งาน "ทุเรียนนนท์ 52" ในระหว่างวันที่ 22-31 พฤษภาคม 2552

เชิญชวนเพื่อนๆมาออกทริปแบบกันเอง ไม่มีทีมงานจัดการปั่นอย่างเป็นระบบมากนัก ดูแลกันเองพอสมควรในหมู่เพื่อนฝูง

ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย

รูปประจำตัวสมาชิก
จ๊าบ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1185
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 20:32
Tel: ๐๘๑-๔๐๗๐๕๕๙(D)
team: 99 City Bike
Bike: 我徐先生MTB Merida Hasa Dahon Fuji

Re: งาน "ทุเรียนนนท์ 52" ในระหว่างวันที่ 22-31 พฤษภาคม 2552

โพสต์ โดย จ๊าบ »

ขอบคุณมาก งานนี้ทำให้รู้จักทุเรียนกับมังคุดมากขึ้นเลย แล้วจะเปิดทริปเมื่อไหล่ครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือโก๋หน้าวัง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1276
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
Tel: 081XXXXXXX
team: Bike to Work
Bike: Trek 6500

Re: งาน "ทุเรียนนนท์ 52" ในระหว่างวันที่ 22-31 พฤษภาคม 2552

โพสต์ โดย เสือโก๋หน้าวัง »

:o เรื่องทริปตะลุยสวนนนท์ น่าจะเป็น :o

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2552

เพราะอาทิตย์นี้ Tour Bike + Bike to work จะไปตามหาน้องวิไลที่ผักไห่กัน :mrgreen:

และขอนัดชาวสวนนนท์ ไว้ก่อน เผื่อจะพาพลพรรคลิงทั้งหลายไปลุยกินกันให้หนำใจไปเลยครับ (แบบจ่ายตังส์นะตัวเอง แบบว่าของแพงหนะ :oops: )

รอข่าว confirm ในบอร์ดได้เลยขอรับ...
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือโก๋หน้าวัง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1276
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
Tel: 081XXXXXXX
team: Bike to Work
Bike: Trek 6500

Re: งาน "ทุเรียนนนท์ 52" ในระหว่างวันที่ 22-31 พฤษภาคม 2552

โพสต์ โดย เสือโก๋หน้าวัง »

แล้ววันอาทิตย์นี้เสือโก๋คลองเตยจะไปตามหาน้องวิไลที่ผักไห่ด้วยกันหรือป่าว :roll:

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 16&t=64067
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
รูปประจำตัวสมาชิก
ปั่นละมัยจ้า
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1363
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2009, 15:13
Tel: 0855265699
team: ปั่นจักรยานมาทำงาน
Bike: จักรยานราคาถูกๆ

Re: งาน "ทุเรียนนนท์ 52" ในระหว่างวันที่ 22-31 พฤษภาคม 2552

โพสต์ โดย ปั่นละมัยจ้า »

:mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: ล้อหมุน 7 โมงเช้าได้มั๊ยครับ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
".....IMPOSSIBLE IS NOTTING...(จริงเหรอ)..."
รูปประจำตัวสมาชิก
POK
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 64
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 12:50
Tel: 0897789158
Bike: specailized khs giant

Re: งาน "ทุเรียนนนท์ 52" ในระหว่างวันที่ 22-31 พฤษภาคม 2552

โพสต์ โดย POK »

8-) เดี๋ยวนี้คุณโก๋เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผลไม้ของเมืองนนท์ซะแล้ว :lol:
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือโก๋หน้าวัง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1276
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
Tel: 081XXXXXXX
team: Bike to Work
Bike: Trek 6500

Re: งาน "ทุเรียนนนท์ 52" ในระหว่างวันที่ 22-31 พฤษภาคม 2552

โพสต์ โดย เสือโก๋หน้าวัง »

ปั่นละมัยจ้า เขียน::mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: ล้อหมุน 7 โมงเช้าได้มั๊ยครับ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
ได้เลยพี่น้อง 8 โมงก็ยังทัน ทริปแบบนี้ ชิวๆ
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือโก๋หน้าวัง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1276
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
Tel: 081XXXXXXX
team: Bike to Work
Bike: Trek 6500

Re: งาน "ทุเรียนนนท์ 52" ในระหว่างวันที่ 22-31 พฤษภาคม 2552

โพสต์ โดย เสือโก๋หน้าวัง »

POK เขียน:8-) เดี๋ยวนี้คุณโก๋เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผลไม้ของเมืองนนท์ซะแล้ว :lol:
ยังไม่เชี่ยวครับ ที่รู้เพราะคุณตาปลูกทุเรียนนนท์ขายมาก่อน สวนอยู่ข้างคลองบางขวาง ถนนเลี่ยงเมือง ซ้ายมือก่อนถึงร้านแสงทอง ที่เห็นต้นมะพร้าวสูงๆแหละครับ
ตอนนี้ทุเรียนตายไปหมดแล้ว เพราะบ้านจัดสรรล้อม น้ำเน่าเสีย เหลือแต่ส้มโอทองดี ละมุดสวน ยายกล่ำ กับอื่นๆอีกนิดหน่อย ให้ได้เก็บไปกินก่อนปั่นไปทำงาน เซ็งโค-ตะ-ระ....
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
รูปประจำตัวสมาชิก
SlipBizkit
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1327
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 18:54
Tel: OHM ๐๘๙-753-๕๗๓๓
team: PETCC ปราจีนบุรี
Bike: O.Nine, Oltre, Dogma, SL4 ไม่มีเลยซักคัน ฮิฮิ
ตำแหน่ง: Fish China City

Re: งาน "ทุเรียนนนท์ 52" ในระหว่างวันที่ 22-31 พฤษภาคม 2552

โพสต์ โดย SlipBizkit »

สวัสดีครับพี่ เสือโก๋หน้าวัง กลุ่มพี่มีทริปวันที่ 31 พอดีเลยหรอครับ
งั้นก็น่าเสียดายนะครับ เพราะว่าที่ปราจีนก็มีงานตรงกันเลย
แล้วเป็นงานผลไม้เหมือนกันด้วยครับ

ขอเชิญร่วมงาน"ปั่นไปกินไป ผลไม้ปราจีนบุรี ครั้งที่ 2"
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=57&t=64735

แต่ถ้าเปลี่ยนใจมาร่วมงานที่ปราจีน ก็ยินดีนะครับ :lol:


:: ปั่นไปคุยไป...กับ...ชมรมจักรยานท่องเที่ยวเชิงนิเวศปราจีนบุรี ::
PETCC : Prachinburi Eco-Tour Cycling Club ปั่นเรื่อยๆ ไม่เหนื่อยก็พัก
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือโก๋หน้าวัง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1276
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
Tel: 081XXXXXXX
team: Bike to Work
Bike: Trek 6500

Re: งาน "ทุเรียนนนท์ 52" ในระหว่างวันที่ 22-31 พฤษภาคม 2552

โพสต์ โดย เสือโก๋หน้าวัง »

เห็นแล้วหละ แนวเลย ......อยากไปแจมด้วยนะเนี่ย :cry:
จะได้เจอพรรคพวกที่นครนายก กับปราจีนด้วย ไม่ได้เจอกันนานละ
แล้ว อ.เปี้ยก กบินทร์ ไปมั้ยครับ
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
รูปประจำตัวสมาชิก
SlipBizkit
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1327
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 18:54
Tel: OHM ๐๘๙-753-๕๗๓๓
team: PETCC ปราจีนบุรี
Bike: O.Nine, Oltre, Dogma, SL4 ไม่มีเลยซักคัน ฮิฮิ
ตำแหน่ง: Fish China City

Re: งาน "ทุเรียนนนท์ 52" ในระหว่างวันที่ 22-31 พฤษภาคม 2552

โพสต์ โดย SlipBizkit »

เสือโก๋หน้าวัง เขียน:เห็นแล้วหละ แนวเลย ......อยากไปแจมด้วยนะเนี่ย :cry:
จะได้เจอพรรคพวกที่นครนายก กับปราจีนด้วย ไม่ได้เจอกันนานละ
แล้ว อ.เปี้ยก กบินทร์ ไปมั้ยครับ
อ.เปี๊ยก ไม่แน่ใจครับ เพราะไม่ได้ติดต่อกันเลย ไม่เจอนานแล้วด้วยครับ
ส่วน ฅนครยก นี่น่าจะมากันเยอะครับ ถ้าขอวีซ่า ผบ.ผ่านกันนะครับ :lol:


:: ปั่นไปคุยไป...กับ...ชมรมจักรยานท่องเที่ยวเชิงนิเวศปราจีนบุรี ::
PETCC : Prachinburi Eco-Tour Cycling Club ปั่นเรื่อยๆ ไม่เหนื่อยก็พัก
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือโก๋หน้าวัง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1276
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
Tel: 081XXXXXXX
team: Bike to Work
Bike: Trek 6500

Re: งาน "ทุเรียนนนท์ 52" ในระหว่างวันที่ 22-31 พฤษภาคม 2552

โพสต์ โดย เสือโก๋หน้าวัง »

มติชน 24 เม.ย. 52
นายอนุพงษ์ กันพุ่ม นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี กล่าวว่า สวนทุเรียนในพื้นที่ทุกวันนี้เหลือน้อยลง เนื่องจากพื้นที่สวนถูกนำไปสร้างหมู่บ้านจัดสรร และมีการตัดถนนเส้นใหม่หลายสาย ส่วนกลุ่มเกษตรกรชาวสวนทุเรียนที่เหลืออยู่ก็ประสบปัญหาสภาพน้ำท่วมขังช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อบต.ได้สร้างระบบป้องกันน้ำท่วมถาวรซึ่งบรรเทาปัญหาไปได้ระดับหนึ่ง แต่ขณะนี้ชาวสวนทุเรียนก็ต้องประสบปัญหาสภาพภูมิอากาศที่แปรเปลี่ยน ทำให้ผลผลิตทุเรียนออกมาน้อย

จ.ส.อ.สมพงษ์ สกุลดิษฐ์ เกษตรกรสวนทุเรียน ริมถนนนครอินทร์ ต.บางขุนกอง กล่าวว่า ได้ทำสวนทุเรียนจำนวน 7 ไร่ ปีนี้ได้ผลผลิตเพียง 10% เมื่อก่อนเคยมีผลผลิตปีละประมาณ 4,000 ลูก ปัจจุบันต้นทุเรียนเจอสภาพอากาศที่แปรปรวน ทั้งหนาวจัด ร้อนจัด และฝนตก ทำให้ติดผลยาก เป็นปัญหาหนักกว่าน้ำท่วม ปีนี้ชัดเจนแล้วว่าขาดทุน แต่ก็ยังพร้อมจะทำสวนทุเรียนต่อ แม้มีคนมาขอซื้อที่ดินทั้งแปลงมูลค่ากว่า 200 ล้านบาทก็ตาม
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือโก๋หน้าวัง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1276
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
Tel: 081XXXXXXX
team: Bike to Work
Bike: Trek 6500

Re: งาน "ทุเรียนนนท์ 52" ในระหว่างวันที่ 22-31 พฤษภาคม 2552

โพสต์ โดย เสือโก๋หน้าวัง »

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 10 มิถุนายน 2551 ที่ตลาดพระราม 5 ถนนนครอินทร์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี นายพระนาย สุวรรณรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เปิดงานทุเรียนนนท์และไม้ดอกไม้ประดับ โดยมีเกษตรกรที่ปลูกทุเรียนนนท์นำทุเรียนนนท์แท้ๆ มาจำหน่าย ในราคาลูกละ 500-3,000 บาท และประกวดทุเรียนพันธ์ต่างๆ เช่น ก้านยาว หมอนทอง โดยจะจัดถึงวันที่ 14 มิถุนายน

จากนั้นเปิดให้ผู้ที่มาร่วมงานประมูลทุเรียนที่ได้รับรางวัลที่ 1 พันธุ์ก้านยาว 2 ลูก โดยเปิดราคาเริ่มต้นที่ 10,000 บาท โดยมีผู้ประมูลแข่งกันหลายคน โดยเฉพาะระหว่างนายวิเชษฐ์ วรรณดีจรัสศรี เจ้าของธุรกิจส่งออกเสื้อผ้า กับนายสุรศรี ศรีอินทร์สุทธิ์ กำนันตำบลขุนศรี อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี แข่งกันเคาะราคาในที่สุดนายวิเชษฐ์ได้ทุเรียนไปในราคา 100,000 บาท ส่วนพันธุ์หมอนทอง 2 ลูก นายสุรศรี ชนะไปด้วยราคา 50,000 บาท ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะนำทูลเกล้าฯถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือโก๋หน้าวัง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1276
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
Tel: 081XXXXXXX
team: Bike to Work
Bike: Trek 6500

Re: งาน "ทุเรียนนนท์ 52" ในระหว่างวันที่ 22-31 พฤษภาคม 2552

โพสต์ โดย เสือโก๋หน้าวัง »

"ทุเรียนนนท์"ราชาแห่งราชาผลไม้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 5 มิถุนายน 2549 17:03 น.


หากกล่าวถึงเมืองนนท์ หลายต่อหลายคนคงนึกถึงเกาะเกร็ด ชุมชนชาวมอญที่ขึ้นชื่อในเรื่องของเครื่องปั้นดินเผา และขนมไทยแสนอร่อยนานาชนิด แต่นอกจากสิ่งเหล่านี้ก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจจะลืมเลือนไปแล้วว่า นนทบุรีนั้นเป็นเมืองที่มีผลไม้เลื่องชื่อมากชนิดหนึ่ง นั่นก็คือ "ทุเรียน" ราชาแห่งผลไม้ที่เรียกว่าถ้าอยากกินทุเรียนดีก็ต้องนึกถึงทุเรียนนนท์ เพราะเป็นดังราชาแห่งราชาผลไม้ที่ปัจจุบันนี้หากินได้ยากมาก


หากย้อนกลับไปในอดีตนับแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตำบลที่เป็นที่ตั้งเมืองนนทบุรีนั้น เดิมเรียกว่า บ้านตลาดขวัญ ซึ่งเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์และเป็นสวนผลไม้ที่ขึ้นชื่อ ริมสองฝั่งที่แม่น้ำเจ้าพระยาตัดผ่านเรียงรายไปด้วยสวนผลไม้นานาชนิด และด้วยสภาพภูมิประเทศที่ตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ดินที่อยู่บริเวณนี้จึงเป็นดินตะกอนที่เกิดจากการพัดพามาของน้ำ ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุอย่างมาก และยังทำให้ปลูกผลไม้ได้รสชาติดี โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งในอดีตนั้นทุเรียนนนท์มีชื่อเสียงโด่งดังก้องเมืองไทย จนถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี


จนกระทั่งเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี 2538 สวนทุเรียนในจังหวัดนนทบุรีต้องแช่อยู่ในน้ำเป็นแรมเดือน ชาวสวนต้องจำใจเห็นทุเรียนของตนที่เฝ้าถนอมเพาะปลูกดูแลมากับมืออายุหลายสิบปีทยอยตายลงต่อหน้าต่อตา ส่งผลให้ชาวสวนท้อแท้และเลิกกิจการไปตามๆกัน และจนทุกวันนี้ทุเรียนนนท์ก็แทบจะเหลือแต่เพียงตำนานไว้เล่าขานเท่านั้น เด็กสมัยนี้แทบไม่รู้เลยว่านนทบุรีนั้นเคยเป็นเมืองทุเรียนที่โด่งดัง

ป้าไสว ทัศนียะเวช ชาวสวนผู้ปลูกทุเรียนวัย 68 ปี เล่าให้ฟังถึงสมัยที่ทุเรียนนนท์ยังเฟื่องฟูว่า ตนทำสวนทุเรียนต่อจากรุ่นพ่อ-แม่ ก่อนที่น้ำจะท่วมในปี 2538 ตนมีสวนอยู่หลายสิบไร่ แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 15 ไร่เท่านั้น ซึ่งแต่ละไร่จะปลูกทุเรียนประมาณ 20 ต้น ผสมกับพืชผลไม้อื่นๆ ทุเรียนบางต้นตนก็เป็นผู้ปลูกเองจากการตอนกิ่ง ทาบกิ่ง บางต้นก็เหลือรอดปลอดภัยมาจนถึงตอนนี้อายุประมาณ 55 ปีก็มี ดังนั้นในสวนจะมีทั้งทุเรียนต้นเล็กต้นใหญ่ปนๆกันไป

"ในสวนมีทุเรียนหลายพันธุ์เช่น หมอนทอง ก้านยาว ทองย้อยฉัตร กำปั่นทอง กบแม่เฒ่า ป้าจะไปสวนรดน้ำตอน 8 โมงเช้า แล้วก็ดูแลเขาทุกอย่าง คอยถางคอยเกี่ยวพวกวัชพืช ให้ปุ๋ย ปุ๋ยที่ให้จะเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ และปุ๋ยจากต้นทองหลางที่ปลูกอยู่ในสวน เพราะใบทองหลางเป็นปุ๋ยอย่างดีของทุเรียน ป้าจะอยู่ในสวนจนประมาณ 11 โมง หรือบางวันก็ถึงเที่ยงๆ"

การจะดูว่าทุเรียนสุกพอจะเก็บได้หรือไม่นั้น ป้าไสว บอกว่า "ต้องดูตั้งแต่ตอนที่เขาเริ่มออกดอก ถ้าออกดอกในเดือน มกราคม-เมษายน ก็จะเก็บผลได้ในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน แล้วแต่สายพันธุ์เช่น หมอนทองจะเก็บผลได้อีก 120 วันจากวันที่ออกดอก กระดุม 90 วัน ชะนีกับก้านยาว 110 วัน และแต่ละต้นจะติดผลไม่เท่ากันแล้วแต่อายุและความสมบูรณ์ของต้น บางต้นทั้งปีไม่ออกผลเลยก็มี"



ป้าไสวเล่าถึงราคาของทุเรียนนนท์ในยุคนี้ที่อาจทำให้หลายคนตกใจว่า สำหรับ"ก้านยาว" ซึ่งถือว่าเป็น"ราชาทุเรียน"นั้น มีราคาลูกใหญ่อยู่ที่ประมาณ 2,500 บาท/ลูก ถ้าลูกเล็กราคาก็อยู่ที่ 500-1,000 บาท/ลูก ส่วนรสชาติจะออกรสมันปนหวานเล็กน้อย เนื้อละเอียด ไม่มีกลิ่น สีเหลืองเข้มกว่าหมอนทอง

สำหรับ"หมอนทอง" มีกลิ่นเล็กน้อย รสชาติหวานมัน ออกรสหวานมากกว่าก้านยาว ราคา 2 กิโลกรัม 300 บาทสำหรับลูกเล็ก ถ้าลูกใหญ่หน่อยก็ตกประมาณ 5 กิโลกรัม 700 บาท ถ้าใหญ่มากก็ขึ้นไปถึงหลักพัน ส่วน "ทองย้อยฉัตร" ทุเรียนพันธุ์เก่าแก่ดั้งเดิมนั้นสังเกตง่ายๆตรงก้นของลูกจะมีก้อนย้อยๆคล้ายฉัตร รสชาติหวานมัน สีเหลืองเข้ม มีกลิ่นเล็กน้อย และมีปลูกอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีเท่านั้น

เหตุที่ทำให้ทุเรียนนนท์มีราคาสูงถึงหลักพันต่อลูก เนื่องจากปัจจุบันผู้ปลูกมีน้อยบ้างก็ล้มเลิกไปตอนน้ำท่วม บ้างก็ขายที่ให้กับพวกนายทุนเอาไปทำบ้านจัดสรรเพราะได้ราคาดีกว่า ทำให้ทุเรียนนนท์มีผลผลิตออกมาน้อย หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน ประกอบกับทุเรียนนนท์มีรสชาติอร่อย เนื้อดีจึงส่งผลให้มีราคาแพง

สำหรับชาวสวนทุเรียนอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ลุงแสวง นาคนาค วัย 64 ปี เล่าว่า ตนรับช่วงสวนต่อมาจากรุ่นพ่อ-แม่ และได้เริ่มตัดทุเรียนครั้งแรกตอนอายุ 12 ปี ตนโชคดีที่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2538 ไม่ส่งผลเสียหายต่อสวนทุเรียน เนื่องจากได้สร้างที่กั้นน้ำไว้แล้ว เพราะทุเรียนถึงจะชอบน้ำแต่ไม่ชอบให้น้ำท่วมขัง ดังนั้นการปลูกทุเรียนต้องดูแลเอาใจใส่อย่างดี

ลุงแสวงบอกเคล็ดลับการดูแลทุเรียนว่า "ลุงจะตื่นมารดน้ำตอนตี 1-2 เพราะเป็นช่วงที่อากาศสมดุล ทำความชื้นให้ต้นไม้ได้ดี รดน้ำช่วงนี้จะทำให้ต้นไม้งาม ถ้ารดน้ำช่วงเช้าต้นไม้จะเย็นแค่แป๊บเดียว เดี๋ยวก็จะร้อนเพราะแดดออก ถ้ารดช่วงเย็นไอร้อนจากดินจะทำให้ต้นไม้ไม่เย็นอีกเช่นเดียวกัน แต่ก่อนลุงก็เคยรดน้ำช่วงสายๆ แต่เนื่องจากลุงมีภารกิจอย่างอื่นที่ต้องทำ ทำให้ต้องเปลี่ยนมารดน้ำตั้งแต่ตี 1-2 เพื่อที่จะได้ไม่กระทบกับภารกิจอื่นๆ และสังเกตได้ว่าต้นไม้ดูงามดีกว่าเดิม"


"ทุเรียนที่สวนส่วนมากจะเป็นก้านยาว และหมอนทอง ส่วนพันธุ์เก่าแก่เช่น กบตาขำ กบแม่เฒ่า ทองย้อย พันธุ์ลวงก็มีแต่น้อย สำหรับก้านยาวนั้นที่สวนมีประมาณ 50 กว่าต้น รสชาติก็หวานมัน เนื้อเนียน ละเอียด เนื้อหนึบ ใครกินต้องติดใจ ยิ่งถ้าต้นที่อายุมากๆ ผิวจะบาง ไส้เล็ก เนื้อสีเหลืองเข้ม จะได้เนื้อเยอะ ส่วนราคาขายอยู่ที่ลูกเล็ก ต่ำสุดประมาณ 500 บาท ลูกใหญ่ 2,000-3,000 บาท ส่วนหมอนทองมีอยู่ประมาณ 40 กว่าต้น รสชาติจะอ่อนกว่าก้านยาว ออกรสหวานกว่า ราคาประมาณ 300-500 บาทต่อลูก"

ลุงแสวงเจ้าของสวนแนะว่า ทุเรียนนนท์หนามจะคม ยิ่งแก่หนามก็จะยิ่งคม สีคล้ำ ผิวแห้ง หยิบแล้วรู้สึกเบามือ เห็นภายนอกก็รู้แล้วว่าเนื้อข้างในจะเป็นยังไง สุกมากสุกน้อยแค่ไหน ซึ่งคนที่อยู่กับทุเรียนอย่างตนจะดูรู้ได้ทันที โดยไม่ต้องปลอกเปลือกเลยก็ได้

สำหรับคนที่อยากจะลิ้มรสทุเรียนเมืองนนท์นั้น ลุงแสวงบอกว่า จะมีวางขายกันใกล้ๆ ละแวกบ้านหรืออยู่ในจังหวัดนนทบุรี ส่วนมากจะมีลูกค้าที่พยายามเสาะแสวงหา หรือพวกลูกค้าประจำตามไปซื้อกันถึงในสวน ไปเลือกกันถึงบนต้นเลยทีเดียว และถ้าจะกินทุเรียนเมืองนนท์ให้อร่อยนั้น หลังจากที่ทุเรียนแก่ลงจากต้นแล้ว จะต้องเก็บไว้อีกสัก 3-5 วัน ให้ทุเรียนส่งกลิ่นหอมก่อน เรียกว่าตัดให้เขาลืมต้นแล้วจะค่อยๆ สุก จึงจะกินได้รสชาติหอมอร่อย และสำหรับทุเรียนก้านยาวเมืองนนท์เมื่อกินแล้วเวลาเรอจะไม่มีกลิ่นอีกต่างหาก

เรื่องนี้จริงเท็จอย่างไรคงต้องไปลองพิสูจน์กันเอาเอง...
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือโก๋หน้าวัง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1276
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
Tel: 081XXXXXXX
team: Bike to Work
Bike: Trek 6500

Re: งาน "ทุเรียนนนท์ 52" ในระหว่างวันที่ 22-31 พฤษภาคม 2552

โพสต์ โดย เสือโก๋หน้าวัง »

“ก้านยาวเมืองนนท์” คนปลูกไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ปลูก


"ก้านยาว” ได้ชื่อว่าเป็นราชินีทุเรียนเพราะความที่รสชาติสุดอร่อยโดดเด่นกว่าบรรดาทุเรียนพันธุ์อื่น ๆ ยิ่งได้ทุเรียนก้านยาวเมืองนนท์ด้วยแล้ว ถามบรรดาคนที่หลงรักทุเรียนต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าต่อให้เอาเป๋าฮื้อตัวละเป็นพันมาแลกก็ไม่ยอม เพราะเป๋าฮื้อเดินไปกินที่ไหนก็ได้ แต่จะหาทุเรียนก้านยาวจากสวนเมืองนนท์ของแท้กินได้ง่าย ๆ เสียเมื่อไหร่?? ขนาดลูกละเหยียบพันบาทยังอาจจะเจอของปลอมได้ เมื่อใจมันรักก็เลยต้องลุยเข้าสวนเมืองนนท์เพื่อตามล่าหาก้านยาวของแท้มาลิ้มลองรสชาติให้หายคิดถึงเสียหน่อย

แม่วัลย์ ชาวสวนเมืองนนท์โดยกำเนิดจะมาบอกเหตุผลว่าทำไมทุเรียนก้านยาวจึงแพงนักแพงหนา

ปลูกทุเรียนต้องให้ทั้งใจ

ก่อนดวงอาทิตย์จะสาดแสงแรงกล้าในตอนเช้า “แม่วัลย์”- ลัดดาวัลย์ ใครคล้าย วัย 50 กว่าปีจะสวมงอบพร้อมแบกชะลอมไปสวนเพื่อรดน้ำพรวนดินผลหมากรากไม้ในสวนย่านบางรักน้อย จังหวัดนนทบุรีเป็นกิจวัตรประจำวันมาตั้งแต่เด็ก

“ ฉันทำสวนมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เรียกว่าเกิดมาก็เห็นต้นทุเรียนแล้ว จากนั้นพอโตขึ้นก็รับสืบทอดสวนมาจากแม่ ” แม่วัลย์เล่าด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มอัธยาศัยดีต้อนรับแขกทุกคนที่มาเยือนเหมือนชาวสวนทั่วไปที่วัฒนธรรมคนเมืองยังกล้ำกรายมาไม่ถึง



เมื่อสมัยก่อนจังหวัดนนทบุรีหรือที่เรียกขานกันทั่วไปว่าเมืองนนท์ ได้ชื่อว่าเป็นย่านสวนผลไม้ที่ขึ้นชื่อก็คือทุเรียนที่ทั้งรสชาติและคุณภาพดีเด่นกว่าท้องถิ่นอื่น ๆ แม่วัลย์เป็นหนึ่งในชาวสวนเมืองนนท์เพียงไม่กี่คนที่ยังยึดอาชีพทำสวนอยู่ในปัจจุบัน ขณะที่ลูกหลานคนเมืองนนท์หันเหไปเป็นมนุษย์เงินเดือนกันเป็นแถว ๆ ปล่อยให้พื้นที่สวนที่เคยอุดมสมบูรณ์นั้นรกร้างเพื่อรอให้นายทุนจัดสรรมากว้านซื้อที่ดินในราคาแพง ๆ เพื่อไปทำหมู่บ้านจัดสรร

ละแวกสวนของแม่วัลย์เป็นเครือญาติกันทั้งนั้น เพราะที่ดินทำสวนผืนใหญ่ของยายจะถูกตัดแบ่งย่อยออกตามจำนวนลูก ๆ และเมื่อมาถึงรุ่นหลานก็ถูกซอยลงไปเหลือเป็นเจ้าของเพียงบ้านละไม่กี่ไร่เท่านั้น แม่วัลย์เล่าว่าสวนเมืองนนท์รุ่น 50 กว่าปีที่แล้วจะปลูกทุเรียนคละกันไป แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพันธุ์พื้นบ้านที่คนรุ่นใหม่แทบจะไม่รู้จักแถมยังหากินได้ยากแล้ว อาทิ กระดุม อีลวง ทองย้อยฉัตร สาวชม สาวน้อย กบตาขำ กบชายน้ำ กบแม่เฒ่า กบหน้าศาล เป็นต้น

เมื่อก่อนแม้ทุเรียนจะเป็นพืชหลักที่ปลูกเอาไว้ขายเลี้ยงชีพแต่ก็ถือว่าฐานะของชาวสวนเมืองนนท์ยังยากจนอยู่ดี เพราะปีหนึ่งจะขายทุเรียนได้ครั้งเดียวเท่านั้น ส่วนผลไม้อื่น ๆ ที่ปลูกแซมอย่างมังคุด มะไฟ ส้มโอ ก็เป็นพืชที่แทบจะไม่ได้ราคาเลย

“ มายุคที่แม่ของฉันตัดแบ่งสวนให้ลูก ๆ เมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว พวกฉันจึงหันมาปลูกทุเรียนหมอนทอง ชะนี และก้านยาว เพราะได้ราคาดี แต่ทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองก็ยังพอมีอยู่บ้าง ”

นั่นคงจะเป็นยุคที่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสวนเมืองนน์ก็ว่าได้ ส่วนทุเรียนพันธุ์ก้านยาวนั้นจะปลูกแซมควบคู่ไปกับพันธุ์หมอนทองและชะนีเพราะก้านยาวนั้นเป็นทุเรียนที่ได้ราคาดีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

“ ย่าฉันมีต้นทุเรียนก้านยาวอยู่ต้นหนึ่ง ถ้านับอายุถึงตอนนี้ก็ 100 ปีแล้ว ตอนย่าตัดสวนให้ลูกหลานนั้น ย่าก็ขอทุเรียนก้านยาวต้นนี้ไว้เก็บลูกเอาไว้เลี้ยงตัว พอย่าเสียก็เลยกลายมาเป็นของพี่สาวฉัน ทุกวันนี้ทุเรียนต้นนี้ก็ยังอยู่กลายเป็นสวนประวัติศาสตร์ไปแล้ว”

แม่วัลย์ซึ่งเป็นชาวสวนมาตั้งแต่เกิดเล่าถึงกิจวัตรประจำวันของชาวสวนที่นี่ให้ฟังว่าทุกเช้าประมาณตี 5 ครึ่งถึง 6 โมงเช้า จะเดินเข้าสวนเพื่อไปรดน้ำต้นทุเรียนด้วยตัวเองทุกต้นจนถึงใกล้เที่ยงจึงจะรดน้ำเสร็จ ถ้าไปสวนสายหน่อยก็เท่ากับวันนั้นต้องทนตากแดดร้อนไปด้วย

“ เดี๋ยวนี้บางสวนเขาก็ลงทุนใช้สปิงเกอร์กันแล้ว แต่สวนของฉันยังรดด้วยมืออยู่ เพราะต้นทุเรียนจะชอบชื้นแต่ต้องไม่แฉะ แต่ถ้าน้ำน้อยทุเรียนก็จะห้าวกินไม่อร่อย เป็นต้นไม้ที่ดูแลยากมาก ”

ชาวสวนอย่างแม่วัลย์จะต้อง “เข้าสวน” ทุกวัน โดยเฉพาะเมื่อเริ่มเข้าฤดูหนาวที่ดอกทุเรียนเริ่มแทงช่อออกมาเป็นตุ่ม ๆ หมายถึงช่วงที่จะต้องดูแลทุเรียนอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น แม่วัลย์จะปีนขึ้นไปบนต้นทุเรียนซึ่งสูงไม่ต่ำกว่า 5 – 10 เมตรอย่างคล่องแคล่วเพื่อนำเชือกผูกช่อทุเรียนช่อแรกที่ผลิออกเพื่อเป็นเครื่องหมายว่าจะต้องตัดทุเรียนช่อนี้ก่อน จากนั้นก็จะไล่กันต่อ ๆ ไป ซึ่งแม่วัลย์คนเดียวเท่านั้นที่จะรู้รหัสลับนี้

เมื่อทุเรียนเริ่มติดลูกนั่นหมายถึงชาวสวนอย่างแม่วัลย์จะต้องเข้าสวนและปีนต้นทุเรียนวันละหลาย ๆ รอบเพื่อเคาะดูว่าทุเรียนลูกไหนบ้างที่พอจะถึงเวลาตัดได้แล้ว เพราะถ้าไม่ใส่ใจเวลาทุเรียนแก่จัดจะตกลงพื้น นั่นหมายถึงทุเรียนลูกนั้นจะเสียราคาไปทันทีเพราะเนื้อจะเละ ดังนั้นแทบจะเรียกได้ว่าจะต้องดูแลทุเรียนในช่วงนี้อย่างใกล้ชิดทีเดียว ชาวสวนอย่างแม่วัลย์จึงรู้จักทุเรียนทุกลูกของสวนเป็นอย่างดี ถ้าหายไปลูกหนึ่งก็จะรู้ได้ทันที

เรียกได้ว่าการทำสวนทุเรียนเมืองนนท์เขาจะใช้วิธีการดูแลแบบทุ่มเทใจให้กับทุเรียนทุกลูกทีเดียว!!!

“ ที่สวนทุเรียนเมืองนนท์จะค่อย ๆ ทยอยตัดลูกที่แก่จัด ดังนั้นจึงตัดได้วันละ 1 – 2 ลูก บางวันก็ไม่มีเลย ไม่เหมือนทุเรียนไร่ที่จะตัดทีเดียวทั้งไร ”

2538 เมื่อสวนทุเรียนล่ม

สวนผลไม้เมืองนนท์ก็เหมือนสวนผลไม้ย่านอื่น ๆ ทั้งฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนคร คือบางปีเจอแจกพอตน้ำท่วม ชาวสวนจะต้องวิดน้ำออกจากสวนให้เร็วที่สุดเพื่อความอยู่รอดของต้นไม้



ชาวสวนเมืองนนท์ในวัย 30 กว่าปียังจำได้ถึงเหตุการณ์หายนะครั้งใหญ่เมื่อปี 2538 ได้อย่างดีเมื่อน้ำท่วมใหญ่ ทุกสวนของเมืองนนท์ต้องแช่น้ำเป็นแรมเดือน ระดับน้ำสูงขนาดบางบ้านต้องปีนขึ้นไปอาศัยอยู่บนหลังคาบ้านกันเลย บางสวนทำเขื่อนกั้นน้ำไม่ทันต้องจำใจปล่อยให้สวนล่มไปต่อหน้าต่อตา

“ ฉันทำเขื่อนกั้นน้ำหมดไปกว่าแสนถึงจะเอาอยู่” แม่วัลย์เล่าถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น

ผลจากน้ำท่วมใหญ่ครั้งนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของสวนทุเรียนเมืองนนท์ก็ว่าได้คือ ทุเรียนของเมืองนนท์แทบจะสูญพันธุ์ไปเลย หลายสวนต้องเริ่มต้นใหม่ด้วยการไปหาซื้อทุเรียนนอกสวนจากระยองมาปลูกกัน ซึ่งส่วนมากก็จะหันมาปลูกหมอนทอง ชะนีและก้านยาวไปเลย ปล่อยให้ทุเรียนพันธุ์พื้นบ้านแทบจะหายสาบสูญไปกับสายน้ำด้วย และจะต้องรอไปอีก 8 ปีจึงจะเก็บผลผลิตได้

นั่นจึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เจ้าของสวนรุ่นต่อ ๆ มาไม่คิดจะปลูกทุเรียนทดแทนต้นที่เสียไป ประกอบกับเริ่มมีนายทุนเข้าไปกว้านซื้อที่ดินย่านสวนเมืองนนท์เพื่อจะนำไปทำหมู่บ้านจัดสรร จึงทำให้ทุเรียนเมืองนนท์ใกล้จะเป็นตำนานอีกหน้าหนึ่งของผลไม้สุดอร่อยเมืองไทยไปแล้ว

“ก้านยาว” คนปลูกไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ปลูก

ยุคเมื่อ 20 ปีก่อน แม่วัลย์และชาวสวนคนอื่น ๆ เมื่อตัดทุเรียนได้แต่ละวันก็จะนำทุเรียน 1 – 2 ลูกขึ้นเรือพายออกจากสวนเพื่อไปขึ้นเรือแท็กซี่อีกทอดหนึ่ง จุดหมายปลายทางคือท่าน้ำเมืองนนท์ซึ่งถือเป็นแหล่งขายทุเรียนเมืองนนท์ขนาดใหญ่ที่สุด



แต่ปัจจุบันนี้แม้แต่ท่าน้ำเมืองนนท์ก็ยังแทบจะหาทุเรียนจากสวนเมืองนนท์ของแท้ได้ยากเย็นเหลือเกิน แม้แต่ตามถนนที่ตัดผ่านสวนเมืองนนท์มีพ่อค้านำทุเรียนลูกสวย ๆ วางใส่กระจาด ติดป้ายว่าทุเรียนสวนเมืองนนท์ของแท้ แต่ชาวสวนเองถึงจะรู้ว่า นั่นก็มิใช่ทุเรียนเมืองนนท์ของแท้หรอก

เพราะถ้าจะกินทุเรียนของแท้จริง ๆ จะต้องบุกสวนเมืองนนท์เท่านั้นจึงจะได้ลิ้มลองทุเรียนรสชาติหวานมันอร่อยจริง ๆ

ซึ่งบรรดานักนิยมกินทุเรียนทั้งหลายพอถึงช่วงเดือนเมษายนก็จะเริ่มขับรถแวะเวียนไปตามสวนเมืองนนท์ตั้งแต่บางกรวย บางใหญ่ ไปจนถึงบางรักน้อย ที่ยังพอเหลือสวนทุเรียนให้แวะชิมกันได้บ้าง

สนนราคาของทุเรียนสวนเมืองนนท์นั้นจะขายกันเป็นลูกแล้วแต่สายพันธุ์และขนาด อย่างหมอนทองลูกละไม่ต่ำกว่า 300 บาท แต่ถ้าเป็นก้านยาวแท้ของสวนเมืองนนท์แล้วขนาดลูกเล็กยังตกเข้าไปลูกละ 400 บาท ถ้าลูกขนาดกลางต้องไม่ต่ำกว่า 500 บาท ส่วนลูกใหญ่บางครั้งซื้อขายกันอยู่ที่ 1,500 บาทกันทีเดียว

ราคานี้เป็นราคาที่ซื้อขายกันในสวนเท่านั้น แต่ถ้ามีพ่อค้าคนกลางมารับไปขายย่านเยาวราชหรือตลาด อ.ต.ก แล้วราคาจะต้องถูกปรับให้สูงขึ้นเกือบเท่าตัวทีเดียว

ดังนั้นนักกินทุเรียนมืออาชีพจะต้องเป็นคนกระเป๋าหนักสักหน่อย ซึ่งที่ผ่าน ๆ มาก็จะมี “ขาประจำ” แบบสวนใครสวนมันแวะเวียนมาหาอยู่เป็นประจำจนกลายเป็นเพื่อนสนิทสนมกับเจ้าของสวนไปแล้ว

จากการสอบถามบรรดานักกินทุเรียนที่อุตส่าห์ดั้นด้นขับรถไปเสาะแสวงหาทุเรียนตามสวนเมืองนนท์นั้น ไม่ใช่จะกระเป๋าหนักเท่านั้น แต่คนพวกนี้ต้องยอมรับว่าเป็นนักกินทุเรียนตัวฉกาจเช่นกัน เพราะพวกเขาเรียนรู้เรื่องทุเรียนกันมาอย่างลึกซึ้งเหมือนกัน

ทุเรียนก้านยาวมีราคาแพง ๆ นั้น คนที่มีโอกาสจะกินได้คงจะเป็นเศรษฐีกระเป๋าหนัก และพระผู้ใหญ่ในละแวกบ้านสวนเท่านั้นเพราะชาวบ้านยังใจบุญสุนทานชอบทำบุญกันอยู่ เรียกว่าพอเก็บทุเรียนสวย ๆ ด้สักลูกก็จะต้องหิ้วไปถวายพระใกล้บ้านกันเลย

ส่วนเจ้าของสวนเองจะยอมกินทุเรียนหมอนทองหรือพันธุ์พื้นเมืองไปก่อน อย่างเก่งก็จะยอมเก็บทุเรียนก้านยาวสักลูกเอาไว้กินเพื่อให้สมยากที่อุตส่าห์ปลูกกันมาอย่างยากเย็นนักที่เหลือก็เก็บเอาไว้ขายเอาเงินไปบำรุงสวนต่อไป

แนะดูทุเรียนสวนเมืองนนท์ของแท้



แม่วัลย์บอกถึงเคล็ดลับในการดูทุเรียนก้านยาวของแท้เมืองนนท์ว่า ทรงของทุเรียนจะไม่กลมแต่จะเบี้ยวก้นแหลมคล้ายทุเรียนหมอนทอง หนามมีขนาดเล็กและละเอียดกว่า สีจะค่อนไปทางเหลืองอมเขียวหรืออมน้ำตาลอ่อน ส่วนก้านจะต้องยาวสวย เมื่อฉีกพลูออกสีของเนื้อทุเรียนเหลืองนวลเข้มจัด รสชาติของก้านยาวจะไม่หวานจัดแต่จะกลมกล่อมหอมนุ่มคลาสสิก กลิ่นติดลิ้นให้รู้สึกได้ถึงรสชาติของความเป็นทุเรียนที่ถือเป็นเสน่ห์ของก้านยาวทีเดียว

และถ้าจะกินทุเรียนเมืองนนท์ให้อร่อยนั้นมีเคล็ดลับแนะนำคือ หลังจากที่ตัดทุเรียนแก่จัดลงมาจากต้นแล้ว ถ้าเป็นทุเรียนสวนเมืองนนท์จะต้องเก็บไว้อีก 3 – 5 วันให้ทุเรียนส่งกลิ่นหอมก่อนจึงจะกินได้รสชาติหอมอร่อย ผิดกับทุเรียนของระยองที่ตัดแล้วฉีกกินได้เลย

ขณะที่ปีนี้อากาศร้อนจัดนั้น แม่วัลย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทุเรียนบอกว่าทุเรียนปีนี้จะห้าว(หมายถึงเนื้อแข็ง) เพราะความแล้งน้ำ


สุดท้ายนี้แม่วัลย์เปิดใจว่าแม้ใครจะขายสวนทุเรียนทิ้งไปก็ตาม แต่เธอจะไม่ยอมขาย เพราะอยากจะอนุรักษ์สวนทุเรียนของบรรพบุรุษเอาไว้ให้ลูกหลานได้รู้จัก และถ้าใครอยากจะไปชมสวนทุเรียนเมืองนนท์ของแม่วัลย์ก็แวะไปได้ที่สวนลัดดาวัลย์ ตำบลบางรักน้อย จังหวัดนนทบุรี อยู่ตรงข้ามอนามัยบางประดู่
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
RIDER_BIKE
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 22
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 มี.ค. 2009, 21:40
Tel: 0833834522
Bike: TREK 7300

Re: งาน "ทุเรียนนนท์ 52" ในระหว่างวันที่ 22-31 พฤษภาคม 2552

โพสต์ โดย RIDER_BIKE »

ผมว่าดูรูปคุณโก๋ก็น่ารู้เรื่องนะครับ


ดีครับได้ความรู้เรื่องผลไม้ทีแรกเปิดมาอ่าน งง กับทุเรียนมากครับทุกวันนี้ไม่รู้กินพันไหนเข้าไปบ้างแล้ว
ตอบกลับ

กลับไปยัง “จัดทริปย่อย”