ขอตอบแบบให้ข้อมูลคร่าวๆแล้วกันครับ ใครรู้ลึกก็เชิญต่อกันได้เลย เพื่อความกระจ่างสดใส
การขับรถแข่งก็ถือว่า เป็นกีฬาที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน เพราะต้องใช้ความสามารถเชิงกีฬาล้วนๆในการบังคับรถแข่ง
และก็มีอยู่ 2 ชนิดที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นพิเศษ ก็คือ รายการ รถแข่งสูตร 1 หรือ ฟอร์มูล่าวัน เรียกสั้นๆว่า f 1
อีกชนิดก็รายการ WRC หรือเวิลด์เรลลี่คาร์แชมป์เปี้ยนชิฟ ชาวบ้านอย่างเราๆก็เรียก เรลลี่
รายการแรก เป็นรายการที่แข่งกันในสนามแข่ง ที่เป็นทางเรียบ ส่วนอีกรายการหนึ่ง เป็นการแข่งขันในพื้นที่ธุรกันดารที่กำหนดเส้นทางไว้แล้ว
ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้มีจุดที่เหมือนกันคือ ใครไปได้เร็วที่สุดในเส้นทางที่กำหนด ถือว่าเป็นผู้ชนะ
แต่ในด้านเทคนิคการขับขี่แล้ว กับมีความแตกต่างกัน ทั้งด้าน การบังคับควาบคุม และ การเซ็ตอัพรถ
เราลองมามั่วข้อมูลด้านตัวรถของรถทั้ง 2 ชนิดกันดีกว่า
รถ F 1 เป็นรายการแข่งรถ ที่มีกฎข้อบังคับ ในเรื่อง มิติตัวรถ ชนิดเครืองยนต์ ที่ต้องอยู่ในกฏเดียวกัน และ
แข่งขันกันในสนามทางเรียบที่เป็นรูปแบบเซอร์กิจ
ส่วน
รถ WRC เป็นรายการแข่งรถ ที่มีกฎข้อบังคับ ในเรื่อง ขนาดและชนิดเครื่องยนต์ ส่วนรูปทรงก็แล้วแต่ว่า
จะเอารถที่ผลิตจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไปมา ตกแต่งเข้าแข่งขันกัน แต่อุปกรณ์เสริมบางอย่าง ก็ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของการแข่งขัน
ส่วนความมันส์นั้นก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล แต่ผมชอบทั้งสองอย่าง เพราะมันส์มันคนละแบบ ยกตัวอย่างเช่น
นักแข่งรถ F1 จะต้องเป็นนักกีฬาที่มีเซ็นต์ด้านความเร็วเป็นเลิศ ทั้งในการบังคับรถให้ชนะคู่แข่ง และ ต้องมีร่างกายที่ทนต่อแรงเหวียงหนีศูนย์ หรือ แรงG
ที่มหาศาล ถึงขั้น ช่าวบ้านเวียนหัวอวกแตกสลบเหมือด ไปตั้งแต่ 2 รอบแรก เพราะแข่งกันในสนามทางเรียบ ที่ยางเกาะถนน ใส่กันได้ไม่ต้องยั้ง
ส่วน
นักแข่ง WRC จะต้องเป็นนักกีฬาที่มีเซ็นต์ด้านความเร็วเป็นเลิศเหมือนกัน ถึงแม้ว่าแรง G อาจจะสู้ รถแข่ง F1 ไม่ได้เนื่องจากความสามารถของตัว
รถ และการที่ต้องวิ่งผ่านไปตามทางธุรกันดาร แต่ก็เหนื่อยไม่
ด้อยไปกว่ากัน เพราะต้องทั้ง กระเด้งกระดอนไปตามทางวิบาก และการบังคับที่มีอุปกรณ์มากกว่า อีกทั้งต้องมีสมาธิคอยฟัง คนที่นั่งไปข้างๆคอยอธิบายเส้นทางให้
ตลอด แถมต้องบังคับทิศทางให้รถยังสามารถไปในทิศที่ต้องการอยู่ได้ แม้ ล้อจะหมุนลื่นฟรี และ หันไปในทิศตรงกันข้ามที่จะไป หรือที่เรียกกัน ติดปากว่า ดริฟ แต่
ก็ไม่ไช่ F1 จะไม่ ดริฟ นะครับ จริงๆดริฟบ่อยด้วย แต่เป็นคนละสไตล์ บางท่านจึงมองไม่ออก
ดังนั้น ทั้ง F1 และ WRC
จึงมีรูปแบบของรถ การขับขี่ ที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงการควบคุมรถยนต์ และความอ่อนล้าของร่างกาย ที่แตกต่างกันด้วยครับ
ส่วนในเรื่องการทนต่อสภาพอากาศ ตอนนี้นักแข่ง ไม่ต้องลำบากเหมือน 20 ปีที่แล้วๆครับ เนื่องจาก ในชุดของนักแข่ง มีระบบทำความเย็นอยู่ ยิ่งรถ WRC บางคันมี
เครื่องปรับ อากาศ อยู่ด้วย ไม่งั้น อากาศร้อนก็ ตับแตกตาย หรือ อากาศเย็น กระจกก็ฝ่าขึ้น มองทางไม่เห็นกันอีก
เอา ใคร มั่วได้ต่อ ร่วมด้วยช่วยกันครับ
