ทัวร์ริ่ง / ลาว - ซาปาเวียดนาม
- sananmunketvit
- สมาชิก
- โพสต์: 76
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ม.ค. 2013, 20:21
- Tel: 0895650940
- team: ท่ามะเขือ
- Bike: giant xtc
Re: สรุปทริปทัวร์ริ่ง / ลาว - ซาปาเวียดนาม
สาวมาย (พัทธวรรณ์) /นักประพันธ์ประจำทริป 8 เมษายน 2560 สปป.ลาว/ ซาปา เวียดนาม เยี่ยมๆๆสุดยอดครับอ่านได้เพลิดเพลิน สนุกมากๆๆ
- เสือหงอย
- ขาประจำ
- โพสต์: 3484
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 18:28
- Tel: -
- team: ชมรมจักรยานจังหวัดชุมพร
- Bike: surly lht,trek 520,spec.
-
พัทธวรรณ์ K.
- สมาชิก
- โพสต์: 75
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.ย. 2015, 16:41
- team: ฅนปั่นอิสระ
- Bike: Touring เสือหมอบ เสือภูเขา
- ติดต่อ:
Re: สรุปทริปทัวร์ริ่ง / ลาว - ซาปาเวียดนาม
เดินทางวันที่ 6
โดดตู้มน้ำตกกวางสี หลวงพระบาง
วันที่ 12 เมษายน 2560 ตื่นตีสี่อาบน้ำแต่เช้าต้อนรับวันเริ่มเทศกาลสงกรานต์ออกไปตักบาตรข้าวเหนียวดีกว่า ได้ข่าวว่าเสน่ห์ที่ทำให้นักเดินทางทั่วโลกหลงรักคือ ตื่นมารอใส่บาตรพระสงฆ์นับร้อยรูปที่เดินบิณฑบาตเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบ เจอพี่สนั่นกับพี่ฉลองกำลังเตรียมจักรยานออกจึงขอตามไปด้วย ตอนใส่บาตรแทบจกข้าวเหนียวใส่ไม่ทัน ท่านก็เดินของท่านช้านะ แต่เดินผ่านๆ เป็นการตักบาตรที่ต้องทำเวลาแข่งกับความเร็ว มือต้องไว ใจไว จกใส่ จกใส่ แทบไม่ทันท่าน ตื่นเต้นและลุ้นดีคะ
กลับมาห้องรู้สึกแน่นหน้าอกหายใจไม่โล่ง มันอึดอัดเหมือนออกซิเจนเข้าไม่เต็มปอด ก็อวกอีกคะ ประเมินอาการตัวเองในใจว่าเริ่มเป็นแบบนี้ถี่ขึ้น หากฝืนปั่นต่อเวียดนามเสี่ยงเป็นภาระคนร่วมทาง ถ้าเป็นอะไรระหว่างทางในต่างแดนไม่สนุกทั้งกลุ่มแน่ จึงคิดปิดทริปตัวเองตามประสาคนใจเสาะ ที่นี่หารถกลับบ้านสะดวกกว่า แต่ไปให้หมอตรวจให้แน่ใจสักหน่อยน่าจะดี ออกไปสอบถามเจ้าของห้องพักได้ความว่าเขาเปิดช่วงเย็น
สายวันนี้คณะมีโปรแกรมไปเล่นน้ำตกกวางสี (ตาดกวางสี) แต่แดดก็ยังร้อนระอุอยู่ พวกเราทั้งหมดเปลี่ยนใจจากปั่นเป็นหารถไป ยกเว้นเถ้าแก่น้อยกับพี่อ่ำแกไม่รู้แผนเปลี่ยน ปั่นจักรยานล่วงหน้าไปก่อนแต่เช้าแล้ว สายหน่อยก็ได้รถเช่าไปน้ำตก อยู่ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบางไปทางทิศใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร บริเวณทางเข้าน้ำตกเป็นศูนย์อนุรักษ์และดูแลหมีดำ เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-17.30 น.
ไฮไลท์ของน้ำตกแห่งนี้อยู่ชั้นบนสุดซึ่งมีความสูงถึง 70 เมตร โดยน้ำตกจะไหลลงมาตามสระน้ำ แอ่งเล็ก แอ่งน้อย อยู่กระจัดกระจายลดหลั่นเป็นชั้นๆ ลงไปสู่น้ำตกชั้นล่าง เหมือนจะเชื้อเชิญเราว่ามาสิ.. มาสิ.. แก้ผ้ากระโดดตู้มแหวกว่ายเล่นเล้ยย มีแอ่งย่อยเป็นมุมส่วนตัวเยอะแยะเลือกตรงไหนก็ได้ คนมากแค่ไหนก็ไม่แออัด โดดเลยๆ คิดเองเออเองฮ่าๆๆ ส่วนด้านล่างเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่สุด
สามารถกระโดดลงจากต้นไม้ใหญ่ลงสู่แอ่งน้ำเล่นได้อย่างสนุกสนาน นอกจากความยิ่งใหญ่ของน้ำตกแห่งนี้แล้ว สีของน้ำตกยังสวยงามจนน่าทึ่งอีกด้วย เพราะน้ำมีสีฟ้าใสซึ่งเกิดจากแร่ธาตุที่อยู่บริเวณน้ำตก นอกจากน้ำเย็นชุ่มฉ่ำแล้ว เดินเท้าเปล่าพื้นดินบริเวณนั้นก็นุ๊มนุ่มเย็นเท้า ดูสะอาดดีด้วยคะ ส่วนอากาศก็บริสุทธิ์อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้เล็กใหญ่รอบด้าน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจึงนิยมมาเล่นน้ำกันที่นี้คะ
ระหว่างที่พี่มายเดินไปแช๊ะๆไป หันมาอีกทีพวกหนุ่มหายต๋อมไปเลย เดินตามหาก็ไม่เห็น แม้แต่พี่หัวหน้ากบเองเดินตามกันอยู่ดีหายแว๊บเลย คนเป็นความดัน คนมีรูเดียว พี่ถัง พี่อ่ำ เถ้าแก่น้อย หนุ่มพวกนี้ไม่รู้อยู่ไหน มารู้ที่หลังว่าโน้นนนน.. ชวนกันไปซุ่มดูแหม่มสาวอวบๆ ขาวๆ ใส่ชุดบีกินี่สองชิ้นเล่นน้ำ ดูเพลิดเพลินเจริญตาจนลืมเวลา จนกระทั่งฟ้าร้องขู่ฮึ่มๆ พายุพัดกระพือหอบก้อนเมฆดำทะมึนก้อนใหญ่มหึมาลอยมา พวกแกถึงหนีกระเจิดกระเจิงลงมา ได้เห็นกันก็ตอนนั้นแหละฮ่าๆ หิวเข้าแระเดี๋ยวแวะมาเขียนต่อคะ
ไปถึงสายนั่งรอพระบิณฑบาตผ่านมาซึ่งมีน้อยลง



แวะตลาดเช้า มีหลายอย่างวางขายในตลาดไม่รู้จัก ที่รู้จักและอยากกินมากคือแตกไทย แต่ลำบากซื้อขนใส่จักรยาน





ขอมอบพวงมาลัยประยุกต์ บรรทุกท้ายจักรยาน ฝ่าแดดต่างแดนมาตั้งนาน สงกรานต์วันนี้ฤกษ์ดี
บรรจงคล้องคอสวัสดีปีใหม่ ด้วยรักจากใจพี่มายแด่พี่่นักปั่นทุกท่าน จงมีความสำราญสุขสนุกสนานวันสงกรานต์คะ กอดหน่อยๆ






ตรงทางเข้าพี่หัวหน้ากบกลายพันธุ์จะเป็นหมีดำให้ได้แระคะ หน้าเหมือนอยู่นะ 555

สนุกแค่ไหน สถานที่สวยงามแค่ไหน อยู่ต่อนานปานใด สุดท้ายก็ต้องจากไป ลาก่อน









โดดตู้มน้ำตกกวางสี หลวงพระบาง
วันที่ 12 เมษายน 2560 ตื่นตีสี่อาบน้ำแต่เช้าต้อนรับวันเริ่มเทศกาลสงกรานต์ออกไปตักบาตรข้าวเหนียวดีกว่า ได้ข่าวว่าเสน่ห์ที่ทำให้นักเดินทางทั่วโลกหลงรักคือ ตื่นมารอใส่บาตรพระสงฆ์นับร้อยรูปที่เดินบิณฑบาตเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบ เจอพี่สนั่นกับพี่ฉลองกำลังเตรียมจักรยานออกจึงขอตามไปด้วย ตอนใส่บาตรแทบจกข้าวเหนียวใส่ไม่ทัน ท่านก็เดินของท่านช้านะ แต่เดินผ่านๆ เป็นการตักบาตรที่ต้องทำเวลาแข่งกับความเร็ว มือต้องไว ใจไว จกใส่ จกใส่ แทบไม่ทันท่าน ตื่นเต้นและลุ้นดีคะ
กลับมาห้องรู้สึกแน่นหน้าอกหายใจไม่โล่ง มันอึดอัดเหมือนออกซิเจนเข้าไม่เต็มปอด ก็อวกอีกคะ ประเมินอาการตัวเองในใจว่าเริ่มเป็นแบบนี้ถี่ขึ้น หากฝืนปั่นต่อเวียดนามเสี่ยงเป็นภาระคนร่วมทาง ถ้าเป็นอะไรระหว่างทางในต่างแดนไม่สนุกทั้งกลุ่มแน่ จึงคิดปิดทริปตัวเองตามประสาคนใจเสาะ ที่นี่หารถกลับบ้านสะดวกกว่า แต่ไปให้หมอตรวจให้แน่ใจสักหน่อยน่าจะดี ออกไปสอบถามเจ้าของห้องพักได้ความว่าเขาเปิดช่วงเย็น
สายวันนี้คณะมีโปรแกรมไปเล่นน้ำตกกวางสี (ตาดกวางสี) แต่แดดก็ยังร้อนระอุอยู่ พวกเราทั้งหมดเปลี่ยนใจจากปั่นเป็นหารถไป ยกเว้นเถ้าแก่น้อยกับพี่อ่ำแกไม่รู้แผนเปลี่ยน ปั่นจักรยานล่วงหน้าไปก่อนแต่เช้าแล้ว สายหน่อยก็ได้รถเช่าไปน้ำตก อยู่ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบางไปทางทิศใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร บริเวณทางเข้าน้ำตกเป็นศูนย์อนุรักษ์และดูแลหมีดำ เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-17.30 น.
ไฮไลท์ของน้ำตกแห่งนี้อยู่ชั้นบนสุดซึ่งมีความสูงถึง 70 เมตร โดยน้ำตกจะไหลลงมาตามสระน้ำ แอ่งเล็ก แอ่งน้อย อยู่กระจัดกระจายลดหลั่นเป็นชั้นๆ ลงไปสู่น้ำตกชั้นล่าง เหมือนจะเชื้อเชิญเราว่ามาสิ.. มาสิ.. แก้ผ้ากระโดดตู้มแหวกว่ายเล่นเล้ยย มีแอ่งย่อยเป็นมุมส่วนตัวเยอะแยะเลือกตรงไหนก็ได้ คนมากแค่ไหนก็ไม่แออัด โดดเลยๆ คิดเองเออเองฮ่าๆๆ ส่วนด้านล่างเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่สุด
สามารถกระโดดลงจากต้นไม้ใหญ่ลงสู่แอ่งน้ำเล่นได้อย่างสนุกสนาน นอกจากความยิ่งใหญ่ของน้ำตกแห่งนี้แล้ว สีของน้ำตกยังสวยงามจนน่าทึ่งอีกด้วย เพราะน้ำมีสีฟ้าใสซึ่งเกิดจากแร่ธาตุที่อยู่บริเวณน้ำตก นอกจากน้ำเย็นชุ่มฉ่ำแล้ว เดินเท้าเปล่าพื้นดินบริเวณนั้นก็นุ๊มนุ่มเย็นเท้า ดูสะอาดดีด้วยคะ ส่วนอากาศก็บริสุทธิ์อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้เล็กใหญ่รอบด้าน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจึงนิยมมาเล่นน้ำกันที่นี้คะ
ระหว่างที่พี่มายเดินไปแช๊ะๆไป หันมาอีกทีพวกหนุ่มหายต๋อมไปเลย เดินตามหาก็ไม่เห็น แม้แต่พี่หัวหน้ากบเองเดินตามกันอยู่ดีหายแว๊บเลย คนเป็นความดัน คนมีรูเดียว พี่ถัง พี่อ่ำ เถ้าแก่น้อย หนุ่มพวกนี้ไม่รู้อยู่ไหน มารู้ที่หลังว่าโน้นนนน.. ชวนกันไปซุ่มดูแหม่มสาวอวบๆ ขาวๆ ใส่ชุดบีกินี่สองชิ้นเล่นน้ำ ดูเพลิดเพลินเจริญตาจนลืมเวลา จนกระทั่งฟ้าร้องขู่ฮึ่มๆ พายุพัดกระพือหอบก้อนเมฆดำทะมึนก้อนใหญ่มหึมาลอยมา พวกแกถึงหนีกระเจิดกระเจิงลงมา ได้เห็นกันก็ตอนนั้นแหละฮ่าๆ หิวเข้าแระเดี๋ยวแวะมาเขียนต่อคะ
ไปถึงสายนั่งรอพระบิณฑบาตผ่านมาซึ่งมีน้อยลง



แวะตลาดเช้า มีหลายอย่างวางขายในตลาดไม่รู้จัก ที่รู้จักและอยากกินมากคือแตกไทย แต่ลำบากซื้อขนใส่จักรยาน





ขอมอบพวงมาลัยประยุกต์ บรรทุกท้ายจักรยาน ฝ่าแดดต่างแดนมาตั้งนาน สงกรานต์วันนี้ฤกษ์ดี
บรรจงคล้องคอสวัสดีปีใหม่ ด้วยรักจากใจพี่มายแด่พี่่นักปั่นทุกท่าน จงมีความสำราญสุขสนุกสนานวันสงกรานต์คะ กอดหน่อยๆ






ตรงทางเข้าพี่หัวหน้ากบกลายพันธุ์จะเป็นหมีดำให้ได้แระคะ หน้าเหมือนอยู่นะ 555

สนุกแค่ไหน สถานที่สวยงามแค่ไหน อยู่ต่อนานปานใด สุดท้ายก็ต้องจากไป ลาก่อน









แก้ไขล่าสุดโดย พัทธวรรณ์ K. เมื่อ 10 มี.ค. 2018, 15:22, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
-
พัทธวรรณ์ K.
- สมาชิก
- โพสต์: 75
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.ย. 2015, 16:41
- team: ฅนปั่นอิสระ
- Bike: Touring เสือหมอบ เสือภูเขา
- ติดต่อ:
Re: สรุปทริปทัวร์ริ่ง / ลาว - ซาปาเวียดนาม
เดินทางวันที่ 6
พี่มายคนสวยใจเสาะเข้าพบหมอหัวใจ ผลออกมาต้องหยุดพักผ่อน
เย็นวันนี้ที่12 พี่อ่ำเสือหน้าเดียว (ได้ฉายาจากพี่มล) ก็ต้องอำลาพวกเราเดินทางกลับบ้านตามลำพัง เพราะวีซ่าทางบ้านได้มาแค่นี้ พรุ่งนี้เช้าพี่สนั่นกับพี่ฉลองก็จะแยกทางกลับบ้านเช่นกัน เนื่องจากเมื่อวานเย็นหมอวินิจฉัยว่าพี่สนั่นความดันสูงควรพักยาว ส่วนคณะที่เหลือก็จะเดินทางไปที่เมืองใหม่ฉลองสงกรานต์บ้านลูกสาวพี่หัวหน้ากบ และตั้งหลักเพื่อข้ามด่านเดียนเบียนฟู เข้าเวียดนาม
พี่มายคิดหนักเรื่องปัญหาสุขภาพจะให้พี่มลกับพี่กุยไปต่อ ทั้งสองก็ยืนยันหนักแน่นถ้าไปไหนไปด้วย นั่น! ตัวดันติดกันน้อ555 คำตอบของสองบัดดี้อย่างนี้ยิ่งคิดหนักใหญ่ พวกเราสามคนปรับตัวเป็นบัดดี้กันตั้งแต่เริ่มทริปเลย โดยปั่นกินนอนห้องเดียวกัน จึงวนถามใจตัวเอง ไปต่อ!! กลับ!! ได้คำตอบตามประสาคนใจเสาะว่า “กลับ” เพราะสุขภาพเริ่มออกอาการแย่สะสมหลายวันไม่อยากเป็นภาระใครกลับดีกว่า พี่สนั่นกับพี่ฉลองเพิ่งไปหาหมอมานี่นา ไปขอร้องให้พาไปหาหมอตรวจให้ชัวร์ค่อยตัดสินใจอีกทีดีกว่า พี่แกทั้งสองก็ใจเด็ดพาปั่นท่ามกลางฝนตกรำไรๆ ไปคลินิกแรกปิด ไปคลินิกที่สองรับรักษาเฉพาะเด็ก คลินิกที่สามรักษาหัวใจ ผลตรวจลงเอยว่าควรพักผ่อนสักระยะ ไม่ควรออกกำลังกายหนัก หรือทำอะไรหักโหมอีก แกใจดีมากแจกยามาเยอะแยะ น่าจะเยอะกว่ายาที่หมอจ่ายให้พี่สนั่นอีก พี่มายกลัวว่าจะแพงรีบถามคุณหมอทันทีเลยว่า รูดบัตรเครดิตได้ไหมคุณหมอ ไม่ได้รูดนานแล้วเกรงใจบัตรฮ่าๆๆ เย็นนั้นจึงไปแจ้งทุกคนว่าจะกลับบ้านเลย (คุณหมอเคยทำงานเมืองนอกนานกว่าสิบปี และบินมาสัมมนาที่โรงพยาบาลจุฬาบ่อย)
จะว่าไปแล้วมันก็จบลงด้วยดีตามที่ฝันไว้เมื่อสองปีที่แล้วนะ คือมาถึงแค่หลวงพระบาง ส่วนปั่นต่อไปถึงซาปานั้นอยู่ในลายแทงของกลุ่มพี่หัวหน้ากบตั้งแต่ต้นแล้ว ถ้าได้ไปก็ถือว่ากำไรคะ เหตุผลพี่มายเริ่มจับจักรยานเพราะเคยดูรายการทีวีหรือไปอ่านอะไรมานี่แหละจำไม่ได้ แต่เกี่ยวกับปั่นเที่ยวในลาวก็อยากไป จึงไปซื้อจักรยานมาแล้วเริ่มต้นปั่นตั้งแต่นั้น ด้วยไม่เคยจับจักรยานก็คิดตื้นๆ ว่าปั่นจักรยานง่ายจะตายใครก็ปั่นได้ ปั่นแค่ 23.50กิโล ก็ไปลาวได้แล้ว ตอนนั้นไม่รู้ว่าตัวเองมีปัญหาสุขภาพ วันแรกปั่นแค่ 23.50กม.ปรากฎว่าหายใจไม่ทัน ใจสั่น ขาสั่น มือสั่น หน้ามืดตามัว พอจอดจักรยานขาแตะพื้นเข่าพับล้มทับจักรยานเลย วันนั้นปั่นจอดนอนตายข้างทางไปเรื่อยๆ ปั่นแบบสะ-โหล-สะ-เหลใช้เวลาเกือบ 3ชั่วโมง ตื่นเช้ามาเจ็บปวดกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย ก้าวขาขึ้นลงบันไดไม่ได้ ซื้อน้ำแข็งสามถุงประคบก็ไม่หาย วันต่อมาใช้ถุงน้ำร้อนสองถุงประคบค่อยทุเลาลง แต่ก็ไม่เข็ดหลาบนะ ปั่นๆ หยุดๆ กัดฟันอดทนแบบนี้เรื่อยมาสองปีกว่า มาวันนี้ได้ถึงหลวงพระบางตามฝันแล้ว ฝันเป็นจริงก็พอใจแล้ว มองย้อนหลังกลับไปสิ่งที่ได้ คือ ภูมิใจตัวเอง ได้สุขภาพดีขึ้น ได้มิตรภาพร่วมทาง ได้เห็นการเป็นไปต่างๆระหว่างทาง
แวะมาแบ่งปันประสบการณ์สรุปทริปครั้งนี้ไม่ได้จะมาโอ้อวด ขอยอมรับว่าเป็นคนใจเสาะจริง แต่มีบ้างบางทีก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเช่น ถ้าอะไรมันโดน ก็เกิดใจกล้า ใจสู้ นานไปใจมันก็รัก พอใจรักก็ยึดกฎแห่งความสำเร็จ คือลงมือทำเดี๋ยวนี้ ทั้งที่ไม่มีความรู้ ไม่เก่ง และปั่นไม่เคยทันใครสักคน ดันเนินเล็กเนินน้อย ดันเขาลูกไหนๆ ก็เหนื่อยแทบขาดใจทุกที แต่ก็อดทนปั่นอยู่นั่นแระ ใจเรียกร้อง ขาแข้งเรียกร้อง ไม่เข็ดหลาบ พี่มายบ้ามากไหมคะ!!
อยากบอกว่าอย่ากลัวที่จะทำตามฝัน คุณก็ทำฝันให้เป็นจริงเองได้ หากเราไม่หวั่นต่ออุปสรรค แม้ต้นทุนสุขภาพแต่ละคนไม่เหมือนกัน ปั่นด้วยกันเราไม่จำเป็นต้องเก่งเลอเลิศเหมือนใคร ขอให้เรายืนหยัดและมุ่งมั่น มีความเพียร ฝึกให้พอ ถ้ายังไม่ประสบความสำเร็จเราจะไม่มีทางเลิกรา เพราะว่าเราจะต้องเดินไปที่เส้นชัยที่ฝันไว้ให้ถึง หากจะล้มจงล้มไปข้างหน้า ไม่ได้ยอมแพ้ ไม่ได้ถอยหลัง แค่ลุกขึ้นเดินหน้าบนความล้มเหลวต่อไป ไม่ช้าหรือเร็วก็จะแกร่งพอและสำเร็จสักวัน อย่าได้หวั่นกับปัญหาและอุปสรรคใดๆ สิ่งที่ได้ในวันนี้เป็นผลมาจากความมุ่งมั่น วันวานที่ผ่านมาฝันจึงเป็นความจริงด้วยตัวของเราเอง..
สุดท้ายนี้พี่มายขอขอบคุณพี่หัวหน้ากบและสมาชิกทุกท่านที่มีที่ให้พี่มายได้เป็นส่วนหนึ่งของทริปท่าน ซึ่งมันเป็นประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ครั้งแรกในใจของพี่มายไม่ลืมเลือน โดยเฉพาะพี่หัวหน้ากบผู้จัดทริปที่เหนื่อยล้ากว่าใคร ทั้งเรื่องวางแผน เรื่องประสานงาน เรื่องจุกจิกต่างๆ พี่มล พี่กุย พี่สนั่น พี่ฉลอง พี่ลี พี่เล็ก พี่แดง พี่ดาบ พี่อ่ำ เถ้าแก่น้อย พี่ชาญชัย พี่ถัง และพี่ชะลอถึงไม่ได้ร่วมทางด้วยแต่คอยห่วงใยติดตามกลุ่ม คอยหาข้อมูลข่าวสารช่วยเหลือตั้งแต่ต้น.. ขอบคุณคะ
ระหว่างตะลอนปั่นหาคลินิกหัวใจ รู้ตัวแล้วว่าต้องกลับบ้าน หดหู่ใจมากเลย



พี่มายคนสวยใจเสาะเข้าพบหมอหัวใจ ผลออกมาต้องหยุดพักผ่อน
เย็นวันนี้ที่12 พี่อ่ำเสือหน้าเดียว (ได้ฉายาจากพี่มล) ก็ต้องอำลาพวกเราเดินทางกลับบ้านตามลำพัง เพราะวีซ่าทางบ้านได้มาแค่นี้ พรุ่งนี้เช้าพี่สนั่นกับพี่ฉลองก็จะแยกทางกลับบ้านเช่นกัน เนื่องจากเมื่อวานเย็นหมอวินิจฉัยว่าพี่สนั่นความดันสูงควรพักยาว ส่วนคณะที่เหลือก็จะเดินทางไปที่เมืองใหม่ฉลองสงกรานต์บ้านลูกสาวพี่หัวหน้ากบ และตั้งหลักเพื่อข้ามด่านเดียนเบียนฟู เข้าเวียดนาม
พี่มายคิดหนักเรื่องปัญหาสุขภาพจะให้พี่มลกับพี่กุยไปต่อ ทั้งสองก็ยืนยันหนักแน่นถ้าไปไหนไปด้วย นั่น! ตัวดันติดกันน้อ555 คำตอบของสองบัดดี้อย่างนี้ยิ่งคิดหนักใหญ่ พวกเราสามคนปรับตัวเป็นบัดดี้กันตั้งแต่เริ่มทริปเลย โดยปั่นกินนอนห้องเดียวกัน จึงวนถามใจตัวเอง ไปต่อ!! กลับ!! ได้คำตอบตามประสาคนใจเสาะว่า “กลับ” เพราะสุขภาพเริ่มออกอาการแย่สะสมหลายวันไม่อยากเป็นภาระใครกลับดีกว่า พี่สนั่นกับพี่ฉลองเพิ่งไปหาหมอมานี่นา ไปขอร้องให้พาไปหาหมอตรวจให้ชัวร์ค่อยตัดสินใจอีกทีดีกว่า พี่แกทั้งสองก็ใจเด็ดพาปั่นท่ามกลางฝนตกรำไรๆ ไปคลินิกแรกปิด ไปคลินิกที่สองรับรักษาเฉพาะเด็ก คลินิกที่สามรักษาหัวใจ ผลตรวจลงเอยว่าควรพักผ่อนสักระยะ ไม่ควรออกกำลังกายหนัก หรือทำอะไรหักโหมอีก แกใจดีมากแจกยามาเยอะแยะ น่าจะเยอะกว่ายาที่หมอจ่ายให้พี่สนั่นอีก พี่มายกลัวว่าจะแพงรีบถามคุณหมอทันทีเลยว่า รูดบัตรเครดิตได้ไหมคุณหมอ ไม่ได้รูดนานแล้วเกรงใจบัตรฮ่าๆๆ เย็นนั้นจึงไปแจ้งทุกคนว่าจะกลับบ้านเลย (คุณหมอเคยทำงานเมืองนอกนานกว่าสิบปี และบินมาสัมมนาที่โรงพยาบาลจุฬาบ่อย)
จะว่าไปแล้วมันก็จบลงด้วยดีตามที่ฝันไว้เมื่อสองปีที่แล้วนะ คือมาถึงแค่หลวงพระบาง ส่วนปั่นต่อไปถึงซาปานั้นอยู่ในลายแทงของกลุ่มพี่หัวหน้ากบตั้งแต่ต้นแล้ว ถ้าได้ไปก็ถือว่ากำไรคะ เหตุผลพี่มายเริ่มจับจักรยานเพราะเคยดูรายการทีวีหรือไปอ่านอะไรมานี่แหละจำไม่ได้ แต่เกี่ยวกับปั่นเที่ยวในลาวก็อยากไป จึงไปซื้อจักรยานมาแล้วเริ่มต้นปั่นตั้งแต่นั้น ด้วยไม่เคยจับจักรยานก็คิดตื้นๆ ว่าปั่นจักรยานง่ายจะตายใครก็ปั่นได้ ปั่นแค่ 23.50กิโล ก็ไปลาวได้แล้ว ตอนนั้นไม่รู้ว่าตัวเองมีปัญหาสุขภาพ วันแรกปั่นแค่ 23.50กม.ปรากฎว่าหายใจไม่ทัน ใจสั่น ขาสั่น มือสั่น หน้ามืดตามัว พอจอดจักรยานขาแตะพื้นเข่าพับล้มทับจักรยานเลย วันนั้นปั่นจอดนอนตายข้างทางไปเรื่อยๆ ปั่นแบบสะ-โหล-สะ-เหลใช้เวลาเกือบ 3ชั่วโมง ตื่นเช้ามาเจ็บปวดกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย ก้าวขาขึ้นลงบันไดไม่ได้ ซื้อน้ำแข็งสามถุงประคบก็ไม่หาย วันต่อมาใช้ถุงน้ำร้อนสองถุงประคบค่อยทุเลาลง แต่ก็ไม่เข็ดหลาบนะ ปั่นๆ หยุดๆ กัดฟันอดทนแบบนี้เรื่อยมาสองปีกว่า มาวันนี้ได้ถึงหลวงพระบางตามฝันแล้ว ฝันเป็นจริงก็พอใจแล้ว มองย้อนหลังกลับไปสิ่งที่ได้ คือ ภูมิใจตัวเอง ได้สุขภาพดีขึ้น ได้มิตรภาพร่วมทาง ได้เห็นการเป็นไปต่างๆระหว่างทาง
แวะมาแบ่งปันประสบการณ์สรุปทริปครั้งนี้ไม่ได้จะมาโอ้อวด ขอยอมรับว่าเป็นคนใจเสาะจริง แต่มีบ้างบางทีก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเช่น ถ้าอะไรมันโดน ก็เกิดใจกล้า ใจสู้ นานไปใจมันก็รัก พอใจรักก็ยึดกฎแห่งความสำเร็จ คือลงมือทำเดี๋ยวนี้ ทั้งที่ไม่มีความรู้ ไม่เก่ง และปั่นไม่เคยทันใครสักคน ดันเนินเล็กเนินน้อย ดันเขาลูกไหนๆ ก็เหนื่อยแทบขาดใจทุกที แต่ก็อดทนปั่นอยู่นั่นแระ ใจเรียกร้อง ขาแข้งเรียกร้อง ไม่เข็ดหลาบ พี่มายบ้ามากไหมคะ!!
อยากบอกว่าอย่ากลัวที่จะทำตามฝัน คุณก็ทำฝันให้เป็นจริงเองได้ หากเราไม่หวั่นต่ออุปสรรค แม้ต้นทุนสุขภาพแต่ละคนไม่เหมือนกัน ปั่นด้วยกันเราไม่จำเป็นต้องเก่งเลอเลิศเหมือนใคร ขอให้เรายืนหยัดและมุ่งมั่น มีความเพียร ฝึกให้พอ ถ้ายังไม่ประสบความสำเร็จเราจะไม่มีทางเลิกรา เพราะว่าเราจะต้องเดินไปที่เส้นชัยที่ฝันไว้ให้ถึง หากจะล้มจงล้มไปข้างหน้า ไม่ได้ยอมแพ้ ไม่ได้ถอยหลัง แค่ลุกขึ้นเดินหน้าบนความล้มเหลวต่อไป ไม่ช้าหรือเร็วก็จะแกร่งพอและสำเร็จสักวัน อย่าได้หวั่นกับปัญหาและอุปสรรคใดๆ สิ่งที่ได้ในวันนี้เป็นผลมาจากความมุ่งมั่น วันวานที่ผ่านมาฝันจึงเป็นความจริงด้วยตัวของเราเอง..
สุดท้ายนี้พี่มายขอขอบคุณพี่หัวหน้ากบและสมาชิกทุกท่านที่มีที่ให้พี่มายได้เป็นส่วนหนึ่งของทริปท่าน ซึ่งมันเป็นประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ครั้งแรกในใจของพี่มายไม่ลืมเลือน โดยเฉพาะพี่หัวหน้ากบผู้จัดทริปที่เหนื่อยล้ากว่าใคร ทั้งเรื่องวางแผน เรื่องประสานงาน เรื่องจุกจิกต่างๆ พี่มล พี่กุย พี่สนั่น พี่ฉลอง พี่ลี พี่เล็ก พี่แดง พี่ดาบ พี่อ่ำ เถ้าแก่น้อย พี่ชาญชัย พี่ถัง และพี่ชะลอถึงไม่ได้ร่วมทางด้วยแต่คอยห่วงใยติดตามกลุ่ม คอยหาข้อมูลข่าวสารช่วยเหลือตั้งแต่ต้น.. ขอบคุณคะ
ระหว่างตะลอนปั่นหาคลินิกหัวใจ รู้ตัวแล้วว่าต้องกลับบ้าน หดหู่ใจมากเลย



แก้ไขล่าสุดโดย พัทธวรรณ์ K. เมื่อ 10 มี.ค. 2018, 23:29, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง
- เสือนู๋ลี
- ขาประจำ
- โพสต์: 983
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2010, 07:03
- team: เสือศรีสวัสดิ์
- Bike: LA , Bianchi
Re: สรุปทริปทัวร์ริ่ง / ลาว - ซาปาเวียดนาม
รูปล่าสุด คุณมายกะลังดราม่าฝุดๆเลย
โถ...ไม่น่าตัดช่องน้อย....ตัดสินใจจบทริปที่หลวงพระบาง แบบสะอื้นต่อมน้ำตาแตก แถมเฮียกุยและคุณมลก้อต้องจากลาด้วย เศร้าทั้งแก๊งส์เลย
แต่ก้อยังแอบมีข่าวดี ระหว่างทางอ.กบมากระซิบในรถว่า ก๊วนคุณมาย ได้กลับเนื้อกลับตัว แถมกลับใจ ตามมาสมทบพวกเราที่เดียนเบียนฟู
แล้วจากนี้ไป คร้าย?จะพากย์ทริปนี้ต่อละนิ
งั้นนู๋ลีขออาสาขี่ม้า....เอ๊ย!ขี่จักรยานเม้าท์ต่อจากคุณมายเลยละกัน
ก่อนจะจากหลวงพระบาง ก๊วนนู๋ลีได้แอบไปฉลองอาหารเวียดนามเอาฤกษ์เอาชัย
โซ้ยผักนานาชนิดจนอิ่มแปล้เลย
ตกกลางคืนท้องไส้เริ่มปั่นป่วน นึกปลอบใจ กินผักเยอะ มันถึงถ่ายคล่องไง แต่พอต้องเข้าห้องน้ำทั้งคืน เอ๊ะชักจะไม่เข้าท่าแล้ว!
แต่ยังดีที่วันนี้ อ.กบวางแผนให้ พวกเราได้เหมารถเดินทางสู่เมืองใหม่ ดีจัง....วันนี้ไม่ต้องออกแรงปั่น
ระหว่างทาง สภาพเส้นทางเป็นภูเขาซะส่วนใหญ่ รถต้องขับไต่ขึ้นลัดเลาะชวนให้เมาๆ มึนๆ ตลอดทาง

ลงเอย ด้วยการอาเจียนไป 1 ชุดใหญ่ ชักเริ่มเอะใจ นึกถึงอาหารมื้อค่ำเมื่อวาน เริ่มสำแดงอาการอาหารเป็นพิษแล้ว
เดิมก้อเป็นคนทานยากอยู่แล้ว เจออาหารทางลาวเหนือ ดูแปลกตา ก้อเลยไม่กล้าทาน
กว่าจะถึงเมืองใหม่ ได้เจอดับเบิ้ลเย็น
เย็นที่ 1 คือเวลา เย็นที่ 2คือ อากาศที่เย็นยะเยือก ช่างแตกต่างจากหลายวันที่พวกเราได้ประสบมา
ถ้าได้ติดตามคุณมายพากย์ จะได้ยินแต่ว่าร้อนๆ แดดๆ แผดเผา จนแทบมอดไหม้
ดูสีหน้านู๋ลีซิฮ๊า หน้าตายังใสวิ้ง วิ้ง!

บรรยากาศยามเย็นที่เมืองใหม่ ช่างวิเศษซ้าเหลือเกิน แถมคืนนี้ยิ่งดูครึกครื้น เพราะเป็นวันสงกรานต์
ชาวบ้านญาติสนิทมิตรสหายต่างมาร่วมสังสรรค์เฮฮา ฉลองวันขึ้นปีใหม่
พวกเราพลอยได้รับอานิสงค์ เพราะอ.กบชักชวนพวกเราไปร่วมงานเลี้ยงบ้านคนคุ้นเคยของอ.กบ
เสียงเพลงดังกระหึ่มแข่งกับเสียงหัวเราะครึกครื้น พวกเราได้แต่ส่งรอยยิ้มแทนการทักทาย
เจ้าบ้านใจดีต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น อาหารเต็มโต๊ะแถมคอยรินเบียร์เสริฟ์ให้พวกเราอย่างเอาอกเอาใจ
นู๋ลีแอบนึกเสียดายก๊วนคุณมาย คุณมล ผู้สาวขาร็อคตัวจริง 555 ที่ไม่ได้มาร่วมงาน ถ้าได้ 2 สาวนี้คงสร้างสีสันในงานได้มากทีเดียว
กรุงศรีฯไม่เคยขาดแคลนผู้กล้าฉันใด ทริปซาปาของเราก้อเช่นกัน
อ.กบ และพี่แดง อาสาแย่งไมค์ช่วยกันร้องเพลงกระชับสัมพันธ์ ไทย-ลาว



นู๋ลีของอาสาแดนส์เองค่ะ ถูกสเต๊ปบ้างผิดบ้าง ก้อไม่สน เน้นเอามันส์

อยากจะดริ๊งค์ต่อ แต่วันรุ่งขึ้นพวกเรามีภารกิจที่จะต้องปั่นขึ้นไปด่านปางหก เพื่อจะออกจากลาวไปเดียนเบียนฟู ประเทศเวียดนาม จำใจต้องลาจากเจ้าบ้านใจดี
ขอบพระคุณสำหรับมิตรไมตรีที่ต้อนรับพวกเราอย่างแสนอบอุ่นค่ะ
ตอนเช้าก่อนออกเดินทางเจ้าบ้านยังเลี้ยงอาหารเช้าแก่พวกเรา อีก
ซาบซึ้งใจพวกเราเกินจะบรรยาย
โถ...ไม่น่าตัดช่องน้อย....ตัดสินใจจบทริปที่หลวงพระบาง แบบสะอื้นต่อมน้ำตาแตก แถมเฮียกุยและคุณมลก้อต้องจากลาด้วย เศร้าทั้งแก๊งส์เลย
แต่ก้อยังแอบมีข่าวดี ระหว่างทางอ.กบมากระซิบในรถว่า ก๊วนคุณมาย ได้กลับเนื้อกลับตัว แถมกลับใจ ตามมาสมทบพวกเราที่เดียนเบียนฟู
แล้วจากนี้ไป คร้าย?จะพากย์ทริปนี้ต่อละนิ
งั้นนู๋ลีขออาสาขี่ม้า....เอ๊ย!ขี่จักรยานเม้าท์ต่อจากคุณมายเลยละกัน
ก่อนจะจากหลวงพระบาง ก๊วนนู๋ลีได้แอบไปฉลองอาหารเวียดนามเอาฤกษ์เอาชัย
โซ้ยผักนานาชนิดจนอิ่มแปล้เลย
ตกกลางคืนท้องไส้เริ่มปั่นป่วน นึกปลอบใจ กินผักเยอะ มันถึงถ่ายคล่องไง แต่พอต้องเข้าห้องน้ำทั้งคืน เอ๊ะชักจะไม่เข้าท่าแล้ว!
แต่ยังดีที่วันนี้ อ.กบวางแผนให้ พวกเราได้เหมารถเดินทางสู่เมืองใหม่ ดีจัง....วันนี้ไม่ต้องออกแรงปั่น
ระหว่างทาง สภาพเส้นทางเป็นภูเขาซะส่วนใหญ่ รถต้องขับไต่ขึ้นลัดเลาะชวนให้เมาๆ มึนๆ ตลอดทาง

ลงเอย ด้วยการอาเจียนไป 1 ชุดใหญ่ ชักเริ่มเอะใจ นึกถึงอาหารมื้อค่ำเมื่อวาน เริ่มสำแดงอาการอาหารเป็นพิษแล้ว
เดิมก้อเป็นคนทานยากอยู่แล้ว เจออาหารทางลาวเหนือ ดูแปลกตา ก้อเลยไม่กล้าทาน
กว่าจะถึงเมืองใหม่ ได้เจอดับเบิ้ลเย็น
เย็นที่ 1 คือเวลา เย็นที่ 2คือ อากาศที่เย็นยะเยือก ช่างแตกต่างจากหลายวันที่พวกเราได้ประสบมา
ถ้าได้ติดตามคุณมายพากย์ จะได้ยินแต่ว่าร้อนๆ แดดๆ แผดเผา จนแทบมอดไหม้
ดูสีหน้านู๋ลีซิฮ๊า หน้าตายังใสวิ้ง วิ้ง!

บรรยากาศยามเย็นที่เมืองใหม่ ช่างวิเศษซ้าเหลือเกิน แถมคืนนี้ยิ่งดูครึกครื้น เพราะเป็นวันสงกรานต์
ชาวบ้านญาติสนิทมิตรสหายต่างมาร่วมสังสรรค์เฮฮา ฉลองวันขึ้นปีใหม่
พวกเราพลอยได้รับอานิสงค์ เพราะอ.กบชักชวนพวกเราไปร่วมงานเลี้ยงบ้านคนคุ้นเคยของอ.กบ
เสียงเพลงดังกระหึ่มแข่งกับเสียงหัวเราะครึกครื้น พวกเราได้แต่ส่งรอยยิ้มแทนการทักทาย
เจ้าบ้านใจดีต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น อาหารเต็มโต๊ะแถมคอยรินเบียร์เสริฟ์ให้พวกเราอย่างเอาอกเอาใจ
นู๋ลีแอบนึกเสียดายก๊วนคุณมาย คุณมล ผู้สาวขาร็อคตัวจริง 555 ที่ไม่ได้มาร่วมงาน ถ้าได้ 2 สาวนี้คงสร้างสีสันในงานได้มากทีเดียว
กรุงศรีฯไม่เคยขาดแคลนผู้กล้าฉันใด ทริปซาปาของเราก้อเช่นกัน
อ.กบ และพี่แดง อาสาแย่งไมค์ช่วยกันร้องเพลงกระชับสัมพันธ์ ไทย-ลาว



นู๋ลีของอาสาแดนส์เองค่ะ ถูกสเต๊ปบ้างผิดบ้าง ก้อไม่สน เน้นเอามันส์

อยากจะดริ๊งค์ต่อ แต่วันรุ่งขึ้นพวกเรามีภารกิจที่จะต้องปั่นขึ้นไปด่านปางหก เพื่อจะออกจากลาวไปเดียนเบียนฟู ประเทศเวียดนาม จำใจต้องลาจากเจ้าบ้านใจดี
ขอบพระคุณสำหรับมิตรไมตรีที่ต้อนรับพวกเราอย่างแสนอบอุ่นค่ะ
ตอนเช้าก่อนออกเดินทางเจ้าบ้านยังเลี้ยงอาหารเช้าแก่พวกเรา อีก
ซาบซึ้งใจพวกเราเกินจะบรรยาย
แก้ไขล่าสุดโดย เสือนู๋ลี เมื่อ 13 มิ.ย. 2017, 01:49, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- เสือนู๋ลี
- ขาประจำ
- โพสต์: 983
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2010, 07:03
- team: เสือศรีสวัสดิ์
- Bike: LA , Bianchi
Re: สรุปทริปทัวร์ริ่ง / ลาว - ซาปาเวียดนาม
อาการอาหารเป็นพิษจากมื้อเย็นที่หลวงพระบาง ยังคงตามราวีนู๋ลีไม่เลิก
วันนี้จะต้องปั่นจากเมืองใหม่ไปเบียนเดียนฟู ระบะทางรวม 63 กม และต้องปั่นขึ้นเขาประมาณ13 กม.จนถึงด่านปางหก
ด่านนี้พี่แดงและพี่เล็ก ปั่นนำลิ่ว แบบสบายๆ
จะเหลือก้อแต่นู๋ลี ที่ต้องปั่นแบบป้อแป้ สลับกับต้องนอนสลบข้างทางเป็นระยะ ผลจากอาการอาหารเป็นพิษ


ส่วนพี่ดาบ อ.กบ และน้องป๋อง ก๊วนนี้ ไม่ต้องบรรยายเยอะมาก โน่น...ไปนอนหลายงีบรอก๊วนนู๋ลีที่ด่านเตตรัง เรียบร้อยโรงเรียนเวียดนาม
สมาชิกรวมพล พร้อมไหลลงสู่เมืองเดียนเบียนฟู เส้นทางมีขรุขระเป็นบางช่วง ควรระมัดระวัง
แต่สำหรับนู๋ลี..... มันส์พะยะค่ะ 555
ยิ่งเข้าใกล้เมืองเดียนเบียนฟู ภูมิทัศน์และบรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นราบมีแปลงนาข้าวสีเขียวชะอุ่มดูร่มรื่นเย็นตา
แต่กลับถูกเบรคความสุนทรีด้วยเสียงแตรสารพัดรถ ประโคมกันกดแตรแบบบ้าระห่ำ ชวนให้รู้สึกเวียนหัวได้ไม่น้อยเลย


ไม่เย็นมากนักพวกเราก้อมาถึงเมืองเดียนเบียนฟู ซึ่งพี่ถังได้มาเช็คอินเข้านอนก่อนพวกเราแล้ว
และเย็นนี้คุณมาย คุณมล เฮียกุย ก้อจะตามมาสมทบกับพวกเรา Welcome back จร้า!
มหากาพ์นี้เพิ่งมาถึงครึ่งทาง....
หลังจากเมืองเดียนเบียนฟู เรื่องราวจะโหดมันส์ ฮา หรือ จะดราม่าขนาดไหน
นู๋ลีขอส่งไม้ต่อให้คุณมาย ผู้สาวขาเลาะ เอ๊ย ขาRock ได้เมาท์ได้มอยท์ต่อเลยนะคร้า!
วันนี้จะต้องปั่นจากเมืองใหม่ไปเบียนเดียนฟู ระบะทางรวม 63 กม และต้องปั่นขึ้นเขาประมาณ13 กม.จนถึงด่านปางหก
ด่านนี้พี่แดงและพี่เล็ก ปั่นนำลิ่ว แบบสบายๆ
จะเหลือก้อแต่นู๋ลี ที่ต้องปั่นแบบป้อแป้ สลับกับต้องนอนสลบข้างทางเป็นระยะ ผลจากอาการอาหารเป็นพิษ


ส่วนพี่ดาบ อ.กบ และน้องป๋อง ก๊วนนี้ ไม่ต้องบรรยายเยอะมาก โน่น...ไปนอนหลายงีบรอก๊วนนู๋ลีที่ด่านเตตรัง เรียบร้อยโรงเรียนเวียดนาม
สมาชิกรวมพล พร้อมไหลลงสู่เมืองเดียนเบียนฟู เส้นทางมีขรุขระเป็นบางช่วง ควรระมัดระวัง
แต่สำหรับนู๋ลี..... มันส์พะยะค่ะ 555

ยิ่งเข้าใกล้เมืองเดียนเบียนฟู ภูมิทัศน์และบรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นราบมีแปลงนาข้าวสีเขียวชะอุ่มดูร่มรื่นเย็นตา
แต่กลับถูกเบรคความสุนทรีด้วยเสียงแตรสารพัดรถ ประโคมกันกดแตรแบบบ้าระห่ำ ชวนให้รู้สึกเวียนหัวได้ไม่น้อยเลย


ไม่เย็นมากนักพวกเราก้อมาถึงเมืองเดียนเบียนฟู ซึ่งพี่ถังได้มาเช็คอินเข้านอนก่อนพวกเราแล้ว
และเย็นนี้คุณมาย คุณมล เฮียกุย ก้อจะตามมาสมทบกับพวกเรา Welcome back จร้า!
มหากาพ์นี้เพิ่งมาถึงครึ่งทาง....
หลังจากเมืองเดียนเบียนฟู เรื่องราวจะโหดมันส์ ฮา หรือ จะดราม่าขนาดไหน
นู๋ลีขอส่งไม้ต่อให้คุณมาย ผู้สาวขาเลาะ เอ๊ย ขาRock ได้เมาท์ได้มอยท์ต่อเลยนะคร้า!
- sananmunketvit
- สมาชิก
- โพสต์: 76
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ม.ค. 2013, 20:21
- Tel: 0895650940
- team: ท่ามะเขือ
- Bike: giant xtc
Re: สรุปทริปทัวร์ริ่ง / ลาว - ซาปาเวียดนาม
พลาดโอกาสร่วมทริปช่วงนี้/รอติดตามครับ
- เสือนู๋ลี
- ขาประจำ
- โพสต์: 983
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2010, 07:03
- team: เสือศรีสวัสดิ์
- Bike: LA , Bianchi
Re: สรุปทริปทัวร์ริ่ง / ลาว - ซาปาเวียดนาม
พี่หนั่นเกาะท้ายตะแกรงนู๋ลีไปเที่ยวซาปา ด้วยกันเลยค่ะ!
- เสือนู๋ลี
- ขาประจำ
- โพสต์: 983
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2010, 07:03
- team: เสือศรีสวัสดิ์
- Bike: LA , Bianchi
Re: สรุปทริปทัวร์ริ่ง / ลาว - ซาปาเวียดนาม
ปรากฏว่าส่งไม้ต่อให้คุณมาย แต่ดั๊นเป็นไม้มูมเมอแรง ไม้นั้นก้อหมุนกลับมาอยู่ที่นู๋ลี งั้นขอรีวิวต่อเลยละกันค่ะ
15 เมษายน เดียนเบียนฟู - เมืองลาย
ทริปนี้ถือว่าโชคดีแบบถูกเลขท้าย3ตัว ทั้งโต๊ดทั้งเต็ง
ไม่ง่ายเลยนะ การร่วมทริปในต่างแดน ทั้งเส้นทางและข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่จะต้องไป และอุปสรรคที่จะต้องเจอ
ได้อ.กบเป็นหัวหน้าทริป คอยอัพเดทข้อมูลที่จำเป็นให้กับสมาชิกทุกเช้าก่อนเวลาล้อหมุนทุกวัน

ที่เหลือพวกเราก้อแค่ออกแรงปั่นไปให้ถึงที่หมาย
โชคอีกชั้น สมาชิกร่วมทริปครั้งนี้ ถึงเพิ่งพบเจอกัน แต่บรรยากาศกลับอบอุ่นเฮฮา






ซึ่งแผนการปั่นวันนี้ จากเมืองเดียนเบียนฟู-เมืองลาย ระยะทาง 96 กม.
แต่จะมีช่วงขึ้นเขายาวๆ ประมาณ35 กม. ก่อนจะไหลลงเข้าสู่เมืองลาย ซึ่งสภาพถนนช่วงไหลลงบางช่วงขรุขระอย่างแร๊งส์
https://www.facebook.com/10001372869223 ... 336586321/
ด้วยระยะทางที่ค่อนข้างไกลและต้องปั่นขึ้นเขายาวๆ อีกทั้งอากาศก้อร้อนอบอ้าว
ทำให้กลุ่มพวกเรากระจัดกระจาย ตามกำลังและรอบขาของแต่ละคน
วันนี้ถือว่าโหดพอใช้ค่ะ เป็นอีกวันที่นู๋ลีจบทริปแบบสะบักสะบอม นึกเกรงใจพี่เล็ก กับพี่แดง ที่ต้องปั่นคอยประกบอยู่ห่างๆ

ภูมิทัศน์ของวันนี้ เราจะได้เห็นเขาแต่ละลูกจะใหญ่โตอลังการกว่าทุกวันที่เราผ่านมา
มีน้ำตกใสไหลลงตามซอกเขาเย็นชื่นใจ ตามเส้นทางที่ปั่น นู๋ลีรอดจบทริปวันนี้ได้ ก้อเพราะน้ำตกตามข้างทางนี่ล่ะค่ะ
ไม่งั้นเครื่องน็อค เพราะ overheat
อย่างที่อ.กบ ได้เกริ่นก่อนหน้านี้ เส้นทางที่ปั่นวันนี้ พวกเราจะได้สัมผัสบรรยากาศชนบทของคนไต
แถมได้ลิ้มลอง ข้าวโพดต้มหวานๆ แบบปิ้งก้อมีนะค่ะ แต่นู๋ลีขอเลือกแบบต้มดีกว่า เพราะแบบปิ้ง ต้องรอนานหน่อย ชาวบ้านเขาเอาข้าวโพดปิ้งบนกองขี้เถ้าที่อยู่บนพื้น
ข้าวโพดหวานๆกับจิบกับน้ำชาข้าวโพดหอมๆ.... ฟินน์ม๊วกกก!
ระหว่างทางชาวบ้านจะนำสับปะรดมากองขาย ปอกสดๆ นั่งกินล้อมวงสนทนา

ตลอดเส้นทาง เจอเด็กๆชาวเวียดนามแวะส่งเสียงทักทาย
(ขออนุญาตินำรูปเด็กจากกล้องอ.กบ มาประกอบรีวิวหน่อยคะ)
นึกชื่นชม แหม! เด็กสมัยนี้เก่งจังกล้าแสดงออก
พอซักพัก ได้ยินเจ้านู๋น้อยส่งยิ้ม
มาก่อนเลยแถมสปีคอิงลิชชัดแจ๋ว
"มันนี่ มันนี่!"
เห็นแล้วรู้สึกเอ็นดู
นึกอยากแซวนู๋น้อยกลับไปว่า
"มันไม่มี มันไม่มี วุ้ย!" 555
15 เมษายน เดียนเบียนฟู - เมืองลาย
ทริปนี้ถือว่าโชคดีแบบถูกเลขท้าย3ตัว ทั้งโต๊ดทั้งเต็ง
ไม่ง่ายเลยนะ การร่วมทริปในต่างแดน ทั้งเส้นทางและข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่จะต้องไป และอุปสรรคที่จะต้องเจอ
ได้อ.กบเป็นหัวหน้าทริป คอยอัพเดทข้อมูลที่จำเป็นให้กับสมาชิกทุกเช้าก่อนเวลาล้อหมุนทุกวัน

ที่เหลือพวกเราก้อแค่ออกแรงปั่นไปให้ถึงที่หมาย
โชคอีกชั้น สมาชิกร่วมทริปครั้งนี้ ถึงเพิ่งพบเจอกัน แต่บรรยากาศกลับอบอุ่นเฮฮา






ซึ่งแผนการปั่นวันนี้ จากเมืองเดียนเบียนฟู-เมืองลาย ระยะทาง 96 กม.
แต่จะมีช่วงขึ้นเขายาวๆ ประมาณ35 กม. ก่อนจะไหลลงเข้าสู่เมืองลาย ซึ่งสภาพถนนช่วงไหลลงบางช่วงขรุขระอย่างแร๊งส์
https://www.facebook.com/10001372869223 ... 336586321/
ด้วยระยะทางที่ค่อนข้างไกลและต้องปั่นขึ้นเขายาวๆ อีกทั้งอากาศก้อร้อนอบอ้าว
ทำให้กลุ่มพวกเรากระจัดกระจาย ตามกำลังและรอบขาของแต่ละคน
วันนี้ถือว่าโหดพอใช้ค่ะ เป็นอีกวันที่นู๋ลีจบทริปแบบสะบักสะบอม นึกเกรงใจพี่เล็ก กับพี่แดง ที่ต้องปั่นคอยประกบอยู่ห่างๆ

ภูมิทัศน์ของวันนี้ เราจะได้เห็นเขาแต่ละลูกจะใหญ่โตอลังการกว่าทุกวันที่เราผ่านมา
มีน้ำตกใสไหลลงตามซอกเขาเย็นชื่นใจ ตามเส้นทางที่ปั่น นู๋ลีรอดจบทริปวันนี้ได้ ก้อเพราะน้ำตกตามข้างทางนี่ล่ะค่ะ
ไม่งั้นเครื่องน็อค เพราะ overheat

อย่างที่อ.กบ ได้เกริ่นก่อนหน้านี้ เส้นทางที่ปั่นวันนี้ พวกเราจะได้สัมผัสบรรยากาศชนบทของคนไต

แถมได้ลิ้มลอง ข้าวโพดต้มหวานๆ แบบปิ้งก้อมีนะค่ะ แต่นู๋ลีขอเลือกแบบต้มดีกว่า เพราะแบบปิ้ง ต้องรอนานหน่อย ชาวบ้านเขาเอาข้าวโพดปิ้งบนกองขี้เถ้าที่อยู่บนพื้น
ข้าวโพดหวานๆกับจิบกับน้ำชาข้าวโพดหอมๆ.... ฟินน์ม๊วกกก!

ระหว่างทางชาวบ้านจะนำสับปะรดมากองขาย ปอกสดๆ นั่งกินล้อมวงสนทนา


ตลอดเส้นทาง เจอเด็กๆชาวเวียดนามแวะส่งเสียงทักทาย
(ขออนุญาตินำรูปเด็กจากกล้องอ.กบ มาประกอบรีวิวหน่อยคะ)
นึกชื่นชม แหม! เด็กสมัยนี้เก่งจังกล้าแสดงออก
พอซักพัก ได้ยินเจ้านู๋น้อยส่งยิ้ม
"มันนี่ มันนี่!"
เห็นแล้วรู้สึกเอ็นดู
"มันไม่มี มันไม่มี วุ้ย!" 555
-
พัทธวรรณ์ K.
- สมาชิก
- โพสต์: 75
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.ย. 2015, 16:41
- team: ฅนปั่นอิสระ
- Bike: Touring เสือหมอบ เสือภูเขา
- ติดต่อ:
Re: สรุปทริปทัวร์ริ่ง / ลาว - ซาปาเวียดนาม
พี่ลีเขียนต่อไปเลยค่ะ อ่านตามเพลินเลย ช่วงนี้พี่มายเดินทางขึ้นลงต่างจังหวัด ไม่ว่างแตะคีย์บอร์ดทั้งอาทิตย์คะ
- เสือนู๋ลี
- ขาประจำ
- โพสต์: 983
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2010, 07:03
- team: เสือศรีสวัสดิ์
- Bike: LA , Bianchi
Re: สรุปทริปทัวร์ริ่ง / ลาว - ซาปาเวียดนาม
ขอย้อนกลับไปคืนที่พวกเราถึงเมืองลายหน่อยค่ะ
อ.กบ คงเห็นสภาพสมาชิกที่ดูเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า
จึงรีบปลอบประโลมใจสมาชิกทันที เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ว่าเส้นทางพรุ่งนี้ชิลล์ๆ แล้ว
นู๋ลีแอบดีใจ ได้ซักแป๊บ อ.กบเสริมต่อ แต่มะรืนหนักแบบวันนี้ นะ
โห! นู๋ลีแทบทรุดกองอยู่ตรงนั้น
16 เมษายน เมืองลาย-พงโท
กว่าพวกเราถึงเมืองลาย ก้อค่ำแล้ว เลยไม่ได้เห็นบรรยากาศชุมชนนี้มากนัก
พวกเรานัดรวมพลแต่เช้า ทานอาหารเช้าร่วมกันก่อนออกเดินทาง
นู๋ลีได้แต่นั่งมองตาปริบๆ ดูทุกคนทานกันอย่างเอร็ดอร่อย ตัวเองไม่กล้ากินอะไรเลย กลัวท้องไส้จะปั่นป่วนอีก

เมืองลายเป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ริมแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน แต่สภาพแม่น้ำ ช่วงนี้ค่อนข้างตื้นเขิน
เห็นชาวบ้านใช้ที่ดอนในแม่น้ำ ปลูกพืชผัก คะเนว่าแม่น้ำคงแล้งน้ำไปอีกนานพอสมควร
สภาพเส้นทางจากเมืองลาย-พงโท ระยะทาง 72 กิโล
ผิวถนนดี บรรยากาศสวย เลียบแม่น้ำ มีเนินขึ้นๆลงๆ ตลอดเส้นทาง แต่ไม่ชันมาก

https://www.facebook.com/10001372869223 ... 486483206/
ก่อนเดินทางควรต้องเตรียมเสบียงและน้ำเยอะหน่อย
เพราะหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้าน ตั้งห่างกันหลายสิบกิโล เลยหมู่บ้านก้อไม่มีร้านค้าหรือร้านอาหารให้ซื้อแล้ว

ภูมิทัศน์คือไฮไลท์ของวันนี้ เป็นความงามของเส้นทาง
ซ้ายมือเลียบแม่น้ำใหญ่ ขวามือ เป็นเขาสูงใหญ่ตั้งตะหง่าน
มีน้ำตกริมทางสวยๆชวนให้ลงไปแช่เล่น มีให้เห็นมากขึ้น จนเริ่มชินตา

https://www.facebook.com/10001372869223 ... 936483061/
บวกกับสภาพอากาศท้องฟ้าแจ่มใส
วันนี้สมาชิกจัดหนักจัดเต็มกับการถ่ายรูปซะเลย


















ไม่เย็นมากพวกเราก้อมาถึงเมืองพงโท
พี่เล็ก พี่แดง ป๋อง พี่ดาบและนู๋ลีมาถึงก่อน พวกเรารีบจัดแจงหาโรงแรมทันที
แถมต่อรองจาก ห้องคืนละ 300,000 ดอง. พวกเราต่อรองเหลือ 200,000 ดอง
เริ่มเป็นงาน ปีกกล้าขาแข็งขึ้นมาหน่อยแล้ว 555
อ.กบ คงเห็นสภาพสมาชิกที่ดูเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า
จึงรีบปลอบประโลมใจสมาชิกทันที เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ว่าเส้นทางพรุ่งนี้ชิลล์ๆ แล้ว
นู๋ลีแอบดีใจ ได้ซักแป๊บ อ.กบเสริมต่อ แต่มะรืนหนักแบบวันนี้ นะ
โห! นู๋ลีแทบทรุดกองอยู่ตรงนั้น
16 เมษายน เมืองลาย-พงโท
กว่าพวกเราถึงเมืองลาย ก้อค่ำแล้ว เลยไม่ได้เห็นบรรยากาศชุมชนนี้มากนัก
พวกเรานัดรวมพลแต่เช้า ทานอาหารเช้าร่วมกันก่อนออกเดินทาง
นู๋ลีได้แต่นั่งมองตาปริบๆ ดูทุกคนทานกันอย่างเอร็ดอร่อย ตัวเองไม่กล้ากินอะไรเลย กลัวท้องไส้จะปั่นป่วนอีก

เมืองลายเป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ริมแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน แต่สภาพแม่น้ำ ช่วงนี้ค่อนข้างตื้นเขิน
เห็นชาวบ้านใช้ที่ดอนในแม่น้ำ ปลูกพืชผัก คะเนว่าแม่น้ำคงแล้งน้ำไปอีกนานพอสมควร
สภาพเส้นทางจากเมืองลาย-พงโท ระยะทาง 72 กิโล
ผิวถนนดี บรรยากาศสวย เลียบแม่น้ำ มีเนินขึ้นๆลงๆ ตลอดเส้นทาง แต่ไม่ชันมาก

https://www.facebook.com/10001372869223 ... 486483206/
ก่อนเดินทางควรต้องเตรียมเสบียงและน้ำเยอะหน่อย
เพราะหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้าน ตั้งห่างกันหลายสิบกิโล เลยหมู่บ้านก้อไม่มีร้านค้าหรือร้านอาหารให้ซื้อแล้ว

ภูมิทัศน์คือไฮไลท์ของวันนี้ เป็นความงามของเส้นทาง
ซ้ายมือเลียบแม่น้ำใหญ่ ขวามือ เป็นเขาสูงใหญ่ตั้งตะหง่าน
มีน้ำตกริมทางสวยๆชวนให้ลงไปแช่เล่น มีให้เห็นมากขึ้น จนเริ่มชินตา

https://www.facebook.com/10001372869223 ... 936483061/
บวกกับสภาพอากาศท้องฟ้าแจ่มใส
วันนี้สมาชิกจัดหนักจัดเต็มกับการถ่ายรูปซะเลย


















ไม่เย็นมากพวกเราก้อมาถึงเมืองพงโท
พี่เล็ก พี่แดง ป๋อง พี่ดาบและนู๋ลีมาถึงก่อน พวกเรารีบจัดแจงหาโรงแรมทันที
แถมต่อรองจาก ห้องคืนละ 300,000 ดอง. พวกเราต่อรองเหลือ 200,000 ดอง
เริ่มเป็นงาน ปีกกล้าขาแข็งขึ้นมาหน่อยแล้ว 555
แก้ไขล่าสุดโดย เสือนู๋ลี เมื่อ 17 มิ.ย. 2017, 20:30, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- เสือนู๋ลี
- ขาประจำ
- โพสต์: 983
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2010, 07:03
- team: เสือศรีสวัสดิ์
- Bike: LA , Bianchi
Re: สรุปทริปทัวร์ริ่ง / ลาว - ซาปาเวียดนาม
17 เมษายน พงโท-ดามเดือง ภาคพิศดาร
เอ๊ะ? หลายคนอาจสงสัย ไหงขึ้นหัวเรื่อง ซะเว่อร์วังอลังการขนาดนี้
นู๋ลีคอนเฟิร์มค่ะ ระดับนู๋ลีเล่าเรื่องแล้ว ไม่เว่อร์แน่นอน ลองตามอ่านไปเรื่อยๆนะค่ะ
คืนหนึ่งที่พงโท นู๋ลีหลับใหลด้วยความอ่อนเพลีย
ฝนตกพรำๆตลอดทั้งคืน อากาศเย็นสบาย บรรยากาศเงียบสงัด ราวๆตี4 มีสิ่งประหลาดลอยวนเวียนรอบตัวนู๋ลีอยู่ครู่ใหญ่ ทันใดนั้น นู๋ลีลืมตาโพล่ง เหมือนมีสิ่งประหลาดเข้าสิง มันคือ....ติสต์ตัวแม่!
ค่ะ อารมณ์ติสต์ตัวแม่ฟุ้งขึ้นในใจทันที จู่ๆ เกิดอยากปั่นเดี่ยว จากพงโท ถึงดามเดืองคนเดียว
ไม่รอช้า รีบลุกขึ้นจัดการธุระส่วนตัวให้เร็วที่สุด แถมไม่ฟังคำทัดทานของพี่ๆเพื่อนๆ
นู๋ลีคว้าจักรยานได้ ถีบบันไดจักรยานออกจากโรงแรมทันที ท่ามกลางสายฝนพรำๆ

ปั่นไปเรื่อยๆ ทางเริ่มชัน ไต่ขึ้นเป็นระยะ ซักพักเริ่มได้ยินเสียงโกร๊กกร๊ากๆ ของท้องตัวเอง
แฮะ...แฮะ รีบออกเดินทางจนลืมทานอาหารเช้า
ซึ่งข้อมูลเส้นทางวันนี้ ระยะทางรวม 58 กม.จะต้องไต่ขึ้นเขายาวๆ 2 ลูก
เขาลูกแรกไต่ขึ้นยาวๆระยะทาง15 กิโล และค่อยไหลลงสู่เมืองไลเจา
จากนั้นไต่เขาลูกที่ 2 ระยะทาง 10กิโล แล้วค่อยไหลลงสู่เมืองดามเดือง
วันนี้นู๋ลีปั่นเดี่ยว อีกทั้งยังไม่ได้กินอาหารเช้าด้วย โหมเร่ง....อาจจะไม่รอดถึงที่หมายได้ ค่อยๆปั่นแบบชมนกชมไม้น่าจะดีกว่า
ปั่นไปซักพัก ได้ยินน้องป๋อง ส่งเสียงทักทาย แล้วก้อปั่นหายวับไปในสายหมอก
นู๋ลีนึกในใจ เออ...เด็กสมัยนี้ขาแรงส์จริ๊งๆ!
ไม่นานนักพี่ดาบก้อตามมาติดๆ แล้วก้อหายวับไปอีกเช่นกัน เฮ้อ...คนแก่สมัยนี้ ใจร้อนจริ๊งๆ! 555
ภูมิทัศน์ของเส้นทางวันนี้ ฝนตกพรำๆตลอดทั้งวัน อากาศหนาวเย็น ริมสองข้างทาง อุดมด้วยต้นไม้ดูเขียวชอุ่ม ร่มรื่นตา
แต่แทบไม่เห็นน้ำตกริมข้างทาง
นู๋ลีแอบนึกชอบใจ ช่วงไต่ขึ้นเขา ไม่ค่อยเหนื่อย อานิสงค์ความเย็นจากสายฝน
แต่เมื่อถึงจุดสูงสุดและเตรียมที่จะไหลลงสู่เมืองไลเจา ไหลลงมาได้แค่กิโลเดียว ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
หนาวค่ะ...โค ตะ ระ หนาวเลย ต้องรีบควักเอาเสื้อกันฝนกันลมมาใส่ทันที
ไหลลงมาถึงเมืองไลเจา เจอพี่ดาบกะลังรอกลุ่มใหญ่อยู่
ตอนนี้นู๋ลีหิวโซเต็มที่แล้ว เลยบอกพี่ดาบว่า จะไปหาอาหารทานก่อน
เลี้ยวไปถนนเส้นรองไม่นานนัก ก้อเจอตลาดใหญ่ มีอาหาร ทั้งสดและปรุงเสร็จแล้วให้เลือกมากมาย นู๋ลีอิ่มแปล้เลย
เตรียมจะเดินทางต่อ เจอพวกเรากลุ่มใหญ่รออยู่ตรงวงเวียนพร้อมหน้าพร้อมตา ยกเว้นพี่ถังคนเดียว


อ.กบแจ้งว่า สภาพอากาศวันนี้ฝนคงตกพรำตลอดวัน ประกอบกับจักรยานอ.กบมีปัญหา เสี่ยงต่อการเดินทาง
จึงเสนอแนะว่าควรหยุดปั่น เปลี่ยนแผนเป็นขึ้นรถโดยสารมุ่งหน้าสู่ซาปาเลยดีกว่า โดยไม่ค้างคืนที่เมืองดามเดือง
สังเกตุสีหน้าทุกคนดูแช่มชื่นขึ้นทันที เหมือนเป็นการบอกคำตอบ

จะมีก้อแต่น้องป๋องคนเดียว มีแววตาระคนปนผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด แบบว่าทริปทางไกลครั้งแรก อยากจะปั่นให้ครบเส้นทาง
นู๋ลีนึกตอกย้ำคำพูดในใจ เฮ้อ! เด็กสมัยนี้ขาแร๊งส์จริ๊งๆ! แต่ไม่กล้าพูด ได้แต่ปลอบน้องชายที่น่ารัก

เมื่อถึงสถานีขนส่ง ตกลงเหมาคนและรถจักรยานเสร็จสรรพ
ไวเหมือนโกหก พวกเราผ่านเมืองดามเดืองเร็วปานสายฟ้าแล่บ!



เพราะเหตุนี้จึงเป็นที่มาของชื่อ "ดามเดือง ภาคพิศดาร"
ส่วนเป้าหมายต่อไปคือเมืองซาปา
เรื่องราวจะเป็นเช่นใด ตามอ่านตามชมต่อนะค่ะ
แต่ขอเตือนหน่อยว่า
หนุ่มนักซิ่ง สาวขาเที่ยว และ สตรีมีตังค์ ควรงดอ่าน!!!
เอ๊ะ? หลายคนอาจสงสัย ไหงขึ้นหัวเรื่อง ซะเว่อร์วังอลังการขนาดนี้
นู๋ลีคอนเฟิร์มค่ะ ระดับนู๋ลีเล่าเรื่องแล้ว ไม่เว่อร์แน่นอน ลองตามอ่านไปเรื่อยๆนะค่ะ
คืนหนึ่งที่พงโท นู๋ลีหลับใหลด้วยความอ่อนเพลีย
ฝนตกพรำๆตลอดทั้งคืน อากาศเย็นสบาย บรรยากาศเงียบสงัด ราวๆตี4 มีสิ่งประหลาดลอยวนเวียนรอบตัวนู๋ลีอยู่ครู่ใหญ่ ทันใดนั้น นู๋ลีลืมตาโพล่ง เหมือนมีสิ่งประหลาดเข้าสิง มันคือ....ติสต์ตัวแม่!
ค่ะ อารมณ์ติสต์ตัวแม่ฟุ้งขึ้นในใจทันที จู่ๆ เกิดอยากปั่นเดี่ยว จากพงโท ถึงดามเดืองคนเดียว
ไม่รอช้า รีบลุกขึ้นจัดการธุระส่วนตัวให้เร็วที่สุด แถมไม่ฟังคำทัดทานของพี่ๆเพื่อนๆ
นู๋ลีคว้าจักรยานได้ ถีบบันไดจักรยานออกจากโรงแรมทันที ท่ามกลางสายฝนพรำๆ

ปั่นไปเรื่อยๆ ทางเริ่มชัน ไต่ขึ้นเป็นระยะ ซักพักเริ่มได้ยินเสียงโกร๊กกร๊ากๆ ของท้องตัวเอง
แฮะ...แฮะ รีบออกเดินทางจนลืมทานอาหารเช้า
ซึ่งข้อมูลเส้นทางวันนี้ ระยะทางรวม 58 กม.จะต้องไต่ขึ้นเขายาวๆ 2 ลูก
เขาลูกแรกไต่ขึ้นยาวๆระยะทาง15 กิโล และค่อยไหลลงสู่เมืองไลเจา
จากนั้นไต่เขาลูกที่ 2 ระยะทาง 10กิโล แล้วค่อยไหลลงสู่เมืองดามเดือง
วันนี้นู๋ลีปั่นเดี่ยว อีกทั้งยังไม่ได้กินอาหารเช้าด้วย โหมเร่ง....อาจจะไม่รอดถึงที่หมายได้ ค่อยๆปั่นแบบชมนกชมไม้น่าจะดีกว่า
ปั่นไปซักพัก ได้ยินน้องป๋อง ส่งเสียงทักทาย แล้วก้อปั่นหายวับไปในสายหมอก
นู๋ลีนึกในใจ เออ...เด็กสมัยนี้ขาแรงส์จริ๊งๆ!
ไม่นานนักพี่ดาบก้อตามมาติดๆ แล้วก้อหายวับไปอีกเช่นกัน เฮ้อ...คนแก่สมัยนี้ ใจร้อนจริ๊งๆ! 555
ภูมิทัศน์ของเส้นทางวันนี้ ฝนตกพรำๆตลอดทั้งวัน อากาศหนาวเย็น ริมสองข้างทาง อุดมด้วยต้นไม้ดูเขียวชอุ่ม ร่มรื่นตา
แต่แทบไม่เห็นน้ำตกริมข้างทาง
นู๋ลีแอบนึกชอบใจ ช่วงไต่ขึ้นเขา ไม่ค่อยเหนื่อย อานิสงค์ความเย็นจากสายฝน
แต่เมื่อถึงจุดสูงสุดและเตรียมที่จะไหลลงสู่เมืองไลเจา ไหลลงมาได้แค่กิโลเดียว ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
หนาวค่ะ...โค ตะ ระ หนาวเลย ต้องรีบควักเอาเสื้อกันฝนกันลมมาใส่ทันที
ไหลลงมาถึงเมืองไลเจา เจอพี่ดาบกะลังรอกลุ่มใหญ่อยู่
ตอนนี้นู๋ลีหิวโซเต็มที่แล้ว เลยบอกพี่ดาบว่า จะไปหาอาหารทานก่อน
เลี้ยวไปถนนเส้นรองไม่นานนัก ก้อเจอตลาดใหญ่ มีอาหาร ทั้งสดและปรุงเสร็จแล้วให้เลือกมากมาย นู๋ลีอิ่มแปล้เลย
เตรียมจะเดินทางต่อ เจอพวกเรากลุ่มใหญ่รออยู่ตรงวงเวียนพร้อมหน้าพร้อมตา ยกเว้นพี่ถังคนเดียว


อ.กบแจ้งว่า สภาพอากาศวันนี้ฝนคงตกพรำตลอดวัน ประกอบกับจักรยานอ.กบมีปัญหา เสี่ยงต่อการเดินทาง
จึงเสนอแนะว่าควรหยุดปั่น เปลี่ยนแผนเป็นขึ้นรถโดยสารมุ่งหน้าสู่ซาปาเลยดีกว่า โดยไม่ค้างคืนที่เมืองดามเดือง
สังเกตุสีหน้าทุกคนดูแช่มชื่นขึ้นทันที เหมือนเป็นการบอกคำตอบ

จะมีก้อแต่น้องป๋องคนเดียว มีแววตาระคนปนผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด แบบว่าทริปทางไกลครั้งแรก อยากจะปั่นให้ครบเส้นทาง
นู๋ลีนึกตอกย้ำคำพูดในใจ เฮ้อ! เด็กสมัยนี้ขาแร๊งส์จริ๊งๆ! แต่ไม่กล้าพูด ได้แต่ปลอบน้องชายที่น่ารัก

เมื่อถึงสถานีขนส่ง ตกลงเหมาคนและรถจักรยานเสร็จสรรพ
ไวเหมือนโกหก พวกเราผ่านเมืองดามเดืองเร็วปานสายฟ้าแล่บ!



เพราะเหตุนี้จึงเป็นที่มาของชื่อ "ดามเดือง ภาคพิศดาร"
ส่วนเป้าหมายต่อไปคือเมืองซาปา
เรื่องราวจะเป็นเช่นใด ตามอ่านตามชมต่อนะค่ะ
แต่ขอเตือนหน่อยว่า
หนุ่มนักซิ่ง สาวขาเที่ยว และ สตรีมีตังค์ ควรงดอ่าน!!!
-
พัทธวรรณ์ K.
- สมาชิก
- โพสต์: 75
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.ย. 2015, 16:41
- team: ฅนปั่นอิสระ
- Bike: Touring เสือหมอบ เสือภูเขา
- ติดต่อ:
Re: สรุปทริปทัวร์ริ่ง / ลาว - ซาปาเวียดนาม
ติดตามอ่านคะ
- เสือนู๋ลี
- ขาประจำ
- โพสต์: 983
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2010, 07:03
- team: เสือศรีสวัสดิ์
- Bike: LA , Bianchi
Re: สรุปทริปทัวร์ริ่ง / ลาว - ซาปาเวียดนาม
วันที่ 17-18 เมษายน ณ.เมืองซาปา
"สาวน้อยซาปา....สาวน้อยมหัศจรรย์!"
ตามกำหนดการเดิม พวกเราจะต้องถึงเมืองซาปา วันที่ 18
แต่ด้วยโชคชะตาฟ้าลิขิต พวกเราต้องอดปั่นในช่วงเส้นทางนี้
แต่กลับได้ one day tour ซาปาเป็นรางวัล
ปลอบใจ คนรักการปั่นอย่างพวกเรา อิ อิ!
สำหรับผู้ที่สนใจอยากทัวร์ริ่ง ควรจะทราบข้อมูลเส้นทางไว้พอสังเขป
จากเมืองดามเดือง-ซาปา ระยะทางรวม 44กม.
ต้องปั่นไต่ระดับความสูง จาก 635 เมตร จนถึงจุดสูงสุด ที่ความสูง 2,012 เมตร ระยะทาง 25 กม.
หลังจากนั้นจะไหลลงสู่เมืองซาปา
ช่วงบ่ายพวกเราขึ้นรถโดยสารมุ่งหน้าสู่เมืองซาปา
บรรยากาศ ของเส้นทาง เป็นเขาสูง สลับกับหุบเขากว้างใหญ่
บางช่วงชาวบ้านปรับพื้นที่ทำเกษตรและนาข้าวขั้นบันได ดูสวยและแปลกตาดี


ยิ่งเข้าใกล้เมืองซาปามากเท่าไร ความงดงามของทิวทัศน์ และน้ำตกริมทาง มีให้เห็นมากขึ้น
ยิ่งทำให้พวกเราตื่นเต้น ขณะอยู่ในรถ นู๋ลีได้ยินแต่เสียงร้องวี๊ดวิ๊วอยู่เป็นระยะ
เห็นสีหน้าพวกเรา ถ้าจะเปรียบเปรย ก้อคงคล้ายกับ วัยรุ่น เข้าดิสโก้เทคครั้งแรกในชีวิต
ทัศนียภาพอเมซิ่งเกินบรรยาย!

ที่ได้เกริ่นทิ้งท้ายไว้จากตอนที่แล้วว่า
"หนุ่มนักซิ่ง สาวขาเที่ยว และสตรีมีตังค์ ควรงดอ่าน" นู๋ลีขอนั่งยันนอนยัน สติสตังค์ท่านอาจกระเจิงได้
ตามพิสูจน์ต่อนะคะว่า นู๋ลีพูดจริงหรือว่าโม้!
ไม่นานนักพวกเรามาถึงเมืองซาปา มองโดยรอบ ซาปาถูกแวดล้อมด้วยเขาสูงใหญ่
มีทะเลสาบใหญ่ สวนสาธารณะ ตั้งอยู่กลางเมือง
มีโบสถ์ ลานกิจกรรมอเนกประสงค์ขนาดใหญ่อยู่ในละแวกเดียวกัน


สิ่งแรกที่สัมผัสได้ คือความหนาวเย็น อุณหภูมิน่าจะต่ำกว่า 18องศา
ตึกอาคารโดยรอบเป็นโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร มีให้เลือกมากมาย
สถาปัตยกรรมของอาคารเมืองนี้ดูโดดเด่น ผสมกลิ่นอายตะวันตก
เพราะเคยเป็นสถานตากอากาศยอดฮิตของเจ้าของอาณานิคมฝรั่งเศส

เพียงพวกเราก้าวลงจากรถ ก้อจะมีคนชักชวน เสนอห้องพักราคาพิเศษ ทันที
ก้อดีค่ะ ไม่ต้องเสียเวลาไปค้นหา แถมยังต่อรองได้ เจอสาวมายต่อรอง ต้องนับถือคารมเธอ
ห้องใหญ่นอนได้ 4 คน หรูหราโอ่โถงเชียว คิดเป็นเงินไป ประมาณ 500 บาทนิดๆ
และใช้คุ้มค่ามาก เป็นทั้งห้องนอน ห้องครัว และห้องประชุม 555






สำหรับคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ความศิวิไลซ์ และ ธรรมชาติ มักเดินสวนทางกันเสมอ
อยากรู้เหมือนกันว่าซาปา จะตอบโจทย์พวกเราได้แค่ไหน?
พรุ่งนี้พวกเราจะไปพิสูจน์กัน!
เช้าวันรุ่งขึ้นพวกเราเหมารถเพื่อไปเที่ยวรอบนอกของเมืองซาปา
บางสถานที่อาจต้องเสียค่าธรรมเนียมบ้าง
รถขับออกมานอกเมืองไม่ไกลมากนัก พวกเราก้ออยู่ท่ามกลางสายหมอกบนยอดเขา
เดินไม่กี่เมตร เสียงน้ำตกดังกึกก้อง
"น้ำตกซิลเว่อร์ " ค่ะ
แอบรู้สึกเสียดาย ที่สายหมอกวันนี้ช่างเป็นอุปสรรคต่อการถ่ายรูปพอสมควร





สถานที่ท่องเที่ยวในวันนี้ เกือบทุกที่อยู่บนถนนสายหลัก ง่ายต่อเดินชม
และจุดหมายต่อไปคือ "ทิวทัศน์แบบพาราโนมาของซาปา"









จากนั้นพวกเรายังได้ชมฟาร์ม การเพาะเลี้ยงพันธ์ปลา


สวนดอกไม้ "โรสการเด้น"






และไฮไลท์ที่สุดท้าย คือ "FANSIPAN LEGEND"
ตามสูตรคือต้องซื้อตั๋วเคเบิ้ลคาร์ เพื่อจะแวะเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ และชมวิวมุมสูงของเมืองซาปา
แต่สภาพอากาศวันนี้ ทัศนียภาพถูกหมอกปิดบังหมด
คงต้องรบกวน อ.กบ จัดทริปมาซ่อมกันอีกซักครั้ง 555





จบทริปดื่มด่ำธรรมชาติก้อถึงเวลา ช๊อป ช๊อป...... ช๊อปกระจาย กันเสียที!
ในเมืองมีร้านขายของสำหรับนักทัวร์ริ่ง และ เทรคกิ้ง ของแบรนด์ดังๆ ราคาถูกกว่าบ้านเราหลายเท่านัก
คะเนว่าน่าจะเป็นของก๊อป แต่คุณภาพและราคา รับประกันว่าคุ้มกับเงินในกระเป๋าของเราแน่นอน
อ.กบอาสาเป็นไกด์ พาเที่ยวช๊อป ไม่นานนัก สาวๆ โดยเฉพาะ พี่เล็ก และนู๋ลี สติกระเจิดกระเจิง เดินเข้าร้านโน๊น ออกร้านนี้ จนเย็น



ส่วนคนอื่นๆ ก้อตามอัธยาศัย


ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสดีที่พี่แดงไม่ต้องมาคอยดูแลพี่เล็กและนู๋ลี
ถือโอกาสได้ไปถ่ายรูปและเก็บบรรยากาศในเมืองซาปา

ซาปาในยามนี้ คงเปรียบเหมือนสาวงาม ที่หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ หมายปองที่จะได้ร่วมออกเดทด้วยซักครั้งนึงในชีวิต
ยิ่งมองสาวน้อยผ่านจากเลนส์มือถือพี่แดงด้วยแล้ว
สาวน้อยคนนี้ ช่างงดงามทุกมุมมอง
หนุ่มนักซิ่ง สาวขาเที่ยว และสตรีมีตังค์อย่างพวกเรา คงต้องจดจำเธอไปอีกนานแสนนาน









https://www.facebook.com/10001372869223 ... 799710508/
https://www.facebook.com/10001372869223 ... 999710488/
สาวน้อยซาปา...สาวน้อยมหัศจรรย์!
"สาวน้อยซาปา....สาวน้อยมหัศจรรย์!"
ตามกำหนดการเดิม พวกเราจะต้องถึงเมืองซาปา วันที่ 18
แต่ด้วยโชคชะตาฟ้าลิขิต พวกเราต้องอดปั่นในช่วงเส้นทางนี้
แต่กลับได้ one day tour ซาปาเป็นรางวัล
ปลอบใจ คนรักการปั่นอย่างพวกเรา อิ อิ!
สำหรับผู้ที่สนใจอยากทัวร์ริ่ง ควรจะทราบข้อมูลเส้นทางไว้พอสังเขป
จากเมืองดามเดือง-ซาปา ระยะทางรวม 44กม.
ต้องปั่นไต่ระดับความสูง จาก 635 เมตร จนถึงจุดสูงสุด ที่ความสูง 2,012 เมตร ระยะทาง 25 กม.
หลังจากนั้นจะไหลลงสู่เมืองซาปา
ช่วงบ่ายพวกเราขึ้นรถโดยสารมุ่งหน้าสู่เมืองซาปา
บรรยากาศ ของเส้นทาง เป็นเขาสูง สลับกับหุบเขากว้างใหญ่
บางช่วงชาวบ้านปรับพื้นที่ทำเกษตรและนาข้าวขั้นบันได ดูสวยและแปลกตาดี


ยิ่งเข้าใกล้เมืองซาปามากเท่าไร ความงดงามของทิวทัศน์ และน้ำตกริมทาง มีให้เห็นมากขึ้น
ยิ่งทำให้พวกเราตื่นเต้น ขณะอยู่ในรถ นู๋ลีได้ยินแต่เสียงร้องวี๊ดวิ๊วอยู่เป็นระยะ
เห็นสีหน้าพวกเรา ถ้าจะเปรียบเปรย ก้อคงคล้ายกับ วัยรุ่น เข้าดิสโก้เทคครั้งแรกในชีวิต
ทัศนียภาพอเมซิ่งเกินบรรยาย!

ที่ได้เกริ่นทิ้งท้ายไว้จากตอนที่แล้วว่า
"หนุ่มนักซิ่ง สาวขาเที่ยว และสตรีมีตังค์ ควรงดอ่าน" นู๋ลีขอนั่งยันนอนยัน สติสตังค์ท่านอาจกระเจิงได้
ตามพิสูจน์ต่อนะคะว่า นู๋ลีพูดจริงหรือว่าโม้!
ไม่นานนักพวกเรามาถึงเมืองซาปา มองโดยรอบ ซาปาถูกแวดล้อมด้วยเขาสูงใหญ่
มีทะเลสาบใหญ่ สวนสาธารณะ ตั้งอยู่กลางเมือง
มีโบสถ์ ลานกิจกรรมอเนกประสงค์ขนาดใหญ่อยู่ในละแวกเดียวกัน


สิ่งแรกที่สัมผัสได้ คือความหนาวเย็น อุณหภูมิน่าจะต่ำกว่า 18องศา
ตึกอาคารโดยรอบเป็นโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร มีให้เลือกมากมาย
สถาปัตยกรรมของอาคารเมืองนี้ดูโดดเด่น ผสมกลิ่นอายตะวันตก
เพราะเคยเป็นสถานตากอากาศยอดฮิตของเจ้าของอาณานิคมฝรั่งเศส

เพียงพวกเราก้าวลงจากรถ ก้อจะมีคนชักชวน เสนอห้องพักราคาพิเศษ ทันที
ก้อดีค่ะ ไม่ต้องเสียเวลาไปค้นหา แถมยังต่อรองได้ เจอสาวมายต่อรอง ต้องนับถือคารมเธอ
ห้องใหญ่นอนได้ 4 คน หรูหราโอ่โถงเชียว คิดเป็นเงินไป ประมาณ 500 บาทนิดๆ
และใช้คุ้มค่ามาก เป็นทั้งห้องนอน ห้องครัว และห้องประชุม 555






สำหรับคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ความศิวิไลซ์ และ ธรรมชาติ มักเดินสวนทางกันเสมอ
อยากรู้เหมือนกันว่าซาปา จะตอบโจทย์พวกเราได้แค่ไหน?
พรุ่งนี้พวกเราจะไปพิสูจน์กัน!
เช้าวันรุ่งขึ้นพวกเราเหมารถเพื่อไปเที่ยวรอบนอกของเมืองซาปา
บางสถานที่อาจต้องเสียค่าธรรมเนียมบ้าง
รถขับออกมานอกเมืองไม่ไกลมากนัก พวกเราก้ออยู่ท่ามกลางสายหมอกบนยอดเขา
เดินไม่กี่เมตร เสียงน้ำตกดังกึกก้อง
"น้ำตกซิลเว่อร์ " ค่ะ
แอบรู้สึกเสียดาย ที่สายหมอกวันนี้ช่างเป็นอุปสรรคต่อการถ่ายรูปพอสมควร





สถานที่ท่องเที่ยวในวันนี้ เกือบทุกที่อยู่บนถนนสายหลัก ง่ายต่อเดินชม
และจุดหมายต่อไปคือ "ทิวทัศน์แบบพาราโนมาของซาปา"









จากนั้นพวกเรายังได้ชมฟาร์ม การเพาะเลี้ยงพันธ์ปลา


สวนดอกไม้ "โรสการเด้น"






และไฮไลท์ที่สุดท้าย คือ "FANSIPAN LEGEND"
ตามสูตรคือต้องซื้อตั๋วเคเบิ้ลคาร์ เพื่อจะแวะเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ และชมวิวมุมสูงของเมืองซาปา
แต่สภาพอากาศวันนี้ ทัศนียภาพถูกหมอกปิดบังหมด
คงต้องรบกวน อ.กบ จัดทริปมาซ่อมกันอีกซักครั้ง 555





จบทริปดื่มด่ำธรรมชาติก้อถึงเวลา ช๊อป ช๊อป...... ช๊อปกระจาย กันเสียที!
ในเมืองมีร้านขายของสำหรับนักทัวร์ริ่ง และ เทรคกิ้ง ของแบรนด์ดังๆ ราคาถูกกว่าบ้านเราหลายเท่านัก
คะเนว่าน่าจะเป็นของก๊อป แต่คุณภาพและราคา รับประกันว่าคุ้มกับเงินในกระเป๋าของเราแน่นอน
อ.กบอาสาเป็นไกด์ พาเที่ยวช๊อป ไม่นานนัก สาวๆ โดยเฉพาะ พี่เล็ก และนู๋ลี สติกระเจิดกระเจิง เดินเข้าร้านโน๊น ออกร้านนี้ จนเย็น



ส่วนคนอื่นๆ ก้อตามอัธยาศัย


ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสดีที่พี่แดงไม่ต้องมาคอยดูแลพี่เล็กและนู๋ลี
ถือโอกาสได้ไปถ่ายรูปและเก็บบรรยากาศในเมืองซาปา

ซาปาในยามนี้ คงเปรียบเหมือนสาวงาม ที่หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ หมายปองที่จะได้ร่วมออกเดทด้วยซักครั้งนึงในชีวิต
ยิ่งมองสาวน้อยผ่านจากเลนส์มือถือพี่แดงด้วยแล้ว
สาวน้อยคนนี้ ช่างงดงามทุกมุมมอง
หนุ่มนักซิ่ง สาวขาเที่ยว และสตรีมีตังค์อย่างพวกเรา คงต้องจดจำเธอไปอีกนานแสนนาน









https://www.facebook.com/10001372869223 ... 799710508/
https://www.facebook.com/10001372869223 ... 999710488/
สาวน้อยซาปา...สาวน้อยมหัศจรรย์!
- เสือนู๋ลี
- ขาประจำ
- โพสต์: 983
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2010, 07:03
- team: เสือศรีสวัสดิ์
- Bike: LA , Bianchi
Re: สรุปทริปทัวร์ริ่ง / ลาว - ซาปาเวียดนาม
มหากาพย์ทอระมานบันเทิง ได้เดินทางถึงสถานีสุดท้ายแล้ว
เย็นนี้พวกเราต้องแยกย้ายกลับสู่โลกความเป็นจริง ไปตามแผนการเดินทางของแต่ละคน
อ.กบ พี่ดาบ น้องป๋อง คุณมาย คุณมล และเฮียกุย ตัดใจสินจบทริปที่ซาปา และขึ้นรถโดยสารจากซาปา นั่งรถมาราธอน ไป เวียงจันทร์และกลับสู่เมืองไทย






ส่วน พี่แดง พี่เล็ก และ นู๋ลี ยังเหลือวีซ่าเที่ยวต่อที่ฮาลองเบย์ อีก 3วัน



ระหว่างรอรถ พวกเรายังคงเก็บความทรงจำให้คุ้มค่ากับทุกวินาทีที่เหลืออยู่





ซาปาคืนนี้ ฝนยังคงตกพรำๆ


นู๋ลีแอบรู้สึกใจหาย เชื่อว่า พวกเราทุกคนคงรู้สึกไม่แตกต่างกัน
ระหว่างที่นั่งรอรถ ในห้วงความทรงจำร่วมอาทิตย์ที่ผ่านมา ผลัดกันฟุ้งในสมอง
นึกแล้ว....แอบนั่งอมยิ้มอยู่เงียบๆ
ความประทับใจดีๆแบบนี้ คงต้องยกเครดิตให้กับอ.กบ ผู้เปิดกระทู้ชักชวน
วางแผนการเดินทาง และ ช่วยติดต่อประสานงาน ทุกอย่างตลอดจนจบทริปนี้

หลายครั้งที่นู๋ลีแอบมองเห็นถึงความกังวลของอ.กบ ที่ซ่อนอยู่ข้างใน
ยิ่งทำให้เห็นถึงความทุ่มเทของอ.กบ ที่อยากให้พวกเราทุกคนมีความสุขกับทริปนี้
ซึ่งก้อต้องคอยย้ำเตือนกับอ.กบ ว่า "ความพึงพอใจของพวกเรา ไม่ใช่หน้าที่ที่ อ.กบ จะต้องมารับผิดชอบ!"
แค่ชวนมาเที่ยวก้อดีใจและรู้สึกขอบพระคุณแล้วค๊า
และที่ต้องขอบคุณหลายๆ ก้อต้องเป็นสมาชิกที่ร่วมทริปมาด้วยกัน
กว่าจะปั่นถึงจุดหมายในแต่ละวัน ต้องปั่นสู้แดดร้อนจนเหงื่อโทรมกาย
บรรยากาศหวานๆ ซึ้งๆ สรวลเสเฮฮา แถมแอบดราม่าหน่อยๆ เพิ่มความแซ่บ ให้กับทริปนี้ได้ครบรสจริงๆ
อย่างว่าล่ะค่ะ ความทรงจำที่งดงาม มักต้องมีต้นทุนเสมอ!



















ขอบพระคุณทุกๆท่าน
เสือนู๋ลี

เย็นนี้พวกเราต้องแยกย้ายกลับสู่โลกความเป็นจริง ไปตามแผนการเดินทางของแต่ละคน
อ.กบ พี่ดาบ น้องป๋อง คุณมาย คุณมล และเฮียกุย ตัดใจสินจบทริปที่ซาปา และขึ้นรถโดยสารจากซาปา นั่งรถมาราธอน ไป เวียงจันทร์และกลับสู่เมืองไทย






ส่วน พี่แดง พี่เล็ก และ นู๋ลี ยังเหลือวีซ่าเที่ยวต่อที่ฮาลองเบย์ อีก 3วัน



ระหว่างรอรถ พวกเรายังคงเก็บความทรงจำให้คุ้มค่ากับทุกวินาทีที่เหลืออยู่





ซาปาคืนนี้ ฝนยังคงตกพรำๆ


นู๋ลีแอบรู้สึกใจหาย เชื่อว่า พวกเราทุกคนคงรู้สึกไม่แตกต่างกัน
ระหว่างที่นั่งรอรถ ในห้วงความทรงจำร่วมอาทิตย์ที่ผ่านมา ผลัดกันฟุ้งในสมอง
นึกแล้ว....แอบนั่งอมยิ้มอยู่เงียบๆ
ความประทับใจดีๆแบบนี้ คงต้องยกเครดิตให้กับอ.กบ ผู้เปิดกระทู้ชักชวน
วางแผนการเดินทาง และ ช่วยติดต่อประสานงาน ทุกอย่างตลอดจนจบทริปนี้

หลายครั้งที่นู๋ลีแอบมองเห็นถึงความกังวลของอ.กบ ที่ซ่อนอยู่ข้างใน
ยิ่งทำให้เห็นถึงความทุ่มเทของอ.กบ ที่อยากให้พวกเราทุกคนมีความสุขกับทริปนี้
ซึ่งก้อต้องคอยย้ำเตือนกับอ.กบ ว่า "ความพึงพอใจของพวกเรา ไม่ใช่หน้าที่ที่ อ.กบ จะต้องมารับผิดชอบ!"
แค่ชวนมาเที่ยวก้อดีใจและรู้สึกขอบพระคุณแล้วค๊า
และที่ต้องขอบคุณหลายๆ ก้อต้องเป็นสมาชิกที่ร่วมทริปมาด้วยกัน
กว่าจะปั่นถึงจุดหมายในแต่ละวัน ต้องปั่นสู้แดดร้อนจนเหงื่อโทรมกาย
บรรยากาศหวานๆ ซึ้งๆ สรวลเสเฮฮา แถมแอบดราม่าหน่อยๆ เพิ่มความแซ่บ ให้กับทริปนี้ได้ครบรสจริงๆ
อย่างว่าล่ะค่ะ ความทรงจำที่งดงาม มักต้องมีต้นทุนเสมอ!



















ขอบพระคุณทุกๆท่าน
เสือนู๋ลี
