

พืชตระกูลหวายเยอะมาก..

แรกๆก็สบายๆ ยังยิ้มได้อยู่...

และแล้ว..อุปสรรคสำหรับการนำจักรยานเข้ามาก็ปรากฏตรงหน้า
โดยเฉพาะ...จักรยานที่บรรทุกสัมภาระที่หนักมาด้วย
ต้นไม้ขวางกลางทาง..หลบไม่ระวังอาจตกลงไปในน้ำและเลนของป่าพรุได้

และ บันไดที่สูงชัน ขึ้นๆลงๆ..ต้องยกรถที่หนักขึ้นๆลงๆในหลายจุดเลยครับ

บรรยากาศของสะพานป่าพรุ..
ห้องน้ำ สะอาดสะอ้าน น่าใช้มาก...

ออกมา ว่าจะมาขอถ่ายภาพกับมัคคุเทศน์น้อยที่แนะนำเส้นทางให้ซะหน่อย..ไม่พบตัว ได้แต่ชื่อที่ลงเวลามาทำงานไว้

เกือบ 11 นาฬิกาก็ปั่นกลับขึ้นบนเส้นทางหลวงหมายเลข 416 มุ่งหน้าสู่อ.ละงู ต่อ
มาได้ไม่นานก็เบรครถเพื่อถ่ายภาพบ้านเก่าของตระกูล"คีรีรัตน์"อีก


ไปแวะกินข้าวเที่ยงตรงรอยต่อเขตอ.ย่านตาขาวกับอ.ปะเหลียน
กินข้าวเสร็จปั่นมาได้ไม่นาน(ประมาณ 40 กม.จากจ.ตรัง) รู้สึกเหมือนอะไรหลุดออกไปจากล้อ
แรกๆไม่คิดอะไร นึกว่าเป็นกรวดที่ล้อดีดเข้ามาในบังโคลน..
แต่มาสังเกตว่า ไมล์ไม่ิวิ่ง จอดรถดู อ้าววว...แม่เหล็กที่ซี่ลวดล้อหลุดหายไปเสียแล้ว
ก็พยายามหาร้านขายอะไรที่มันเป็นแม่เหล็กเพื่อเอามาติดแทนชั่วคราวก็ไม่มี
ปั่นจนมาถึงหน้ารพ.ปะเหลียนราวบ่าย 2 โมงกว่า...ง่วงนอนแล้วหละ..นอนก่อนดีกว่า
เดี๋ยวตื่นมา สมองแจ่มใส ค่อยคิดแก้ปัญหาต่อไปแล้วกัน
นอนไปได้ครึ่งชั่วโมง..ดูละแวกรพ.ก็ไม่มีร้านค้าที่พอจะหาแม่เหล็กได้เลย
ปั่นต่อดีกว่า..ไมล์ช่างมัน ไม่มีก็ดีเหมือนกัน
มาจอดอีกครั้งตอนบ่าย 3 โมงกว่าที่"ตำรวจทางหลวงปะเหลียน"(เขตรอยต่ออ.ปะเหลียนกับอ.ทุ่งหว้า)
เพื่อเติมน้ำ และ ได้กาแฟกินไป 1 ถ้วย

ได้กาแฟดำไป 1 ถ้วย..ตาสว่างขึ้นอีกเยอะ
ปั่นมาจนถึงอ.ทุ่งหว้า เข้าไปถามหาแม่เหล็กจากร้านรับทำกรอบอะลูมิเนียมร้านนี้
ผู้หญิงเจ้าของร้านใจดี..บอกมี แต่ไม่ได้ขาย มีไว้ติดตั้งให้ลูกค้าเมื่อสั่งทำ
เลยให้เรามาฟรี 1 ชิ้น..ใจดีจริงๆ..ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

เข้าเขตอ.ละงูเมื่อบ่าย 5 โมงเย็น...

ผมถึงอช.หมู่เกาะเภตรา เย็นตามเคย...18 นาฬิกาพอดี
ยังไม่วาย ไปถ่ายภาพในช่วงของแสงสุดท้ายก่อนอีก..






ขอเดี่ยวซะอีกรอบ...
























