โพสต์
โดย เสือโก๋หน้าวัง »
สำคัญที่สุด พวกที่ใช้จักรยานอยู่แล้ว ต้องตั้งใจที่จะจับแฮนด์ เอาตูดวางบนเบาะ แล้วปั่นไปทำงานครับ
ถ้าไม่มีการใช้เพื่อกิจกรรมในชีวิตประจำวันเหล่านี้ ก็ไร้ประโยชน์ที่จะมีสาธารณูปโภคสำหรับจักรยานใดๆครับ เพราะไม่รู้จะทำไว้ให้ใคร
ผมเองเริ่มจากที่ทำงานไม่มีอะไรให้เลย
ผมอยากได้ที่จอดที่ปลอดภัย ที่ทำงานไม่มีให้ ผมก็เอารถยนต์มาจอดทิ้งไว้ที่ทำงานเลย เอาไว้เก็บจักรยาน พร้อมเสื้อผ้าทำงานรีดแขวนไว้สำหรับ 1 อาทิตย์
ผมไม่มีที่อาบน้ำ ก็แวะอาบที่สวนรถไฟซึ่งอยู่ใกล้ๆ ต่อมาผมก็ขอให้หัวหน้าทำห้องน้ำให้ในบริษัท ก็ได้มา 1 ห้อง คนอื่นเห็นมีห้องน้ำ ก็ใช้จักรยานมาทำงานตามผม จนตอนนี้อาจต้องทำห้องที่สองเพิ่มแล้ว
ตึกเห็นผมปั่นจักรยานหาว่าเกะกะรถยนต์ ผมก็เขียนอีเมล์ร้องเรียนไปยังผู้บริหารตึกว่าดูถูกจักรยาน พร้อมทั้ง present ให้พวกผู้บริหารตึกฟังว่าที่จอดที่ปลอดภัยนั้นต้องเป็นอย่างไร เค้าก็รับปากว่าพยายามหาทางจะทำให้ตามที่ผมเสนอแนะไป แต่ผมก็ไม่สนใจแล้วหละ เพราะเค้าให้ผมจอดรถค้างคืนได้ และกำชับให้ รปภ ดูแลเป็นพิเศษ
ผมอยากได้เส้นทางที่ปลอดภัยมาทำงาน ไม่ต้องเจอรถ เจอควันพิษ หรือต้องเจอให้น้อยที่สุด ก็ทั้งหาใน google map และ survey วันเสาร์ อาทิตย์ ก็ได้มาหลายเส้นทาง
ฝนตก ผมก็ลองฝ่าฝนดู ก็ไม่เห็นเป็นหวัด ก็เลยไม่กลัวฝนนับตั้งแต่บัดนั้น
ปั่นไปทำงานมันก็ไม่ร้อน เพราะเช้าออก ก็แดดอ่อน เย็นกลับ ก็ไม่ร้อน
ผมรู้สึกว่าการใช้จักรยานมาทำงานมันมีข้อดีหลายด้าน ก็เริ่มศึกษานโยบายและตัวอย่างของประเทศที่ทำสำเร็จ คุยกับเพื่อนฝรั่งที่มาจากประเทศเหล่านั้นบ้างว่าทำอย่างไร เริ่มเขียนโครงการ เขียนบทความรณรงค์ โพสในเว็บ หรือพิมพ์แจกไป ทำจากจุดเล็กๆไปก่อนแบบนี้โดยไม่ต้องไปยุ่งกับหน่วยงานอะไรทั้งนั้น
ผมอยากได้คนมาร่วมสนับสนุนโครงการ ก็ส่งสิ่งที่ผมเขียนไว้ ไปขอเงินมาทำเสื้อทีมก่อน ก็ได้มาจาก ธ.ออมสิน ทำไป 100 ตัว ได้เห็นคนอื่นใส่มาปั่นกับเรารู้สึกว่ามันสวยดี ก็รู้สึกดีใจ เพราะเสื้อก็ออกแบบเอง โดยเริ่มจากใช้ Illuatrator ไม่เป็นเลย ก็ไปซื้อหนังสือมาอ่าน อ่านไปหัดไปได้ 1 วัน ก็ได้เสื้อ Bike to work มานี่แหละครับ
เกือบ 3-1/2 ปีมาแล้วครับ ถ้านับเป็นวันก็มากกว่า 1,000 วันแล้วที่ใช้จักรยานไปทำงานทุกวัน โดยไม่เคยประสบอุบัติเหตุใดๆเลย
ถ้าคิดเป็นระยะทางก็มากกว่า 40,000 กิโลเมตรแล้ว สำหรับเฉพาะที่ใช้ไปทำงาน
เงินที่ประหยัดไปได้จากค่าน้ำมัน มากกว่า 120,000 บาทโดยประมาณ และได้รับสิ่งที่ตีเป็นตัวเงินไม่ได้อีกมากมาย
ถ้าพูดถึง Carbon Credit ผมก็ลดการปล่อย CO2 ได้มากกว่า 12,000 กิโลกรัมแล้วตอนนี้ (ทุกๆการขับรถยนต์ 1 กิโลเมตร จะปล่อย CO2 0.3 กิโลกรัม โดยเฉลี่ย)
เคยมีคนบอกไว้ว่า ต้นไม้ 1 ต้นสามารถดูดซับก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)ได้ประมาณ 1 ตัน ตลอดอายุขัยของมัน เท่ากับว่าผมเสมือนได้เพิ่มต้นไม้ต้นใหญ่ๆให้กับโลกนี้ไปแล้วมากกว่า 12 ต้น - ดีใจจัง
ผมเห็นคนไอหรือจามเวลาอากาศเปลี่ยน ก็ไม่ได้กลัวจะติดหวัดอะไร แม้แต่หวัด 2009 ก็ไม่กลัว และผมก็ลืมไปแล้วว่าเป็นหวัดและกินยาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
บางครั้งเห็นเพื่อนที่ทำงานบ่นว่ารถติดจังวันนี้ ผมไม่รู้เรื่องหรอกครับ เพราะไม่ได้ใช้ทางเดียวกับรถยนต์ และลืมไปแล้วด้วยว่าขับรถมาทำงานนั้นรู้สึกอย่างไร และผมคงกลับไปขับรถมาทำงานไม่ได้อีกแล้ว เพราะสยองมากกับรถติดในตอนเช้า
บางครั้งเห็นเพื่อนที่ทำงานหน้าดำคร่ำเครียดมาที่ทำงาน เพราะเพิ่งฝ่ารถติดมา ผมก็ไม่เข้าใจเพื่อนๆหรอกครับ เพราะผมเพิ่งไปแวะช๊อปปิ้งที่ตลาดนัดระหว่างทางที่ปั่นมา (อาหารเช้าตรึมเลย)
เพื่อนๆหลายคนตั้งหน้าตั้งตา เพื่อจะรองาน Car Free Day แต่ผมว่าสามปีมาแล้วที่ผม Car Free Every Working Day ครับ
เพื่อนๆหลายคนตั้งใจไปปั่นรณรงค์ในงานต่างๆ แต่ผมปั่นรณรงค์ทุกวันจากบ้านมาที่ทำงาน และที่ทำงานกลับบ้าน
สุดท้ายผมได้เรียนรู้อย่างหนึ่งก็คือ ถ้าไม่เริ่มที่ตนเองก่อน ก็ไม่ต้องไปคิดที่จะรณรงค์อะไรทั้งนั้น
และอย่าเพิ่งคิดอะไรไกลตัวครับ เพราะจะท้อ จะถอย และจะเลิกทำ เวลาจะคิดทำอะไร ให้เริ่มจากใกล้ๆตัวก่อน แล้วค่อยขยายไปเรื่อยๆดีที่สุด
จะทำอะไรให้ทำเท่าที่ตนเองมีความสามารถจะทำได้ ถ้าเป็นหนู กำลังมากที่สุดก็คือแบกหนูด้วยกัน ถ้าหนูคิดจะไปแบกช้างก็คงไม่ไหว ไว้กลายเป็นช้างก่อน ค่อยหาวิธีแบกช้างด้วยกันครับ
โก๋
แก้ไขล่าสุดโดย
เสือโก๋หน้าวัง เมื่อ 25 มิ.ย. 2009, 18:15, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....