ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน#4 “ปั่นรถถีบ ท่องแดนประวัติศาสตร์ตาก เพื่อลดโลกร้อน” และ ข้ามไป "แม่สอด" แล้วย้อนกลับมา "ตาก"

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
รูปประจำตัวสมาชิก
kobfujar
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3483
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 11:41
Bike: Bridgestone DiamondRock ชมพู-ดำ(เก่าๆ)
ตำแหน่ง: ถ.ประชาชื่น ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน#4 “ปั่นรถถีบ ท่องแดนประวัติศาสตร์ตาก เพื่อลดโลกร้อน” และ ข้ามไป "แม่สอด" แล้วย้อนกลับมา "ตาก"

โพสต์ โดย kobfujar »

อาจเพราะวันนี้เป็นวันหยุด และ วันพระใหญ่ อีกทั้งเย็นมากแล้ว
ผมเลย ปั่นไป เดินไป ถ่ายภาพไป โดยไม่ต้องรีบร้อน
ทั้งตรอกเงียบดีจริงๆครับ :) ไร้ผู้คนมาเดินเที่ยว เดินชม ในตรอก ยกเว้น..."ผม"

ก็อาจเพราะไม่ใช่ วันเสาร์ ตอนเย็นนั่นเอง
รูปภาพ

ผมเลย ปั่น-ชม-ถ่ายภาพ ในตรอกได้สบายๆคนเดียว
รูปภาพ

รูปภาพ

ตรอกบ้านจีน ชุมชนโบราณริมน้ำปิง
ตรอกบ้านจีน เป็นชื่อชุมชนเก่าแก่ ตั้งอยู่บนถนน ตากสิน อำเภอเมือง ใกล้วัดสีตลาราม ตำบลระแหง จังหวัดตาก ในอดีตนั้นเคยเป็นชุมชนชาวจีน และย่านการค้าที่รุ่งเรืองมากมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4

สมัยที่ลำน้ำแม่ปิงยังไม่ถูกถมเพื่อขยายพื้นที่ บ้านจีนในอดีตอยู่ริมแม่น้ำ เคยเป็นย่านการค้า และเส้นทางลำเลียงสินค้า เครื่องอุปโภคบริโภค ที่ส่งมาจากปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อมาขึ้นที่บ้านท่าจีน
ปัจจุบันนี้ยังคงมีเรือนไทยโบราณสร้างด้วยไม้สักทรงไทย ซึ่งหาดูได้ยาก ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม

ประวัติความเป็นมาของชุมชนบ้านจีนตั้งแต่อดีต กว่า100ปี เป็นชุมชนการค้าขายที่รุ่งเรืองมากในอดีต โดยมีชาวจีนชื่อ "จีนเต็ง" ซึ่งอพยพเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ มาทำการค้าขายไปถึงเชียงใหม่ และได้ขยายกิจการลงมาถึงเมืองตาก

จีนเต็งได้เข้าเป็นหุ้นส่วนค้าขายกับพ่อค้าจีนอีกสองคนชื่อ "จีนบุญเย็น" และ "จีนทองอยู่"
ต่อมา..ได้เข้ามาเกี่ยวพันกับระบบราชการไทย กล่าวคือ "จีนบุญเย็น" ได้รับแต่งตั้งเป็น "หลวงนราพิทักษ์" ปลัดฝ่ายจีนเมืองตาก แล้วได้รับแต่งตั้งให้เป็น "หลวงจิตรจำนงค์วานิช" สังกัดกรมท่าซ้าย

ส่วน "จีนทองอยู่" ได้เป็น หลวงบริรักษ์ประชากร กรมการพิเศษเมืองตาก
อากรเต็งและหุ้นส่วนทั้งสองใช้ยี่ห้อการค้าว่า "กิมเซ่งหลี"
ห้างกิมเซ่งหลีได้เข้ารับช่วงผูกขาดการจัดเก็บภาษีอาการ ที่เมืองเชียงใหม่ และ ได้นำพวกคนจีนเข้ามาอยู่ละแวกบ้านนี้ด้วย
" จีนทองอยู่" ได้แต่งงานกับผู้หญิงชาวเมืองตากชื่อ "นางก้อนทอง" มีบุตรชายหนึ่งคนและตั้งบ้านเรือนทำการค้าขายขยายวงขึ้น

ในสมัยรัชกาลที่ 5 "จีนเต็ง" ได้มอบหมายให้เป็น "หลวงบริรักษ์ประชากร"
"จีนทองอยู่" เป็นผู้จัดเก็บภาษีฝิ่น อากรสุรา บ่อนเบี้ย และหวย ก.ข.

จนกระทั่ง พ.ศ. 2452 รัฐบาลเริ่มเข้ามาจัดเก็บเอง
ภายหลังละแวกหมู่บ้านนี้จึงมีแต่ลูกหลานจีนดำเนินการค้าขาย ปลูกบ้าน ร้านค้า เริ่มมีถนนหนทางแต่เป็นเพียงทางเดินเท้า ร้านค้าจะมีของขายทุกอย่าง
ในซอยตรอกบ้านจีนจะมุงหลังคาบ้านชนกัน จึงเป็นที่ร่มใช้เดินถึงกันได้ตลอด มีร้านขายถ้วยชาม ร้านผ้า ร้านหนังสือเรียน ร้านเครื่องอัฐบริขารในการบวชพระ

สถานที่ควรพูดถึงในสมัยนั้น คือ สะพานทอง ข้ามปากคลองน้อยซึ่ง "คุณย่าทอง ทองมา" เป็นผู้สร้างและมีเสาโทรเลขซึ่งชาวบ้านมักจะเรียกว่า เสาสูง
ต่อมามีการปกครองในระบอบประชาธิไตย "นายหมัง สายชุ่มอินทร์" ได้รับเลือกเป็นผู้แทนราษฎรคนแรก ซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ในละแวกนั้น
ตรอกบ้านจีนในสมัยนั้นมี 3 หมู่บ้าน ได้แก่หมู่บ้านเสาสูง, หมู่บ้านปากครองน้อย, หมู่บ้านบ้านจีน, ต่อมาปี 2495 ทางเทศบาลได้รื้อสะพานทองออก และถมเป็นถนน เริ่มมีรถยนต์ใช้และหมู่บ้านก็เริ่มกั้นเขตแดนล้อมรั้ว
ปี 2497 มีรถยนต์เล็กๆวิ่งเข้าออกได้

ตรอกบ้านจีนเริ่มซบเซาลงหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 2484 ร้านค้าเปิดอพยพไปอยู่ที่อื่นเมื่อ สงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง การค้าขายจึงได้ขยายขึ้นไปทางทิศเหนือ
ปัจจุบันบ้านจีน จึงเหลือแต่บ้านเก่าๆ ซึ่งยังคงลักษณะของสถาปัตยกรรมเดิมไว้ค่อนข้างสมบูรณ์ เหมาะสำหรับเดินทางเที่ยวชมสภาพบ้านเรือนโดยรอบและวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชุมชนตรอกบ้านจีน

*** http://www.bloggang.com/mainblog.php?id ... 3&gblog=21 ***

บ้านเรือนไม้ทรงเก่า
รูปภาพ

หลังนี้กำลังปรับปรุงอยู่บางส่วน มีเรือน 3 หลังเชื่อมต่อกัน
รูปภาพ

หลังเดียวกันกับภาพด้านบน แต่ภาพนี้ถ่ายจากด้าน"ถนนตากสิน"ครับ
รูปภาพ

ชื่อของบ้านหลังที่กำลังปรับปรุง
รูปภาพ

ร้านค้า บ้าน ปิดเกือบทุกหลังครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

นี่คือ...มุมมอง "ตรอกบ้านจีน" ในภาพถ่ายของผม :) :D
แก้ไขล่าสุดโดย kobfujar เมื่อ 26 ก.ค. 2011, 19:32, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
kobfujar
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3483
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 11:41
Bike: Bridgestone DiamondRock ชมพู-ดำ(เก่าๆ)
ตำแหน่ง: ถ.ประชาชื่น ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน#4 “ปั่นรถถีบ ท่องแดนประวัติศาสตร์ตาก เพื่อลดโลกร้อน” และ ข้ามไป "แม่สอด" แล้วย้อนกลับมา "ตาก"

โพสต์ โดย kobfujar »

เสร็จจากปั่นเที่ยวในตัวเมือง ผมก็เข้าโรงแรม ไปอาบน้ำ และ ได้ทำความรู้จักกับ "พี่นิวัฒน์" เป็นครั้งแรก
พี่นิวัฒน์ เริ่มปั่นมาจากพิจิตร ผ่าน กำแพงเพชร มา ตาก
***พบหน้าคุยกันหลายรอบ แต่เสียดายที่ผมไม่ได้ถ่ายภาพพี่นิวัฒน์ไว้เลยสักรูป :( ***

ตกเย็นผมก็เดินออกมาอีกรอบ ตอนทุ่มกว่า ตั้งใจอยากจะไปเวียนเทียน โดยเดินไปที่วัดสีตลาราม ไปถึง..ที่วัดไม่มีดอกไม้ธูปเทียนไว้บูชาทำบุญเลย :( จะไปเด็ดดอกไม้ในวัดไปเวียนเทียนก็กระไรอยู่ :D

เห็นแต่ พระ และ ฆราวาส กำลังสวดมนต์กันอยู่ในโบสถ์ เลยได้แต่ ไหว้พระอยู่ด้านนอก แล้วเดินกลับ เพราะไม่รู้จะไปวัดไหนอีกดี
(มาทราบในวันรุ่งขึ้นว่า วัดนี้นิยมสวดมนต์มากและนาน เมื่อคืนเริ่มเวียนเทียนตอน 2 ทุ่มครึ่ง)

จึงเดินเล่นเลาะริมแม่น้ำกลับมา เพื่อไปหาอะไรกินบริเวณหน้าตลาด ก่อนเข้าไปนอนที่โรงแรม... :)
รูปประจำตัวสมาชิก
kobfujar
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3483
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 11:41
Bike: Bridgestone DiamondRock ชมพู-ดำ(เก่าๆ)
ตำแหน่ง: ถ.ประชาชื่น ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน#4 “ปั่นรถถีบ ท่องแดนประวัติศาสตร์ตาก เพื่อลดโลกร้อน” และ ข้ามไป "แม่สอด" แล้วย้อนกลับมา "ตาก"

โพสต์ โดย kobfujar »

วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ.2554

แล้วก็มาถึง...วันแรลลี่ของเจ้าภาพจนได้ :P (มหากาพย์นี้ยังอีกยาวครับ :D ลุกไปเข้าห้องน้ำห้องท่ากันบ้างก็ได้ :lol: )

ผมตั้งใจจะตื่นสักตี 5 แต่ก็ตื่นมาก่อนเวลานิดหน่อย นอนนิ่งเล่นอยู่อย่างนั้น จนได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกของพี่นิวัฒน์ และแกก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ ผมก็ยังคงนอนต่อไป :) จนแกทำธุระเสร็จนั่นแหละ ผมถึงลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำบ้าง ;)

ผมก็ลืมบอกพี่นิวัฒน์ก่อนเข้าห้องน้ำไปว่า ถ้าเสร็จแล้วลงไปก่อนก็ได้ เพราะผมอาจใช้เวลานาน
เรื่องอาบน้ำเรื่องรองครับ แต่เรื่องกำจัดของเสียเป็นเรื่องหลักยามเช้า :D
แต่แกก็รอจนผมเสร็จเรียบร้อย แล้วก็ลงไปพร้อมกัน


ลงมาถึง เอาของไปฝากพนักงานโรงแรม ก็พบกับ "ลุงเนตร" ผมก็เข้าไปทักทาย แนะนำตัวเอง อีกทั้ง..เป็นเกียรติแก่ตัวเองที่ได้ถ่ายภาพกับลุงเนตรครับ
//มาสังเกตและทราบภายหลังว่า...อยู่"สีชมพู"ด้วยกันอีก :) //ภาพมืดไปหน่อย เพราะผมถ่ายภาพไม่ชอบใช้ไฟแฟลชครับ//
รูปภาพ

กินอาหารเสร็จสรรพ รวมถึง กาแฟ ก็ได้เวลายกเจ้าชมพู-ดำไปออกงานแล้วครับ
เวลานัดหมายที่บริเวณศาลพระเจ้าตากฯประมาณ 7.30 น.
รูปประจำตัวสมาชิก
kobfujar
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3483
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 11:41
Bike: Bridgestone DiamondRock ชมพู-ดำ(เก่าๆ)
ตำแหน่ง: ถ.ประชาชื่น ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน#4 “ปั่นรถถีบ ท่องแดนประวัติศาสตร์ตาก เพื่อลดโลกร้อน” และ ข้ามไป "แม่สอด" แล้วย้อนกลับมา "ตาก"

โพสต์ โดย kobfujar »

ไปถึงที่ศาลพระเจ้าตากฯ คนยังมากันไม่เท่าไหร่ครับ
รูปภาพ

เป็นการไม่เสียเวลา...เลยเดินขึ้นไปกราบไหว้ขอพรที่ศาลพระเ้จ้าตากฯก่อนครับ
รูปภาพ

ให้กำลังของเราดูมีพลังเหมือนม้า ที่พร้อมจะออกศึก :D
รูปภาพ

ลงมาที่ลานด้านล่าง เริ่มหนาตากันมากขึ้นแล้ว
รูปภาพ

แก้ไขล่าสุดโดย kobfujar เมื่อ 24 ก.ค. 2011, 02:01, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
kobfujar
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3483
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 11:41
Bike: Bridgestone DiamondRock ชมพู-ดำ(เก่าๆ)
ตำแหน่ง: ถ.ประชาชื่น ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน#4 “ปั่นรถถีบ ท่องแดนประวัติศาสตร์ตาก เพื่อลดโลกร้อน” และ ข้ามไป "แม่สอด" แล้วย้อนกลับมา "ตาก"

โพสต์ โดย kobfujar »

แล้วก็มารวมกันเพื่อทำพิธีเปิดงาน... :)
เริ่มด้วยการแสดงจักรยานผาดโผน จาก กลุ่มจักรยานฟิกเกียร์ ของจ.ตาก

(มีแชมป์โลกสมัครเล่นอยู่ในทีมด้วยนะครับ...มีความสามารถเช่นนี้ ต้องขอปรบมือให้ด้วยใจจริงครับ :) )
รูปภาพ







และ ทำพิธีเปิดโดยท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดตากครับ
รูปภาพ

สีแรก...ดูขึงขังเตรียมพร้อมเพื่อปล่อยตัวกันจริงๆครับ
รูปภาพ

รูปภาพ

อันนี้ "กลุ่มสีชมพู" ของผมเอง
ไม่ต้องกลัวหลงครับ เพราะมี"บุรุษเสื้อเขียว"ปิดหัวท้ายขบวน พาเราไปยังจุดต่างๆ ตลอดการเดินทางในวันนี้ เยี่ยมจริงๆ... :D
รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย kobfujar เมื่อ 24 ก.ค. 2011, 01:02, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
kobfujar
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3483
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 11:41
Bike: Bridgestone DiamondRock ชมพู-ดำ(เก่าๆ)
ตำแหน่ง: ถ.ประชาชื่น ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน#4 “ปั่นรถถีบ ท่องแดนประวัติศาสตร์ตาก เพื่อลดโลกร้อน” และ ข้ามไป "แม่สอด" แล้วย้อนกลับมา "ตาก"

โพสต์ โดย kobfujar »

กิจกรรมมีทั้งหมด 9 จุดครับ แบ่งกลุ่มทั้งหมด 8 สี เวียนกันไปใน 8 จุด
โดยมีจุดสุดท้าย คือ "ตรอกบ้านจีน" เป็นจุดที่ทุกกลุ่มไปรวมตัวกันทั้งหมดครับ

จุดแรก ของกลุ่มสีชมพูครับ
รูปภาพ

จากบ้านของท่านผู้พิพากษา มาเป็นบ้านพักผู้ว่าฯ และอีกหลายทอด จนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ ในปัจจุบันครับ :)
รูปภาพ

มาถึง ก็ไม่พูดพล่ามทำเพลงกันหละครับ ลุยกันเลย... :lol:
รูปภาพ

รูปภาพ

ผมขึ้นไปชมด้านบน ก็ยังมีบางท่านสลับไปเล่นเกมสะสมคะแนนกันบ้าง
รูปภาพ

รูปท่านผู้พิพากษาเจ้าของบ้าน และ ท่านผู้ว่าฯในอดีต จนถึง ปัจจุบัน
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

มุมมองอีกด้านหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ครับ สวยงามมาก
รูปภาพ

ด้านล่าง กำลังตั้งขบวนเพื่อไปยังจุดต่อไป...ผมคงต้องลงไปแล้วหละครับ หากไม่อยากตกขบวน :D
รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย kobfujar เมื่อ 24 ก.ค. 2011, 16:41, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
kobfujar
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3483
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 11:41
Bike: Bridgestone DiamondRock ชมพู-ดำ(เก่าๆ)
ตำแหน่ง: ถ.ประชาชื่น ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน#4 “ปั่นรถถีบ ท่องแดนประวัติศาสตร์ตาก เพื่อลดโลกร้อน” และ ข้ามไป "แม่สอด" แล้วย้อนกลับมา "ตาก"

โพสต์ โดย kobfujar »

จุดที่ 2 ของกลุ่มสีชมพูครับ
รูปภาพ

วัดสีตลาราม หรือ วัดน้ำหัก ตั้งอยู่ที่บ้านจีน ถนนตากสิน ตำบลระแหง เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัด เหตุที่ชาวบ้านเรียกวัดน้ำหัก เพราะในสมัยก่อนบริเวณด้านตะวันตกของวัดเป็นแม่น้ำปิง กระแสน้ำไหลหักวน เนื่องจากเมื่อถึงหน้าน้ำหลาก น้ำจากห้วยแม่ท้อซึ่งไหลแรงมากได้ไหลตัดกระแสน้ำของแม่น้ำปิงให้เบนหักมายังท่าน้ำหน้าวัดนี้
ต่อมาได้มีการถมดินสองฝั่งแม่น้ำ ร่องน้ำเปลี่ยนไป จึงไม่มีคุ้งน้ำที่มีกระแสน้ำไหลวนให้เห็นอีก ภายในวัดมีบรรยากาศร่มรื่น โบสถ์ และอาคารเรือนไม้สร้างตามศิลปะยุโรป พระอุโบสถของวัดเคยถูกไฟไหม้แต่ได้มีการสร้างขึ้นใหม่ หน้าอุโบสถมีวิหารคต สร้างด้วยไม้แกะสลักลวดลาย ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสมัยอยุธยา
**ไปคัดลอกเขามา :) ที่มัคคุเทศน์อธิบายจำไม่ได้หมดครับ :D :lol: :lol: **

โบสถ์ไทยทรงยุโรป ของวัดสีตลาราม
รูปภาพ

เกิดการปะทะกัน ระหว่าง สีชมพู กับ สีเขียว
(และเจอะกันบ่อยครั้ง ด้วยเพราะ"สีชมพู"แรงดี เลยไล่สีเขียวทันตลอด :D :lol: )
รูปภาพ

ตกลงกันได้ สีเขียวไปเล่นเกมก่อน ส่วนสีชมพูมาฟังบรรยายจากมัคคุเทศน์น้อย(แต่น้ำหนัก ดูไม่น้อยเลย :lol: )ครับ
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

พระพุทธรูปภายในโบสถ์
รูปภาพ

ไม้แกะสลักเป็นกรอบบังอยู่หน้าประตู ของระเบียงคด ที่ไม่ได้ล้อมรอบบริเวณเหมือนระเบียงคดทั่วไป สวยงามมากครับ
รูปภาพ

พระชินสีห์หยกขาว ปางมารวิชัย
รูปภาพ

รูปภาพ

แล้วมาต่อด้วยเกมทดสอบความจำครับ ดู 5 วิ. แล้วเขียนคำตอบ
***ขอถ่ายภาพมา หลังจากส่งใบตรวจคำตอบไปแล้ว***
รูปภาพ

ตรวจสอบคำตอบ..แล้วรับคำแนนไปเลย :D
รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย kobfujar เมื่อ 26 ก.ค. 2011, 19:40, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
kobfujar
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3483
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 11:41
Bike: Bridgestone DiamondRock ชมพู-ดำ(เก่าๆ)
ตำแหน่ง: ถ.ประชาชื่น ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน#4 “ปั่นรถถีบ ท่องแดนประวัติศาสตร์ตาก เพื่อลดโลกร้อน” และ ข้ามไป "แม่สอด" แล้วย้อนกลับมา "ตาก"

โพสต์ โดย kobfujar »

จุดที่ 3 ของกลุ่มสีชมพูครับ
รูปภาพ

รูปภาพ

งานประเพณีลอยกระทง
งานประเพณีลอยกระทงนั้นมีมาแต่โบราณกาล โดยมีคติความเชื่อว่าเป็นการบูชาขอขมาต่อแม่พระคงคา เป็นการสะเดาะเคราะห์ การบูชาพระเจ้าในศาสนาพราหมณ์ และการบูชารอยพระพุทธบาท การลอยกระทงจะนิยมทำกันในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุก ๆ ปี เป็นช่วงที่น้ำในแม่น้ำลำคลองจะขึ้นสูงและมีอากาศเย็น ในตามพระราชนิพนธ์พระราชพิธีสิบสองเดือน และตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ได้กล่าวว่า ...
นางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระสนมเอกในพระร่วงเจ้าแห่งกรุงสุโขทัย เป็นผู้ริเริ่มประดิษฐ์กระทงสำหรับลอยประทีปเป็นรูปดอกบัวบานขึ้น เป็นแบบที่คนทั่วไปนิยมจัดทำสืบทอดต่อกันมา นอกจากนั้นในศิลาจารึกหลักที่ 1 ยังได้กล่าวถึง งานเผาเทียน เล่นไฟ ของกรุงสุโขทัยไว้ด้วยว่า เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย ทำให้ผู้รู้ทั้งหลายสันนิษฐานตรงกันว่า งานดังกล่าวน่าจะเป็นงานลอยกระทงอย่างแน่นอน

งานประเพณีลอยกระทง เป็นงานประเพณีโบราณที่เก่าแก่ของไทย แต่ไม่ปรากฏหลักฐานที่ชี้ชัดว่า ทำกันมาตั้งแต่เมื่อไร แต่เท่าที่ปรากฏ พบว่ามีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นราชธานีและในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสันนิษฐานว่า เดิมทีเห็นจะเป็นพิธีของพราหมณ์ใช้ในการกระทำเพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าทั้งสาม คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม ต่อมาได้ถือตามแนวทางพระพุทธศาสนา มีการชักโคมเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุพระจุฬามณีในชั้นดาวดึงส์ และลอยโคมเพื่อการบูชารอยพระพุทธบาท ซึ่งประดิษฐาน ณ หาดทรายแม่น้ำนัมมทา ในสมัยสุโขทัย นางนพมาศพระสนมของพระร่วงได้คิดทำกระทงถวายเป็นรูปดอกบัวและรูปต่าง ๆ ให้ทรงลอยตามสายน้ำไหล

พระร่วงเจ้าทรงพอพระราชหฤทัยกระทงดอกบัวของนางนพมาศมาก จึงโปรดให้ถือเป็นเยี่ยงอย่าง และปฏิบัติสืบต่อกันมา จนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาและสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ด้วยเหตุนี้ กระทงรูปดอกบัวจึงปรากฏมาจนทุกวันนี้ แต่เปลี่ยนชื่อเรียกว่า "ลอยกระทงประทีป" ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทรงตัดพิธีต่าง ๆ ที่เห็นว่าสิ้นเปลืองออก ต่อมาในรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ได้ทรงฟื้นฟูพระราชพิธีนี้อีก ปัจจุบันนี้ การลอยพระประทีปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกระทำเป็นการส่วนพระองค์ตามพระราชอัธยาศัย แต่พิธีของชาวบ้านยังคงทำกันอยู่เป็นประจำตลอดมา

ตำนานการฟั่นด้ายตีนกา

เหตุที่ต้องฟั่นด้ายดิบเป็น รูปตีนกา นั้น มีตำนานเล่าขานจากผู้เฒ่าผู้แก่สืบทอดต่อกันมาว่า ในอดีตกาลมี สามเณรน้อย ผู้ชอบเที่ยวซุกซนอยู่รูปหนึ่ง มีนิสัยที่ชอบล่าสัตว์ ยิงนก ตกปลาเป็นประจำ วันหนึ่งเณรน้อยได้ยิงไก่ วัว เต่า และพญานาค ตาย จึงเกิดสำนึกในบาปที่ตนได้กระทำมาตลอด จึง ได้อธิษฐานกับพวกไก่ วัว เต่า และพญานาค ว่าถ้าได้เกิดมาในชาติหน้าขอให้เป็นพี่น้องท้องเดียวกัน

ณ ริมฝั่ง แม่น้ำคงคา มีต้นไทรอยู่ต้นหนึ่งเป็นที่อาศัยของกาเผือกสองตัวผัวเมีย ซึ่งได้ออกไข่มา 5 ฟอง อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่กาเผือกสองตัวผัวเมียออกเที่ยวหาอาหารอยู่นั้น ท้องฟ้ามืดครึ้ม มีลมพัดแรง ได้พัดเอาไข่ 5 ฟอง ตกลงในแม่น้ำ แต่ไข่นั้นหาจมน้ำไม่ กลับลอยไปติดชายหาดแห่งหนึ่ง และไข่ทั้ง 5 ฟอง ก็แตกออกมาเป็นเด็กทารก 5 คน คือ เณรน้อย ไก่ เต่า วัว และพญานาคที่มาเกิดนั้นเอง ทารกทั้ง 5 คน ก็พากันตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าตนทั้ง 5 เป็นพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน ก็ขอให้มีโอกาสพบพ่อแม่ด้วยเถิด

ส่วนกาเผือกสองตัวผัวเมีย เมื่อตายลงไปเกิดเป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์ จึงมาเข้าฝันทารกทั้ง 5 คน ว่า “ หากเจ้าทั้ง 5 คน อยากเห็นหน้าและระลึกถึงพ่อแม่ ก็จงฟั่นด้ายเป็น รูปตีนกา แล้วลอยแม่น้ำคงคาไป ” ต่อมาทารกทั้ง 5 คน ก็ได้สำเร็จอรหันต์ เป็น พระพุทธเจ้า 5 พระองค์
ด้วยเหตุนี้การลอยกระทงสายทุกครั้ง จึงมีการฟั่นด้ายเป็นรูปตีนกา เพื่อบูชาแม่กาเผือกของพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ซึ่งเป็นงานประเพณีการลอยกระทงสายของจังหวัดตากไหลประทีป 1,000 ดวง สืบมาจนทุกวัน


งานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง ของจังหวัดตาก

เป็นงานประเพณีที่นำหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ภูมิปัญญาชาวบ้าน และงานศิลปวัฒนธรรม มาหล่อหลอมรวมกันจนเกิดเป็นรูปแบบที่โดดเด่น ได้มีการปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาเป็นเวลายาวนานหลายชั่วอายุคน ซึ่งจะแตกต่างกับงานประเพณีลอยกระทงของจังหวัดอื่น เพราะส่วนประกอบของกระทงจะมีการนำ กะลามะพร้าว มาใช้เป็นส่วนใหญ่

เหตุที่มีการนำเอากะลามาเป็นส่วนประกอบนั้น เนื่องมาจากชาวเมืองตาก มีการนำเอามะพร้าวมาแปรรูปทำเป็นอาหารว่าง ที่เรียกว่า “ เมี่ยง ” โดยถือเป็นอาหารว่างที่ชาวเมืองตากรับประทานเป็นประจำหลังอาหาร ซึ่งมีมะพร้าว ถั่วลิสง ใบเมี่ยงหมัก เป็นส่วนประกอบหลัก นอกจากทำเพื่อรับประทานกันเองภายในครอบครัวแล้ว ยังมีการนำมาขายเป็นอาหารพื้นเมืองและได้รับความนิยมในภาคเหนือโดยทั่วไป กรรมาวิธีในการแปรรูปมะพร้าวเป็น “ เมี่ยง ” นั้น มีการขูดเอาเฉพาะเนื้อมะพร้าวมาทำ ส่วนกะลามะพร้าวจะถูกทิ้งไว้ในบริเวณบ้านเป็นจำนวนมาก ไม่มีการนำเอามาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

ครั้นถึงวันเพ็ญ เดือนสิบสอง ( วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินทางจันทรคติ ) ประมาณเดือนพฤศจิกายน ชาวบ้านจึงได้ทดลองนำกะลาด้านที่ไม่มีรูมาทำเป็นกระทง โดยเอากะลามาขัดถูจนสะอาด ตกแต่งลวดลายสวยงาม ภายในกะลาใส่ด้ายดิบที่ฟั่นเป็น รูปตีนกา แล้วหล่อ เทียนขี้ผึ้ง ซึ่งนำมาจากเทียนจำนำพรรษาที่พระสงฆ์จุดเพื่อทำพิธีสวดมนต์ในโบสถ์วิหารตลอดสามเดือน หลังจากออกพรรษาชาวบ้านจะนำเทียนขี้ผึ้งเหล่านั้นมาหล่อใส่ในกะลา ซึ่งถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์และเป็นศิริมงคลแก่ผู้นำไปลอย ก่อนที่จะปล่อยลงลอยในแม่น้ำปิง ประกอบกับแม่น้ำปิงที่ไหลผ่านจังหวัดตากจะเกิดสันทรายใต้น้ำ ทำให้เกิดเป็นร่องน้ำที่สวยงามเป็นธรรมชาติ เมื่อนำ กระทงกะลา ลงลอย กระทงกะลาจะไหลไปตามร่องน้ำดังกล่าว ทำให้ดูเป็นสายอย่างต่อเนื่อง จนสุดสายตา ซึ่งไฟในกะลาจะส่องแสงระยิบระยับเต็มท้องน้ำ

โดยเดิมทีก่อนที่จะมาเป็นงานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง นั้น การนำเอากระทงกะลามาลอยเป็นสายจะเป็นเพียงการสาธิตการลอยเท่านั้น ซึ่งในระยะต่อมาได้มีการพัฒนาการลอยมาเป็นการแข่งขันกันอย่างยิ่งใหญ่ในปี พ.ศ. 2540 จนเป็นงานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง ในปัจจุบัน เป็นรูปแบบที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของชาวจังหวัดตากที่ภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

*** http://travel.sanook.com/trip/trip_09495.php ***

ในการแข่งขันลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง ในแต่ละสายจะต้องประกอบด้วย

1. กระทงนำ เป็นกระทงขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.50 - 2.50 เมตร ประดิษฐ์ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยใบตอง ดอกไม้สดที่เย็บเป็นรูปแบบต่างๆ แล้วจึงนำมาประกอบเป็นรูปกระทง ภายในกระทงต้องมีผ้าสบง เครื่องกระยาบวช หมากพลู ขนม สตางค์ ธูป เทียน ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ประยุกต์มาจากแพผ้าป่าน้ำในสมัยโบราณ ส่วนรอบกระทงจะประดับด้วยไฟเพื่อให้เกิดแสงสว่างสวยงาม ก่อนจะนำลงรอยต้องทำพิธีจุดธูปเทียน กล่าวคำขอขมาเป็นการบูชาพระแม่คงคาและพระพุทธเจ้า พร้อมถวายผ้าป่าน้ำแด่พระภิกษุสงฆ์ แล้วจึงลอยเป็นอันดับแรก

2. กระทงกะลา ใช้กะลามะพร้าวจำนวน 1,000 ใบ นำมาขัดถูให้สะอาดทั้งภายในและภายนอก ตกแต่งลวดลายอย่างสวยงาม ภายในกะลาใส่ด้ายดิบที่ฝั่นเป็นรูปตีนกา แล้วหล่อด้วยเทียนขี้ผึ้งซึ่งนำมาจากเทียนจำนำพรรษาที่พระสงฆ์ได้จุดเพื่อทำพิธีสวดมนต์ในโบสถ์วิหารตลอดสามเดือน หลังจากออกพรรษาชาวบ้านจะนำเทียนเหล่านั้นมาหลอมละลายด้วยความร้อนหล่อลงในกะลาที่มีด้ายรูปตีนกา สำหรับเป็นเชื้อเพลิงจุดไฟก่อนที่จะปล่อยลงลอย แลดูเป็นสายสวยงามและมีไฟส่องแสงระยิบระยับจนสุดสายตา ซึ่งถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์และเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่นำกระทงกะลาทุกดวงมาลอยในแม่น้ำปิง

3. กระทงปิดท้าย มีลักษณะคล้ายกระทงนำแต่มีขนาดเล็กกว่า ประดิษฐ์ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยใบตองและดอกไม้สด ลอยปิดท้ายหลังจากลอยกระทงกะลาครบ 1,000 ใบ พร้อมทั้งมีสัญลักษณ์ให้ทราบว่าได้สิ้นสุดการลอยของสายกระทงนั้นแล้ว

4. การเชียร์ ในขณะที่ทำการลอยกระทงสายอยู่นั้นจะมีกองเชียร์ร่วมร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนานครื้นเครอง เป็นการให้กำลังใจแก่ผู้ที่ทำการลอย ซึ่งการแสดงเหล่านี้มีรูปแบบที่เป็นระบบภายใต้กรอบที่กำหนด คือมีผู้แสดงไม่น้อยกว่า 80 คน แต่งกายแสดงถึงวัฒนธรรมประเพณีไทย เพลงที่นำมาร้องมีเนื้อหาสอดคล้องกับประเพณีไทยหรือวิถีชีวิตของชุมชน ดนตรีที่นำมาบรรเลงต้องใช้เครื่องดนตรีไทยทั้งหมดและจะต้องใช้กะลาเป็นส่วนประกอบของการแสดงอย่างน้อย 1 ชุด ซึ่งการแสดงทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที

*** http://travel.mthai.com/travel-news/40008.html ***

มาถึงแทนที่จะฟังบรรยาย หรือ เล่นเกม นี่ก่อนเลยครับ...เมี่ยงคำห่อใบตอง :D อร่อยครับ...
รูปภาพ

ของดีมีชื่อของชุมชนเชียงทอง คือ การทำ "กระทงสาย"

มีคุณแม่ กับ คุณลูก มาช่วยกันแนะนำ และสาธิตการทำเบื้องต้น
ไม่ได้มาโชว์ตัวอย่างเดียวนะครับ ดูการสาธิตและทำบางส่วนแล้ว ทำเป็น ทำได้ และ ทำเก่งด้วย
รูปภาพ

"กะลา"..ชิ้นส่วนสำคัญของกระทงสาย
รูปภาพ


ไส้เทียนก็สำคัญครับ
รูปภาพ

รูปภาพ

จนเป็นกระทงสายแต่ละใบ ที่สวยงาม
รูปภาพ

ขาดไม่ได้เช่นกัน...เขาเรียก "กระทงนำ" ก่อนการปล่อย "กระทงกะลา"
รูปภาพ

และ ปิดท้ายด้วย กระทงตาม หรือ กระทงปิดท้าย ครับ :)
รูปภาพ

รูปภาพ
อยากเห็นความสวยงามที่แท้จริงด้วยสายตา ต้องมาชมใน "งานประเพณีลอยกระทงสาย ไหลประทีป 1,000 ดวง" ในช่วงวันลอยกระทงครับ
สอบถามแล้ว...การลอย"กระทงสาย"จะลอยกันหลายวันครับ วันหนึ่งๆอาจลอยแค่ 2-3 ชุมชนเท่านั้น
แก้ไขล่าสุดโดย kobfujar เมื่อ 24 ก.ค. 2011, 13:15, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
kobfujar
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3483
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 11:41
Bike: Bridgestone DiamondRock ชมพู-ดำ(เก่าๆ)
ตำแหน่ง: ถ.ประชาชื่น ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน#4 “ปั่นรถถีบ ท่องแดนประวัติศาสตร์ตาก เพื่อลดโลกร้อน” และ ข้ามไป "แม่สอด" แล้วย้อนกลับมา "ตาก"

โพสต์ โดย kobfujar »

แล้วก็มาเล่นเกมสะสมแต้มกันต่อ...
รูปภาพ

ว่างๆรอเปลี่้ยนจุด ไม่อยากรีบไปดันก้นสีเขียวอีก สีชมพู..เลยรวมพลถ่ายภาพหมู่ครับ
รูปภาพ

และ เล่นเกมระหว่าง ตัวแทนสีชมพู กับ กรรมการประจำจุดนี้
ภาพนี้เป็นการ ชิงแชมป์ รอบสุดท้ายครับ

รูปภาพ
อนุเคราะห์รางวัลเป็นเบียร์ 6 กระป๋อง โดย ท่านเสือเฮฮา ครับ
แก้ไขล่าสุดโดย kobfujar เมื่อ 24 ก.ค. 2011, 12:48, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
kobfujar
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3483
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 11:41
Bike: Bridgestone DiamondRock ชมพู-ดำ(เก่าๆ)
ตำแหน่ง: ถ.ประชาชื่น ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน#4 “ปั่นรถถีบ ท่องแดนประวัติศาสตร์ตาก เพื่อลดโลกร้อน” และ ข้ามไป "แม่สอด" แล้วย้อนกลับมา "ตาก"

โพสต์ โดย kobfujar »

จุดที่ 4 ของกลุ่มสีชมพูครับ
รูปภาพ

รูปภาพ

ด้านข้างที่เป็นสวนหย่อมด้านหนึ่ง จะมีปูนปั้น 12 ราศี
รูปภาพ

มีศาลของทหารเอกของพระเจ้าตากฯด้วย
รูปภาพ

ผู้คนที่มา...และบนบาลศาลกล่าวขอในสิ่งต่างๆ เมื่อสมประสงค์ก็จะนำรูปปั้นสัตว์ต่างๆที่เกียวข้องกับพระเจ้าตากมาถวาย
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เดินไปห้องน้ำ...ป้ายบอกว่า ให้เดินลัดสนามได้ :D :lol: :lol:
รูปภาพ

ส่วนเล่นเกม ไม่ทันได้ถ่าย เพราะจะไม่ทันขบวนอีกแล้วครับกระผม
roychob
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1019
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ค. 2009, 11:35
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Touring

Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน#4 “ปั่นรถถีบ ท่องแดนประวัติศาสตร์ตาก เพื่อลดโลกร้อน” และ ข้ามไป "แม่สอด" แล้วย้อนกลับมา "ตาก"

โพสต์ โดย roychob »

ขอปักไว้เก็บอ่านเป็นความรู้ด้วยครับ
สรุปทริปได้ดีมากเลยครับ
“ความจริงใจพบเจอได้ แต่เรียกหาไม่ได้
สหายคบหาได้ แต่เหนี่ยวรั้งไว้ไม่ได้ ”
•••ร้อยโฉบ•••
รูปประจำตัวสมาชิก
kobfujar
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3483
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 11:41
Bike: Bridgestone DiamondRock ชมพู-ดำ(เก่าๆ)
ตำแหน่ง: ถ.ประชาชื่น ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน#4 “ปั่นรถถีบ ท่องแดนประวัติศาสตร์ตาก เพื่อลดโลกร้อน” และ ข้ามไป "แม่สอด" แล้วย้อนกลับมา "ตาก"

โพสต์ โดย kobfujar »

roychob เขียน:ขอปักไว้เก็บอ่านเป็นความรู้ด้วยครับ
สรุปทริปได้ดีมากเลยครับ
ขอบคุณครับ...ยินดีที่เข้ามาเก็บเกี่ยวไปใช้ประโยชน์ครับ :)
รูปประจำตัวสมาชิก
kobfujar
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3483
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 11:41
Bike: Bridgestone DiamondRock ชมพู-ดำ(เก่าๆ)
ตำแหน่ง: ถ.ประชาชื่น ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน#4 “ปั่นรถถีบ ท่องแดนประวัติศาสตร์ตาก เพื่อลดโลกร้อน” และ ข้ามไป "แม่สอด" แล้วย้อนกลับมา "ตาก"

โพสต์ โดย kobfujar »

จุดที่ 5 ของกลุ่มสีชมพูครับ..
รูปภาพ

ประวัติการสร้างศาลหลักเมืองสี่มหาราช
รูปภาพ

รูปภาพ

พระราชประวัติ..สี่มหาราช โดยย่อ ที่ทรงเสด็จผ่าน และ เกี่ยวข้องกับจังหวัดตาก
รูปภาพ รูปภาพ

รูปภาพ รูปภาพ
***สามารถอ่านได้บริเวณมุมเสาทั้งสี่มุม..ด้านบนของศาลครับ :) ***

ทุกจุดที่ทำกิจกรรม..จะมีมัคคุเทศน์น้อยมาบรรยายให้ทราบเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆทุกจุด ถือเป็นสิ่งที่ดีมากเช่นกัน :D
***ที่ผมเห็นและยืนฟัง...มัคคุเทศน์น้อยบางคนก็พูดไม่เก่ง...แต่การที่เราได้ยืนฟังด้วยความตั้งใจอย่างสงบ ก็เป็นการช่วยเหลือเพื่อการเสริมสร้างสติ สมาธิ และ ความกล้าที่จะแสดงออกของเยาวชนเหล่านี้ ให้พัฒนายิ่งๆขึ้นไปแล้วครับ***
รูปภาพ

ด้านหลังของศาลหลักเมืองสี่มหาราช จะเป็นสถูปเจดีย์ บรรจุอัฐิของ 3 ท่านไว้(ขอโทษที่จำไม่ได้ครับว่าเป็นใครบ้าง)
รูปภาพ

สถูปนี้เป็นองค์เดี่ยว
รูปภาพ

และ 2 สถูปนี้คู่กันบนฐานเดียว
รูปภาพ

รูปภาพ

ด้านบนของศาล..ก็มีประชาชนทั่วไปขึ้นมากราบไหว้ และ ผูกผ้าสี เพื่อแสดงความนับถือโดยตลอด
รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
kobfujar
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3483
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 11:41
Bike: Bridgestone DiamondRock ชมพู-ดำ(เก่าๆ)
ตำแหน่ง: ถ.ประชาชื่น ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน#4 “ปั่นรถถีบ ท่องแดนประวัติศาสตร์ตาก เพื่อลดโลกร้อน” และ ข้ามไป "แม่สอด" แล้วย้อนกลับมา "ตาก"

โพสต์ โดย kobfujar »

พอดีใกล้เที่ยงที่นี่ กลุ่มเราเลยได้รับข้าวกล่ิองเพื่อบรรจุลงกระเพาะเอาเรี่ยวเอาแรง..ก่อนที่จะไปลุยต่อในภาคบ่ายที่เหลือครับ :)

หลังข้าวเที่ยงไปพักใหญ่ทีเดียว ทั้ง นั่งรอ ยืนรอ เอนรอ พิง(รั้ว)รอ ...
(แต่ไม่ได้นอนรอ เพราะไม่มีที่ทางพอจะนอนได้ ถ้ามี ผมว่า หลับกันแน่นอน รวมถึงผมด้วย :D )
ก็ยังไม่ได้รับสัญญาณให้เปลี่ยนจุดเสียที เลยลงมาหลบร้อนกันใต้สะพานกิตติขจร ริมแม่น้ำปิงกันอีกพักใหญ่เลยทีเดียว
อย่างนี้แหละครับ...สีชมพู แรงฤทธิ์ จริงๆ
:lol:
รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
kobfujar
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3483
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 11:41
Bike: Bridgestone DiamondRock ชมพู-ดำ(เก่าๆ)
ตำแหน่ง: ถ.ประชาชื่น ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน#4 “ปั่นรถถีบ ท่องแดนประวัติศาสตร์ตาก เพื่อลดโลกร้อน” และ ข้ามไป "แม่สอด" แล้วย้อนกลับมา "ตาก"

โพสต์ โดย kobfujar »

แล้วเราก็ได้รับสัญญาณให้ไปที่จุดต่อไปได้...เย้ๆๆๆๆๆๆๆ....... :D

จุดที่ 6 ของกลุ่มสีชมพูครับ
รูปภาพ

เมื่อวานผมผ่านมาไม่ได้แวะ จะเป็นโชคดี หรือ อะไรก็แล้วแต่ ดีใจที่ได้แวะมาครับ :)
//จุดนี้ไม่ห่างจากจุดเมื่อกี้มากนัก ไม่ถึง 200 เมตรก็ถึงแล้วครับ แต่ไม่วายเจอะส่วนท้ายของ"สีเขียว"อีก :D //

แน่นอนครับ..ต้องมีมัคคุเทศน์น้อยอยู่ร่วมด้วยเสมอ :)
รูปภาพ

โบสถ์เก่าแก่มากครับ
รูปภาพ

ด้านใน...อาจารย์เจ้าอาวาส ท่านก็ประกาศไปตลอด ชวนเชิญให้ทำบุญกันมากๆ
ได้เข้าไปกราบพระพุทธรูปในโบสถ์ และ กราบท่าน สนทนานิดหน่อยก็ออกมา

รูปภาพ

การก่อเจดีย์ทราย เพื่อสืบสานประเพณีการขนทรายเข้าวัด
รูปภาพ

***น่าเสียดาย ผมมัวไปเอาพลาสติกคลุมกันฝนให้เป้ที่รถ เลยไม่ได้เดินไปชมด้านหลังของวัด
แต่ยังได้ชิม"ผัดไท"อร่อยๆไป 1 จาน :D ***


หลังจากเดินชมบริเวณวัด และ หม่ำผัดไทกันไปทั่วหน้า ก็ออกมาเล่นเกมกัน
รูปภาพ

รูปภาพ
//สอยดาวที่ต้นไม้ก่อน เอามาเปิดดูแต้ม แล้วมาเลือกเปิดบัตรพิเศษที่กรรมการอีก 1 ใบ เพื่อบวก/ลบแต้มจากใบสอยดาว ใบพิเศษ มีแต้ม 2/1/0/-1 ผมดวงดีมากครับ...จับได้ "-1" :D //
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”