ขอตอบจากการที่ช่วงนี้หาข้อมูลเกี่ยวกับ รถไตรอย่างมากกกกกครับ
เพราะผมพยามเซตท่าขี่ไตรกีฬาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่ครับ
นักไตรส่วนใหญ่ มักจะเซตเบาะมาด้านหน้ากระโหลกโดยหวังผลเพื่อให้
"กระืทืบ" "กด" บันไดได้อย่างหนักหน่วง เหมือนการวิ่งครับ
แต่ผมก็รู้สึกเช่นเดียวกันกับพี่โต้งหลังอนามัยครับ ว่าผมถนัีดกับการเซตเบาะให้เท่ากันหรือหลังกระโหลกมากกว่าครับ เพราะตามจริงๆแล้ว
ถ้าสำหรับนักปั่นแล้วเนี่ย เบาะมาด้านหลังมันจะมีแรงดึงกลับมาและขี่ได้ดีกว่าครับ เพราะผมเคยลองแบบเซต Forward ตามส่วนใหญ่นักไตรแล้ว
ผมขี่ไม่ถนัดครับ เมื่อยและขามันโหวงเหวงพิกลครับ
อาจจะมาจากผมแทบไม่ค่อยได้วิ่งเท่าไร คือก็วิ่ง แต่ happy กับการปั่นจักรยานมากกว่าครับ
ผมเองก็เพิ่งลงไตรกีฬามาจริงๆจังๆ แค่ครั้งเดียวนะครับ แต่ก็ซ้่อมทุกอย่างไปเรื่อยๆ อยู่เสมอๆครับ ศึกษาเกี่ยวกับท่าปั่นของนักไตรกีฬาหลายๆ คนครับ
ซึ่งทำให้ผมได้รู้ว่า นักไตรกีฬา ไม่จำเป็นครับที่จะต้อง เซตเบาะมาข้างหน้าครับ
ผมขอยกตัวอย่าง2-3คนที่เป็น Idol ผมในเรื่องไตรกีฬานะครับ ผมใช้เวลาอยู่หลายวันมากๆ ในการหารูปและ Youtube ดูท่าปั่นและดูจักรยานที่เขาตั้งไว้แล้วมีตากล้องไปถ่ายตามตอนช่วงเปลี่ยนชนิดกีฬา จากว่ายน้ำเป็นปั่นจักรยาน ผมพยามดูตอนเขาลากจักรยานและตอนที่จักรยานจอดอยู่ ว่าตำแหน่งเบาะของเขาอยู่ตรงไหน
คนแรก
Chris lieto ครับ เป็นนักไตรกีฬาที่ปั่นจักรยานได้เรียกว่าแทบจะดีที่สุดของวงการนะครับ คนนี้ก็ไม่ได้เซตเบาะมาข้างหน้าครับ
เพราะเขาถนัดกับการปั่นจักรยานโดยเอาเบาะเยื้องหลังมากกว่า เพราะจะได้แรงมากกว่าครับ ลองดูรูปประกอบครับ
สองรูปข้างบนพอจะบอกได้ว่า เค้าเซตเบาได้แบบนักปั่นเราๆ คือ มาหลังกระโหลก ซึ่งผมว่าได้พละกำลังในการดึงสูงกว่าเยอะ
อย่าลืมว่า
ถ้าปั่นแบบ Forward seat กระทืบแรงจริงครับ แต่แรงดึงแทบไม่มีครับ แรงดึงของขาซ้าย มันก็คือแีรงกระทืบส่งจากขาขวาครับ
ถ้าใครอยากลองจริงๆ ต้องขึ้นเทรนเนอร์ครับ ลองปั่นดู แล้วปรับเบาะไปหน้าไปหลัง แล้วลองเอามือจับขาไปเรื่อยๆเปลี่ยนตำแหน่งจากน่องแล้วจับความรู้สึกขึ้นไปจนถึงต้นขา ..... ช่วงกล้ามเนื้อที่เราเกร็ง คนละส่วนกันเลยครับ
คนที่สองนะครับ นักปั่นที่มีชื่อเสียงที่สุดในทศวรรษที่แล้ว Lance Armstrong ครับ ทุกวันนี้เค้ากลับมาเล่นไตรกีฬาอีกครั้ง หลังจากเลิกปั่นจักรยานอาชีพไปครับ ผมพยามดูการเซตเบาะของเค้า จากรายกาย ironman 70.3 ที่ Panama ครับ
lance เซตเบาะคงไม่ได้ถูกกฏ UCI ปรับเดินหน้ามากกว่ากฎ UCI แต่ก็ไม่ได้ไปหน้าเหมือนนักไตรส่วนใหญ่ แถมจมูกเบาะก็ยาวเป็นปกติไม่ต้องตัดปลายเบาะแต่อย่างใด ซึ่งผมก็เซตประมาณนี้แล้วปั่นสนุกครับ ปั่นได้ยาวกว่า แต่อาจจะเมื่อยหลังมากกว่าหน่อย เพราะต้องยืดตัว และแขนไม่ได้เป็นมุมฉากตามแบบฉบับนักไตรครับ เพราะความยืดหยุ่นของร่างกายแบบมือสมัครเล่นแบบผมนั้นสู้โปรๆ ไม่ได้ครับ
เอาเข้าจริงแล้ว ช่วงแรกผมพยามเซตเบาะให้ไปหน้าตามแบบนักไตรทั่วไป แต่ เหมือนว่าผมก็พยามนั่งไปทางหลังเบาะมากกว่าปกติเพราะ
1. เจ็บจู๋
2.ไม่มีแรงดึง
จึงเป็นที่มาของการลองเซตเบาะให้ระยะอยู่ที่กลางกระโหลกหรือถอยหลังไปหน่อยครับ
คนที่สามที่จะให้ดูคือ แชมป์โลกไตรกีฬาฝ่ายหญิง
Chrissie Wellington
ในรูปอาจไม่ชัดว่าเดินหน้าแค่ไหน อยู่ที่มุมกล้องด้วย แต่ลองดูครับ เ
บาะเลื่อนมาหน้าสุดราง
รูปนี้เช่นกันครับ สังเกตรางเบาะ ทุกวันนี้เธอเปลี่ยนมาใช้ Cannondale Slice เธอก็ยังเซตรางเบาะแบบเดิมครับ
Chrissie Wellington สูง 170 แ่ต่ใช้รถ Size 54 ซึ่งมีท่อนอนยาว 53.5 และใช้สเต็ม 105mm. ซึ่งตอนแรกผมงงมากว่าเค้าขี่ได้ยังไง
แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไรมาก เพราะว่า ถ้าขี่ไม่ได้ แล้วจะเป็นแชมป์โลกได้ไงฟระ ...
เมื่อมาเทียบกับผม สูง 174.5 ผมก็ซื้อรถ Size 54 มาเหมือนกัน (ถ้าคิดใหม่ไ้ด้ ผมจะซื้อ size 51 ซึ่งมีท่อนอนยาว 52 ด้วยซ้ำครับ) เพราะ
ตอนนี้ผมใช้ Stem 90 ยังคิดๆอยู่ว่ายาวไปมั้ย ยังลองใช้ Stem 80 อยู่เลยคิดว่าอาจจะเหมาะกว่า (เห็นมั้ยครับว่ามันเซตยากแค่ไหนให้พอดีไม่เมื่อยและออกแรงได้พอดี) ซึ่งลองเทียบกันแล้ว จะเห็นได้ว่า ถ้า Chrissie จะขี่ได้นั้น ต้องเซตเบาะไปข้างหน้าเยอะมากๆ เลย อย่างต่ำนี่มี 2.5 Cm แน่ๆ (ตามที่ผมเคยอ่านมา คือ 3.5cm)
อันนี้เอาของคนดังๆในวงการ triathlon มาให้ชมครับ
Marko Albert
Mike Aigroz
Chris Lieto ครับ ดูจะถอยหลังมากกว่าชาวบ้านหน่อยครับ
สุดท้ายนะครับ
สรุปผมว่า ปั่นท่าไหนแล้วถนัดสุด ปั่นไปเหอะครับให้สบายและออกแรงได้ดีที่สุดครับ เคล็ดลับของคนที่ถนัดปั่นโดยถอยหลังเบาะลงหลัง ซึ่งอาจจะเป็นข้อเสียเปรียบในช่วงปรับกล้ามเนื้อเวลาเข้าสู่การวิ่งก็คือ เวลาจะเข้าใกล้เส้นในช่วงจักรยาน ก็เริ่มนั่งมาปลายเบาะด้านหน้าเพื่อเริ่มวอร์มขาในส่วนของการวิ่งให้พร้อมสู่การวิ่งต่อไปครับ ..........ผมก็ำทำแบบนั้นครับ เพราะไม่งั้นจะเอ๋อๆในช่วงวิ่งอยู่สักพักครับ
ถ้าผมไม่คิดไปเอง Lance Armstrong ก็ใช้เวลาในช่วง Transition จากปั่นมาวิ่งเยอะเหมือนกันครับ (แต่แกก็ได้เวลาในส่วนของการปั่นจักรยานเป็นที่ 2 เลยนะครับ ถ้าจำไม่ผิด .... แกเล่นนั่งใส่ถุงเท้าสักพักเลย แถมตอนใส่เหมือนขาหมดแรงเป๋ๆหน่อยๆด้วย ส่วนคนอื่นนั้น เก็บจักรยาน สวมรองเท้าแล้วไปเลยไม่สนใจอะไร ลองดูคลิปครับ
[youtube]1ZW5Seja0Ps&NR=1&feature=endscreen[/youtube]
ส่วนอันนี้เป็นระยะเวลาที่ Lance ใช้ครับ สังเกตว่า .... ช่วงเปลี่ยนกีฬา ใช้เวลาเยอะหน่อยครับ แต่ก็ยังเข้าที่สองนะเออออ
ตอบเท่าที่ศึกษามานะครับ ถ้าขาดตกบกพร่อมตรงไหน ขอภัยครับ หวังว่าคงมีประโยชน์บ้างครับ
สุดท้าย ขอจบด้วยรูปจักรยานของผมที่เพิ่งจะเสร็จได้ไม่นาน ยังขี่ไม่ลงตัวเท่าไร ต้องปรับไปเรื่อยๆครับ
