ปฎิบัติการกู้ชีพ จักรยานพับ
- toop
- ขาประจำ
- โพสต์: 7396
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ค. 2012, 22:34
- team: คสลช. / ชมรมจักรยานพับได้
- Bike: จักรยานพับ
Re: ปฎิบัติการกู้ชีพ จักรยานพับ
รออ่านอยู่เลยครับพี่Rain ผมชอบตอนที่พี่Rain เปิดประตูเข้าที่บาร์แม๊กซิกันครับ มันน่าจะเหมือนในหนังเลยนะครับ พอเราเปิดประตูเข้าไป ทั้งร้านเป็นแต่ชาวแม๊กซิกัน ห้นมามองเราเป็นตาเดียว เค้าคงงงว่าเจ้ากะเหรี่ยง นี่มันมาทำอะไรที่นี่วะ

-
Kaew bangkae
- ขาประจำ
- โพสต์: 266
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ต.ค. 2013, 20:19
- Tel: 0818899499
- team: เกาะสมุย
- Bike: BROMPTON M6R
Re: ปฎิบัติการกู้ชีพ จักรยานพับ
มาตามเรื่องราวลุ้นระทึกต่อครับ
- GoPee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1621
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ย. 2012, 10:58
- Tel: 088-9877957
- Bike: ็Haro Trail 29 inc
- ตำแหน่ง: ประชานิเวศน์3
- ติดต่อ:
Re: ปฎิบัติการกู้ชีพ จักรยานพับ
ขอติดตามด้วยคนครับ
-
didE1234
- ขาประจำ
- โพสต์: 1379
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ต.ค. 2009, 18:03
- Tel: 0835302323
- team: คนเดียว เที่ยวไปเรื่อย ๆ
- ติดต่อ:
Re: ปฎิบัติการกู้ชีพ จักรยานพับ
วันที่ 18 - 21 เดือน พ.ค. จะได้ขี่ด้วยกันไหมน๊า? ผมพักแถบ Fisherman's Wharf แถว ๆต้นทาง cable car สาย Powell-Mason
จะมีโอกาสเจอ BF แบบนี้บ้างไหม
จะมีโอกาสเจอ BF แบบนี้บ้างไหม
- toop
- ขาประจำ
- โพสต์: 7396
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ค. 2012, 22:34
- team: คสลช. / ชมรมจักรยานพับได้
- Bike: จักรยานพับ
Re: ปฎิบัติการกู้ชีพ จักรยานพับ
เดี๋ยวผมขอให้พี่Rain พาอาจารย์ไปเที่ยวบาร์แม๊กซิกัน อีกรอบครับ อาจจะมีเหลืออยู่อีกคันนะครับdidE1234 เขียน:วันที่ 18 - 21 เดือน พ.ค. จะได้ขี่ด้วยกันไหมน๊า? ผมพักแถบ Fisherman's Wharf แถว ๆต้นทาง cable car สาย Powell-Mason
จะมีโอกาสเจอ BF แบบนี้บ้างไหม
-
didE1234
- ขาประจำ
- โพสต์: 1379
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ต.ค. 2009, 18:03
- Tel: 0835302323
- team: คนเดียว เที่ยวไปเรื่อย ๆ
- ติดต่อ:
Re: ปฎิบัติการกู้ชีพ จักรยานพับ
toop เขียน:เดี๋ยวผมขอให้พี่Rain พาอาจารย์ไปเที่ยวบาร์แม๊กซิกัน อีกรอบครับ อาจจะมีเหลืออยู่อีกคันนะครับdidE1234 เขียน:วันที่ 18 - 21 เดือน พ.ค. จะได้ขี่ด้วยกันไหมน๊า? ผมพักแถบ Fisherman's Wharf แถว ๆต้นทาง cable car สาย Powell-Mason
จะมีโอกาสเจอ BF แบบนี้บ้างไหม
![]()
![]()
- poneo
- ขาประจำ
- โพสต์: 162
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2012, 18:03
- Bike: Impulso, X1 Auto
Re: ปฎิบัติการกู้ชีพ จักรยานพับ
ขอตามอ่านด้วยคนครับ 
-
saruno
- ขาประจำ
- โพสต์: 364
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ม.ค. 2012, 14:50
- Bike: Giant tcr
- ติดต่อ:
Re: ปฎิบัติการกู้ชีพ จักรยานพับ
Follows my Page สถาปัตยกรรมและการปั่น (ชาวจักรยาน คณะสถาปัตย์ยกรรมและการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)
http://www.facebook.com/APTU.cycle
HIP commuter โชคชัย4
https://www.facebook.com/BIKEchitecture
http://www.facebook.com/APTU.cycle
HIP commuter โชคชัย4
https://www.facebook.com/BIKEchitecture
-
เบิ้ม
- ขาประจำ
- โพสต์: 240
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 13:54
- ติดต่อ:
Re: ปฎิบัติการกู้ชีพ จักรยานพับ
ขอตามด้วยคนครับ
- torpath
- ขาประจำ
- โพสต์: 541
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 00:58
- Tel: 081-443-1622
- team: rama 9
- Bike: Bianchi 1885 , bridgestone RADAC ALL ALU , Panasonic Order ALU , GIANT TCR ALUXX SL , DAHON metro , PANASONIC SPRING BOK , GIANT GSR FOLDING , Dahon Archer P18 , Panasonic Light Wine , RIDLEY FENIX
Re: ปฎิบัติการกู้ชีพ จักรยานพับ
สนุกดีครับ 
PLAYLIGHT CYCLING
-บริการประกอบรถจักรยานนอกสถานที่ เพื่อความสะดวกสำหรับท่านที่ ไม่รู้จะไปร้านไหนดี ร้านคิวเยอะ ซื้ออะไหล่มาจากหลายๆที่ ได้อะไหล่มือ2มา ร้านอยู่ไกลบ้าน รวมไปถึงแยกอะไหล่จักรยานทั้งคันและย้ายอะไหล่ ทั้งหมดนี้เราคือคำตอบ
IG : playlivecycling
LINE : torpath1
-บริการประกอบรถจักรยานนอกสถานที่ เพื่อความสะดวกสำหรับท่านที่ ไม่รู้จะไปร้านไหนดี ร้านคิวเยอะ ซื้ออะไหล่มาจากหลายๆที่ ได้อะไหล่มือ2มา ร้านอยู่ไกลบ้าน รวมไปถึงแยกอะไหล่จักรยานทั้งคันและย้ายอะไหล่ ทั้งหมดนี้เราคือคำตอบ
IG : playlivecycling
LINE : torpath1
- mud
- ขาประจำ
- โพสต์: 934
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:38
- Tel: 0893405636
- team: บ้านฉาง
- Bike: Infinito + S-Work
Re: ปฎิบัติการกู้ชีพ จักรยานพับ
-
topipod
- สมาชิก
- โพสต์: 19
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ม.ค. 2014, 01:03
- Bike: Dahon Speed Duo,Brompton S2L
- ติดต่อ:
Re: ปฎิบัติการกู้ชีพ จักรยานพับ
50 F = 10 องศา ครับ ช่วย convert เพื่อเพิ่มอรรถรส 
- heroes_off
- ขาประจำ
- โพสต์: 553
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2011, 22:15
- Tel: 086790xxxx
- team: ตามใจฉัน
- Bike: Emonda ALR / Panasonic Moutain Cat
- ตำแหน่ง: นครศรีธรรมราช
- shpiak
- ขาประจำ
- โพสต์: 2147
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ม.ค. 2013, 10:43
- Bike: พับอย่างเดียว
- ตำแหน่ง: วงเวียนใหญ่
Re: ปฎิบัติการกู้ชีพ จักรยานพับ
คันนี้จะเป็นรถที่รักที่สุดแน่ๆครับ สตอรี่เพียบแบบนี้ รออ่านครับผม
ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว
สิ่งที่คนรวยกับจนมีโอกาสมีได้เท่าๆกันคือบุญ กับมารยาท
มีเงินก็หามารยาทมาประดับตัวเป็นศรีไม่ได้ ต้องทำเอาเอง
สิ่งที่คนรวยกับจนมีโอกาสมีได้เท่าๆกันคือบุญ กับมารยาท
มีเงินก็หามารยาทมาประดับตัวเป็นศรีไม่ได้ ต้องทำเอาเอง
-
rain_mx2
- ขาประจำ
- โพสต์: 456
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2012, 09:56
Re: ปฎิบัติการกู้ชีพ จักรยานพับ
มาต่อครับ โทษทีครับติดภารกิจวันหยุดนิดหน่อย
คืนนั้นหลังจาก นั่งเช็ด ทำความสะอาดเฟรม จนถีงระดับที่พอจับเต็มมือได้ โดยไม่รู้สึก เหนียวมือแล้ว ผมก็ลงมือมานั่งหาข้อมูลเรื่องการจัดการสนิมครับ ยิ่งค้นลึก ก็ยิ่งพบว่า มันช่างมีทางเลือกแยะเสียนี่กระไร ขอออกตัวก่อนว่าผมไม่เคยรู้เรื่องนี้มาเลย เรียกว่าเปิดข้อมูล internet หากันอย่างเดียว ถ้าพี่ๆ เพื่อนๆ คนใหนมีความรู้แยะกว่าอยากแนะนำข้อปลีกย่อยช่วยแนะนำเลยนะครับ
แต่จะขอเล่าทางเลือกที่ผมค้นมาได้นะครับ เอาแบบสั้นๆ เท่าที่หามาได้กันก่อน
ในการกำจัดสนิม มันมีวิธีการใหญ่ๆอยู่สองทางด้วยกันครับ
แบบแรกคือ กำจัดเนื้อเหล็กส่วนที่เป็นสนิมมันทิ้งไปเลย ซึ่งมีวิธีอีกสามแบบย่อย แบบที่สองคือการใช้สารเคมีไปทำให้เนื้อเหล็กที่เป็นสนิมกลายเป็นกลาง และไม่เป็นสนิมต่ออีก
แต่นั่นยังไม่จบครับ หลังการจัดการกับสนิมไม่ว่าแบบแรกหรือแบบสอง ก็ยังต้องมีการป้องกันต่ออีกนะครับ เพราะไม่ว่าจะทำทั้งแบบแรก แบบสองนี่ ถ้าปล่อยเนื้อเหล็กไว้โล่งๆ เดี๋ยวมันก็กลับมาอีกครับ
อืม เวนละทางแยะเหลือเกินแล้วทางใหนดีละเนี่ย คราวนี้ต้องไปไล่หาต่อ เลยได้แบบยาวมาดังนี้ครับ
วิธีการกำจัดเนื้อเหล็กที่เป็นสนิมออกไปเลย ฟังดูเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในความรู้สีกคนทั่วไปครับ รวมทั้งตัวผมด้วย (ตอนแรก) เพราะ ตัดกันถีงรากถึงโคน แต่มันมีองค์ประกอบอื่นอีก เช่น ถ้าสนิมมันเป็นแค่ผิวๆนี่ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ถ้าสนิมกินอยู่ลึกๆ นี่แสดงว่ามันซ้อนกันอยู่หลายชั้น ถ้าเราไปกัดมันออก เขาว่า structure เหล็กมันอาจจะเสียได้ เพราะเนื้อเหล็กที่สนิมเกาะอยู่ชั้นแรกๆอาจจะหลุดลอกตามออกมา อืม พูดจาเหมือนมีเหตุผลนะครับ
วิธีการกำจัดเนื้อเหล็กปนสนิมนี่มีสามแบบครับ เอากรดกัด ทำระบบ electrolite และก็การใช้สารเคมีเข้าไปทำปฏิกริยา
การเอากรดกัดเป็นวิธีแบบโบราณที่สุดครับ กรดที่ใช้มักจะเป็นกรด Phospheric ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อนะครับ เขาใส่กันอยู่เครื่องดื่มโค้กด้วย ฟังดูดีนะครับ อย่างนี้เอาโค้กมาละลายสนิมได้มั้ย เขาก็ว่าได้กันนะครับ แต่ว่าช้ามากเพราะความเข้มข้นน้อย ไอ้กรด Phospheric นี่มันเจ๋งครับ ไม่กัดเหล็ก กัดแต่สนิมเหล็ก ปัญหาคือถ้าเป็นเฟรมที่ใช้ระบบขึ้นรูป ด้วยการ brazing ด้วยทองเหลือง อย่างพวก frame ที่เป็น พวก lug แบบรถถนนแบบ vintage นี่ มันกัดทองเหลืองด้วยครับก็อาจจะทำให้ lug ของ เฟรมเสียหายได้ ถ้าเผอิญไปโดนแล้วไม่รีบเช็ดออก
หลักการดูน้ำยาพวกนี้ง่ายๆก็คือว่ามันจะเขียนว่าเป็น Rust dissolver (ตัวทำละลายสนิม), Rust releaser, Rust stripper หรือ พวก Deruster ครับ มีทั้งแบบเป็นน้ำ และเป็นเจล แบบเจลนี่ง่ายต่อการใช้กับจุดเป็นสนิมบนผิวนอกครับ แบบน้ำนี่เขาให้ใช้กระดาษชุบน้ำยาแล้วรัดกับแผล ประมาณผ้าก้อซเลยครับ ปรกติต้องทิ้งไว้ตามจำนวนสนิม ความลึกแผลและความเข้มข้นของน้ำยา ยิ่งเข้มข้นมากก็ยิ่งอันตรายต่อการใช้ แต่ก็จะกัดได้เร็วกว่าครับ ตำราที่ผมเจอนี่ส่วนใหญ่บอกว่าให้ผสมน้ำ 1 ส่วนต่อกรดสองส่วนเผื่อลดความเป็นอันตรายตอนใช้งาน
เอากรดกัดนี่ทิ้งไว้นานไม่ใด้นะครับ ต้องหาทางเอาออกหลังใช้ โดยทำการล้างน้ำ แล้วใส่ด่างลงไปสู้ พวกผงฟู ให้เป็นกลางครับ เผื่อล้างออกไม่หมด เพราะอาจจะมีผลต่อการทำสีได้
วิธีที่สอง Electrolite นี่ก็ทำกันง่ายๆครับ เคยเรียนกันตอนเด็กๆ เอา ไฟฟ้ากระแสตรงมา เอาขั้วลบ ต่อจ่ายให้กับโลหะที่แช่อยู่ใน น้ำอะไรสักอย่างที่มีประจุนำไฟฟ้าได้ที่เราเรียกว่าน้ำ Electrolite แล้วเอาโลหะอะไรก็ได้ (เป็นเหล็กอีกชิ้นดีที่สุด) ต่อขั้วบวกแล้วจิ้มลงน้ำครับ ข้อดีของวิธีนี้คือ จะได้เหล็กกลับมาแบบไม่มีสนิมเลย ข้อเสีย คือ ต้องมี ถังใหญ่พอสำหรับ แช่ชิ้นส่วนที่อยากกำจัดสนิมทั้งหมดครับ อยากรู้ละเอียดตาม ลิ้งค์นี้ไปเลยครับ ดูในรูปใน ลิ้งค์จะเห็นว่าเหล็กขาวมาก
http://www.instructables.com/id/Electro ... aka-Magic/
วิธีสุดท้าย มันมีสารเคมีแบบใหม่ที่ไม่ใช่กรดครับ ซึ่งจะไปแยก ออกไซด์ออกมาจากเนื้่อเหล็กด้วยวิธีการยึดเหนี่ยวโมเลกุล ข้อดีคือไม่มีอันตรายและไม่เป็นกรดครับ
ทั้งสามทาง เอาสนิมออกจากเนื้อเหล็กแล้ว ต้องมาทาตัวป้องกันผิวนะครับ ซึ่งจะใช้พวกน้ำมันหรือ wd40 ก็ได้ แต่มันจะไม่ทน ปรกติมันจะมีสีโค้ท ที่ทาแล้วปล่อยให้แห้งแล้วมันจะกันสนิมครับ พวกสีโค้ทหรือ ตัว primer กันสนิมขี้นอีกนี่เขาเรียกมันเรียกว่า Protectant หรือ Protector มีคนมาบรรจุหีบห่อขายในวงการจักรยานโดยเฉพาะก็มีครับ เรียกว่า frame saver ซึ่งโดยปรกติมักจะต้องใช้หลังจากเรากำจัดสนิมไปแล้วหรือเป็น เฟรมใหม่
ส่วนทางเลือกอีกทางที่เขาว่ากันว่าดีกว่าในตอนนี้ก็คือใช้สารเคมีไปทำให้เนื้่อเหล็กที่กลายเป็นสนิมไปแล้วเป็นกลาง โดยที่เนื้อเหล็กยังยึดเกาะอยู่กับโครงสร้างของเฟรมจักรยานครับ พวกนี้ปรกติจะผสมสีรองพื้นไว้ด้วยพูดง่ายๆคือทาเสร็จ ทำให้สนิมหายไป แล้วรองพื้นพร้อมทำสีเลย พวกนี้เขาจะเรียกว่า Reformer หรือ Naturalizer กันครับ มีเกือบทุกยี่ห้อที่ขาย Rust dissolve ตัวแบบที่ทำให้สนิมเป็นกลางนี่ปรกติไม่ต้องทาตัวป้องกันผิวทัับนะครับ นอกจากบางยี่ห้อที่จะบอกไว้เลยว่าต้องทา
เนื่องจากปัญหาของ น้อง BF นี่เป็นภายในเฟรม ผมเลยนั่งๆเลือกอยู่เกือบสองวัน แล้วตกลงว่า ผมจะขอเอาสนิมออกแบบถอนรากถอนโคนดีกว่า จะได้มั่นใจว่า ไม่ต้องทำอะไรอีก แต่วิธีการเอาออกโดยใช้กรดแบบวิธีแรกนี่โดนผมตัดทิ้งตั้งแต่เริ่มเลยครับเพราะดูไม่ค่อยปลอดภัยกับสุขภาพเท่าใหร่ เหลือแค่ electrolite กับ สารเคมีแบบแยกโมเลกุลที่เป็นทางเลือกที่เหลืออยู่ ผมนั่งๆดูแล้วค้นพบว่าในการทำ electrolite ปรกติแล้วชิ้นงานที่อยากเอาสนิมออกต้องมีผิวที่สัมผัสกับตัวทำละลาย electrolite แยะๆ และตลอดเวลา ดังนั้นคงนำมาใช้เอาสนิมออกจากภายในเฟรมได้ยากมากเพราะมันมีรูอยู่นิดเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นก็ยังมีปัญหาว่าผมไม่รู้เรื่องสารเคมีในสีที่ทาอีกด้วย ถ้าจะทำ electrolite ให้ได้ผลดี ผมควรเอาเฟรมไปยิงทรายลอกสีให้หมดก่อน ตกลงก็เลยมาจบที่สารเคมีแบบแยกโมเลกุลครับ เลือกแล้ว หาๆดูปรากฏว่าเจอตัวนี้ครับ

ผลลัพธ์ที่เขาลงโม้ๆกันไว้ คือ แบบนี้

อะ แหมเห็นรูปแล้วใจชื้น เอาสนิมออกไปได้ขนาดนี้เลยหรือ เอแต่เหมือนมันอาจจะยังมีรอยเหลือ เอางี้ เดี๋ยวเราเล่นสองระบบดีกว่า ฮ่าๆ
ผมเลยตกลงว่าจะใช้ ตัวละลายสนิมตัวนี้ก่อน แล้วอัดตามด้วย ตัวทำให้สนิมเป็นกลางตัวนี้ครับ

ทำเสร็จจะได้ไม่ต้องมาเคลือบป้องกันผิวด้วย อิๆ
คติผมคือ สิบร้อยพันฝัน หรือจะเท่าหนึ่งทำ เอาละวะ ลงมือทำเลยละกัน ผมมานั่งมองเฟรม อืมมันมีที่ยึดขวดน้ำอยู่ด้านบน ถอดน้อตตัวนี้แล้วกรอกน้ำยาตัวแรกไปทิ้งไว้ชั่วโมงนึงแล้วเทน้ำยาออกปล่อยให้แห้ง ก็ไม่น่ายากนี่นะ
เอ แต่ว่าตามวิธีเขาบอกในคู่มือ บอกว่าหลังจากนั้นให้เอาน้ำล้าง แล้ว เป่าให้แห้ง 5555 จะเป่าไงละเนี่ยมันอยู่ในเฟรม เป่าไม่แห้ง ก็เป็นสนิมต่อข้างในสินะ แล้วเอาน้ำล้างนี่นะไม่น่าจะเข้าท่า วูบนั้นก็นึกถีงพวกเบนซินที่เอาไว้ล้างคราบ แต่อืม ไม่เอาดีกว่า กลัวเดี๋ยวเบนซินมันไปทำอะไรกับตัวที่จะใส่ตามหลัง อาจจะมีปัญหาได้
ลองพลิกๆฉลากอันแรกดู เขาก็บอกว่าทำเสร็จแล้ว พอแห้งสามารถลงตัวป้องกันตามก็ได้ แสดงว่าต้องรับมือกับพวกสารเคมีตัวป้องกันสนิมได้ซินะๆ อ่าใจพองขึ้นมาเลยครับ
พอจะทำจริงๆ เวลาบอกว่าเทน้ำยาเข้ารูน้อตให้น้ำยาไปเคลือบอยู่ข้างในนี่ มันพูดง่ายครับ แต่พอทำจริงๆ ยากมากๆ เพราะรูของน้อตเล็ก เลยต้องทำกรวยเองจากกระดาษโดยม้วนกระดาษพรินท์เตอร์ซ้อนสองแผ่นเป็นกรวยแล้วเอาเทปปะ ตัดปลายนิดหน่อย คล้ายๆกรวยบีบครีมทำขนม ผมนั่งทำกรวยอย่างเดียวนี่ก็เกือบชั่วโมงแล้วครับ นั่งกรอกอีก กรอกๆไปกรวยพังอีก ต้องทำใหม่ สรุบใช้เวลาไปเกือบสามชั่วโมงกับการกรอก ผมเป็นโรคทำอะไรต้องทำให้มั่นใจ ก็เลยใส่น้ำยาไปจนขึ้นมาเสมอกับรูน้อต แล้วก็ไขน้อตล้อกลงไป
ติ๋งๆ!!!! อะเวรละสิ น้ำยารั่ว คือ BF เฟรมมันมีที่ยึดขากระติกน้ำ ทั้งด้านบนและด้านล่าง ผมก้มลงไปดูด้านล่างปรากฏว่าน้อตยึดขาที่ยึดน้ำด้านล่างมันยีดไม่แน่นครับ น้ำยามันเลยซึมออกได้แบบน้อยๆ แต่ก็หยดสมควรก็เลยต้องถ่ายน้ำยาออก ไปหาซื้อปะเก้นยางกลมๆอันใหญ่หน่อยสำหรับท่อห้องน้ำมาตัดเป็นชิ้นเล็กหน่อยเอาไขควงจิ๋วเจาะ แล้วเอาน้อตตามรูเข้าไปอีกที ทำคล้ายๆซ่อมก้อกน้ำตามบ้านนั่นละครับ ปรากฏว่าได้ผลหยุดใหลเป็นปลิดทิ้งครับ
เห้อ เหนื่อย นี่แค่น้ำยาแรกครับ ทำทั้งสองน้ำยา ก็สองวันพอดี ต้องรอมันแห้งด้วย ฮะๆ
เดี๋ยวต่อตอนหน้านะครับ ช่วงที่ทำกำจัดสนิมนี่ไม่ใด้ถ่ายรูปไว้เลยนะครับ เพราะทำคนเดียว มือมันเปื้อนน้ำยานู่นนี่เกือบตลอดครับ ต้องขอโทษที่ไม่มีภาพประกอบแยะครับ
คืนนั้นหลังจาก นั่งเช็ด ทำความสะอาดเฟรม จนถีงระดับที่พอจับเต็มมือได้ โดยไม่รู้สึก เหนียวมือแล้ว ผมก็ลงมือมานั่งหาข้อมูลเรื่องการจัดการสนิมครับ ยิ่งค้นลึก ก็ยิ่งพบว่า มันช่างมีทางเลือกแยะเสียนี่กระไร ขอออกตัวก่อนว่าผมไม่เคยรู้เรื่องนี้มาเลย เรียกว่าเปิดข้อมูล internet หากันอย่างเดียว ถ้าพี่ๆ เพื่อนๆ คนใหนมีความรู้แยะกว่าอยากแนะนำข้อปลีกย่อยช่วยแนะนำเลยนะครับ
แต่จะขอเล่าทางเลือกที่ผมค้นมาได้นะครับ เอาแบบสั้นๆ เท่าที่หามาได้กันก่อน
ในการกำจัดสนิม มันมีวิธีการใหญ่ๆอยู่สองทางด้วยกันครับ
แบบแรกคือ กำจัดเนื้อเหล็กส่วนที่เป็นสนิมมันทิ้งไปเลย ซึ่งมีวิธีอีกสามแบบย่อย แบบที่สองคือการใช้สารเคมีไปทำให้เนื้อเหล็กที่เป็นสนิมกลายเป็นกลาง และไม่เป็นสนิมต่ออีก
แต่นั่นยังไม่จบครับ หลังการจัดการกับสนิมไม่ว่าแบบแรกหรือแบบสอง ก็ยังต้องมีการป้องกันต่ออีกนะครับ เพราะไม่ว่าจะทำทั้งแบบแรก แบบสองนี่ ถ้าปล่อยเนื้อเหล็กไว้โล่งๆ เดี๋ยวมันก็กลับมาอีกครับ
อืม เวนละทางแยะเหลือเกินแล้วทางใหนดีละเนี่ย คราวนี้ต้องไปไล่หาต่อ เลยได้แบบยาวมาดังนี้ครับ
วิธีการกำจัดเนื้อเหล็กที่เป็นสนิมออกไปเลย ฟังดูเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในความรู้สีกคนทั่วไปครับ รวมทั้งตัวผมด้วย (ตอนแรก) เพราะ ตัดกันถีงรากถึงโคน แต่มันมีองค์ประกอบอื่นอีก เช่น ถ้าสนิมมันเป็นแค่ผิวๆนี่ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ถ้าสนิมกินอยู่ลึกๆ นี่แสดงว่ามันซ้อนกันอยู่หลายชั้น ถ้าเราไปกัดมันออก เขาว่า structure เหล็กมันอาจจะเสียได้ เพราะเนื้อเหล็กที่สนิมเกาะอยู่ชั้นแรกๆอาจจะหลุดลอกตามออกมา อืม พูดจาเหมือนมีเหตุผลนะครับ
วิธีการกำจัดเนื้อเหล็กปนสนิมนี่มีสามแบบครับ เอากรดกัด ทำระบบ electrolite และก็การใช้สารเคมีเข้าไปทำปฏิกริยา
การเอากรดกัดเป็นวิธีแบบโบราณที่สุดครับ กรดที่ใช้มักจะเป็นกรด Phospheric ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อนะครับ เขาใส่กันอยู่เครื่องดื่มโค้กด้วย ฟังดูดีนะครับ อย่างนี้เอาโค้กมาละลายสนิมได้มั้ย เขาก็ว่าได้กันนะครับ แต่ว่าช้ามากเพราะความเข้มข้นน้อย ไอ้กรด Phospheric นี่มันเจ๋งครับ ไม่กัดเหล็ก กัดแต่สนิมเหล็ก ปัญหาคือถ้าเป็นเฟรมที่ใช้ระบบขึ้นรูป ด้วยการ brazing ด้วยทองเหลือง อย่างพวก frame ที่เป็น พวก lug แบบรถถนนแบบ vintage นี่ มันกัดทองเหลืองด้วยครับก็อาจจะทำให้ lug ของ เฟรมเสียหายได้ ถ้าเผอิญไปโดนแล้วไม่รีบเช็ดออก
หลักการดูน้ำยาพวกนี้ง่ายๆก็คือว่ามันจะเขียนว่าเป็น Rust dissolver (ตัวทำละลายสนิม), Rust releaser, Rust stripper หรือ พวก Deruster ครับ มีทั้งแบบเป็นน้ำ และเป็นเจล แบบเจลนี่ง่ายต่อการใช้กับจุดเป็นสนิมบนผิวนอกครับ แบบน้ำนี่เขาให้ใช้กระดาษชุบน้ำยาแล้วรัดกับแผล ประมาณผ้าก้อซเลยครับ ปรกติต้องทิ้งไว้ตามจำนวนสนิม ความลึกแผลและความเข้มข้นของน้ำยา ยิ่งเข้มข้นมากก็ยิ่งอันตรายต่อการใช้ แต่ก็จะกัดได้เร็วกว่าครับ ตำราที่ผมเจอนี่ส่วนใหญ่บอกว่าให้ผสมน้ำ 1 ส่วนต่อกรดสองส่วนเผื่อลดความเป็นอันตรายตอนใช้งาน
เอากรดกัดนี่ทิ้งไว้นานไม่ใด้นะครับ ต้องหาทางเอาออกหลังใช้ โดยทำการล้างน้ำ แล้วใส่ด่างลงไปสู้ พวกผงฟู ให้เป็นกลางครับ เผื่อล้างออกไม่หมด เพราะอาจจะมีผลต่อการทำสีได้
วิธีที่สอง Electrolite นี่ก็ทำกันง่ายๆครับ เคยเรียนกันตอนเด็กๆ เอา ไฟฟ้ากระแสตรงมา เอาขั้วลบ ต่อจ่ายให้กับโลหะที่แช่อยู่ใน น้ำอะไรสักอย่างที่มีประจุนำไฟฟ้าได้ที่เราเรียกว่าน้ำ Electrolite แล้วเอาโลหะอะไรก็ได้ (เป็นเหล็กอีกชิ้นดีที่สุด) ต่อขั้วบวกแล้วจิ้มลงน้ำครับ ข้อดีของวิธีนี้คือ จะได้เหล็กกลับมาแบบไม่มีสนิมเลย ข้อเสีย คือ ต้องมี ถังใหญ่พอสำหรับ แช่ชิ้นส่วนที่อยากกำจัดสนิมทั้งหมดครับ อยากรู้ละเอียดตาม ลิ้งค์นี้ไปเลยครับ ดูในรูปใน ลิ้งค์จะเห็นว่าเหล็กขาวมาก
http://www.instructables.com/id/Electro ... aka-Magic/
วิธีสุดท้าย มันมีสารเคมีแบบใหม่ที่ไม่ใช่กรดครับ ซึ่งจะไปแยก ออกไซด์ออกมาจากเนื้่อเหล็กด้วยวิธีการยึดเหนี่ยวโมเลกุล ข้อดีคือไม่มีอันตรายและไม่เป็นกรดครับ
ทั้งสามทาง เอาสนิมออกจากเนื้อเหล็กแล้ว ต้องมาทาตัวป้องกันผิวนะครับ ซึ่งจะใช้พวกน้ำมันหรือ wd40 ก็ได้ แต่มันจะไม่ทน ปรกติมันจะมีสีโค้ท ที่ทาแล้วปล่อยให้แห้งแล้วมันจะกันสนิมครับ พวกสีโค้ทหรือ ตัว primer กันสนิมขี้นอีกนี่เขาเรียกมันเรียกว่า Protectant หรือ Protector มีคนมาบรรจุหีบห่อขายในวงการจักรยานโดยเฉพาะก็มีครับ เรียกว่า frame saver ซึ่งโดยปรกติมักจะต้องใช้หลังจากเรากำจัดสนิมไปแล้วหรือเป็น เฟรมใหม่
ส่วนทางเลือกอีกทางที่เขาว่ากันว่าดีกว่าในตอนนี้ก็คือใช้สารเคมีไปทำให้เนื้่อเหล็กที่กลายเป็นสนิมไปแล้วเป็นกลาง โดยที่เนื้อเหล็กยังยึดเกาะอยู่กับโครงสร้างของเฟรมจักรยานครับ พวกนี้ปรกติจะผสมสีรองพื้นไว้ด้วยพูดง่ายๆคือทาเสร็จ ทำให้สนิมหายไป แล้วรองพื้นพร้อมทำสีเลย พวกนี้เขาจะเรียกว่า Reformer หรือ Naturalizer กันครับ มีเกือบทุกยี่ห้อที่ขาย Rust dissolve ตัวแบบที่ทำให้สนิมเป็นกลางนี่ปรกติไม่ต้องทาตัวป้องกันผิวทัับนะครับ นอกจากบางยี่ห้อที่จะบอกไว้เลยว่าต้องทา
เนื่องจากปัญหาของ น้อง BF นี่เป็นภายในเฟรม ผมเลยนั่งๆเลือกอยู่เกือบสองวัน แล้วตกลงว่า ผมจะขอเอาสนิมออกแบบถอนรากถอนโคนดีกว่า จะได้มั่นใจว่า ไม่ต้องทำอะไรอีก แต่วิธีการเอาออกโดยใช้กรดแบบวิธีแรกนี่โดนผมตัดทิ้งตั้งแต่เริ่มเลยครับเพราะดูไม่ค่อยปลอดภัยกับสุขภาพเท่าใหร่ เหลือแค่ electrolite กับ สารเคมีแบบแยกโมเลกุลที่เป็นทางเลือกที่เหลืออยู่ ผมนั่งๆดูแล้วค้นพบว่าในการทำ electrolite ปรกติแล้วชิ้นงานที่อยากเอาสนิมออกต้องมีผิวที่สัมผัสกับตัวทำละลาย electrolite แยะๆ และตลอดเวลา ดังนั้นคงนำมาใช้เอาสนิมออกจากภายในเฟรมได้ยากมากเพราะมันมีรูอยู่นิดเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นก็ยังมีปัญหาว่าผมไม่รู้เรื่องสารเคมีในสีที่ทาอีกด้วย ถ้าจะทำ electrolite ให้ได้ผลดี ผมควรเอาเฟรมไปยิงทรายลอกสีให้หมดก่อน ตกลงก็เลยมาจบที่สารเคมีแบบแยกโมเลกุลครับ เลือกแล้ว หาๆดูปรากฏว่าเจอตัวนี้ครับ

ผลลัพธ์ที่เขาลงโม้ๆกันไว้ คือ แบบนี้

อะ แหมเห็นรูปแล้วใจชื้น เอาสนิมออกไปได้ขนาดนี้เลยหรือ เอแต่เหมือนมันอาจจะยังมีรอยเหลือ เอางี้ เดี๋ยวเราเล่นสองระบบดีกว่า ฮ่าๆ
ผมเลยตกลงว่าจะใช้ ตัวละลายสนิมตัวนี้ก่อน แล้วอัดตามด้วย ตัวทำให้สนิมเป็นกลางตัวนี้ครับ

ทำเสร็จจะได้ไม่ต้องมาเคลือบป้องกันผิวด้วย อิๆ
คติผมคือ สิบร้อยพันฝัน หรือจะเท่าหนึ่งทำ เอาละวะ ลงมือทำเลยละกัน ผมมานั่งมองเฟรม อืมมันมีที่ยึดขวดน้ำอยู่ด้านบน ถอดน้อตตัวนี้แล้วกรอกน้ำยาตัวแรกไปทิ้งไว้ชั่วโมงนึงแล้วเทน้ำยาออกปล่อยให้แห้ง ก็ไม่น่ายากนี่นะ
เอ แต่ว่าตามวิธีเขาบอกในคู่มือ บอกว่าหลังจากนั้นให้เอาน้ำล้าง แล้ว เป่าให้แห้ง 5555 จะเป่าไงละเนี่ยมันอยู่ในเฟรม เป่าไม่แห้ง ก็เป็นสนิมต่อข้างในสินะ แล้วเอาน้ำล้างนี่นะไม่น่าจะเข้าท่า วูบนั้นก็นึกถีงพวกเบนซินที่เอาไว้ล้างคราบ แต่อืม ไม่เอาดีกว่า กลัวเดี๋ยวเบนซินมันไปทำอะไรกับตัวที่จะใส่ตามหลัง อาจจะมีปัญหาได้
ลองพลิกๆฉลากอันแรกดู เขาก็บอกว่าทำเสร็จแล้ว พอแห้งสามารถลงตัวป้องกันตามก็ได้ แสดงว่าต้องรับมือกับพวกสารเคมีตัวป้องกันสนิมได้ซินะๆ อ่าใจพองขึ้นมาเลยครับ
พอจะทำจริงๆ เวลาบอกว่าเทน้ำยาเข้ารูน้อตให้น้ำยาไปเคลือบอยู่ข้างในนี่ มันพูดง่ายครับ แต่พอทำจริงๆ ยากมากๆ เพราะรูของน้อตเล็ก เลยต้องทำกรวยเองจากกระดาษโดยม้วนกระดาษพรินท์เตอร์ซ้อนสองแผ่นเป็นกรวยแล้วเอาเทปปะ ตัดปลายนิดหน่อย คล้ายๆกรวยบีบครีมทำขนม ผมนั่งทำกรวยอย่างเดียวนี่ก็เกือบชั่วโมงแล้วครับ นั่งกรอกอีก กรอกๆไปกรวยพังอีก ต้องทำใหม่ สรุบใช้เวลาไปเกือบสามชั่วโมงกับการกรอก ผมเป็นโรคทำอะไรต้องทำให้มั่นใจ ก็เลยใส่น้ำยาไปจนขึ้นมาเสมอกับรูน้อต แล้วก็ไขน้อตล้อกลงไป
ติ๋งๆ!!!! อะเวรละสิ น้ำยารั่ว คือ BF เฟรมมันมีที่ยึดขากระติกน้ำ ทั้งด้านบนและด้านล่าง ผมก้มลงไปดูด้านล่างปรากฏว่าน้อตยึดขาที่ยึดน้ำด้านล่างมันยีดไม่แน่นครับ น้ำยามันเลยซึมออกได้แบบน้อยๆ แต่ก็หยดสมควรก็เลยต้องถ่ายน้ำยาออก ไปหาซื้อปะเก้นยางกลมๆอันใหญ่หน่อยสำหรับท่อห้องน้ำมาตัดเป็นชิ้นเล็กหน่อยเอาไขควงจิ๋วเจาะ แล้วเอาน้อตตามรูเข้าไปอีกที ทำคล้ายๆซ่อมก้อกน้ำตามบ้านนั่นละครับ ปรากฏว่าได้ผลหยุดใหลเป็นปลิดทิ้งครับ
เห้อ เหนื่อย นี่แค่น้ำยาแรกครับ ทำทั้งสองน้ำยา ก็สองวันพอดี ต้องรอมันแห้งด้วย ฮะๆ
เดี๋ยวต่อตอนหน้านะครับ ช่วงที่ทำกำจัดสนิมนี่ไม่ใด้ถ่ายรูปไว้เลยนะครับ เพราะทำคนเดียว มือมันเปื้อนน้ำยานู่นนี่เกือบตลอดครับ ต้องขอโทษที่ไม่มีภาพประกอบแยะครับ
แก้ไขล่าสุดโดย rain_mx2 เมื่อ 10 ก.พ. 2014, 13:58, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
เรื่องเบาะๆ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 9#p9528969
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 9#p9528969