ซึ่งการซ่อมเราต้องทำให้ถูกใจลูกค้า เป็นผมผมเลือกทางสายกลางครับ
ซ่อมไม่ดี ลูกค้าไม่ติด ไม่มีกำไร
ซ่อมดีไป กว่ามันจะเสียมาให้ซ่อมอีก คงบักโกรกเสียก่อน
ล้อเล่นนะครับ ซ่อมแล้วต้องทำให้ดีเหมือนกับเป็นรถเราเองนะครับ
ผู้ดูแล: seven@klein, Cycling B®y, tntm, เสือ Spectrum
อธิบายละเอียดมากครับ คุณโอ๊ต เดี๋ยววันหลังผมไปใช้บริการร้านคุณโอ๊ตบ้างนะครับโอ๊ตนนท์ เขียน:ใช้ทุนเยอะเหมือนกันนะครับ ถึงแม้ บางบริษัทผู้นำเข้าอาจให้เครดิต เราขายจักรยานเดือนนึง แต่ใช่ว่าเราจะขายได้หมดทุกคัน และเขาคงต้องดูสถานที่ตั้งร้าน พื้นที่ร้านขนาดหน้าร้าน ขนาดไหน.....
สิ่งที่ควรจะมีบ้าง ถ้าหากเราไม่อยากจะจ้างช่างมา ประจำร้านก็คือ เราต้องเรียนรู้เรื่อง จักรยานบ้าง การซ่อม ส่วนต่างๆได้ และเข้าใจเรื่องจักรยานเป็นอย่างดี เช่นการเลือกไซด์รถจักรยานให้ลูกค้า การตอบคำถามลูกค้า ในเวลาที่เค้าสงสัย การแนะนำอุปกรณ์ต่างๆ ที่คิดว่าเหมาะสมกับลูกค้า.. ไม่ใช่เอาแต่ยัดเยียดขาย ทั้งๆที่ของนั้นไม่เหมาะกับลูกค้า.... จรรยาบรรณก็ต้องมี ไม่ใช่ขายคิดว่าจะทำให้รวยทางนี้แน่ๆ เลยต้องขายแต่ของแพงๆเป็นต้น....
อันดับต่อมาการสร้างความประทับใจให้ลูกค้า หรือ ภาษา สไตร์ผม คือการซื้อใจลูกค้า แสดงความเป็นมิตรกับลูกค้าที่เข้าร้านเสมอ ไม่ว่าเขาจะขี่จักรยานอะไร ควรให้ความสำคัญเท่าๆกัน ถ้าสไตร์ของผม ลูกค้าเปรียบเหมือนเพื่อนคนนึง เวลาคุยกันจะไม่รู้สึกอึดอัด และเป็นกันเอง ก็มองดีๆ ในสายตาผม ลูกค้าคือชาวจักรยาน ชาวจักรยานก็คือเพื่อนกันทั้งนั้นแหล่ะ....
ย้อนกลับมา ความพร้อมของร้าน ที่ดึงดูดลูกค้า อยากจะเข้าคือความเชื่อมั่นการ บริการ การซ่อม และเครื่องมือซ่อม ควรจะมีให้พร้อม.. เคยไปร้านจักรยานใน ทิเบต เขาใช้เครื่องมือซ้อมแบบพื้นบ้าน ทั้งตอกทั้งตี เฟรมเสือภูเขา ตั้งแต่นั้นลูกค้าผมที่เป็นฝรั่ง ก็มาหาร้านผม กันหมด แถมเครื่องมือของผมก็เป็นเครื่องมือเฉพาะ ซ่อมจักรยาน แถมบางอย่างง่ายๆ ไม่ยาก ผมซ่อมให้ฟรีด้วยซ้ำ......
ย้อนกลับมาเรื่องของที่จะสั่งมาขาย ก็ลองติดต่อ บริษัทนำเข้าต่างๆในไทย ก็ขึ้นอยู่กับเราว่าอยากขายอะไร..และเงื่อนไขแต่ล่ะบริษัทเค้าเป็นอย่างไร... เขาคงให้คำปรึกษากับเราได้..... คร่าวๆแค่นี้ก่อนนะครับ....เปิดได้แล้ว มาแนะนำตัวในเวปก็ดีนะครับ...![]()
![]()
![]()
อะไรนะ..จะปั่นจักรยานจากเชียงใหม่ มาทิเบตรึ??GI_ABCanimals เขียน:อธิบายละเอียดมากครับ คุณโอ๊ต เดี๋ยววันหลังผมไปใช้บริการร้านคุณโอ๊ตบ้างนะครับโอ๊ตนนท์ เขียน:ใช้ทุนเยอะเหมือนกันนะครับ ถึงแม้ บางบริษัทผู้นำเข้าอาจให้เครดิต เราขายจักรยานเดือนนึง แต่ใช่ว่าเราจะขายได้หมดทุกคัน และเขาคงต้องดูสถานที่ตั้งร้าน พื้นที่ร้านขนาดหน้าร้าน ขนาดไหน.....
สิ่งที่ควรจะมีบ้าง ถ้าหากเราไม่อยากจะจ้างช่างมา ประจำร้านก็คือ เราต้องเรียนรู้เรื่อง จักรยานบ้าง การซ่อม ส่วนต่างๆได้ และเข้าใจเรื่องจักรยานเป็นอย่างดี เช่นการเลือกไซด์รถจักรยานให้ลูกค้า การตอบคำถามลูกค้า ในเวลาที่เค้าสงสัย การแนะนำอุปกรณ์ต่างๆ ที่คิดว่าเหมาะสมกับลูกค้า.. ไม่ใช่เอาแต่ยัดเยียดขาย ทั้งๆที่ของนั้นไม่เหมาะกับลูกค้า.... จรรยาบรรณก็ต้องมี ไม่ใช่ขายคิดว่าจะทำให้รวยทางนี้แน่ๆ เลยต้องขายแต่ของแพงๆเป็นต้น....
อันดับต่อมาการสร้างความประทับใจให้ลูกค้า หรือ ภาษา สไตร์ผม คือการซื้อใจลูกค้า แสดงความเป็นมิตรกับลูกค้าที่เข้าร้านเสมอ ไม่ว่าเขาจะขี่จักรยานอะไร ควรให้ความสำคัญเท่าๆกัน ถ้าสไตร์ของผม ลูกค้าเปรียบเหมือนเพื่อนคนนึง เวลาคุยกันจะไม่รู้สึกอึดอัด และเป็นกันเอง ก็มองดีๆ ในสายตาผม ลูกค้าคือชาวจักรยาน ชาวจักรยานก็คือเพื่อนกันทั้งนั้นแหล่ะ....
ย้อนกลับมา ความพร้อมของร้าน ที่ดึงดูดลูกค้า อยากจะเข้าคือความเชื่อมั่นการ บริการ การซ่อม และเครื่องมือซ่อม ควรจะมีให้พร้อม.. เคยไปร้านจักรยานใน ทิเบต เขาใช้เครื่องมือซ้อมแบบพื้นบ้าน ทั้งตอกทั้งตี เฟรมเสือภูเขา ตั้งแต่นั้นลูกค้าผมที่เป็นฝรั่ง ก็มาหาร้านผม กันหมด แถมเครื่องมือของผมก็เป็นเครื่องมือเฉพาะ ซ่อมจักรยาน แถมบางอย่างง่ายๆ ไม่ยาก ผมซ่อมให้ฟรีด้วยซ้ำ......
ย้อนกลับมาเรื่องของที่จะสั่งมาขาย ก็ลองติดต่อ บริษัทนำเข้าต่างๆในไทย ก็ขึ้นอยู่กับเราว่าอยากขายอะไร..และเงื่อนไขแต่ล่ะบริษัทเค้าเป็นอย่างไร... เขาคงให้คำปรึกษากับเราได้..... คร่าวๆแค่นี้ก่อนนะครับ....เปิดได้แล้ว มาแนะนำตัวในเวปก็ดีนะครับ...![]()
![]()
![]()
![]()
โอ๊ตนนท์ เขียน:อะไรนะ..จะปั่นจักรยานจากเชียงใหม่ มาทิเบตรึ??GI_ABCanimals เขียน:อธิบายละเอียดมากครับ คุณโอ๊ต เดี๋ยววันหลังผมไปใช้บริการร้านคุณโอ๊ตบ้างนะครับโอ๊ตนนท์ เขียน:ใช้ทุนเยอะเหมือนกันนะครับ ถึงแม้ บางบริษัทผู้นำเข้าอาจให้เครดิต เราขายจักรยานเดือนนึง แต่ใช่ว่าเราจะขายได้หมดทุกคัน และเขาคงต้องดูสถานที่ตั้งร้าน พื้นที่ร้านขนาดหน้าร้าน ขนาดไหน.....
สิ่งที่ควรจะมีบ้าง ถ้าหากเราไม่อยากจะจ้างช่างมา ประจำร้านก็คือ เราต้องเรียนรู้เรื่อง จักรยานบ้าง การซ่อม ส่วนต่างๆได้ และเข้าใจเรื่องจักรยานเป็นอย่างดี เช่นการเลือกไซด์รถจักรยานให้ลูกค้า การตอบคำถามลูกค้า ในเวลาที่เค้าสงสัย การแนะนำอุปกรณ์ต่างๆ ที่คิดว่าเหมาะสมกับลูกค้า.. ไม่ใช่เอาแต่ยัดเยียดขาย ทั้งๆที่ของนั้นไม่เหมาะกับลูกค้า.... จรรยาบรรณก็ต้องมี ไม่ใช่ขายคิดว่าจะทำให้รวยทางนี้แน่ๆ เลยต้องขายแต่ของแพงๆเป็นต้น....
อันดับต่อมาการสร้างความประทับใจให้ลูกค้า หรือ ภาษา สไตร์ผม คือการซื้อใจลูกค้า แสดงความเป็นมิตรกับลูกค้าที่เข้าร้านเสมอ ไม่ว่าเขาจะขี่จักรยานอะไร ควรให้ความสำคัญเท่าๆกัน ถ้าสไตร์ของผม ลูกค้าเปรียบเหมือนเพื่อนคนนึง เวลาคุยกันจะไม่รู้สึกอึดอัด และเป็นกันเอง ก็มองดีๆ ในสายตาผม ลูกค้าคือชาวจักรยาน ชาวจักรยานก็คือเพื่อนกันทั้งนั้นแหล่ะ....
ย้อนกลับมา ความพร้อมของร้าน ที่ดึงดูดลูกค้า อยากจะเข้าคือความเชื่อมั่นการ บริการ การซ่อม และเครื่องมือซ่อม ควรจะมีให้พร้อม.. เคยไปร้านจักรยานใน ทิเบต เขาใช้เครื่องมือซ้อมแบบพื้นบ้าน ทั้งตอกทั้งตี เฟรมเสือภูเขา ตั้งแต่นั้นลูกค้าผมที่เป็นฝรั่ง ก็มาหาร้านผม กันหมด แถมเครื่องมือของผมก็เป็นเครื่องมือเฉพาะ ซ่อมจักรยาน แถมบางอย่างง่ายๆ ไม่ยาก ผมซ่อมให้ฟรีด้วยซ้ำ......
ย้อนกลับมาเรื่องของที่จะสั่งมาขาย ก็ลองติดต่อ บริษัทนำเข้าต่างๆในไทย ก็ขึ้นอยู่กับเราว่าอยากขายอะไร..และเงื่อนไขแต่ล่ะบริษัทเค้าเป็นอย่างไร... เขาคงให้คำปรึกษากับเราได้..... คร่าวๆแค่นี้ก่อนนะครับ....เปิดได้แล้ว มาแนะนำตัวในเวปก็ดีนะครับ...![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
ถ้าปั่นมาได้ ผมซ่อมให้ฟรี..แต่ว่า..ขนาดปั่นมาถึงทิเบตได้..นี่??..รถเป็นอะไรเสียถึงต้องมาซ่อมถึงที่ทิเบต..
![]()
![]()
หรือปั่นมาเติมลมยางเฉยๆ..
![]()
ร้านผมไม่มีปั้มลมนะ สูบมืออย่างเดียว(ร้านจักรยานในลาซา หาร้านเติมลมแบบ เครื่องสูบไม่มีเลย สำรวจมาล่ะ..) หรือ รอผมเปิดไบค์บาร์ที่ไทย.. มาต้อง แวะมาซื้อก็ได้...มานั่งดื่มกาแฟ ดูวีดีโอจักรยานมันส์ๆกันดีกว่า...ชิวชิว...ดูเสร็จมีอารมณ์คา ก็ออกไปปั่นกันต่อได้..ว่าแต่....ปั่นกับแฟนสองคน งี้ผมก็เป็นคนที่สามนะสิ...
![]()
เดี๋ยวรอ หาคู่ก่อน จะได้ปั่นกันสี่คน...
![]()
![]()
..ปล... เชียงใหม่ ร้านเจ๋งๆ ดีเยี่ยม ไม่แพ้ กทม เยอะแยะ แล้วนะ...แถม เจ้าของร้าน น่ารัก ไม่แพ้....?? ไม่แพ้ใครดีหว่า...![]()
![]()
นั่นๆ มาถามแบบนี้ ระวังแฟนแอบมาอ่านนะ...GI_ABCanimals เขียน:![]()
![]()
ไบค์บาร์ มันเป็นแบบไหนอะ มีสาวๆป่าว
GI_ABCanimals เขียน:![]()
![]()
งั้นแสดงว่าแถวๆนั้น มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ปั่นทัวร์ริ่งเยอะใช่ไหมครับ อยากไปสักครั้งในชีวิตเหมือนกัน
amnajmk เขียน:ผมมีตัวอย่างชีวิตจริง2คนที่เปิดร้านซ่อมจักรยานแบบไม่มีทุน คนทึ1.ลุงผัน แกต้องมาส่งลูกสาวทำงานเป็นเสมียนแถวบางลำภู ส่งเสร็จลุงแกก็มีกล่องเครื่องมือกับเสื่อ1ผืนนั่งซ่อมจักรยานปะยางดัดล้อปรับโซ่เปลี่ยนผ้าเบรค ทำจุกจิกที่ขอบทางเท้าแบบเดียวกันกัร้านรัซ่อมรองเท้าสมัยนี้นั่นแหละ..แกเลือกทำเลข้างถนนไกล้ๆที่ทำงานของลูกสาว พอตกเย็นเลิกงานแกก็เก็บกล่องเครื่องมือและผืนเสื่อรับลูกสาวกลับบ้าน คนที่2.น้าเล็ก เช่าห้องแคบๆริมถนนปากซอยพระสวัสดิ์ มีเครื่องมือไม่กี่ชิ้นจัดวางเป็นระเบียบ ปะยาง ดัดล้อ ขันล้อตัดต่อโซ่ จุกจิกเล็กๆแกจะให้อิสระในการหยิบเครื่องมือไปซ่อมกันเอง ทำอะไรไม่รอด ให้ถามแกว่าจะทำไงต่อ แกก็จะพูดบอกแนะด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนสุภาพ น้าเล็กแกจะไปเรียนภาคค่ำทีธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ผมไปใช้บริการถามแกจนผมรู้เทคนิคต่างๆจำได้ไม่ลืม..ปัจจุบันแกไปเป็นผู้พิพากษาแล้วหลังจากที่เปิดร้านกลางวันแล้วเรียนกลางคืนที่ธรรมศาสตร์อยู่หลายปี
โอ๊ตนนท์ เขียน:ใช้ทุนเยอะเหมือนกันนะครับ ถึงแม้ บางบริษัทผู้นำเข้าอาจให้เครดิต เราขายจักรยานเดือนนึง แต่ใช่ว่าเราจะขายได้หมดทุกคัน และเขาคงต้องดูสถานที่ตั้งร้าน พื้นที่ร้านขนาดหน้าร้าน ขนาดไหน.....
สิ่งที่ควรจะมีบ้าง ถ้าหากเราไม่อยากจะจ้างช่างมา ประจำร้านก็คือ เราต้องเรียนรู้เรื่อง จักรยานบ้าง การซ่อม ส่วนต่างๆได้ และเข้าใจเรื่องจักรยานเป็นอย่างดี เช่นการเลือกไซด์รถจักรยานให้ลูกค้า การตอบคำถามลูกค้า ในเวลาที่เค้าสงสัย การแนะนำอุปกรณ์ต่างๆ ที่คิดว่าเหมาะสมกับลูกค้า.. ไม่ใช่เอาแต่ยัดเยียดขาย ทั้งๆที่ของนั้นไม่เหมาะกับลูกค้า.... จรรยาบรรณก็ต้องมี ไม่ใช่ขายคิดว่าจะทำให้รวยทางนี้แน่ๆ เลยต้องขายแต่ของแพงๆเป็นต้น....
อันดับต่อมาการสร้างความประทับใจให้ลูกค้า หรือ ภาษา สไตร์ผม คือการซื้อใจลูกค้า แสดงความเป็นมิตรกับลูกค้าที่เข้าร้านเสมอ ไม่ว่าเขาจะขี่จักรยานอะไร ควรให้ความสำคัญเท่าๆกัน ถ้าสไตร์ของผม ลูกค้าเปรียบเหมือนเพื่อนคนนึง เวลาคุยกันจะไม่รู้สึกอึดอัด และเป็นกันเอง ก็มองดีๆ ในสายตาผม ลูกค้าคือชาวจักรยาน ชาวจักรยานก็คือเพื่อนกันทั้งนั้นแหล่ะ....
ย้อนกลับมา ความพร้อมของร้าน ที่ดึงดูดลูกค้า อยากจะเข้าคือความเชื่อมั่นการ บริการ การซ่อม และเครื่องมือซ่อม ควรจะมีให้พร้อม.. เคยไปร้านจักรยานใน ทิเบต เขาใช้เครื่องมือซ้อมแบบพื้นบ้าน ทั้งตอกทั้งตี เฟรมเสือภูเขา ตั้งแต่นั้นลูกค้าผมที่เป็นฝรั่ง ก็มาหาร้านผม กันหมด แถมเครื่องมือของผมก็เป็นเครื่องมือเฉพาะ ซ่อมจักรยาน แถมบางอย่างง่ายๆ ไม่ยาก ผมซ่อมให้ฟรีด้วยซ้ำ......
ย้อนกลับมาเรื่องของที่จะสั่งมาขาย ก็ลองติดต่อ บริษัทนำเข้าต่างๆในไทย ก็ขึ้นอยู่กับเราว่าอยากขายอะไร..และเงื่อนไขแต่ล่ะบริษัทเค้าเป็นอย่างไร... เขาคงให้คำปรึกษากับเราได้..... คร่าวๆแค่นี้ก่อนนะครับ....เปิดได้แล้ว มาแนะนำตัวในเวปก็ดีนะครับ...![]()
![]()
![]()