ประชาสัมพันธ์ ทั้งงานปั่นท่องเที่ยว หรือ งานแข่งขัน โดยต้องมีลักษณะงานที่มีการจัดการดูแลนักปั่นที่เป็นระบบเช่นการรับสมัคร,การดูแลขบวนนักปั่น ถ้าเป็นการชักชวนไปปั่นทริปย่อยๆอย่างไม่เป็นทางการ ดูแลกันเองตามสมควร ให้ตั้งกระทู้ในหมวด "จัดทรืปย่อย" ครับ
กฏการใช้บอร์ด
ประชาสัมพันธ์ ทั้งงานปั่นท่องเที่ยว หรือ งานแข่งขัน โดยต้องมีลักษณะงานที่มีการจัดการดูแลนักปั่นที่เป็นระบบเช่นการรับสมัคร,การดูแลขบวนนักปั่น ถ้าเป็นการชักชวนไปปั่นทริปย่อยๆอย่างไม่เป็นทางการ ดูแลกันเองตามสมควร ให้ตั้งกระทู้ในหมวด "จัดทรืปย่อย" ครับ
-
ภานุพันธ์ ศรีฉ่ำ
- ขาประจำ

- โพสต์: 7926
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 22:26
- Tel: 0804223344
- team: ไม่แน่จริง อยู่ไม่ได้หรอก ..... แถวนี้แม่งเถื่อน ....
- Bike: เมอริด้า matt5 dise Giant xtc Giant scr2 Trek4500 Nevada 1.0
- ตำแหน่ง: ประเทศไทย
โพสต์
โดย ภานุพันธ์ ศรีฉ่ำ »
ภาพถ่ายทางอากาศ พื้นที่บริเวณที่ใช้ก่อสร้างสนามบิน ค่ายภาณุรังษี ส่วนที่ ๒ (ค่ายบุรฉัตรในปัจจุบัน )
พล.ท.ธงชัย เชื้อสนิทอินทร์
เริ่มเข้ารับราชการ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๔ จะเห็นว่าในค่าย ๒ มีสถานที่เดิมอยู่ดังนี้
แผนกสนามฝึกยิงปืนทราบระยะ กรมการทหารช่าง ซึ่งเป็นสนามยิงปืนที่ได้มาตรฐาน ระยะยิง ๑๐๐, ๓๐๐ และ ๕๐๐ หลา และสนามยิงปืน ๑,๐๐๐ นิ้ว สนามฝึกรบระยะประชิด
สนามฝึกยิงปืนทราบระยะ กรมการทหารช่าง ตั้งอยู่ในพื้นที่ค่ายบุระฉัตร (ค่ายภาณุรังษี ส่วนที่ ๒ เดิม ) ในภาพเป็นสภาพของสนามก่อนที่จะถูกรื้อ ปัจจุบันเป็นพื้นที่ของศูนย์กีฬาสถาพร
แผนกโรงเลื่อยของ กรมการทหารช่าง
กองพันฝึกเบื้องต้นเฉพาะเหล่าช่าง เป็นหน่วยที่มีอยู่ในพื้นที่ค่ายภาณุรังษี ส่วนที่ ๒ อยู่เดิม เป็นหน่วยหลัก เมื่อมีการพัฒนาหน่วยใหม่ กองพันฝึกเบื้องต้นเฉพาะเหล่าช่าง ได้แปรสภาพไปเป็น ช.พัน.๕ ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๖ (กองพันฝึกเบื้องต้นเฉพาะเหล่าช่าง เป็นสถานที่ใช้สำหรับฝึกนักเรียนที่จบแล้ว โดยให้มาฝึกเบื้องต้นเฉพาะเหล่าช่างที่นี่อีก ๖ – ๘ สัปดาห์)
สนามบินของ กรมการทหารช่าง และ จทบ.ร.บ.
หน่วยที่ก่อตั้งใหม่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๔ เป็นต้นมา
๑. เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ได้จัดตั้ง กองร้อยทหารช่างเครื่องมือเบา (ร้อย.ช.คมบ.) ข้างสนามบินเขากรวด เป็น นขต. ของ กช.
๒. ในปี พ.ศ. ๒๕๐๙ กรมทหารช่างที่ ๑ รักษาพระองค์ (ช.๑ รอ.) ย้ายจาก กรุงเทพฯ มา จว.ราชบุรี เนื่องจากมีปัญหาเรื่องพื้นที่ และได้ย้ายมาปกครองค่ายฯ ๒ ด้วย มีหน่วยในบังคับบัญชา คือ ช.พัน.๖ ขณะนั้น ช.พัน.๖ อยู่ใน กช. หรือ ค่ายฯ ๑ และได้โอน ร้อย.ช.คมบ. ไปขึ้นการบังคับบัญชากับ ช.๑ รอ. ด้วย โดย ผบ.ช.๑ รอ. เป็น ผบ.ค่ายพัก มาตลอด จนมีการจัดตั้ง กองพลทหารช่าง ผบ.ค่ายพัก จึงเปลี่ยนมาเป็น ผบ.พล.ช.
๓. พัน.ช.ก่อสร้าง (ช.พัน.๑๑๑) จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๒ จัดตั้งขึ้นตามข้อตกลงการช่วยเหลือทางทหารของสหรัฐอเมริกา โดยสหรัฐฯ สนับสนุนทั้งงบประมาณในการจัดตั้งหน่วย และเครื่องมือต่าง ๆ ด้วย เป็นงบประมาณในการจัดตั้งที่สูงมาก จากที่รู้มา สหรัฐอเมริกา มีพันธสัญญากับไทย หลังจากสงครามเกาหลีเสร็จสิ้นแล้ว ทางรัฐบาลสหรัฐฯ สอบถามมาทางรัฐบาลไทยว่าจะให้สหรัฐฯ ช่วยเหลือทางทหารอย่างไรบ้าง ก็ปรากฎว่าทางรัฐบาลไทย จะขอให้จัดตั้งหน่วย ๒ กองพัน คือ กองพันจรวดฮอว์ค และ กองพันก่อสร้าง แต่กองพันจรวดฮอว์ค ไม่ได้จัดตั้ง เท่าที่รู้ ประเทศเกาหลี ขอกองพันก่อสร้าง ๙ กองพัน เพื่อนำไปพัฒนาประเทศ ทำให้เกาหลีมีการพัฒนาประเทศได้อย่างเต็มที่ ประเทศฟิลิปปินส์ ขอ ๓ กองพันก่อสร้าง ที่ประเทศไทยขอแค่ ๑ กองพันก่อสร้าง เนื่องจากขณะนั้นยังไม่ค่อยให้ความสำคัญ กองพันก่อสร้าง เท่าไรนัก ให้ความสำคัญกับ กองพันสนามมากกว่า และทหารไม่ค่อยมีบทบาทในเรื่องการพัฒนาประเทศ สำหรับยุทโธปกรณ์ในการสนับสนุนการก่อสร้าง นั้น พ.ศ. ๒๕๐๔ ปลายปี จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๐๕ มีข้อตกลงทางทหารว่าสหรัฐอเมริกาจะสนับสนุนกองทัพไทย ด้านการพัฒนาเส้นทางสายยุทธศาสตร์ โดย กองบัญชาการทหารสูงสุด ขณะนั้น ขอรับการสนับสนุนให้ปรับปรุงถนนจากฉะเชิงเทราไปกบินทร์บุรี เพื่อจะไปโคราช ถนนสายแรก คือ ถนนจากฉะเชิงเทราไปพนมสารคราม ไปสิ้นสุดที่กบินทร์บุรี เป็นโครงการแรก โดยกองพันทหารช่างสหรัฐฯ ที่ ๘๐๙ ทางกองทัพไทยจึงให้ทหารช่างไทยไปร่วมปฏิบัติงาน เพื่อฝึกความคุ้นเคยในการปฏิบัติงานช่างสนาม และเป็นการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับยุทโธปกรณ์ใหม่ ๆ จึงส่ง กองร้อยทหารช่างก่อสร้าง ร่วมสนับสนุนการก่อสร้าง ๑ กองร้อย ตั้งแต่เดือน ม.ค. พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นต้นมา ผบ.ร้อย. คนแรก คือ ร.อ.ประยูร พงษ์นิทรัพย์ (ยศในขณะนั้น) จัดกำลังจาก ช.พัน.๖ ร้อย.๓ เป็นหลัก จัดสมทบ คือ ชุดซ่อมเครื่องมือสายช่างที่ ๓๔ จาก ร้อย.ช.เครื่องมือสนาม และชุดซ่อมจาก สพ. อีกทีมหนึ่ง ไปทำงานร่วมกับ ช.พัน.๘๐๙ ของสหรัฐฯ อยู่หลายปี ต่อมาประมาณ ต.ค. ๐๖ ถึง ก.ย.๐๗ ได้รับเลือกให้ไปเป็นนายทหารติดต่อ ประจำ ช.พัน.๘๐๙ เมื่อ ช.พัน.๘๐๙ ก่อสร้างถนน ถึงกบินทร์บุรี เสร็จ และได้ก่อสร้างถนนจาก กบินทร์บุรี ผ่านปักธงชัย อีกสายหนึ่ง ทำให้มีโอกาสร่วมกับ ฝอ.๓ ช.พัน.๘๐๙ ทำการสำรวจเส้นทางแถบท่าเรือคลองเตย เพื่อจะตัดถนนสายใหม่ จากท่าเรือคลองเตยผ่านไปสัตหีบ เพราะสัตหีบมีสนามบิน และทำการก่อสร้างทางจากท่าเรือคลองเตยผ่านท่าเรือสัตหีบ แล้ววกไปกบินทร์บุรี โดยผ่าน อ.บางคล้า อ.ศรีราชา ออกพนัสนิคม ถึงสนามบินอู่ตะเภา เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว เครื่องมือที่ดำเนินการทั้งหมด สหรัฐฯ ก็โอนให้กับ กองพันทหารช่างก่อสร้างของเรา รวมทั้งเครื่องมือที่สั่งเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ ด้วย
การเคลื่อนย้ายกำลังพล และยุทโธปกรณ์เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ ที่ห่างไกลจากที่ตั้ง
๔. ในปี พ.ศ.๒๕๑๓ กช. ได้จัดตั้งกองร้อยทหารช่างอิสระขึ้นอีก ๑ กองร้อย คือ กองร้อยทหารช่างก่อสร้างรถยนต์บรรทุกเทท้าย (ช.ร้อย.๑๔) เพื่อสนับสนุน พัน.ช.ก่อสร้าง โดยใช้ อจย. ของไทย แต่เลียนแบบ อจย. สหรัฐฯ โดยปรับปรุงให้เหมาะสมกับประเทศไทย หลังจากจัดตั้ง พัน.ช.ก่อสร้าง แล้ว ฝอ.๓ ตอนยุทธการ กช. ได้พิจารณาหลักการ ตามระบบของกองทัพบกสหรัฐฯ ในหน่วยทหารช่างต่าง ๆ จะแบ่งเป็น ๓ กลุ่ม หลัก ๆ
กลุ่มที่ ๑ หน่วยทหารช่างสนาม จัดเป็นกองพันทหารช่างสนาม สนับสนุนกองพันทหารราบ และกองพันทหารช่างของกองทัพ
กลุ่มที่ ๒ หน่วยทหารช่างก่อสร้าง มีอยู่หลายหน่วย หน่วยหลักคือ กรมทหารช่างก่อสร้าง ประกอบด้วย กองพันทหารช่างก่อสร้าง ๒ – ๕ และหน่วยสนับสนุนภารกิจงานก่อสร้าง ก็จะมี กองร้อยทหารช่างอิสระ เช่น กองร้อยทหารช่างรถยนต์บรรทุกเทท้าย, กองร้อยทหารช่างเครื่องมือหนัก, กองร้อยทหารช่างเครื่องมือเบา, กองร้อยทหารช่างสะพาน
กลุ่มที่ ๓ หน่วยทหารช่างส่งกำลังและซ่อมบำรุง
๕. ในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ กช. ได้จัดตั้ง กองร้อยสนับสนุนการก่อสร้างขึ้นอีก ๑ กองร้อย คือ ช.ร้อย.๑๑๕ ภารกิจคือสนับสนุน พัน.ช.ก่อสร้าง เช่นเดียวกับ ช.ร้อย.๑๔
๖. ในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ หรือ พ.ศ. ๒๕๒๐ ช.พัน.๖ ได้ย้ายจาก กช. (ค่ายฯ ๑) มาอยู่ในพื้นที่ ค่ายฯ ๒ แล้วเปลี่ยนชื่อ เป็น กองพันทหารช่างที่ ๕๒ (ช.พัน.๕๒) สาเหตุการย้าย เพราะ ช.พัน.๕๒ เป็น นขต.ของ ช.๑ รอ.
๗. ในปี พ.ศ. ๒๕๒๑ มีการจัดตั้ง กองพันทหารช่าง ขึ้นอีก ๑ กองพัน คือ ช.พัน.๑๑๒ จัดตั้งโดย ทบ. ไทยเอง และได้จัดตั้ง กรมทหารช่างที่ ๑๑ ขึ้นมาด้วยในปีเดียวกัน โดยมี พ.อ.ประยูรฯ (ยศในขณะนั้น) เป็น ผบ.ช.๑๑ เป็นคนแรก และ พ.ท.ธงชัยฯ (ยศในขณะนั้น) เป็น ผบ.ช.พัน.๑๑๒ คนแรก การทำงานจะจัดเป็นกองร้อยทหารช่างก่อสร้างหย่อนกำลัง ออกไปปฏิบัติงาน และมีส่วนหนึ่งไว้รักษาการณ์ที่ตั้งปกติ ในชุดที่ออกปฏิบัติงานจะสมทบด้วยชุดซ่อมบำรุงเครื่องมือสายช่างด้วย และจะขอชุดซ่อมบำรุงสาย สพ. จาก สพ.ทบ. ไปสมทบด้วย ส่วนใหญ่จะจัดในลักษณะนี้ ถ้าต้องการเครื่องมือหนักสนับสนุนก็จะขอเพิ่มเติมจากกองพันเดียวกันมาสมทบ เช่น งานก่อสร้างสนามบินที่ จว.ปราจีนบุรี หรือปรับปรุงสนามบินที่ จว.นครศรีธรรมราช ก็ใช้กองร้อยเดียว
หลังจากจัดตั้ง ช.๑๑ แล้ว ทบ. ก็มีการโอนหน่วย ช.ร้อย.๑๔ และ ช.ร้อย.๑๑๕ มาฝากการบังคับบัญชาไว้กับ ช.๑๑ (เดิมอยู่กับ ช.พัน.๑๑๑) ช.๑๑ เป็นหน่วยบังคับบัญชา ช.พัน.๑๑๑, ช.พัน.๑๑๒, ช.ร้อย.๑๔ และ ช.ร้อย.๑๑๕
๘. ในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ หน่วย ตอน ประปาสนาม (ตอน ช.๙๓) ได้ย้ายมาอยู่ในพื้นที่ค่ายฯ ๒ เนื่องจาก ค่ายฯ ๑ ไม่จำเป็นต้องใช้ แต่ค่ายฯ ๒ มีความจำเป็นเรื่องระบบประปาภายในค่ายฯ และ ช.พัน.๕ หรือ ช.พัน.๕๑ ย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่ค่ายฯ ๒ ด้วย โดยฝากการบังคับบัญชาไว้กับ ช.๑๑
๙. ในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ได้มีการจัดตั้ง กองร้อยทหารช่างสะพานผสม (ช.ร้อย.๑๘) เป็นหน่วย ของ กช. จัดตั้งขึ้นเพื่อจะพัฒนาระบบสะพาน เครื่องข้ามลำน้ำ ไม่เกี่ยวกับการก่อสร้าง และฝากการบังคับบัญชาไว้กับ ช.๑๑
การจัดตั้ง กองบัญชาการกองพลทหารช่าง ( พล.ช. ) พล.ต.นิวัตร สายอุบล (ยศในขณะนั้น) เป็น ผบ.พล.ช. คนแรก ท่านได้จัดตั้งหน่วย และพัฒนาหน่วยเป็นอย่างดี ตอนแรกตั้ง บก. ชั่วคราวอยู่ที่ ช.๑๑ และได้กำหนดให้ บก.พล.ช. ไปตั้งอยู่ในพื้นที่ของ พัน.ช.คมศ. บริเวณโค้งห้วยกระแทก ต่อมา พล.ต.ธงชัยฯ (ยศในขณะนั้น) ได้มารับตำแหน่ง ผบ.พล.ช. ต่อจาก พล.ต.นิวัตรฯ ได้เห็นว่าที่ตั้งหน่วย บก.พล.ช. นั้น ห่างไกล เป็นพื้นที่ยากต่อการรักษาความปลอดภัย ไม่สะดวกในการบังคับบัญชา นขต. การติดต่อสื่อสาร การประปายังไม่สะดวก อยู่มาก จึงได้ปรึกษาหารือขอมาตั้งยังพื้นที่ปัจจุบันจะเหมาะสมกว่า โดยได้ขอซื้อที่ดินว่างเปล่าเพิ่มเติม และได้เริ่มก่อสร้าง แต่ พล.ต.ธงชัยฯ ก็ไม่มีโอกาสได้มาอยู่ยังที่ตั้ง บก.พล.ช. เนื่องจากได้รับการปรับย้ายก่อนที่จะก่อสร้างอาคารเสร็จ
พล.อ.อำนาจ มีกลิ่นหอม
ผมรับราชการครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๑๐ ที่ กองร้อยทหารช่างก่อสร้างที่ ๑ กองพันทหารช่างที่ ๕ ในขณะนั้นมีหน่วยทหารในค่ายฯ คือ ช.พัน.๕ ร้อย.๑ ในกลางปี ๒๕๑๐ บก.ช.พัน.๕ จึงย้ายจากค่ายฯ ๑ มาอยู่ที่ค่ายฯ ๒ ปีต่อมา บก.ช.๑ รอ. ก็ย้ายเข้ามาในค่ายฯ ๒ ประมาณปี ๒๕๑๒ ช่วงเวลานั้นมีหน่วยทหารน้อยมาก อาคารส่วนใหญ่อยู่ด้านทิศเหนือของ ช.พัน.๑๑๑ และบ้านพักมีเล็กน้อย สภาพเดิมของค่ายนี้ ด้านใต้ของค่าย หน้าค่ายฯ มี บก.ช.๑ รอ., บก.ช.พัน.๕ ร้อย.๑ ด้านหลังเป็นต้นไม้ ป่าไผ่เป็นส่วนใหญ่ ใช้เป็นพื้นที่ฝึกทหารจากค่ายฯ ๑ และทหารภายในค่ายฯ ๒ ทิศตะวันออกติดเขางู เขาฤาษี เขาพระยาปราบ ถนนหน้ากรมเดิมยังเป็นถนนลูกรัง พื้นที่ทั้งหมดด้านตะวันออกจะเป็นพื้นที่ฝึก สนามยิงปืน สนามรอดกระสุนวิถี อาคารของ ช.พัน.๑๑๑ ยังไม่มี ต่อมาในปี ๒๕๑๒ จึงตั้ง ช.พัน.๑๑๑ และปี ๒๕๑๔ จัดตั้ง ช.ร้อย.๑๔ ขึ้นมา ในปี ๒๕๑๙ จัดตั้ง ช.พัน.๑๑๒ โดยแยกจากหน่วย ช.พัน.๑๑๑ ในปี ๒๕๒๐ จัดตั้ง ช.ร้อย.๑๑๕ ปี ๒๕๒๓ ตั้ง ช.๑๑ ในปี ๒๕๒๐ มีการแปรสภาพหน่วยจากหน่วย ช.พัน.๕ เป็น ช.พัน.๕๑ โดยขึ้นการบังคับบัญชากับ ช.๑ รอ. และย้ายไปอยู่ด้านหลังค่ายจนถึงปัจจุบัน ส่วนชื่อของ ช.พัน.๕ ก็ได้นำไปใช้ที่ทุ่งสง เป็นหน่วยทหารช่างของ พล.ร.๕ และในปี ๒๕๒๐ นั้น อาคารของ ช.พัน.๕ เดิมได้ใช้เป็นอาคารของ ช.พัน.๖ ซึ่งย้ายมาจากค่ายฯ ๑ มาอยู่ที่อาคาร ช.พัน.๕ เดิมและเปลี่ยนชื่อ ช.พัน.๖ เป็น ช.พัน.๕๒ ช.๑ รอ. ส่วนชื่อของ ช.พัน.๖ ได้กลายเป็นหน่วยทหารช่างที่ขึ้นตรงกับกองพลทหารราบที่ ๖ จว.ร้อยเอ็ด สำหรับการจัดตั้ง ช.พัน.๑๑๒ เนื่องจากปริมาณงานที่ ทบ. แบ่งมอบให้ กช.มีมากขึ้น จึงจัดตั้ง ช.พัน.๑๑๒ ขึ้น และจัดหายุทโธปกรณ์ให้ และจัดตั้ง ช.๑๑ ในเวลาต่อมา ช่วงหลังประมาณปี ๒๕๒๘ - ๒๕๓๑ ซื้อที่ดินบริเวณหลังค่ายที่ตั้งของ ช.พัน.๖๐๒ และ ช.พัน.๖๐๒ ได้ย้ายมาอยู่ที่ค่ายฯ ๒ ปี ๒๕๒๙ มาอยู่ที่ ตอน ช.๙๓ และ ช.พัน.๖๐๒ ได้ย้ายไปอยู่ที่ปัจจุบันในปี ๒๕๓๒ ที่ดินที่ซื้อเป็นของชาวบ้านที่จะขายเนื่องจากทำกินไม่ค่อยได้ เดิมเอกชนได้มาขุดบ่อลูกรังไว้เป็นหลุมเป็นบ่อ และมีความจำเป็นที่จะต้องขยายค่ายฯ เพื่อรองรับหน่วยทหารที่จะเกิดเพิ่มขึ้น ปี ๒๕๒๙ จัดตั้ง พัน.ช.กช. ร้อย.๑ ขึ้นมา และได้จัดตั้ง พล.ช. ในเวลาต่อมา ในขณะนั้นผมเป็น ผบ.ช.๑๑ บก.พล.ช. ขณะนั้นยังไม่มีที่ตั้ง ผบ.พล.ช. คือ พล.ต.นิวัตร สายอุบล ยังมาใช้ห้องทำงานที่ บก.ช.๑๑
" ความดีก็เหมือนกางเกงใน ต้องมีติดตัวไว้ แต่ไม่ต้องเอามาโชว์ "
ปัญหาก็เหมือน เสื้อชั้นใน
มีีทั้งเล็ก มีทั้งใหญ่.....แต่..... สุดท้าย ก็เอาไว้
แก้ !!!! ^^
"การโกหกแฟน" เมื่อตายไปจะตกนรก แต่เมื่อพูดความจริงจะตายในทันที !!!
หลังสู้ ฝ้า....
หน้าสู้ ฟูก
BanpongbicyclE___________มาแล้ว
-
ภานุพันธ์ ศรีฉ่ำ
- ขาประจำ

- โพสต์: 7926
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 22:26
- Tel: 0804223344
- team: ไม่แน่จริง อยู่ไม่ได้หรอก ..... แถวนี้แม่งเถื่อน ....
- Bike: เมอริด้า matt5 dise Giant xtc Giant scr2 Trek4500 Nevada 1.0
- ตำแหน่ง: ประเทศไทย
โพสต์
โดย ภานุพันธ์ ศรีฉ่ำ »
การก่อสร้างอาคารกองบัญชาการกองพลทหารช่าง ซึ่งกองพลทหารช่างเป็นหน่วย ดำเนินการก่อสร้างเองทั้งหมด ภายใต้โครงการเสริมสร้างกำลังกองทัพ ปี ๒๕๓๓ ถึงปี ๒๕๓๗ ซึ่งมี พล.อ.สุจินดา คราประยูร ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ ๒๓ มิ.ย. ๒๕๓๔
ในปี ๒๕๓๓ เริ่มก่อสร้างอาคาร บก.พล.ช. ปี ๒๕๓๕ จึงย้ายเข้าใช้อาคารของ บก.พล.ช. ต่อมาในปี ๒๕๓๒ จัดตั้ง พัน.ช.คมศ. ในค่ายฯ ๒ และได้ย้ายไปอยู่ในที่ปัจจุบัน ในปี ๒๕๓๗ ส่วนต้นสักหลัง บก.พล.ช. ปลูกเมื่อปี ๒๔๙๗ ปลูกโดย พ.ท.เจตน์ สิชฌนุกฤษณ์ นำพันธุ์มาจากจอมบึง, ถ้ำเขาบิน และมีตายบ้างในเวลานั้น ต่อมาในปี ๒๕๒๗ ผมจึงมาปลูกเพิ่มเติม แต่เดิมพื้นที่ในค่ายฯ เป็นพื้นที่ฝึกของ พัน.ฝึก ช. ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ที่ปราณบุรี พัน.ฝึก ช. เดิมก็แปรสภาพเป็น ช.พัน.๕ และพัฒนาเรื่อยมา ส่วนสนามบินสร้างในปี ๒๕๐๐ สร้างโดย ร.ท.ประยูร พงษ์นิทรัพย์ (ยศในขณะนั้น) และเพื่อนซึ่งเสียชีวิตในเวลาต่อมาด้วยอุบัติเหตุรถคว่ำ
กำลังพลและครอบครัว จากการแปรสภาพ พัน.ฝึก ช. และย้ายไปอยู่ที่ปราณบุรี ครอบครัวส่วนใหญ่ยังอยู่ที่ค่ายฯ ๒ ต่อมาในภายหลังหน่วยเพิ่มขึ้น จึงมีการสร้างบ้านพักเพิ่มขึ้นด้วย ประมาณ ปี ๒๕๑๒ - ๒๕๑๓ ผมไปราชการที่เวียดนาม พื้นที่ของ พล.ช. ก็ซื้อเพิ่มใหม่ แต่เดิมพื้นที่ด้านหน้าค่ายยังไม่ติดถนน ยังเว้าแหว่งอยู่ มาซื้อเพิ่มเติมในช่วงที่ ๒ เป็น บก.พล.ช. อาคารบรรจบ บุนนาค บ้านพัก สนามกีฬาค่ายฯ และบริเวณ ช.พัน.๕๑ เดิมสภาพขอบเขตรั้วของค่ายฯ คดเคี้ยวไปมา เป็นรั้วลวดหนาม และรั้วสังกะสีจากกองบังคับการไปถึงประตูที่ ๒ กำแพงค่ายนี้กระผมเป็นผู้ดำเนินการเอง
วิวัฒนาการค่ายบุรฉัตรแบ่งเป็น ๓ ระยะ
ระยะแรก คือ เริ่มมีค่ายฯ, มีกองพันฝึก ช.
ระยะที่ ๒ ซื้อที่ดินเพิ่มเติมจากเดิมไม่ติดถนน ให้ติดถนนดังปัจจุบัน
ระยะที่ ๓ เพิ่ม ช.พัน.๖๐๒ และ พัน.ช.กช. ร้อย.๑ การฝึกส่วนใหญ่จะใช้พื้นที่ฝึก ในค่ายฯ ๒ ส่วนสนามฝึกจารุมณีได้ขอจากกรมป่าไม้ โดยให้เหตุผลว่าจะดูแลให้และ ย้าย รร.ช. มาอยู่ที่พื้นที่นี้ ศาลาวงกลม ร.๕ ขณะนั้นผมเป็น รอง ผบ.ช.๑๑ และเป็นประธานในการก่อสร้าง และเปิดในเวลาต่อมาขณะที่ผมเป็น ผบ.ช.๑๑
สภาพพื้นที่หน้าค่ายส่วนใหญ่เป็นที่ราบ ล้อมรอบด้วยภูเขาด้านทิศตะวันออกถึง ด้านเหนือ ทิศใต้จรดถนนราชบุรี - จอมบึง ทิศตะวันตกจรดคลองชลประทาน พื้นที่ทั้งหมด ใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างอาคารทางราชการและบ้านพักทหาร สิ่งสาธารณูปโภคต่างๆ และไม่ เหมะสมกับการจัดตั้งหน่วยทหารเพิ่มเติมเพราะพื้นที่เต็มหมดแล้ว การเกษตรกรรมสามารถทำได้ เล็ก ๆ น้อย ๆ หลังกองร้อย ในช่วงแรกพื้นที่ในค่ายฯ ยังเป็นพื้นที่ฝึกของทหารค่ายฯ ๑ และค่ายฯ ๒ และทหารลาวเป็นประจำทุกปี ปัจจุบันพื้นที่ฝึกดังกล่าวเป็นสนามกอล์ฟ, ทิศทางการระบายน้ำในค่ายส่วนใหญ่ไหลจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก และจากทิศใต้ไปทิศเหนือ บริเวณโรงเลื่อยจะมีสระ กักเก็บน้ำ ภายหลังจึงทำคลองออกทางด้านหน้าเขางู ภายในค่ายฯ เคยมีน้ำท่วมในช่วงประมาณ ปี ๒๕๓๑ - ๒๕๓๒ ในสมัยนั้น พล.ท.วิเชียร สุกปลั่ง เป็น จก.กช. ในช่วงฤดูฝนน้ำจะไหลผ่านจาก ถนนราชบุรี - จอมบึง และไหลผ่านเข้าค่ายฯ จากการสร้างอาคารในแต่ละที่ไม่กำหนดค่าระดับทำให้ มีที่สูงต่ำต่างกัน มีน้ำขังเป็นจุดๆ ปัจจุบันน่าจะได้รับการแก้ไขแล้ว
ด้านสาธารณูปโภค
ไฟฟ้า ในช่วงเวลานั้นยังไม่มีไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคใช้ ยังคงใช้ไฟจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของค่ายฯ เอง ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้า บก.ช.๑ รอ. และเป็น รร.ทบอ.ในปัจจุบัน โดยปั่นไฟขนาด ๒๒๐ โวทล์ เนื่องจากจ่ายไฟฟ้าได้น้อยจึงจ่ายเป็นเวลาในช่วง ๖ โมง ถึง ๔ ทุ่ม ใช้หลอดไฟขนาด ๑๑๐ โวทล์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าดังกล่าวเป็นของ กช. ปัจจุบันได้ใช้ไฟฟ้าของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตั้งแต่ประมาณปี ๒๕๑๒ ต่อมาภายหลังเมื่อหน่วยทหารและบ้านพักเพิ่ม มากขึ้น จึงแยกหม้อแปลงไฟฟ้าไปในที่ต่าง ๆ ภายในค่ายฯ และปัจจุบันถือว่าเรียบร้อยดี
ประปา เดิมสูบน้ำดิบจากแม่น้ำแม่กลองเข้ามาเก็บที่บ่อพักหลังกองรักษาการณ์ ตั้งประปาชั่วคราวขึ้น และดูดน้ำจากบ่อหลังโรงเลื่อยเข้ามาที่บ่อพักหลังกองรักษาการณ์ ทำน้ำประปาแจกจ่ายให้กับส่วนราชการและบ้านพักภายในค่ายฯ แต่ก็ไม่เพียงพอต้องกำหนดจ่ายเป็นเวลา ต่อมาปี ๒๕๑๔ จึงก่อตั้งโรงผลิตน้ำประปาขึ้นมาที่ด้านหลัง บก.ช.พัน.๑๑๑ สามารถแจกจ่ายน้ำให้ส่วนราชการ และบ้านพักได้มากขึ้นแต่ยังคงจ่ายเป็นเวลาเช่นเดิม ต่อมาได้ขุดบ่อน้ำดิบจากที่ดิน ที่ซื้อใหม่ติดคลองชลประทานรองรับน้ำดิบเพื่อทำประปาแจกจ่ายให้กับส่วน ราชการและบ้านพัก และในปี ๒๕๓๕ ได้ดำเนินการขยายบ่อน้ำดิบเพื่อรองรับการกักเก็บน้ำได้มากขึ้น จากเดิมลึก ๒ เมตร เป็นลึก ๓ เมตร ขุดลอกสระหลังโรงเลื่อยใหญ่ขึ้นเพื่อเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ตอนที่ คลองชลประทานปิดซ่อมแซมคลองประมาณ ๑ - ๒ เดือน เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ตลอดหน้าแล้ง ภายหลังทำเสร็จแล้วผมจึงย้ายไปอยู่ ยย.ทบ. สำหรับการควบคุมการทำน้ำประปายังไม่ดีต้องส่งไปตรวจคุณภาพน้ำขณะผมเป็น รอง จก.กช. นอกจาก นั้นยังต้องกวดขันวินัยการใช้น้ำด้วย
โทรศัพท์ ภายหลังที่จัดตั้ง ช.๑๑ ได้จัดตั้งชุมสายโทรศัพท์ภายในได้ประมาณ ๓๐๐ เลขหมาย ต่อมาภายหลังตั้ง บก.พล.ช. ก็ขอเลขหมายโทรคมนาคมทหารได้จาก สส.ทหาร ๔ - ๕ เลขหมาย และขยายชุมสายภายในมากขึ้น
ในปี ๒๕๓๔ ได้จัดตั้งสำนักงานสาธารณูปโภคขึ้นมาดูแลอำนวยความสะดวกในสิ่งสาธารณูปโภค ต่าง เช่น น้ำประปาภายในค่ายฯ เมื่อมีการก่อสร้างอาคารเพิ่มมากขึ้น ก็มีการสร้างถนนตามมาด้วย ในปี ๒๕๓๑ ก็มีการกำหนดระบบระบายน้ำในค่ายฯ ๒ ให้เป็นระบบเดียวกัน โดยต้องมีฝาระบาย, ตะแกรง ตอนนั้นผมเป็น รอง ผบ.พล.ช.(๒) ทำหน้าที่ดูแลเรื่องนี้
ปี ๒๕๓๔ มีการเปลี่ยนแบบถนนเป็นคอนกรีตทั้งหมด โดยปรับให้เป็นแบบเดียวกันและให้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน อาคารบ้านพักได้แบ่งสรรให้หน่วยต่างๆ ภายในค่ายฯ ๒ และจัดสรรเป็นอาคารส่วนกลางไว้ให้หน่วยในค่ายฯ ๑ ด้วย
ส่วน รร.ทบอ.บูรณวิทยา ได้จัดตั้งขึ้นในปี ๒๕๑๗ พล.ต.เทียบ บูรณสิงห์ (ยศในขณะนั้น) เป็น จก.กช. โดย จก.กช. เป็นผู้ถือใบอนุญาตในการจัดตั้ง และอยู่ในความดูแลของ ช.๑ รอ. (ขณะนั้น พ.อ.โสภณ นาลินทม เป็น ผบ.ช.๑ รอ.และ ผจก.รร.ทบอ.ฯ) มีลักษณะเป็นโรงเรียนราษฎร์ ภายหลัง ช.๑๑ จัดตั้งขึ้นในปี ๒๕๒๓ จึงได้ย้ายมาขึ้นอยู่ในความดูแลของ ช.๑๑ โดยมี ผบ.ช.๑๑ เป็น ผจก. และ จก.กช. เป็นผู้ถือใบอนุญาตจัดตั้ง และมีการพัฒนาเรื่อยมา กิจการบางครั้งซบเซาเพราะมีเด็กน้อย ต่อมาในปี ๒๕๒๙ - ๒๕๓๐ ได้ส่งเข้าประกวดโรงเรียนพระราชทาน ในปี ๒๕๓๒ ก็ส่งเข้าประกวดโรงเรียนพระราชทานอีกครั้ง และได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทานในปี ๒๕๓๓ ปี ๒๕๔๑ สร้างโรงยิมของค่ายฯ ๒ ภายใน รร.ทบอ.ฯ ปัจจุบัน รร.ทบอ.ฯ มีผู้เข้ารับการศึกษาเป็นจำนวนมาก
สนามกอล์ฟภาณุรังษี สร้างขึ้นในปี ๒๕๑๒ - ๒๕๑๓ เริ่มขยายตั้งแต่ ๑ หลุม ไปจนถึง ๖ หลุม ในปี ๒๕๑๘ ขยายสนามกอล์ฟเป็น ๙ หลุม โดยมี พ.ท.ธงชัย เชื้อสนิทอินทร์ เป็นหลักในการดำเนินการ ต่อมาในปี ๒๕๓๓ พ.อ.อาภรณ์ กุลพงษ์ รับผิดชอบเฉลี่ยงบประมาณจากหน่วยต่าง ๆ และปรับปรุงเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ศูนย์กีฬา กช. ได้เริ่มวางผังในปี ๒๕๓๐ ในปี ๒๕๓๕ สร้างอัฒจันทร์ สระว่ายน้ำ สาเหตุที่สร้างสระว่ายน้ำเนื่องจากบุตรหลานสอบอะไรไม่ได้เพราะสอบตกว่ายน้ำ จึงสร้างสระว่ายน้ำขึ้นเพื่อให้บุตรหลานได้หัดว่ายน้ำ สระว่ายน้ำ ๓๔ ได้ออกแบบสร้าง งบประมาณที่คิดครั้งแรก ๑,๘๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่พอสร้าง เสร็จแล้วใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยมี พ.อ.จรัล วรพงศ์ และ พ.ต.สมเกียรติ ระย้าแก้ว สร้าง โดยนำแบบ มาจากกรุงเทพฯ ส่วนรั้วรอบค่ายบางส่วนมีมาก่อนแล้ว ส่วนที่เหลือด้านทิศตะวันตก ด้านหลังค่าย ของบประมาณปี ๒๕๓๖
จากคำบอกเล่าของอดีตผู้บังคับบัญชา ทั้ง ๓ ท่าน ทำให้สามารถเชื่อมโยงห้วงเวลาที่ขาดหายไปจากอดีตมาสู่ปัจจุบันได้ อย่างน้อยเราก็พอมองเห็นภาพความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างกันดาร ในยุคแรก ๆ ก่อนจะพัฒนามาถึงยุคนี้ ที่มีทุกอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นอาคารสถานที่ กว้างขวาง สะดวกสบาย ถนนหนทางลาดยางที่เชื่อมต่อกันทุกเส้นทางทั่วค่าย ระบบสาธารณูปโภคที่ สมบูรณ์พร้อม รวมถึงสนามกีฬาทุกประเภทที่สามารถรองรับการแข่งขันใน ระดับชาติได้เป็นอย่างดี
ทุกคนต้องทำงานหนัก เพื่อสร้างศักยภาพให้กับหน่วย เราต้องไม่ลืมว่า ก่อนจะมาถึงวันนี้ บรรพบุรุษของเราได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ อย่างเต็มความสามารถ จนทำให้กองทัพบกมอบหมายภารกิจในการพัฒนาประเทศให้กับทหารช่าง และขยายหน่วยต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งกองพลทหารช่างได้รับการก่อตั้งขึ้นก็เพื่อตอบสนองความสำเร็จในภารกิจดัง กล่าว
" ความดีก็เหมือนกางเกงใน ต้องมีติดตัวไว้ แต่ไม่ต้องเอามาโชว์ "
ปัญหาก็เหมือน เสื้อชั้นใน
มีีทั้งเล็ก มีทั้งใหญ่.....แต่..... สุดท้าย ก็เอาไว้
แก้ !!!! ^^
"การโกหกแฟน" เมื่อตายไปจะตกนรก แต่เมื่อพูดความจริงจะตายในทันที !!!
หลังสู้ ฝ้า....
หน้าสู้ ฟูก
BanpongbicyclE___________มาแล้ว
-
ภานุพันธ์ ศรีฉ่ำ
- ขาประจำ

- โพสต์: 7926
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 22:26
- Tel: 0804223344
- team: ไม่แน่จริง อยู่ไม่ได้หรอก ..... แถวนี้แม่งเถื่อน ....
- Bike: เมอริด้า matt5 dise Giant xtc Giant scr2 Trek4500 Nevada 1.0
- ตำแหน่ง: ประเทศไทย
โพสต์
โดย ภานุพันธ์ ศรีฉ่ำ »
การขอพระราชทานนามค่ายทหาร
ค่ายบุรฉัตร
เนื่อง ด้วย พลโท ชัยยุทธ เทพยสุวรรณ เจ้ากรมการทหารช่าง/ผู้บังคับค่ายพัก ค่ายภาณุรังษี ส่วนที่ ๑ อนุมัติให้แยกอำนาจผู้บังคับค่ายพักสำหรับค่ายภาณุรังษี ส่วนที่ ๑ และส่วนที่ ๒ ออกจากกันเพื่อให้เกิดเอกภาพในการบังคับบัญชาสั่งการ รวมถึงความรับผิดชอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยให้ ผู้บัญชาการกองพลทหารช่าง/รองผู้บัญชาการค่ายพัก ค่ายภาณุรังษี ส่วนที่ ๒ มีอำนาจหน้าที่ ในการสั่งการ ออกระเบียบ คำสั่งอื่นใดเกี่ยวกับค่ายพักเพิ่มเติมได้ แต่ต้องไม่ขัดกับคำสั่ง หรือระเบียบของ กรมการทหารช่าง ที่ใช้มีผลบังคับใช้อยู่ และให้ กองพลทหารช่าง ดำเนินการขอพระราชทานนามค่ายขึ้นใหม่ (ตามหนังสือ กกพ.กช. ที่ กห ๐๔๔๑.๑/๘๒๗ ลง ๑๕ ก.ย.๔๗) - การนำเอานามบุคคลสำคัญมาตั้งเป็นนามค่ายทหาร นั้น เจ้าของชื่อควรเป็นผู้ที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติและในด้านการทหาร มามาก
- บุคคลนั้นจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับความยกย่องนับถือของทหาร และประชาชนในท้องถิ่นอย่างแน่นแฟ้น
- เป็นผู้ที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว ยกเว้นผู้ที่อยู่ในพระบรมวงศานุวงศ์
- การนำชื่อบุคคลมาตั้งเป็นนามค่ายทหาร นั้น โดยหลักการทางประวัติศาสตร์ควรจะต้องรอไปสักระยะหนึ่งจนเห็นว่าเป็นบุคคลใน ประวัติศาสตร์อย่างแท้จริงแล้ว
- การนำพระนามหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับพระบรมวงศานุวงศ์ต้องได้รับอนุญาต
- นามค่ายทหารที่จะดำเนินการขอพระราชทานนั้นต้องไม่ซ้ำซ้อนกับค่ายทหารของ หน่วยที่ได้รับพระราชทานนามค่ายทหารมาแล้ว
กองพลทหารช่าง จึงได้หารือกับผู้บังคับหน่วยใน กองพลทหารช่าง, หน่วยขึ้นตรง กองพลทหารช่าง และหน่วยในพื้นที่ค่ายภาณุรังษี ส่วนที่ ๒ ในการตั้งนามค่ายให้มีความเหมาะสม ซึ่งผู้บังคับหน่วยดังกล่าวเห็นพ้องต้องกันว่าพลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระ กำแพงเพชรอัครโยธิน (พระนามเดิม พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร) ทรงเป็นบุคคลสำคัญที่ทำคุณประโยชน์ไว้กับเหล่าทหารช่างอย่างนานัปการ จนได้ชื่อว่าเป็นพระบิดาของเหล่าทหารช่าง กอปรกับบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ท่านอื่น เช่น กรณี พระยาปราบ ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในท้องถิ่นรวมถึงกำลังพลและครอบครัวในค่าย ภาณุรังษี ส่วนที่ ๒ ยังไม่สามารถค้นคว้าหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนในการนำประวัติมา ประกอบการพิจารณาขอตั้งเป็นนามค่ายทหารได้ จึงเห็นพ้องต้องกันว่าควรนำพระนามเดิมของ พลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน (พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร) มาตั้งเป็นนามค่ายของกองพลทหารช่างและหน่วยในพื้นที่ค่ายภาณุรังษี ส่วนที่ ๒ ว่า “ ค่ายบุรฉัตร ”
ดังนั้น กองพลทหารช่าง จึงทำหนังสือขออนุญาตในการนำพระนาม “ บุรฉัตร ” มาดำเนินการขอพระราชทานนามค่ายทหารของ กองพลทหารช่าง จากราชตระกูลฉัตรไชย ด้วย ซึ่ง ฝกพ.พล.ช. ได้มีหนังสือเรียนปรึกษา หม่อมราชวงศ์ พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์ และ หม่อมราชวงศ์ พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์ ได้เรียนถามผ่าน หม่อมราชวงศ์ รมณียฉัตร แก้วกิริยา ซึ่งเป็นธิดาของหม่อมเจ้า ภัทรลดา ดิศกุล พระขนิษฐาของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร ฯ ทั้งนี้ หม่อมเจ้า ภัทรลดา ฯ มิทรงขัดข้องในการที่ กองพลทหารช่าง ขออนุญาตใช้พระนาม “ บุรฉัตร ” ซึ่งเป็นพระนามของ พลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน พระบิดาของเหล่าทหารช่าง นำมาตั้งเป็นนามค่ายทหารของ กองพลทหารช่าง และหน่วยได้ดำเนินการขอพระราชทานนาม ค่ายทหารดังกล่าวตามสายการบังคับบัญชา โดยกองทัพบกได้รายงานขอพระราชทานนามค่ายทหารของ กองพลทหารช่าง ซึ่งมีที่ตั้งปกติถาวร ณ ตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ว่า “ ค่ายบุรฉัตร ” ทั้งนี้ สำนักราชเลขาธิการ ได้นำความกราบบังคมทูล พระกรุณาทราบ ฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานนามค่ายทหารของ กองพลทหารช่าง ว่า “ ค่ายบุรฉัตร ” ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลง ๒๔ มกราคม ๒๕๔๙
" ความดีก็เหมือนกางเกงใน ต้องมีติดตัวไว้ แต่ไม่ต้องเอามาโชว์ "
ปัญหาก็เหมือน เสื้อชั้นใน
มีีทั้งเล็ก มีทั้งใหญ่.....แต่..... สุดท้าย ก็เอาไว้
แก้ !!!! ^^
"การโกหกแฟน" เมื่อตายไปจะตกนรก แต่เมื่อพูดความจริงจะตายในทันที !!!
หลังสู้ ฝ้า....
หน้าสู้ ฟูก
BanpongbicyclE___________มาแล้ว
-
ภานุพันธ์ ศรีฉ่ำ
- ขาประจำ

- โพสต์: 7926
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 22:26
- Tel: 0804223344
- team: ไม่แน่จริง อยู่ไม่ได้หรอก ..... แถวนี้แม่งเถื่อน ....
- Bike: เมอริด้า matt5 dise Giant xtc Giant scr2 Trek4500 Nevada 1.0
- ตำแหน่ง: ประเทศไทย
-
FR@NK
- ขาประจำ

- โพสต์: 443
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 02:45
- team: KHS LAPIERRE อมรไบร์ซิเคิล อักษะ2000
โพสต์
โดย FR@NK »
ขอสนามสนุกๆเเบบปีที่เเล้วนะครับ

-
Road Bike
- ขาประจำ

- โพสต์: 1632
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2009, 14:34
- team: Family Bike
- Bike: Tandem, 2seats, 2wheels, together.
-
chettaburit
- ขาประจำ

- โพสต์: 1892
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มิ.ย. 2009, 08:30
- Tel: 0816656531
- Bike: เสือภูเขา,เสือหมอบ,ทัวร์ริ่ง
โพสต์
โดย chettaburit »
เสื้อสวยครับ
ขอชมสนามแข่งขันหน่อยครับ

"FOR HEALTH >> FOR WORLD"
"รักเธอประเทศไทย"
-
chalaem boonlum
- ขาประจำ

- โพสต์: 1725
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ต.ค. 2008, 10:33
- Tel: 0895238503
- team: ราชภัฏจอมบึง
- Bike: ksh
โพสต์
โดย chalaem boonlum »
อยากรู้ว่าเส้นทางจักรยานฝึกซ้อมได้แล้วยังครับ ขอดูเส้นทางด้วยถ้าเสร็จแล้ว
-
Road Bike
- ขาประจำ

- โพสต์: 1632
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2009, 14:34
- team: Family Bike
- Bike: Tandem, 2seats, 2wheels, together.
โพสต์
โดย Road Bike »
chalaem boonlum เขียน:อยากรู้ว่าเส้นทางจักรยานฝึกซ้อมได้แล้วยังครับ ขอดูเส้นทางด้วยถ้าเสร็จแล้ว
ต้องรอทีมงานของจ่าเด๋อมาแจ้งรายละเอียดแล้วครับ ของผมได้แผ่นพับมาแล้ว แต่ภาพเส้นทางไม่ชัดเจนด ดูจากต้นฉบับยังดูไม่ออกจึงไม่เอาลงครับผม
-
Road Bike
- ขาประจำ

- โพสต์: 1632
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2009, 14:34
- team: Family Bike
- Bike: Tandem, 2seats, 2wheels, together.
โพสต์
โดย Road Bike »
แผนที่เส้นทางเสือภูเขามาแล้วครับ เส้นทางเดิมแต่รอบใหญ่กว่า ปีที่แล้วปั่น2รอบแต่ปีนี้รอบเดียว30โล เส้นทางผูกผ้าไว้แล้ว ไปซ้อมได้ครับ เหลือนิดหน่อยที่เข้าไม่ได้เป็นประตูผ่านคลังอาวุธ ผู้จัดทำเรื่องขอเปิดประตูนี้ไว้แค่2วันคือวันแข่ง นอกนั้นเข้าไปซ้อมได้หมด ข่าวว่าวันนี้ก็จะมีผู้พันปั่นไปตรวจสอบเส้นทางด้วยครับ

แก้ไขล่าสุดโดย
Road Bike เมื่อ 26 พ.ย. 2010, 12:09, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
-
Road Bike
- ขาประจำ

- โพสต์: 1632
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2009, 14:34
- team: Family Bike
- Bike: Tandem, 2seats, 2wheels, together.
โพสต์
โดย Road Bike »
-
Road Bike
- ขาประจำ

- โพสต์: 1632
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2009, 14:34
- team: Family Bike
- Bike: Tandem, 2seats, 2wheels, together.
โพสต์
โดย Road Bike »
นับถอยหลัง เหลืออีกแค่ 7 วัน
วันอาทิตย์หน้านี้ ถึงแล้ว
-
Nattakukik
- ขาประจำ

- โพสต์: 162
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 พ.ย. 2010, 09:27
- Tel: 088-8939413
- team: อักษะ2000
- Bike: GT CABON
โพสต์
โดย Nattakukik »
ขอแผนที่เส้นทาง
จาก อักษะไปค่ายด้วยครับ
ขอบคุณครับ
และขอภาพสนามแข่งด้วยครับ
-
Road Bike
- ขาประจำ

- โพสต์: 1632
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2009, 14:34
- team: Family Bike
- Bike: Tandem, 2seats, 2wheels, together.
โพสต์
โดย Road Bike »
Nattakukik เขียน:ขอแผนที่เส้นทาง
จาก อักษะไปค่ายด้วยครับ
ขอบคุณครับ
และขอภาพสนามแข่งด้วยครับ
จากอักษะวิ่งมาทางถนนเพชรเกษมจนถึงตัวเมืองราชบุรีให้ขับตรงอย่างเดียวขึ้นสพานข้ามทางรถไฟจะเห็นBic Cขับตรงไปอีกข้ามสพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง ลงสพานเจอไฟแดงแรกให้ตรงไป แล้วไปเลี้ยวขวาไฟแดงที่2 ขับตรงไปจะเจอ3แยก ให้ไปทางแยกซ้ายแล้วขับชิดขวาไปประมาณ300ม. มองไปด้านขวามือจะมีทางเข้าเล็กๆเข้าไปในเขางู ปากทางเข้าจะมีบ้านชาวบ้านถามชาวบ้านแถวนั้นได้เลยว่าค่าย2ไปทางไหน เพราะเหลืออีกนิดเดียวก็ถึงแล้วครับ
ภาพสนามก็โหลดไฟล์แผนที่จากคำตอบข้างบน แล้วไปขยายดูได้เลยครับ มีให้เล่นทุกรูปแบบ หิน ดิน น้ำ ลม ขาดแต่ไฟเท่านั้นครับ