เมื่อเราทานมื้อค่ำเรียบร้อยต่างคนต่างเข้านอน ผมตื่นขึ้นมาประมาณตี ๕ ทำธุระส่วนตัวและอาบน้ำเรียบร้อยเดินลงมาอาจารย์กำลังต้มน้ำเพื่อชงกาแฟ เรานั่งดื่มกันในบรรยากาศธรรมชาติที่มีขุนเขาโอบล้อม ซักพักอาจารย์ขึ้นไปทำธุระส่วนตัวผมเริ่มเก็บเต็นท์ และเช็คสภาพรถ เมื่อเราเก็บสัมภาระกันเสร็จก็เริ่มออกเดินทางกัน จนมาถึงแยก เข้าเขื่อนขุนด่าน แวะทานอาหารเช้า และปั่นเข้า กรุงเทพ ถนนสายที่ ๓๐๕ นครนายก-รังสิต มาถึงประมาณคลอง ๑๒ พบเพื่อนอาจารย์พูดคุยกันได้ซักพักจึงร่ำลากันกลับ ผมพาอาจารย์ปั่นมาตามถนน พหลโยธิน และตัดเข้าขนส่งทหารอากาศ ออกถนนวิภาวดี มุงหน้ามายังแยกลาดพร้าวขึ้นสะพานข้ามแยกลงถนนพหลโยธินอีกครั้ง ปั่นเข้ามายังใจกลางเมืองแหล่งนักธุรกิจ สาธร-พระราม๓ ขึ้นสะพานกรุงเทพ ลงสู่ฝังธน มาถึงแยกบางปะแก้วจึงร่ำลาพระอาจารย์ ผมเข้าพระราม ๒ อาจารย์มุ่งหน้าสู่ประชาอุทิศ ผมถึงบ้านเวลา ๑๗.๐๐ น.พอดี รวมระยะทางทั้งสิ่นจากวันที่ ๒-๖ เม.ย. ๕๑๑ กิโลเมตร ทุกคนเดินทางสู่สวัสดิภาพ ขอสรุปทริปไว้เพียงเท่านี้ครับ
รูปบางรูป Upload ไม่ขึ้นถ้า Up ได้จะนำมาลงให้ได้ชมกันครับ
ความสุข..ความสมหวัง ตลอดจนความสำเร็จต่าง ๆ ในชีวิต คือ..สิ่งที่เราทุกคนปรารถนาและต้องการ...
หลายต่อหลายคน.. ที่เคยผิดหวัง..ท้อแท้..
หรือประสบความล้มเหลวในชีวิต.. จากหลาย ๆ เหตุผล.. ที่เราพยายามค้นหาจุดอ่อน-จุดด้อยของตนเอง..
เพื่อปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดที่ผ่านมา.. เราสามารถนำหลักธรรมมาใช้ในการดำเนินชีวิต
เพื่อช่วยส่งเสริมให้ชีวิตเรา ประสบความสำเร็จได้..
๑ ต้องชอบในสิ่งที่ทำ
๒ ต้องขยันในสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ
๓ ต้องเอาใจใส่ทุกอย่างในสิ่งที่ทำ
๔ ต้องหมั่นตรวจสอบ ปรับปรุง แก้ไข และให้กำลังใจตนเอง
แล้วเรื่องยาก ๆ จะกลับกลายเป็นเรื่องที่ง่าย.. และเรื่องที่ใหญ่ ก็ดูว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย.. ทุกเรื่องที่ไม่เข้าใจ ก็จะสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ ชีวิตใหม่...ในวันใหม่ที่สดใส. กับการเริ่มต้นที่ ทำให้. ชีวิตของเราก็จะประสบความสำเร็จ. ในสิ่งที่หวังและต้องการอย่างแน่นอน...
คนธรรมดา ที่มีเป้าหมายไม่ธรรมดา ความสำเร็จก็ย่อมไม่ธรรมดา
ส่วนคนธรรมดา ที่มีเป้าหมายธรรมดา ความสำเร็จก็ธรรมดา
คนธรรมดา ที่ไม่มีเป้าหมาย ความล้มเหลวก็เป็นเรื่องธรรมดา
ความทุกข์สร้างสิ่งมหัศจรรย์ ชีวิตที่พบความทุกข์ เป็นชีวิตที่แท้... ไม่มีความทุกข์ก็ไม่มีการเติบโต ความทุกข์เป็นพลังขับเคลื่อนให้หลายอย่างเกิด ไม่มีใครไม่มีความทุกข์ เพราะนั่นคือการเป็นชีวิต ความทุกข์สอนให้แต่ละคนเข้มแข็งในแง่มุมต่างๆ ถ้าความทุกข์ไม่เข้ามาหา ก็จะไม่รู้ว่า ความสุขที่แท้เป็นอย่างไร ไม่มีความทุกข์ ก็ไม่รู้จักความสุข......
ความสุขเหมือนฝนพรำสาย อ่อนโยน งดงาม บางเบา แต่ว่างเปล่า ไม่มีการเรียนรู้ใดในความสุข....... เมื่อใดที่มีความทุกข์ ควรยิ้มรับ และคิดว่าโชคดีที่ได้เจอความทุกข์
ได้เรียนรู้การแก้ปัญหา ได้สงบ ได้สติ ได้ความนิ่ง ได้รู้จักโลก รู้จักตัวเอง รู้จักการเติบโตทุกๆก้าว ให้กำลังใจตัวเองมากๆ บอกตัวเองว่า โชคดีที่วันนี้มีความทุกข์
เพราะความทุกข์พิสูจน์ความเป็นคน
อ่อนแอ หรือเข้มแข็ง ความทุกข์เป็นสิ่งท้าทายความสามารถ..... ต่างจากความสุข ที่ทำให้อ่อนแอ มองโลกง่ายๆ แคบๆ