกลจากสถานีตำรวจนัก พอถึงสถานีตำรวจ โทรหาท่านรอง เจ้าของคดี...
ท่านบอกว่า บอกกับลูกน้องผมให้ช่วยดำเนินการให้เลย เดี๋ยวผมจะโทรไปสั่งไว้ให้....เราก็บอกตามนั้น....ก็ยังไม่ได้
เขียนให้ไม่ได้เพราะเราไม่มีหลักฐานของรถในวันเกิดเหตุ และวันนี้ก็ไม่มี...ถ้าอยากได้ไปตามเอาเล่มทะเบียนมาให้ผม เดี๋ยวผมจะเพิ่มเติมให้....อ้าว !
แล้ววันนั้นทำไมคุณไม่ดูให้ดีก่อนที่จะไปจากโรงพักล่ะ จะมาโทษว่าผมทำไม่เรียบร้อยไม่ได้ มันเป็นความไม่รอบคอบของคุณเอง ผมก็เขียนเท่าที่เขียนให้ได้เท่านั้น....
เรื่องของคุณยอมความจบกันไปแล้ว หมดหน้าที่ตำรวจแล้ว คุณก็ต้องไปตามคู่กรณีของคุณเอง ตำรวจช่วยอะไรทางคุณไม่ได้แล้วตอนนี้.....
ถ้าตำรวจช่วยไม่ได้ใคร ผู้ใดจะช่วยเราล่ะ งานนี้ ถ้างั้นจะให้ดิฉันไปขอให้นักเลง...หรือเจ้าพ่อช่วยหรือคะ.... ตำรวจเกือบจะจับป้าเข้ากรงขังวันนั้น
ตอนนั้นระดับความโกรธของป้า กำลังไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ ....แต่ก็พยายามขอร้องให้ตำรวจคนหนึ่งช่วยโทรหาคู่กรณีให้จนเขารับสาย...ตำรวจพูดกับเขาดีมาก....
สุภาพมากๆ เลย .....สุมาเต๊อะ ขอร้องเถอะนะ เพิ่นมาไกลมาก มาท่าอยู่ที่โรงพักตั้งนานแล้ว ช่วยเอาเอกสารการซื้อขายรถมาให้เพิ่นหน่อยเน้อ เห็นใจเพิ่นเต๊อะ...
ปรากฎว่าก็ยังไม่ได้ ...วันนั้น...ไม่ได้ทั้งบันทึกประจำวันใหม่ และเอกสารรถ.....นัดเป็น 9:00 พรุ่งนี้...
พวกเราค้างคืนที่เชียงคำวันนั้น
มันน่าโมโห.....ที่แป๊ะเม้งใจดีกับคนที่ไม่มีจิตสำนึก.....คู่กรณี..
มันน่าโมโห.....ที่ตำรวจลงบันทึกประจำแบบชุ่ยๆ แล้วผลักภาระความชุ่ยให้ประชาชนอย่างเราที่ไม่รู้เรื่อง....ก...
จะไปรู้ได้อย่างไรว่าบันทึกประจำวันที่ได้มาวันนั้นมันไม่สมบูรณ์ แบบนี้ ตำรวจทำงานอยู่ทุกวัน แต่เรานี่เป็นครั้งแรก...มันเจ็บปวดที่ตำรวจมองเราอย่างน่าเวทนา....อยากโง่เอง
ส่วนแปะเม้งเองนั้น แกบอกว่าเมื่อนึกซะว่าเลิกจองเวร ให้อภัยมันซะ เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ใจมันก็โล่งสบาย
วันนั้นทำไมตำรวจไม่สั่งปรับเรื่องไม่มีใบขับขี่ ...ทำไมไม่ยึดรถไว้ในกรณีไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน และใบซื้อขาย....ถ้างั้นวันนี้ดิฉันขอแจ้งความ ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ใบใหม่....ตำรวจโกรธป้าจนไม่มีอยากพูดด้วยแล้ว......
วันรุ่งขึ้นป้าและแป๊ะเม้งพากันไปโรงพักตามนัดหมาย โทรหาท่านรองเกือบร้อยครั้ง ไม่รับสายสักครั้งเดียว เมียคู่กรณี เอา copy ใบซื้อขายรถมาให้ แต่ไม่มีลายเซ็นต์และตราประทับ ของทางร้าน ...
มันใช้ไม่ได้ แล้วเขาก็รีบเผ่นหนีไป ..บอกกับตำรวจบนโรงพักว่าป้าพูดไม่ดีกับเขา เขาเลยไม่อยากช่วยเหลืออะไร ให้มากไปกว่านี้แล้ว.....ตำรวจก็เห็นด้วย ว่าป้าเป็นจอมโวยวาย ทำเป็นอวดดีรู้เรื่องมากกว่าตำรวจ..
งั้นก็ไปทำซะเองละกัน ไม่มีใครช่วยแล้ว....อ้าวแล้วจะให้...กราบขอร้องคนไม่ดีเหรอ...ก็เท่ากับสนับสนุนความเป็นคนไม่ดีของเขา เพราะเราก็พูดดีๆ ในเบื้องต้นแล้ว แล้วทำไมพวกคุณถึงพากันหัวเราะเยาะ...
ที่เราเป็นคนใจดี จนถึงกับมองเราเป็นคนโง่....ใจดี กับ โง่ ใกล้กัน จนคนพวกนี้แยกแยะไม่ออกจริงๆหรือ.....
ป้าบอกตำรวจว่ากรณีนี้ ตำรวจต้องดำเนินคดีอาญา แก่คู่กรณี ข้อหาประมาท ตามที่ลงบันทึกในใบเสียค่าปรับไปแล้วนั้น ถึงแม้ว่าเจ้าทุกข์จะเซ็นต์ยอมความไม่ฟ้องร้องทั้งทางแพ่ง และอาญาก็ตาม...
เพราะคนที่ถูกชนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลเกิน 21 วัน....เป็นคดีอาญาที่ไม่สามารถยอมความได้ ตำรวจต้องส่งฟ้องงงงงงไม่งั้นโดนข้อหาละเลย
ตำรวจเกือบทั้งโรงพักหัวเราะเยาะยายป้า..บ้า
ป้าต้องใช้แผนสุดท้าย...โทรหาตัวช่วยให้เรื่องจบวันนี้ ...เพราะทะเลาะกับตำรวจครึ่งโรงพักมาหลายชั่วโมงแล้ว...ตัดสินใจโทรหาคุณนิวัฒน์ เชียงคำ ท่านไม่รับสาย โทรหาคุณโยเชียงคำ ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน
เล่าเรื่องให้ฟัง คุณโยใจดีเหลือหลาย โทรหาท่านสารวัตรเชวง ...เพื่อนคุณโยที่นั่งอยู่ในห้องนั้น ...ท่านก็ลุกออกมาเรียกเอาพวกเราเข้าไปจัดการเรื่องให้ทั้งหมด....
สั่งการให้เขียนบันทึกประจำวันเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ตามใบ พรบ ของรถที่เรามี copy อยู่แล้ว ให้นายตำรวจลูกน้องท่านโทรไปร้านมอเตอร์ไซด์ และวิ่งไปขอ copy ใบซื้อขาย ประทับตราร้านพร้อมลายเซ็นต์ให้ สามชุด
copy ใบเสียค่าปรับฐานขับขี่ประมาทให้ พร้อมประทับตรา ลายเซ็นให้สามชุด...พร้อมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ถึงตอนนี้น้ำตาแห่งความแค้นใจของป้าที่เก็บกลั้นเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวาน มันใหลออกมาไม่หยุด...
เช็ดเท่าไหร่ก็ไม่หมดเสียที่...น่าขายหน้าจริงๆ....
จบเรื่องที่โรงพักเชียงคำ บ่ายสองโมงครึ่ง..ท่านสารวัตรเชวง ออกมายืนส่งพร้อมแนะนำทางลัดเข้ากรุงเทพฯ พร้อมคำอวยพรให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ.....ถึงกรุงเทพฯ 22:30 นาฬิกา
วันรุ่งขึ้นคุณนิวัฒน์ก็โทรมาถามรายละเอียด ...เมื่อวานท่านไม่อยู่ที่เชียงคำ แต่ก็รู้ว่าคุณโยได้ช่วยเหลือพวกเราอย่างดีแล้ว....มีอะไรและต้องอะไรเพิ่มเติมท่านยินดีช่วย.....ขอให้บอกได้เลย...ขอบคุณค่ะ
เอกสารทั้งหมดแป๊ะเม้ง นำไปยื่นที่ สำนักงาน พรบ กลาง อุบลฯ ...วันจันทร์นี้ไปรับเช็ค คืนเงินค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ได้เลย....จบ
บทสรุปของเรื่องพี่แปะเม้งอยู่ที่ สังคมคนไทย "นกต้องมีขน คนต้องมีพวก" แล้วจะแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง...จบ
ต้องช่างโวยไม่เลิก กัดไม่ปล่อย รักษาสิทธิ์ที่พึงมีพึงได้ แบบที่อาจารย์ดาราวรรณทำด้วยครับ.. ท่านรองผู้ว่า..
ต้องยกนิ้วให้อาจารย์ดาราวรรณจริงๆ
ดังนั้นหากเกิดอุบัติเหตุ ต้องขอเอกสาร ที่มีตราประทับ พร้อมลายเซ็น 3 ชุด
บันทึกประจำวันที่สมบูรณ์
ใบ พรบ ของรถ
ทะเบียน หรือ ใบซื้อขาย
ใบขับขี่ของคู่กรณี ถ้าไม่มีต้อง ขอใบเสียค่าปรับ
ขอบคุณแป๊ะเม้ง และ ป้าดาราวรรณ ด้วยครับ
ปั่นในเส้นทางใหม่ๆ ไปกับเพื่อน...สบายใจ
-
trongsak
- ขาประจำ
- โพสต์: 1866
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 พ.ย. 2010, 12:35
- Bike: giant
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
เรื่องนี้ผมอยู่ในเหตุการณ์ตลอด..APM เขียน:ผมได้ขอเจ้าของแล้ว นำบทความนี้เพื่อเผยแพร่ เรื่องภายหลังจากอุบัติเหตุ
ต้องขอโทษที่เล่าเรื่องแป๊ะเม้งไม่จบซะที.....ถือซะว่าเป็นการ Up กระทู้ละกัน.....
มาถึงบทสุดท้ายของเรื่องค่ะ
เช้าวันที่แป๊ะเม้งจะออกจากโรงพยาบาล....ป้าเอาใบบันทึกประจำวันของตำรวจไปยื่นที่ห้องการเงินของโรงพยาบาลมหาราช (สวนดอก)
ถูกปฎิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยว่าใช้ไม่ได้ บันทึกประจำวันของตำรวจเขียนยืดยาวแต่จุดสำคัญบอกแค่ว่า...รถมอเตอร์ไซด์ฮอนด้าสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ผู้ขับขี่คือ.......ชน ต้องกลับไปเชียงคำ ให้ตำรวจเขียนหรือเพิ่มเติม
บันทึกมาให้ใหม่ ที่ระบุว่า ไอ้มอเตอร์ไซด์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนนั้น หมายเลขเครื่องอะไร สิ่งที่ต้องไปเอามาประกอบอีกคือใบขับขี่ของผู้ชน เจ้าของมอร์เตอไซด์ ทะเบียนไม่มีก็ต้องเอาใบสัญญาซื้อขายมาประกอบ
ป้าและพยาบาลคนหนึ่งก็ช่วยกันพูดว่าวันนี้คนไข้จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นที่ พรบ จ่ายได้ทันที ที่มีใบบันทึกประจำวันคือ 15,000 บาท โดยคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้ นั้น ขอเบิกจ่ายก่อนได้ไหม...
นายนั่นพูดคำเดียวสั้นๆว่าไม่ได้...ถ้าจะออกจากโรงพยาบาลวันนี้ต้องจ่ายเงินสด.....ป้าเลยไม่อยากพูดกับ...แล้ว เดินไปจ่ายเงินสดสิ้นเรื่องราว...
ค่าใช้จ่ายที่จ่ายในโรงพยาบาลของรัฐวันนั้นน้อยนิดเมื่อเทียบกับโรงพยาบาลของเอกชน....และแป๊ะเม้งก็ยินดีที่จะจ่ายเองอยู่แล้ว....เรื่องเงินเลยไม่ใช่ปัญหาในวันนั้น
แต่ป้ายอมไม่ได้....มันหายใจไม่ออกเมื่อรู้ว่าสิทธิอันพึงได้ของประชาชนคนหนึ่งกำลังถูกริดรอน....ตัดสินใจ พาแป๊ะเม้งกลับไปเชียงคำวันที่ออกจากโรงพยาบาล วันนั้นเลย....
เชียงใหม่ - เชียงคำ - กรุงเทพฯ ถือซะว่าเป็นทางผ่านกลับบ้าน...ขณะเดินทางแป๊ะเม้งพยายามติดต่อนายตำรวจเจ้าของเรื่องว่าเราจะขอให้ช่วยเพิ่มเติมบันทึกประจำ...
ท่านก็บอกว่าไม่มีปัญหาถึงโรงพักเมื่อไหร่ก็โทรบอกผมเดี๋ยวผมให้ลูกน้องจัดการให้....จากนั้นเราก็พยายามติดต่อสองผัวเมียคู่กรณี ขอเอกสารรถและ copy ใบขับขี่
คำตอบที่ได้คือ คงจะได้ไม่ง่าย ใบขับขี่หมดอายุ คือไม่มี รถก็ซื้อเงินสด ยังไม่ได้เล่มทะเบียน
ถ้างั้นขอ copy ใบสัญญาซื้อขาย ขอช่วยส่งให้ที่สถานีตำรวจได้ไหม เรากำลังจะถึงสถานีตำรวจแล้ว.....ไม่ได้ ...ไม่ว่างเอาไปให้ แล้วจะส่งไปให้แล้วกัน....
ปิดโทรศัพท์หนีทั้งผัวและเมีย....ทั้งที่บ้านเขาอยู่ไม่ไกลจากสถานีตำรวจนัก พอถึงสถานีตำรวจ โทรหาท่านรอง เจ้าของคดี...
ท่านบอกว่า บอกกับลูกน้องผมให้ช่วยดำเนินการให้เลย เดี๋ยวผมจะโทรไปสั่งไว้ให้....เราก็บอกตามนั้น....ก็ยังไม่ได้
เขียนให้ไม่ได้เพราะเราไม่มีหลักฐานของรถในวันเกิดเหตุ และวันนี้ก็ไม่มี...ถ้าอยากได้ไปตามเอาเล่มทะเบียนมาให้ผม เดี๋ยวผมจะเพิ่มเติมให้....อ้าว !
แล้ววันนั้นทำไมคุณไม่ดูให้ดีก่อนที่จะไปจากโรงพักล่ะ จะมาโทษว่าผมทำไม่เรียบร้อยไม่ได้ มันเป็นความไม่รอบคอบของคุณเอง ผมก็เขียนเท่าที่เขียนให้ได้เท่านั้น....
เรื่องของคุณยอมความจบกันไปแล้ว หมดหน้าที่ตำรวจแล้ว คุณก็ต้องไปตามคู่กรณีของคุณเอง ตำรวจช่วยอะไรทางคุณไม่ได้แล้วตอนนี้.....
ถ้าตำรวจช่วยไม่ได้ใคร ผู้ใดจะช่วยเราล่ะ งานนี้ ถ้างั้นจะให้ดิฉันไปขอให้นักเลง...หรือเจ้าพ่อช่วยหรือคะ.... ตำรวจเกือบจะจับป้าเข้ากรงขังวันนั้น
ตอนนั้นระดับความโกรธของป้า กำลังไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ ....แต่ก็พยายามขอร้องให้ตำรวจคนหนึ่งช่วยโทรหาคู่กรณีให้จนเขารับสาย...ตำรวจพูดกับเขาดีมาก....
สุภาพมากๆ เลย .....สุมาเต๊อะ ขอร้องเถอะนะ เพิ่นมาไกลมาก มาท่าอยู่ที่โรงพักตั้งนานแล้ว ช่วยเอาเอกสารการซื้อขายรถมาให้เพิ่นหน่อยเน้อ เห็นใจเพิ่นเต๊อะ...
ปรากฎว่าก็ยังไม่ได้ ...วันนั้น...ไม่ได้ทั้งบันทึกประจำวันใหม่ และเอกสารรถ.....นัดเป็น 9:00 พรุ่งนี้...
พวกเราค้างคืนที่เชียงคำวันนั้น
มันน่าโมโห.....ที่แป๊ะเม้งใจดีกับคนที่ไม่มีจิตสำนึก.....คู่กรณี..
มันน่าโมโห.....ที่ตำรวจลงบันทึกประจำแบบชุ่ยๆ แล้วผลักภาระความชุ่ยให้ประชาชนอย่างเราที่ไม่รู้เรื่อง....ก...
จะไปรู้ได้อย่างไรว่าบันทึกประจำวันที่ได้มาวันนั้นมันไม่สมบูรณ์ แบบนี้ ตำรวจทำงานอยู่ทุกวัน แต่เรานี่เป็นครั้งแรก...มันเจ็บปวดที่ตำรวจมองเราอย่างน่าเวทนา....อยากโง่เอง
ส่วนแปะเม้งเองนั้น แกบอกว่าเมื่อนึกซะว่าเลิกจองเวร ให้อภัยมันซะ เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ใจมันก็โล่งสบาย
วันนั้นทำไมตำรวจไม่สั่งปรับเรื่องไม่มีใบขับขี่ ...ทำไมไม่ยึดรถไว้ในกรณีไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน และใบซื้อขาย....ถ้างั้นวันนี้ดิฉันขอแจ้งความ ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ใบใหม่....ตำรวจโกรธป้าจนไม่มีอยากพูดด้วยแล้ว......
วันรุ่งขึ้นป้าและแป๊ะเม้งพากันไปโรงพักตามนัดหมาย โทรหาท่านรองเกือบร้อยครั้ง ไม่รับสายสักครั้งเดียว เมียคู่กรณี เอา copy ใบซื้อขายรถมาให้ แต่ไม่มีลายเซ็นต์และตราประทับ ของทางร้าน ...
มันใช้ไม่ได้ แล้วเขาก็รีบเผ่นหนีไป ..บอกกับตำรวจบนโรงพักว่าป้าพูดไม่ดีกับเขา เขาเลยไม่อยากช่วยเหลืออะไร ให้มากไปกว่านี้แล้ว.....ตำรวจก็เห็นด้วย ว่าป้าเป็นจอมโวยวาย ทำเป็นอวดดีรู้เรื่องมากกว่าตำรวจ..
งั้นก็ไปทำซะเองละกัน ไม่มีใครช่วยแล้ว....อ้าวแล้วจะให้...กราบขอร้องคนไม่ดีเหรอ...ก็เท่ากับสนับสนุนความเป็นคนไม่ดีของเขา เพราะเราก็พูดดีๆ ในเบื้องต้นแล้ว แล้วทำไมพวกคุณถึงพากันหัวเราะเยาะ...
ที่เราเป็นคนใจดี จนถึงกับมองเราเป็นคนโง่....ใจดี กับ โง่ ใกล้กัน จนคนพวกนี้แยกแยะไม่ออกจริงๆหรือ.....
ป้าบอกตำรวจว่ากรณีนี้ ตำรวจต้องดำเนินคดีอาญา แก่คู่กรณี ข้อหาประมาท ตามที่ลงบันทึกในใบเสียค่าปรับไปแล้วนั้น ถึงแม้ว่าเจ้าทุกข์จะเซ็นต์ยอมความไม่ฟ้องร้องทั้งทางแพ่ง และอาญาก็ตาม...
เพราะคนที่ถูกชนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลเกิน 21 วัน....เป็นคดีอาญาที่ไม่สามารถยอมความได้ ตำรวจต้องส่งฟ้องงงงงงไม่งั้นโดนข้อหาละเลย
ตำรวจเกือบทั้งโรงพักหัวเราะเยาะยายป้า..บ้า
ป้าต้องใช้แผนสุดท้าย...โทรหาตัวช่วยให้เรื่องจบวันนี้ ...เพราะทะเลาะกับตำรวจครึ่งโรงพักมาหลายชั่วโมงแล้ว...ตัดสินใจโทรหาคุณนิวัฒน์ เชียงคำ ท่านไม่รับสาย โทรหาคุณโยเชียงคำ ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน
เล่าเรื่องให้ฟัง คุณโยใจดีเหลือหลาย โทรหาท่านสารวัตรเชวง ...เพื่อนคุณโยที่นั่งอยู่ในห้องนั้น ...ท่านก็ลุกออกมาเรียกเอาพวกเราเข้าไปจัดการเรื่องให้ทั้งหมด....
สั่งการให้เขียนบันทึกประจำวันเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ตามใบ พรบ ของรถที่เรามี copy อยู่แล้ว ให้นายตำรวจลูกน้องท่านโทรไปร้านมอเตอร์ไซด์ และวิ่งไปขอ copy ใบซื้อขาย ประทับตราร้านพร้อมลายเซ็นต์ให้ สามชุด
copy ใบเสียค่าปรับฐานขับขี่ประมาทให้ พร้อมประทับตรา ลายเซ็นให้สามชุด...พร้อมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ถึงตอนนี้น้ำตาแห่งความแค้นใจของป้าที่เก็บกลั้นเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวาน มันใหลออกมาไม่หยุด...
เช็ดเท่าไหร่ก็ไม่หมดเสียที่...น่าขายหน้าจริงๆ....
จบเรื่องที่โรงพักเชียงคำ บ่ายสองโมงครึ่ง..ท่านสารวัตรเชวง ออกมายืนส่งพร้อมแนะนำทางลัดเข้ากรุงเทพฯ พร้อมคำอวยพรให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ.....ถึงกรุงเทพฯ 22:30 นาฬิกา
วันรุ่งขึ้นคุณนิวัฒน์ก็โทรมาถามรายละเอียด ...เมื่อวานท่านไม่อยู่ที่เชียงคำ แต่ก็รู้ว่าคุณโยได้ช่วยเหลือพวกเราอย่างดีแล้ว....มีอะไรและต้องอะไรเพิ่มเติมท่านยินดีช่วย.....ขอให้บอกได้เลย...ขอบคุณค่ะ
เอกสารทั้งหมดแป๊ะเม้ง นำไปยื่นที่ สำนักงาน พรบ กลาง อุบลฯ ...วันจันทร์นี้ไปรับเช็ค คืนเงินค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ได้เลย....จบ
บทสรุปของเรื่องพี่แปะเม้งอยู่ที่ สังคมคนไทย "นกต้องมีขน คนต้องมีพวก" แล้วจะแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง...จบ
ต้องช่างโวยไม่เลิก กัดไม่ปล่อย รักษาสิทธิ์ที่พึงมีพึงได้ แบบที่อาจารย์ดาราวรรณทำด้วยครับ.. ท่านรองผู้ว่า..
ต้องยกนิ้วให้อาจารย์ดาราวรรณจริงๆ
ดังนั้นหากเกิดอุบัติเหตุ ต้องขอเอกสาร ที่มีตราประทับ พร้อมลายเซ็น 3 ชุด
บันทึกประจำวันที่สมบูรณ์
ใบ พรบ ของรถ
ทะเบียน หรือ ใบซื้อขาย
ใบขับขี่ของคู่กรณี ถ้าไม่มีต้อง ขอใบเสียค่าปรับ
ขอบคุณแป๊ะเม้ง และ ป้าดาราวรรณ ด้วยครับ
-เราผิดพลาดตั้งแต่ที่โรงพยาบาลแล้ว.เนื่องจากไม่รู้ว่าแป๊ะจะเจ็บมากขนาดนี้..จริง ๆ.จะต้องรอผลการตรวจ.และการวินิฉัยของหมอให้ชัดเจนก่อน
จะออกจากโรงพยาบาล.หรือให้โรงพยาบาลส่งตัวไปรักษาที่อื่น..
-ผิดพลาดที่สถานีตำรวจ.ตรงยอมความ.เพราะสงสาร..เอาเรื่องไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา.."ความใจดี.กลายเป็นคนโง่"..คำนี้มันกินใจ.และบาดลึก
สังคมไทยต้องการอย่างนั้นหรือ..จะไม่เหลือพื้นที่ให้คนดี ๆ.เขายืนกันบางเลยหรือไง..
ลุงศักดิ์
- APM
- ขาประจำ
- โพสต์: 549
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2009, 15:11
- Tel: 0819143591
- Bike: Trek, Surly LHT, Rit
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
ใช่ครับพี่ ทรงศักดิ์ ถึงแม้ว่าจักรยานจะได้ความนิยมมากขึ้นในปัจจุบันtrongsak เขียน: เรื่องนี้ผมอยู่ในเหตุการณ์ตลอด..
-เราผิดพลาดตั้งแต่ที่โรงพยาบาลแล้ว.เนื่องจากไม่รู้ว่าแป๊ะจะเจ็บมากขนาดนี้..จริง ๆ.จะต้องรอผลการตรวจ.และการวินิฉัยของหมอให้ชัดเจนก่อน
จะออกจากโรงพยาบาล.หรือให้โรงพยาบาลส่งตัวไปรักษาที่อื่น..
-ผิดพลาดที่สถานีตำรวจ.ตรงยอมความ.เพราะสงสาร..เอาเรื่องไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา.."ความใจดี.กลายเป็นคนโง่"..คำนี้มันกินใจ.และบาดลึก
สังคมไทยต้องการอย่างนั้นหรือ..จะไม่เหลือพื้นที่ให้คนดี ๆ.เขายืนกันบางเลยหรือไง..
ลุงศักดิ์
แต่ลึกๆแล้ว ผู้ใช้ถนนทั่วไปก็ยังไม่ได้มองเห็นสิทธิของนักจักรยานว่าเป็นผู้ใช้ถนนร่วมอยู่ด้วย
ปั่นในเส้นทางใหม่ๆ ไปกับเพื่อน...สบายใจ
- APM
- ขาประจำ
- โพสต์: 549
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2009, 15:11
- Tel: 0819143591
- Bike: Trek, Surly LHT, Rit
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
ก่อนจะมาปั่นทัวร์ริ่ง ผมชอบปั่นเสือภูเขาในทางป่า จึงติดการใช้บันได คลีต แบบ 2 หน้า แต่พอมาเริ่มปั่นท่องเที่ยว
มีความรู้สึกว่า การใช้รองเท้าเสือภูเขาเดินมีเสียงดังและรู้สึกไม่สะดวกเวลาใส่รองเท้าแตะปั่นไปกินข้าวตอนเย็น
ปั่นทัวร์ริ่ง ปีสองทดลองเปลี่ยนมาใช้ บันไดแบบตะกร้อ รัดสายหนัง ซึ่งดูสวยงามดี ลองใช้อยู่ 1 ปี ก็เปลี่ยน เพราะความสะดวกน้อยลง
พบข้อเสียที่ ตะกร้อ จะขูดพื้นเวลาเข็นลงบันได และ หมุนจานเช็ดโซ่ การขึ้นจักรยานในทางชัน ตะกร้อจะขูดพื้นให้รำคราญใจ
การดึงเท้าช่วยก็ต้องรัดสายให้แน่น แต่ก็จะฉุกละหุกในเวลาต้องจอดกระทันหัน ไม่ใส่ตะกร้อ ก็รู้สึกว่าพื้นรองเท้าธรรมดามันนุ่มไป
ปั่นนานๆแล้ว ปวดเท้ามาก จึงกลับมาใช้คลีต แบบ หน้าเดียว พอใจมาก เพราะลงตัวได้ในทุกสถานการณ์ ฝนตกก็ถอดรองเท้าคลีต
ใส่แตะปั่นไม่ต้องกังวลว่ารองเท้าจะเปียกเหม็น ขึ้นเขาติดคลีตดึงเท้าช่วยผ่อนแรงกล้ามเนื้อหลักได้อีกมากกว่า 10%
ใช้รองเท้าลำลองแบบคลีต ดูดีและกลมกลืนในหมู่คน จะเหลือข้อกังวลเพียงเล็กน้อยเมื่อ ต้องใช้งานในทางป่าและ
ถนนลูกรังเปียกแฉะต้องระวังคลีตติดขัด ถอดยากในสภาพเช่นนี้
มีความรู้สึกว่า การใช้รองเท้าเสือภูเขาเดินมีเสียงดังและรู้สึกไม่สะดวกเวลาใส่รองเท้าแตะปั่นไปกินข้าวตอนเย็น
ปั่นทัวร์ริ่ง ปีสองทดลองเปลี่ยนมาใช้ บันไดแบบตะกร้อ รัดสายหนัง ซึ่งดูสวยงามดี ลองใช้อยู่ 1 ปี ก็เปลี่ยน เพราะความสะดวกน้อยลง
พบข้อเสียที่ ตะกร้อ จะขูดพื้นเวลาเข็นลงบันได และ หมุนจานเช็ดโซ่ การขึ้นจักรยานในทางชัน ตะกร้อจะขูดพื้นให้รำคราญใจ
การดึงเท้าช่วยก็ต้องรัดสายให้แน่น แต่ก็จะฉุกละหุกในเวลาต้องจอดกระทันหัน ไม่ใส่ตะกร้อ ก็รู้สึกว่าพื้นรองเท้าธรรมดามันนุ่มไป
ปั่นนานๆแล้ว ปวดเท้ามาก จึงกลับมาใช้คลีต แบบ หน้าเดียว พอใจมาก เพราะลงตัวได้ในทุกสถานการณ์ ฝนตกก็ถอดรองเท้าคลีต
ใส่แตะปั่นไม่ต้องกังวลว่ารองเท้าจะเปียกเหม็น ขึ้นเขาติดคลีตดึงเท้าช่วยผ่อนแรงกล้ามเนื้อหลักได้อีกมากกว่า 10%
ใช้รองเท้าลำลองแบบคลีต ดูดีและกลมกลืนในหมู่คน จะเหลือข้อกังวลเพียงเล็กน้อยเมื่อ ต้องใช้งานในทางป่าและ
ถนนลูกรังเปียกแฉะต้องระวังคลีตติดขัด ถอดยากในสภาพเช่นนี้
แก้ไขล่าสุดโดย APM เมื่อ 08 ก.ค. 2013, 08:06, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ปั่นในเส้นทางใหม่ๆ ไปกับเพื่อน...สบายใจ
- nouy
- ขาประจำ
- โพสต์: 846
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ค. 2011, 16:50
- Tel: 089-5793049
- team: คนกลัวเมียทั่วไป..
- Bike: ดูเอาเถอะ.....
- ตำแหน่ง: ครรีบ้าง...ประทายบ้าง..โคราช..เดิ้ง
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
...ติดตามอ่านได้ความรู้เยอะเลยครับ

- APM
- ขาประจำ
- โพสต์: 549
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2009, 15:11
- Tel: 0819143591
- Bike: Trek, Surly LHT, Rit
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
มี อุปกรณ์ซ่อมรถแบบพกพา ที่อยากจะแนะนำ คือ เครื่องมือปรับตั้งขอบล้อ
ไอเดียนี้ผมได้มาจาก อาจารย์ต้อย ปราณบุรี ช่างมือหนึ่งของกลุ่มคนเกษียณปีแรก
ใครมีปัญหาซี่ลวดขาด วงล้อแกว่ง ก็ต้องมาใช้บริการจากอาจารย์ต้อย
ทำใช้เองได้ง่าย โดยหาสายรัดที่ปรับได้พอดีกับขาตะเกียบหน้าและหลัง มายึดติดกับแขนโลหะยาวสัก 2 นิ้ว
ปลายอีกข้าง เจาะรูเชื่อมน๊อตตัวเมียไว้เพื่อให้ขันปรับระยะน๊อตจี้กับขอบล้อล๊อคได้มั่นคง
เพียงเท่านี้ก็ใช้งานได้ ผมลองทำไว้ติดรถปีที่แล้ว ก็ได้ใช้งานจริงๆของตัวเอง ตอนขอบล้อร้าว
สั่งของมารอ ไม่มีร้านรับเปลี่ยนขอบล้อให้


ไอเดียนี้ผมได้มาจาก อาจารย์ต้อย ปราณบุรี ช่างมือหนึ่งของกลุ่มคนเกษียณปีแรก
ใครมีปัญหาซี่ลวดขาด วงล้อแกว่ง ก็ต้องมาใช้บริการจากอาจารย์ต้อย
ทำใช้เองได้ง่าย โดยหาสายรัดที่ปรับได้พอดีกับขาตะเกียบหน้าและหลัง มายึดติดกับแขนโลหะยาวสัก 2 นิ้ว
ปลายอีกข้าง เจาะรูเชื่อมน๊อตตัวเมียไว้เพื่อให้ขันปรับระยะน๊อตจี้กับขอบล้อล๊อคได้มั่นคง
เพียงเท่านี้ก็ใช้งานได้ ผมลองทำไว้ติดรถปีที่แล้ว ก็ได้ใช้งานจริงๆของตัวเอง ตอนขอบล้อร้าว
สั่งของมารอ ไม่มีร้านรับเปลี่ยนขอบล้อให้


ปั่นในเส้นทางใหม่ๆ ไปกับเพื่อน...สบายใจ
-
phitaya
- ขาประจำ
- โพสต์: 115
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2011, 08:32
- team: เสือเมืองสุพรรณ
- Bike: bianchi,trek,rossetti
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
ผมมีเบรดมือมาให้ดูเวลาเราจอดทางลาดแล้วจะได้ไม่ไหล


-
สนั่น อันทเกตุ
- ขาประจำ
- โพสต์: 2779
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ค. 2009, 14:51
- ติดต่อ:
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
โอว์...เยี่ยม
ทั้งสองเรื่องเลย ครับ
ทั้งสองเรื่องเลย ครับ
"ลูกอิสานพลัดถิ่น จากแดนดินไหปลาแดก เร่ร่อนรอนแรมเดินทางดั้นด้น มาสู่โคนต้นสะตอ ณ เรือนเวียงวิมาน(รูปประจำตัว)คือที่มั่นสุดท้ายของข้าฯ"
รถก็ไม่แพง-แรงก็ไม่มี เลยรั้งท้ายทีม หึ หึ
คลิ๊ก ทริป "บินเดี่ยว ทางไกล ตามใจฝัน"
รถก็ไม่แพง-แรงก็ไม่มี เลยรั้งท้ายทีม หึ หึ
คลิ๊ก ทริป "บินเดี่ยว ทางไกล ตามใจฝัน"
- APM
- ขาประจำ
- โพสต์: 549
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2009, 15:11
- Tel: 0819143591
- Bike: Trek, Surly LHT, Rit
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
phitaya เขียน:ผมมีเบรดมือมาให้ดูเวลาเราจอดทางลาดแล้วจะได้ไม่ไหล
ยินดีครับที่มี ไอเดียใหม่ๆ เข้ามาในกระทู้นี้ ผมเองไม่ใช่เจ้าของกระทู้แต่ดีใจที่มีคนเปิดมุมมอง เปิดสมอง
ไอเดียนี้ทำได้กระทัดรัดดีครับ ดูแล้วไม่รกมือเหมือนการล๊อคเบรคด้วยสายยาง
หรือการล๊อคคอด้วยเชือกไม่ให้รถหมุนตอนจอดเอียงๆตามไหล่ทาง บางคนก็เอาสปริงมาดึงใต้ตะเกียบกับเฟรมรถ
บางคนก็หวังว่าขาตั้งกลางจะช่วยได้
ความพยายามที่จะแก้ปัญหาของรถทัวริ่งที่บรรทุกหนัก 4กระเป๋า ล้มง่ายๆขณะจอด เป็นสิ่งที่หลายๆคนพยายามเอาชนะมาตลอด
ที่คุณแนะนำ กระทัดรัด ดีและสวยครับ
ปั่นในเส้นทางใหม่ๆ ไปกับเพื่อน...สบายใจ
- APM
- ขาประจำ
- โพสต์: 549
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2009, 15:11
- Tel: 0819143591
- Bike: Trek, Surly LHT, Rit
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
ส้นเท้ากระทืบใส่จานหน้าเพราะใส่รองเท้าแตะปั่นขึ้นเนิน,บันไดลื่น
ขี่ตามกันเป็นกลุ่มใกล้กันมาก แล้วคันหน้าล้ม
เป็นกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวผมเองเมื่อปีที่แล้ว แต่เกิดห่างกันประมาณ 2 อาทิตย์
ผลก็คือไม่ได้อาบน้ำสบายๆ เกือบเดือน ต้องยกขาไว้ไม่ให้น้ำถูกแผล เพราะได้แผลค่อนข้างลึก ที่ส้นเท้า
พอแผลหายก็มีแผลที่น่องตามมาอีก กินยาแก้อักเสบ 2 ชุด แวะทำแผลตาม โรงพยาบาลตำบลที่ปั่นผ่านทุกวัน
เพื่อความปลอดภัยและลดความยุ่งยากในระหว่างเดินทางจึงคิดปรับปรุงจานหน้า ให้มีแผ่นบังป้องกันตัว
และยังกันขากางเกงเปื้อนน้ำมันอีกด้วย



ขี่ตามกันเป็นกลุ่มใกล้กันมาก แล้วคันหน้าล้ม
เป็นกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวผมเองเมื่อปีที่แล้ว แต่เกิดห่างกันประมาณ 2 อาทิตย์
ผลก็คือไม่ได้อาบน้ำสบายๆ เกือบเดือน ต้องยกขาไว้ไม่ให้น้ำถูกแผล เพราะได้แผลค่อนข้างลึก ที่ส้นเท้า
พอแผลหายก็มีแผลที่น่องตามมาอีก กินยาแก้อักเสบ 2 ชุด แวะทำแผลตาม โรงพยาบาลตำบลที่ปั่นผ่านทุกวัน
เพื่อความปลอดภัยและลดความยุ่งยากในระหว่างเดินทางจึงคิดปรับปรุงจานหน้า ให้มีแผ่นบังป้องกันตัว
และยังกันขากางเกงเปื้อนน้ำมันอีกด้วย



ปั่นในเส้นทางใหม่ๆ ไปกับเพื่อน...สบายใจ
-
Rit by Tanin
- ขาประจำ
- โพสต์: 1977
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มิ.ย. 2012, 08:33
- ติดต่อ:
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
เป็นบังโซ่จานหน้าที่แพงที่สุดในโลก
Rit จักรยานทัวริ่งไว้ปั่นเที่ยวทางไกล Rit
พูดคุยกับ Rit Bicycle Touring Club ใน ThaiMTB
ติดตามพูดคุยทาง Facebook.com/RitBicycle
การโอนเงิน: ธานินทร์ ฤตวิรุฬห์ ธ.ไทยพาณิชย์ 364 2345 034
พูดคุยกับ Rit Bicycle Touring Club ใน ThaiMTB
ติดตามพูดคุยทาง Facebook.com/RitBicycle
การโอนเงิน: ธานินทร์ ฤตวิรุฬห์ ธ.ไทยพาณิชย์ 364 2345 034
-
Rit by Tanin
- ขาประจำ
- โพสต์: 1977
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มิ.ย. 2012, 08:33
- ติดต่อ:
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
ติดตามหาความรู้ได้เยอะจากกระทู้นี้จริงๆ ขอบคุณครับ
Rit จักรยานทัวริ่งไว้ปั่นเที่ยวทางไกล Rit
พูดคุยกับ Rit Bicycle Touring Club ใน ThaiMTB
ติดตามพูดคุยทาง Facebook.com/RitBicycle
การโอนเงิน: ธานินทร์ ฤตวิรุฬห์ ธ.ไทยพาณิชย์ 364 2345 034
พูดคุยกับ Rit Bicycle Touring Club ใน ThaiMTB
ติดตามพูดคุยทาง Facebook.com/RitBicycle
การโอนเงิน: ธานินทร์ ฤตวิรุฬห์ ธ.ไทยพาณิชย์ 364 2345 034
- APM
- ขาประจำ
- โพสต์: 549
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2009, 15:11
- Tel: 0819143591
- Bike: Trek, Surly LHT, Rit
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
ใบจานหน้าที่ตำแหน่งลูกบันได อยู่ 9 นาฬิกา และ 15 นาฬิกา ฟันแหลมหมดแล้วก็หมดอายุครับRit by Tanin เขียน:เป็นบังโซ่จานหน้าที่แพงที่สุดในโลก![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
อุปกรณ์ทุกอย่างมีอายุจากการสึกหรอ บางอย่างมองเห็นจากภายนอก บางอย่างมองไม่เห็น
ใบจานเมื่อหมดอายุก็ไม่มีคุณค่าใช้สอยแล้วครับ
เอามาใช้ประโยชน์ได้ก็ โอเค ตัวนี้ทดลอง ตั้งใจจะใช้กับจาน XT ไม่มีบังโซ่ขายก็ต้องทำเอง
ปั่นในเส้นทางใหม่ๆ ไปกับเพื่อน...สบายใจ
- APM
- ขาประจำ
- โพสต์: 549
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2009, 15:11
- Tel: 0819143591
- Bike: Trek, Surly LHT, Rit
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
การปั่นขึ้นเขาผมแปลจากบทความที่ตรงใจ โดยย่อส่วนลงเฉพาะเรื่องที่สำคัญ
และเสริมความเห็นส่วนตัวผมเองเล็กน้อยตามที่ผมเข้าใจ ซึ่งอาจจะมีความผิดพลาดได้เพราะความโง่เขลา
ของผมเอง หากสนใจต้นฉบับสามารถค้นหามาอ่านได้จาก กูเกิล โดยค้นหาคำว่า Hills/Climbing Tips
การปั่นขึ้นเขา
นักแข่งที่ปั่นขึ้นเขาได้ดีมักจะมีอัตราส่วนน้ำหนักตัวต่อความสูงต่ำ
(เช่นเดียวกัน สำหรับทัวร์ริ่ง น้ำหนักบรรทุก จะเป็นสิ่งที่มีผลต่อการปั่นขึ้นเขามากที่สุด)
1)นั่งอยู่บนเบาะให้มากที่สุดใช้พลังงานน้อยกว่าการยืนปั่น 8%
2)การจัดท่านั่ง การขี่ขึ้นเขาต่างจากการขี่ในทางราบ เพราะแรงต้านทานของลมน้อยกว่าเราจึงนั่งท่าตั้งได้มาก
เท่าที่เราต้องการ นั่งในท่าตั้งช่วยให้หายใจได้สดวก มือจับในตำแหน่งด้านบนของแฮนด์ที่กว้าง
ทำให้เราใช้พลังงานน้อยในการควบคุมรถ
3)เมื่อถึงยอดเนิน การยืนปั่นในระยะสั้นๆ โดยการปรับเกียร์สูงขึ้นหนึ่งเกียร์แล้วแล้วยืนปั่นในรอบช้าๆ โดยใช้
น้ำหนักตัวกดลูกบันได จะช่วยลดภาระของกล้ามเนื้อขาเหมือนการยึดเส้นยึดสายให้กล้ามเนื้อฟื้นสภาพจากการล้า
(ต้องแข็งแรงมากๆและฝึกฝนอย่างดีแล้วสำหรับเสือหมอบ ไม่แนะนำสำหรับทัวร์ริ่ง)
4)หาความเร็ว และ จังหวะการปั่นของตัวเอง การปั่นขึ้นเขาต้องออกกำลังในช่วงที่ไม่เหนื่อยเกินไป
รู้ขีดจำกัดของตัวเอง คอยฟังร่างกายของเรา ถ้าเริ่มเหนื่อยหอบมากๆ ลดความเร็วลง หายใจลึกๆ
และรักษาความเร็วในแอโรบิคโซน(อัตราการเต้นของหัวใจ 70-80% ของอัตราสูงสุด)
โดยการปรับเกียร์ที่พอเหมาะ สมดุลกับการทำงานของกล้ามเนื้อ ในช่วง การหายใจที่สม่ำเสมอ
5)รักษารอบขาที่สูงโดยใช้เกียร์ที่เบาลง จะใช้พลังงานน้อยกว่า และให้ประสิทธิภาพที่ สูงกว่า การปั่น
เกียร์หนักด้วยรอบขาที่ช้า ปรับการหายใจให้สอดคล้องกับรอบขา โดยฝึกปรับการหายใจ
จากการหายใจ 1ครั้งต่อการปั่น1รอบ จนถึง 2รอบ (การหายใจ 1ครั้งต่อการปั่น2รอบฝึกโดยการนับ4ก้าว
คือ หายใจเข้า2จังหวะ กดบันได ซ้าย-ขวา หายใจออก2จังหวะ กดบันได ซ้าย-ขวา)
6)การไต่เขายาวๆต้องไม่ลืมเรื่องพื้นฐานคืออาหารและน้ำดื่ม ดื่มน้ำทุกๆ15นาที กินเพิ่มพลังงานทุกๆ1ชั่วโมง
(ถ้าปล่อยให้รู้สึกหิวจะไม่ทันการ ช่วงเช้าอาจยืดการเติมพลังงานได้ถึง 2 ชั่วโมง)
ช่วงการปรับการหายใจก่อนเข้าแอโรบิคโซน จะต้องใช้ความพยายามมากจนรู้สึกยากลำบาก
หลังจากนั้นเราก็จะปั่นได้เรื่อยๆ เราจึงควรปั่นโดยใช้ช่วงเวลานานที่สุด เพราะเมื่อเริ่มใหม่ก็จะต้องทนทรมาน
อีกครั้ง ส่วนตัวจะพยายามยืดระยะเวลาพักให้ได้ มากที่สุดและ เลือกที่จะพักขาบนยอดเนิน หรือ จุดที่ไม่ชันมาก
สรุปก็คือ ถ้าทางไม่ชันมากนัก ใช้เกียร์ต่ำ รอบขาสูงดีกว่า แต่ถ้าหมดเกียร์แล้ว
ก็ต้องลดรอบขาไม่ให้เหนื่อยหอบฝึกขี่ให้ช้าที่สุดเท่าที่เราจะทรงตัวอยู่ได้
และเสริมความเห็นส่วนตัวผมเองเล็กน้อยตามที่ผมเข้าใจ ซึ่งอาจจะมีความผิดพลาดได้เพราะความโง่เขลา
ของผมเอง หากสนใจต้นฉบับสามารถค้นหามาอ่านได้จาก กูเกิล โดยค้นหาคำว่า Hills/Climbing Tips
การปั่นขึ้นเขา
นักแข่งที่ปั่นขึ้นเขาได้ดีมักจะมีอัตราส่วนน้ำหนักตัวต่อความสูงต่ำ
(เช่นเดียวกัน สำหรับทัวร์ริ่ง น้ำหนักบรรทุก จะเป็นสิ่งที่มีผลต่อการปั่นขึ้นเขามากที่สุด)
1)นั่งอยู่บนเบาะให้มากที่สุดใช้พลังงานน้อยกว่าการยืนปั่น 8%
2)การจัดท่านั่ง การขี่ขึ้นเขาต่างจากการขี่ในทางราบ เพราะแรงต้านทานของลมน้อยกว่าเราจึงนั่งท่าตั้งได้มาก
เท่าที่เราต้องการ นั่งในท่าตั้งช่วยให้หายใจได้สดวก มือจับในตำแหน่งด้านบนของแฮนด์ที่กว้าง
ทำให้เราใช้พลังงานน้อยในการควบคุมรถ
3)เมื่อถึงยอดเนิน การยืนปั่นในระยะสั้นๆ โดยการปรับเกียร์สูงขึ้นหนึ่งเกียร์แล้วแล้วยืนปั่นในรอบช้าๆ โดยใช้
น้ำหนักตัวกดลูกบันได จะช่วยลดภาระของกล้ามเนื้อขาเหมือนการยึดเส้นยึดสายให้กล้ามเนื้อฟื้นสภาพจากการล้า
(ต้องแข็งแรงมากๆและฝึกฝนอย่างดีแล้วสำหรับเสือหมอบ ไม่แนะนำสำหรับทัวร์ริ่ง)
4)หาความเร็ว และ จังหวะการปั่นของตัวเอง การปั่นขึ้นเขาต้องออกกำลังในช่วงที่ไม่เหนื่อยเกินไป
รู้ขีดจำกัดของตัวเอง คอยฟังร่างกายของเรา ถ้าเริ่มเหนื่อยหอบมากๆ ลดความเร็วลง หายใจลึกๆ
และรักษาความเร็วในแอโรบิคโซน(อัตราการเต้นของหัวใจ 70-80% ของอัตราสูงสุด)
โดยการปรับเกียร์ที่พอเหมาะ สมดุลกับการทำงานของกล้ามเนื้อ ในช่วง การหายใจที่สม่ำเสมอ
5)รักษารอบขาที่สูงโดยใช้เกียร์ที่เบาลง จะใช้พลังงานน้อยกว่า และให้ประสิทธิภาพที่ สูงกว่า การปั่น
เกียร์หนักด้วยรอบขาที่ช้า ปรับการหายใจให้สอดคล้องกับรอบขา โดยฝึกปรับการหายใจ
จากการหายใจ 1ครั้งต่อการปั่น1รอบ จนถึง 2รอบ (การหายใจ 1ครั้งต่อการปั่น2รอบฝึกโดยการนับ4ก้าว
คือ หายใจเข้า2จังหวะ กดบันได ซ้าย-ขวา หายใจออก2จังหวะ กดบันได ซ้าย-ขวา)
6)การไต่เขายาวๆต้องไม่ลืมเรื่องพื้นฐานคืออาหารและน้ำดื่ม ดื่มน้ำทุกๆ15นาที กินเพิ่มพลังงานทุกๆ1ชั่วโมง
(ถ้าปล่อยให้รู้สึกหิวจะไม่ทันการ ช่วงเช้าอาจยืดการเติมพลังงานได้ถึง 2 ชั่วโมง)
ช่วงการปรับการหายใจก่อนเข้าแอโรบิคโซน จะต้องใช้ความพยายามมากจนรู้สึกยากลำบาก
หลังจากนั้นเราก็จะปั่นได้เรื่อยๆ เราจึงควรปั่นโดยใช้ช่วงเวลานานที่สุด เพราะเมื่อเริ่มใหม่ก็จะต้องทนทรมาน
อีกครั้ง ส่วนตัวจะพยายามยืดระยะเวลาพักให้ได้ มากที่สุดและ เลือกที่จะพักขาบนยอดเนิน หรือ จุดที่ไม่ชันมาก
สรุปก็คือ ถ้าทางไม่ชันมากนัก ใช้เกียร์ต่ำ รอบขาสูงดีกว่า แต่ถ้าหมดเกียร์แล้ว
ก็ต้องลดรอบขาไม่ให้เหนื่อยหอบฝึกขี่ให้ช้าที่สุดเท่าที่เราจะทรงตัวอยู่ได้
ปั่นในเส้นทางใหม่ๆ ไปกับเพื่อน...สบายใจ
- ซาเล้งสีแดง
- ขาประจำ
- โพสต์: 22904
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ธ.ค. 2009, 15:13
- Tel: 0893200104
- team: อกาลิโก
- Bike: สับถังเขียวแก่ Fuji Olimpic finest 1970-เขียวอ่อน Bianchi VIRATA 1990 - Dahn Helios p8 - วีนัส Thorn Sherpa 2011 -วีนัส Thorn Raven Nomad MK2 s&s
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
- ได้รับความรู้ Hills/Climbing Tips ฉบับแปล โดยพี่อำนาจ ขอบคุณครับผม 
ปั่นใกล้ๆ ไปช้า ๆ รอบขาไม่เกินสิบ จิบไม่เกินกระป๋อง
ทั้งหมด สารบัญทริปขึ้นเขา เข้าป่า กีตาร์ กางเต็นท์ ของ โจ๋ซาฯ
น่าน 2012 version ซาฯ 9 วัน จาก date 13-21 oct 2012
ทั้งหมด สารบัญทริปขึ้นเขา เข้าป่า กีตาร์ กางเต็นท์ ของ โจ๋ซาฯ
น่าน 2012 version ซาฯ 9 วัน จาก date 13-21 oct 2012