dark_emperor เขียน:ATK2517 เขียน:มีข้อมูลเพิ่มเติมให้ครับ ผมเป็นหมอหูคอจมูกน่ะครับ
โรคน้ำในหูไม่เท่ากันนี่ต้องงดเครื่องดื่มที่มี
กาเฟอีนทุกชนิด ได้แก่ กาแฟ โอเลี้ยง ชาทุกประเภท น้ำอัดลม
สีดำเช่นโค้ก เป็ปซี่ เครื่องดื่มบำรุงกำลังเช่น เอ็ม150 กระทิงแดง
ต้อง
งดของเค็มของดอง เช่น ผักผลไม้ดอง แหนม กุนเชียง หมูหยอง หมูแผ่น แดดเดียวเป็นต้น ( ที่เราคิดว่าไม่เค็มนี่แหละครับ เกลือตัวพ่อเลย5555 )
นอกจากนี้ยังต้อง
งดบุหรี่ และเครื่องดื่ม
อัลกอฮอล์อย่างเด็ดขาดด้วย
และสุดท้าย
ห้ามเครียด (ยากหน่อยสำหรับบางคน)
โรคนี้เป็นโรคประจำตัวไปตลอดนะครับ ไม่หาย แต่หยุดอาการได้โดยเลี่ยงสิ่งกระตุ้นดังกล่าวข้างต้นครับ ถ้าไม่มีเวียนหัวก็เหมือนโรคหาย แต่ห้ามประมาทกลับไปกินของเหล่านั้นอีก อาการจะกลับมาทันทีครับ
ส่วนเรื่องออกกำลังกาย นี่ไม่ได้อยู่ในข้อต้องห้ามนะครับ ออกกำลังกายสิดี ลดความเครียดได้ด้วย แต่หนักเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายโดยรวม ไม่ใช่แต่เฉพาะโรคนี้เท่านั้น
ลองนำไปปฎิบัติดูครับ ขอให้โชคดี

คุณหมอมาเอง

ขอบคุณคุณหมอด้วยครับ
ขออนุญาตเรียนถามคุณหมอเพิ่มเติมนะครับ กรณีของผมเองจะเป็นคนไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่ไม่เที่ยวกลางคืน
ออกกำลังกายก็ปั่นจักรยานนี่แหละครับ นอนพักผ่อนก็ 7-8 ชม.ต่อวัน ผลตรวจสุขภาพประจำปีก็ปกติทุกอย่าง
แต่เมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้วก็เป็นโรคนี้ครับ หาสาเหตุไม่เจอ ดูข้อมูลที่หลายๆเว็บก็บอกว่าจะไม่ทราบสาเหตุซึ่งก็จริงครับ
ถึงตอนนี้อาการจะเป็นๆหายๆ กินยาและทำตามที่หมอสั่งก็ยังดีขึ้นบ้างแย่ลงบ้าง อาการไม่แน่ไม่นอนครับ
ผมควรทำอย่างไรเพิ่มเติมอีกมั้ยครับคุณหมอ
ยินดีให้คำแนะนำครับ ไม่คิด doctor fee
คุณลองดูเรื่องอาหารและเครื่องดื่มข้างต้นแล้ว เลี่ยงได้เด็ดขาดมั้ยครับ
โดยเฉพาะอาหารเค็ม ดูให้ดีครับ เพราะคนไทยเรากินเค็มกันค่อนข้างมาก แต่มักบอกว่าไม่เค็มเพราะเคยชิน
ส่วนอาการที่มีดีบ้างแย่บ้างสลับกันอยู่นั้น วิเคราะห์ได้จากหลายสาเหตุ
1.ธรรมชาติของโรค ซึ่งจะมี Fluctuation(ขึ้นๆลงๆ) อยู่แล้ว ซึ่งอาจทำอะไรไม่ได้จริงๆ ต้องรอให้ตัวโรคสงบไปเองร่วมกับคุมอาหารอย่างเคร่งครัด
2.ยาที่ทานอยู่นั้น ขนาดสูงพอหรือไม่ ส่วนใหญ่ถ้าคุณหมอฟันธงแล้วว่าเป็นโรคนี้มักจะให้ยาขับปัสสาวะอ่อนๆให้ทานอย่างน้อย3เดือนหรือจนกว่าอาการเวียนหมุนจะไม่มีอย่างน้อย1เดือน จึงจะหยุดยาได้
3.ยังคุมอาหารได้ไม่ดี หรือไม่ทราบว่ากำลังทานของต้องห้ามอยู่ทุกวันๆ เลยไม่ดีขึ้นซักที
4.เครียดสะสม (ไม่ใช่เครียดเฉียบพลันนะครับ) เพราะความเครียดคนเราคงห้ามไม่ได้ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่ถ้าสลัดทิ้งได้เร็วไม่สะสมไว้ก็จะไม่ส่งผลต่อโรค ซึ่งถ้าเครียดมากจนส่งผลต่อโรคก็คงต้องพบจิตแพทย์ให้ยาคลายเครียดร่วมด้วยครับ (ไม่ต้องอาย)
5.สุดท้าย(ไม่อยากพูดถึงเลย) คือวินิจฉัยพลาด ซึ่งอาจเป็นโรคอื่นเช่น หินปูนในหูหลุดจากที่ , เนื้องอกในเส้นประสาทหู, เนื้องอกสมอง, โรคของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหูหรือสมองมีปัญหา เป็นต้น แต่อย่าเพิ่งตกใจหรือตีโพยตีพายไปนะครับ เพราะนี่เป็นเพียงข้อมูลทางวิชาการที่ผมให้ไว้เฉยๆ และเป็นสิ่งที่คนไข้ควรทราบเกี่ยวกับโรคของตัวเองมากที่สุด เพราะต้องอยู่กับมันไปตลอด ลองปรึกษาคุณหมอคนเดิมดูก่อนดีกว่านะครับ (แต่รบกวนอย่าอ้างถึงผมนะครับเดี๋ยวจะผิดจรรยาบรรณเพราะผมไม่ใช่แพทย์เจ้าของไข้ครับและยังไม่เห็นคนไข้ด้วยซ้ำ-ขอบคุณครับ)
ข้อมูลเพิ่มเติม

---อาการของโรคนี้(Meniere's disease) ปัจจุบันนี้ทางการแพทย์เราแบ่งตามอาการได้4แบบ ดังนี้
1.Possible Meniere's ( "อาจจะ"เป็นโรคนี้ได้แต่อาการยังไม่100% ) อาจมีแค่เวียนหมุนเล็กน้อยไม่นานเกิน20นาที อาจไม่มีหูดับ อาจไม่มีเสียงจิ้งหรีดรบกวนในหู หรืออาการเพิ่งเป็นครั้งแรกในชีวิต เรียกว่าเป็น"ถังขยะ" น่ะครับ คิดอะไรไม่ออกก็บอก"อาจ"เป็นโรคนี้ไว้ก่อน
2.Probable Meniere's ( "สงสัยมากหรือเป็นไปได้" ว่าเป็นโรคนี้) มีอาการเวียนหมุนนานกว่า20นาที เป็นครั้งแรกไม่ใช่เป็นๆหายๆ หรือ มีการตรวจวัดการได้ยินด้วยเครื่อง audiometry ยืนยันว่ามีประสาทหูเสื่อมจริงๆ หรือ มีอาการเสียงจิ้งหรีดรบกวน(tinnitus) หรือมีแน่นหูเหมือนมีลมอัดอยู่ในหู (aural fullness)
3.Definite Meniere's ( "ค่อนข้างมั่นใจ" ว่าเป็นโรคนี้) คือมีอาการเวียนหมุนมากกว่า20นาทีชัดเจน เป็นมามากกว่า1ครั้ง ตรวจพบมีหูดับประสาทหูเสื่อมทุกครั้งที่มีอาการเวียนหัว ร่วมกับมีtinnitus หรือ aural fullness เสมอ (เมื่ออาการเวียนหัวสงบการได้ยินมักดีขึ้นฉะนั้นทุกครั้งที่มีการเวียนหมุนควรตรวจวัดการได้ยินทุกครั้งเพื่อคอนเฟิร์มโรคนี้ ถ้าวัดการได้ยินหลังจากหายเวียนหัวไปนานๆอาจไม่พบสิ่งผิดปกติครับ) ส่วนใหญ่แล้วคุณหมอมักบอกคนไข้ว่าเป็นโรคนี้ในระยะนี้ครับ เพราะอะไรเหรอครับ...อ่านต่อไป
4.Certain Meniere's (100% เป็นแน่นอน) อันนี้ออกแนวโหดหน่อยคือตรวจชิ้นเนื้อจากหูคนไข้ที่เสียชีวิตไปแล้ว(จากสาเหตุอื่นน่ะครับ) เอาไปส่องกล้องจุลทรรศน์ดูโดยพยาธิแพทย์(pathologist) แล้วลงความเห็นว่าเป็นน่ะครับ...โหดมั้ย หุหุ
เป็นไงครับมึนมั้ยครับ...แต่ผมมึนอะครับ (พิมพ์จนมึน)
มีอะไรก็ถามมานะครับ ยินดีช่วยเหลือเพื่อนเสือทุกค่าย Bye Bye