ข่าวเด่น ! ข่าวดัง ! ....... จากสื่อสารมวลชน

ผู้ดูแล: ชนินทร์, สมพิศ, watt

รูปประจำตัวสมาชิก
สมพิศ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 20893
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:08
Tel: +66894556699
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Jamis Dakota
ตำแหน่ง: สะพานพระราม 7 บางกรวย นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: ข่าวเด่น ! ข่าวดัง ! ....... จากสื่อสารมวลชน

โพสต์ โดย สมพิศ »

รูปภาพ

"เราได้เลือกความหวังเหนือความกลัว ผลประโยชน์ของความสามัคคีอยู่เหนือความขัดแย้งและความบาดหมาง"

"ข้าพเจ้าให้สัตย์ปฏิญาณว่า จะทำหน้าที่ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาด้วยศรัทธาและความซื่อตรงที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ จะรักษาปกป้อง และต่อสู้เพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา ขอพระเจ้าทรงโปรดประทานพร"
[/size]

พิธีสาบานตนขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐอเมริกา ของนายบารัค โอบามา

รูปภาพ
อ้างอิง :arrow: http://www.matichon.co.th/news_detail.p ... 1232456104


ประชาชนกว่า 2 ล้านคนเข้าร่วมพิธี ณ เนชันแนลมอลล์
[youtube]VjnygQ02aW4#[/youtube]
President Barack Obama 2009 Inauguration and Address



President Barack Obama's Inaugural Address

รูปประจำตัวสมาชิก
สมพิศ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 20893
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:08
Tel: +66894556699
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Jamis Dakota
ตำแหน่ง: สะพานพระราม 7 บางกรวย นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: ข่าวเด่น ! ข่าวดัง ! ....... จากสื่อสารมวลชน

โพสต์ โดย สมพิศ »

รูปภาพ

เช็คช่วยชาติ .... แจกคนละ 2,000 บาท
..... ท่านรับมาแล้วหรือยัง ?

วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2552 เวลา 19:53:46 น. มติชนออนไลน์
:arrow: http://www.matichon.co.th/news_detail.p ... 1237898850

"ธ.กรุงเทพ"แนะจุดสังเกต"เช็คช่วยชาติ"ให้พิจารณา"4 จุด" เผยใช้เบิกเงินสดได้ทุกสาขา ย้ำเก็บให้ดี

แบงก์กรุงเทพแนะวิธีสังเกตเช็คช่วยชาติ 2 พัน ให้ดู 4 จุด ของจริงนำไปเบิกเงินสดที่ธนาคารได้ทุกสาขาหรือนำไปใช้จ่ายแทนเงินสดร้านที่ประกาศรับ ย้ำเปลี่ยนมือได้และมีค่าเหมือนเงินสด ต้องเก็บรักษาอย่างดีเพราะอายัดไม่ได้ ก.แรงงานรายงานครม.ออกเช็คให้ผู้ประกันตนแล้ว 5.5 ล. ที่เหลืออยู่ระหว่างแจ้งชื่อ ผอ.สบน.ชี้หากหดตัวเพิ่มจากที่คาดการณ์ ต้องขยายเพดานก่อหนี้


เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ธนาคารกรุงเทพฯจำกัด (มหาชน) เผยแพร่วิธีสังเกตเช็คช่วยชาติที่รัฐบาลเตรียมนำแจกจ่ายผ่านช่องทางต่างๆ ให้กับผู้มีรายได้เดือนละไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทวันที่ 26 มีนาคมนี้ว่า มีวิธีสังเกตุ 4 จุดสำคัญ คือ1.ตัวอักษร "เช็คช่วยชาติ ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจโลก" จะต้องพิมพ์เป็นลายนูนมีสีน้ำเงิน ดำ แดง และเหลืองเหลือบกัน 2.ตัวอักษร ฿ ต้องพิมพ์เป็นตัวนูนสีทองและสีแดงเหลือบกัน 3.เมื่อนำเช็คขึ้นส่องกับไฟแบล๊คไลท์จะปรากฏตราสัญลักษณ์รูปดอกบัว สัญลักษณ์ของธนาคารกรุงเทพขนาดใหญ่ 1 ดอก ตรงกลางเช็ค และ4. ขอบด้านบนและด้านล่างของเช็คต้องมีรอยปรุทั้ง 2 ด้าน เช็คดังกล่าวสามารถนำไปเบิกเงินสดที่ธนาคารกรุงเทพฯได้ทุกสาขา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือนำเช็คไปใช้จ่ายแทนเงินสดได้ที่ร้านค้ารับเช็คช่วยชาติ แต่ต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวข้าราชการ พร้อมลงชื่อ-นามสกุลและเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ด้านหลังเช็คด้วย ทั้งนี้เช็คช่วยชาติจะมีอายุการใช้งาน 6 เดือนนับจากวันที่ระบุบนเช็คตามกฎหมาย ที่สำคัญเช็คดังกล่าวสามารถเปลี่ยนมือได้และมีค่าเหมือนเงินสด จึงไม่สามารถอายัดได้ ดังนั้นผู้รับเช็คต้องดูแลเก็บรักษาเป็นอย่างดี

ขณะที่ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันเดียวกันนั้น กระทรวงแรงงานรายงานแผนการจ่าย "เช็คช่วยชาติ" ตามโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและบุคลากรภาครัฐ ให้ที่ประชุมรับทราบ ในส่วนผู้ประกันตน 8.1 ล้านคน โดยมีผู้ประกันตนลงทะเบียน ณ สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่กุรงเทพฯ และจังหวัดทั่วประเทศ ณ วันที่ 23 มีนาคม รวม 7,519,964 คน ในจำนวนนี้มีการออกเช็คแล้ว 5,547,436 คน และอยู่ระหว่างแจ้งชื่อให้ธนาคารออกเช็คให้ 1,207,418 คน มีการตัดรายชื่อบุคคลในส่วนผู้ประกันตนออก 8,552 คน เนื่องจากมีชื่อทำงานทั้งส่วนเอกชนและส่วนราชการ โดยกลุ่มนี้จะได้รับเช็คจากส่วนราชการ และที่เหลืออีก 756,558 คน อยู่ระหว่างการตรวจสอบรับรองยืนยันสิทธิ์

น.ส. วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยกล่าวระหว่างร่วมเสวนา “รัฐได้คะแนน แรงงานนอกระบบได้หลักประกัน”ที่โรงแรมมารวยการ์เด้น จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)ว่า ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือแรงงานนอกระบบที่ไม่ได้รับเงินตามโครงการเช็คช่วยชาติ รัฐบาลควรช่วยจ่ายเป็นเงินตั้งต้นคนละ 2,000 บาทเข้าสมทบเงินกองทุนประกันสังคมตามมาตรา 40 และให้ขยายความคุ้มครองสิทธิประโยชน์จาก 3 กรณีทุพพลภาพ ตาย และ คลอดบุตร เพิ่มเป็น 5 กรณี คือ เจ็บป่วยและชราภาพ เนื่องจากแรงงานนอกระบบส่วนใหญ่ไม่มีรายได้พอจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นแรงงานอิสระรับงานไปทำที่บ้าน และ ไม่มีรายได้ที่แน่นอน

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า สบน.กำลังตามดูกรอบความยั่งยืนทางการคลังในส่วนของหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่ปัจจุบันกำหนดไว้ไม่ให้เกิน 50% และหนี้ต่องบประมาณไม่เกิน 15% อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจยังมีความผันผวน โดยปัจจัยที่จะมีผลต่อการต้องขยายเพดานก่อหนี้หรือไม่ จะดูจากแนวโน้มอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจไทยปีนี้ หากปรับเพิ่มจากเดิมที่คาดว่าหดตัว 2% เป็นหดตัว 3% ก็ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ที่ต้องขยายเพดานก่อหนี้เพิ่มอีก 10% เป็น 60% เพื่อให้เพียงพอกับนโยบายการคลัง และมีช่องว่างเหลือสำหรับเหตุฉุกเฉิน ทั้งนี้ สบน.ได้หารือร่วมกับนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อยู่ตลอดเวลา หากเห็นว่าจำเป็นก็ขยายได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจาก ครม. กรณีต้องขยายเพดานจริงๆ ผมมองว่าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย เพราะต่างประเทศทำสูงกว่าเรามากŽ นายพงษ์ภาณุ กล่าว

ทางด้านที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณากรอบการเจรจากู้เงิน และข้อตกลงระหว่างประเทศ รวม 6 ฉบับ โดยกรอบวงเงินที่จะขอกู้ประมาณ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่ากับ 7 หมื่นล้านบาท โดยจะกู้จากธนาคารโลก ธนาคารพัฒนาเอเชีย และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่นหรือไจก้าซึ่งครม.เป็นผู้เสนอ กว่าจะประชุมได้เวลาก็ล่วงเลยถึง 14.00น.เนื่องจากต้องรอให้ครบองค์ประชุมก่อน ยังต้องถกเถียงกันอีกร่วม1 ชั่วโมง เมื่อนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้นำเรื่องด่วนที่ 2 และ 3 กรอบการเจรจาสัญญาเงินกู้ระหว่างประเทศและร่างสัญญาเงินกู้ระหว่างประเทศ และเรื่องที่เสนอใหม่ข้อตกลงระหว่างประเทศจำนวน 4 ฉบับ เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนเรื่องด่วนที่ 1 ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ที่ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 71,543 คน เป็นผู้เสนอ ทำให้ส.ส.พรรคเพื่อไทย(พท.)หลายคน ลุกขึ้นคัดค้าน กล่าวหารัฐบาลไม่สนใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดการโต้เถียงกันไปมา ก่อนที่ที่ประชุมมีมติให้เลื่อนเรื่องด่วนดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาก่อนด้วย คะแนน 320 ต่อ 111 คะแนน งดออกเสียง 7 เสียง ไม่ลงคะแนน 7 เสียง

จากนั้นนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงหลักการและเหตุผลว่า การขอกู้เงินต่างประเทศครั้งนี้มีเหตุผลและความจำเป็นเนื่องเพื่อนำมาฟื้นฟูเศรษฐกิจ เนื่องจากการกู้งินภายในประเทศมีข้อจำกัดเรื่องเพดานการกู้เงิน นอกจากนี้คลังยังคาดว่าในปี 2552 รัฐวิสาหกิจและสถาบันการเงินของภาครัฐจะมีการกู้เงินเพิ่มขึ้น เพื่อบริหารสภาพคล่องและรองรับความผันผวนที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการเงินโลก และมีข้อจำกัดในการกู้เงินจากต่างประเทศทำให้ต้องหันมากู้เงินภายในประเทศมากขึ้น ทางรัฐบาลซึ่งมีต้นทุนที่ดีกว่าจึงเป็นผู้ไปกู้ต่างประเทศแทน

หลังจากการชี้แจงของนายกรณ์ที่ประชุมได้เปิดให้มีการอภิปรายโดยมี ส.ว.และส.ส.อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยว่ากู้เงินจากต่างประเทศจะเป็นทางออกเดียวที่จะทำให้รอดพ้นจากวิกฤต และรัฐบาลนี้ยังจะมีโครงการจะกู้อีก 1.4 ล้านล้านบาท ในอนาคต ขอเสนอให้ใช้แนวทางอื่นในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 3 ข้อ ดังนี้ 1.ลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของภาครัฐ โดยเฉพาะการจัดซื้ออาวุธของกองทัพ 2.เร่งปฎิรูปการเมือง ฟื้นฟูประชาธิปไตยและหลักคุณธรรม ธรรมาภิบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และ 3.ไม่เห็นด้วยกับการกู้เงินเพื่อส่งเสริมภาคส่งออก เพราะประเทศคู่ค้าเดิมก็ไม่มีเงินที่จะซื้อของ ขอเรียกร้องให้ทุ่มเทเงินในการพัฒนาคนเพื่อสร้างอาชีพให้กับประชาชน โดยเน้นการใช้ปัญญาและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

นายกรณ์ ลุกขึ้นชี้แจงอีกรอบ ว่า เหตุผลที่รัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินนี้ เป็นเพราะว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเริ่มถดถอย ทุกๆ 1 จีดีพี ที่ถดถอยจะกระทบต่อการจ้างงาน ดังนั้น รัฐบาลจึงไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยได้
__________________________________________________________



รูปภาพ
ผู้ประกันตนโคราชหลั่งไหลรับเช็คช่วยชาติ 2,000 บาท เนืองแน่น ห้างฯเดอะมอลล์ นครราชสีมา เผยทั้งจังหวัดได้รับสิทธิแล้วกว่า 1.7 แสนคน รวมเป็นเงินกว่า 353 ล้านบาท วันนี้ (26 มี.ค.

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 มีนาคม 2552 19:18 น.
:arrow: http://www.manager.co.th/Local/ViewNews ... 0000034747



รูปภาพ
ผู้ประกันตน จ.สุรินทร์แก้มปริ เดินทางมารับเช็คช่วยชาติฝ่าเศรษฐกิจโลกวิกฤต วันนี้ ( 26 มี.ค.)

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 มีนาคม 2552 17:47 น.
:arrow: http://www.manager.co.th/Local/ViewNews ... 0000034715
รูปประจำตัวสมาชิก
สมพิศ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 20893
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:08
Tel: +66894556699
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Jamis Dakota
ตำแหน่ง: สะพานพระราม 7 บางกรวย นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: ข่าวเด่น ! ข่าวดัง ! ....... จากสื่อสารมวลชน

โพสต์ โดย สมพิศ »


A H1N1 Flu Virus
หรือ “ไวรัสไข้หวัดหมู” ต่อมาคงคิดได้ว่ากลัวหมูจะขายไม่ออก จึงเปลี่ยนชื่อเสียใหม่ว่า
"ไข้หวัดเม็กซิโก" หรือเรียกเล่น ๆ ว่า “หวัดจังโก้” :lol: กำลังระบาด "ระดับ 4" อยู่ในขณะนี้ ที่เม็กซิโกแหล่งกำเนิดโรคนี้ตายไปแล้ว 152 คน และมีผู้ป่วยติดเชื้อชนิดนี้อีกหลายสิบประเทศ ..... ส่วนเมืองไทยกำลังรอลุ้นอยู่ 1 ราย ครับ
Pic.JPEG
Pic.JPEG (48.75 KiB) เข้าดูแล้ว 3763 ครั้ง

ภายหลังข่าวที่มีรายงานการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่และปอดบวมในประเทศเม็กซิโก ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2552 และทวีความรุนแรงมากขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา จนมีผู้ป่วยรวม 854 ราย เสียชีวิตไปแล้ว 59 ราย ซึ่งจากการเก็บตัวอย่างผู้ป่วยรวม 50 ราย ส่งตรวจพบว่า 17 ราย เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิด เอ สายพันธุ์ เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ที่ต้องตกตะลึง คือ เชื้อมฤตยูนี้เป็นไข้หวัดสายพันธุ์ของคน โดยมีสารพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดใหญ่ในหมูผสมอยู่ด้วย

แน่นอนว่า รายงานชิ้นดังกล่าวได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชนทั้งโลก วันนี้จึงควรมาทำความรู้จักกับเจ้าเชื้อ “ไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ สายพันธุ์ H1N1” หรือ “เชื้อไวรัสไข้หวัดหมู” กัน...

รูปภาพ

** รู้จักหวัดหมูพันธุ์ใหม่

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ให้รายละเอียดว่า ไข้หวัดใหญ่ที่พบในคนตามฤดูกาลส่วนมากจะเป็น สายพันธุ์ H1N1 และ H3N2 ซึ่งมีการกลายพันธุ์เปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงทำให้ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ วัคซีนที่ใช้ในการป้องกันทุกปี และต้องมีการฉีดวัคซีนประจำปีที่มีสายพันธุ์ใกล้เคียงกับเชื้อไวรัสที่จะมีการระบาด ก็จะสามารถป้องกันโรคได้

อย่างเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ก็จัดเป็นไข้หวัดใหญ่ชนิด A ซึ่งระบาดอยู่ในสัตว์ปีก และสามารถติดเชื้อข้ามสายพันธุ์มายังมนุษย์ได้ แต่ไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 เป็นสายพันธุ์รุนแรงที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ

สำหรับเชื้อไวรัสไข้หวัดหมูนั้น ก็เป็นไข้หวัดใหญ่ชนิด A เช่นกัน พบได้ทั้งในหมูเลี้ยง และหมูป่า ในปัจจุบันที่พบบ่อยรวมทั้งในประเทศไทย จะเป็นสายพันธุ์ H1N1, H1N2 และ H3N2 ซึ่งลักษณะสายพันธุ์ไม่คล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ ในมนุษย์ มีรายงานน้อยมากที่จะข้ามมายังมนุษย์

“ในส่วนการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดหมู ที่พบในประเทศเม็กซิโก และอเมริกานั้น เป็นสายพันธุ์ที่ไม่เคยพบมาก่อนในมนุษย์ เป็นสายพันธุ์ที่มีชิ้นส่วนของพันธุกรรมเกิดจากการผสมผสานของไข้หวัดหมู ที่เคยมีรายงานในอเมริกา หรือ ยุโรป และเอเชีย รวมทั้งชิ้นส่วนพันธุกรรมของไข้หวัดที่เคยรายงานไว้ในอเมริกาเหนือ จึงถือได้ว่าเป็น “ไวรัสสายพันธุ์ใหม่” และเมื่อดูองค์ประกอบเปรียบเทียบกับวัคซีน H1N1 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีความคล้ายคลึงกันไม่ถึง 80% ...บ่งชี้ให้เห็นว่า การป้องกันด้วยวัคซีนที่ใช้ในปัจจุบันก็ไม่น่าจะได้ผล อย่างไรก็ตาม ไวรัสดังกล่าวยังคงตอบสนองต่อยาต้านไวรัส ได้แก่ Oseltamivir (Tamiflu) และ Zanamivir แต่สามารถดื้อต่อ ยา Amantadine ได้เช่นกัน” ศ.นพ.ยง ขยายความ

** การแพร่เชื้อ อาการ

กับคำถามที่ว่าการแพร่เชื้อนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วหากกินหมูจะติดโรคหรือไม่นั้น นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ มีการแพร่ติดต่อเช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนโดยทั่วไป คือเชื้อนั้นจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย แพร่ไปยังผู้อื่นโดยการไอ หรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด หรือติดจากมือและสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ และเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา

แต่สิ่งที่ทำให้เหล่าผู้บริโภคทั้งหลายหายกังวลได้เปลาะหนึ่ง คือ เชื้อนี้ไม่ติดต่อจากการรับประทานเนื้อหมู!!!

สำหรับอาการที่เกิดขึ้นนั้น ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอ มีน้ำมูก นอกจากนี้ในบุคคลที่ร่างกายอ่อนแอ เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ หากติดเชื้อจะทำให้มีอาการที่รุนแรงขึ้นได้ ดังนั้น ผู้ที่มีอาการคล้ายจะเป็นหวัด มีไข้สูง ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรพบแพทย์ทำการวินิจฉัย รักษา และควบคุมโรคต่อไป

“หากป่วยและมีอาการ ควรสวมหน้ากากอนามัย และหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน หรือสถานที่แออัด ประชาชนทั่วไปควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผัก ผลไม้ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ งดดื่มเหล้า ล้างมือบ่อยๆ” นพ.ปราชญ์ เสริม

รูปภาพ

** เตรียมพร้อมรับมือโรคพันธุ์ใหม่

ด้านการเตรียมการ ป้องกันเฝ้าระวังโรคนั้น ได้รับคำยืนยันจาก นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.กระทรวงสาธารณสุข ไปแล้วว่า ในไทยยังไม่พบเชื้อไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาดอยู่ในประเทศเม็กซิโก แต่ทั้งนี้ก็ได้สั่งการให้สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งรัดการเฝ้าระวังโรค รวมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือ ทั้งด้านการตรวจวินิจฉัย การดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย การเตรียมเครื่องมือและเวชภัณฑ์ ตลอดจนการเดินทางระหว่างประเทศ โดยประสานงานกับองค์การอนามัยโลกและศูนย์ป้องกันควบคุมโรคแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา อย่างใกล้ชิดด้วย

นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานศูนย์ปฎิบัติ การควบคุมโรคอุบัติใหม่กระทรวงสาธารณสุข กล่าวย้ำด้วยว่า ได้จัดเตรียมความพร้อมระบบเฝ้าระวังป้องกันของไทยขั้นสูงสุด เพื่อสร้างความมั่นใจแก่คนไทย จะไม่ป่วยจากโรคดังกล่าว ซึ่ง “ขณะนี้โรคนี้ยังไม่มีการระบาดสู่ไทย” แต่ถึงอย่างไรก็ต้องติดตามและประเมินสถานการณ์โรคนี้อย่างใกล้ชิด ทั้งการป้องกันเฝ้าระวัง ทุกจุดผ่านแดน และความพร้อมของสถานบริการเพื่อการรักษา


** ด่านสกัดตั้งแต่ประตูสู่ประเทศ

นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับผู้แทนองค์การอนามัยโลก เมื่อคืนวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก ยังไม่ได้ประกาศให้การระบาดของโรคดังกล่าวเป็นภาวะฉุกเฉินระดับ 4 ซึ่งหมายถึงการระบาดใหญ่ แต่ยังเป็นแค่ระดับ 3 คือ ให้เน้นเรื่องของการเฝ้าระวังและควบคุมการระบาดในแต่ละพื้นที่เท่านั้น

ในส่วนของประเทศไทยได้สั่งการให้ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ เตรียมพร้อมในการติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิ “เทอร์โมสแกนเนอร์” บริเวณท่าอากาศยานนานาชาติโดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในจุดที่มีเครื่องบิน หรือผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดคือเม็กซิโก และบางส่วนของสหรัฐอเมริกา พร้อมแจกเอกสารคำเตือนด้านสาธารณสุข (Health Card) แก่ผู้ที่จะเดินทางเข้าและออกนอกประเทศ ในส่วนของคนไทยได้เตือนให้งดการเดินทางไปประเทศเม็กซิโกและบางรัฐของสหรัฐอเมริกา เช่น แคลิฟอร์เนีย เทกซัส ที่มีการระบาดของโรคในขณะนี้ รวมทั้งให้เปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขขึ้นที่กรมควบคุมโรค และหากมีความจำเป็นอาจจะต้องเปิดศูนย์ปฏิบัติการในระดับกระทรวง เพื่อเป็นวอร์รูมในการติดตาสถานการณ์และเฝ้าระวังการระบาดของโรคอย่างใกล้ชิดต่อไป

** กินหมูได้ไม่ติดโรค!!

“ข่าวการระบาดของโรคนี้ อาจทำให้ประชาชนไทยเกิดความวิตก กลัวติดเชื้อ และไม่กล้ากินเนื้อหมู จึงขอให้ข้อมูลว่า โรคระบาดดังกล่าวไม่ใช่โรคที่ติดจากการรับประทานหมู แต่เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่มีสารพันธุกรรมของหมูและคนผสมกัน เป็นการกลายพันธุ์ของเชื้อในตัวคน ติดต่อจากคนสู่คนไม่ใช่จากหมูมาสู่คน ซึ่งทางองค์การอนามัยโลกให้คำแนะนำว่า ให้เฝ้าระวังผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่และปอดบวมอย่างใกล้ชิด”อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว

ทั้งนี้ นพ.มล.สมชาย บอกย้ำความมั่นใจด้วยว่า กรมควบคุมโรคได้จัดเตรียมยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่สามารถรักษาโรคนี้ได้ ซึ่งมีเพียงพออยู่แล้ว ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเม็กซิโก แต่เชื้อนี้มียาต้านไวรัสที่รักษาได้ นอกจากนี้ ไทยยังมีระบบที่ใช้ตลอดปี คือ การเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดบวมเพื่อคัดกรองหาโรคไข้หวัดนก ซึ่งปกติไข้หวัดใหญ่ในคนจะพบเชื้อ H3N2 มากกว่า H1N1 อยู่แล้ว การเฝ้าระวังจึงสามารถเพิ่มเติมรองรับใช้กับโรคไข้หวัดใหญ่ชนิดนี้ได้

คัดลอกมาจาก :arrow: http://blog.spu.ac.th/Dhanapon/2009/04/26/entry-3
P1.jpg
P1.jpg (64.04 KiB) เข้าดูแล้ว 3795 ครั้ง

WHO ยกระดับเตือนภัย หวั่น “ไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก” ระบาดหนัก
:arrow: http://www.manager.co.th/Around/ViewNew ... 0000047338

สธ.เฝ้าระวัง “หวัดเม็กซิโก” เข้มข้น คัดกรองทุกสนามบิน วอนคนไทยเลี่ยงไปพื้นที่ระบาด
:arrow: http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.a ... 0000047510

จุฬาฯ แถลงพบหญิงผู้ป่วยเฝ้าระวัง “หวัดจังโก” วัย 42 ปี ลุ้นผลแล็บคืนนี้
:arrow: http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.a ... 0000047665

รายละเอียดเพิ่มเติม :- ASTVผู้จัดการออนไลน์
:arrow: http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.a ... 0000047510




SWINE FLU OUTBREAK H1N1



800 cases of mysterious flu in Mexico that primarily affects young healthy people



Swine Flu Virus H1N1 Strain Infects Humans in United States



Avian/Swine Flu Update: 10 New Zealand Students Test Positive For H1N1 Swine Flu


เพิ่มเติมจาก YouTube http://www.youtube.com/results?search_t ... =H1N1&aq=f

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
สมพิศ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 20893
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:08
Tel: +66894556699
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Jamis Dakota
ตำแหน่ง: สะพานพระราม 7 บางกรวย นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: ข่าวเด่น ! ข่าวดัง ! ....... จากสื่อสารมวลชน

โพสต์ โดย สมพิศ »

รูปภาพ
:arrow: http://breakingnews.nationchannel.com/r ... sid=378064




รูปภาพ


WHO ประกาศไทยเป็นประเทศที่ 31 ที่ติดหวัด

องค์การอนามัยโลกเตรียมประกาศไทยเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยหวัดใหญ่ 2009 เป็นประเทศที่ 31 ไทยยืนยันพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 รายแรกแล้ว แถมโผล่เพิ่มรวมเป็น 2 ราย ปิดเงียบไม่บอกอายุ เพศ อ้างต้องเคารพสิทธิผู้ป่วย หากบอกข้อมูลเกรงตื่นตระหนกไม่กล้ามาหาหมอ

พญ.มัวรีน เบอร์มิงแฮม ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก ได้รับข้อมูลผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 จาก สธ.ไทย จำนวน 2 ราย อย่างทันท่วงที ตามหลักเกณฑ์อนามัยโลก โดยได้รับแจ้งข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกสำนักงานใหญ่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ว่าได้จัดให้ไทยเป็นที่มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 เป็นประเทศที่ 31 โดยผู้ป่วยรับได้เชื้อจากการเดินทาง


อ้างอิง :arrow: http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.a ... 0000052957

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1เอ็น1
Influenza A(H1N1)

รูปภาพ

:arrow: http://www.moph.go.th/flu/


--------------------------------------


Update 24 มิ.ย. 2009, 18:32


รูปภาพ
:arrow: http://www.thairath.co.th/swineflu/?r=watch

6.gif
6.gif (49.91 KiB) เข้าดูแล้ว 3398 ครั้ง
อ้างอิง :arrow: คลิกที่นี่

ไฟล์แนบ
WHO.gif
WHO.gif (54.81 KiB) เข้าดูแล้ว 2958 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
สมพิศ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 20893
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:08
Tel: +66894556699
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Jamis Dakota
ตำแหน่ง: สะพานพระราม 7 บางกรวย นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: ข่าวเด่น ! ข่าวดัง ! ....... จากสื่อสารมวลชน

โพสต์ โดย สมพิศ »

Roh Moo-hyun.jpg
Roh Moo-hyun.jpg (34.73 KiB) เข้าดูแล้ว 3568 ครั้ง
xin_2220506231424750455025.jpg
xin_2220506231424750455025.jpg (17.21 KiB) เข้าดูแล้ว 3550 ครั้ง
xin_33205062321260782375763.jpg
xin_33205062321260782375763.jpg (38.94 KiB) เข้าดูแล้ว 3545 ครั้ง

ช็อคโลก! อดีตปธน.เกาหลีใต้ โรมูเฮียน “Roh Moo-hyun” โดดหน้าผาฆ่าตัวตาย เขียนจม.ลาตายเผยถูกสอบครอบครัวคอร์รัปชั่น "ร้ายแรงมาก"

ช็อคโลก! อดีตประธานาธิบดี "โนห์ มู เฮียน" แห่งเกาหลีใต้โดดหน้าผาฆ่าตัวตาย หลังถูกสอบเมีย-พี่ชายรับเงินสินบน เขียนจดหมายลาตายเผยถูกครหาคอร์รัปชั่น"ร้ายแรงมาก" ขอโทษทำหลายคนเดือดร้อน สั่งเสียขอให้เผาศพและตั้งป้ายจารึกเล็กๆ

สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์รายงาน เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ว่าอดีตประธานาธิบดี โนห์ มู เฮียน แห่งเกาหลีใต้ กระโดดหน้าผาบนเนินเขาหลังบ้านพักในเมืองปูซานทางตอนใต้ของประเทศ ห่างจากกรุงโซล เมืองหลวงราว 400 กิโลเมตร เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บหลายแห่งบริเวณศีรษะ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา โดยนายมุน แจ อิน ทนายความของครอบครัว ซึ่งเคยเห็นหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบประธานาธิบดีของนายโนห์ เปิดเผยผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ไปทั่วประเทศว่า นายโนห์ออกไปเดินออกกำลังในตอนเช้าเมื่อเวลาประมาณ 05.45 น.(03.45 น.ตามเวลาไทย) พร้อมกับองครักษ์ประจำตัวผู้หนึ่ง ก่อนที่จะกระโดดหน้าผาความสูงราว 100 เมตร ที่เป็นที่รู้จักกันในย่านนั้นในชื่อ "หินเค้าแมว" ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักของนายโนห์ในหมู่บ้านบองฮา เพียง 200 เมตร เมื่อเวลา 06.40 น. หลังจากนั้น คนในครอบครัวรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลท้องถิ่นใกล้เคียง ก่อนที่นายโนห์จะถูกส่งตัวต่อมายังโรงพยาบาลประจำมหาวิทยาลัยแห่งชาติปูซานในสภาพไร้สัญญาณชีพ และทางโรงพยาบาลแถลงถึงมรณกรรมของนายโนห์ เมื่อเวลา 09.30 น. โดยระบุสาเหตุว่าเป็นเพราะบาดแผลที่ได้รับที่ศีรษะ ทั้งนี้ นายมุน แต อิน ยอมรับในการแถลงดังกล่าวว่า นายโนห์เจตนาจะฆ่าตัวตาย และทางครอบครัวค้นพบบันทึกสั่งลาที่เขียนขึ้นก่อนหน้านี้สั้นๆ 1 ฉบับ แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ดังกล่าว

รายงานข่าวระบุว่า เหตุไม่คาดฝันดังกล่าวนี้สร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งประเทศ ชาวเกาหลีใต้จำนวนมากแห่กันรายล้อมรอบจอโทรทัศน์ที่รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวตามสถานที่สาธารณะต่างๆ อาทิ บริเวณสถานีรถไฟ เป็นต้น เนื่องจากกรณีนี้ถือเป็นการฆ่าตัวตายของผู้นำเกาหลีใต้ยุคใหม่เป็นครั้งแรก ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเขต เซาธ์ เกียงซัง ระบุว่า ทางตำรวจยังไม่ได้รับจดหมายสั่งเสียดังกล่าว และกำหนดจะสอบสวนรายละเอียดแวดล้อมการเสียชีวิตของนายโนห์ครั้งนี้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม สถานีโทรทัศน์หลายแห่งได้นำเอาจดหมายลาตายของนายโนห์อ่านออกอากาศ เนื้อหาสั้นๆ ตอนหนึ่งระบุเอาไว้ว่า ไม่ให้ทุกคนทุกข์โศกจากการเสียชีวิตของตน โดยให้ยึดถือเสียว่าชีวิตและความตายนั้นแท้จริงคือหนึ่งเดียวกัน บันทึกดังกล่าวแสดงความเสียใจต่อทุกคนและกล่าวถึงการถูกสอบสวนในข้อหาคอร์รัปชั่นเมื่อเดือนเศษที่ผ่านมาว่า "ร้ายแรงอย่างมาก" สำหรับตนเอง และขออภัยที่ทำให้หลายคนเดือดร้อน ในตอนท้ายยังสั่งเสียให้ "ฌาปณกิจ" ศพของตนและตั้งป้ายจารึก "เล็กๆ ให้ก็เพียงพอแล้ว"

รายงานข่าวระบุว่า เมื่อเดือนเศษที่ผ่านมา นายโนห์ตกเป็นหนึ่งในจำเลยของสำนักงานอัยการแห่งชาติของเกาหลีใต้ ร่วมกับญาติและคนสนิทอีกหลายคน ในข้อหาเรียกรับเงินที่เชื่อว่าเป็นสินบนจากนายปาร์ก เยือน ชา นักธุรกิจเจ้าของกิจการผลิตรองเท้าในกรุงโซล ซึ่งถูกจำคุกระหว่างการดำเนินคดีอยู่ตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2551 ที่ผ่านมา ในข้อหาติดสินบน โดยพนักงานอัยการเรียกตัวนายโนห์เข้าให้ปากคำในกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา และนายโนห์กล่าวยอมรับกับผู้สื่อข่าว ก่อนการให้ปากคำดังกล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น จนไม่อาจแบกหน้าไปพบใครต่อใครได้อีก เพราะเสียใจที่ทำให้ประชาชนทุกคนผิดหวัง

เอพีระบุว่า ในการให้ปากคำดังกล่าว นายโนห์ยอมรับว่า นางกวอน ยัง ซุก ภริยาของตน ได้รับเงินจากนายปาร์ก จำนวน 1 ล้านดอลลาร์ (ราว 35 ล้านบาท) แต่ยืนยันว่าเงินดังกล่าวไม่ได้เป็นการติดสินบนตนแต่อย่างใด นอกจากนั้น นายโนห์ยังรับว่ารู้มาด้วยว่า พี่ชายได้รับเงินจากนายปาร์กอีกเป็นจำนวน 5 ล้านดอลลาร์ ( ราว 175 ล้านบาท) แต่คิดว่าเงินดังกล่าวเป็นเงิน "เพื่อการลงทุน" ตามความตกลงระหว่างคนทั้งสองเท่านั้น ในขณะที่พนักงานอัยการในคดีนี้เชื่อว่า เงินทั้ง 6 ล้านดอลลาร์ ถูกผ่องถ่ายมาให้กับนายโนห์ในที่สุด

นายลี เมียง บัค ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ซึ่งสืบทอดตำแหน่งต่อจากนายโนห์ ยอมรับประหลาดใจมากจนยากที่จะเชื่อต่อข่าวการฆ่าตัวตายของอดีตประธานาธิบดี ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเศร้าและเป็นโศกนาฏกรรมสำหรับทุกคน นายลี แสดงความเสียใจอย่างสุด ซึ่งต่อครอบครัวของอดีตผู้นำและมีคำสั่งให้จัดพิธีศพให้กับนายโนห์ อย่างสมเกียรติตามพิธีการของทางการที่จะพึงกระทำต่อผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ในขณะที่นายทาโร่ อาโสะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ยอมรับว่า ประหลาดใจต่อเรื่องนี้และแสดงความเสียใจต่อครอบครัวนายโนห์เช่นเดียวกัน

สำหรับประวัติของนายโนห์ มู เฮียน ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ระหว่างปี 2546-2551 นั้น เอพีระบุว่า นายโนห์เกิดที่เมืองกิมแฮ พื้นเพเป็นลูกชาวนา ไม่เคยเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย แต่เป็นผู้มุ่งมั่นศึกษาด้วยตัวเองอย่างจริงจังจนสามารถสอบเนติบัณฑิตเกาหลี ซึ่งถือว่ายากอย่างมากได้สำเร็จ นายโนห์ได้ชื่อว่า เป็นทนายหัวก้าวหน้า เคยเป็นทนายความให้กับนักศึกษาและกรรมกรที่ก่อเหตุประท้วงต่อต้านรัฐบาลในยุคที่เกาหลีใต้ปกครองด้วยเผด็จการทหารอยู่เนืองๆ จนในที่สุด ถูกยึดหนังสือประกอบวิชาชีพทนายด้วยเหตุผลที่ว่าส่งเสริมให้กรรมกรก่อหวอดประท้วงอย่างผิดกฎหมาย ทำให้นายโนห์หันมาเล่นการเมือง ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรและไต่เต้าจนกลายเป็นหัวหน้าพรรคยูริ พรรคการเมืองที่ก่อตั้งโดยนายคิม แด จุง อดีตประธานาธิบดี และผู้นำสิทธิมนุษยชนที่เคยได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพ นำพรรคได้ชัยชนะอย่างเซอร์ไพรส์ เมื่อปี 2545 จนได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในที่สุด

อนึ่ง ในปี 2547 นายโนห์เคยออกมาเรียกร้องให้ประชาชนเลือกตัวแทนพรรคยูริในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกาหลีใต้ปีนั้น จนทำให้ ส.ส.ลงมติตามกระบวนการบัพพาชนียกรรม บีบให้พ้นจากตำแหน่งเพราะถือว่า ประธานาธิบดีไม่ดำรงความเป็นกลางทางการเมือง ถือเป็นผู้นำเกาหลีใต้คนแรกในประวัติศาสตร์ที่ถูกบัพพาชนียกรรมเป็นเวลา 2 เดือน ก่อนที่ศาลสูงเกาหลีใต้จะพิพากษาให้คืนตำแหน่งในเวลาต่อมา โดยชี้ว่ากระบวนการดังกล่าวไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม นายโนห์ ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยเรื่องคอร์รัปชั่น ได้ชื่อว่าเป็นนักการเมืองมือสะอาดในแวดวงการเมืองที่เต็มไปด้วยคอร์รัปชั่นมาทุกยุคทุกสมัยของเกาหลีใต้ และรัฐบาลของนายโนห์ ก็ได้ชื่อว่าเป็นรัฐบาลปลอดคอร์รัปชั่นที่สุดรัฐบาลหนึ่ง ก่อนหน้าที่กรณีติดสินบนดังกล่าวจะถูกเปิดโปงขึ้นมา


รูปภาพ
:arrow: http://www.matichon.co.th/news_detail.p ... 1243043777



รูปภาพ
:arrow: http://www.manager.co.th/Around/ViewNew ... 0000057839

รูปภาพ
จับมือกับผู้นำเกาหลีเหนือคิมจองอิลในเดือนตุลาคม 2004 ที่กรุงเปียงยาง และถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทุ่มเทกับเกาหลีเหนือมากเกินไป ทั้งๆ ที่ได้ผลตอบสนองด้านดีน้อยมาก


รูปภาพ
พบกับผู้นำสหรัฐฯในขณะนั้น จอร์จ ดับเบิลยู บุช ที่กรุงฮานอยประเทศเวียดนาม


รูปภาพ
ชาวเกาหลีใต้ร่ำไห้กับการจากไปของเขา





ROH MOO-HYUN S. Korea ex-president jumps to his death



Former S.Korean president Roh Moo Hyun dies May/23-05:00



!!FORMER S. KOREAN PRESIDENT 'ROH MOO-HYUN' DEAD !!
รูปประจำตัวสมาชิก
สมพิศ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 20893
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:08
Tel: +66894556699
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Jamis Dakota
ตำแหน่ง: สะพานพระราม 7 บางกรวย นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: ข่าวเด่น ! ข่าวดัง ! ....... จากสื่อสารมวลชน

โพสต์ โดย สมพิศ »

รูปภาพ

ไมเคิล แจ๊กสัน ราชาเพลงป๊ปบเสียชีวิตอย่างกระทันหันด้วยวัยเพียง 50 ปี ที่รัฐ LA สหรัฐอเมริกา สาเหตุหัวใจล้มเหลว (ยังไม่แน่ชัด)

รูปภาพ
:arrow: http://www.manager.co.th/Around/ViewNew ... 0000072202
รายละเอียดเพิ่มเติม :arrow: http://www.manager.co.th/Entertainment/ ... 0000072317


มีการประชาสัมพันธ์ว่าเขาจะกลับมาขึ้นเวทีอีกหลังจากพ้นโทษออกมา ..... แต่ก็เสียชีวิตเสียก่ิอน

Michael Jackson comeback


ฟังเพลงและเรื่องราวของ Michael Jackson จาก :arrow: YouTube


Michael Jackson Dangerous


Michael Jackson : Black Or White :Full Version Bass Amplify


ประวัติ :arrow: ไมเคิล แจ็กสัน


ข่าวไมเคิลเสียชีวิตกลบข่าว ฟาร์ราห์ ฟอว์เซตต์ (นางฟ้าชาร์ลีย์) ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ในวัย 62 ปี
รายละเอียด คลิก :arrow: http://www.manager.co.th/Entertainment/ ... 0000072180
รูปประจำตัวสมาชิก
oiltrips
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4277
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
Tel: 08-92039125
team: อิสระ
Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.

Re: ข่าวเด่น ! ข่าวดัง ! ....... จากสื่อสารมวลชน

โพสต์ โดย oiltrips »

:cry: เมื่อกี้เช้านี้อ่านเว็บข่าวแล้วตกใจมากเหมือนใจหายไปด้วยว่า ไมเคิ้ล แจ็คสัน วัย 50 ปี ถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจวายเฉลียบพลัน ไมเคิ้ลเริ่มมีป่วยโรคหัวใจได้ถูกหามเข้ารพ.ตั้งแต่วันที่ 25 มิย. 52 ตอนเที่ยงวัน จนถึงสิ้นชื่อตอน 14.26 น. ในวันนี้ (26มิย.52) มีพิธีฝังศพไมเคิ้ลลงหลุมไปเรียบร้อยแล้ว ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดลึกซึ้งด้วยค่ะ :cry: :cry: :cry:

อ่านประวัติใน http://en.wikipedia.org/wiki/Michael_Jackson ที่บอกว่า ชาตะ 25.06.2009 ก็เป็นข่าวจริงๆ ค่ะ

มาดูคลิปเต้นรองเท้าไฟไมเคิ้ล แจ็คสัน ที่เป็นต้นแบบท่าเต้นเป็นหุ่นยนต์ดิ้นได้ค่ะ
michael jackson

แก้ไขล่าสุดโดย oiltrips เมื่อ 26 มิ.ย. 2009, 23:13, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
รูปประจำตัวสมาชิก
สมพิศ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 20893
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:08
Tel: +66894556699
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Jamis Dakota
ตำแหน่ง: สะพานพระราม 7 บางกรวย นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: ข่าวเด่น ! ข่าวดัง ! ....... จากสื่อสารมวลชน

โพสต์ โดย สมพิศ »


มิวสิค วิดีโอ นี้ก็ดีมากครับน้องออย เป็นเรื่องสิ่งแวกล้อมโลก :D



Michael Jackson - Earth song


** ขอเพิ่มเติมจากของน้องออยหน่อยครับ .... ต้นตำหรับ MOONWALK




Michael Jackson Complete moonwalk collection
รูปประจำตัวสมาชิก
oiltrips
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4277
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
Tel: 08-92039125
team: อิสระ
Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.

Re: ข่าวเด่น ! ข่าวดัง ! ....... จากสื่อสารมวลชน

โพสต์ โดย oiltrips »

ข่าว "ไมเคิล แจ็คสัน" ตาย ทำบรรดาเว็บล่มแบบโดมิโน่

26 มิย. 2552 เวลา 20:49 น.

...เว็บไซท์ BBC รายงานว่า การสัญจรทางไซเบอร์สเปซ ต้องล่าช้าจนเกือบจะกลายเป็นอัมพาต จากการที่คนทั่วโลกพากันหลั่งไหลเข้าไปตรวจสอบข้อมูลการเสียชีวิตของ ไมเคิล แจ็คสัน เจ้าของฉายา "ราชาเพลงป๊อป" โดยเว็บไซท์ค้นหาชื่อดัง "กูเกิล" ได้ยืนยันต่อ BBC ว่า ตอนที่มีข่าวการเสียชีวิตของแจ็คสันออกมาครั้งแรก เว็บเกรงว่าจะโดนโจมตี จากการที่คนหลายล้านพากันค้นหาชื่อของแจ็คสัน และถูกพาไปยังหน้าที่ผิดพลาด ทำให้ทางเว็บต้องเตือนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตว่า คำถามของพวกเขานั้นคล้ายกับคำถามที่ถูกไวรัสคอมพิวเตอร์ หรือ สปายแวร์ กำหนดไว้

...เกเบรียล สตริ๊กเกอร์ โฆษกของกูเกิล กล่าวว่า เป็นความจริงที่ว่า ในช่วงเวลาระหว่าง14.40-15.15 น. ตามเวลาในฝั่งแปซิฟิก ผู้ค้นหาข่าวจากกูเกิล นิวส์ ต่างประสบความยากลำบากในการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับไมเคิล แจ็คสัน และกลับต้องพบกับหน้าที่ผิดพลาด ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว ตรงกับช่วงที่ไมเคิล แจ็ค ถูกประกาศว่าเสียชีวิตพอดี แนวโน้มการใช้เว็บท่า กูเกิล ได้แสดงให้เห็นว่า ผลการค้นหาไมเคิล แจ็คสัน ได้พุ่งขึ้นอยู่ในระดับที่เรียกว่า "ร้อนแรง" ที่เรียกว่า"โวเคนิค" หรือ ภูเขาไฟ

...กูเกิล ไม่ใช่เว็บท่าเพียงแห่งเดียวที่มีคนหลั่งไหลเข้าไปค้นหาข้อมูล เว็บท่าที่ให้บริการบล็อคสั้น ทวิตเตอร์ ต้องเผชิญกับคลื่นมหาชนที่หลั่งไหลเข้าไปใช้บริการ การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับแจ็คสัน พุ่งขึ้นพรวดพราด รวมถึงการอัพเดทข้อมูล แต่การที่คนเข้าไปใช้พร้อมกันทีละมากๆ ก็ทำให้เว็บล่มไปโดยปริยาย โดยก่อนหน้าที่เว็บจะล่ม ได้มีคนเข้าไปอัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับแจ็คสัน กว่า 66,500 คน

...ข้อมูลเบื้องต้นของ เทรดร์ ซึ่งเป็นเว็บที่ติดตามการเคลื่อนไหวของเว็บไซท์ข่าวสังคมออนไลน์ต่างๆ พบว่าจำนวนของคนที่เข้าไปโพสต์ในทวิตเตอร์เมื่อบ่ายวันพฤหัสบดี เกี่ยวกับไมเคิล แจ็คสัน มีมากกว่า 1 แสนคนต่อชั่วโมง ทำให้เทียบเคียงได้กับข่าวการประท้วงในอิหร่าน ที่มีคนโพสต์เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนมากถึง 1 แสนคนต่อชั่วโมง และค่อย ๆ ไต่ขึ้นไปเป็น 2 แสน 2 หมื่นคนต่อชั่วโมง

...รายงานข่าวการเสียชีวิตในเบื้องต้นของแจ็คสัน และความสับสนก่อนหน้านี้ ทำให้ต้องมีการแก้ไข เปลี่ยนแปลงในวิกีพีเดีย ขณะที่บรรณาธิการเว็บได้เกาะติดสถานการณ์ และผู้คนจำนวนมากก็พยายามเข้าไปอัพเดทข้อมูล

...TMZ เว็บกอสซิปคนดัง เป็นเว็บแรกที่เสนอข่าวเรื่องนี้ ด้วยการเปิดประเด็นเจ้าหน้าที่การแพทย์ไปบ้านแจ็คสัน แต่เว็บก็ล่มเช่นกัน เมื่อเว็บหนึ่งล่ม ชาวเน็ตก็แห่ไปเว็บอื่น จนกลายเป็นโดมิโน่ และเว็บไซท์นักเขียนดัง เปเรซ ฮิลตัน ก็เป็นหนึ่งในเว็บที่ล่มไปกับเขาด้วย ทั้งนี้เว็บไซท์ที่ล่มเพราะข่าวไมเคิล แจ็คสัน ได้รวมถึง AOL , CBS, CNN , MSNBC และ Yahoo

...มีข่าวด้วยว่า หลังการเสียชีวิตของแจ็คสัน อัลบั้มเก่า ๆ ของเขา ได้กลับมาขายดีอีกครั้ง จากผลสำรวจพบว่า อเมซอน ซึ่งเป็นเว็บไซท์ค้าปลีกทางออนไลน์ชื่อดัง ได้รับการสั่งซื้อ อัลบั้มเดียวชุดแรกของแจ็คสัน อย่างออฟ เดอะ วอลล์ ที่มีเพลงดังอย่าง "โด๊นท์ สต็อป ทิล ยู เก็ท อีนัฟ และ ชีส เอ๊าท์ ออฟ มาย ไลฟ์" ส่วนอัลบั้มที่ถูกสั่งซื้อตามมาเป็นอันดับสอง คือ แบ็ด ออกเมื่อปี 1987 และอันดับสาม คือ ทริลเลอร์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นอัลบั้มขายดีตลอดกาล มียอดจำหน่ายทั่วโลกระหว่าง 50 - 100 ล้านแผ่น

ที่มาจาก ข่าวเนชั่นแนลออนไลน์ วันศุกร์ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๒

:arrow: http://breakingnews.nationchannel.com/r ... sid=389725

:o น่าแปลกจัง...วันนี้เปิดกูเกิ้ลค้นหาชื่อไมเคิ้ล แจ็คสัน บ่อยๆ ดูแล้วไม่ล่ม เพราะเน็ตที่ทำงานแรง ๑๐ เมกบิตไปแล้ว ไม่มีแสดงไวรัสมาเยือน และที่บ้านยังเปิดได้ แต่โหลดช้าอ่ะ กว่าจะหารูปสวยๆ มาฝากค่ะ
ไฟล์แนบ
ที่มาฉายาของไมเคิ้ล แจ็คสัน เป็นราชาป๊อปปูล่าร์ ยุคสมัยใหม่ (ภาพที่มาจากเว็บหลังฉากจอคอมพ์ที่  http://wallpapers.dpics.org/84__Michael_Jackson_-_The_King_of_Pop.htm)
ที่มาฉายาของไมเคิ้ล แจ็คสัน เป็นราชาป๊อปปูล่าร์ ยุคสมัยใหม่ (ภาพที่มาจากเว็บหลังฉากจอคอมพ์ที่ http://wallpapers.dpics.org/84__Michael_Jackson_-_The_King_of_Pop.htm)
Michael_Jackson01.jpg (57.11 KiB) เข้าดูแล้ว 3937 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
รูปประจำตัวสมาชิก
สมพิศ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 20893
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:08
Tel: +66894556699
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Jamis Dakota
ตำแหน่ง: สะพานพระราม 7 บางกรวย นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: ข่าวเด่น ! ข่าวดัง ! ....... จากสื่อสารมวลชน

โพสต์ โดย สมพิศ »



ข่าวนี้ไม่ดัง ..... แต่เด่นมาก :mrgreen:


กูเกิลโชว์แผน "Google Chrome OS" ลุยระบบปฏิบัติการสำหรับพีซี

รูปภาพ
นอกจากจะมีเบราเซอร์ Chrome กำลังจะมีระบบปฏิบัติการ Google Chrome OS แล้ว


หลังจากเปิดตัวระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพา กูเกิล (Google) ประกาศว่ากำลังพัฒนาระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในขณะนี้ เท่ากับการเป็นคู่แข่งระหว่างกูเกิลและไมโครซอฟท์ (Microsoft) จะทวีความเข้มข้นขึ้นอีกในอนาคต

กูเกิลแถลงว่าระบบปฏิบัติการของกูเกิลจะมีพื้นฐานอยู่บนเว็บเบราเซอร์ "โครม (Chrome)" ใช้ชื่อเรียกในขณะนี้ว่า Google Chrome OS โดยจะสร้างด้วยชุดคำสั่งมาตรฐานเปิด กลุ่มเป้าหมายสำคัญคือคอมพิวเตอร์เน็ตบุ๊ก (คอมพิวเตอร์พกพาตัวเล็กที่มีราคาต่ำกว่า คุณสมบัติน้อยกว่า ใช้พลังงานน้อยกว่า และขนาดเล็กกว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก)

กูเกิลระบุว่าต้องการคิดใหม่ว่าระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่แท้จริงควรจะเป็นอย่างไร โดยคาดว่าคอมพิวเตอร์เน็ตบุ๊กระบบปฏิบัติการกูเกิลจะสามารถเริ่มวางตลาดได้ในช่วงกลางปีหน้า

จุดสำคัญที่กูเกิลจะพัฒนาให้ Google Chrome OS คือความเร็ว ความง่าย และความปลอดภัย โดยกูเกิลยืนยันว่าจะพัฒนาให้ระบบปฏิบัติการสามารถทำงานได้เร็วและไม่กินทรัพยากรมาก ตั้งเป้าว่าจะพัฒนาให้เครื่องสามารถเริ่มทำงานและเปิดเว็บเพจบนโลกออนไลน์ได้ใน 2-3 วินาที

กูเกิลบอกว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้มาจากแนวคิดที่ว่า คอมพิวเตอร์จำเป็นต้องดีกว่านี้

"เพราะผู้บริโภคต้องการให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้เร็วเหมือนตอนแรกที่ซื้อมา พวกเขาต้องการเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตได้แบบทันที ซึ่งตอนนี้ เราต้องการความช่วยเหลือจากสังคมโอเพ่นซอร์สอย่างมากในการทำให้วิสัยทัศน์นี้ประสบความสำเร็จ"

กูเกิลยืนยันว่า Google Chrome OS จะเป็นคนละส่วนกับระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่นามแอนดรอยด์ (Android) ไม่ระบุรายละเอีอยดทีมนักพัฒนา แต่เชื่อว่ามีจุดยืนใกล้เคียงกัน

"Google Chrome OS ถูกสร้างเพื่อคนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในโลกออนไลน์ และถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับการจัดการพลังงานทุกระดับในเครื่องคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่เน็ตบุ๊กขนาดเล็กจนถึงคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปเต็มรูปแบบ ที่สำคัญ การสร้างแอปพลิเคชันบนอินเทอร์เน็ตจะไม่ต้องถูกจำกัดเพราะมาตรฐานของระบบปฏิบัติการอีกต่อไป"

..งานนี้สนุกแน่..


รูปภาพ
ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 กรกฎาคม 2552 17:18 น.
:arrow: http://www.manager.co.th/cyberbiz/ViewN ... 0000077128



หมายเหตุ .-

ระบบปฏิบัติการ (operating system) หรือ โอเอส (OS) เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ประยุกต์ทั่วไป บางครั้งเราอาจะเห็นระบบปฏิบัติการเป็นเฟิร์มแวร์ก็ได้

ระบบปฏิบัติการมีหน้าที่หลัก ๆ คือ การจัดสรรทรัพยากรในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้บริการซอฟต์แวร์ประยุกต์ ในเรื่องการรับส่งและจัดเก็บข้อมูลกับฮาร์ดแวร์ เช่น การส่งข้อมูลภาพไปแสดงผลที่จอภาพ การส่งข้อมูลไปเก็บหรืออ่านจากฮาร์ดดิสก์ การรับส่งข้อมูลในระบบเครือข่าย การส่งสัญญานเสียงไปออกลำโพง หรือจัดสรรพื้นที่ในหน่วยความจำ ตามที่ซอฟต์แวร์ประยุกต์ร้องขอ รวมทั้งทำหน้าที่จัดสรรเวลาการใช้หน่วยประมวลผลกลาง ในกรณีที่อนุญาตให้รันซอฟต์แวร์ประยุกต์หลายๆ ตัวพร้อมๆ กัน

ระบบปฏิบัติการ ช่วยให้ตัวซอฟต์แวร์ประยุกต์ ไม่ต้องจัดการเรื่องเหล่านั้นด้วยตนเอง เพียงแค่เรียกใช้บริการจากระบบปฏิบัติการก็พอ ทำให้พัฒนาซอฟต์แวร์ประยุกต์ได้ง่ายขึ้น

รายละเอียดเพิ่มเติม :arrow: http://th.wikipedia.org/wiki/Google_Chrome_OS

รูปประจำตัวสมาชิก
สมพิศ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 20893
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:08
Tel: +66894556699
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Jamis Dakota
ตำแหน่ง: สะพานพระราม 7 บางกรวย นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: ข่าวเด่น ! ข่าวดัง ! ....... จากสื่อสารมวลชน

โพสต์ โดย สมพิศ »


เพิ่มเติมจากข้างต้นครับ ..... Google OS


รูปภาพ


คุณสมบัติของโอเอส "โครม" ยังถือเป็นการประกาศท้าชนแบบตัวต่อตัวกับไมโครซอฟท์ ซึ่งวินโดว์ส7 ที่กำลังจะวางตลาดในเร็ววันนี้

หลังจากปล่อยเบราเซอร์ภายใต้ยี่ห้อ "โครม (Chrome)" ออกมาชิมลางตลาดได้ครบ 9 เดือนพอดิบพอดี ล่าสุดยักษ์ใหญ่แห่งโลกอินเทอร์เน็ต "กูเกิล" ก็ประกาศสงครามครั้งใหม่ โดยมีแผนส่งระบบปฏิบัติการ (โอเอส) ฟรีๆ ออกมาชนกับคู่ปรับตลอดกาล "ไมโครซอฟท์" ซึ่งกำหนดจะวางตลาดโอเอสเวอร์ชั่นใหม่ "วินโดว์ส 7" เร็วๆ นี้

ความน่าสนใจของโอเอสใหม่กูเกิล นอกจากจะเป็นการขยายบทบาทจากโลกอินเทอร์เน็ต สู่อาณาจักรซอฟต์แวร์อันแสนหอมหวนแล้ว อีกนัยหนึ่งยังเป็นการสั่นสะเทือนเจ้าตลาดซอฟต์แวร์ที่ครองแชมป์บนสังเวียนโอเอส และเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่ทำเงินให้กับไมโครซอฟท์มาอย่างยาวนาน ส่งผลให้การขยับตัวของกูเกิลครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกไม่แพ้ข่าวเด่นอื่นๆ บนหน้าหนังสือพิมพ์ช่วงนี้


เดินเครื่องปีหน้า
กูเกิลให้รายละเอียดว่า โอเอสใหม่จะอิงกับเทคโนโลยีพื้นฐานเมื่อครั้งพัฒนาเว็บเบราเซอร์ "โครม" เมื่อ 9 เดือนที่แล้ว โดยบริษัทตั้งใจที่จะเปิดรับความช่วยเหลือจากเหล่าโปรแกรมเมอร์จากชุมชนโอเพ่นซอร์ส เพื่อร่วมกันพัฒนา "โอเอสโครม" ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2553

อย่างไรก็ตาม เวอร์ชั่นแรกของโอเอสใหม่นี้ คาดว่าจะสามารถใช้กับ "เน็ตบุ๊ค" หรือคอมพิวเตอร์รุ่นเล็กก่อน ด้วยเหตุผลที่ว่ากระแสของเครื่องราคาประหยัด และสมรรถภาพที่ไม่สูงนักกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะสามารถตอบโจทย์ความต้องการเบื้องต้นในการท่องเน็ตของผู้บริโภคท่ามกลางภาวะระมัดระวังตัวกับการจับจ่ายใช้สอย

ชนวินโดว์สดัง "โครมๆ"
นอกจากนี้ คุณสมบัติของโอเอสใหม่ ยังถือเป็นการประกาศท้าชนแบบตัวต่อตัวกับไมโครซอฟท์ ซึ่งวินโดว์ส7 ที่กำลังจะวางตลาดในเร็ววันนี้ ก็มีเป้าหมายใช้งานได้ครอบคลุมตั้งแต่เน็ตบุ๊ค จนถึงคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้เช่นเดียวกัน

นายพอล แจ็คสัน นักวิเคราะห์จากฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช ให้ความเห็นว่า เน็ตบุ๊คส่วนใหญ่ทุกวันนี้ประมวลผลด้วยระบบปฏิบัติการวินโดว์ส ซึ่งยากต่อการเปลี่ยนแปลง เว้นแต่ว่ากูเกิลจะสามารถโชว์ให้สาธารณชนเห็นได้ว่า โอเอสใหม่มีประสิทธิภาพขั้นเทพระดับสูงกว่าจริงๆ

เขายังชี้ให้เห็นว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ทุกวันนี้ยังเปลี่ยนใจลงวินโดว์สบนเน็ตบุ๊ค แทนที่จะใช้โอเพ่นซอร์สที่มีมาแต่ตั้งเดิมของเครื่อง

"ผู้ใช้ต้องการวินโดว์ส เพราะรู้จักวิธีใช้อยู่แล้ว และยังรู้ว่าแอพพลิเคชั่นแต่ละอย่างทำงานอย่างไร" นายแจ็คสันว่า

อย่างไรก็ตาม กูเกิลได้แสดงความเชื่อมั่นผ่านบล็อกของบริษัทเมื่อเร็วๆ นี้ว่า บริษัทเชื่อมั่นว่าโอเอส "โครม" เป็นระบบปฏิบัติการที่จะสามารถปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพความเร็วในการทำงาน และลดความเสี่ยงจากการถูกคุกคามจากภัยออนไลน์ได้ดีขึ้น


รูปภาพ

ผนึกพันธมิตรปั้นแหล่งขุมทรัพย์
นายซันดาร์ พิชัย รองประธานฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ และนายลินัส อัพซัน ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมของกูเกิล ต่างก็ออกมาระบุผ่านบล็อกของบริษัทว่า บริษัทรับทราบความต้องการจำนวนมากจากผู้ใช้ และทุกเสียงเรียกร้องเป็นที่ชัดเจนว่า คอมพิวเตอร์ต้องการระบบการทำงานที่ดีขึ้น

พร้อมเปิดเผยว่า กูเกิลได้เริ่มทำงานร่วมกับพันธมิตรหลากหลายธุรกิจทั้งเอเซอร์, อะโดบี ซิสเต็มส์, อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์, ฟรีสเกล เซมิคอนดักเตอร์, ฮิวเลตต์-แพคการ์ด, เลอโนโว กรุ๊ป, ควอลคอมม์ และเท็กซัส อินสตรูเมนท์ เพื่อออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ "โครม"

ทั้งนี้ หากมีผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ตอบรับกับโอเอสโครมมากพอ ก็อาจทำให้อิทธิพลของไมโครซอฟท์อ่อนแรงลง ขณะเดียวกันยังเป็นการเปิดแหล่งทำเงินแห่งใหม่สำหรับกูเกิล ซึ่งจะสามารถจูงใจผู้ใช้และองค์กรธุรกิจ เข้ามาใช้โปรดักส์ทั้งแอพพลิเคชั่น และบริการอินเทอร์เน็ตอื่นๆ ซึ่งล้วนแต่สร้างโอกาสให้กับกูเกิลสามารถขายโฆษณาออนไลน์ได้เพิ่มขึ้นไปอีก

เปลี่ยนใจ ไม่ง่าย
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนใจผู้ใช้หันมาภักดีกับโอเอสใหม่นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากกูเกิล มีบทเรียนจากการเปิดตัวเบราเซอร์โครมแล้ว โดยปัจจุบันมีผู้ดาวน์โหลดไปใช้เพียง 30 ล้านคน และยังจัดเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ ของจำนวนนักท่องเน็ตทั่วโลกซึ่งยังคงวางใจกับการใช้อินเทอร์เน็ต เอ็กซ์พลอเรอร์ หรือไออีของไมโครซอฟท์

นอกจากนี้ วินโดว์ส ยังโดดเด่นในตลาดมายาวนานกว่า ทั้งๆ ที่มีคู่แข่งทั้งจากแอ๊ปเปิ้ลและโอเอส ที่อิงบนพื้นฐานของลีนิกซ์ ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ระบบเปิดประเภทเดียวกับที่กูเกิลวางแผนจะทำ

นายไมเคิล ซิลเวอร์ นักวิเคราะห์จากการ์ทเนอร์เชื่อว่า ตลาดองค์กรจะเป็นกลุ่มที่คาดว่าจะเปลี่ยนใจจากวินโดว์สยากที่สุด เนื่องจากราว 70% ของแอพพลิเคชั่นในองค์กร ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับโอเอสวินโดว์ส

ขณะที่กลุ่มคอนซูเมอร์ คาดว่าจะเป็นกลุ่มที่ทดลองใช้โอเอสโครมมากกว่า ด้วยเหตุผลที่ว่าโอเอสดังกล่าวจะสามารถลดราคาเน็ตบุ๊คให้ต่ำลงมาได้อีก จากปกติโอเอสของไมโครซอฟท์จะบวกราคาเครื่องให้เพิ่มอีกราว 50-100 ดอลลาร์ต่อเครื่อง

การ์ทเนอร์ คาดการณ์ว่า เน็ตบุ๊คจะมียอดขายทั่วโลกราว 21 ล้านเครื่องปีนี้ แต่ก็ยังคิดเป็นสัดส่วนเล็กๆ ของตลาดโน้ตบุ๊คและพีซีเคลื่อนที่ในรูปแบบอื่นๆ ที่คาดว่าจะมียอดขายรวมกันกว่า 149 ล้านเครื่องปีนี้


รูปภาพ

เตือนระวังข้อหา "ผูกขาด"
อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่น่าจับตาคือ หากว่าโอเอสโครม สามารถชิงพื้นที่ตลาดได้มากขึ้น อาจส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการผูกขาดตลาดยิ่งขึ้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า กูเกิล จะมีวิธีการนำเสนอซอฟต์แวร์ผูกติดไปกับตัวเครื่องได้อย่างไร


เพราะนอกจากโอเอสแล้ว กูเกิลยังครองความโดดเด่นในตลาดเครื่องมือค้นหาบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นประเด็นที่ใกล้เคียงกับที่ไมโครซอฟท์ กำลังเผชิญกับการถูกฟ้องร้องในสหรัฐและยุโรป ข้อหาผูกขาดขายวินโดว์สพ่วงไปกับเบราเซอร์ไออี


อย่างไรก็ตาม นายอีริค ชมิดต์ ซีอีโอ และ นายเซอร์จีย์ บริน ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทกูเกิล มีกำหนดการจะเปิดอกพูดคุยถึงระบบปฏิบัติการตัวใหม่ ภายในงานพบปะสื่อมวลชน ที่จัดโดยบริษัท อัลเลน แอนด์ โค. ในซัน วัลเลย์ รีสอร์ท ของสหรัฐเร็วๆ นี้
คัดมาจาก :arrow: http://www.mrpalm.com/list3.php?cont_id=2128

ขอบคุณครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
สมพิศ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 20893
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:08
Tel: +66894556699
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Jamis Dakota
ตำแหน่ง: สะพานพระราม 7 บางกรวย นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: ข่าวเด่น ! ข่าวดัง ! ....... จากสื่อสารมวลชน

โพสต์ โดย สมพิศ »

.gif
.gif (56.26 KiB) เข้าดูแล้ว 3192 ครั้ง

ชาวเอเชียรอชม สุริยคราส นานสุดในศตวรรษ
หลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย เตรียมรอชมสุริยุปราคาเต็มดวง ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งเป็นสุริยุปราคาเต็มดวง ยาวนานที่สุด ในศตวรรษที่ 21 ขณะที่ประเทศไทย จะเห็นได้เพียงบางส่วน

ชาวเอเชียนับล้านเตรียมรอชมสุริยุปราคาเต็มดวงแห่งศตวรรษ ที่จะมีขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่วันนี้ (22 ก.ค.) และเป็นสุริยุปราคาเต็มดวง ที่กินเวลายาวที่สุด ในศตวรรษที่ 21 คือ 6 นาที 39 วินาที โดยจุดแรกที่จะได้ชมปรากฏการณ์ธรรมชาติ แห่งสุริยะครั้งนี้ คือ ที่อ่าวแคมเบย์ ทางตอนเหนือของนครมุมไบ ประเทศอินเดีย จากนั้นจะเคลื่อนไปทางตะวันออก ข้ามผ่านอินเดีย เนปาล พม่า บังกลาเทศ ภูฏาน และจีน นอกจากนี้ ปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง ครั้งนี้ ยังจะพาดผ่านหมู่เกาะทางใต้ ของประเทศญี่ปุ่น และยังสามารถมองเห็นได้ จากเกาะนิคุมาโรโระ ในทะเลแปซิฟิคใต้

สำหรับในส่วนของประเทศไทย จะสามารถมองเห็นได้เพียงบางส่วนเท่านั้น โดยเฉพาะภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเริ่มสัมผัสในเวลา 07.02 น. ใน จ.แม่ฮ่องสอน แต่บดบังมากที่สุดประมาณร้อยละ 69 ใน จ.เชียงราย และจะสิ้นสุดในเวลา 09.19 น. ใน จ.อุบลราชธานี

ส่วนการชมสุริยุปราคา อย่างปลอดภัยนั้น นายสิทธิพร เดือนตะคุ นักวิชาการด้านดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ห้ามดูด้วยตาเปล่า อย่างเด็ดขาด ซึ่งวิธีที่ปลอดภัย คือ การดูผ่านกล้องรูเข็ม โดยนำกระดาษมาเจาะรู ขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร ไปปิดที่กระจกเงา แล้วนำกระจกเงาบานนั้นไปรับแสงอาทิตย์ ให้แสงสะท้อนไปตกบนผนังสีอ่อน หรือฉากรับภาพสีขาว ที่อยู่ในที่ที่แสงอาทิตย์ส่องไม่ถึง อย่างไรก็ตาม หากพลาดชมสุริยุปราคา ครั้งนี้ จะได้เห็นอีกครั้ง ในวันที่ 15 มกราคม ปีหน้า โดยเป็นสุริยุปราคาวงแหวน ซึ่งไทยจะเห็นเป็นบางส่วน ขณะที่สุริยุปราคาเต็มดวง จะต้องรอไปจนถึง พ.ศ.2613 หรืออีก 61 ปีข้างหน้า
21221_20_2.jpg
21221_20_2.jpg (10.21 KiB) เข้าดูแล้ว 2969 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง วันนี้ มีการทำนายทางโหราสาสตร์ เกี่ยวกับผลกระทบ ที่จะเกิดจากปรากฏการณ์ดังกล่าว โดยนายภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ กล่าวว่า การเกิดสุริยุปราคา ครั้งนี้ เกิดในราศีกรกฎ ธาตุน้ำ จะก่อให้เกิดอุทกภัย จึงควรระมัดระวังเรื่องน้ำท่วม และแผ่นดินไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นการเกิดยาวนานที่สุด ในศตวรรษที่ 21 นั้น จะมีอิทธิพลต่อมหาสมุทรแปซิฟิค ซึ่งเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง แต่ในส่วนของประเทศไทย จะเห็นปรากฏการณ์บางส่วน ความรุนแรงก็จะลดลง

ขณะที่นายราช กุมาร ชาร์มา โหรจากนครมุมไบ ของอินเดีย ได้ทำนายว่า ปรากฏการณ์สุริยุปราคา จะทำให้เกิดความรุนแรงขึ้น ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยจะเกิดการโจมตีอินเดีย จากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนแคชเมียร์ หรืออาจเป็นกลุ่มอัลเคด้า และจะเกิดหายนะครั้งใหญ่ จากภัยธรรมชาติ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ จะมีการสังหารนักการเมืองระดับสูง ของอินเดีย และความตึงเครียดระหว่างชาติตะวันตกกับอิหร่าน จะทวีความรุนแรงขึ้น จนอาจทำให้สหรัฐเปิดฉากปฏิบัติการทางทหาร หลังจากวันที่ 9 กันยายนไปแล้ว เมื่อดาวเสาร์เคลื่อนออกจากกลุ่มดาวสิงโต ไปยังกลุ่มดาวหญิงสาว ซึ่งเมื่อครั้งที่ดาวเสาร์เคลื่อนเข้าสู่กลุ่มดาวหญิงสาว เมื่อ 200 ปีก่อน ได้ทำให้เกิดสงครามโลก หรือสงครามโลกย่อยๆ มาแล้ว
21221_20_3.jpg
21221_20_3.jpg (16.33 KiB) เข้าดูแล้ว 2971 ครั้ง

ด้านนายสมิทธ ธรรมสโรช อดีตประธานกรรมการอำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า ในวันนี้ อาจเกิดภัยพิบัติขึ้นได้ โดยนายสมิทธได้อ้างถึงนักวิชาการหลายฝ่าย ทั้งนักดาราศาสตร์ และนักธรณีวิทยา นำทฤษฎีเรื่องแรงดึงดูด มาใช้วิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ ในการเกิดภัยพิบัติ โดยเฉพาะการเกิดสึนามิในมหาสมุทรแปซิฟิค

ขณะที่นายอดิชาติ สุรินทร์คำ ผู้อำนวยการกองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า การเตือนภัยเกี่ยวกับภัยพิบัติ เป็นเรื่องที่ดี ในแง่ของความไม่ประมาท แต่ข้อมูลการเตือนภัยดังกล่าว กลับไม่มีเหตุผลรองรับทางวิชาการ เพราะตามทฤษฎีฟิสิกส์แล้ว เมื่อดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก อยู่ในระนาบเดียวกัน ก็ไม่มีแรงดึงดูดมหาศาล ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก เพราะมวลดวงจันทร์มีน้อย หรือไม่มากพอที่จะส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหว หรือคลื่นขนาดใหญ่ ได้อย่างแน่นอน
รูปภาพ
ไทยรัฐออนไลน์ วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.2552
:arrow: http://www.thairath.co.th/content/oversea/21221

รายละเอียดเพิ่มเติม

ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ
:arrow: http://www.bangkokplanetarium.com/





Prediction on July 22,2009 Eathquake and Tsunami will strike the Pacific Ocean?

:mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:

_______________________________________________________________


update 23 ก.ค. 52 : 11.30 น.

รูปภาพ
ภาพปรากฎการณ์แหวนเพชร ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อลำแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ลอดผ่านหลุมอุกาบาตบนดวงจันทร์ ก่อนและหลังการบังมืดหมดดวงประมาณ 10 วินาที ถูกถ่ายเหนือท้องฟ้านครฉงชิ่ง


ยล "สุริยคราส" เหนือฟากฟ้าแดนมังกร
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2552 15:24 น.

:arrow: http://www.manager.co.th/China/ViewNews ... 0000082890
รูปประจำตัวสมาชิก
oiltrips
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4277
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
Tel: 08-92039125
team: อิสระ
Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.

Re: ข่าวเด่น ! ข่าวดัง ! ....... จากสื่อสารมวลชน

โพสต์ โดย oiltrips »

คอรี อากิโน
...
จากตำแหน่ง "แม่บ้าน" สู่ตำแหน่งสูงสุด "ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศฟิลิปปินส์"

ชีวประวัติจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

...ชื่อจริง "มาเรีย คอราซอน อากีโน" (María Corazón Cojuangco-Aquino) เกิดวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2476 (ค.ศ. 1933)

หรือรู้จักกันดีในชื่อ "คอรีย์ อากิโน" (Corey Aquino) คือประธานาธิบดีคนที่ 11 และเป็นผู้หญิงคนแรกของประเทศฟิลิปปินส์

...นางอากีโนขึ้นบริหารประเทศหลังพลังประชาชนปฏิวัติโค่นล้มเผด็จการ "เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส" ที่คุมอำนาจมานาน 20 ปี ในสมัยนางอากีโนก็มีรัฐประหารนองเลือดหลายหนแต่ก็ผ่านอำนาจไปสู่นายฟิเดล รามอส ได้ราบรื่นในปี 2535

...นางอากีโน ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2552 หลังจากเข้ารับการรักษาตัวจากมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นเวลานานหลายปี

บันทึกความทรงจำไว้ที่ทำเนียบประธานาธิบดีของประเทศฟิลิปปินส์

ประธานาธิบดีคนที่ 11 ของฟิลิปปินส์ (ขณะมีอายุ 53 ปี)
ดำรงตำแหน่ง 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) - 30 มิถุนายน พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992)
(ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดียืนยาวถึง 6 ปี)
รองประธานาธิบดี ซัลวาดอร์ เอช. ลอเรล
นายกรัฐมนตรี ซัลวาดอร์ เอช. ลอเรล
สมัยก่อนหน้า เฟอร์ดินัน มาร์กอส
สมัยถัดไป ฟิเดล รามอส

:!: ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ในปัจจุบัน....นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย

ที่มาจากเรื่อง “ฟิลิปปินส์”สูญเสีย “โกรี อากิโน”

:o ฉันขอแสดงความอาลัยยิ่งสุดและนับถือท่านคอรี อากิโน เปรียบเทียบกับตำนานดอกไม้เหล็กแห่งพลังปฏิวัติพลังประชาชนในประวัติศาสตร์ที่จดจำไว้เป็นวีรสตรีแห่งฟิลิปินส์ตัวจริงค่ะ
ไฟล์แนบ
หน้าปกนิตยสาร "ไทม์" ชื่อดังขึ้นเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก (ภาพจากเว็บ tbn3.google.com)
หน้าปกนิตยสาร "ไทม์" ชื่อดังขึ้นเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก (ภาพจากเว็บ tbn3.google.com)
Cory_AginoTimenews.jpg (74.36 KiB) เข้าดูแล้ว 2660 ครั้ง
ภาพถ่ายขาวดำเป็นงานศิลป์ขณะที่เธอมีชีวิตอยู่...(ภาพจากเว็บโฟโต้ i72.photobucket.com)
ภาพถ่ายขาวดำเป็นงานศิลป์ขณะที่เธอมีชีวิตอยู่...(ภาพจากเว็บโฟโต้ i72.photobucket.com)
Cory_Agino.jpg (72.4 KiB) เข้าดูแล้ว 2663 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
รูปประจำตัวสมาชิก
ธานินทร์๙๙
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1546
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:22
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Lemond

Re: ข่าวเด่น ! ข่าวดัง ! ....... จากสื่อสารมวลชน

โพสต์ โดย ธานินทร์๙๙ »

หลุมศพหลุมเดียวขายได้ราคาสูงถึง 160 ล้านบาท

http://www.thaipost.net/x-cite/260809/9771
ไทยโพสต์ เขียน:หลุมศพคู่มอนโร 150 ล้าน!

26 สิงหาคม 2552 - 00:00

หลุม ศพที่อยู่ด้านบนของหลุมมาริลีน มอนโร ในสุสาน Westwood Village ลอสแองเจลีส สามารถประมูลขายทาง e-Bay ได้เงินสูงสุด 4.6 ล้านดอลลาร์ หรือราว 150-160 ล้านบาทไทย

หลุมศพแห่งนี้เป็นที่สถิตของริชาร์ด ปอนเชอร์ ผู้ซื้อต่อมาจากโจ ดิมักจิโอ อดีตสามีมอนโร มอนโรตายเมื่อปี 1962 ปอนเชอร์ตายเมื่อปี 1986 ตอนอายุได้ 81 ภรรยาของเขา เอลซี ปอนเชอร์ เอาที่ดินนี้มาประมูลขาย เพื่อเอาเงินมาไถ่บ้านที่ติดจำนองอยู่ราว 1.5 ล้านดอลลาร์ โดยบอกว่าจะย้ายศพสามีไปฝังในหลุมด้านหลังที่เตรียมไว้สำหรับเธอเอง แต่เธอจะให้เผาศพแทน

ราคาประมูลเริ่มต้นที่ 5 แสนดอลลาร์ มีการประมูลแข่งขันกัน 21 ครั้ง ก่อนไปจบที่ 4.6 ล้านดอลลาร์ e-Bay ไม่เปิดเผยว่าใครเป็นผู้ชนะ บอกแต่ว่ากำลังทำสัญญา ถ้าเรียบร้อยแล้วจะเปิดเผยรายละเอียดต่อไป แต่อย่างไรผู้ซื้อก็คงปิดบังตัวเองไม่ได้ตลอดกาล เพราะสักวันต้องใช้ที่ดินผืนนี้อยู่ดี.
อิ อิ ..มีคนหลายคนยอมเสียเงินมากมายถึงขนาดนั้น เพื่อที่เมื่อตนเองตายไปแล้ว ศพที่ไม่รู้เรื่องอะไรแล้วจะได้นอนใกล้ศพอดีตคนสวยคนดัง ซึ่งก็เหลือแต่โครงกระดูกที่ไม่รู้เรื่องอะไรแล้วเข่นกัน :? :?:

..เฮ้อ.. ใช้เงินให้เป็นประโยชน์ตอนยังไม่ตายดีกว่าแฮะ :!:
แก้ไขล่าสุดโดย ธานินทร์๙๙ เมื่อ 26 ส.ค. 2009, 22:07, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
ธานินทร์๙๙
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1546
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:22
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Lemond

Re: ข่าวเด่น ! ข่าวดัง ! ....... จากสื่อสารมวลชน

โพสต์ โดย ธานินทร์๙๙ »

รู้สาเหตุการตายของ "ไมเคิล แจ็คสัน" แล้ว

http://www.thaipost.net/x-cite/260809/9770
ไทยโพสต์ เขียน:พิสูจน์หมอ "ฆ่า" แจ็กสัน

26 สิงหาคม 2552 - 00:00

สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ ลอสแอนเจลีส ระบุว่าไมเคิล แจ็กสัน ตายเพราะฤทธิ์ยา propofol หรือชื่อการค้า diprivan ที่ให้ในระดับอันตราย โดยผสมกับฤทธิ์ยานอนหลับอีก 2 ชนิด

ผลพิสูจน์ดังกล่าวเปิดเผยออกมาเมื่อวันจันทร์ ในเอกสารประกอบหมายค้นบ้านและคลินิกของ ดร.คอนราด เมอเรย์ แพทย์ประจำตัวแจ็กสัน และเป็นสาเหตุให้ตำรวจถือเอาหมอเมอเรย์เป็นผู้ต้องสงสัย ฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา (manslaughter) ตำรวจถือว่านี่เป็นคดีฆาตกรรม (homicide) แม้อาจไม่ใช่การก่ออาชญากรรม (criminal) (ที่ต้องวงเล็บภาษาอังกฤษเพราะคดีฆาตกรรมของอเมริกามีหลายระดับ กรณีนี้อาจเรียกแบบไทยว่าทำให้ตายโดยประมาท)

ผลพิสูจน์ศพระบุว่า แจ็กสันตายเพราะฤทธิ์ยา propofol ผสมกับ lorazepam และ midazolam ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของหมอ เมอเรย์ให้การว่าเขามาดูแลแจ็กสันได้ 6 สัปดาห์ อดีตราชาเพลงป็อปมีอาการนอนไม่หลับมานานแสนนาน และใช้ยา propofol จนเรียกว่า milk ของเขา (เพราะยามีสีขาว) เมอเรย์ให้ยา 50 มิลลิกรัมทุกคืน แล้วต่อมาก็กลัวว่าแจ็กสันจะติด จึงลดขนาดลงเหลือ 25 มิลลิกรัม แล้วให้ยาอีก 2 ตัวประกอบ ซึ่งตอนแรกเหมือนจะได้ผล ทำให้แจ็กสันหลับสบายมา 2 คืน

วันถัดมาเมอเรย์ไม่ให้ยา propofol แต่ให้ยา 2 ตัวดังกล่าว ผลปรากฏว่าแจ็กสันนอนไม่หลับตอนตีหนึ่งครึ่ง จึงให้กินแวเลียม 10 มิลลิกรัม ก็ยังไม่หลับ เขาพยายามใช้ยาอื่นทดแทน เช่น lorazepam 2 มิลลิกรัมตอนตีสอง midazolam 2 มิลลิกรัมตอนตีสาม แล้วก็ให้ซ้ำอีกตอนตีห้า และเจ็ดโมงครึ่ง

แต่แจ็กสันคงกลายเป็นถังยาชาไปแล้ว ไม่ยอมหลับ เมื่อเวลา 10.40 น. เมอเรย์จึงให้ยา propofol 25 มิลลิกรัม ผลก็คือแจ็กสันหลับปุ๋ย เมอเรย์นั่งเฝ้าอยู่ 10 นาที จึงออกไปเข้าห้องน้ำ 2 นาทีกลับมา แจ็กสันก็ไม่หายใจแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาที่ไม่เกี่ยวกับคดี ให้ความเห็นว่ายา propofol ตัวเดียวไม่ทำให้แจ็กสันตาย แค่การผสมกันจนเป็น "ค็อกเทล" ของยาหลายชนิด เพิ่มฤทธิ์กดประสาทอย่างรุนแรง

ประเด็นสำคัญที่เมอเรย์อาจตกเป็นจำเลยคือ propofol เป็นยาที่กำหนดให้ใช้ในโรงพยาบาลเท่านั้น ส่วนใหญ่แพทย์จะใช้ก่อนการผ่าตัด และต้องมีวิสัญญีแพทย์ดูแล มีอุปกรณ์พร้อม ขณะที่เมอเรย์เป็นแพทย์โรคหัวใจ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องยานอนหลับ นอกจากนี้ หลังจากนำแจ็กสันส่งโรงพยาบาล เขายังไม่ยอมเปิดเผยว่าให้ยาชนิดใดกับแจ็กสัน จนถูกตำรวจสอบเค้นจึงเปิดเผยในภายหลัง.
ตอบกลับ

กลับไปยัง “กลุ่มรวมมิตร”