สรุปทริปลาวใต้ เย็นสบายดาลัต นั่งเครื่องกลับที่โฮจิมินห์

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: สรุปทริปลาวใต้ เย็นสบายดาลัต นั่งเครื่องกลับที่โฮจิมินห์

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

และก็ยังแปลกใจ...จุดชายแดนจุดนี้ ยังขาดแคลนที่พัก ที่พักที่เฮียเซ้งออกปากรำพันให้ฟังแล้วเป็นระดับกระต๊อบ จัดที่นอนเต็มห้องนอนเบียดกันอุ่น แต่ค่าพัก(ทั้งค่ากิน)ไม่ถูกนะครับท่าน
ถึงตอนนี้คิดว่าได้คำตอบครับ...คือด่านนี้ยังไม่คึกคักทั้งไม่มีผู้คนสัญจรไปมามากพอที่จะลงทุนทำเฮือนพัก เพราะเส้นทางปั่นจากอัตตะปือถึงด่านพูเกลือ ปั่นทั้งวันแทบจะไม่รู้สึกเลยว่ามีรถผ่านหรือสวนทาง

ที่เห็นๆอยู่บ้างคือรถใหญ่...รถลากซุง ซึ่ง...ก็ดูแปลกที่ช่วงที่พวกผมไปงวดนี้ นานๆทีนับชั่วโมงจะโผล่มาซักคัน

ไม่เหมือนตอนที่ปั่นกันสองคนกะเฮียเซ้ง แล้วครั้งนั้นหมดสภาพที่อัตตะปือแล้วอาศัยรถโดยสาร(ที่ดูเหมือนจะมีวันละเที่ยว...ออกจากอัตตะปือประมาณแปดเก้าโมงเช้า...ประมาณนะครับ) เดินทางต่อข้ามด่านพูเกลือ

ตอนนั่งรถโดยสารกะเฮียเซ้ง ก็ประมาณสองปีมานี่เอง ถนนไม่ได้เรียบเนียนกริ๊กแถมตีเส้นขาวกลางถนน บ่งบอกถนนเพิ่งปรับปรุงทำใหม่เอี่ยมแล้วเสร็จมาไม่นาน

ตอนที่ไปกะเฮียเซ้ง...ตอนนั้นถนนลาดยางหมดสภาพแล้ว เนื้อยางที่คลุมลูกหินหมดแล้วเหลือเป็นชั้นของลูกหินโผล่ตะปุ่มตะป่ำ (คุณวิทยาอธิบายผมฟังว่าเป็นถนนแบบลาดยางรุ่นเก่าที่เอาก้อนหินปูแล้วฉีดน้ำยางราด ไม่เหมือนการทำถนนลาดยางปัจจุบันที่ใช้วิธีเอาหินละเอียดคลุกกะน้ำยางแล้วปูลาดเป็นชั้นผิวจราจร ถนนแบบนี้ปั่นเนียนก้นเป็นที่สุด คุณวิทยาอธิบายเรื่องนี้ตอนผมบ่นโอดโอยระบมตูด ด้วยเจอถนนลาดยางหมดสภาพจากคอนตูมในเวียดนามมุ่งหน้าไปดาลัต :D :D )

ซักครึ่งทางของการโดนทางด้วยรถโดยสารในวันนั้น พอพ้นช่วงสี่ห้าสิบกิโลเมตรแรกที่ยังเป็นทางราบ ไม่ค่อยมีต้นไม้ใหญ่(ให้โค่นทำซุง)...ก็ยังไม่เห็นรถขนซุง

แต่พอเข้าเขตที่เริ่มเป็นภูเขาและต้องไต่สูงชัน
รูปภาพ

ชักจะเริ่มเห็นรถขนซุงแทบทุกสิบนาทีที่รถผ่าน มุ่งหน้าไปทางเวียด...คือเข้ามาเอาไม้ลาวไปใช้งานฝั่งเวียด คงจะเป็นลักษณะสัมปทาน

ดูแล้วเสียวไส้ครับ เฮียเซ้งบอกตอนนั้น นึกในใจกลัวว่าหากปั่น...รถซุงมันจะกวาดเราตกถนน

ทำนองปลอบใจตัวเองละครับ ทำนองว่าดีแล้วที่ไม่ปั่น :lol: :lol:

แต่กะการปั่นงวดนี้แปลกมาก...ไม่ค่อยจะเจอรถซุง ทั้งถนนก็ใหม่เอี่ยมการปั่นก็มีความสุข
รูปภาพ

เรื่องมืดค่ำก็ไม่กลัวครับ
รูปภาพ
รูปภาพ


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: สรุปทริปลาวใต้ เย็นสบายดาลัต นั่งเครื่องกลับที่โฮจิมินห์

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

เรื่องการปั่นฯในยามมืดค่ำ ผมขอเขียนแสดงความคิดส่วนตัวไว้ซักหน่อย

ผมเพิ่งรู้สึกว่าชอบ...ถึงขั้นชอบมากในการปั่นเพื่อทำระยะทางในตอนกลางคืน จากการปั่นเที่ยวในช่วงสามสี่ปีมานี่เอง

จากเดิมไม่กล้าปั่นเลย แค่สี่โมงเย็นก็เลิกแล้ว

ที่ปั่นกลางคืน...บางครั้งก็เพื่อชดเชยเวลาที่มัวเตร็ดเตร่โต๋เต๋เสียจนตามเพื่อนไม่ทันในเวลากลางวัน แบบไปกวดเพื่อนที่เขาหลับนอนแล้วอย่างงั้นละครับ

บางครั้งกลางวันมันร้อนมาก ก็หาเรื่องนอนหลับตามโคนต้นไม้ พอตกเย็นก็ปั่นต่อจนกว่าจะพอหาที่ซุกหัวนอนก็จบกันในคืนนั้น

ในเวียดนาม...ในถิ่นชนบทผมหาเรื่องทำบ่อยครับ

ปั่นส่งเดชปั่นคนเดียว ไม่รู้จะหาที่นอนได้ที่ไหนก็ปั่นไปเรื่อย บางทีสามทุ่มสี่ทุ่มก็ยังปั่นกระด๊กกระแด๊กอยู่

แหม...ยิ่งเจอคืนวันเพ็ญ...พระจันทร์เต็มดวงปั่นบนถนนเนียนก้นกริ๊กแถมตีเส้นสีขาวดูถนัดในความมืด ขอแค่เส้นเดียวครับ เส้นแบ่งกลางถนนก็ได้ ไม่มีทางจะตกเหว

เจอแบบนี้ ปั่นเป็นเจ้าถนนเกาะเส้นกลาง ผิวปากปั่นตลอดทาง เป็น(ไอ้บ้า)ที่มีความสุขที่ซู้ด

ก็โธ่ถนนบางเส้นในเวียดนามถิ่นชนบท หรือหลายเส้นทางในลาวก็ตามรวมทั้งเส้นอัตตะปือพูเกลือ กลางวันยังแทบจะไม่มีรถใช้งานเลย แล้วใครจะถ่อมาใช้ตอนกลางคืน

เรื่องการโดนทำร้ายร่างกาย

ในเวียดนามในลาว...ผมไม่เคยมีความคิดในหัวมาเลยว่าจะเจอเรื่องร้าย หากใครมีประสบการณืแย่ๆในเรื่องนี้ แชร์ให้ฟังไว้เตือนใจก็จะดี ขอบคุณล่วงหน้าด้วยครับผม


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: สรุปทริปลาวใต้ เย็นสบายดาลัต นั่งเครื่องกลับที่โฮจิมินห์

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

หางแฮ้ม
30 มิ.ย. 2010, 16:03
อ่านมาเรื่อยๆ นึกอยู่แล้วว่าคงข้ามด่านไม่ทัน :)
ผมออกจากอัตตะปือแต่เช้าตรู่ ปั่นกันแทบตาย ไปถึงด่านเกือบจะปิดแล้ว เกือบได้นอนเฝ้าชายแดน :mrgreen:


เมืองเดช
30 มิ.ย. 2010, 15:58
ตามมาชมและเก็บข้อมูลครับปีหน้าผมจะไปดาลัดเช่น กัน....

ผมปั่นออกช่องนี้สองครั้งแล้วไม่เคยมีครั้งไหนไปถึงก่อน 5 โมงเย็นสักที แต่โชคดีรอบที่ไปฮอยอันครั้งที่2มีรถพาข้ามด่านในตอนเย็นวันนั้นเลย..
สวัสดีย้อนหลังกะโพสท์ทักทายของเสือเมืองเดช กะเฮียหางแฮ้ม เป็นโพสท์โบราณเพิ่งได้จังหวะแกะเอามาคุยให้คุณตู๋เบื่อเล่น (แซวกันนะครับ โถ...ใครเขาจะเบื่อลุงจารึก :lol: :lol: )

พูดถึงด่านพูเกลือ ผมไม่แน่ใจว่าใช่เสือเมืองเดชหรือเปล่า ที่บุกเบิกไปเที่ยวผ่านด่านพูเกลือแล้วกลับมาโพสเล่าเรื่องเป็นคนแรกในนี้ ผมจำรูปที่โพสติดตาเป็นรูปด่านเพิ่งเปิดรุ่นใช้ไม้กั้นถนน ขวางคนจะผ่านแดน

ตรงถนนแถวด่านมีถังน้ำยางมะตอย แสดงสื่อชัดยางเพิ่งราด...ยางใหม่หมาด ผู้รับเหมายังไม่เก็บถังไปทิ้ง :lol: :lol:

แล้วผมก็อาศัยกระทู้ที่ว่าไปกะกลุ่มผู้เฒ่าแต่ยังแข็งจริงๆ กลุ่ม"ไม้ค้ำตะวัน" คงจะกว่าสามปีมาแล้ว ไปเที่ยวฮอยอัน ดานัง ตามเส้นทางกระทู้ที่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ อยากขอบคุณเขาครับ

หากใช่เสือเมืองเดช อย่าเขินเลยครับ ยกมือรับคำ...สรรเสริญของผม

ผมไปครั้งนี้เฮียเซ้งนำทีม ส่วนตัวผมเหมือนนักเรียนสอบครั้งแรกเกรดไม่สวย ตรงปั่นอัตตะปือพูเกลือ ครั้งแรกไปถึงซักเกือบสองทุ่ม (มีตาไพศาลขาแรงคนเดียวของกลุ่มที่หลุดผ่านแดนลาวเข้านอนในฝั่งเวียดงวดนั้น)

ไปครั้งนี้...บอกครูใหญ่...เฮียเซ้ง ขอผมสอบใหม่กะเอาเกรดให้สวย

กลับแย่กว่าเก่า ถึงขั้นสอบตกเกรดไม่ถึงสอง

ครูใหญ่...เฮียเซ้งปรับคะแนนสั่งผมสอบตก แกเข้านอนไปแล้ว ตอนผมไปถึง...เกือบจะสี่ทุ่มแล้วครับ โฮ... :lol: :lol:

กลุ่มสอบตกงวดนี้ ทู่ลู่ถูกังเกาะกันสี่คน มีอาจารย์ชอบ...ว่าแกไม่ได้ ด้วยเพิ่งจะฟื้นตัวกลับมาปั่นใหม่หลังผ่าตัดใหญ่ ผ่าตัดแก้ปัญหากระดูกหลังทับเส้นประสาท เดินทำตัวตรงไม่ได้ต้องเดินตัวงอ เลยผ่าตัดดีกว่า

อาจารย์ชอบเอาทริปนี้เป็นทริปทดสอบ ออกปั่นจักรยานหลังเว้นเสียนานเกือบจะห้าเดือน

แล้วก็มีคุณพัลลภ ผู้ดูแลอาจารย์ กะคุณวิทยาผู้ที่ผมสั่งให้มาร่วมกิจภาระการดูอาจารย์ทุกเมื่อ ยามท่านเรียกหา คุณวิทยามีอาจารย์ชอบอยู่ในสายตาตลอด

ส่วนผมต้วมเตี๊ยม เกาะกะกลุ่มนี้ เพราะไม่มีปัญญาจะเกาะกลุ่มหน้า จริงๆละครับ :lol: :lol:

ครับ...ขอชื่นชมอาจารย์ชอบ อายุปาเข้าเจ็ดสิบ แถมผ่าตัดใหม่หมาด แต่ทนจริงๆผมขนหัวลุกสู้ท่านไม่ไหว ตอนปลายๆไปก่อนถึงดาลัตท่านกลับมาช่วยดูแลผม...เป็นเสียอย่างงั้น


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: สรุปทริปลาวใต้ เย็นสบายดาลัต นั่งเครื่องกลับที่โฮจิมินห์

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

ครับ...ขอเอาสต็อครูปมาแปะขัดทัพรอเฮียชมพู่มาเล่าตอนต่อ (จะมาเมื่อไหร่ละวู้ยยย...คนดูเริ่มเขวี้ยงจอแล้วนะคร้าบบบ)

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

ตอนหลุดจากด่านพูเกลือเช้าวันนั้น

เข้ามาในตัวด่านเวียดนามทำพิธีการผ่านแดนแล้วทำธุระกรรมแลกเงิน ผมบันทึกเหตุการณ์ความตกอกตกใจ...ในหมู่เพื่อนๆ เหมือนมีมนต์วิเศษเสกให้เป็นเศรษฐี แป้ปเดียวที่ผ่านด่านต่างกำเงินเป็นล้าน(ดอง)

ผมประทับใจในเครื่องตรวจค้นสิ่งต้องห้ามนำเข้าครับ ปัจจุบันทุกด่านชายแดนด้านเวียดนามมีเครื่องแบบนี้แหละ สมันก่อนต้องรื้อกระเป๋าเอาของออกมาให้เจ้าที่(แทบจะต้องดม)ทุกชิ้น

ทั้งเจ้าหน้าที่ก็ยิ้มแย้มแจ่มใส...เราคนไปเที่ยวก็พลอยสบายใจนะครับ


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: สรุปทริปลาวใต้ เย็นสบายดาลัต นั่งเครื่องกลับที่โฮจิมินห์

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

รูปชุดนี้หลังจากออกมาจากด่านเวียดฯ ปั่นออกมาซักสี่ห้าร้อยเมตรก็ดูเหมือนจะจอด่านทำเตรียมเป็นด่านเก็บตังค์...เรียกเก็บจากรถยนต์ที่ใช้ทาง ในอนาคต

มองมุ่งหน้าหันหลังให้ด่าน จะเป็นสามแยก ทางซ้ายมือมุ่งสู่ง็อกฮอย...ที่เราจะไป

ที่จริงหากใช้ทางขวามันจะพาไปสู้ Kon Tum ทางลัด แต่ผมไม่อยากบอกเฮียเซ้งแกเป็นกลุ่มซาดิสซ์ เจอทางวิบากอยากลอง เลยเก็บงำเอาไว้...กะแอบไปลองเล่นก่อนคนเดียวในโอกาสหน้า

เลี้ยวซ้ายตรงนี้ปั่นซักยี่สิบกิโลเมตรก็ถึงง็อกฮอย แล้วจะมาฉายต่อ...เฮียแป๊ะหยุดพักนั่งดูดน้ำอ้อย


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: สรุปทริปลาวใต้ เย็นสบายดาลัต นั่งเครื่องกลับที่โฮจิมินห์

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ



รูปชุดนี้...ขออภัยหากบางภาพท่านผู้เฒ่าของผม ทำท่าครุ่นคิดสงสัยมองจ้อง หากไม่มีคำอธิบายเด๋วจะเข้าใจผิด :lol: :lol:

อาจารย์ชอบกะลังสนใจการชงการปั่น...เช้กกก...โอวเลี้ยงสูตรเวียดนาม ใครสนใจถามเฮียเซ้งเถอะครับ

เฮียแป๊ะชิมแล้ว บอกอร่อยจริงๆ


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: สรุปทริปลาวใต้ เย็นสบายดาลัต นั่งเครื่องกลับที่โฮจิมินห์

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

ครับ...อากาศตอนนี้มึนซึม หงอยก๋อย แต่น่าวิ่งเป็นที่สุด...ออกไปวิ่งดีกว่า

พรุ่งนี้หากเฮียชมพู่ไม่โผล่มา ผมอาสาไปเขวี้ยงหลังคาบ้านแกเองครับ ตู๋

มันจะได้เดินเรื่องไปข้างหน้าซะที :lol: :lol:


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
กามัล
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 73
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 มิ.ย. 2010, 20:56
Tel: 0872895452
team: powerbike
Bike: gt
ตำแหน่ง: 8 ซ4 ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส
ติดต่อ:

Re: สรุปทริปลาวใต้ เย็นสบายดาลัต นั่งเครื่องกลับที่โฮจิมินห์

โพสต์ โดย กามัล »

ใช่เวลาก๊วัน
โอนได้ที่บัญชีเลขที่ 265-2-33095-1 ธ.กสิกรไทย.ส.นราธิวาส.บัญชีกามัล สาและ[/color]เมื่อตกลงสินค้ากันเรียบ ร้อยแล้วรบกวนโอนเงินให้เป็นเศษทศนิยมเป็น เบอร์โทร 2 ตัวท้ายครับกันสับสนเช่นเบอร์ 084-9686622 สินค้าราคาโอนมาเป็น 850.22 ID LINE Kamal-corleel
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: สรุปทริปลาวใต้ เย็นสบายดาลัต นั่งเครื่องกลับที่โฮจิมินห์

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

เปิดเน็ตดูกระทู้ ดีใจมือสั่นมีคนเคาะเข้ามา

อภิโถ...เปิดดู เจอวัยรุ่นใจร้อน อยากรู้ตอนจบเสียตอนกลางเรื่อง...บอกมาโดยเร็วอยากรู้เดี่ยวนี้ มันจบยังไงพระเอกตายเร๊อะเปล่า นางเอกถูกฉุดไปโดนผู้ร้ายยำได้หรือไม่ :lol: :lol:

ถามมาสั้นๆ...ผมเองไม่ถนัด ตอบสั้นๆไม่เป็น

คงต้องอาศัยเฮียชมพู่ หรือเฮียเซ้งช่วยตอบน้องเขาดีๆ งวดนี้ที่ปั่นไปกันกี่วัน

เขียนไปแล้ว กลัวน้องเขาโกรธเหมือนจะยียวน แต่จริงๆไม่ช่ายย ด้วยตั้งใจจะสรุปให้เป็นหมวดหมู่ในตอนสุดท้ายที่สรุปเรื่องราว คงจะทำเป็นหัวข้อสรุปได้ทุกเรื่อง ไปกันกี่วัน วันหนึ่งไปถึงไหน แต่ละวันพักอย่างไรที่ไหน การกินการอยู่แต่ละวันจนหมดทริปหมดไปเท่าไหร่ ต้องบอกให้ครับถึงจะเป็นประโยชน์ที่อุตส่าห์เขียนกันทั้งที สรุปได้แบบนี้ก็จะเป็นสรุปทริปที่ดี สเปคที่ดีที่กำหนดเอาไว้จะเขียนให้ครบ...ครับ :D :D

เดิมทีก่อนเดินทาง นับจากอุบลลงไปปากเซออกเวียดที่อัตตะปือตรงด่านพูเกลือ เข้าเวียดง็อกฮอยลงใต้ไปสู่ดาลัท จบที่ปลายทางชื่อเมือง(เก่า)เมืองไซง่อน เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็นโฮจิมินห์

ผมบอกเฮียเซ้งขี้หมาหนึ่งก้อนผมท้าพนัน ต้องมีอย่างต่ำ...ขี้ๆ ก็ต้อง ๑๕ วันเป็นอย่างน้อย

เฮียเซ้ง...ปัญหามีวีซ่า ๑๒ วัน ก็จัดตารางเอาให้(ตาย)ปั่นให้จบถึงไซง่อนแล้วบินกลับ กลับเมืองไทยให้ได้ใน ๑๒ วัน


เอาจริงทำได้ หรือทำไม่ได้ มันเป็นเรื่องราว ที่ต้องคอยติดตามฟังปัญหาไปก่อนครับ แล้วค่อยมานั่งรวมกันทั้งโต๊ะประเมินอีกที จริงๆ(หากมีทริปไปแก้ตัว)มันควรใช้เวลากี่วัน :lol: :lol:
แก้ไขล่าสุดโดย พิงธรรม์ เมื่อ 06 ก.ค. 2010, 10:50, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: สรุปทริปลาวใต้ เย็นสบายดาลัต นั่งเครื่องกลับที่โฮจิมินห์

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

ผมขอแทรกถาม...ขอความรู้จากพี่เกษมฯ และกะพี่เสือทุ้ย หรือท่านอื่นที่จะกรุณา

หากได้กรุณาเข้ามาเยี่ยมอ่านแล้วเจอคำถามนี้ ผมรบกวนขอความรู้หรือความน่าจะเป็นของเหตุการณ์แถวพูเกลือช่วงสงครามฯหน่อยครับ

คือผมสงสัย ในพื้นที่การยุทธของบ้านเราแถวเขาค้อ หรือแถวที่เป็นแดงทางเหนือ...ในอดีต

การรบดูเหมือนเขาจะมีหลักการทำต้นไม้บนภูเขาให้มันโค่น ไม่ว่าจะเป็นการระดมยิงด้วยปืนใหญ่หรือด้วยอะไรก็ตาม เพื่อหวังไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามใช้ประโยชน์ของภูเขาที่มีต้นไม้ใหญ่กำบังการโจมตีทางอากาศ หรือะไรประมาณนั้น

ผลก็คือ โดยคร่าวๆภูเขาบ้านเราแถบถิ่นที่มีการสู้รบ ต้นไม้ใหญ่ๆบนภูเขาลดหายไปเยอะถึงขั้นโล้นก็มี

ในถิ่นลาวหลายเส้นทาง โดยเฉพาะเส้นทางพรมแดนของลาวกะเวียดนาม ที่กองกำลังของลุงโฮฯอาศัยเป็นเส้นทางลำเลียงยุทธปัจจัยไปตีเวียดนามใต้ ก็ดูเหมือนจะเหี้ยนเต้ไปเหมือนกัน

แต่แปลกครับ แถวบริเวณเส้นทางช่วงที่ไต่ภูเขาเพื่อเข้าด่านพูเกลือ ดูเหมือนต้นไม้ใหญ่ปัจจุบันยังสมบูรณ์พอที่ทางเวียดจะเข้ามาทำสัมปทานตัดไม้ขนซุงไปใช้ในฝั่งเวียด ดังที่เล่าไปแล้วเส้นทางนี้มีแต่รถซุงให้เห็น ถี่บ้างห่างบ้าง...คงจะขึ้นกะช่วงทำไม้

ระหว่างทางผมตั้งปัญหาข้อสงสัยนี้ต่อ(ไอ้คุณ)วิทยา พหูสูตรประจำตัวผม

ผมถามวิทยา "เฮ้ย...วิทยา แถวนี้มันน่าจะโดนถล่มช่วงสงครามนะ แต่ทำไมต้นไม้มันยังทึบอยู่วะ..."

วิทยา(มัน)ตอบผม "เห่ย...เขารบจบกันกว่าสี่สิบปีแล้ว มันน่าจะเป็นต้นไม้รุ่นใหม่น่า โตขนาดเหมาะทำซุงละ" วิทยามันว่า

มีสมาชิกปั่นหลายท่านในคณะปั่น ลงความเห็นว่าถิ่นภูเขาในลาวแถวภูเกลืออาจจะไม่ใช่เส้นทางการยุทธ ทำให้รอดจากการโดนถล่มให้กลายเป็นเขาโล่งต้นไม้

ถามพี่ฯเษมฯ ละครับ ต้นไม้บนภูเขานี่อายุซักสี่สิบปี โตพอตัดเป็นซุงนำมาใช้งานได้หรือยังครับ????

ถามพี่เสือทุ้ยละครับ อ้ายพื้นที่การรบแถวคอนคูมก็ห่างเทือกเขาที่มีด่านพูเกลือตั้งไม่ถึงหกสิบกิโลเมตร มันเป็นพื้นที่การยุทธด้วยเหรอะเปล่าครับ????

ถามแบบมันมีอะไรคาในสมอง(ที่ว่างงาน) ก็อยากจะให้รู้กระจ่างในสองสิ่งที่สงสัยครับ :lol: :lol:


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: สรุปทริปลาวใต้ เย็นสบายดาลัต นั่งเครื่องกลับที่โฮจิมินห์

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ

ขออนุญาตใช้แผนที่ในส่วนที่ปั่นในลาว ปากเซ-ปากซอง-อัตตะปือ
และขอก้อปปี้คำแนะนำเส้นทางลัดปากซอง-อัตตะปือ จากเฮียหางแฮ้ม

และของเสือทิวากร จากทริปเสือเมืองเดชนำเที่ยวปั่น เพื่อรวบรวมค้นต่อสำหรับโอกาสต่อไปครับ

หางแฮ้ม
01 ก.ค. 2010, 14:46
พี่จารึกบอกให้มาเล่าเรื่องเส้นทางที่ลัดจากปากซ่องไปหาอัตตะปือโดยไม่ผ่าน ท่าแตงและเซกอง
ผมเคยผ่านเส้นทางนี้มาหลายครั้ง แต่เดินทางด้วยรถถีบแค่ครั้งเดียวและเป็นครั้งล่าสุดที่ไปปั่นกับ
กลุ่ม เสือเมืองเดชตามเส้นทางที่ทิวากรสรุปทริปโยงไว้ให้ดูซึ่งก็ผ่านมาสองปีแล้ว ครั้งก่อนๆหน้านั้น
เป็นการไปทำงานออกพื้นที่ทางภาคใต้ลาว ไปโดยรถกระบะของบริษัทและส่วนใหญ่ก็ไปเกือบทุก
แขวงของลาวใต้ โดยเริ่มจากปากเซ ต่อไปที่สาละวัน ลัดออกเส้นทางลูกรังมาโผล่ที่ท่าแตง ไป
เซ กอง และจบที่อัตตะปือ

เมื่อทำงานเสร็จแล้วขากลับผมจะใช้เส้นทางลัด ผ่านเซกะตามมาออกที่ปากซ่องทุกครั้ง เนื่องจาก
ย่นระยะทางได้ไกลโข ผ่านเข้าไปในป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์ ผ่านหมู่บ้านชนเผ่าที่ยังคงรูปแบบการดำรง
ชีวิต เรียบง่าย และที่สำคัญผ่านน้ำตกหลายแห่งโดยเฉพาะเซกะตามที่เป็นน้ำตกใหญ่และงดงาม
ดู กี่ครั้งก็ไม่เบื่อ 8-)

ว่าด้วยเรื่องเส้นทางสายนี้ ตอนที่พี่จารึกปั่นไปล้มนั้นคงอยู่ในเวลาที่ถนนยังไม่ได้รับการปรับปรุง
หลัง จากนั้นก็มีการเกรดทางให้เรียบกว่าเก่า ไม่มีลักษณะของหลังเต่าแบบที่พี่จารึกบรรยายแต่ก็
ยังเป็นทางลูกรังแคบๆ พอที่รถจะสวนกันได้ ยกเว้นช่วงที่ลงไปหาลำห้วยและสะพานใหญ่อันแรก
เขา ขยายให้กว้างกว่าช่วงอื่นๆเพราะเป็นทางขึ้นลงชัน เมื่อลงไปสุดแล้วก็เลี้ยวหักศอกข้ามสะพาน
ไปตะกายขึ้นอีกฝั่งหนึ่ง แม้จะเป็นแค่ทางช่วงสั้นๆแต่ถ้าประมาทก็เกิดอันตรายได้ ทริปที่ไปกันพวก
ใจ เกินร้อยทั้งหลายเขาพากันดิ่งลงไปอย่างเมามัน ส่วนผมและอีกหลายคนเป็นประเภท "ป๊อด" ก็
เลยใจไม่ด้านพอ พากันจูงลงไปแต่โดยดี ;) ลืมบอกไปว่าหลายคนใช้ยางเล็ก 1.5 หรือ 1.25 ซึ่งรวม
ทั้ง ตัวผมด้วย ก่อนเดินทางมาเขาก็สอบถามผมมาล่วงหน้าแล้วว่าใช้ยางเล็กได้ไหม ผมก็ตอบไปว่า
ตั้งแต่ 1.25 ขึ้นไปคงไปได้เพราะเส้นทางแม้เป็นทางลูกรังแต่ก็แน่นหนาดี แม้มีฝนตกก็จะไม่เละถึง
ขนาดจะไปไม่ได้ ตอนนี้ผ่านมาแล้วสองปีไม่รู้ว่าทางยังคงสภาพอยู่เหมือนเดิมหรือไม่ พวกเราชาว
จักรยานถ้าผ่านไปแถวนี้และมีเวลาพอไม่ควรพลาดเส้นทางสายนี้ ด้วยประการทั้งปวง แม้ว่าต้องแลก
ด้วยความเหนื่อยยากและลำบากกว่าทาง ปรกติที่ผ่านท่าแตง แต่การได้ไปเห็นธรรมชาติที่สวยงาม
ก็นับได้ว่าคุ้ม ค่ามากๆ :P

ทางเส้นนี้เริ่มจากออกจากตัวเมืองปากเซมาเล็กน้อยจะ เป็นทางโค้งซ้ายที่จะผ่านไปท่าแตง แต่ถ้าตรง
ไปจะเป็นทางราดยางแคบๆ มีหลุมบ่อบ้างเล็กๆน้อยๆ ทางราดยางนี้ยาวประมาณ 10 กม. ต่อจากนั้นไป
ก็ เป็นทางดินลูกรังอัดแน่น ผ่านหมู่บ้านและไร่กาแฟ กม.ที่ 10 ปลายๆ ทางด้านขวามือจะมีป้ายบอกทาง
เข้าไปชมน้ำตกตาดคู่ ถ้าจำไม่ผิดจะแยกเข้าไปประมาณ 800 ม. ถึงประมาณกม.ที่ 21 จะเป็นสามแยก
มี ป้ายเล็กๆบอกว่าถ้าตรงไปจะไปยังเขื่อนห้วยเฮาะ ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปยังโรงจักรปั่นไฟของเขื่อน
(อยู่บนเส้นทางระหว่างเซกอง ไปอัตตะปือ) ให้เราเลี้ยวซ้ายไป ขี่ไปเรื่อยๆชมหมู่บ้านชาวอาลัก และไร่
นา ป่าเขา จนมาถึงทางชันลงไปข้ามสะพานอย่างที่เล่าไปแล้ว ทางที่ค่อนข้างอันตรายก็คงมีช่วงนี้ช่วง
เดียว ต่อจากนั้นก็ขึ้นๆลงๆไม่ชันมากไปอีกประมาณ 20 กว่า กม.ก็จะถึงทางแยกเข้าไปชมน้ำตกเซกะตาม
ซึ่งแยกออกไปเพียงประมาณ 100 ม. ก่อนหน้านั้นเล็กน้อยจะผ่านสะพานข้ามลำธารใหญ่ซึ่งจะตกลง
ไปเป็นน้าตก บริเวณนี้จะเริ่มได้ยินเสียงน้ำตกดังชัดเจน :o

จากทางแยกเข้าเซกะตามไปเป็นทางขึ้นเขา ลงเขาสลับกับทางราบไปอีกประมาณ 24 กม. ก็จะถึงทางแยก
ที่ไปบรรจบกับทาง ราดยางสายเซกอง-อัตตะปือ ป่าบริเวณนี้ยังคงอุดมสมบูรณ์มีต้นไม้ใหญ่ๆอยู่เยอะ
ริมเส้นทางฝั่งซ้าย มือจะมีน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งคือน้ำตกหมอกจันทร์ อยู่ริมถนนจอดรถแวะดูได้
รวมระยะทางที่มาจากปากซ่องถึงทางสายเซกอง-อัตตะ ปือ ประมาณ 70 กว่า กม. เลยจากสามแยกเข้าไป
อ่างเก็บน้ำเขื่อนห้วยเฮาะ แล้วจะไม่มีร้านค้า ต้องเตรียมอาหารและน้ำไว้ให้พร้อม

รูปภาพเส้นทาง สายนี้ตอนที่พวกผมปั่นไป เข้าไปดูได้ในสรุปทริบของทิวากร รูปของผมเอาไปเซฟไว้ตรง
ไหนในคอมก็ลืมไปแล้ว ยังหาไม่เจอครับ :evil:
ของเสือทิวากร
ทิวากร
30 มิ.ย. 2010, 22:06

1 รายงานการเดินทาง ทริปเมืองเดช ปากเซ-ปากซอง-อัตตะปือ(เรียกสรุปทริปขโมยซีนก็ได้ครับ)16-20 ก.ค.51..กดครับ


2 ทริปเมืองเดชตั้งแต่ต้นจนจบ สรุปโดยเฮียสันต์ 16-26 ก.ค.51..กดครับ

3 ทริปเมืองเดช ภาพสวย คุยมันกับครอบครัวสก๊อต..กดครับ

4 ทริปเมืองเดช ในส่วนที่พี่สมหมาย Sea Falcon Pattaya....กดครับ

ขอบคุณอีกครั้งครับ
แก้ไขล่าสุดโดย พิงธรรม์ เมื่อ 06 ก.ค. 2010, 16:38, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: สรุปทริปลาวใต้ เย็นสบายดาลัต นั่งเครื่องกลับที่โฮจิมินห์

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

รูปภาพ


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: สรุปทริปลาวใต้ เย็นสบายดาลัต นั่งเครื่องกลับที่โฮจิมินห์

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

แผนที่ชุดนี้ เอามาประกอบเกร็ดของเส้นทาง

เป็นชุดของแผนที่จากเมืองง็อกฮอย ใชเถนนเลขที่14 ขึ้นเหนือ ไปเที่ยวฮอยอัน ดานัง ฯ จนถึงฮานอย

ขึ้นแผนที่เอาไว้ก่อน วันหลังจะวกกลับมาคุยเรื่องความแตกต่างของอรรถรสของการปั่นเส้นทางนี้ (ที่ต่างกันมากเมื่อ)เทียบกับการปั่นลงใต้ลงดาลัต ไซง่อน ของทริปนี้ครับ

เรียนบอกล่วงหน้า ทริปดาลัตนี่แทบจะอ้วกแบบเอียนเลยครับกะการปั่นเที่ยว :lol: :lol:
แก้ไขล่าสุดโดย พิงธรรม์ เมื่อ 06 ก.ค. 2010, 16:17, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: สรุปทริปลาวใต้ เย็นสบายดาลัต นั่งเครื่องกลับที่โฮจิมินห์

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

รูปภาพ
งวดนี้...ผมพกสมุดแผนที่รูปเล่มขนาดนิตยสารแพรว หนักพอควร แหะ..แหะ...เหตุผลที่ปั่นช้า


รูปภาพ
ปั่นในเวียดวันที่หนึ่ง เดี่ยวจะค้นวันที่มันวันไหน แต่เป็นวันที่สามของการปั่น

วันนี้จากด่านลาวเอาแค่ถึงเมืองคอนตูม

แผนที่ฉบับนี้ แสดงละเอียดในจุดหมู่บ้านถึงตำบลถึงเมืองใหญ่ แต่เสียท่า...ไม่บอกระยะทางแต่ละจุดแต่ละบ้าน

ต้องดูแผนที่อีกฉบับประกอบกัน แผนอันนั้นเขาบอกระยะเมืองแต่ละเมือง


รูปภาพ
ให้ดูเส้นทางลัดจากง็อกฮอย เป็นทางเล็กเส้นเท่าเส้นผม...ลัดลงล่างตัดทางน้ำไปคอนตูม ดูท่าจะสวยรวยธรรมชาติที่ผมกะแอบไปเที่ยวอีกซักที


รูปภาพ
วันที่สอง...วันที่ปั่นในเมืองเวียด วันที่...เดือนมิถุนายน ๒๕๕๔

ตื่นแต่เช้าจากคอนตูม ใช้เส้นทางที่14 เป้าหมายมุ่งให้เลยเมืองที่เห็นเป็นส่วนพับของหนังสือ มีเครื่องบินบินโฉบชื่อ แปลว่าหากเหนื่อยนักเขาก็มีเครื่องบินให้ขึ้นครับ ชื่อเมือง "Pleiku"

เห็นเฮียเซ้งถามแม่ค้าที่ชงกาแฟแล้วเช้คคสั่น ดูเหมือนว่าอ่านออกเสียง "พีไลกู"


รูปภาพ
ตามแผนเฮียเซ้งสั่ง วันนี้ต้องทะลุเมืองพีไลกู เรียกว่าไม่นั่งเครื่องบินที่เมืองนี้ โยกปั่นไปเอาให้ถึงเมืองเล็กกว่า...แบบว่าจะเอาระยะง่ะ คือเมืองตัวหนังสืออาจจะเล็ก อยู่ข้างบนของแผนที่ เมือง Chu Se ชื่อนี้ผมจำแม่น เขาออกเสียงว่า "จือซี่"

วันนี้ขาแรงเขาไปถึงจือซี่ตากำหนด ขาป้อแป้...มีผมเป็นต้นเหตุ พาสี่คนนอนจอดเสียที่พี่ไลกู ไปไม่ถึงเมืองจือซี่


รูปภาพ
ตื่นเช้าถึง(โทรฯ)นัดเจอคุยนัดกะเฮียเซ้ง ขาป้อแป้ออดขอพี่ขาแรง โปรดปั่นไปอย่าไกลนัก เอาแค่เมือง "Ea Drang" ก็พอนะ



รูปภาพ
.....


รูปภาพ
.....


รูปภาพ
.....


รูปภาพ
....


รูปภาพ[/url]
ส่วนแผนที่ที่ปะอีกหลายแผนตรงนี้ กะให้เห็นเป็นผืนกว้าง แต่ย่อออกมาแล้วไม่ชัด

จะปรับปรุงอีกครั้ง

พรุ่งนี้จะแวะไปหาก้อนหินเขวี้ยงบ้านเฮียชมพู่ครับ คงจะทั้งวัน...กะเอาให้หลังคาพรุน :lol: :lol:


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
ลุงแซม
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 10296
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
team: ดอนเมือง รวมมิตร
Bike: KHS alite 4000

Re: สรุปทริปลาวใต้ เย็นสบายดาลัต นั่งเครื่องกลับที่โฮจิมินห์

โพสต์ โดย ลุงแซม »

พิงธรรม์ เขียน:ผมขอแทรกถาม...ขอความรู้จากพี่เกษมฯ และกะพี่เสือทุ้ย หรือท่านอื่นที่จะกรุณา

หากได้กรุณาเข้ามาเยี่ยมอ่านแล้วเจอคำถามนี้ ผมรบกวนขอความรู้หรือความน่าจะเป็นของเหตุการณ์แถวพูเกลือช่วงสงครามฯหน่อยครับ

คือผมสงสัย ในพื้นที่การยุทธของบ้านเราแถวเขาค้อ หรือแถวที่เป็นแดงทางเหนือ...ในอดีต

การรบดูเหมือนเขาจะมีหลักการทำต้นไม้บนภูเขาให้มันโค่น ไม่ว่าจะเป็นการระดมยิงด้วยปืนใหญ่หรือด้วยอะไรก็ตาม เพื่อหวังไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามใช้ประโยชน์ของภูเขาที่มีต้นไม้ใหญ่กำบังการโจมตีทางอากาศ หรือะไรประมาณนั้น

ผลก็คือ โดยคร่าวๆภูเขาบ้านเราแถบถิ่นที่มีการสู้รบ ต้นไม้ใหญ่ๆบนภูเขาลดหายไปเยอะถึงขั้นโล้นก็มี

ในถิ่นลาวหลายเส้นทาง โดยเฉพาะเส้นทางพรมแดนของลาวกะเวียดนาม ที่กองกำลังของลุงโฮฯอาศัยเป็นเส้นทางลำเลียงยุทธปัจจัยไปตีเวียดนามใต้ ก็ดูเหมือนจะเหี้ยนเต้ไปเหมือนกัน

แต่แปลกครับ แถวบริเวณเส้นทางช่วงที่ไต่ภูเขาเพื่อเข้าด่านพูเกลือ ดูเหมือนต้นไม้ใหญ่ปัจจุบันยังสมบูรณ์พอที่ทางเวียดจะเข้ามาทำสัมปทานตัดไม้ขนซุงไปใช้ในฝั่งเวียด ดังที่เล่าไปแล้วเส้นทางนี้มีแต่รถซุงให้เห็น ถี่บ้างห่างบ้าง...คงจะขึ้นกะช่วงทำไม้

ระหว่างทางผมตั้งปัญหาข้อสงสัยนี้ต่อ(ไอ้คุณ)วิทยา พหูสูตรประจำตัวผม

ผมถามวิทยา "เฮ้ย...วิทยา แถวนี้มันน่าจะโดนถล่มช่วงสงครามนะ แต่ทำไมต้นไม้มันยังทึบอยู่วะ..."

วิทยา(มัน)ตอบผม "เห่ย...เขารบจบกันกว่าสี่สิบปีแล้ว มันน่าจะเป็นต้นไม้รุ่นใหม่น่า โตขนาดเหมาะทำซุงละ" วิทยามันว่า

มีสมาชิกปั่นหลายท่านในคณะปั่น ลงความเห็นว่าถิ่นภูเขาในลาวแถวภูเกลืออาจจะไม่ใช่เส้นทางการยุทธ ทำให้รอดจากการโดนถล่มให้กลายเป็นเขาโล่งต้นไม้

ถามพี่ฯเษมฯ ละครับ ต้นไม้บนภูเขานี่อายุซักสี่สิบปี โตพอตัดเป็นซุงนำมาใช้งานได้หรือยังครับ????

ถามพี่เสือทุ้ยละครับ อ้ายพื้นที่การรบแถวคอนคูมก็ห่างเทือกเขาที่มีด่านพูเกลือตั้งไม่ถึงหกสิบกิโลเมตร มันเป็นพื้นที่การยุทธด้วยเหรอะเปล่าครับ????

ถามแบบมันมีอะไรคาในสมอง(ที่ว่างงาน) ก็อยากจะให้รู้กระจ่างในสองสิ่งที่สงสัยครับ :lol: :lol:
...พี่จารึกตั้งคำถามยากจัง ผมลาออกจากกรมป่าไม้แล้วผมลืมเอาความรู้ติดตัวมาด้วย การตอบของผมก็คงต้องอาศัยการเดา ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าสภาพป่าในลาวติดต่อเขตเวียดนามมันเป็นอย่างไร อัตราการเจริญเติบโตของต้นไม้เป็นอย่างไร เอาเป็นว่าเทียบเคียงกับป่าเมืองไทยก็แล้ว กัน การจัดการป่าไม้ของเราเมื่อก่อนอนุญาตโดยการให้สัมปทาน แต่ละสัมปทานป่าบก เขาจะแบ่งแปลงทำไม้ไว้ 60 แปลง ทำปีละแปลง แต่ให้สัมปทานทีละครึ่งหนึ่งของโครงการคือ 30 ปี ต้นไม้ที่จะตัดฟันเขากำหนดขนาดจำกัดที่จะตัดได้เป็นชนิด ๆ ไป ถ้าไม่ถึงขนาดไม่อนุญาตให้ตัด อย่างเช่นไม้ยางนากำหนดให้ตัดได้เมื่อมีความโต 290 ซม. (วัดโดยรอบที่โคนต้นสูงจากพื้นดิน 130 ซม.) ไม้สัก 220 ซม. เป็นต้น ที่แบ่งเป็น 60 แปลงเพราะเขาวิเคราะห์ (หรือเดาก็ไม่ทราบ) ว่าเมื่อไม้ที่ได้ขนาดตัดฟันโดนตัดไปแล้วไม้ชั้นรองจะโตขึ้นมาได้ขนาดที่จะตัดฟันได้ก็ 60 ปี ทำแปลงที่ 1 ไล่ไปจนครบแปลงที่ 60 จึงมาเริ่มแปลงที่ 1 ใหม่แบบหมุนเวียน ดังนั้นผมจึงเดาว่า สงครามเพิ่งผ่านมาได้แค่ 40 ปี ต้นไม้ที่ขึ้นใหม่ คงไม่โตขนาดทำไม้ซุงได้ (ยกเว้นไม้โตเร็วบางชนิดที่ขึ้นในพื้นที่ที่เหมาะสม) ดูการแบ่งชั้นของเรือนยอดชัดเจน ถ้าป่าใหม่มันก็จะเบียดเสียดส่งเรือนยอดแข่งกันแต่ถ้านานเข้าต้นที่ส่งเรือนยอดสู้เขาไม่ได้ก็ต้องตายไป ดังนั้นจึงเดาแบบฟันธง(มีด้วยหรือเดาแบบฟันธง) ว่าน่าจะเป็นป่าเดิม ๆ ครับ
...ป่าไม้ในเวียดนามยับเยินคงไม่ได้ถูกถล่มด้วยระเบิด แต่โดน สหรัฐฯ ใช้ฝนเหลืองเป็นสัดส่วนถึงประมาณ 42 ล้านลิตร ภายใต้แผนปฏิบัติการ "Operation Ranch Hand" เจ้าฝนเหลืองนี่ เป็นยากำจัดวัชพืชแบบรุนแรง ต้นไม้โดนเข้าไปใบล่วงหมดขาดใบก็ขาดอาหารตายแหงแก๋ และจากปริมาณฝนเหลืองดังกล่าวทำให้มีการประมาณการกันว่า มีสาร "ไดออกซิน" ทั้งหมดประมาณ 170 กิโลกรัมปนอยู่ในสภาพแวดล้อมทางภาคใต้ของเวียดนามระหว่างในช่วงสงคราม (สาร 2,4,5-T และ 2,4-D ในส่วนผสมของฝนเหลืองจะมีออกซินอยู่ประมาณ 3.83 กรัม/ลูกบาศก์เมตร) ผลกระทบจากไดออกซินหลังสงครามต่อระบบนิเวศ สภาพแวดล้อมและสุขภาพของคนยังปรากฎชัดเจนกระทั่งทุกวันนี้ แม้เหตุการณ์จะผ่านไปนานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่เกิดกับสุขภาพมนุษย์ยังคงมีให้เห็นในรุ่นลูกรุ่นหลานของชาวเวียดนามที่ได้รับหรือสัมผัสฝนเหลืองในช่วงสงคราม ธนาคารโลกเคยจัดทำรายงานเกี่ยวกับกรณีเวียดนามและได้ประมาณขอบเขตพื้นที่และป่า ที่ได้รับความเสียหายจากฝนเหลืองว่า มีประมาณกว้างประมาณ 625,000 ไร่ ถึง 12,500,000 ไร่ โดยรายงานของธนาคารโลกระบุชัดเจนว่า การสูญเสียทรัพยากรป่าไม้ ความย่อยยับของความหลากหลายทางชีวภาพและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพื้นที่เกษตรกรรมเป็นผลมาจากปฏิบัติการฝนเหลืองของสหรัฐ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”