สุดยอดจุ๋ย เขียน:ปั่นจักรยานไปทำงานเหมือนกันครับ จากนครนายกไปปราจีนครับ ไปกลับเกือบๆ 50 โลครับ
ขอชมครับ
สุดยอดจุ๋ย เขียน:ปั่นจักรยานไปทำงานเหมือนกันครับ จากนครนายกไปปราจีนครับ ไปกลับเกือบๆ 50 โลครับ
แน่นอนค่ะ จะพยายามเพิ่มวันขึ้นเรื่อยๆ เพราะ พอกลับมาใช้พาหนะ อื่นมันไม่ทันใจน่ะค่ะTeaw_trek เขียน:ดีจังเลย คุณ BLUE OCEAN
ขอให้ทำเป็นกิจวัตรประจำ ๆ
ค่อย ๆ เพิ่มวันไปเรื่อย ๆ ดีครับ
อ้ออยู่ TCC หรือ เหมือนกัน
ลองใช้ตัวอย่างแบบคุณหมูดูซิคะearthquake เขียน:ที่ทำงานไม่มีห้องอาบน้ำ ให้ปั่นไปนี่ไม่ไหวเหม็นตัวแย่เลย
หมู Civilman เขียน:สำหรับท่านที่ไม่มีที่อาบน้ำที่ทำงานจัดการกับตัวเองกันอย่างไร
ส่วนตัวผมใช้วิธีนี้ครับ ก่อนออกก็อาบน้ำแต่งชุดปั่นแบบไม่เต็มยศ(กางเกงจักรยานแต่เสื้อยืดธรรมดา) เตรียมผ้าขนหนูผืนเล็กๆติดไปด้วย พอถึงที่ทำงานก็เช็ดเหงื่อออกก่อนโดยยังไม่ต้องชุบน้ำ แล้วถึงจะใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามเนื้อตัวหน้าตาอีกที
ตัวอาจจะยังเหม็นอยู่ผมก็อาศัยใช้แป้งฝุ่น(ใช้ได้ทุกยี่ห้อ)ทาตามตัว ช่วยให้ตัวแห้ง ส่วนที่ยังเหลือติดมือก็เสยผมเลยหัวจะได้ไม่เหม็น เรื่องชุดทำงานวันจันทร์ก็ใส่เป้สะพายหลังไปใส่ซ้ำสองวันเลย(บางทีก็สาม) เก็บไว้ที่ทำงาน พอวันอังคารก็หอบกลับหมุนเวียนไป(รับรองไม่เหม็นอยู่ในห้องแอร์เหงื่อไม่ออกอยู่แล้ว) ผมยังมีเสื้อเจ็คเกตที่เอาไว้ใส่กันหนาวสวมทับอีกตัว ถึงจะใส่เสื้อซ้ำก็แทบจะไม่มีใครรู้
อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยก็สำคัญมาก ผมติดไฟหน้า-หลัง แถมด้วยไฟกระพริบสีแดงที่หลังหมวกอีก ยังมีเป็นเสื้อสะท้อนแสงสีเขียวๆอีก นี่ก็ว่าจะหาสายรัดข้อเท้าที่มีไฟมาใส่อีก ใครจะว่ายังไงไม่สนเพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง
ยางใน ไฟฉายเล็กๆ ที่งัดยาง สูบลม เอาติดไปครับ ช่วยตัวเราเองให้ได้มากที่สุด
ข้อดีของการปั่นจักรยานไปทำงาน อันดับแรกเลยประหยัดค่าน้ำมันรถได้มากเลย ผมใช้มอไซค์ เติมน้ำมัน 80 บ.วิ่งได้สามขา(ไป-กลับ-ไป) หนึ่งสัปดาห์คิดการทำงานแค่ 5วันก็เท่ากับ 10ขา (10/3*80=267) ก็เท่ากับ267บ.ต่อสัปดาห์ แต่รวมๆแล้วคิดรถติดด้วยคงจะอยู่ที่ 275บ.ต่อสัปดาห์ หนึ่งเดือนก็เท่ากับ 275x4=1100 บ.ได้อะหลั่ยรถแบบแหล่มๆเลยหละ ข้ออื่นๆก็คงจะคล้ายๆกับทุกท่านที่ว่ามาครับ
ไปทั้งสองงานค่ะ ไม่พลาดอยู่แล้วTeaw_trek เขียน:ครับ คุณ Blue Ocean คงไม่ได้ไปครับ
เพิ่งเห็นกระทู้พลุครับ ไม่ได้วางแผนไว้
รอไปคืนคริสต์มาสครับ หากไปคงได้พบครับ
งานรถพับปาร์ตี้
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน BIKE TO WORK
เห็นด้วยค่ะ อุปกรณ์พวกนี้ไม่ใช่ตัวกำหนดความเร็ว แค่องค์ประกอบเท่านั้น สิ่งสำคัญต้องฝึกทักษะ และพยายามไปร่วมทริบกับคนอื่น หลายๆ แบบ เพราะจะได้ประสพการณ์ที่หลากหลาย และจะมีคนช่วยชี้แนะให้ บางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าเรามีจุดบกพรอ่งยังไงต้องให้คนอื่นช่วยดู เช่นเคยไปปั่นจักรยานกับทริบ TCC นี่แหละค่ะ แล้วมีพี่คนนึงมาแนะนำว่า เราขี่รถหน้าไม่นิ่ง เขาบอว่าสาเหตุเพราะเราขี่รถเกรงใจเกินไป เช่นเจออะไรก็ไม่หลบ กลัวจะเบียดคนอื่น เขาก็สอนว่าให้มองไกลๆ และไม่ต้องกังวลว่าเจอท่อเหรือเจออะไร จะได้หลบแต่เนิ่นๆ และยังบอกให้เราทำสมาธิที่ขา อย่าโฟกัสที่หน้ารถ ให้รู้สึกให้ได้ว่าขาหมุนเป็นวงกลม ซึ่งหลังจากทำอย่างที่เขาว่า รู้สึกทันทีเลยว่าขี่สบายขึ้น นอกจากนั้นการเลือกเกียร์ ที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญ กรณีที่เกิดนี่ พี่คนนั้นแนะนำว่าเราขี่รถเกียร์ อ่อนกว่าแรงที่เรากดลงไป ทำให้หน้ารถไม่นิ่งด้วย ให้ลองปรับเกียร์ใหม่ ให้สูงขี้น คราวนี้นะคะขี่ฉิวเลย ไม่เหนื่อยด้วย ซึ่งเรื่องพวกนี้ต้องอาศัยผู้รู้ช่วยแนะนำ เราปั่นอยู่เราก็นึกว่าทำดีแล้วkbcowboy97 เขียน:วันนี้เจอเพื่อนร่วมทาง บนถนนเรียบทางด่วนรามอินทรา ช่วงประมาณประชาอุทิศ 2 คัน เวลาประมาณ 8 โมงนิดหน่อยครับ คันแรกเป็น Fix เกียร์ผมเพิ่งมาเห็นวันนี้ว่าปั่นรถ Fixed Gear นี่ก็เท่เหมือนกันนะ เลยขี่เข้าไปถามว่ากำลังจะไปไหน พี่เขาบอกว่าไปทำงานแถวพระรามสี่ พี่เขาแต่งตัวแบบสบาย ๆ ครับ ส่วนคันที่ 2 เป็น เสือภูเขารู้สึกจะเป็น Wheeler อะไรประมาณนี้ พี่เขาขี่เร็วมากจนน่าแปลกใจเพราะเขาใส่ ยางใหญ่คิดว่าน่าไม่น้อยกว่า 2.0 หรือ 2.2 ประมาณนี้แต่ทำความเร็ว 40 เกือบตลอดทางเลย เล่นผมตามจนหอบ แล้วหอบอีกที่ไหนได้ทำงานอยู่ไกล้ ๆ กันแถวนานา เลยได้คุยกันพอสมควรครับ เขามาจาก สวนสยามฝั่งรามอินทราแล้วมาทำงานที่ โรงแรมแลนด์มาค เขาบอกว่าเขาขี่มาเป็นปีที่ 8 แล้ว ซึ่งฟังแล้่วผมว่าน่าก็น่าชื่นชมจริงๆ ครับแต่รถพี่คนนี้มันสะท้อนให้ผมเห็นอะไรบางอย่างที่ หลายคนอาจจะลืมไปครับ รถเขาไม่มีอะไรที่พิเศษเลยไม่ว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อนต่าง ๆ หรือ ดุม จาน ตีผีก็ไม่ใช่ ขนาด deore, slx, xt, xtr , x0 ทุกอย่างเป็นแบบ Basic ทั้งหมด แต่ขี่เร็วจริง ๆ รถจะขี่ได้เร็วต้องขึ้นอยู่กับฝึกฝนทักษะ และความแข็งแรงของร่างกายครับ ชุดแต่งต่าง ๆ เป็นเพียง furniture อาจจะเป็นส่วนประกอบแต่ก็ไม่ได้มีความสำคัญมากที่สุด ซึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อนคิดว่าตั้งใจจะไป up อะไหล่บางชิ้น ก็เลยคิดว่าไม่ต้องไปทำแล้ว ต้องขี่้ให้มีความชำนาญมากกว่านี้อีกหน่อยก่อนแล้วค่อยคิดอีกที