ทริป To say.....hello Vietnam เริ่ม หน้า 16 [ ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์ ]

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

จากนั้นผมเดินกลับออกมา พบแม่ค้าตัวน้อยๆพยายามขายของให้นักท่องเที่ยว เจอรถมอไซค์บรรทุกมะพร้าวอ่อนมาขาย ที่นี่น่าจะขายดีครับ เขาแช่เย็นทั้งลูก ลูกละ 1 เหรียญ กินได้แต่น้ำครับ เนื้อมะพร้าวมันอ่อนเกินไป สังเกตุมาหลายวัน หนังสือที่ เขามาขายให้ ต้องต่อราคาลงมากๆ อย่างที่ผมซื้อ จากเล่มละ 12 เหรียญ ผมซื้อเล่มละ 5 เหรียญ 2 เล่ม 10 เหรียญครับ Angkor by jon ortner เล่มหน้าปกเป็นรูปนครวัด ปกสีน้ำเงิน และอีกเล่ม Ancient Angkor by Michael Freeman หน้าปกสีส้มเป็นรูปหน้าปราสาทบายน ครับ ผมปั่นออกไปมุ่งหน้าไปตามถนนรอบนอกของนครธม ถนนค่อนข้างแคบ ไหล่ทางไม่มี ดีที่เขาไม่ยอมให้รถ โค็ช คันใหญ่เข้ามา คงยอมให้แต่มินิบัสเท่านั้นเข้ามาได้

รูปภาพ

อีกไม่เกิน 10 ปี แม่ค้าตัวน้อยๆ จะเป็นมืออาชีพที่ทำยอดขายได้ระเบิดเทิดเทิง ตัวเล็กๆหากแต่ ภาษาพูดของเธอไม่เล็ก แถมมีมีลูกล่อลูกชน ไม่ซื้อของหนูไม่เป็นไร ขากลับช่วยซื้อของหนูมั้งน่ะ รับปากกับหนูตอนขาเข้า ขาออกช่วยซื้อหน่อยน่ะจ๊ะ ดูลูกอ้อนเธอซ่ะก่อน

รูปภาพ

ผมไม่ทราบว่าลูกอะไร เลยไม่กล้าซื้อมาชิม แต่สีมันน่ากินน่ะครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

ผมจอดจักรยาน ตั้งใจว่าจะถ่ายรูปของพวกเธอโดยไม่ให้รู้ตัว พอกดซัตเตอร์ เธอเงยหน้าขึ้นมาตะโกนว่า One picture one dollar มันเป็นคำยอดฮิตของชาวขแมร์ พอๆกับ สบายดี ตอนอยู่ที่ สปป.ลาว

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ที่บ้านเราก็มีครับ แต่ผมไม่รู้ว่า ภาคกลางเขาเรียกว่าลูกอะไร รู้แต่แถวเมืองเลยเรียก หมากบก ผลของมันหลังจากที่สุก จะหล่นตกลงมา สมัยเด็กๆพาวัวไปเลี้ยงวัวชอบกินมาก
พอมันถ่ายออกมา นำมาคั่วแล้วผ่ามันออก รสชาดมันๆอร่อยครับ

รูปภาพ

อะไร..ตัวแค่นี้ค้าขายเป็นแล้ว

Neak Pean

ปราสาทนาคพัน (เขมร: ប្រាសាទនាគព័ន្ធ - ออกเสียงว่า "เนียกปวน"; อังกฤษ: Neak Pean) [1] เป็นปราสาทขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนฐานกลมที่มีลักษณะซ้อนลดหลั่นกันลงไปเป็นชั้นๆ ชั้นสุดท้ายเป็นรูปพญานาค 7 เศียร 2 ตัว โอบล้อมฐานของปราสาทโดยหันส่วนหัวไปทางทิศตะวันออก และส่วนหาง วนอ้อมฐานมาบรรจบกันทางทิศตะวันตก ที่ฐานของปราสาทจำหลักรูปดอกบัวรองรับตัวปราสาท และมีรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรประดิษฐานอยู่ที่ปราสาททั้ง 4 ทิศ
ปราสาทนาคพัน สร้างอยู่กลางสระสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดใหญ่ มีบ่อน้ำขนาดเล็กตั้งอยู่โดยรอบทั้ง 4 ทิศ แต่ละบ่อมีส่วนที่เชื่อมต่อกับสระใหญ่ตรงกลางเพื่อให้น้ำจากสระใหญ่สามารถไหลไปสู่บ่อเล็กได้ การก่อสร้างปราสาทนาคพันน่าจะเกี่ยวข้องกับคติความเชื่อทางศาสนา ผังของปราสาทเป็นลักษณะการจำลองของสระอโนดาต [2] สระอโนดาตเป็นสระน้ำบนสวรรค์มีน้ำที่ใสสะอาดและเต็มเปี่ยมอยู่ตลอดเวลา มีท่าน้ำอยู่ 4 ท่า น้ำในสระอโนดาตจะไหลออกตามช่องภูเขาที่ตั้งอยู่ทั้ง 4 ทิศของสระ ซึ่งปากช่องของภูเขาแต่ละลูกจะเป็นรูปหน้าของสัตว์ 4 ชนิด คือ สิงห์ ช้าง ม้า และวัว [3]
ใน "ย้อนรอยอารยะเมืองพระนคร" ซึ่งเขียนโดย ชากส์ คูมาร์เชย์ และแปลโดยอาจารย์วีระ ธีรภัทร ได้กล่าวถึงรูปจำหลักในทิศทั้ง 4 ของปราสาทนาคพันว่า ที่สระน้ำทางทิศตะวันตกมีหินสลักเป็นรูปหัวมนุษย์ สระน้ำทางทิศเหนือมีหินสลักเป็นรูปหัวช้าง สระน้ำทางทิศตะวันออกมีหินสลักเป็นรูปหัวม้า และสระน้ำทางทิศใต้มีหินสลักเป็นรูปหัวสิงห์ [4] จะเห็นว่าช่างขอมจำหลักรูปหน้าสัตว์ประจำทิศในแต่ละทิศตามคติความเชื่อเรื่องสระอโนดาต แต่ในทิศตะวันตกกลับจำหลักรูปหน้าคนแทนหน้าวัว
คติความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการสร้างปราสาทนาคพันมีทั้งความเชื่อทางพุทธศาสนาและศาสนาฮินดูปะปนกัน ตัวปราสาทกลางสระสร้างตามความเชื่อทางศาสนาพุทธ แต่ไม่ปรากฏรูปพระพุทธเจ้ากลับมีรูปสลักของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรแทน [5]
[แก้]อ้างอิง

^ "แอบชมลายขอม" > เสนีย์ เกษมวัฒนากุล, บริษัทอมรินทร์ พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), 2539, หน้า 78
^ "ชัยวรมันที่ 7 มหาราชองค์สุดท้ายของอาณาจักรกัมพูชา", วรรณวิภา สุเนต์ตา, สำนักพิมพ์มติชน, 2548, หน้า 66,68
^ "ประวัติวรรณคดี", รศ.ประจักษ์ ประภาพิทยากร
^ "ย้อนรอยอารยะเมืองพระนคร", ชากส์ คูมาร์เชย์ (เขียน) วีระ ธีรภัทร (แปล), สำนักพิมพ์อมรินทร์, 2548, หน้า 75
^ "แอบชมลายขอม" > เสนีย์ เกษมวัฒนากุล, บริษัทอมรินทร์ พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), 2539, หน้า 80
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

ผมจอดรถโดยไม่ลืมล็อครถเดินไปตามถนนเล้กๆ มีสะพานไม้ที่ทำขึ้นใหม่เชื่อมต่อทอดยาวไปถึงตัวปราสาท ก่อนจะเดินขึ้นสะพานเล็กน้อย มีวงดนตรีพื้นเมืองเล่นเครื่องดนตรี นักดนตรีเหล่านั้น ล้วนเป็นเหยื่อจาก กับระเบิด เขาหาเลี้ยงครอบครัวด้วยเงินบริจาคจากนักท่องเที่ยว จะพบเห็นบ่อยมากตามปราสาทต่างๆในนครวัด นครธม เขาหาเลี้ยงครอบครัวไปวันๆ เพื่อลูก เมีย ผมหย่อนเงินลงในตู้ ยืนฟังเขาบรรเลงเพลงให้ฟัง สักพัก ผมก็เดินจากไป ภาวนาขอให้เขามีรายได้เพื่อครอบครัวของพวกเขา...เศร้า

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

[youtube]qycqF1CWcXg&autoplay=1[/youtube]
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ผมเลี้ยวซ้ายปั่นไป ปราสาทพระขรรค์ ระหว่างทางพบเห็นชาวขแมร์กำลังช่วยกันเลื่อยเสาไม้กองใหญ่ด้วยเลื่อยเครื่อง ชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งกำลังเรียงถัง 200 ลิตรอยู่ถัดไปใกล้แม่น้ำ ดูเหมือนว่าทั้งสองกลุ่มแบ่งการทำงานร่วมกันเป็นการต่อแพ บางคนก็กำลังทอดแห หาปลาเพื่อนำไปทำอาหาร เป็นการทำงานทั้งทีมเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน ที่สะพานมีประตูปิด เปิด น้ำบริเวณอุทธยานนี้มีคลอง แม่น้ำ เชื่อมต่อกันหมด

Preah Khan

ปราสาทพระขรรค์ (เขมร: ប្រាសាទព្រះខ័ន ปราสาทเปรี๊ยะคัน) สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1734 เป็นปราสาทหินในยุคท้าย ๆ ของอาณาจักรเขมร เป็นพุทธสถานสมัยบายน พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างอุทิศถวายแด่พระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 2 ซึ่งเป็นพระราชบิดา ปรากฏเจดีย์ทรงระฆังคว่ำขนาดเล็กจำหลักด้วยศิลาทรายตั้งอยู่ภายในปราสาทองค์หนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่เก็บอัฐิของพระราชบิดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 [1]
ปราสาทพระขรรค์เป็นศาสนสถานที่ล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง ตัวอาคารมีลักษณะเด่นที่การก่อสร้างด้วยศิลา 2 ชั้น โดยใช้เสาหินทรายกลมขนาดใหญ่รับน้ำหนักโครงสร้างและคาน ที่บานประตูแต่ละปราสาท มีรูปสลักอสูรเป็นคู่ๆ ยืนถือกระบองเสมือนคอยพิทักษ์ดูแลศาสนสถานแห่งนี้
เป็นที่น่าสังเกตว่า ภาพพระพุทธรูปมักถูกทำลายหรือแก้ไข คงเหลือแต่ภาพจำหลักนูนต่ำของฤๅษี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพฤๅษีกำลังนั่งบำเพ็ญพรตในท่า "โยคาสนะ" (นั่งชันเข่าและไขว้เท้า) สลักอยู่ตามผนังหรือเสาภายใต้ซุ้มเรือนแก้ว
นอกจากนี้ จารึกที่ปราสาทพระขรรค์ยังกล่าวถึงการสร้าง "ธรรมศาลา" (ที่พักคนเดินทาง) และ "อโรคยศาล" (โรงพยาบาล) ตามเส้นทางจากนครธมไปยังเมืองต่าง ๆ รอบราชอาณาจักร และจารึกยังกล่าวถึงการสร้างรูปเคารพ เพื่อประดิษฐานยังหัวเมืองต่างๆ ซึ่งแสดงถึงความใส่ใจในทุกข์สุขของราษฎรและความศรัทธาในศาสนาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
[แก้]อ้างอิง

^ เสนีย์ เกษมวัฒนากุล. '. [ม.ป.ท.] : บริษัทอมรินทร์ พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), 2539. หน้า 82-83.
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

หลักแสดงอาณาเขตทอดแนวไปตามถนนด้านทิศตะวันตก หนังสือ Ancient Angkor by michael freeman

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปสลักนูนต่ำ ของครุฑยักษ์ที่กำลังจับพระยานาคที่กำแพงของปราสาท Peah Khan หน้า 151หนังสือ Angkor

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปปั้น พระยานาค ที่ประตูทางเข้า ใหญ่โตมหึมา ทำเป็นราวระเบียงโดยมี อสูรหรือยักษ์ กำลังฉุดกระชากลำตัวของพระยานาค หนังสือ Angkor หน้า 150
แก้ไขล่าสุดโดย sorpinya เมื่อ 01 ก.พ. 2013, 15:46, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปสลักนูนต่ำของนักพรต หรือ ฤาษี ในท่านั่งพนมมือภาวนาในกำแพงด้านใน

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย sorpinya เมื่อ 01 ก.พ. 2013, 15:49, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปสลักนูนต่ำของพระวิษณุในท่าร่ายรำบนหน้าบรรณ


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ภาพที่มีชื่อเสียง พระวิษณุนอนเอนกบนหน้าบรรณ ปราสาทชั้นที่ 3 หนังสือ Ancient Angkor by michael freeman หน้า 175

รูปภาพ

บาราย หรือ สระน้ำ ฝั่งทิศใต้ แห้งขอด มุมนี้ที่ผมพักเหนื่อยและใช้เป็นที่นั่งกินข้าว
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

รูปภาพ

จิตรกร ชาวออสซี่ กำลังนั่งวาดภาพด้วยสีน้ำของ พลับพลาที่พักคนเดินทาง

รูปภาพ

พลับพลาที่มีเสากลม เป็นหนึ่งในสถาปัตย์กรรมของเขมร อาคารนี้ มีสองเรื่องราว บ้างก็ว่าเป็น ที่พักคนเดินทาง หรือ เป็นที่เก็บพระขรรค์วิเศษ เชื่อใครดีครับ จาก Angkor by jon ortner
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ผมปั่นเข้าสู่อาณาจักรนครธม ประตูทางด้านทิศเหนือ รูปสลักของพระยานาคถูก อสูรหรือยักษ์กำลังฉุดกระชากลำตัวอยู่ ประตูทางเข้าทั้งสองด้าน

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

terrace of the elephants ลานช้าง

ลานช้าง
• ปีที่สร้าง : สร้างในต้นพุทธศตวรรษที่ 18
• รัชสมัย : รัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และมีการบูรณะเพิ่มเติมสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 8
• ศิลปะ : เป็นศิลปะแบบบายน
• ศาสนา : ศาสนาพุทธนิกายมหายาน
• ลานช้าง ตั้งอยู่บริเวณกลางเมืองพระนครหลวง หันหน้าเข้าสู่ลานกว้างเรียกว่าสนามหลวง ลักษณะเป็นระเบียงยาวประมาณ 350 เมตร สูงจากพื้น 3 เมตร ผนังฐานพลับพลาสร้างด้วยหินสลักเป็นรูปช้างและครุฑพ่าห์พื้นพลับพลาเป็นหินตั้งอยู่ด้านหน้าประตูพระราชวังมีมุขยื่นออกมาทั้งสองด้าน คือมุขช้างเอราวัณและมุขรูปครุฑพ่าห์มีบันไดขึ้นลงได้ 5 ทาง บันไดใหญ่ที่สุดอยู่ตรงกลาง ซึ่งเป็นทางพระราชดำเนินที่จะใช้ลงไปยังสนามหลวงของพระมหากษัตริย์เท่านั้น
• จุดประสงค์ของการสร้างลานช้าง เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับพระมหากษัตริย์นั่งทอดพระเนตรการสวนสนาม การซ้อมรบ และการเฉลิมฉลองต่างๆ ตลอดจนการต้อนรับพระราชอาคันตุกะ
• ภาพสลักนูนสูงรูปช้างและครุฑ ฐานระเบียงมีภาพสลักนูนสูงเป็นรูปช้างตลอดแนว เรียกว่า ลานช้าง และมีภาพครุฑแบกที่สวยงามเรียกว่าระเบียงครุฑหรือลานพระเกียรติ
• ภาพสลักนูนสูงรูปม้าห้าหัว ด้านทิศเหนือของลานช้างบริเวณใกล้ฐานลานพระเจ้าขี้เรื้อน มีภาพม้าห้าหัวหรือม้าพลาหะอันเป็นอวตารปางหนึ่งของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรที่คอยช่วยเหลือผู้คนให้พ้นจากปีศาจร้าย
• ภาพสลักนูนสูงรูปหงส์ ทางด้านทิศตะวันออกตรงข้ามกับทางเข้าประตูชัยของนครธม มีภาพสลักรูปหงส์ และบนฐานลานช้าง ถ้ามองไปยังทิศตะวันตก จะพบโคปุระซึ่งนำไปสู่ปราสาทพิมานอากาศและพระราชวังหลวง

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ



-
แก้ไขล่าสุดโดย sorpinya เมื่อ 02 ก.พ. 2013, 08:01, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

Phimeanakas ปราสาทพิมานอากาศ

ปราสาทพิมานอากาศ
• ปีที่สร้าง :สร้างในปีพุทธศตวรรษที่ 15
• รัชสมัย : รัชสมัยของพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 พระเจ้าชัยวรมันที่ 5 และพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1
• ศิลปะ : เป็นศิลปะแบบคลัง
• ศาสนา : ศาสนาฮินดู ไศวนิกาย
• ปราสาทพิมานอากาศ เป็นปราสาทหลังเดียวที่ก่อสร้างด้วยหินทรายอยู่บนฐานศิลาแลง ซ้อนกันเป็น 3 ชั้น คล้ายปิรามิด ความสูงของฐานปราสาทพิมานอากาศทั้ง 3 ชั้นราว 12 เมตร รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมพื้นผ้ามีบันไดลาดชันทั้ง 4 ด้าน ส่วนทางเข้าชมพระราชวังต้องเดินผ่านฐานขึ้นบนพลับพลาสูงไปตามบันไดครุฑ เพราะพระราชวังนี้ต้องอยู่บนพลับพลาสูง เมื่อขึ้นไปสู่พลับพลาสูงจะเห็นประติมากรรมรูปสิงห์ ศิลปะสมัยบายนยืนผงาดอยู่เชิงบันไดทั้งสองข้าง บนฐานพลับพลาสูงแห่งนี้ยังมีร่องรอยการปลุกสร้างพลับพลาในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ให้ออกว่าราชการตรวจพลสวนสนาม หรือประกอบพิธีทางศาสนา ปัจจุบันไม่เหลือร่องรอยอีกแล้ว เพราะสิ่งก่อสร้างทำจากไม้
• ปราสาทพิมานอากาศ ตั้งอยู่บนฐานสูงสามชั้นแต่ละชั้นสูง 4 เมตรชั้นล่างสุดมีขนาดกว้าง 28 เมตร ในแนวทิศเหนือ-ใต้ ยาว 35 เมตร ในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก ฐานปราสาททั้งสามชั้นเป็นทางขึ้นสู่ปราสาทได้ ซึ่งมีบันไดอยู่กลางฐานทั้งสี่ทิศหลัก แต่ส่วนใหญ่แตกหักพังทลาย ที่มีสภาพดีที่สุดคือทิศตะวันตก สองด้านของบันไดทางขึ้นขนาบข้างด้วยประติมากรรมลอยตัวรูปสิงห์ และรูปช้างที่มุมฐานทั้งสามชั้น ตัวปราสาทบนฐานชั้นบนสุดด้านนอกเป็นระเบียงคตทำจากหินทราย ด้านในเป็นตัวปราสาทสร้างบนฐานสูง 2.5 เมตร จากบันทึกของจิวต้ากวนกล่าวว่าในปราสาทแห่งนี้กษัตริย์ขอมตะต้องเสด็จมาบรรทมกับนางนาคเก้าเศียรที่จะแปลงร่างเป็นสาวงามทุกคืน ซึ่งเป็นตำนานที่เล่าขานกันในหมู่ชาวจีนที่มีอาศัยอยู่ในเมืองพระนครหลวงสมัยนั้น
• สระน้ำหลวง ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 45 เมตร ยาว 125 เมตร ขอบสระเป็นหินทรายล้อมรอบหลายชั้นลาดลงด้านล่าง เชื่อว่าสร้างในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และแกะสลักภาพเพิ่มเติมในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่บริเวณด้านทิศใต้ของสระมีกำแพงยาวต่อขึ้นไปทางทิศตะวันตกอีกเล้กน้อย สันนิษฐานว่าสร้างเพื่อกั้นชั้นดินจากปราสาทพิมานอากาศไม่ให้ไหลลงสระ จุดเด่นของกำแพงคือภาพสลักที่สมบูรณ์ ภาพบางตอนคล้ายภาพที่ผนังลานพระเจ้าขี้เรื้อน
• สระน้ำด้านทิศตะวันออก อยู่ทางทิศตะวันออกของโคปุระด้านทิศเหนือ มีขนาดกว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร มีลักษณะเป็นสระน้ำหินทรายลึก 4.5 เมตร เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังที่สร้างในบริเวณนี้ครั้งแรก
• ระเบียงและสระน้ำ ด้านทิศตะวันตกและสระน้ำหลวง อยู่ทางทิศตะวันตกของโคปุระด้านทิศเหนือ ด้านนอกเป็นกำแพงศิลาแลง สภาพค่อนข้างทรุดโทรม ถัดเข้าไปเป็นสระน้ำขนาดเล็กและระเบียงต่ำๆ จุดเด่นอีกแห่งคือภาพสลักบนกำแพง
• ระเบียงทิศตะวันออก มีลักษณะเป็นระเบียงรูปไม้กากบาท มีเสากลมอยู่ด้านล่าง แต่ถูกต้นไม้ขึ้นปกคลุม เดินเข้าไปค่อนข้างลำบาก

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

Bayon ปราสาท บายน

ปราสาทบายน (เขมร: ប្រាសាទបាយ័ន) เป็นปราสาทหินของอาณาจักรเขมร อยู่ในบริเวณของใจกลางนครธม สร้างขึ้นเป็นวัดประจำสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ก่อสร้างในราวปี พ.ศ. 1724-พ.ศ. 1763[1] หลังจากที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7ทรงได้ชัยชนะจากการขับไล่กองทัพอาณาจักรจามปา นับเป็นศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีความซับซ้อนทั้งในแง่โครงสร้างและความหมาย เนื่องจากผ่านความเปลี่ยนแปลงด้านศาสนาและความเชื่อมาตั้งแต่คราวนับถือเทพเจ้าฮินดู และพุทธศาสนา อาคารมีลักษณะพิเศษ เนื่องจากส่วนของหอเป็นรูปหน้าหันสี่ทิศ จำนวน 49 หอ ปัจจุบันคงเหลือเพียง 37 หอ ลักษณะโดยทั่วไปจะมี 4 หน้า 4 ทิศ แต่บางหออาจมี 3 หรือ 2 แต่บริเวณศูนย์กลางของกลุ่มอาคาร จะมีหลายหน้า ซึ่งนักท่องเที่ยวมักจะพยายามนับว่ามีกี่หน้า
ลักษณทางสถาปัตยกรรมของบายนก็เช่นเดียวกับเรื่องความเชื่อ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงมาในหลาย ๆ สมัย กษัตริย์ในยุคหลัง ๆ พบว่าเป็นการง่ายกว่าที่จะปรับปรุงวัดแห่งนี้ แทนที่จะรื้อสร้างใหม่เช่นที่ทำกัน และใช้เป็นวัดประจำสมัยต่อเนื่องกันมา
[แก้]รูปสลักและศิลปกรรม

สัณฐานของกลุ่มอาคารประกอบด้วยระเบียงคต (gallery) ล้อมรอบอยู่ 2 ชั้น เรียกว่าชั้นในและชั้นนอก ชั้นนอกจะสร้างก่อนชั้นใน ระเบียงจะมีเสาหินเรียงรายสองข้าง และมักมีรูปสลักนูนต่ำของนางอัปสรอยู่ รวมทั้งรูปสลักภาพประวัติความเป็นมาและสังคมในสมัยนั้น เช่น การรบระหว่างขอมกับจาม เป็นต้นระเบียงชั้นนอกจะเข้าถึงที่ตั้งของบรรณาลัย หรือหอหนังสือ (Library) 2 จุด คือหอเหนือ และหอใต้ ส่วนระเบียงชั้นในซึ่งสร้างในยุคหลัง จะเห็นการเปลี่ยนแปลงรูปสลักจากรูปชีวิตประจำวัน เป็นรูปสลักทางศาสนามากขึ้น
รอบปราสาทบายนที่เสียมเรียบจะปรากฏภาพโดยเฉพาะภาพแกะสลักอายุนับพันปีเหล่านั้น รอบปราสาทบายนจะเห็นภาพของการประดั่ญ เรียกเป็นภาษาไทยว่าภาพการต่อสู้ อยู่บนกำแพงปราสาทบายนมวย มีมานานตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจคำว่ามวยเอง เป็น ภาษาขะแมร์ แปลว่าหนึ่ง ทั้งหมดนี้ไทยรับคำมาจากขะแมร์เพราะอิทธิพลความรุ่งเรืองของขะแมร์ที่รับมาจากขอม มาจากคำว่า "เนี๊ยะประดั่ญเลขมูย" อันมีความหมายว่านักสู้อันดับหนึ่ง และเรียกกันสั้น ๆ ว่า"เนี๊ยะมูย" และคนไทยนำมาเรียกสั้น ๆ ว่า "นักมวย"
[แก้]อ้างอิง

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”