รถพับ กับระยะทาง 300 กิโลเมตรใน 1 วัน (Update ทริป กรุงเทพ-หัวหิน)
- naa_tae
- สมาชิก
- โพสต์: 72
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2009, 08:13
- team: Sunday Bike Fc
- Bike: Baicnchi Camaleonte,specialized sirrus,dahon roo d7,dopple ganger 202
Re: รถพับ กับระยะทาง 300 กิโลเมตรใน 1 วัน
แกร่งมากครับท่าน
-
ton_Anusorn
- ขาประจำ
- โพสต์: 1048
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2013, 13:59
- team: Salaya Bike Club (SBC)
- Bike: Road Bike & MTB
Re: รถพับ กับระยะทาง 300 กิโลเมตรใน 1 วัน
นักปั่นตัวจริง ย่อมมีอะไรให้เราประหลาดใจได้ตลอดด ...
รถพับน่ารักๆ แต่ปั่นไปไกลถึง 300 โลได้ย่อมไม่ธรรมดา
สุดยอดครับ
รถพับน่ารักๆ แต่ปั่นไปไกลถึง 300 โลได้ย่อมไม่ธรรมดา
สุดยอดครับ
เพื่อ สุขภาพ และ มิตรภาพ
ความร่ำรวยที่สุดของชีวิต คือ "สุขภาพที่แข็งแรง"
ความสุขที่สุดของชีวิต คือ "การช่วยเหลือผู้อื่น"
ก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลง คือ"การเริ่มต้น"
ความร่ำรวยที่สุดของชีวิต คือ "สุขภาพที่แข็งแรง"
ความสุขที่สุดของชีวิต คือ "การช่วยเหลือผู้อื่น"
ก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลง คือ"การเริ่มต้น"
-
สง
- ขาประจำ
- โพสต์: 293
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 07:57
- Tel: 0815556704
- team: บินเดี่ยว
- Bike: SL2
Re: รถพับ กับระยะทาง 300 กิโลเมตรใน 1 วัน
สุดยอดมากครับ
ผมพึ่งปั่นไปหัวหินเมื่อวันพ่อที่ผ่านมา ไปคนเดียว(เสือหมอบ) ก่อนออกจากบ้านก็กะว่าไป-กลับแต่ไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่นอน
ปีที่แล้วไปทริปหัวหินกับกลุ่มสวนธน ตะคริวถามหาก่อนถึงเพชรบุรี คราวนี้กะแค่จะปั่นไม่ให้เกิดตะคริว ก็เกือบทำได้
มาเป็นตะคริวตอนที่ปั่นถึงทางที่จะเลี้ยวซ้ายเข้าชะอำ เจอหมาไล่ แบบว่ามาเงียบๆไม่มีเห่าซักแอะ พอดีหันกลับมาปากหมา
เกือบจะถึงน่องอยู่แล้ว ก็เป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่จะหนีจากภัยร้ายใกล้ตัว รอบขาขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับอาการ
เกร็งของกล้ามเนื้อ โชคดีที่มันไล่ไม่ไกลเลยรอดมาได้ ถ้ามันจะไล่อีกสัก 2 วินาทีผมก็คงจะยอมมอบตัวเพราะตะคริว
กินขาแล้ว หลังจากนั้นก็ปั่นประคองตัวมาตลอด เซ็งอยู่เหมือนกัน เพราะก่อนจะโดนหมาไล่
ผมคิดว่าผมคงจะปั่นถึงโดยไม่เป็นตะคริวโดยดูรอบขาไม่ใ้ห้เกินกำลังที่เหลือ ผมปั่นถึงหัวหินทุ่มกว่าในสภาพคล้ายนักมวยไทยโดนยำตอนยกห้า
หาข้าวเย็นทานแถวปั๊มน้ำมัน นวดขาตัวเองอยู่พักใหญ่ๆก็คิดว่าขากลับคงไม่รอดแน่นอน อย่ากระนั้นเลยเปลี่ยนแผนเอาชีวิตรอด
ไว้ก่อนดีกว่าเลยจะปั่นไปสถานีรถไฟเพื่อถามเที่ยวรถที่เข้ากรุงเทพก็บังเอิญตาเหลือบไปเห็นแท็กซี่อินโนว่า เลยแถเข้าไป
ถามว่าลุงเข้ากรุงเทพมั๊ยครับ ลุงก็ตอบว่าพึ่งมาส่งฝรั่งกำลังจะกลับพอดี ต่อรองราคาเสร็จก็ถอดล้อหน้าแล้วเอาเข้ารถกลับกรุงเทพ
เลย สรุปทริปนี้ได้ 220 กม. เป็นทริปที่ซ้อมก่อนจะไปร่วมกับทริปหัวหินของสวนธน แต่พอถึงวันจริง 12 ม.ค.57 ผมก็ไม่กล้าไป
เพราะยังต้องไปกายภาพบำบัดรักษาอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทที่ดันมากำเริบตอนปีใหม่พอดี นี่ก็ไม่ได้ปั่นมาเป็นเดือนแล้ว
อยากหายไวๆจัง
เจ้าของกระทู้นี่ปั่นรถพับได้ 300 โล ผมว่าไม่ธรรมดาเลย ผมมีรถพับอยู่คัน ปั่นทริปก็ไม่เคยเกิน 80 โล
นี่ล่อไป 300 โอ ทำไปได้
ปั่นไกลๆแบบนี้พกน้ำมันหล่อลื่นไปด้วยนะครับ
ถามอะไรหน่อย กระดาษเปียกนี่พกเอาไว้สำหรับทำอะไรครับ ไม่รู้จริงๆ
ผมพึ่งปั่นไปหัวหินเมื่อวันพ่อที่ผ่านมา ไปคนเดียว(เสือหมอบ) ก่อนออกจากบ้านก็กะว่าไป-กลับแต่ไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่นอน
ปีที่แล้วไปทริปหัวหินกับกลุ่มสวนธน ตะคริวถามหาก่อนถึงเพชรบุรี คราวนี้กะแค่จะปั่นไม่ให้เกิดตะคริว ก็เกือบทำได้
มาเป็นตะคริวตอนที่ปั่นถึงทางที่จะเลี้ยวซ้ายเข้าชะอำ เจอหมาไล่ แบบว่ามาเงียบๆไม่มีเห่าซักแอะ พอดีหันกลับมาปากหมา
เกือบจะถึงน่องอยู่แล้ว ก็เป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่จะหนีจากภัยร้ายใกล้ตัว รอบขาขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับอาการ
เกร็งของกล้ามเนื้อ โชคดีที่มันไล่ไม่ไกลเลยรอดมาได้ ถ้ามันจะไล่อีกสัก 2 วินาทีผมก็คงจะยอมมอบตัวเพราะตะคริว
กินขาแล้ว หลังจากนั้นก็ปั่นประคองตัวมาตลอด เซ็งอยู่เหมือนกัน เพราะก่อนจะโดนหมาไล่
ผมคิดว่าผมคงจะปั่นถึงโดยไม่เป็นตะคริวโดยดูรอบขาไม่ใ้ห้เกินกำลังที่เหลือ ผมปั่นถึงหัวหินทุ่มกว่าในสภาพคล้ายนักมวยไทยโดนยำตอนยกห้า
หาข้าวเย็นทานแถวปั๊มน้ำมัน นวดขาตัวเองอยู่พักใหญ่ๆก็คิดว่าขากลับคงไม่รอดแน่นอน อย่ากระนั้นเลยเปลี่ยนแผนเอาชีวิตรอด
ไว้ก่อนดีกว่าเลยจะปั่นไปสถานีรถไฟเพื่อถามเที่ยวรถที่เข้ากรุงเทพก็บังเอิญตาเหลือบไปเห็นแท็กซี่อินโนว่า เลยแถเข้าไป
ถามว่าลุงเข้ากรุงเทพมั๊ยครับ ลุงก็ตอบว่าพึ่งมาส่งฝรั่งกำลังจะกลับพอดี ต่อรองราคาเสร็จก็ถอดล้อหน้าแล้วเอาเข้ารถกลับกรุงเทพ
เลย สรุปทริปนี้ได้ 220 กม. เป็นทริปที่ซ้อมก่อนจะไปร่วมกับทริปหัวหินของสวนธน แต่พอถึงวันจริง 12 ม.ค.57 ผมก็ไม่กล้าไป
เพราะยังต้องไปกายภาพบำบัดรักษาอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทที่ดันมากำเริบตอนปีใหม่พอดี นี่ก็ไม่ได้ปั่นมาเป็นเดือนแล้ว
อยากหายไวๆจัง
เจ้าของกระทู้นี่ปั่นรถพับได้ 300 โล ผมว่าไม่ธรรมดาเลย ผมมีรถพับอยู่คัน ปั่นทริปก็ไม่เคยเกิน 80 โล
นี่ล่อไป 300 โอ ทำไปได้
ปั่นไกลๆแบบนี้พกน้ำมันหล่อลื่นไปด้วยนะครับ
ถามอะไรหน่อย กระดาษเปียกนี่พกเอาไว้สำหรับทำอะไรครับ ไม่รู้จริงๆ
- ทรงพล คนบางแค
- ขาประจำ
- โพสต์: 558
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มิ.ย. 2009, 20:09
- Tel: 086-9976261
- team: BAMBOOBIKE
- Bike: เสือภูเขา LA เสือหมอบ Merida
Re: รถพับ กับระยะทาง 300 กิโลเมตรใน 1 วัน
หามานานมากครับ ... กับการเรียงลำดับการเล่าเรื่องดี เหมือนไปนั่งปั่นด้วยกันเลยทีเดียว อย่างนี้แหละที่เขาเรียกว่า รายงานการปั่น ... สุดยอดครับ ..
... ชาติเสือต้องไว้ลาย ชาติชายต้องไว้พุง ...
- เสือ Tigger
- ขาประจำ
- โพสต์: 650
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 16:09
- Bike: รถพับๆๆๆ
Re: รถพับ กับระยะทาง 300 กิโลเมตรใน 1 วัน
สิ่งสำคัญคือ ใจครับ ผมเคยเอารถพับไปทริปกรุงเทพ-หัวหิน กับสวนธน มันทรมารจริงๆ แต่นี่ 300 โลใน 1 วันโดยรถพับ สุดยอดจริงๆครับ
- wuwu
- สมาชิก
- โพสต์: 75
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2012, 22:08
Re: รถพับ กับระยะทาง 300 กิโลเมตรใน 1 วัน
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมนะครับ 
- wuwu
- สมาชิก
- โพสต์: 75
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2012, 22:08
Re: รถพับ กับระยะทาง 300 กิโลเมตรใน 1 วัน
ขอบคุณมากครับ สำหรับคำถามเรื่อง กระดาษเปียก มี 3 เหตุผลที่ต้องพกไปครับสง เขียน:สุดยอดมากครับ
ผมพึ่งปั่นไปหัวหินเมื่อวันพ่อที่ผ่านมา ไปคนเดียว(เสือหมอบ) ก่อนออกจากบ้านก็กะว่าไป-กลับแต่ไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่นอน
ปีที่แล้วไปทริปหัวหินกับกลุ่มสวนธน ตะคริวถามหาก่อนถึงเพชรบุรี คราวนี้กะแค่จะปั่นไม่ให้เกิดตะคริว ก็เกือบทำได้
มาเป็นตะคริวตอนที่ปั่นถึงทางที่จะเลี้ยวซ้ายเข้าชะอำ เจอหมาไล่ แบบว่ามาเงียบๆไม่มีเห่าซักแอะ พอดีหันกลับมาปากหมา
เกือบจะถึงน่องอยู่แล้ว ก็เป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่จะหนีจากภัยร้ายใกล้ตัว รอบขาขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับอาการ
เกร็งของกล้ามเนื้อ โชคดีที่มันไล่ไม่ไกลเลยรอดมาได้ ถ้ามันจะไล่อีกสัก 2 วินาทีผมก็คงจะยอมมอบตัวเพราะตะคริว
กินขาแล้ว หลังจากนั้นก็ปั่นประคองตัวมาตลอด เซ็งอยู่เหมือนกัน เพราะก่อนจะโดนหมาไล่
ผมคิดว่าผมคงจะปั่นถึงโดยไม่เป็นตะคริวโดยดูรอบขาไม่ใ้ห้เกินกำลังที่เหลือ ผมปั่นถึงหัวหินทุ่มกว่าในสภาพคล้ายนักมวยไทยโดนยำตอนยกห้า
หาข้าวเย็นทานแถวปั๊มน้ำมัน นวดขาตัวเองอยู่พักใหญ่ๆก็คิดว่าขากลับคงไม่รอดแน่นอน อย่ากระนั้นเลยเปลี่ยนแผนเอาชีวิตรอด
ไว้ก่อนดีกว่าเลยจะปั่นไปสถานีรถไฟเพื่อถามเที่ยวรถที่เข้ากรุงเทพก็บังเอิญตาเหลือบไปเห็นแท็กซี่อินโนว่า เลยแถเข้าไป
ถามว่าลุงเข้ากรุงเทพมั๊ยครับ ลุงก็ตอบว่าพึ่งมาส่งฝรั่งกำลังจะกลับพอดี ต่อรองราคาเสร็จก็ถอดล้อหน้าแล้วเอาเข้ารถกลับกรุงเทพ
เลย สรุปทริปนี้ได้ 220 กม. เป็นทริปที่ซ้อมก่อนจะไปร่วมกับทริปหัวหินของสวนธน แต่พอถึงวันจริง 12 ม.ค.57 ผมก็ไม่กล้าไป
เพราะยังต้องไปกายภาพบำบัดรักษาอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทที่ดันมากำเริบตอนปีใหม่พอดี นี่ก็ไม่ได้ปั่นมาเป็นเดือนแล้ว
อยากหายไวๆจัง
เจ้าของกระทู้นี่ปั่นรถพับได้ 300 โล ผมว่าไม่ธรรมดาเลย ผมมีรถพับอยู่คัน ปั่นทริปก็ไม่เคยเกิน 80 โล
นี่ล่อไป 300 โอ ทำไปได้
ปั่นไกลๆแบบนี้พกน้ำมันหล่อลื่นไปด้วยนะครับ
ถามอะไรหน่อย กระดาษเปียกนี่พกเอาไว้สำหรับทำอะไรครับ ไม่รู้จริงๆ
1. เนื่องจากเส้นทางที่ปั่น ผมเองยังไม่เคย ปั่นเลย จึงไม่แน่ใจว่าจะมีห้องน้ำให้ใช้บริการ มากน้อยแค่ไหน อาจจะไปเจอห้องน้ำที่ไม่มีกระดาษทิชชู่ก็เป็นได้
2. เนื่องจากรถผม จานถึบไม่สามารถปั่นถอยหลังได้ เพราะถ้าปั่นถอยหลังเกิน 1 รอบเป็นอันโซ่ตกจากเฟือง ถ้าจะต้องใส่โซ่จึงต้องมือเลอะ และกระดาษเปียกก็จะเข้ามามีบทบาท ณ จุดนี้
3. เนื่องจากผมอาจเกิดอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ และเมื่อเกิดแผล หากน้ำในเป้เหลือน้อย ผมเองคงต้องใช้กระดาษเปียกคอยทำความสะอาดแผลไปก่อน
น่าเสียดายนะครับไม่ได้ไปทริป สวนธน ผมเองไปมาแล้ว เดี๋ยวไว้ยังไงจะมาเล่าสู่กันฟังนะครับ
- lasman
- ขาประจำ
- โพสต์: 159
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 16:19
- Tel: 0905040732
- team: Yaha Bike, จังหวัดยะลา
- Bike: khs elite 3000, Ozone
Re: รถพับ กับระยะทาง 300 กิโลเมตรใน 1 วัน
สุดยอดครับ ถ้าเป็นผม 300 ก.ม./วัน คงต้องติดเครื่องแล้วครับ
لا تنس ذكر الله
- Day Hasa
- ขาประจำ
- โพสต์: 1098
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:46
- team: Fat Bike Rayong ,Touring & Adventure
- Bike: TREK Pure, ,MINIMAX 20", F2 16", Surly Pugley ขาว, ดำ-แดง Fat Boy Speciallized
Re: รถพับ กับระยะทาง 300 กิโลเมตรใน 1 วัน
ไม่มีอะไรที่มนุษย์ ทำไม่ได้ ถ้าอยากทำ สุดยอดครับ ขาแข็งอย่างเดียวไม่พอต้องใจแข็งด้วยครับ ในฐานะ ผู้ชื่นชอบรถพับคนหนึ่ง ขอชื่นชมครับ เยี่ยมมากกก

http://www.thaimtb.com/forum/download/f ... id=3283851
นายเดชา นันทจันทร์ W/S
บริษัท สตาร์ปิโตรเลี่ยมรีไฟน์นิ่งมหาชน จำกัด
เลขที่ 1 ถนน I-3B นิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุด ระยอง
อ. เมือง จ. ระยอง
21150
http://track.thailandpost.co.th/trackin ... fault.aspx
นายเดชา นันทจันทร์ W/S
บริษัท สตาร์ปิโตรเลี่ยมรีไฟน์นิ่งมหาชน จำกัด
เลขที่ 1 ถนน I-3B นิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุด ระยอง
อ. เมือง จ. ระยอง
21150
http://track.thailandpost.co.th/trackin ... fault.aspx
- wuwu
- สมาชิก
- โพสต์: 75
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2012, 22:08
Re: รถพับ กับระยะทาง 300 กิโลเมตรใน 1 วัน
หลังจากที่ได้ทดสอบตัวเองกับระยะทาง 300 กิโลแบบบินเดียว ก็มาถึงวันที่ผมเองก็มาถึงบทพิสูจน์ตัวเองกับความตั้งใจมานานกับงาน กรุงเทพ-หัวหิน ระยะ 190 กิโล ซึ่งงานนี้ผมเองไม่ได้ปั่นคนเดียวครับ ไปกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ กลุ่ม Bike-Thailand ในตอนเช้าของวันนี้ผมเองตื่นมาตี 5 ขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว ออกจากบ้านมาประมาณ 5:30 มีรถ Service ส่วนตัวมาส่งถึงที่งาน (ตอนแรกผมกะจะปั่นไปที่งาน แต่รถ Service บอกว่าจะไม่ส่ง "ไม่ได้ขอ แต่เป็นคำสั่ง"
ผมเองก็ขับรถไปจากบ้านที่ถนนจันทน์ ข้ามไปฝั่งธนฯ ทางสะพานกรุงเทพฯ พอเลี้ยวเข้าถนนประชาอุทิศก็เริ่มเจอกับผู้คนที่ปั่นมางาน (เห็นแต่ไกลเพราะไฟติดรถจักรยาน) พอไปถึงที่งานประมาณ 6 โมง ฟ้ายังไม่สว่างดี เริ่มหาที่จอดรถด้านในและพร้อมกับเอาจักรยานลงจากรถมาเตรียมตัว กลุ่มผมเองยังมากันไม่ถึง เลยไปลงทะเบียนก่อนคนเดียว แล้วก็มารอกลุ่มที่หลังป้ายคณะวิศวะกรรม
ระหว่างนั้นมีฝรั่ง 3 คนมาขอเข้ากลุ่มและฝากเป้และของต่างเพื่อขึ้นรถ Service (ส่วนตัว) ของผม คนนึงมาจากฝรั่งเศสชื่อ Rene (เรเน่) ปั่นเสือหมอบ (คนๆนี้ขาแรงมากๆ) อีกคนปั่นเสือภูเขา (เค้าบอกว่าตัวเองไม่ค่อยได้ปั่น ใส่เสื้อยืดกางเกงธรรมดา แต่ปั่นจบ) อีกคนคือ ยานิส (ฝรั่งใช้ TT ราคาร่วม 5 หลักปลายๆ) ซึ่งเป็นขาประจำมาปั่นกับกลุ่ม Bike-Thailand ซึ่งก็ได้ขอเบอร์โทรศัพท์และตรวจของในเป้ที่จะฝากไปว่ามีของผิดกฏหมายหรือไม่ และฝากกับรถ Service เป็นที่เรียบร้อย
ตอนไปลงทะเบียนเจอคุณ Bird จากร้าน Bird-Bike เข้ามาทักทายเพราะคงเห็นเป็นรถพับเหมือนกัน (ขออภัยคุณ Bird ด้วยนะครับ จำไม่ได้ขณะนั้นจริงๆ เนื่องจากชุดปั่น) พอเวลาประมาณ 7:30 ทางพิธีกร ก็เริ่มเรียกกลุ่มหัวลากมารวมตัวและเริ่มทำพิธีและจัดแถวเพื่อที่จะปล่อยตัว พอเวลาประมาณ 8:00 หลังจากยืนเคารพธงชาติ ทางผู้จัดก็เริ่มทยอยปล่อยตัวออกกันไป ผ่านไปประมาณ 6 นาที (ผมอยู่ท้ายๆ) จึงเริ่มออกตัว ซึ่งขณะเคลื่อนตัวไปทาง Staff ได้ตะโกนบอกว่า กลุ่มหน้าได้ไปถึงแยกกิโล 9 และได้เร่งให้กลุ่มหลังเร่ง Speed ตามกลุ่มหน้า ขณะปั่นออกจากถนนประชาอุทิศ ก็ออกตัวกันด้วยความเร็วแค่ประมาณ 25 ไปเรื่อยๆ พอเลี้ยวซ้ายออกจากถนนประชาอุทิศทางกลุ่ม Bike-Thailand ก็เริ่มเกาะกลุ่มเรียงแถว 2 แถวเพื่อที่จะ Start ทำความเร็วมเพื่อให้ทันกลุ่มหน้า จากความเร็ว 25 ค่อยๆ เพิ่มไปเรื่อยๆ เป็น 30-33
พอเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระราม 2 ทางหัวลากก็เพิ่มความความเร็วมากขึ้นเป็น 35-37 ซึ่งมาตามมาถึงกลุ่มใหญ่ตอนเลยสะพานวงแหวนไปสักประมาณ 3-4 กิโลก่อนถึงซอยวัดพันท้ายฯ ตอนแรกๆ ผมเข้าใจว่าทางผู้จัดได้จัดให้ 1 เลนซ้ายมือไว้เพื่อผู้ปั่นจักรยาน แต่พอถึงเวลาจริงๆ เริ่มแรกๆ กลุ่มยังจับกันเป็นกลุ่มใหญ่ ทำให้กินเลนไป 2 เลน เหลือถนนให้รถวิ่งกัน 1 เลน ทาง Marshall ได้ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาให้บอกให้เข้าซ้ายเพื่อที่จะให้หดเหลือ 1 เลน ซึ่งการเข้าซ้ายในขณะนั้นเป็นไปค่อนข้างลำบากเพราะด้วยหัวขบวนทำความเร็วกันประมาณ 30 ไม่เกิน 35 ทำให้ด้านหลังซึ่งเป็นกลุ่มจักรยานหลายๆ กลุ่มก็อยากจะขึ้นไปข้างหน้ากันทุกคน ทำให้ 1 เลนซ้ายแทบจะขี่คอกันปั่นเลยทีเดียว มีเกี่ยวกันบ้างเล็กน้อยในช่วงต้น แต่ไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ
ช่วงระยะทางก่อนถึงจุดพักที่ 1 ทางกลุ่มก็ทำความเร็วได้ค่อนข้างดี เพราะปั่นตามลมกันความเร็วอยู่ประมาณ 33-35 ค่อนข้างนิ่ง และแซงหลายๆ กลุ่มขึ้นไปพอสมควร พอถึงกลุ่มใหญ่เราก็ต้องชลอกันอีก จึงทำให้ค่อนข้างเหนื่อย เพราะจากความเร็ว 30-35 โดนตบลงมา 20-25 แล้วกระชากขึ้นไปใหม่เป็น 30-35 ค่อนข้างบ่อย พอใกล้ถึงจุดพักที่1 วัดเกตุฯ ทางกลุ่มคิดไว้ว่าถ้าเข้าจุดพัก 1 พร้อมกับกลุ่มใหญ่อาจจะได้พักไม่เต็มที่ เลยแวะพักที่ปั้ม ปตท ก่อนถึงจุดพัก ซึ่งก็ทำให้หลายคนได้ซื้อน้ำ ซื้อหมูปิ้ง ข้าวเหนียวเติมพลังกัน พอออกจากปั้มใกล้ถึง จุดพักที่ 1 ทางกลุ่มเริ่มเจอกับรถติด พอเข้าไปที่วัดก็เลยพักกันนิดหน่อยเพราะพักกันมาบ้างแล้ว ก็เริ่มปั่นออกตามกลุ่มนำขึ้นไป แต่ก็ต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ต้องชลอเป็นพักๆ ทำให้ทางกลุ่มเริ่มถอยมาด้านหลังเพราะไม่อยากเข้าไปอยู่ในกลุ่มใหญ่เพราะกลัวเกี่ยวกันล้มแล้วจะหมดสนุก ประจวบกับมีน้องในกลุ่มโซ่ตกเลยต้องหยุดกันชั่วคราว จึงทำให้กลุ่มตกมาอยู่ท้ายๆ ซึ่งก็ค่อนข้างดี เพราะกลุ่มใหญ่ๆ เริ่มแตกเป็นกลุ่มย่อยๆ บ้างแล้ว เห็นหลายคนถอดใจไปตั้งแต่จุดพักที่ 1 ยกรถขึ้นรถ Service พอมาอยู่ด้านหลังจนถึงแถวๆ ใกล้ ปั้ม ปตท คลองโคน ลมเริ่มเปลี่ยนทิศ จากตามลม เป็นทวนลม มันคือลมแบบเดียวกับที่ผม ปั่นคนเดียวคราวก่อน แต่คราวนี้ปั่นมากับกลุ่มก็พอจะโล่งใจไปได้บ้าง แต่พอลมเปลี่ยนทางหัวลากของกลุ่มก็ไม่ได้เปลี่ยนความเร็ว แต่เอาขาแรงของกลุ่มสลับไปลากทวนลม 35 จนมาถึงใกล้ๆ ปั้มบางจากก่อนถึงแยกวังมะนาว ผมตะโกนบอกหัวลากว่าไม่ไหวแล้ว เริ่มความเร็วกันเยอะเกินไปทำให้ผมซึ่งเป็นรถพับคนเดียวในกลุ่ม เปลืองแรงไปมากๆ แม้ว่าจะดูดติดคันหน้า (ระยะห่างไม่เกิน 1 ล้อหน้า) ก็เหมือนแทบไม่ได้ช่วยอะไรสำหรับตัวผม พอถึงปั้มบางจากก่อนถึงแยกวังมะนาว ทางกลุ่มจึงได้แวะพักอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมเองขณะนั้น แทบไม่ไหวแล้ว เพราะหัวใจเต้นขึ้นไปโซน 4 ตลอด (168) Garmin 510 ร้องเตือนตลอดจนน้องที่ขี่ข้างๆ ต้องมาถามว่าเป็นยังไงบ้าง พอพักกันได้สักประมาณ 15 นาที ระหว่างนั้นก็เช็คกับรถ Service (ส่วนตัว) ว่าทางจุดพักที่ 2 เป็นยังไงบ้าง ทางนั้นตอบกลับมาว่า กลุ่มใหญ่ยังไปไม่ถึง ทางกลุ่มเลยออกเดินทางกันต่อ
ผมเองก็ขับรถไปจากบ้านที่ถนนจันทน์ ข้ามไปฝั่งธนฯ ทางสะพานกรุงเทพฯ พอเลี้ยวเข้าถนนประชาอุทิศก็เริ่มเจอกับผู้คนที่ปั่นมางาน (เห็นแต่ไกลเพราะไฟติดรถจักรยาน) พอไปถึงที่งานประมาณ 6 โมง ฟ้ายังไม่สว่างดี เริ่มหาที่จอดรถด้านในและพร้อมกับเอาจักรยานลงจากรถมาเตรียมตัว กลุ่มผมเองยังมากันไม่ถึง เลยไปลงทะเบียนก่อนคนเดียว แล้วก็มารอกลุ่มที่หลังป้ายคณะวิศวะกรรม
ระหว่างนั้นมีฝรั่ง 3 คนมาขอเข้ากลุ่มและฝากเป้และของต่างเพื่อขึ้นรถ Service (ส่วนตัว) ของผม คนนึงมาจากฝรั่งเศสชื่อ Rene (เรเน่) ปั่นเสือหมอบ (คนๆนี้ขาแรงมากๆ) อีกคนปั่นเสือภูเขา (เค้าบอกว่าตัวเองไม่ค่อยได้ปั่น ใส่เสื้อยืดกางเกงธรรมดา แต่ปั่นจบ) อีกคนคือ ยานิส (ฝรั่งใช้ TT ราคาร่วม 5 หลักปลายๆ) ซึ่งเป็นขาประจำมาปั่นกับกลุ่ม Bike-Thailand ซึ่งก็ได้ขอเบอร์โทรศัพท์และตรวจของในเป้ที่จะฝากไปว่ามีของผิดกฏหมายหรือไม่ และฝากกับรถ Service เป็นที่เรียบร้อย
ตอนไปลงทะเบียนเจอคุณ Bird จากร้าน Bird-Bike เข้ามาทักทายเพราะคงเห็นเป็นรถพับเหมือนกัน (ขออภัยคุณ Bird ด้วยนะครับ จำไม่ได้ขณะนั้นจริงๆ เนื่องจากชุดปั่น) พอเวลาประมาณ 7:30 ทางพิธีกร ก็เริ่มเรียกกลุ่มหัวลากมารวมตัวและเริ่มทำพิธีและจัดแถวเพื่อที่จะปล่อยตัว พอเวลาประมาณ 8:00 หลังจากยืนเคารพธงชาติ ทางผู้จัดก็เริ่มทยอยปล่อยตัวออกกันไป ผ่านไปประมาณ 6 นาที (ผมอยู่ท้ายๆ) จึงเริ่มออกตัว ซึ่งขณะเคลื่อนตัวไปทาง Staff ได้ตะโกนบอกว่า กลุ่มหน้าได้ไปถึงแยกกิโล 9 และได้เร่งให้กลุ่มหลังเร่ง Speed ตามกลุ่มหน้า ขณะปั่นออกจากถนนประชาอุทิศ ก็ออกตัวกันด้วยความเร็วแค่ประมาณ 25 ไปเรื่อยๆ พอเลี้ยวซ้ายออกจากถนนประชาอุทิศทางกลุ่ม Bike-Thailand ก็เริ่มเกาะกลุ่มเรียงแถว 2 แถวเพื่อที่จะ Start ทำความเร็วมเพื่อให้ทันกลุ่มหน้า จากความเร็ว 25 ค่อยๆ เพิ่มไปเรื่อยๆ เป็น 30-33
พอเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระราม 2 ทางหัวลากก็เพิ่มความความเร็วมากขึ้นเป็น 35-37 ซึ่งมาตามมาถึงกลุ่มใหญ่ตอนเลยสะพานวงแหวนไปสักประมาณ 3-4 กิโลก่อนถึงซอยวัดพันท้ายฯ ตอนแรกๆ ผมเข้าใจว่าทางผู้จัดได้จัดให้ 1 เลนซ้ายมือไว้เพื่อผู้ปั่นจักรยาน แต่พอถึงเวลาจริงๆ เริ่มแรกๆ กลุ่มยังจับกันเป็นกลุ่มใหญ่ ทำให้กินเลนไป 2 เลน เหลือถนนให้รถวิ่งกัน 1 เลน ทาง Marshall ได้ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาให้บอกให้เข้าซ้ายเพื่อที่จะให้หดเหลือ 1 เลน ซึ่งการเข้าซ้ายในขณะนั้นเป็นไปค่อนข้างลำบากเพราะด้วยหัวขบวนทำความเร็วกันประมาณ 30 ไม่เกิน 35 ทำให้ด้านหลังซึ่งเป็นกลุ่มจักรยานหลายๆ กลุ่มก็อยากจะขึ้นไปข้างหน้ากันทุกคน ทำให้ 1 เลนซ้ายแทบจะขี่คอกันปั่นเลยทีเดียว มีเกี่ยวกันบ้างเล็กน้อยในช่วงต้น แต่ไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ
ช่วงระยะทางก่อนถึงจุดพักที่ 1 ทางกลุ่มก็ทำความเร็วได้ค่อนข้างดี เพราะปั่นตามลมกันความเร็วอยู่ประมาณ 33-35 ค่อนข้างนิ่ง และแซงหลายๆ กลุ่มขึ้นไปพอสมควร พอถึงกลุ่มใหญ่เราก็ต้องชลอกันอีก จึงทำให้ค่อนข้างเหนื่อย เพราะจากความเร็ว 30-35 โดนตบลงมา 20-25 แล้วกระชากขึ้นไปใหม่เป็น 30-35 ค่อนข้างบ่อย พอใกล้ถึงจุดพักที่1 วัดเกตุฯ ทางกลุ่มคิดไว้ว่าถ้าเข้าจุดพัก 1 พร้อมกับกลุ่มใหญ่อาจจะได้พักไม่เต็มที่ เลยแวะพักที่ปั้ม ปตท ก่อนถึงจุดพัก ซึ่งก็ทำให้หลายคนได้ซื้อน้ำ ซื้อหมูปิ้ง ข้าวเหนียวเติมพลังกัน พอออกจากปั้มใกล้ถึง จุดพักที่ 1 ทางกลุ่มเริ่มเจอกับรถติด พอเข้าไปที่วัดก็เลยพักกันนิดหน่อยเพราะพักกันมาบ้างแล้ว ก็เริ่มปั่นออกตามกลุ่มนำขึ้นไป แต่ก็ต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ต้องชลอเป็นพักๆ ทำให้ทางกลุ่มเริ่มถอยมาด้านหลังเพราะไม่อยากเข้าไปอยู่ในกลุ่มใหญ่เพราะกลัวเกี่ยวกันล้มแล้วจะหมดสนุก ประจวบกับมีน้องในกลุ่มโซ่ตกเลยต้องหยุดกันชั่วคราว จึงทำให้กลุ่มตกมาอยู่ท้ายๆ ซึ่งก็ค่อนข้างดี เพราะกลุ่มใหญ่ๆ เริ่มแตกเป็นกลุ่มย่อยๆ บ้างแล้ว เห็นหลายคนถอดใจไปตั้งแต่จุดพักที่ 1 ยกรถขึ้นรถ Service พอมาอยู่ด้านหลังจนถึงแถวๆ ใกล้ ปั้ม ปตท คลองโคน ลมเริ่มเปลี่ยนทิศ จากตามลม เป็นทวนลม มันคือลมแบบเดียวกับที่ผม ปั่นคนเดียวคราวก่อน แต่คราวนี้ปั่นมากับกลุ่มก็พอจะโล่งใจไปได้บ้าง แต่พอลมเปลี่ยนทางหัวลากของกลุ่มก็ไม่ได้เปลี่ยนความเร็ว แต่เอาขาแรงของกลุ่มสลับไปลากทวนลม 35 จนมาถึงใกล้ๆ ปั้มบางจากก่อนถึงแยกวังมะนาว ผมตะโกนบอกหัวลากว่าไม่ไหวแล้ว เริ่มความเร็วกันเยอะเกินไปทำให้ผมซึ่งเป็นรถพับคนเดียวในกลุ่ม เปลืองแรงไปมากๆ แม้ว่าจะดูดติดคันหน้า (ระยะห่างไม่เกิน 1 ล้อหน้า) ก็เหมือนแทบไม่ได้ช่วยอะไรสำหรับตัวผม พอถึงปั้มบางจากก่อนถึงแยกวังมะนาว ทางกลุ่มจึงได้แวะพักอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมเองขณะนั้น แทบไม่ไหวแล้ว เพราะหัวใจเต้นขึ้นไปโซน 4 ตลอด (168) Garmin 510 ร้องเตือนตลอดจนน้องที่ขี่ข้างๆ ต้องมาถามว่าเป็นยังไงบ้าง พอพักกันได้สักประมาณ 15 นาที ระหว่างนั้นก็เช็คกับรถ Service (ส่วนตัว) ว่าทางจุดพักที่ 2 เป็นยังไงบ้าง ทางนั้นตอบกลับมาว่า กลุ่มใหญ่ยังไปไม่ถึง ทางกลุ่มเลยออกเดินทางกันต่อ
- wuwu
- สมาชิก
- โพสต์: 75
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2012, 22:08
Re: รถพับ กับระยะทาง 300 กิโลเมตรใน 1 วัน
พอออกจากปั้มบางจาก เราก็มาเจอกับรถติดอีกครั้งแถวๆ ก่อนถึงแยกวังมะนาว พอเลี้ยวซ้ายแยกวังมะนาวมุ่งหน้าจุดพักที่ 2 เขาย้อย ลมก็เปลี่ยนทิศ แต่ความเร็วของกลุ่มก็ไม่ได้ลดลงมาก เหลือ 30-33 เพราะลมปะทะด้านข้าง จนกระทั่งถึงจุดพักที่เขาย้อย ทางกลุ่มก็แวะเข้าไปจุดพักและตัวสินใจออกมาทานอาหารด้านนอกเพราะดูแล้วทางกลุ่มอยากพักแบบพักทานข้าวกันสบายๆ เลยส่งรถ Service ออกไปหาร้านนั่งด้านนอก เลยจากจุดพักที่ 2 ไปประมาณ 2 กิโลนิดๆ เราก็ได้เจอกับร้านข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยวเป็ด ซึ่งค่อนข้างโอเค เพราะมีห้องแอร์ให้นั่งพักกันอย่างสบายๆ พอทานข้าวกันเสร็จออกมาเซ็ตรถ อากาศช่วงบ่ายเริ่มร้อนมากขึ้น หลายคนเริ่มเอาผ้าบัฟมาครอบหัวกันเป็นไอ้โม่ง ช่วง 10 กิโลแรกก็ปั่นกันไปแบบให้อาหารย่อยกันเล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 28-30 แต่พอพ้นโค้งที่จะเข้าเพชรบุรี ลมเปลี่ยนเป็นลมส่งจากท้าย ความเร็วของกลุ่มก็ค่อยๆ เพิ่มเป็น 30-35 จนบางช่วงมีไปแตะๆ กันที่ 37-38 กันบ้างเล็กน้อย แต่ท้ายขบวนเริ่มแปลกใจ ตะโกนบอกให้หัวลากเพิ่มความเร็ว เพราะด้านหลังปั่นอยู่แค่ 30-32 แต่หัวลากในตอนนั้นปั่นกันอยู่ประมาณ 33-35 เลยมีการเปลี่ยนหัวลากกันอีกเล็กน้อย เพราะลมส่งท้ายทำให้กลุ่มเริ่มทำความเร็วได้เรื่อยๆ แต่ด้วยอากาศที่ร้อนขณะปั่นผ่านและแซงหลายๆ คนไป ก็เห็นหลายๆ ท่านไม่ไหวบ้าง จอดพักกันตามใตัสะพานลอยบ้าง แต่ด้วยความร้อนก็ทำให้รถหลายคนไม่ไหวกันบ้าง ส่วนกลุ่ม Bike-Thailand ได้แวะจอดพัก อีก 1 ครั้งก่อนถึงที่จุดพักที่ 3 ตอนนั้นหลายๆ กลุ่มก็จอดพักก่อนถึงเช่นกัน
พอปั่นเลยจากจุดพักที่ 3 กำลังเข้าสู่ชะอำ ทางกลุ่มก็มาพักอีกครั้งที่ปั้มบางจากก่อนถึงชะอำ ผมเองโทรเช็คกับทางรถ Service (ส่วนตัว) ว่าทางกลุ่มใหญ่อยู่ถึงไหนแล้ว รถ Service ผมบอกทางนู้นยังไม่ถึงอุโมง แต่คุยไปไม่นานกลุ่มใหญ่ก็ถึงชะอำกันเรียบร้อยในขณะที่ในกลุ่ม Bike-Thailand กำลังจะเข้าชะอำ ด้วยลมที่ส่งท้ายมาเรื่อยๆ ทำให้กลุ่มสามารถยืนความเร็วกันได้ที่ 35 นิ่งๆ กระโดดเป็น 37 บ้างในบางจังหวะ แต่ก็ไม่ทำให้เหนื่อยมาก พอใกล้ๆ 4 โมงทางกลุ่มก็พ้นอุโมงมาแล้วมาถึงหัวหิน ตอนประมาณ 4 โมงกว่าๆ พร้อมๆ กับพี่ที่ ปั่นจักรยานด้วยมือ ทางกลุ่มจึงขอถ่ายรูปด้วย
พอมาถึงที่งานผมก็เริ่มโทรหา รถ Service (ส่วนตัว) จึงได้พบกับความจริงที่น่าตกใจมาก คือ ฝรั่งที่ชื่อ Rene มาถึงหัวหินตั้งแต่เวลาประมาณ บ่าย 3 โมงกว่าๆ เพราะตอนเกือบๆ 4 โมงเค้าโทรหารถ Service เพื่อที่จะนัดเจอแล้วเอากระเป๋า รถ Service มาถึงที่หลังวังประมาณ 4 โมงทาง Rene ได้กลับบ้าน (แฟน) อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ตัวหอม เดินทางมารับกระเป๋าเรียบร้อย ส่วนยานิส รายนั้นมาถึงตั้งแต่ บ่าย 3 นิดหน่อยเช่นกัน และฝรั่งอีกคนที่ปั่นเสือภูเขาก็มาถึงแล้วเช่นกัน
เนื่องจากไมล์ผมค่อนข้างแข็งทำให้ได้ระยะที่ 180 กว่าโลแต่ท่านอื่นๆ ในกลุ่มได้ระยะกันไม่ประมาณ 190 กว่าโล ผมเองก็เดินไปรับกระป๋องเป็นที่ระลึกแล้วก็วานให้น้องๆ ในกลุ่มถ่ายรูปให้ ตอนนั้นความรู้สึกหายเหนื่อยครับพอถึงจุดหมาย ปิดไมล์ถอดปลอกแขนปลอกขา เอารถเก็บขึ้นรถ Service และเปลี่ยนเป็นผู้ขับรถ Service แทน ตอนแรกว่าจะเข้าไปโรงแรมเลย แต่ทางกลุ่มอยากไปทานอาหารที่เขาตะเกียบ เลยต้องปั่นกันไปอีกประมาณเกือบๆ 10 โลถึงริมทะเลเราก็จับกลุ่มถ่ายรูปรวม ฟ้ามืดเรียบร้อย พักทานอาหารกันอย่างสนุกสนาน ริมทะเล พอถึงเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ก็เรียกรถ 2 แถวมาแพ๊คของขึ้นรถกัน มีพี่ในกลุ่มอีก 2 คันก่อนหน้านี้ไปปั่นกับไปกรุงเทพ ด้วย (โหดมากๆ) ร่วมๆ 400 กิโลได้ ได้ข่าวว่า ถึงกรุงเทพกันตอนตี 4
ส่วนผมเองก็ขับรถกลับมานอนที่โรงแรมแถวๆ ชะอำ พักผ่อนและเป็นสุขกับทริปนี้มาก เพราะได้พิชิตสิ่งที่ตัวเองอยากทำมานานเป็นปี พอกลับมากรุงเทพ ผมลองเปิดสถิติที่ไมล์ขึ้นมาดูตอนวันจันทร์เย็นๆ ตกใจมาก เพราะได้ AV 29 ซึ่งไม่เคยได้มาก่อนในระยะแบบนี้ ตอนปั่นเดี่ยวๆ ได้ AV อย่างมากก็ 25 และก็ไม่ได้ระยะขนาดนี้ด้วย ทำให้ผมรู้ว่าการปั่นเป็นกลุ่มเพิ่ม AV ได้เยอะมากๆ แต่ได้ AV ขนาดนี้เพราะคนอื่นบังลมให้ ก็เลยมีความรู้สึกว่า เราเองต้องทำให้ เพราะหัวลากก็ลากให้เรามาได้ขนาดนี้
ทริปของผมครั้งต่อไปจะไป 300 กิโลอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้จะเป็นการปั่นไป-กลับ กรุงเทพ-ชะอำ วันที่ 25 มกราคมนี้ (ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด) และได้ผู้ร่วมทางที่ดีอีก 2 ท่าน ท่านนึงเป็นผู้มีประสบการณ์ปั่นไปกลับ กรุงเทพ-หัวหิน ใน 1 วันมาหลายครั้งอีกท่านเป็นผู้หญิงที่ปั่นระยะไกลได้แบบสบายๆ แต่ครั้งหน้าความเร็วจะไปกันแบบสบายที่ 25-30 เท่านั้น เพราะอยากปั่นสบายๆ เก็บระยะทางกันไปแบบไม่รีบร้อน ขอบคุณทุกท่านที่อ่านกันจนถึงตรงนี้ ยังไงผมจะค่อยๆ up รูปขึ้นมาเรื่อยๆ นะครับ หรือถ้า 25 มกรา ท่านใดสนใจไปด้วยกันก็ยินดีนะครับ (หลังไมล์มากันได้)
พอปั่นเลยจากจุดพักที่ 3 กำลังเข้าสู่ชะอำ ทางกลุ่มก็มาพักอีกครั้งที่ปั้มบางจากก่อนถึงชะอำ ผมเองโทรเช็คกับทางรถ Service (ส่วนตัว) ว่าทางกลุ่มใหญ่อยู่ถึงไหนแล้ว รถ Service ผมบอกทางนู้นยังไม่ถึงอุโมง แต่คุยไปไม่นานกลุ่มใหญ่ก็ถึงชะอำกันเรียบร้อยในขณะที่ในกลุ่ม Bike-Thailand กำลังจะเข้าชะอำ ด้วยลมที่ส่งท้ายมาเรื่อยๆ ทำให้กลุ่มสามารถยืนความเร็วกันได้ที่ 35 นิ่งๆ กระโดดเป็น 37 บ้างในบางจังหวะ แต่ก็ไม่ทำให้เหนื่อยมาก พอใกล้ๆ 4 โมงทางกลุ่มก็พ้นอุโมงมาแล้วมาถึงหัวหิน ตอนประมาณ 4 โมงกว่าๆ พร้อมๆ กับพี่ที่ ปั่นจักรยานด้วยมือ ทางกลุ่มจึงขอถ่ายรูปด้วย
พอมาถึงที่งานผมก็เริ่มโทรหา รถ Service (ส่วนตัว) จึงได้พบกับความจริงที่น่าตกใจมาก คือ ฝรั่งที่ชื่อ Rene มาถึงหัวหินตั้งแต่เวลาประมาณ บ่าย 3 โมงกว่าๆ เพราะตอนเกือบๆ 4 โมงเค้าโทรหารถ Service เพื่อที่จะนัดเจอแล้วเอากระเป๋า รถ Service มาถึงที่หลังวังประมาณ 4 โมงทาง Rene ได้กลับบ้าน (แฟน) อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ตัวหอม เดินทางมารับกระเป๋าเรียบร้อย ส่วนยานิส รายนั้นมาถึงตั้งแต่ บ่าย 3 นิดหน่อยเช่นกัน และฝรั่งอีกคนที่ปั่นเสือภูเขาก็มาถึงแล้วเช่นกัน
เนื่องจากไมล์ผมค่อนข้างแข็งทำให้ได้ระยะที่ 180 กว่าโลแต่ท่านอื่นๆ ในกลุ่มได้ระยะกันไม่ประมาณ 190 กว่าโล ผมเองก็เดินไปรับกระป๋องเป็นที่ระลึกแล้วก็วานให้น้องๆ ในกลุ่มถ่ายรูปให้ ตอนนั้นความรู้สึกหายเหนื่อยครับพอถึงจุดหมาย ปิดไมล์ถอดปลอกแขนปลอกขา เอารถเก็บขึ้นรถ Service และเปลี่ยนเป็นผู้ขับรถ Service แทน ตอนแรกว่าจะเข้าไปโรงแรมเลย แต่ทางกลุ่มอยากไปทานอาหารที่เขาตะเกียบ เลยต้องปั่นกันไปอีกประมาณเกือบๆ 10 โลถึงริมทะเลเราก็จับกลุ่มถ่ายรูปรวม ฟ้ามืดเรียบร้อย พักทานอาหารกันอย่างสนุกสนาน ริมทะเล พอถึงเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ก็เรียกรถ 2 แถวมาแพ๊คของขึ้นรถกัน มีพี่ในกลุ่มอีก 2 คันก่อนหน้านี้ไปปั่นกับไปกรุงเทพ ด้วย (โหดมากๆ) ร่วมๆ 400 กิโลได้ ได้ข่าวว่า ถึงกรุงเทพกันตอนตี 4
ส่วนผมเองก็ขับรถกลับมานอนที่โรงแรมแถวๆ ชะอำ พักผ่อนและเป็นสุขกับทริปนี้มาก เพราะได้พิชิตสิ่งที่ตัวเองอยากทำมานานเป็นปี พอกลับมากรุงเทพ ผมลองเปิดสถิติที่ไมล์ขึ้นมาดูตอนวันจันทร์เย็นๆ ตกใจมาก เพราะได้ AV 29 ซึ่งไม่เคยได้มาก่อนในระยะแบบนี้ ตอนปั่นเดี่ยวๆ ได้ AV อย่างมากก็ 25 และก็ไม่ได้ระยะขนาดนี้ด้วย ทำให้ผมรู้ว่าการปั่นเป็นกลุ่มเพิ่ม AV ได้เยอะมากๆ แต่ได้ AV ขนาดนี้เพราะคนอื่นบังลมให้ ก็เลยมีความรู้สึกว่า เราเองต้องทำให้ เพราะหัวลากก็ลากให้เรามาได้ขนาดนี้
ทริปของผมครั้งต่อไปจะไป 300 กิโลอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้จะเป็นการปั่นไป-กลับ กรุงเทพ-ชะอำ วันที่ 25 มกราคมนี้ (ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด) และได้ผู้ร่วมทางที่ดีอีก 2 ท่าน ท่านนึงเป็นผู้มีประสบการณ์ปั่นไปกลับ กรุงเทพ-หัวหิน ใน 1 วันมาหลายครั้งอีกท่านเป็นผู้หญิงที่ปั่นระยะไกลได้แบบสบายๆ แต่ครั้งหน้าความเร็วจะไปกันแบบสบายที่ 25-30 เท่านั้น เพราะอยากปั่นสบายๆ เก็บระยะทางกันไปแบบไม่รีบร้อน ขอบคุณทุกท่านที่อ่านกันจนถึงตรงนี้ ยังไงผมจะค่อยๆ up รูปขึ้นมาเรื่อยๆ นะครับ หรือถ้า 25 มกรา ท่านใดสนใจไปด้วยกันก็ยินดีนะครับ (หลังไมล์มากันได้)
- wuwu
- สมาชิก
- โพสต์: 75
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2012, 22:08
Re: รถพับ กับระยะทาง 300 กิโลเมตรใน 1 วัน (Update ทริป กรุงเทพ-หัวหิน)
ถ้าใครใช้ Garmin อยากเห็นการเดินทางเต็มแวะไปทักทาย ดูกันได้ที่ Link นี้นะครับ
http://connect.garmin.com/profile/apinun.nun
http://connect.garmin.com/profile/apinun.nun
- ไฟล์แนบ
-
- รูปถ่าย ณ จุด Finish
- 20140112_164718.jpg (54.08 KiB) เข้าดูแล้ว 300 ครั้ง
-
- รูปถ่าย ณ จุด Start
- 20140112_064744.jpg (78.33 KiB) เข้าดูแล้ว 300 ครั้ง
-
- บทสรุป 1
- 20140113_191115.jpg (77.5 KiB) เข้าดูแล้ว 300 ครั้ง
-
- บทสรุป 2
- 20140113_191128.jpg (60.51 KiB) เข้าดูแล้ว 300 ครั้ง
-
- บทสรุป 3
- 20140113_191135.jpg (52.92 KiB) เข้าดูแล้ว 300 ครั้ง
- wuwu
- สมาชิก
- โพสต์: 75
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2012, 22:08
Re: รถพับ กับระยะทาง 300 กิโลเมตรใน 1 วัน (Update ทริป กรุงเทพ-หัวหิน)
รูปเพิ่มเติม
- ไฟล์แนบ
-
- หมายเลขลงทะเบียน
- 1389579780797.jpg (13.55 KiB) เข้าดูแล้ว 300 ครั้ง
-
- รวมกลุ่มก่อน Start
- 1389579799560.jpg (27.8 KiB) เข้าดูแล้ว 300 ครั้ง
-
- ฝรั่ง Rene
- 1389579761155.jpg (21.55 KiB) เข้าดูแล้ว 300 ครั้ง
-
- รูประหว่างทาง 1
- 1389742286143.jpg (78.2 KiB) เข้าดูแล้ว 300 ครั้ง
-
- รูประหว่างทาง 2
- 1389844410469.jpg (20.61 KiB) เข้าดูแล้ว 300 ครั้ง
- barts
- ขาประจำ
- โพสต์: 2049
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2008, 21:09
- Bike: Tyrell FSX,Cervelo R3,Brompton S6L
Re: รถพับ กับระยะทาง 300 กิโลเมตรใน 1 วัน (Update ทริป กรุงเทพ-หัวหิน)
สุดยอดคับปั่นรถพับเฟรมอลูปั่นได้ไกลขนาดนี้
แก้ไขล่าสุดโดย barts เมื่อ 13 ก.พ. 2014, 05:53, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
*** ปั่นด้วยกันกับเพื่อนๆ กลุ่ม Freedom Bike ครับ ***
- mornas
- สมาชิก
- โพสต์: 37
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2013, 20:59
- Tel: 0899619739
- Bike: bianchi nirone7