Village Old Barn
เหตุผลหนึ่งที่เราเลือกปั่นจากปากช่องมาวังน้ำเขียวเป็นสนามซ้อม
ก็เพราะ Village farm นี่แหละครับ
บอมบ์ตั้งใจชวนมาทานอาหารเย็นและชิมไวน์ ของวังน้ำเขียวไวเนอรี่
ปั่นมาถึงเหนื่อยก็เหนื่อยๆ หิวก็หิว เพราะไม่ได้กินข้าวเที่ยงกันมา
อาบน้ำให้สดชื่น แล้วตรงไปยัง Village Old Barn ร้านอาหารของ Village farm
จากเดิมที่ตั้งใจจะทานไวน์กับเสต็กเป็นมื้อเย็น
แต่ด้วยความหิว สเต็กคงไม่อยู่ท้อง
ผมกับบอมบ์เลยสั่ง
น้ำพริกชาวไร่ ต้มแซบกระดูกหมู และ ไข่เจียวสมุนไพร มาทานกับข้าวสวย
ส่วนน้องอ้วนซึ่งไม่ทานแอลกอฮอล์สั่งสเต็กหมูมาทาน (ตรงข้ามกับพี่ชายหมด 5555)
น้ำพริกชาวไร่ ทำจากปลากระป๋องผัดกับเครื่องน้ำพริกกลิ่นหอม
รสชาดไม่จัดจ้าน เสิร์ฟพร้อมผักสด จากไร่วังน้ำเขียว
ต้มแซบกระดูกหมูใส่เห็ดญี่ปุ่น รสกลมกล่อม
ทั้งสองเมนูทานกับข้าวสวยร้อนและ
ไข่เจียวสมุนไพรแสนอร่อย
ถ้าจะถือธรรมเนียมตามคอไวน์ขนานแท้แล้ว
อาหารแบบบ้านๆ มื้อนี้ไม่เข้ากับไวน์เอาซะเลย
แต่สำหรับผมซึ่งเป็นคอไวน์มือใหม่ กลับมองว่านี่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของที่ Village farm ครับ
ไวน์มาตรฐานยุโรปหัวใจไทยรสเยี่ยมเปรียบเสมือนแขกบ้านต่างเมือง
กับอาหารพื้นบ้านรสเลิศที่เปรียบเสมือนเจ้าบ้าน
ทั้งสองอย่างผสมกันได้ลงตัวอย่างกลมกลืน เหมือนได้ผูกเสี่ยวเข้าด้วยกันไว้ ณ ดินแดนที่ราบสูง
อาหารมื้อนี้ลงตัวสุดๆ
ปล.นิดหนึ่ง
คุณบอมบ์แนะนำว่าก่อนดื่มไวน์ คอไวน์เขาจะต้องดูขาไวน์
ดมไวน์แล้วค่อยดื่ม พร้อมทั้งสอนวิธีดูขาไวน์
ผมยกแก้วขึ้นส่องอยู่นานยังไงก็ไม่เห็นขาไวน์
น้องอ้วนซึ่งกำลังทานเสต็กอยู่เงยหน้าขึ้นมามองแล้วบอกว่า
“นั่นมันแก้วน้ำองุ่นไม่ใช่เหรอครับพี่..”