คำตอบทางเลือก ระบบเบรคของจักรยานมีมากมาย
( อ้างอิง http://en.wikipedia.org/wiki/Bicycle_brake
Bicycle brake types
2.1 Spoon brakes
2.2 Duck Brake
2.3 Rim brakes
2.3.1 Advantages and disadvantages
2.3.2 Brake pads
2.4 Types of rim brakes
2.4.1 Rod-actuated brakes
2.4.2 The caliper brake design
2.4.3 Side-pull caliper brakes
2.4.4 Centre-pull caliper brakes
2.4.5 U-brakes
2.4.6 The cantilever brake design
2.4.7 Traditional cantilever brakes
2.4.8 V-brakes
2.4.9 Mini V-brakes
2.4.10 Roller cam brakes
2.4.11 Delta brakes
2.4.12 Hydraulic rim brakes
2.4.13 Rim brakes with self-assisting characteristics
2.5 Disc brakes
2.5.1 Advantages and disadvantages
2.5.2 Hydraulic vs. "mechanical"
2.5.3 Mineral Oil vs. DOT 4 Fluid
2.5.4 Single vs. dual actuation
2.5.5 Self-adjusting
2.5.6 Multi-part construction
2.5.7 Multiple pistons
2.5.8 Caliper mounting standards
2.5.9 Advantages and disadvantages of various types of mounts
2.5.10 Disc mounting standards
2.5.10.1 Standards
2.5.11 Disc sizes
2.6 Drum brakes
2.6.1 Advantages and disadvantages
2.7 Coaster brakes
2.7.1 Advantages and disadvantages
2.8 Drag brakes
2.9 Band brake )
แต่ในหัวข้อของทัวริ่ง ขอยกมาเฉพาะ 3 อย่าง ที่นิยมในเมืองไทยบ้านเราครับ
- หากเรียงตามประสิทธิภาพการเบรค แล้วตอบสนองต่อการกำก้ามเบรค อันดับ 1.diss break 2. v break 3. Cantilever Brake
- หากเรียงตามความแข็งแรงของโครงสร้างคงทน พังยาก ว่างั้นเถอะครับ และ ความง่ายเมื่อต้องซ่อมบำรุงขณะเดินทาง อันดับ 1.Cantilever Brake 2. v break 3. diss break
ข้อมูลที่น่าจะพอเป็นประโยชน์ที่ผมพอมีครับ
ดิสเบรค
..ดิสค์เบรค..เป็นเบรคที่ต้องมี ใบจานเบรค(ที่เปลี่ยนได้เมื่อสึกหรอ) ที่ยึดติดกับดุมล้อ
โดยดุมล้อ ที่ใช้สำหรับเบรคระบบนี้ จะระบุในสเป็คว่าเป็นดุม สำหรับดิสค์เบรคโดยเฉพาะ
ผ้าเบรค+คาลิปเปอร์ ออกแบบมาเป็นชุดเดียวกัน เมื่อกำเบรค เพื่อห้ามล้อ จะอาศัย
คาลิปเปอร์ ดันผ้าเบรค มากดเพื่อต้านการหมุนของใบจานเบรค ข้อเด่น-ด้อย มีดังนี้
1.น้ำหนักกว่า ชุดดิสค์+ชุดล้อ+ดุม+ใบจาน (ทั้งดิสค์สายและน้ำมัน)
2.ราคาแพงกว่าแน่นอน ชุดดิสค์+ชุดล้อ+ดุม+ใบจาน (ทั้งดิสค์สายและน้ำมัน)
3.การปรับแต่งผ้าเบรค+คาลิปเปอร์+ใบจาน ต้องดูแลรักษาเป็นพิเศษ
4.ผ้าเบรคแพงกว่า
5.รักษาขอบล้อ ขอบสวยนาน ไม่สึกบางจากการเบรค
6.การเลียเบรคดาวน์ฮิลล์ ทำได้ดีกว่าเนียนกว่า นิ่มนวลกว่า ไม่ล้าไม่เมื่อยล้านิ้วมือ
9.ลดปัญหายางระเบิดแน่นอน แต่ระวังใบจานก็แล้วกันร้อนจนแดงก็มีให้เห็น โดนน้ำขณะร้อนก็มีโอกาสใบจานคด
10.ขอบล้อคดก็ยังปั่นไปได้ แต่ถ้าจานดิสค์คดก็หมดสิทธิเหมือนกัน
11.ได้เปรียบที่ทางน้ำทางโคลน ทางเเฉะๆ ทางที่ดินติดยางติดล้อติดขอบล้อ แต่ระบบเบรคยังดีอยู่( เลือกผ้าเบรคให้ถูกชนิดทางด้วยนะครับ แบบเเห้ง แบบเปียก)
ดิสค์เคเบิล/ดิสค์น้ำมัน
1.ดิสค์เคเบิ้ลไม่ต้องไล่ลมในท่อน้ำมันและในระบบ ดิสค์น้ำมันก็ไม่ต้องใส่น้ำมันไปหล่อลื่นสายเคเบิ้ล
2.ดิสค์เคเบิลประหยัดกว่าดิสค์น้ำมัน ปัญหาน้อยกว่าหมดกังวลเรื่องลูกสูบติด และสายน้ำมันขาด (แต่ดิสค์เคเบิลรุ่นดีๆบางยี่ห้อแพงกว่าดิสค์น้ำมันก็มีนะ)
3.ดิสค์น้ำมันนิ่มและเนียนมือกว่าเคเบิ้ล
- ทันสมัย เบรคเยี่ยม เอาอยู่สุดๆ ระยะหยุดรถสั้นสุด เบรคปั๊ปอยู่เลย ต้องเขาเลย จะเห็นว่าใช้ในรถระดับแข่งขัน ต้องการการตอบสนองที่รวดเร็วสั่งได้ในเสี้ยววินาที แต่พังง่ายสุด ห้ามมีอะไรไปสะกิดใบเบรคนะครับ ใบดิสเบี้ยวนิดหน่อยขณะคุณออกทัวริ่ง จบทริปทันที
เบรคผีเสื้อ Cantilever Brake
เป็นระบบ rims break ชนิดหนึ่ง ที่ใช้งานมานาน ปัจจุบันยังได้รับความนิยม
และพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าอดีต การห้ามล้อนั้น ก้ามเบรคจะดันผ้าเบรคที่ติดตั้ง
บนตะเกียบ(สำหรับล้อหน้า) ในระดับความสูงเดียวกันกับผนังขอบล้อ ให้เบียดหนีบขอบล้อ
จากสองข้าง การใช้งาน ส่วนที่สึกหรอและต้องเปลี่ยนตามการใช้งานเสมอคือ ผ้าเบรค
และหากใช้งานนานๆ ผ้าเบรคจะกินขอบล้อ ใช้นานๆ ล้อบางตามการเบรค
ขอบล้อจะบางลงเรื่อยๆ ถึงระดับหนึ่ง จะต้องเปลี่ยนขอบล้อ หรือ ขึ้นล้อใหม่
ปกติ จะเปลี่ยนขอบล้อ ทุกระยะ ประมาณ 2000 km . โดยประมาณ


ข้อเด่น ดังนี้
- สวย คลาสสิค ก้ามเบรค ทนสุดๆ ซ่อมง่ายสุดๆ ก็ พูดแบบโม้ๆ เป็นเบรคที่ไม่มีทางพัง สมมุติว่ารถหล่นลงมาจากตึกสิบชั้น กระแทกฟื้น แม้นว่าเฟรมรถพังเบรคยังไม่พังว่างั้นเถอะ เพราะโครงสร้างหนา ใหญ่ สั้น แข็งกะลื่อทื่อความเข้าใจฟิลลิ่งและลักษณะเฉพาะตัว สักหน่อย คือ
- มือเบรคของแบบปีกผีเสื้อจะเอามาใช้งานกับ V-Brake ได้ไม่ดี เพราะว่าตัว V-Brake จะมีการออกแรงน้อยจึงทำให้เบรคมันนิ่มมากเกินไป ในทางเดียวกัน มือเบรคของ V-Brake ก็นำมาใช้งานกับเบรคแบบปีกผีเสื้อได้ไม่ดีเช่นกัน เพราะว่าแรงเบรคจากมือเบรคของ V-Brake จะมีแรงที่ไม่พอเพียงต่อการทำงานของเบรคปีกผีเสื้อ จึงทำให้ใช้งานไม่ได้ตามประสิทธิภาพ
- เบรคผีเสื้อ จะต้องใช้กำลังเบรคที่มากกว่า V-Brake จึงทำให้ประสิทธิภาพในการเบรคของ V-Brake ทำได้ดีกว่าในการใช้แรงบีบที่เท่ากัน แต่ถ้าไม่คำนึงถึงแรงบีบเบรค ประสิทธิภาพก็ไม่ต่างกัน แต่เบรคปีกผีเสื้อจะให้ความรู้สึกที่มั่นคงกว่าเพราะว่าชุดก้ามเบรคมักจะมีขนาดใหญ่กว่าก้ามของ V-Brake มีจุดหมุนต่าง ๆ น้อยกว่า จึงทำให้ตัวก้ามเบรคมีการให้ตัวได้น้อยกว่า แต่ต้องแลกกับการแรงบีบเบรคที่มากกว่า ตามไปด้วย

-- ข้อด้อย หลายคนบอกว่าเบรคไม่อยู่ เมื่อเอามาใช้กับทัวริ่ง ขอบอกว่า เอาอยู่ครับ แต่ต้องออกแรงกำเบรค ที่ปลายก้านมือเบรคแบบในรูปบน เพราะต้องออกแรงกำ ที่มีกำลังมากกว่าดิส เนื่องจากจุดฟัลคั้ม จุดหมุน และคานงัดในโครงสร้างตัวเบรคผีเสื้อ ถูกออกแบบมาให้สั้น ระยะหยุดล้อหมุน จะยาวกว่า ดิสเบรค แต่ยังอยู่ในระยะปลอดภัย ไม่ลากล้อหรือตีลังกาเพราะเบรคล็อคล้อ -- ต้องใช้กับผ้าเบรคดี --- และหมั่นตั้ง เกลียวหมุนสำหรับ ความตึงสายเบรคในแต่ละวันในตอนเช้าก่อนหมุนล้อ ---สำหรับงานทัวริ่ง ความเร็วไม่สูง และมิได้ด้องการเบรคกระทันหันแบบรถแข่ง ถือว่าเพียงพอ ข้อดีอีกอย่าง คือมีความ เป็นวินเทจน์ โดยกำเนิด หากใครเป็นแฟนรถจักรยานแข่งประเภท CROSS COUNTRY จะคุ้นตากับเบรคที่ทั้งผีเสื้อ และดิส์ สองระบบที่ต่างกันสิ้นเชิง แต่ถูกใช้ในการแข่งขันจักรยานแข่ง CROSS COUNTRY อาจจาเหตุผล สลัดขี้โคลนออกจากล้อ โดยไม่กระทบกับระบบเบรค
V-Brake หรือ Linear Pull Brake
- V-Brake ก็จะเรียกกันเลยว่า V-Brake หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า Linear Pull Brake
การทำงานของเบรคเช่นเดียวกัน เบรคผีเสื้อ แต่ประสิทธิภาพเด่นกว่า
เป็นเบรคที่พัฒนาโดย ชิมาโน่ คุณสมบัติรวมเอาข้อดี ระหว่างความทนทานซ่อมง่ายของเบรคผีเสื้อ และ ข้อดีด้านประสิทธิภาพการตอบสนองของดิสค์เบรค ผมคงไม่ต้องโม้ตรงนี้มากเป็นที่รู้กัน รวมเอาส่วนดีเรื่องทนทาน ซ่อมง่าย มาจากเบรคผีเสื้อ และออกแบบให้ก้ามเบรค มีกระเดื่องที่ยาวขึ้น ทำให้ออกแรงในการเำบรค น้อยกว่าผีเสื้อ ตอบสนองมือได้ดีกว่าเบรคผีเสื้อ จึงสบายมือกว่า แต่ยังตอบสนองมือเบรค โดยรวมยังเป็นรองดิสเบรคแต่ วีเบรคบางรุ่นที่ใช้ในงานแข่ง เช่น XTR 2008 ที่มีออกแบบให้กลไกเล็กๆที่สามารถขนานหน้าสัมผัสผ้าเบรคกับผิวขาบวงล้อตลอดเวลาของการเบรค ประสิทธิภาพน่าจะเท่าเทียมดิสเบรค แต่ไม่ค่อยมีคนใช้กับงานทัวริ่ง เพราะกลไก ที่ละเอียดอ่อน ทำให้ความทนทานน้อยลงชำรุดง่ายขึ้น ข้อด้อย ผ้าเบรคจะกินขอบล้อเช่นกันกับเบรคผีเสื้อ ใช้นานๆ ล้อบางตามการใช้งานเบรค

" ของทุกอย่างมีจุดแข็ง จุดด้อย ได้อย่าง ก็ต้องเสีออย่าง " แต่สรุปขอบอกว่า เบรคทั้งสามแบบ ต้องดีจริงแน่นอน ไม่งั้นคงเจ้งและเลิกผลิตไปแล้ว ดดยได้ผ่านการใช้งานกับจักรยานทัวริ่ง แต่หลายสิบปีให้หลัง มาจนปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมใช้งานอยู่ เป็นข้อพิสูจน์ว่า ดีทั้งสามแบบ ท่านเลือกใช้เองตามจริตท่าน
- แต่ดูดีดีนะครับ ดิสเบรค ไม่ได้ใช้งานได้กับทุกเฟรมทัวริ่งนะจะบอกให้ เดี๋ยวไปซื้อมาแล้ว ใส่เฟรมไม่ได้ เพราะเฟรมที่ออกแบบสำหรับทัวริ่ง ทุกรุ่นจะออกแบบให้ใช้ได้กับ วีเบรคและผีเสื้อ ในทุกเสมอ มี่เฟรมจักรยานทัวริ่งบางรุ่นเท่านั้นที่ออกแบบมาให้ใช้ได้กับดิสเบรคแต่ภาคบังคับเฟรมตัวนั้นก็ยังออกแบบรองรับวีเบรคและผีเสื้อไว้ด้วย(เช่นเฟรม rocky mountain Rit K9 Surly DiskTrucker thorn nomadMKII เป็นต้น)

(ในจักรยานสี่คัน รูปจากทริปน่าน 2012 ผีเสื้อ ดิส วีเบรค ดิส ยืนยันว่าเบรคได้ดีทุกคัน ทั้งสามระะบบเบรค)
- ปัจจุบัน ผมใช้งานทั้ง ผีเสื้อและ วีเบรค เว้นดิสค์เบรค ภาพนี้ ผมลงเขายาวต่อเนืองแบบฟูลโหลด ระยะทางลงเขายาว 16 km. ความเร็วสูงสุด 70 kmph ด้วยระบบเบรค ผีเสื้อ ของ tektro รุ่น Oryx ประสิทธิภาพเบรคผีเสื้อรุ่นนี้ผมใช้ในการออกทัวร์แล้วชอบครับ เพื่อนๆ ที่ปั่นทัวริ่งไปแม่ฮ่องสอน คงรู้จัก ความชันและความยาวเนิน ของทางเส้นนี้กันดีอยู่แล้วนะครับ ถนนหมายเลข 1095 ช่วง ห้วยน้ำดัง- แม่ยะ - ปาย
