ขอเอาใจช่วย จขกท ที่มีความมุ่งมั่นอยากจะเป็นโปรจักรยานให้ได้นะครับ
แต่หนทางนั้นยังอีกยาวไกลและยังมีอุปสรรคมากมายนัก อย่างไรก็ขอเอาใจช่วย
ต่อไปเป็นข้อแนะนำเล็กๆน้อยๆสำหรับหนทางสู่การเป็นโปรนะครับ สั่งสมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่สะสมและได้สัมผัสมา
อ่านดูแล้วอยากให้ฮึดสู้และอย่าท้อนะครับ
หาความถนัดให้เจอครับ
อยากจะเป็นโปรแบบไหนขี่ถนนขี่ลู่ ตัวสปรินทร์ ขึ้นเขา หรือไทม์ไทร์? หาตัวเองให้เจอครับ ความถนัด สิ่งที่เราอยากเป็น
มันก็ไม่แน่นะครับถ้าเราอยากจะเป็นตัวสปริทร์แล้วมาพบตัวเองทีหลังว่าขี่ไทม์ไทรดีได้
เรื่องแบบนี้มันจะเป็นไปเองเมื่อถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสมครับ
แต่ก่อนจะเริ่มทำอะไรก็ตามค้นหาตัวเราให้เจอและพยายามเป็นให้ได้อย่างที่อยากจะเป็นนะครับ
ต่อด้วยการเพิ่มสมรรถภาพให้่ร่างกาย
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่ากีฬาจักรยานไม่ใช่กีฬาที่จะบ้าซ้อมๆๆๆๆๆ ยิ่งซ้อมมากยิ่งเก่งมากได้นะครับ
แต่จักรยานเป็นกีฬาที่ต้องใช้การวางแผนให้เป็นระบบและใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์การกีฬาสูงมากๆ
ตัดเรื่องพรสวรรค์หรือพันธุกรรมออกไปก่อนนะครับตรงนี้....
สัดส่วนของการฝึกซ้อม โภชนาการ การพักผ่อน เป็นเรื่องสำคัญมากๆครับไม่แพ้กันเลย
การตะบี้ตะบันซ้อมโดยไม่ใส่ใจเรื่องโภชนาการ รวมทั้งการพักผ่อนก็ไม่ต่างอะไรจากการทรมาณร่างกายครับ
เราอาจรู้สึกว่าร่างการแข็งแรงมากขึ้น ฟิตมากขึ้นเมื่อได้ซ้อมหนักๆ แต่เวลาแข่งขันอาจจะทำอะไรไม่ได้เลยก็ได้
อันนี้ประสบการณ์โดยตรงที่เคยสัมผัสกับนักกีฬาระดับแชมป์โลกมานะครับ เค้าให้ความสำคัญกับโภชนาการอาหาร และการพักผ่อนมากๆ
จะซ้อมไปแข่งเทินร์โปรซ้อมอย่างมากวันละไม่เกิน 6ชม ผมว่าก็เพียงพอละครับ
แต่ไม่ใช่ว่าต้องซ้อมหนักทุกวัน เรื่องแบบนี้ต้องมีโค้ช นักโภชนาการ หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาคอยแนะนำ...อันนี้ตัวอย่างจากระดับโลกครับ
ตอนนี้มีไม่ครบไม่เป็นไร
การซ้อมต้องมีแบบแผนและที่สำคัญมากๆๆเลยก็คือความสนุก ความสุขในการขี่จักรยานครับ เน้นตัวโตๆครับ
ความสุขในการขี่จักรยานการขี่จักรยานด้วยหัวใจ ด้วยใจรัก เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกเลยครับที่จะบอกได้ว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหน
การฝึกซ้อมไม่ได้จำกัดแค่ว่าจะไปขี่จักรยานเปลี่ยนชุดใส่หมวกใส่รองเท้าแล้วออกไปปั่นๆ4-5ชั่วโมงกลับมาแล้วก็จบนะครับ
การใช้จักรยานเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ใช้จนมันเป็นส่วนหนึงในชีวิตของเราเป็นเรื่องสำคัญครับ
เท่าที่เคยเห็นมาไม่ว่าจะนักกีฬาทีมชาติ หรือทีมสโมสร ช่วงเก็บตัวซ้อมหนักๆ 100ทั้ง100 ครับต้องเคยมีการเบื่อ ไม่อยากขี่จักรยาน บ้าง
การซ้อมไปวันๆเพราะถูกบังคับ เหมือนกับการซ้อมให้จบไปวันๆ ไม่ได้ทำให้เก่งขึ้นมากอย่างที่ควรจะเป็นครับ
การมีกลุ่มมีเพื่อนซ้อมมันช่วยตรงนี้ด้วยส่วนหนึ่งครับ การมีเพื่อนคุยเพื่อนขี่ทำให้เรามีความสุขความเพลิดเพลินในการขี่ มีคู่แข่ง มีความท้าทาย
การเปลี่ยนสถานที่ฝึกซ้อมก็มีส่วนสำคัญสำหรับกระตุ้นการอยากขี่จักรยานด้วยเช่นกัน ...อ่านถึงตรงนี้คงนึกออกว่าทำไมทีมโปรต่างๆต้องมีการทำ ค่ายฝึกซ้อมตามที่ต่างๆทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ สร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต้อการฝึกซ้อมนั่นเองครับ(ไม่รวมการฝึกซ้อมบนที่สูงหรือ altitude training นะครับ) ลองจินตนาการว่าเราสามารถออกไปขี่จักรยาน"
ทั้งวัน"ทุกวันได้อย่างมีความสุขไหมนะครับ
อยากเป็นนักกีฬาระดับโปรมันก็ต้องพยายามกันหน่อยไม่ได้เป็นกันง่ายๆนะครับ
สรุปตรงนี้ขอให้ขี่จักรยานทุกวันนะครับ ไม่จำเป็นว่าต้องซ้อมทุกวัน ขอให้ขี่ด้วยใจรัก มีความสุขกับมัน และมีโค้ชคอยแนะนำนะครับ
แข่งบ่อยๆครับ อยากแข็งแกร่งต้องแข่งบ่อยๆ
กีฬาจักรยานไม่เหมือนกีฬาบางประเภทนะครับที่เราซุ่มฝึกกำลังภายในอยู่ถ้ำแล้วออกมาโชว์วิทยายุทธขั้นเทพได้
อยากพัฒนามันต้องแข่งบ่อยๆครับ
แข่งมากๆ อาจจะแข่งขันในประเภทที่เราไม่ถนัดก็ได้ถือเป็นการหาประสบการณ์ครับ การแข่งบ่อยๆจะทำให้เราได้เรียนรู้จากคู่แข่ง ได้เทียบฝีมือกับคู่แข่งขัน ได้แลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์กับคนอื่นๆ การลองผิดลองถูก
การได้พูดคุยกับคนอื่นๆเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เราเกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองครับ เวลาไปแข่งที่ไหนก็พยายามมี"เพื่อน"ไว้มากๆแล้วกันนะครับ มีเพื่อนมากๆก็สนุกมากจริงไหมครับ
แต่เรื่องการแข่งบ่อยๆนี่เองจะทำให้เราสิ้นเปลืองงบประมาณค่อนข้างมากครับ เพราะต้องมีค่าเดินทางที่พัก ค่ากินค่าอยู่อีกจิปาถะ
สรุปพยายามแข่งมากๆแข่งให้บ่อยๆมีเพื่อนมากๆ เป้าหมายความเป็นโปรก็จะใกล้เ้ข้ามาครับ
ตั้งลำดับเส้นทางเดินให้ชัดเจน
ถ้าในเมืองไทยแล้วการได้ติดทีมชาติ ถือเป็นโอกาสอันดีครับที่จะเปิดประตูเราสู่โลกกว้าง แต่ในเมืองไทยคนเก่งๆหลายๆคนที่ไม่ได้ติดทีมชาติก็มีอยู่เยอะนะครับ
สำหรับการเริ่มต้นมันก็ต้องมาจากการแข่งขันบ่อยๆครับ คนรู้จักเรามาก เราก็มีโอกาสเติบโตครับ
อาจจะเริ่มจากทีมเล็กๆท้องถิ่น ทีมจังหวัด หรือแบบข้ามขั้นก็พยายามแข่งคิงส์คัพ ของสมาคมให้ได้อันดับดีๆ อาจจะไม่ชนะแต่ถ้ามีความแข็งแรง มีศักยภาพก็อาจได้เรียกเป็นทีมชาติได้นะครับ
แต่..เนื่องจากกีฬาจักรยานไม่ใช่กีฬาฮิตมากๆในประเทศไทย โอกาสที่ติดทีมชาติแล้วจะได้ไปแข่งต่างประเทศเพื่ือโชว์ฟอร์มบ่อยๆ ให้ทีมต่างชาติืสนใจเป็นเรื่องที่ลำบากมากๆครับ ยกเว้นว่าได้เหรียญระดับซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ขึ้นมาแบบนั้นโอกาสรุ่งมีสูงครับ
สำหรับรายการแข่งขันอื่นๆเช่นชิงแชมป์เอชีย หรือชิงแชมป์โลกบี เป็นอะไรที่ยากมากๆเพราะแค่ในเอเชีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อิหร่านไม่รวมพวกฝรั่งคาซัค ทำให้ระดับการแข่งขันสูงมากครับ
อันที่จริงแล้วถ้าร่างกายเราแข็งแรงมีศักยภาพในเมืองไทยไม่เป็นสองรองใคร มีบุคคลหลายคนในเมืองไทยที่สามารถ"
แนะนำ"เราให้กับทีมอาชีพ หรือกึ่งอาชีพในต่างประเทศได้นะครับซึ่งถ้าโชคดีจริงๆความเป็นโปรมันจะเริ่มตรงนี้แหละครับ

(บุคคลที่ว่าดังกล่าวมีใครบ้างต้องลองเลียบๆเคียงๆถามเอาในเวปบอร์ดนี้ได้ครับ แต่มีจริงๆนะเอ้อ ไม่ได้ล้อเล่น

)
อาจจะเิริ่มจากการเป็นตัวสำรอง มีโอกาสได้ไปฝึกซ้อมและแข่งขันที่ยุโรป ถือว่าอนาคตเริ่มสดใสละครับ
เมื่อได้เข้าไปอยู่ในทีมกึ่งอาชีพ ทีมสโมสรระดับนานาชาติ หรือทีมอาชีพแล้ว เราต้องพยายามต่อไปให้มากกว่าที่เคยทำมาถึงตรงนี้อีกเป็น100เท่าครับ

ต้องพยายามเป็นทีมลีดเดอร์ หรือมีโอกาสเอาชนะบ้างในระดับอาชีพหรือในระดับมาตราฐานของยุโรป
แต่ถ้าเป็นเด็กส่งน้ำในทีมอยู่ตลอดโอกาสจะได้คอนแท๊คจากทีมยุโรปมีน้อยมากครับ

อ่านถึงตรงนี้นึกถึงทีมจักรยานอาชีพของญี่ปุ่นเลยนะครับ
สมาคมจักรยานของญี่ปุ่นสนับสนุนให้ญี่ปุ่นมีทีมจักรยานอาชีพมากๆ เพื่อที่จะมีการแข่งขันกันเองมากๆ มีการจ้างนักกีฬาต่างประเทศมาร่วมทีม และมีการพาทีมไปแข่งถึงยุโรป
ทั้งหมดทั้งมวลนี้เพื่อส่งให้คนญี่ปุ่นไปถึง TOUR DE FRANCE ได้ตามฝันและก็สำเร็จแล้วในวันนี้ครับ วันที่เบ๊บปุ และยูกิยะ เข้าเส้นชัยที่ปารีสในทัวร์ปี2009 ไม่กี่วันนี้เอง

เกาหลี และจีน มีนักกีฬาเก่งๆเยอะ
แต่ระบบทีมตรงนี้ยังสู้ญี่ปุ่นไม่ได้ครับ
อ้อลืมบอกไปในญี่ปุ่นนักกีฬาที่มีความแข็งแรง
ใกล้เคียงกับ เบ๊บปุ และ ยูกิยะ ยังมีอีกหลายสิบคนเลยนะครับ
สังเกตจากทีมชาติญี่ปุ่นเวลาส่งมาแข่งขันงานต่างๆในเอเชียจะมีนักกีฬาผลัดเปลี่ยนกันมาเรื่อยๆครับ แสดงถึงพื้นฐานความเข้มแข็งของกีฬาจักรยานในญี่ปุ่นครับ

แล้ววันนั้นก็จะมาถึงครับ เมื่อมีคอนแท๊คจากทีมโปรระดับ ดิวิชั่น1 หรือ2มา(ขอเรียกง่ายๆแบบนี้ก่อนนะครับจริงๆระบบมันมากกว่านี้)
หนทางไม่ใช่ไม่มีนะครับ ขอเอาใจช่วยสุดๆละกัน
แถมท้ายทางลัดง่ายๆ
ขี่จักรยานอยากชนะสมัยนี้มันต้องมีดีครับ ดีจริงๆ ยกตัวอย่างเช่นต้องขึ้นเขาแรงโครตๆๆๆๆๆ เวลาไปแข่งต่างประเทศได้โชว์หน้าออกกล้อง แล้วฟัดฝรั่งซะกระจุยแบบนั้นแจ่มมากครับ
ขี่ไทม์ไทร์ให้แรงๆแข่งระดับนานาชาติ งานไหนแข่งไทม์ไทร์ TOP10 ต้องมีชื่อเรา
สปริ๊ทร์ขั้นเทพ อันนี้ดูมาเลย์เลย เดี๋ยวนี้ที่มาเลเซียมีนักกีฬารุ่นใหม่ๆบ้าสปริ๊ทร์มากขึ้นเยอะ เพราะมีนักกีฬาสปริ๊ทร์ฝีเท้าระดับพระกาฬแข่งระดับชิงแชมป์โลก เลยเป็นแบบอย่างให้นักกีฬารุ่นหลังๆครับ ส่วนตัวคิดว่าถ้าสปริ๊นทร์เก่งมากๆติดอันดับต้นๆในการแข่ง นานาชาติบ่อยโอกาสก้าวหน้าก็มีสูง หากินได้มากครับ
ปล.เรื่องVO2max แนะนำว่าให้ลองวัดดูโดยปรึกษาผู้เชียวชาญเฉพาะด้านเพื่อลองวัดค่าใหม่ให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุดนะครับ ไม่ทราบในมหาวิทยาลัย มีคณะเกี่ยวกับสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือสุขภาพ ลองไปสอบถามดูอาจจะมีโอกาสได้ทดสอบแบบจริงจัง