โพสต์
โดย ลุงเนตร »
..อิ่มแล้ว ออกเดิินทางต่อ ทางลงพอประมาณไปเรื่อย ๆ จนถึงโรงเรียน พบนายสิบทิศ บัดดี้ร่วมปั่น แล้วเดินทางต่อ สองข้างทางยังประกอบอยู่ด้วยดอกบัวตองเหลืองอร่ามงามวิไล
..ก่อนถึงถนนเมนท์ไต่ขึ้นเขาลูกที่ ๓ สุดท้าย ไม่ชันมากนัก แต่ลงชัน มีโค้งหนึ่งเป็นตัวยู ต้องลงจูงลง พอพ้นขึ้นคร่อมปล่อยปรื๋อออกมาจนถึงถนนเมนท์ อ.ขุมยวม - อ.แม่แจ่ม เมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. พักถ่ายภาพแป๊บ แล้วเดินทางต่อ เห็นป้ายบอก "ปางอุ๋ง กี่ กม.จำไม่ได้ .. แม่นาจร ๖๗ ก.ม.มั้ง..ป้ายยังไม่ขึ้น อ.แม่แจ่ม ที่เรามุ่งไป)
..ถนนเรียบ แต่ไมราบ ชันขึ้นเขาเกือบตลอด ข้ามเขาสูงยอดหนึ่ง แล้วลงปักดิ่งจนสุด ถึง ปางอุ๋ง เที่ยงกว่า หยุดทานมื้อกลางวัน แล้วอ้อยอิ่งถามทางและหมู่บ้านข้างหน้าว่า ทางสูงชันไหม อีกกี่ ก.ม.ถึงบ้านนั้น บ้านโน้น
..บ่ายโมง เดินทางต่อ ทางยังชันขึ้นเรื่อย ๆ ๔ - ๕ ก.ม.มั้ง ถึงปางอุ๋งใหม่ ซักบ่ายสองกระมัง แวะซื้อแล๊คตาซอยและเอ็ม ๑๕๐ ดื่ม แล้วปั่นต่อ
..ทางยังชันอยู่เรื่อย ๆ ไปได้ช้ามาก จนขึ้นเขาสูงชันมากขนาดต้องจูง สุดสูงแล้ว ดิ่งลงไปจนสุดถึงพื้นราบมีธารน้ำไหลผ่าน ข้ามสะพานถึงหมู่บ้านปางเกี๋ยะประมาณ ๑๖.๐๐ น. นับเป็นเวลาที่เห็นว่าเหมาะที่จะพักที่นี่ เห็นศาลาประชาคมเป็นอาคารปูนย่อม ๆ อยู่ข้างทาง ตรงข้ามร้อนขายของชำ ถามหาบ้านผู็ใหญ่บ้าน แล้วเดินไปหา มีชาวบ้านใจดีพาไป ปรากฏว่าไม่อยู่ทั้งผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วย ชาวบ้านหนุ่มใหญ่ บอกว่าพักได้ เขามาจะบอกให้ ขอบคุณเขา แล้วปั่นเลยไปอีกหน่อยพบป้ายโรงเรียนบ้านปางเกี๊ยะ ก็ปิ๊งขึ้นมาว่า เข้าไปขอนอนที่โรงเรียนน่าจะดีกว่า เลี้ยวขวาเข้าไปที่ทำการครู พบครูวัยรุ่นสามสี่คน ขอเข้าพัก เขายินดีให้เข้าพักได้ตามสบาย ชี้แนะอาคารที่พักและห้องน้ำให้ด้วยอัทยาศัยไมตรีที่ยิ้มแย้ม และบอกว่ามีมาพักแต่วานนี้คณะหนึ่งแล้ว มาด้วยกันหรือเปล่า บอกเขาว่าเปล่า เขาให้พักอีกอาคารหนึ่ง เป็นอาคารเอนกประสงค์ มีฝามิดชิด พื้นโล่ง และเวที
..ได้ที่หกพักเหมาะใจกายแล้ว โทร.เรียกนายสิบทิศ ที่เลยไปรออยู่ข้างหน้าที่ปากทางเข้าโครงการส่วนพระองค์ ให้กลับมาเข้าพักด้วยกัน
..เดินไปทักทายนักปั่นที่เข้าพักก่อนแต่วันวาน ปรากฏว่าเป็นนักปั่นที่เคยร่วมทริปกันมาก่อน คือ ครูต้อยและครูแอ๊ด (สองสามีภรรยา) ณ ปราณบุรี, คุณเกรียงศักดิ์ ณ สุโขทัย และอีกท่านหนึ่งจากนราธิวาส รวม ๔ ท่าน เราต่างดีใจที่ได้พบกันโดยบังเอิญ เดินทางสวนทางกัน ประจวบเหมาะมาพักที่โรงเรียนเดียวกัน
..เย็นแดดร่ม ลงโชย ก่อนมืดเล็กน้อย อากาศเย็น เราออกไปทานมื้อเย็นกัน ร้านเลยโรงเรียนไปสักสองร้อยเมตร สองคนผัวเมียวัยไม่ถึงสามสิบ มีลูกชายเล็ก ๆ ๓ คน เปิดร้านขายอาหารตามสั่ง และของชำ บอกบ้านพ่อแม่อยู่ด้านใน ตัวเองเคยทำไร่ ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง ออกมาเปิดร้านขายอาหาร ก็พออยู่ได้
..ผู้เมียเป็นผู้ทำอาหาร ฝีมือใช้ได้ อร่อย ขณะที่ดื่มทานกันอยู่ หันไปเห็นผู้สามีปอกเปลือกหอบใหญ่ บอกเขาว่า ช่วยปอกหั่นชิ้นใหญ่ ๆ ใส่จานมาให้สัก ๑ ลูก ไม่นานเขานำมาให้ กินแกล้มกับข้าวที่สั่งมาทาน หวาน กรอบ เผ็ดปานพริกขี้หนู อร่อย เกิดมาไม่เคยกินหอมหัวใหญ่เผ็ดปานพริกขี้หนู อากาศหนาวขึ้น ๆ สักประมาณทุ่มหนึ่งก็อิ่ม กลับเข้าที่พัก
..๒๐.๐๐ น. นอน สวดมนต์ ไมรู้หลับไปเมื่อไร นิ.
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*