ข้อความจากเวป thaicycling.com
สุเกียง เขียน:กลับมาแล้วจ้า..ถึงบ้านบ่าย 14.20น. ระยะทางขาไป33กม.เศษ
ระยะทางที่ไปกลับแค่ 46.83กม.เท่านั้น แปลว่าขากลับ 13 กม.เศษ ไม่เหนื่อยเลย
เพราะนั่งเรือมาลงท่าเรือคลองเตย ลัดเลาะไปเรื่อยๆตามเส้นทาง จนมาถึงบ้านได้ไงยังงๆอยู่
ผิดกับขาไปลิบลับ ขากลับไม่มีสะพานสักเส้นทาง ไปตรงดิ่งตรงไป ขวาบ้าง เลี้ยวซ้ายบ้าง แล้วก็ถึงบ้านเลย
ตอนที่เพื่อนๆหลายกลุ่มรอจะกลับกับใคร ก็รอไปรอมาเห็นกลุ่มหน้า10กว่าคนบอกจะเดินทางไปนั่งเรือ
ก็เลยคิดจะ..เกาะตามเขาไป คิดช้าไปหน่อย ตามเขาไม่ทัน โชคดีมีพี่ผู้ชายชื่ออะไรลืมถาม น่ารักมากๆ
ขี่รถพับสตาร์ด้าล้อเล็กตามมาด้านหลังเลยอุ่นใจ ปั่นตามคนหลังสุดเสื้อสีน้ำตาลลิบๆแล้วเขาก็ปั่นหายไป
เลยเข้าซอยนครเขื่อนขันธ์ เข้าไปแล้วไม่มีใครมาสักคณะ เลยโทรหาเฮียคากิ สายไม่ว่าง เลยโทรหาเฮียหนู
เขาเลยถามคนทางนั้นให้ เขาบอกปีนี้ไม่เข้ามาเที่ยวที่นครฯ เขาปั่นกลับกันเลย เฮียหนูยังอยู่ที่ตลาดน้ำกัน
ก็เลยถามว่าเรา2คน จะกลับอย่างไรดี ไปทางไหนล่ะเนี่ย หลง..จนได้ เฮียหนูบอกงั้นเจ๊ลองหาทางไปท่าเรือคลองตาขาวละกัน
ก็เลยค่อยๆถามทางจนถึงท่าเรือ ได้วางจักรยานที่กาบเรือด้านคนขับ ขึ้นฝั่งอย่างสบายๆไม่เร่งรีบ
ถึงบ้านแหล่ว นั่งดูคอมฯตากแอร์เย็นๆ ประเดี๋ยวจะอาบน้ำแล้วหลับปุ๋ยสักตื่นหนึ่ง มาดูมูยูลชิรี่ย์เกาหลี
ขอบคุณทีมงานทุกท่านที่นำทริปดีๆ ปั่นสบายๆมาให้พวกเราได้ปั่นกันบ่อยๆ
ขอบคุณคุณลุงกุล และเพื่อนๆนักปั่นที่อยู่ทางโน้น คอยดูแลพวกเราจนมีความสุขกันทุกคน
ขอบคุณ ท่านเจ้าของสภานที่ๆอยู่ในสวน ได้จัดเครื่องดื่มน้ำดอกอัญชัญ อร่อยๆมาให้พวกเราแก้กระหายกัน
อร่อยทุกครั้งที่ได้แวะ ท่านเจ้าของสภานที่น้ำใจงามจริงๆ ขอให้รวยๆยิ่งๆขึ้นค่ะ
เสียดายอดไปเที่ยวสวนมะพร้าว เฮียหนูและกลุ่มเพื่อนๆกลุ่มใหญ่ไปลุยสวนมะพร้าวกัน
พวกเขาบอกได้ทานมะพร้าวไปหลายลูก อิ่มแปร้เลย อิจฉาจัง..อดเลย อิอิ
สรุปทริปนี้สนุกดี ไม่เหนื่อยเลยค่ะ
pinklady เขียน:เป็นทริบที่สนุกมากอีกทริบหนึ่ง ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้แวะ ทั้งสวนมะพร้าว และร้านธูป เพราะหลงทาง มากับอีกขบวนหนี่ง เนื่องจากขบวนขาดช่วง เพราะเกิดการเกี่ยวกันล้ม เลยหยุดดูอาการ พรรคพวก ขี่มาอีกทีมีคนบอกว่าเข้าสวนตามมาทางนี้ ความที่อยากเห็นบรรยายกาศในสวน เลยขี่ตามเขาเข้ามา มีผู้ร่วมขบวนประมาณ 10 คน ขี่ตามกันมาสักพักบนถนนซีเมนต์ เล็กๆ บรรยากาศคล้ายๆ เกาะเกร็ด แต่พื้นซีเมนต์สูงจากท้องร่องมากกว่า ผู้นำก็เลยบอกว่า ออกไปวิ่งถนนใหญ่เถอะ เพราะเลยไปกว่านี้ทางจะเล็กลงและ สูงมากเกือบ 3 เมตร ซึ่งถ้าใครตกลงไป จะเอารถขึ้นมาไม่ได้ ก็เลยออกมาวิ่งถนนใหญ่กัน แต่ไม่เจอขบวนใหญ่ ไม่รู้ไปไหนกันแล้ว ทั้งหมดก็เลยขี่เข้าตลาดน้ำเลย ถึงตลาดน้ำ ตั้งแต่ 10 โมงครึ่ง เขาพาเข้าทางด้านหลังเอารถเข้าไปจอดรอได้ เป็นสวนร่มรื่น กำลังมีกิจกรรมเกี่ยวกับศาสนา และมีการละเล่นบนเวทีด้วย มีสมาชิกจากขมรมบางเมือง, เทพารักษ์ และชมรมสมุทรปราการรออยู่ เขาบอกว่ามารอรับพวกเรา แต่แรกตั้งใจจะไปรับที่สะพานแขวน แต่เนื่องจากเกิดปัญหาเพื่อนที่ปั่นมาด้วยกันถูกรถเชี่ยว จึงเสียเวลาไปไม่ทัน เพื่อนที่โดนเชี่ยวก็เป็นนักขี่ระดับแชมป์ อุบัติเหตุเกิดจากการเชี่ยวกัน ของหูช้างรถกับแฮนด์จักรยาน ทำให้เสียหลัก ได้แผลถลอกลึกพอสมควร เขาเอาแผลมาโชว์ด้วย ต้องขอบคุณที่เจ็บขนาดนี้ยังอุตส่ามารอรับอีก ก็ได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดกัน ก็สนุกไปอีกแบบ รวมทั้งได้เดินเที่ยวตลอดจนทั่วเลย รอจนกรุ๊บใหญ่มาถึง ประมาณเที่ยง เจอ อาลิขิตเดินอยู่ ก็เลยได้ทราบจุดนัดพบและเวลากลับ
จุดรวมพลเป็นบ้านไทย เจ้าของบ้านยกเรือนทั้งหมดมาจากเชียงใหม่ แล้วเอามาปลูกที่นี่ จัดบริเวณให้เป็นที่นั่งเล่น ดูร่มรื่นมาก พร้อมกับมีร้านกาแฟขายด้วย โดยแต่งเป็นรถเข็นไม้เล็กๆ มีบริการทั้งกาแฟ,ชา และนมโดยมีทั้งร้อนและเย็น ขายดีมากเพราะบรรยากาศสบายๆเหมาะกับการดื่มกาแฟ
ถึงเวลาก็เคลื่อนพลมาที่สวนเขื่อนขัณฑ์ เป็นบรรยายการคล้ายๆสวนรถจตุจักร +สวนรถไฟ แต่มีถนน ให้ทดลอง Traking ได้ มีหลายคนไปลองแต่พวกเราขอนั่งดูดีกว่า บรรยากาศน่านอน คิดถึงหมอนและเสื่อเป็นอย่างมาก ขากลับแบ่งกลุ่มส่วนหนึ่งกลับทางเรืออีกส่วนปั่นกลับ เราเป็นพวกกลับทางเรือเพราะอยากเปลี่ยนบรรยากาศ ก็มารอกันเพื่อข้ามเรือ เรือมี 2 ขนาด คือเป็นเหมือนเรือหางยาวลำเล็กๆ คนขับเรือบอกว่าบรรทุกได้ 4 คัน คนละ 20 บาท อีกแบบเป็นเรือลำใหญ่กว่า บรรทุกได้ประมาณ 8 คัน เขาว่าคนละ 5-10 บาท พวกเราขี้เกียจรอลำใหญ่ เพราะมีลำเดียว ก็เลยลงลำเล็กมากันแค่ 2 คัน เพราะส่วนใหญ่อยากรอลำใหญ่ เรือพามาขึ้นที่ท่าตรงกรมศุลกากร
มานั่งรอพรรคพวก ระหว่างรอคนแถวนั้นก็แนะนำว่าให้ขี่เข้าไปข้างใน เพราะมีเรือที่เป็นห้องสมุดลำใหญ่มาจอด เขากำลังเตรียมงานกัน เนื่องจากพระเทพฯ จะเสด็จพรุ่งนี้ อยากเข้าไปดูเหมือนกันแต่กลัว เดี๋ยวเพื่อนๆ พร้อมแล้วต้องมารอเราอีก ก็เลยไม่ได้ไป ขากลับขี่กลับกันมาทางถนนพระรามสี่ กว่าจะถึงสนามศุภฯ ก็เกือบ 4 โมง ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน กว่าจะถึงบ้าน 5 โมง อาบน้ำเสร็จก็พอดีได้ดูมูยุลหนังซีรีเกาหลี จบไปหนึ่งวันอย่างสนุกสนาน
ขอขอบเฮียคากิ คุณลุงกุล และStaff ชมรมทุกคนรวมทั้งชมรมเจ้าถิ่นที่ได้ร่วมกันจัดทริบสนุกๆ แบบนี้ให้พวกเรา เจอกันใหม่ครั้งหน้าวันที่ 6 กันยานะ... คร๊าบ