มือใหม่วัยกลางคน อายุซัก 35 ขึ้นไป ปั่นสนามเขียวรอบนึงนี่ Heart Rate เท่าไหร่กันครับ

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: มือใหม่วัยกลางคน อายุซัก 35 ขึ้นไป ปั่นสนามเขียวรอบนึงนี่ Heart Rate เท่าไหร่กันครับ

โพสต์ โดย giro »

ถ้าปั่น 1 รอบ ให้ปั่น 2 รอบ ถ้าปั่น 2 รอบ ให้ปั่น 3 รอบ ... สรุคือ ถ้าเพิ่งปั่นมาได้ไม่นานผมแนะนำให้ปั่นนานๆก่อนครับ อย่าไปอินเทอร์วัลเลยครับ เพราะผมจะถามกลับว่าอินเทอร์วัล ....เพื่อ??
คุณจะไปแข่ง ไปเล่นเนิน ไปยิง หรือ?? แล้วอินเทอร์วัลมันก็มีสารพัดแบบ หนักแค่ไหน?? เยอะครับ

aerobic endurance คือพื้นฐานที่สำคัญ และเหนือกว่านั้น ทักษะการควบคุม การขี่นิ่ง ทำได้ดีแล้วหรือยัง
ต้องขออภัยที่ผมถามแบบนี้เพราะเกินครึ่งที่สนามเขียวขี่โคตรส่าย โคตรไม่นิ่ง เร่งๆ ฟรีๆ เพราระทุกคนสนใจแต่ "เอวี" อยากเร็ว ลืมไปว่าโปรเค้าสอนให้ขี่ช้าๆให้ได้ด้วยครับ
...รู้ไหม?? มีคำแนะนำให้หัดปั่นช้าๆ ช้าขนาด 3-4 กม./ชม. โดยที่ให้รถนิ่งที่สุด เพื่อพัฒนาทักษะในการควบคุมรถที่ดี
...รู้ไหม?? มีคำแนะนำให้หัดปั่นให้ได้ตรงๆ แม้ว่าลมจะแรง จะกินน้ำ เปลี่ยนเกียร์ ยกเร่งยืนปั่น ให้ตรงแนวที่สุด
ทักษะเหล่นี้สำคัญกว่าการขี่ให้เร็วขึ้นครับ

ต่อมาเรื่องคำถามนะครับ ... การขี่แล้วหัใจต่ำอาจจะดี หรือไม่ดีก็ได้ครับ ดีตรงที่อาจแปลว่าฟิตดีแอโรบิคแจ๋ว หรืออาจจะแปลว่าร่างกายทนได้แค่นั้นไม่สามารถรับความเหนื่อยระดับใกล้แลคเตทเทรโชลด์ได้
ผมแนะนำให้ลองศึกษาเรื่องการใช้ HRM แบบจริงจังครับ เรื่องการเทียบกา maxHR หรือการคำนวนหา LTHR(FTHR) และใช้โซนต่างๆในการปั่นเพื่อเน้นพัฒนาเฉพาะด้าน หรือใช้วิเคราะห์การปั่นและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

นักจักรยานที่เก๋าๆและผ่านการฝึกมาส่วนมากแม้ว่าจะปั่นและฟิตดี ชีพจรไม่สูงมาก แต่ร่างกายจะซ้อมรับระดับชีพจรสูงๆตามพิกัดเวลาที่เหมาะสมมาแล้ว เช่นสามารถทนกับระดับชีพจร 80% ของชีพจรสูงสุดได้ยาวๆ 30-40 นาที ในขณะที่คนที่ไม่ได้หัดมาจะรู้สึกว่ามันเหนื่อยมากๆและต้องการหยุด แต่นักจักรยานจะเรียนรู็ที่จะรับมือกับ"ความเจ็บปวด"นั้น
pain is a cyclist 's true friend
คุณไม่มีทางขี่จักรยานแล้วเหนื่อยน้อยลงครับ มันเป็นกีฬาซาดิสม์ ยิ่งซ้อมก็ยังเหนื่อย เหนื่อยเท่าเดิม เหนื่อยเหมือนเดิม แต่เร็วขึ้น

interval สามารถพัฒนาได้ทั้งแอโรบิคและอะแนโรบิค แต่ต้องย้อนกลับไปถามตัวเองว่าต้องการซ้อมเพื่ออะไร?
ส่วนมากคนที่ปั่นสนามเขียว 1-2 รอบ มีปัญหาเรื่อง endurance ทั้งนั้นเลยครับ โดยเฉพาะสิงห์ 23.5 กม. ที่ว่าแรงๆ เอาแค่วันไปรอบสองเลยทางออกไป 3 กม. ก็แป้กแล้วครับ เพราะคนส่วนมากไม่ได้พร้อมจะออกกำลังกายนานกว่า 60 นาที และมันง่ายกว่ามากๆที่จะออกกำลังกายไม่เกิน 60 นาที แต่อย่าลืมนะครับหากเป้าหมายของท่านคือการขี่จักรยานให้สนุก การมีอิสระ เมื่อไหร่ที่ท่านออกไปนอกสนามเขียว ท่านอาจต้องเดินทาง 60 70 หรือ 100 กม. ซึ่งใช้เวลา 2-4 ชม. ขาแรงสนามเขียวที่เป็นสิงห์รอบ สิงห์สองรอบ เจอ 60 กม. เข้าไป น้ำลายเหนียว เจอ 100 โลเข้าไปแทบจะง่อยก็มีครับ

ผมอยากให้ลองคิดใหม่ เมื่อศึกษาระบบร่างกาย ระบบชีพจร จะพบว่าความเร็วไม่ใช่สิ่งชี้อะไรเลย ระยะทางไม่ใช่ตัววัดที่ดี
สิ่งที่สำคัญคือ ...ระดับความหนักในการออกกำลังกายและระยะเวลาที่เหมาะสมต่อการพัฒนาสุขภาพเรา รวมถึงความหนักและระยะเวลาที่มีประสิทธิผลที่สุดสำหรับการพัฒนาเรื่องที่ต้องการ
หากคุณต้องการพัฒนาพิกัดร่างกายท่ใช้อ็อกซิเจนมากๆ ก็ต้องซ้อมที่ความหนักนั้น การซ้อมจะเป็นแบบไหน เซ็ทสั้นหรือยาว ก็แล้วแต่ แต่รับรองว่าปั่นได้ไม่เกิน 6 นาทีมีคางเหลืองตาเหลือก เพราะระบบร่างกายมันทนได้แค่ 6 นาที โปรบางคนได้ 8 นาทีนี่ยอดมนุษย์แล้ว ใครบ้าฝึกที่ระดับนี้เกิน 6 นาทีก็คงไม่พ้นหัวใจวายตาย ไม่ก็คว่ำอยู่ตรงนั้นล่ะครับ ในขณะที่หากต้องการพัฒนา muscle endurance ในช่วงปลายๆแอโรบิคก็ต้องลากกันยาวๆที่ระดับนั้น 40-120 นาที ปั่นเร็วกว่านั้นก็ไม่ได้อย่างที่ต้องการ ปั่นช้ากว่าก็ไม่ได้ผลต้องอยู๋ในโซน และเวลาที่ยาวพอที่จะพัฒนาได้
บางความหนักอาจจะปั่นได้แค่ 30 นาที การซ้อมก็จะแบ่งเป็นเซ็ทๆ ชุดละ 6-10 นาทีแล้วพัก จากนั้นก็ทำซ้ำ ซึ่งนี่แหละครับเรียกว่า interval ผมถึงต้องถามว่า ...จะเล่นแบบนี้ จะเล่นโซนไหน ยาวเท่าไหร่ และเพื่ออะไร มันต้องมีที่มาครับ ไม่ใช่บอกว่า 5 พัก 5 หรือ 3 พัก 3 แล้วใส่หมดเป็นพักๆ interval บางแบบให้ปั่น 6 พัก 3 โดยที่ตอนปั่น 6 ก็ไม่ได้หนักหรือเหนื่อยมาก แต่พัก 3 ก็ไม่ได้ลงพักต่ำมาก ทำซ้ำๆ 12 รอบ รอบหลังๆจึงจะเห็นผลว่ามันเอาเรื่อง พอๆกับปั่น 2 ชม. โดยที่ลากหัวใจ 80-83% ตลอดทาง

เกริ่นมายาวๆเพื่อให้เห็นว่า ลองหาข้อมูลเพิ่มนะครับ ในเว็บนี้มีเพียบ การขี่จักรยานมีอะไรที่มากกว่านี้อีกมาก แต่สนุกแน่นอนครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
ballbeing
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 550
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.พ. 2013, 23:29
Bike: จักรยานตีนถีบ มือจับ สับเกียร์ หนีเมียปั่น

Re: มือใหม่วัยกลางคน อายุซัก 35 ขึ้นไป ปั่นสนามเขียวรอบนึงนี่ Heart Rate เท่าไหร่กันครับ

โพสต์ โดย ballbeing »

ป๊าดๆๆๆ คุณ giro เขียนโดนใจแท้ เรื่องสิงห์สนามเขียว ไปทีไรเจอตลอดจริงๆ ทีมผมช่วยลากมาให้ทั้งรอบยืน 40 พอโค้งสุดท้ายบรรดาสิงห์รอบเดียวจะเร่งตีหัว แล้วก็ฟรีขาเลิก โดยไม่ cool down แล้วก็ไปยืนหอบกันตรงทางเข้า ไอ้เราก็ลากไปสิ 3-5 รอบ โดนตีกบาลทุกรอบ จนชาชินไปหมดแล้ว 55 ไม่เคืองพี่น้องนักปั่นหรอกครับ แต่อยากให้พัฒนา และรู้ถึงการซ้อม และวางเป้าหมายการพัฒนาการปั่นได้ถูกต้อง อย่างที่คุณ giro ว่าไว้จริงๆ แหม อยากจะปรินท์ไปแปะไว้ทางเข้าสนามเขียว :lol:
รูปประจำตัวสมาชิก
CK3
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2719
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:48
team: 347 LOVER, Floating Market Bike Club
Bike: COLONZE SL

Re: มือใหม่วัยกลางคน อายุซัก 35 ขึ้นไป ปั่นสนามเขียวรอบนึงนี่ Heart Rate เท่าไหร่กันครับ

โพสต์ โดย CK3 »

+ 1 ให้กับ GIRO เลยโดนใจ

ขอบคำถามเจ้าของกระทู้ครับ อายุ 39 ปั่นไวสุดสนามเขียวต่อหนึ่งรอบ 41 นาที HR ทะลุ MAX ครับ AV นี่โซน 5 เลย
แอบแซงเพราะแรงน้อย
รูปประจำตัวสมาชิก
jpung
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 134
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2011, 22:54

Re: มือใหม่วัยกลางคน อายุซัก 35 ขึ้นไป ปั่นสนามเขียวรอบนึงนี่ Heart Rate เท่าไหร่กันครับ

โพสต์ โดย jpung »

เทียบ HR กันยากครับ สภาพร่างกายของคนเราแตกต่างกันมาก
ถ้าไม่มีเครื่องมืออื่น ๆ เลย ลองปั่นให้หนักที่สุด จนร่างกายทนไม่ไหว ขาแข้งหมดแรง แล้วลองดู HR ตรงนั้นว่าเท่าไหร่
set เป็น Max ของเราเอาไว้ แล้วลองมาคำนวน zone ดูก็ได้ครับ

หรือ ลองตามกลุ่มขาแรง ตามให้เต็มที่ไปเลยครับ ทางราบสวนลมนี่แหละ ตัวเรียกหัวใจให้พุ่งกระฉุดเลย
แล้วลองดูค่าตรงนั้นนะครับ ว่าได้เท่าไหร่ ถ้าคุณได้ค่าตรงนั้นมา ไม่เกิน 140-150 แสดงว่า ตรงนั้นของคุณคือ zone 5 แล้ว
ก็ปรับ zone ลงมาให้เหมาะสมกับการออกกำลังกายครับ

ผมมีปั่นกับเพื่อนบางคน หัวใจเต้นต่ำมากกกกกกกก 110-130 ไม่เกินนี้
แต่ถ้า หัวใจพุ่ง 140 เมื่อไหร่ ไส้แตก ตะคริวถามหา

ร่างกายของคนเราไม่เหมือนกันจริง ๆครับ
ปั่นหมอบแล้วปวดเนื้อ เมื่อยตัว .. อาจจะเกิดมาจากการ Fitting ที่ผิดพลาด
แนะนำครับ ช่าง Jumm : Fitting ได้ดีเหลือหลาย

ช่างJummซ่อมบำรุงจักรยานนอกสถานที่ทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล ด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน
Call: 087-813-7117 Jumm
aukkara
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ม.ค. 2009, 21:04

Re: มือใหม่วัยกลางคน อายุซัก 35 ขึ้นไป ปั่นสนามเขียวรอบนึงนี่ Heart Rate เท่าไหร่กันครับ

โพสต์ โดย aukkara »

มาเจอข้อมูลในกระทู้นี้ เป็นประโยชน์สำหรับมือใหม่อย่างผมมากครับ :D
รูปประจำตัวสมาชิก
ray
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 294
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:02
team: bikeloves
Bike: ฺ็BH กะโหลกกะลา

Re: มือใหม่วัยกลางคน อายุซัก 35 ขึ้นไป ปั่นสนามเขียวรอบนึงนี่ Heart Rate เท่าไหร่กันครับ

โพสต์ โดย ray »

ฮ่าาาาาาาๆๆๆๆ พวกลูกลูกเจี๊ยบ :mrgreen:
ขี่จานเล็กให้ครบปีแล้วค่อยมาถามใหม่นะครับ คริ คริ
infoligence
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 149
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2011, 16:36

Re: มือใหม่วัยกลางคน อายุซัก 35 ขึ้นไป ปั่นสนามเขียวรอบนึงนี่ Heart Rate เท่าไหร่กันครับ

โพสต์ โดย infoligence »

เจอบ่อยมากเลยครับที่สนามเขียว ลากสวนลมมาจนจะหมดแรงแล้วโดนพวกปั่นรอบเดียวตีหัวเข้าเส้นแล้วขึ้นจุดพัก ขณะที่ผมปั่นต่อรอบสองต่อเนื่องไปอย่างระโหยโรยแรงเพราะลากสวนลมมาตลอด :oops:
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: มือใหม่วัยกลางคน อายุซัก 35 ขึ้นไป ปั่นสนามเขียวรอบนึงนี่ Heart Rate เท่าไหร่กันครับ

โพสต์ โดย giro »

เรื่อง zone HR ตอนนี้ระบบเทียบโซนจาก maxHR ใน ตปท. สำนักโค้ชต่างๆกำลังค่อยๆเลิกใช้แล้วครับเพราะมีจุดอ่อนสำคัญมากๆคือนักปั่นสมัครเล่นแทบไม่มีทางหา maxHR ที่แม่นยำได้เลยครับ...
เอาง่ายๆครับ มีกี่คนที่สามารถอัดจนหมดตัวได้จริง? แล้วมีนักปั่นสมัครเล่นซักกี่คนเคยทดสอบ maxHR จริงๆแบบในห้องทดลองบ้าง มันบ้าพลังมากๆนะครับ ส่วนมากจะทนภาวะนั้นไม่ไหวครับ
บรรดาสูตรคำนวนทั้งหลาย มีตั้งแต่คร่าวๆ เกือบแม่น กับใกล้เคียงครับ ทีนี้พอมาลองใช้กับสูตรการทดลองบางอย่างพบว่าโซนมันเล็กมากจนความคลาดเคลื่อนที่ว่าทำเอาเพี้ยนไปเลยก็มี (ยังไม่นับการตอบสนอง HR ช้า)

ดังนั้นจึงเกิดการใช้ HR ตัวใหม่เรียกว่า Funtional Threashold Heartrate หรือ Lactate Threashold Heartrate ครับ โดยโซนที่ได้จะเทียบได้กับโซนของการซ้อมฐานระบบวัตต์ มีข้อดีคือ การคำนวนและทดสอบหาทำได้ง่ายและแม่นยำกว่ามาก อีกทั้งยังคอยทดสอบเช็คความแม่นยำใหม่ได้เรื่อยๆด้วย มีข้อเสียคือการตอบสนองของ HR ไม่ไวพอที่จะตอบสนองโซนละเอียดมากๆเช่นพวก anaerobic เหนือ vo2max ขึ้นไป การใช้งานจริงอยู่ในระยะเวลาเพียง 2-5 นาที ซึ่งบางครั้งหัวใจตอบสนองไม่ทัน พอพัก 2-3 นาทีหัวใจยังไม่คืนสภาพเดิมก็ต้องอัดซ้ำแล้ว
...แต่นั่นคือจุดอ่อนของระบบฐาน HR ครับ จะแบ่งโซนอย่างไรมันก็ตอบสนองช้าแบบนี้แหละครับช่วยอะไรไม่ได้

การหา LTHR หรือ FTHR
วอร์มอัพให้เรียบร้อยร่างกายพร้อม กล้ามเนื้อพร้อม หัวใจพร้อม
ทำการปั่น CP30 หรือ time trial 30 นาที หรือแปลง่ายๆว่า 30 นาทีเอาให้หมดทุกหยด โดยที่พยายามเกลี่ยเฉลี่ยกำลังให้พอดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งเกลี่ยได้เรียบเท่าไหร่ ไปให้หมดจริงๆ ยิ่งได้ค่าที่แม่นยำ ถ้าเหลือแล้วไประเบิดตอนท้าย หรืออัดเยอะแล้วแผ่วปลาย ค่าที่ได้จะไม่แม่นยำ
ค่าเฉลี่ยชีพจร 10 นาทีแรกไม่คิดนะครับ ให้เรานำค่าชีพจรนาทีที่ 10-30 (20 นาทีหลัง) ค่าได้เฉลี่ยเท่าไหร่ นั่นคือ LTHR(FTHR)
ข้อดีของระบบนี้คือคุณสามารถทดสอบซ่อมได้เรื่อยๆ ยิ่งทำบ่อย ยิ่งรู้พิกัดเวลาตัวเองยิ่งเกลี่ยได้ดีและยิ่งแม่นยำมากขึ้น ค่านี้จะเปลี่ยนไปตามอายุและวามฟิตของร่างกายด้วยครับ ดังนั้นเป็นตัวแยกโซนและบ่งชี้สภาพร่างกายได้ดีมากๆ

การใช้งานจริงควรจะใช้ร่วมกับ maxHR ในกรณีที่คำนวนมาแล้วเทียบหาว่าจากโซนบนๆไปหา maxHR มีพื้นที่ว่าเท่าไหร่ ในกรณีนักกีฬาฟิตๆมากๆ ค่า LTHR จะเบียดช่วง maxHR ที่ได้มาจากการคำนวนอายุเป็นหลัก เพราะอะไร??
เพราะสูตรคำนวนทุกสูตรใช้เกณฑ์เฉลี่ยของคนทั่วไปทั้งหมด ทั้งออกกำลังและไม่ออกกำลังกาย ซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้ไม่แม่นยำ นักกีฬาหรือคนที่ออกกำลังกายจะมี maxHR มากกว่าคนที่ไม่เล่นกีฬา เมื่อท่านทดสอบหา LTHR จริง ก็จะไปเบียดกับ maxHR ในทันที ใครทดสอบแล้วได้ผลแบบนี้ให้ทำใจได้เลยครับว่าที่ซ้อมๆมาด้วยโซน %maxHR เพี้ยนกระจายเลยครับ

เมื่อได้ LTHR ,าแล้วแบ่งโซนใหม่ดังนี้ครับ
โซน 1 1-68 %LTHR Active Recovery ขี่ความหนักนี้ได้กันเป็นวันๆ
โซน 2 69-83 %LTHR Aerobic Endurance ความหนักนี้ขี่ได้เป็นครึ่งค่อนวัน
โซน 3 84-94 %LTHR Tempo ความหนักนี้ขี่ได้เป็นชั่วโมงๆ (ช่วงบนๆเรียกว่า sweet spot)
โซน 4 95-105 %LTHR Lactate Threashold ความหนักพิกัดนี้ใช้งานได้จริงๆที่ 20-40 นาที ถ้าแรงๆหน่อยก็ได้ 1 ชม. สบายๆ
โซน 5 106 %LTHR ขึ้นไป VO2max ที่ระดับนี้ระเบิดกันได้ 5-6 นาทีก็จะหมดและเครื่องระเบิด (บางตำราบอกว่า 106-115 %LTHR คือ Anaerobic Capacity แต่ก็พบว่าส่วนมากจะใกล้กับ maxHR มากๆซึ่งยากที่จะระบุหาโซนที่ชัดเจนได้)

ถ้าคำนวนให้ดีๆจะพบว่าโซนที่ได้มาจะใกล้เคียงกับกรอบโซนระบบ maxHR (สมมุติว่าหา max ได้แม่นยำ) ครับไม่ต้องตกใจ เพียงแต่ถ้าคิดเป็นหน่วยชีพจร ตุ้บต่อนาที อาจพบว่าขอบเขตุแต่ละ.โซนไม่ตรงกัน นั่นก็เพราะการหาพิกัดนี้ทั้ง 2 วิธีก็ไม่ได้แม่นยำที่สุดในโลกครับ การหาที่แม่นยำและเป๊ะจริงๆคือการใช้ทั้งระบบชีพจร + ระบบวัดแรงที่ออก(วัตต์) + การเจาะเลือดหากรดแล็คติคในเลือด เพื่อหาช่วงการออกแรงและที่ระดับการตอบสนองชีพจรร่างกายที่ร่างกายผลิตกรดแล็คติคออกมามากอย่างฉับพลันซึ่งเป็นุแบ่งระหว่างแอโรบิคและอะแนโรบิคครับ
...แต่อย่างที่บอกล่ะครับ การหา LTHR ด้วย CP30 แล้วเอา 20 นาทีหลังมาเฉลี่ย ได้ค่าที่ใกล้เคียงกับการเจาะที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วครับ

ขี่สนามเขียวหาได้ไม่ยากเลยครับ วอร์มให้ดีๆอัดไปแล้วจับเวลา จากนั้นครบ 20 นาทีกดแบ่ง Lap หรือ Set จากนั้นดูค่าเฉลี่ยของ 20 นาทีหลังเป็นอันเสร็จแน่นอนครับ จากนั้นนำค่าที่ได้มาแบ่งโซนซ้อม ซึ่งจะซ้อมอย่างไร แบบไหน ก็ต้องมาว่ากันต่อครับ
แต่ผมอยากฝากว่า .... endurance คือทุกอย่าง แม้แต่การแข่งพวกสั้นๆอย่างเสือภูเขา ไครทีเรียม นักปั่นก็ยังต้องซ้อม endurance เพื่อสร้าง base fundamental ก่อนจะพัฒนาระยะอื่นๆครับ
ลองดูพิกัดโซน 2 ที่คำนวนได้ แล้วปั่นโซนนั้นนะครับซัก 180 นาที ... คุณจะพบว่าปั่น ช้าาาาาาา มากกกกก กว่าที่คุณคิดเยอะครับ แต่ครบ 3 ชม. รับรองว่าเห็นผล หากอยากเป็นนักปั่นที่พร้อมจะพัฒนาต่อ อย่างน้อยๆต้อง base กัน 3-4 ชม. ครับ

ผมยกตัวอย่างง่ายๆเลย ถ้าคุณอยากขี่ 100 กม. กับชาวบ้านแบบหล่อๆ คุณต้องมีความทนทานพท้นฐานพอที่จะขี่ได้อย่างน้อยๆ 180 นาที ลองซ้อมแบบนี้เลยครับ ไม่ต้องกดหนัก ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องอินเทอว่ง อินเทอวัล เกียร์สบายๆซอยขาไปเรื่อยๆ ปั่นให้คงที่ กินลใชมนกไป 3 ชม. ถ้าไม่ฟิตขึ้นเต้นกาโวไปขี่จักรยานไปให้ดูได้เลย :mrgreen: :lol:
เพราะบรรดาโปรๆที่เห็นในทีวี เริ่มต้นก่อนเข้าฤดูกาลเค้าก็ซ้อมแบบนี้แหละครับ

สำหรับนักปั่นสิงห์สุดสัปดาห์ที่เวลาไม่ได้มากขนาดนั้น มีสำนักและตำรานำเสนอการซ้อมสูตรลัดเพื่อพัฒนาความฟิตให้ได้มากที่สุดในเวลาสั้นกว่า แต่ผลที่ได้คือ ฟิตและแรงดีในระยะเวลาราวๆ 60-90 นาทีเท่านั้น และยังคงต้องมาวันที่ปั่นยาวๆ 180 นาทีขึ้นไปอยู่ดี
ยิ่งกว่านั้นอีก ...เมื่อพัฒนาไปแล้วระดับหนึ่ง ก็จจะชนเพดาน ตำราซ้อมก็จะไล่ให้ย้อนไปเล่น base fundamental แต่ขยายเวลาเพิ่มอีกแล้วไล่กลับมาซัดของหนักใหม่
แปลง่ายๆเลยครับ ... เริ่มแรกปั่นสบายแต่ยาว เน้นพื้นฐานการออกแรง ต่อมาเน้นช่วงเข้มข้นแต่สั้นลง ยิ่งขั้นสูงยิ่งเน้นไปที่ระยะพิกัดเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

ข้อดีอย่างสุดท้ายที่แทบทุกตำราสนับสนุนตรงกันคือ ... ในระหว่างที่ท่านกำลังซ้อม base อยู่ *เหมาะที่สุด* สำหรับการซ้อมเทคนิคต่างๆ การเข้าโค้ง การคุมรถให้ดี การขี่ให้นิ่ง เหมาะที่สุดสำหรับนักปั่นจะมาร่วมรวมกันซ้อมเทคนิคการขี่ pace line การทำหน้าที่ต่างๆ การปรับปรุงท่าปั่นและพัฒนาความยืดหยุ่นของร่างกาย เพราะการปั่นไม่หนักมาก ท่านสามารถมีสมาธิกับการเรียนรู้และพัฒนาด้านทักษะไปด้วยได้ อย่าหวังว่าจะพัฒนาการขี่กลุ่มยากๆได้เมื่อท่านกำลังบี้กับโซน anaerobic ครับ แค่ปั่นเฉยๆหัวใจก็จะทะลักออกมางก้นแล้ว
แล้วที่ชนๆเกี่ยวๆกันล้มก็เพราะไปซ่าส์ขี่กลุ่มแรงๆ ใจสู้ไม่รู้ทักษะ พอเหนื่อยก็ส่ายเป็นงู เร่งๆผ่อนๆ อัดๆฟรีๆ มันถึงได้เกี่ยวกันง่ายๆที่สนามเขียวให้กลิ้งกันได้บ่อยๆ

ท้ายสุดผมขอฝากความเห็นส่วนตัวนะครับ พิกัดเวลาที่ควรจะต้องขี่ให้ได้หากรักจักรยานและไม่ได้จะต้องแรงขนาดแข่งมากมายคือพิกัดราวๆ 2-2.5 ชม. ครับ เพราะผมสังเกตุเห็นรายการแข่งใจเกินร้อยหรือทริปทั่วไปจะมีระยะทางาวๆ 60-80 กม. (70 นี่ยอดนิยม) ซึ่งก็ขี่กันด้วยระยะเวลาประมาณนี้แหละครับ ดังนั้นใครที่เป็นสิงห์หนึ่งรอบ ลองจัดสองรอบดูครับแล้วจะรู้ว่ามัน่างกันมากระหว่างเปอร์ซูท 45 นาที กับระยะไทม์ไทรอัล 90 นาทีแบบนักไตรฯ และลองสามรอบดูครับ นั่นคือระยะทำการปกติของรายการใจเกินร้อย ถ้ารักอยากสปรินท์ ลองเปลี่ยนจากสปรินท์ที่ กม.22.5 ไปยิงที่ กม. 17 แล้วลากยาวไปจนสุด แล้วฝืนใจไปต่ออีกรอบดูครับ :mrgreen: :mrgreen: ผมว่ามันส์กว่าอัดรอบเดียวหมดแล้วพักเยอะ ความสนุกของ.....
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
Chiny
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 561
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ค. 2012, 12:48
ติดต่อ:

Re: มือใหม่วัยกลางคน อายุซัก 35 ขึ้นไป ปั่นสนามเขียวรอบนึงนี่ Heart Rate เท่าไหร่กันครับ

โพสต์ โดย Chiny »

:D :D :D :D :D
Don't Stop Believin' - "Steel still ROCK"
จานไข่ Dr.Egg viewtopic.php?f=60&t=515279
โครงการ มินิ กัดยางหมอบ เวอชั่นบ้านๆ viewtopic.php?f=63&t=488360
Dr.EGG Facebook Fan Page: http://www.facebook.com/pages/DrEGG/418740011510449
รูปประจำตัวสมาชิก
k3mountain
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 467
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 15:27
Bike: Cervelo R3, Fuji Declaration , Khs team st , Mini java
ตำแหน่ง: 115/2 ม.2 ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง 21210

Re: มือใหม่วัยกลางคน อายุซัก 35 ขึ้นไป ปั่นสนามเขียวรอบนึงนี่ Heart Rate เท่าไหร่กันครับ

โพสต์ โดย k3mountain »

อ่านบทความของพี่ Giro แล้ว
สว่างวาบ ความคิดเปลี่ยน เลยครับ

ผมนี่เซฟเก็บไว้เลย เลอค่ามาก :D
รูปประจำตัวสมาชิก
TANG 2551
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 376
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ม.ค. 2012, 12:55
Tel: 0894432661
team: อิสระ มีเพื่อนแล้วสี่ท่าน
Bike: Challenger martrix 2.7 ,Scott Speedter S60

Re: มือใหม่วัยกลางคน อายุซัก 35 ขึ้นไป ปั่นสนามเขียวรอบนึงนี่ Heart Rate เท่าไหร่กันครับ

โพสต์ โดย TANG 2551 »

:) ขอบคุณพี่Giro นะครับ
โลกจักรยานคือเสรีภาพ,อิสระ,เป็นตัวเอง,เป็นพี่เป็นน้อง.....
รถผมประกอบ....
ภูเขา ร้านช่างศักดิ์
หมอบ ร้านน้องน้ำ้เย็น คร้าบ...
รูปประจำตัวสมาชิก
chiin
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 280
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 เม.ย. 2014, 10:07
Tel: 0811222919
Bike: Brompton
ตำแหน่ง: วัชระพล สุขาภิบาล5 สายไหม กทมฯ
ติดต่อ:

Re: มือใหม่วัยกลางคน อายุซัก 35 ขึ้นไป ปั่นสนามเขียวรอบนึงนี่ Heart Rate เท่าไหร่กันครับ

โพสต์ โดย chiin »

ขอบคุณครับผม :D
:D :D เงินไม่อาจซื้อได้ทุกอย่าง ถ้าหากภรรยาไม่อนุญาต :D :D

:D :D ขายปลีกและส่งเครื่องเสียงกล่างแจ้ง

mobile : 011222919
id line: chiin358
Supercolt
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 320
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ธ.ค. 2008, 16:51
team: นักปั่นพลังเต่า
Bike: TREK 4300//BAINCHI MONO Q

Re: มือใหม่วัยกลางคน อายุซัก 35 ขึ้นไป ปั่นสนามเขียวรอบนึงนี่ Heart Rate เท่าไหร่กันครับ

โพสต์ โดย Supercolt »

ผมสิงห์ Endurace ครับ ขี่มันแต่โซน2-3 นี่ละ มันดีจิงๆ คุณ Giro กล่าวไว้หมดแล้ว AV ไม่เคยสวยเอามาโชว์ Base ดีมาก่อนครับ ฐานไม่ดี ยอดจะมั่นคงได้ยังไง ถังน้ำมันใหญ่ได้เปรียบ ลองขี่5-60โล AV25 ดูครับ มันก้อ 2-2.30ชม ถ้าไม่ดี จะเต้นกาโว่เป็นเพื่อนคุณ Giro อีกคน :lol: :lol:
ปั่นเพื่อสุขภาพ
pradyas
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 33
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2014, 12:39
Bike: Merida Scultura 300

Re: มือใหม่วัยกลางคน อายุซัก 35 ขึ้นไป ปั่นสนามเขียวรอบนึงนี่ Heart Rate เท่าไหร่กันครับ

โพสต์ โดย pradyas »

จริงๆสาย endurance นี่ผมก็สนใจมากเหมือนกันถ้าไม่สามารถพัฒนาฝีมือจนเอาดีทางด้านความแรงได้ในระยะเวลาอันสั้น.. ผมปั่น 100 โล av speed เหลือแค่ 18 เองครับ HR ไม่ต้องพูดโซน 1 เกือบตลอด

ปล.บทความของคุณ Giro มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ต้องการปั่นจักรยานแบบจริงๆจังๆครับ ส่วนผมยังอยู่สายฟรุ้งฟริ้งอยู่คิดว่าซักวันหนึ่งคงได้ลืมตาอ้าปากเป็นสายแข็งกะเค้ามั่งครับ
leeo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1054
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2009, 16:02
Tel: 0897694634
team: บางมด
Bike: LA
ติดต่อ:

Re: มือใหม่วัยกลางคน อายุซัก 35 ขึ้นไป ปั่นสนามเขียวรอบนึงนี่ Heart Rate เท่าไหร่กันครับ

โพสต์ โดย leeo »

กล้ามเนื้อและหัวใจ 8-) 8-)
ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ มีแต่ยังไม่ได้ทำ กับยังทำไม่เสร็จ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”