ปั่นแล้วเสียชีวิต...คิดอย่างไรกันบ้าง..
-
jo_giant1
- ขาประจำ
- โพสต์: 1307
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ค. 2010, 17:49
- ติดต่อ:
Re: ปั่นแล้วเสียชีวิต...คิดอย่างไรกันบ้าง..
ออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี
แต่ที่สำคัญอย่าหักโหมเกินกว่าที่ร่างกายของเราจะรับได้
เมื่อรู้ว่าร่างกายไปไม่ไหวอย่าฝืนครับ หลุดเป็นหลุด อย่าอายเมื่อโดนแซว
ผมคิดเตือนใจไว้เสมอตอนปั่นออกรอบกับเพื่อนๆว่า...เรามาออกกำลัง
"คนที่ปั่นเร็วที่สุด ถึงก่อนก็ไม่ได้ถ้วยรางวัล
เราถึงเส้นชัย เราก็ไม่ได้รางวัล
เพราะฉะนั้นต้องไม่หักโหม"
เพราะความคิดนี้ ผมเลยเข้าที่สุดท้ายทุกครั้ง โดนแซวว่าหลุดเป็นประจำทุกครั้งครับ
"ใจของคนทุกคน ไปถึงที่หมายได้เร็วเท่ากัน
แต่ด้วยพลังกายที่ต่างกัน คนแข็งแรงกว่าย่อมไปถึงก่อน"
************************************
แรงไม่มี ปั่นไม่ไว ตามใครๆไม่ค่อยทัน
แต่. ..... ไม่เคยหันหลังกลับ
"เมื่อคิด ต้องถึง"
..... jo_giant ^ ^ .....
*************************************
- zola
- ขาประจำ
- โพสต์: 125
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:09
- Tel: 0867867555
- team: หัวกุญแจไบค์ , เทศบาลบ้านบึง
- Bike: specialized S work M5 , trek madone 5.9
Re: ปั่นแล้วเสียชีวิต...คิดอย่างไรกันบ้าง..
กด like เลยเสือเชิด เขียน:ก็ขอให้เป็นรายสุดท้ายครับ
การปั่นจักรยานต้องประเมินตัวเองว่าอยู่ในระดับไหน อย่าไปตามกลุ่ม
โดยไม่มมองดูตัวเอง การหัดปั่นได้ไม่นาน น้ำหนักมาก ปั่นขึ้นเนิน
หรือสะพานสูง สำหรับมือใหม่เป็นเรื่องเสี่ยงเมื่อถึงสุดเนินต้องใช้พลัง
มาก ถ้าไม่ฟิตโอกาสเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มีแน่นอน ไปเรื่อย ๆ เหนื่อย
ก็พักครับ...ผมเตือนน้องมือใหม่อยู่เสมอ
- rugbyboyz
- ขาประจำ
- โพสต์: 123
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2012, 03:34
- Bike: Bianchi KUMA 26.2
- ตำแหน่ง: กรุงเทพมหานคร
Re: ปั่นแล้วเสียชีวิต...คิดอย่างไรกันบ้าง..
ปั่นจักรยานมาหนักๆ ร่างกายเกิดความร้อน แล้วหยุดทันทีพร้อมกับดื่มน้ำ (อาจจะเป็นน้ำเย็น) แบบนี้ร่างกายช๊อคแน่นอนครับ
ถ้าออกกำลังกายหนักๆ แล้วต้องการน้ำเย็น แนะนำให้ "จิบ" เรื่อยๆ จะดีกว่า....หรือหากทำได้ก็ให้ Cool Down ก่อนจะหยุดพักครับ
ถ้าออกกำลังกายหนักๆ แล้วต้องการน้ำเย็น แนะนำให้ "จิบ" เรื่อยๆ จะดีกว่า....หรือหากทำได้ก็ให้ Cool Down ก่อนจะหยุดพักครับ
- hydrogen
- ขาประจำ
- โพสต์: 699
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 14:03
- team: WIHARNDANG BIKE CLUB / SARABURI
- Bike: ORBEA LANZA 2009 / Scott Addict SL 2015 / Scott Foil Premium 2016
- ติดต่อ:
Re: ปั่นแล้วเสียชีวิต...คิดอย่างไรกันบ้าง..
ขึ้นเนินข้างๆเขา เส้นทางประมาณ
7-8 กิโล ระหว่างที่ขี่ ก็ปกติ พอสุดเนินก็จอดรถ ได้เดินลงไปหยิบกระติกนำ้ดื่ม หลังจากนั้นก็เกิดวูบหัวทิ่มลง แน่นหน้าอก
...
ก่อนอื่นขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่จากไปด้วยครับ
อาการเหมือนผมเคยเป็น แต่ตอนนั้น อากาศร้อน บวกกับปั่นขึ้นเนินเร็ว และหยุดกระทันหันโดยที่ไม่รู้ว่า ร่างกายไม่พร้อมจะหยุด
หายใจเข้าไปมีแต่สูญญากาศ อาจจะเพราะแข็งแรงเลยไม่ตาย... แค่เป็นลมหน้ามืด พยายามหายใจเหมือนหาอากาศไม่เจอ
เป็นลม ล้มลงไป หมวกกันน๊อกกระเด็นออกจากหัว วูบไปสองสามวินาที
ตั้งแต่นั้น ก็เวลาปั่นจักรยานแบบที่ใช้หัวใจหนักๆ เหนื่อยมากๆ จะไม่หยุดทันทีเด็ดขาด เพราะ รู้ว่า ร่างกายไม่พร้อมที่จะหยุด
7-8 กิโล ระหว่างที่ขี่ ก็ปกติ พอสุดเนินก็จอดรถ ได้เดินลงไปหยิบกระติกนำ้ดื่ม หลังจากนั้นก็เกิดวูบหัวทิ่มลง แน่นหน้าอก
...
ก่อนอื่นขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่จากไปด้วยครับ
อาการเหมือนผมเคยเป็น แต่ตอนนั้น อากาศร้อน บวกกับปั่นขึ้นเนินเร็ว และหยุดกระทันหันโดยที่ไม่รู้ว่า ร่างกายไม่พร้อมจะหยุด
หายใจเข้าไปมีแต่สูญญากาศ อาจจะเพราะแข็งแรงเลยไม่ตาย... แค่เป็นลมหน้ามืด พยายามหายใจเหมือนหาอากาศไม่เจอ
เป็นลม ล้มลงไป หมวกกันน๊อกกระเด็นออกจากหัว วูบไปสองสามวินาที
ตั้งแต่นั้น ก็เวลาปั่นจักรยานแบบที่ใช้หัวใจหนักๆ เหนื่อยมากๆ จะไม่หยุดทันทีเด็ดขาด เพราะ รู้ว่า ร่างกายไม่พร้อมที่จะหยุด
h 2 @ m i | z P i x a r
facebook: http://www.facebook.com/wihandaeng
facebook: http://www.facebook.com/wihandaeng
- TSK
- ขาประจำ
- โพสต์: 609
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 11:27
- Tel: 053329167
- Bike: MIYATA TRYCROSS
Re: ปั่นแล้วเสียชีวิต...คิดอย่างไรกันบ้าง..
แถวบ้านผมก็เสียชีวิตไปคนหนึ่งเพราะเหตุนี้ คือปั่นขึ้นเนินมาแล้วลงมากราบพระทันทีhydrogen เขียน:ขึ้นเนินข้างๆเขา เส้นทางประมาณ
7-8 กิโล ระหว่างที่ขี่ ก็ปกติ พอสุดเนินก็จอดรถ ได้เดินลงไปหยิบกระติกนำ้ดื่ม หลังจากนั้นก็เกิดวูบหัวทิ่มลง แน่นหน้าอก
...
ก่อนอื่นขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่จากไปด้วยครับ
อาการเหมือนผมเคยเป็น แต่ตอนนั้น อากาศร้อน บวกกับปั่นขึ้นเนินเร็ว และหยุดกระทันหันโดยที่ไม่รู้ว่า ร่างกายไม่พร้อมจะหยุด
หายใจเข้าไปมีแต่สูญญากาศ อาจจะเพราะแข็งแรงเลยไม่ตาย... แค่เป็นลมหน้ามืด พยายามหายใจเหมือนหาอากาศไม่เจอ
เป็นลม ล้มลงไป หมวกกันน๊อกกระเด็นออกจากหัว วูบไปสองสามวินาที
ตั้งแต่นั้น ก็เวลาปั่นจักรยานแบบที่ใช้หัวใจหนักๆ เหนื่อยมากๆ จะไม่หยุดทันทีเด็ดขาด เพราะ รู้ว่า ร่างกายไม่พร้อมที่จะหยุด
อยากจะฝากช่วยเตือนๆ กันด้วยนะครับว่าเมื่อหยุดรถแล้วอย่าหยุดเคลื่อนไหว ขณะที่กำลังปั่นอยู่นั้นหัวใจเต้นเร็วก็จริง แต่มีกล้ามเนื้อขาที่เคลื่อนไหวช่วยบีบเส้นเลือดผ่อนแรงหัวใจ ทันทีที่หยุดปั่นภาระตกไปที่หัวใจอย่างเดียว จังหวะนั้นอัตราการเต้นของหัวใจจะขึ้นสูงมาก ที่เสียชีวิตก็เพราะสูงจนรับไม่ไหวเกิดอาการหัวใจวาย เพราะฉะนั้นเมื่อหยุดรถแล้วให้เดินไปมาสักพักหนึ่งก่อน
กรณีปั่นมาเจอไฟแดงก็เหมือนกัน
- nj
- ขาประจำ
- โพสต์: 872
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 23:40
Re: ปั่นแล้วเสียชีวิต...คิดอย่างไรกันบ้าง..
เมื่อหยุดรถแล้วอย่าหยุดเคลื่อนไหว ขณะที่กำลังปั่นอยู่นั้นหัวใจเต้นเร็วก็จริง แต่มีกล้ามเนื้อขาที่เคลื่อนไหวช่วยบีบเส้นเลือดผ่อนแรงหัวใจ ทันทีที่หยุดปั่นภาระตกไปที่หัวใจอย่างเดียว จังหวะนั้นอัตราการเต้นของหัวใจจะขึ้นสูงมาก ที่เสียชีวิตก็เพราะสูงจนรับไม่ไหวเกิดอาการหัวใจวาย เพราะฉะนั้นเมื่อหยุดรถแล้วให้เดินไปมาสักพักหนึ่งก่อน
เห็น ด้วยครับ
หากหยุดทันที น๊อคได้ เพราะเลือดไหล กลับหัวใจไม่ทัน เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ วูบ ได้
เห็น ด้วยครับ
หากหยุดทันที น๊อคได้ เพราะเลือดไหล กลับหัวใจไม่ทัน เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ วูบ ได้
- chp18
- ขาประจำ
- โพสต์: 189
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.พ. 2011, 20:28
- Tel: 086 - 7514129
- team: ชมรมจักรยานโพธาราม
- Bike: เสือภูเขา
Re: ปั่นแล้วเสียชีวิต...คิดอย่างไรกันบ้าง..
จากการที่ชมรมวิ่งโพธารามได้จัดกิจกรรม เดิน - วิ่งและปั่นจักรยานวันวิสาขบูชาแล้วเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นนั้น ทางชมรมวิ่งซึ่งเป็นผู้จัดงาน ขอชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังนี้
จากการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.โพธารามนั้นผู้ต้องหาได้ขับรถยนต์ด้วยความเร็ว ออกจากตลาดโพธารามและได้เชี่ยวชนรถปิคอัพและได้เร่งเครื่องหลบหนีแล้วมาเจอชุดรักษาความปลอดภัยที่มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯและตำรวจจราจรที่รักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับคณะเดิน - วิ่งและปั่นจักรยาน จึงได้ให้สัญญาณให้หยุดเพื่อให้ขบวนจักรยานผ่านพ้นไปก่อน แต่ผู้ต้องหาไม่ยอมหยุดแต่ได้เร่งเครื่องออกไปข้างหน้าซึ่งมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิยืนกั้นรถอยู่หลายคนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องกระโดดหลบได้รับบาดเจ็บหลายคนจากนั้นรถได้พุ่งไปข้างหน้าอย่างแรง ซึ่งขณะนั้นกลุ่มจักรยานที่มีคุณวรพจน์ กิติพัฒนาพงษ์ปั่นเพื่อจะกลับเข้าสู่บริเวณที่จัดงาน จึงถูกรถของผู้ต้องหาชนด้วยความแรง เป็นเหตุให้คุณวรพจน์เสียชืวิต หลังจากชนคุณวรพจน์เสียชีวิตแล้วได้พุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่เจ้าหน้าที่ให้จอดเพื่อให้ขบวนจักรยานไปก่อนได้รับบาดเจ็บ และได้ขับหลบหนีไปโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างราชบุรีไล่ติดตามไปและสกัดจับได้ในที่สุด
จากประวัติผู้ต้องหา เป็นผู้ที่มีอาการทางจิตและเคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโพธาราม และมีใบนัดแพทย์ในวันที่13มิ.ย.55 แต่ได้มาก่อเหตุที่ไม่คาดคิดทำให้สูญเสียบุคคลสำคัญของวงการกีฬาไปเพราะท่านเป็นประธานชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพบางพลี และเป็นนักกีฬาวิ่งฝีเท้าดีคนหนึ่ง ชมรมวิ่งโพธารามขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของท่านและจะช่วยติดตามความคืบหน้าของคดีเพื่อแจ้งให้เพื่อนสมาชิกชมรมจักรยานทราบต่อไป ขอให้ดวงวิญญาณของท่านจงไปสู่สรวงสวรรค์เถิด
-
เสือรถพ่วง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1332
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ม.ค. 2010, 21:20
- Tel: 0819555673
- team: SAHAKIJ JOHO..KORATBIKE... P.C.S.Clycling Team Korat
- Bike: KONA KHS TREK GIANT SCOTT ANCHOR
Re: ปั่นแล้วเสียชีวิต...คิดอย่างไรกันบ้าง..
ผมเองก็เคยโกงความตาย มาหลายครั้งเหมือนกันครับ ปั่นขึ้นเขาดีๆ ดันไปถึงยอดก่อน ก็เลยจอดลงไปฉี่ วูบไปเลยครับทั้งๆ ยืนฉี่ พอเพื่อนขึ้นมาเห็นงงครับ ทำไมมันมานอนรอเลยเหรอว่ะ
อีกครั้งก็อกกไปซ้อมตอนเย็นปกติ กลับมาบ้านหิว ชวนแฟนขับมอไซค์ไปหาอะไรกิน ได้ผลเลยครับ วูบไปกับรถมอเตอร์ไซค์เลยครับ แฟนก็ล้มลงไปด้วย ดีที่ไม่เป็นอะไรมากครับ
ตอนไปแข่งที่ราชบุรี ก็วูบเหมือนกันครับ ตอนจะสตาร์ทเห็นพวกเขาวอร์ม พอดีเรามาช้ากลัว วอร์มไม่ทันเพื่อนก็เลยกลับไปที่รถ เอารองเท้าวิ่งใส่ แล้ววิ่งวอร์มนะครับ พอวอร์มเสร็จ จะถอดรองเท้าเก็บ ก้มลงไปถอดรองเท้าวิ่ง ล้มไปทั้งยังงั้นเลยครับ เลอะขี้โคลนด้วย รู้สึกอีกที ได้ยินน้องนักศึกษามาเรียก พี่ๆ มีคนเป็นลม ผมได้ยินเสียงเลยลืมตาขึ้นมา ตูมานอนอยู่ที่นี่ได้อย่างไรว่ะ จากนั้นก็รีบลุกขึ้นมา นักศึกษาจะพาไปห้องพยาบาล ผมบอกไม่เป็นไรครับ ผมมาแข่งจักรยาน แล้วก็ใส่รองเท้าจักรยานไปจุดสตาร์ท เพื่อนถามมึงหายไปไหนมาว่ะ เสื้อก็เปื้อน ไปทำอะไรมา ก็เลยบออกเพื่อนไปว่า เดี๋ยวค่อยคุยกัน พอปั่นไปซักซัก เล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนบอกไม่ต้องรีบ ปั่นเกาะกลุ่มไปเรื่อยๆ สักพักก็ดีขึ้น พอจะเข้าเส้นในกลุ่มก็ยกสปริน์ทกัน ผมก็ยกกับเค้าด้วย แต่เพื่อนมันดูดผมมาตลอดแล้วก็มาตีหัวเฉยเลย ผมเลยได้ที่ 3 ครับ เพราะฉะนั้นพวกเราๆ ท่านๆ ที่ปั่นจักรยาน ก็ต้องระมัดระวัง หัดสังเกตุอาการตัวเองด้วยนะครับ
- เสือแก้ว(ทวีผล)18
- ขาประจำ
- โพสต์: 805
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2008, 21:57
- Tel: 081-9769147
- team: เสือเฒ่าโคราชทวีผลทีม
- Bike: ดูคาตี้,khs
Re: ปั่นแล้วเสียชีวิต...คิดอย่างไรกันบ้าง..
+1jo_giant1 เขียน:
ออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี
แต่ที่สำคัญอย่าหักโหมเกินกว่าที่ร่างกายของเราจะรับได้
เมื่อรู้ว่าร่างกายไปไม่ไหวอย่าฝืนครับ หลุดเป็นหลุด อย่าอายเมื่อโดนแซว
ผมคิดเตือนใจไว้เสมอตอนปั่นออกรอบกับเพื่อนๆว่า...เรามาออกกำลัง
"คนที่ปั่นเร็วที่สุด ถึงก่อนก็ไม่ได้ถ้วยรางวัล
เราถึงเส้นชัย เราก็ไม่ได้รางวัล
เพราะฉะนั้นต้องไม่หักโหม"
เพราะความคิดนี้ ผมเลยเข้าที่สุดท้ายทุกครั้ง โดนแซวว่าหลุดเป็นประจำทุกครั้งครับ
"ใจของคนทุกคน ไปถึงที่หมายได้เร็วเท่ากัน
แต่ด้วยพลังกายที่ต่างกัน คนแข็งแรงกว่าย่อมไปถึงก่อน"
- Tidnheng
- ขาประจำ
- โพสต์: 1107
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ย. 2011, 20:59
- team: ซุ้มหมอบสับถัง
- Bike: MTB GARY FISHER WAHOO , หมอบสับถังไร้สัญชาติ , TREX1.2 2013
Re: ปั่นแล้วเสียชีวิต...คิดอย่างไรกันบ้าง..
ประสบการณ์จริงของผมตอนได้รถคันนี้มาใหม่ๆ ปั่นได้ใหลลื่น ยิ่งปั่นก็ยิ่งมันส์ ปกติเวลาปั่นออกกำลังกายก็สับเล่น บางทีใหลไปเกือบ50 แล้วก็ค่อยๆลดความเร็วลงปั่นเนิบๆไปเรื่อยๆแล้วค่อยหยุดพัก ไม่เคยเป็นอะไร
เช้าวันนึง ก็ปั่นตามปกติแต่มีอยู่ช่วงนึงต้องปั่นแซงรถเมล์และต้องทำความเร็วเพื่อจะข้ามเลนยูเทิร์น ตอนนั้นน่าจะอยู่ที่40 พอกลับรถเสร็จเข้าซอยบ้านเจอเพื่อนเลยจอดคุย สัก1นาทีผ่านไปรู้สึกว่าตัวเองร้อนวูบวาบ แน่นท้อง ลามไปแน่นหน้าอก ชาที่หัว หน้ามืดตาลาย ต้องรีบนั่งลงไปกับพื้น เพื่อนเห็นตกใจมาก ถามเราว่า"มึงเป็นอะไรทำไมหน้าซีดอย่างนี้" ผมก็ไม่รู้ว่าผมเป็นอะไรเพราะไม่เคยเป็นมาก่อน จริงๆแล้วเป็นลม ตอนนั้นรู้สึกว่าความตายอยู่ใกล้ๆเอง พยามยามถอดหมวก ถุงมือ เสื้อ ค่อยๆคว้าขวดน้ำมาดื่มทั้งๆที่มองอะไรไม่ค่อยเห็น หายใจลึกๆ สักพักเริ่มดีขึ้น
จำไว้เป็นบทเรียนเลยว่า หลังจากสับมาอย่าเพิ่งจอด ให้ปั่นช้าๆไปเรื่อยๆจนกว่าตัวจะหายร้อน และหายใจเป็นปกติค่อยจอด ที่สำคัญอีกอย่างคือ อย่าให้ท้องว่าง กินอะไรสักหน่อยเช่น ขนมปังสักชิ้น นมสักกล่องก่อนจะออกไปปั่น
เช้าวันนึง ก็ปั่นตามปกติแต่มีอยู่ช่วงนึงต้องปั่นแซงรถเมล์และต้องทำความเร็วเพื่อจะข้ามเลนยูเทิร์น ตอนนั้นน่าจะอยู่ที่40 พอกลับรถเสร็จเข้าซอยบ้านเจอเพื่อนเลยจอดคุย สัก1นาทีผ่านไปรู้สึกว่าตัวเองร้อนวูบวาบ แน่นท้อง ลามไปแน่นหน้าอก ชาที่หัว หน้ามืดตาลาย ต้องรีบนั่งลงไปกับพื้น เพื่อนเห็นตกใจมาก ถามเราว่า"มึงเป็นอะไรทำไมหน้าซีดอย่างนี้" ผมก็ไม่รู้ว่าผมเป็นอะไรเพราะไม่เคยเป็นมาก่อน จริงๆแล้วเป็นลม ตอนนั้นรู้สึกว่าความตายอยู่ใกล้ๆเอง พยามยามถอดหมวก ถุงมือ เสื้อ ค่อยๆคว้าขวดน้ำมาดื่มทั้งๆที่มองอะไรไม่ค่อยเห็น หายใจลึกๆ สักพักเริ่มดีขึ้น
จำไว้เป็นบทเรียนเลยว่า หลังจากสับมาอย่าเพิ่งจอด ให้ปั่นช้าๆไปเรื่อยๆจนกว่าตัวจะหายร้อน และหายใจเป็นปกติค่อยจอด ที่สำคัญอีกอย่างคือ อย่าให้ท้องว่าง กินอะไรสักหน่อยเช่น ขนมปังสักชิ้น นมสักกล่องก่อนจะออกไปปั่น
เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ การพนันไม่เล่น เมียน้อยไม่มี
ขี่แต่จักรยาน
ขาแรงแท้หรือขาแรงเทียม วัดกันตอนขากลับ
FACEBOOK ซุ้มหมอบสับถัง https://www.facebook.com/groups/890058674368235/
ขี่แต่จักรยาน
ขาแรงแท้หรือขาแรงเทียม วัดกันตอนขากลับ
FACEBOOK ซุ้มหมอบสับถัง https://www.facebook.com/groups/890058674368235/
-
green_t
- ขาประจำ
- โพสต์: 1000
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ต.ค. 2008, 22:29
- team: ยังไม่กล้าสมัคร
- Bike: ยังไม่มีเลย เก็บเงินอยู่ครับ
Re: ปั่นแล้วเสียชีวิต...คิดอย่างไรกันบ้าง..
เก็บความรู้ครับ