ไปนั่งเงียบๆมาครับ
ความเงียบ บางทีก็เป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยจะได้ตั้งใจฟังมันเท่าไร
ความเงียบ จึงเป็นสิ่งที่หลายคน ไม่คุ้นเคย
จนบางครั้งอาจจะรู้สึกว่ามันไม่เป็นมิตรไปโดยปริยาย
ความเงียบ ไม่ใช่สิ่งเกิดใหม่ แต่เป็นของที่มีอยู่แต่เดิม
ก่อนที่จะมีเสียงใดๆเกิดขึ้น
ความเงียบ จึงเป็นเสมือนห้องว่างๆ ที่ปรากฏแทรกขึ้นท่ามกลางความดัง ของสรรพสำเนียงที่ปรากฏก่อนหน้า
หรือ ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป
สำหรับผม ความเงียบ เปิดโอกาสให้ผมได้ยินเสียงที่ไม่ค่อยได้ยินนัก
เสียงหัวใจของตัวเอง
ตลอดเวลา เรามักรับรู้และตอบสนองกับสิ่งกระตุ้นรอบตัว
แล้วตอบโต้ หรือ ตอบรับ ทันที
หลายครั้ง เกินความจำเป็น ต่อการมีชีวิตโดยปรกติ
เราคงแยกสิ่งที่ซับซ้อนเหล่านี้ไม่ได้ หากเราไม่มีโอกาสเฝ้ามองอย่างปราณีต
ความเงียบ เอื้อเฟื้อให้เรามีโอกาสแบบนั้น
ทันทีที่เราออกห่างจากเสียงสับสนรอบๆที่คุ้นเคย
เราจะค่อยๆได้ยินเสียงอื่นๆที่แทบไม่เคยได้ยินในยามปรกติ
หนึ่งในนั้นอาจเป็นเสียงของเราเอง
ทั้งหัวเราะ ทั้งร้องไห้ หรือ ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน
เชื่อหรือไม่ว่า มันดังกว่าเสียงอึกทึกภายนอกนั้นหลายเท่า
ที่สำคัญ เสียงนี้ดังมานานแล้ว แต่เราอาจจะไม่เคยได้ยินมันเลย
เราจะมีโอกาสได้ฟังคนคนหนึ่งพูด รับรู้ว่าเขาเหนื่อย วุ่นวายหัวใจ สับสน หรือเบิกบาน
บางครั้ง การทุ่มเถียงก็ระเบิดขึ้นในแทบจะทันใด
บางครั้ง ก็เป็นเพียงการถามตอบปัญหาทายท้าชวนเวียนหัว
บางครั้ง เสียงบ่นก็จางหายไปดื้อๆ
หากเราเป็นผู้ฟังที่ดีพอ คือ อดทน สมานฉันท์ และไม่เอาแต่ใจจนเกินไป
เราอาจพบวิธีที่จะอยู่ร่วมกับคนคนนั้น ได้ดียิ่งขึ้น
อันเป็นความรู้ที่มีประโยชน์สูงสุด เพราะมันจะกำหนดรูปร่างของวันต่อไปในชีวิตเรา
ว่าจะมีดุลย์ภาพ มากน้อยเพียงไร
ที่ติดมาด้วย เป็นของแถมที่มีคุณค่า คือความรู้ในการอยู่ร่วมกันกับสรรพชีวิต
คงไม่มีอะไร ที่เราจะออกแบบได้ มากไปกว่านี้
ตราบที่สรรพสิ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมโดยตรงจากเรา
ผมจะปลีกตัวไปอยู่ลำพังบ้าง เมื่อมีโอกาส
เพื่อค้นหาเสียงที่ผมอาจจะไม่ได้ยิน จากที่อื่น
ครั้งนี้ ก็เป็นอีกวาระหนึ่ง ที่ผมออกเดินทางฝ่าสายฝน
มุ่งหน้าไปหามุมสงบ พบเพื่อนคนเดิม
เพื่อไต่ถามสารทุกข์ ว่าเป็นสุขดีหรือไร
แบบง่ายๆ เงียบๆ ตามเคย
ค่อยๆเล่าไปก็แล้วกัน ถ้ามีแรงก็ยาวหน่อย
แต่ถ้าเงียบไปนานหน่อย ก็ขอให้เข้าใจว่า
เนื้อหาของการรายงานทริปนี้ มุ่งหวังให้มิตรสหายที่รัก ได้สัมผัสความเงียบด้วยความรื่นรมย์ โดยอิสระ นะเคิ๊บ..
