กลุ่มรวมมิตร.....คุยกันสัพเพเหระ พ.ศ. ๒๕๕๓ (ภาค ๒๗)

ผู้ดูแล: ชนินทร์, สมพิศ, watt

รูปประจำตัวสมาชิก
ธานินทร์๙๙
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1546
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:22
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Lemond

Re: กลุ่มรวมมิตร.....คุยกันสัพเพเหระ พ.ศ. ๒๕๕๓ (ภาค ๒๗)

โพสต์ โดย ธานินทร์๙๙ »

ครับ.. เสือออย.. คุณจารึกอายุน้อยกว่าผมหลายปี :D
IMG_6775_CR.jpg
IMG_6775_CR.jpg (60.4 KiB) เข้าดูแล้ว 507 ครั้ง
งานนี้พวกเคนยายกโขยงมาล่าเงินรางวัลกันเพียบเลยครับ.. มีเอธิโอเปียด้วย
http://www.khonkaenmarathon.com/forum/f ... =2053&PN=1
รูปประจำตัวสมาชิก
ธานินทร์๙๙
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1546
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:22
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Lemond

Re: กลุ่มรวมมิตร.....คุยกันสัพเพเหระ พ.ศ. ๒๕๕๓ (ภาค ๒๗)

โพสต์ โดย ธานินทร์๙๙ »

เมื่อสองเดือนก่อน ผมวานทีมงาน รวมทั้งคุณพล ให้ช่วยสำรวจหาทางไปเที่ยว เปิดโฉมสุดอลังการ..ถ้ำลอดเซบั้งไฟในลาว
แต่พบว่าการจะเดินทางไป-กลับ นั้นลำบากมาก

เมื่อสองสามวันก่อน คุณปิฯสอบถามผมเรื่องถ้ำดังกล่าว ด้วยเมล์ฟอร์เวิร์ด ที่มีต้นตอมาจาก
http://www.manager.co.th/IndoChina/View ... 0000127902
ซึ่งแปลมาจาก
http://news.nationalgeographic.com/news ... hoto3.html

รูปภาพ
ทีมสำรวจเรียกบริเวณ "ห้องโถงใหญ่" แห่งนี้ว่า "มหาวิหาร" อันเนื่องจากความสูงกับด้านบนที่งามวิจิตร หัวหน้าทีมกล่าวว่าที่นี่เป็นถ้ำน้ำลอดใหญ่ที่สุดในโลกอีกแห่งหนึ่ง

รูปภาพ
คนร่างกายกำยำกลายเป็นคนแคระไปทันทีเมื่อยืนอยู่ท่ามกลาง "โขดหิน" มหึมาที่เกิดจากการทับถมของแคลไซต์มาชั่วนาตาปีจุดนี้อยู่ห่างจากปากถ้ำราว 3 กม.

ถ้ำนี้ใหญ่กว่า ยาวกว่า และสวยกว่า ถ้ำกองลอ ที่แม่น้ำหินบูน ที่เราเคยไป

วันนี้ผมเห็นสารคดีในหนังสือพิมพ์ "โพสต์ทูเดย์" คอลัมน์ เที่ยวละไม ของ "คุณน้ำผึ้ง" ม.ล. สราลี กิติยากร ปรากฏว่าการเดินทางไปถ้ำดังกล่าวต้องไปทางเมืองบัวละพา แขวงคำม่วน และต้องไปกางเต๊นท์นอนกลางทาง ทั้งขาไปและขากลับ
รายละเอียดผมเข้าไปหาดูที่เว็บไซต์ของโพสต์ทูเดย์ เพื่อจะเอามาให้อ่านกัน ปรากฏว่ายังไม่มีโพสต์ไว้ คงต้องรออีกวันสองวันละมังครับ

ตอนท้ายของบทความนั้นบอกให้ดูทีวีช่อง 3 วันอาทิตย์นี้ เวลา 06:20 น. ด้วยครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
oiltrips
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4277
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
Tel: 08-92039125
team: อิสระ
Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.

Re: กลุ่มรวมมิตร.....คุยกันสัพเพเหระ พ.ศ. ๒๕๕๓ (ภาค ๒๗)

โพสต์ โดย oiltrips »

รูปภาพ


:lol: วันนี้มีเล่าเรื่อง ค้นพบแพนโดร่าถิ่นชาวนาวีในหนัง Avatar ที่ประเทศจีน นำมาให้ชมความสวยงามของอุทยานแห่งชาติอู่หลิงหยวน ตั้งอยู่ในเขตเมืองจางเจียเจี้ย ภาคใต้ของมณฑลหูหนาน จะมีภาพอยู่ในกระทู้นี้ค่ะ
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
รูปประจำตัวสมาชิก
โอ๊ตนนท์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 11110
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 00:56
Tel: 0878229217
team: กลุ่ม รวมมิตร
Bike: mongoose tyax elite pro2005&2007,jamis draka xc pro,fishbone bigass,LA X-Limited,Stark str trial,Intense M1,Bromton
ตำแหน่ง: 117/56 ม 5 ซ ไพลินสนธิ ต บางกระสอ อ เมือง จ นนทบุรี 11000

Re: กลุ่มรวมมิตร.....คุยกันสัพเพเหระ พ.ศ. ๒๕๕๓ (ภาค ๒๗)

โพสต์ โดย โอ๊ตนนท์ »

oiltrips เขียน:รูปภาพ


:lol: วันนี้มีเล่าเรื่อง ค้นพบแพนโดร่าถิ่นชาวนาวีในหนัง Avatar ที่ประเทศจีน นำมาให้ชมความสวยงามของอุทยานแห่งชาติอู่หลิงหยวน ตั้งอยู่ในเขตเมืองจางเจียเจี้ย ภาคใต้ของมณฑลหูหนาน จะมีภาพอยู่ในกระทู้นี้ค่ะ
ถูกต้องแล้วครับพี่ออย ผู้กับกับหนัง เขามาเห็นสถานที่นี้ เขาเลย เอาไปเป็น ลงหนังด้วยครับ... เคยอ่านอยู่... ว่าแต่หนังสนุกไหม?? ผมยังไม่ได้ดูเลย..ฮ่าๆๆ กลับไทยสงสัยออกโรงแล้วแน่ๆ :mrgreen: :mrgreen:
กระทู้ทริปยาวๆที่สุดในชีวิตของผม..มาเดินทางไปพร้อมกับผมได้ที่กระทู้นี้..กด...ภาพประกอบหนังสือ ทิเบตสองขา จากแดนไทย สู่หลังคาโลก..
หยุดปั่นสักวัน ไปเที่ยวงานเทศกาลโยเกิร์ต บนหลังคาโลกกันเถอะ..กด..Shoton Festival เทศกาลโยเกิร์ต..
รูปประจำตัวสมาชิก
ธานินทร์๙๙
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1546
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:22
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Lemond

Re: กลุ่มรวมมิตร.....คุยกันสัพเพเหระ พ.ศ. ๒๕๕๓ (ภาค ๒๗)

โพสต์ โดย ธานินทร์๙๙ »

อืม.. แปลกตระการตาจริงๆครับ.. เสือออย..
ผมก็ยังไม่ได้ไปดูหนัง"อวตาร"เหมือนกัน

มาอ่านสารคดีท่องเที่ยวถ้ำลอดเซบั้งไฟ โดย "คุณน้ำผึ้ง" ม.ล.สราลี กิติยากร กันต่อครับ

จาก http://www.posttoday.com/travel.php?id=87573
สวัสดีคำม่วน ม่วนซื่นสัมพันธ์ไทย-ลาว

รายงานโดย :ม.ล.สราลี กิติยากร: วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553

สบายดีค่ะ ผู้อ่านที่รักทุกท่าน เที่ยวละไมไทยแลนด์เวิลด์ได้โกอินเตอร์กันบ้างแล้วนะคะ

น้ำผึ้งเลยเปิดกล่าวทักทายทุกท่านด้วยภาษาถิ่นของประเทศ ที่มีความหมายว่า “สวัสดี” คงเดากันได้นะคะว่าน้ำผึ้งไปเที่ยวยังประเทศไหน

คำตอบคือประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อนบ้านที่น่ารักของเรานี่เองค่ะ ซึ่งการเดินทางครั้งนี้เรามาเป็นหมู่คณะ เรียกว่ากองโฟร์วีลคาราวานเที่ยวละไมไทยแลนด์เวิลด์ที่มีรถร่วมขบวนเกือบสิบคันแหน่ะค่ะ เราเดินทางออกจากประเทศไทยที่ท่าแพ จ.นครพนม ค่ะ บริเวณนี้จะเป็นด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าแพ และการจะนำรถออกจากประเทศไทยได้นั้นเราต้องติดต่อเพื่อทำพาสปอร์ตม่วงไว้ล่วงหน้าก่อน เพราะต้องใช้เวลาในการทำพาสปอร์ตของรถเป็นวันๆ เลยละค่ะ แต่คาราวานเราได้ติดต่อทำไว้เรียบร้อยก่อนหน้าเดินทางหลายวันแล้ว เราจึงสามารถเดินทางกันไปได้เลย ซึ่งเราจะต้องนำรถลงแพขนานยนต์ข้ามฝ่ากระแสน้ำโขงที่ไหลเชี่ยวไปขึ้นที่ ท่าแขก แขวงคำม่วน ฝั่งลาวค่ะ
รูปภาพ
เมื่อมาถึงฝั่งลาว น้อยตะโกนเสียดังลั่นว่า “เราโกอินเตอร์แล้ว” ทันทีที่ล้อรถแตะถึงฝั่งลาว สิ่งที่เราสังเกตเห็นถึงความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดก็คือ การขับรถ เพราะตอนอยู่ที่เมืองไทยเราขับกันเลนซ้าย พอมาอยู่ที่ลาวต้องใช้เลนขวาค่ะ พอขับเข้าด่านตรวจคนเข้าเมืองเราก็ได้เพื่อนใหม่เป็นชาวลาว เพื่อนๆ กลุ่มนี้มาดูแลน้ำผึ้งและคณะค่ะ ล้วนแล้วแต่มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงๆ ทั้งนั้น จะว่าไปเขาได้รับคำสั่งจากฝ่ายบ้านเมืองให้มาช่วยคอยต้อนรับและพาเที่ยว ทุกคนน่ารักมากๆ ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจ จากการแนะนำตัวผู้ชายที่นี่จะนำหน้าด้วย “ท้าว” ซึ่งหมายถึงคำว่า “นาย” ค่ะ
หลังจากตรวจเอกสารการผ่านเข้าเมืองเสร็จเรียบร้อยแล้ว เรานั่งรถไปที่ ตลาดสุขสมบูรณ์ เพื่อไปแลกเงินลาวค่ะ

เพราะหนทางข้างหน้าที่เราจะไปจำเป็นต้องใช้เงินลาว เนื่องจากชาวบ้านในแถบพื้นที่ที่เราจะไปนั้นโดยส่วนใหญ่จะไม่รับเงินไทย แต่โดยส่วนมากที่ในประเทศลาวจะสามารถใช้เงินไทยในการจับจ่ายซื้อของได้เลยหากราคาสินค้าไม่สูงมากนักค่ะ และสิ่งแรกที่น้ำผึ้งจำเป็นต้องซื้อนั่นก็คือซิมโทรศัพท์มือถือไว้โทร.กลับเมืองไทยและเป็นการประหยัดตังค์มากกว่าใช้ซิมของเราอีกด้วยค่ะ ส่วนอย่างที่สองที่น้ำผึ้งได้ทดลองใช้เงินลาวก็เป็นน้ำดื่ม น้ำดื่มที่บ้านเรามีหลากหลายยี่ห้อ แต่ถ้าหากเป็นชื่อสิงห์สาราสัตว์ ก็คงไม่พ้นน้ำช้าง น้ำสิงห์ แต่ที่นี่เป็นน้ำเสือค่ะ ราคาก็ใกล้เคียงบ้านเรา

การเดินทางมาลาวครั้งนี้จุดหมายปลายทางของเรามีหลายแห่งทีเดียวค่ะ แต่จุดหมายที่แรกคือที่ถ้ำน้ำลอดเซบั้งไฟค่ะ ซึ่งเราจะต้องนั่งรถทางไกลไปยัง เมืองบัวละพา แขวงคำม่วน บรรยากาศตลอดเส้นทางรายล้อมด้วยภูเขาหินที่มีรูปทรงแปลกตา ดูคล้ายกุ้ยหลิน น้ำผึ้งว่าอย่างนั้นนะคะ น้อยเลยถามว่า “พี่น้ำผึ้งเคยไปกุ้ยหลินเหรอคะ” น้ำผึ้ง บอกว่า “เปล่า...ดูจากรูป” พูดแค่เนี้ยก็หัวร่อกันครึน จะว่าไปสภาพโดยรวมของที่นี่เหมือนเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นภูมิอากาศ ภูมิประเทศ วิถีชีวิตของชาวบ้าน รวมถึงบ้านเรือนดูรูปทรงใกล้เคียงกับบ้านเมืองเรา ทำเอาน้ำผึ้งคิดว่าอยู่ที่ประเทศไทยซะอีกค่ะ เพียงแต่ธรรมชาติที่นี่ยังคงความบริสุทธิ์ด้วยความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง รวมถึงชาวบ้านดูใสซื่อ ไปที่ไหนจะเห็นรอยยิ้มน่ารักๆ ของพวกเขากันค่ะ
รูปภาพ
เราเดินทางมาถึงเมืองบัวละพาดึกพอสมควรประมาณเกือบ 3 ทุ่ม เมื่อมองไปทางไหนจึงดูสลัวไปทุกทิศทาง ด้วยแรงจากแสงไฟอันน้อยนิดตามข้างทางค่ะ เมืองบัวละพาเมืองทางผ่านนี้เป็นเมืองเล็กๆ ยังไม่เห็นร่องรอยของความเจริญเท่าไรนัก ดังนั้นเวลาใครที่จะมาพักแรมที่เมืองนี้เป็นต้องมาค้างคืนกันที่เกสต์เฮาส์ทรงยุโรปโบราณที่ตั้งโดดเด่นเพียงที่นี่ที่เดียว หรือมิเช่นนั้นต้องกางเต็นท์นอนกันละค่ะ เราพักที่นี่กันหนึ่งคืนเพื่อเตรียมแรงสำหรับเดินทางกันต่อในวันรุ่งขึ้น
รูปภาพ
รุ่งเช้าที่เมืองบัวละพา เราตื่นไปเที่ยวตลาดเช้า มีผู้คนชาวลาวมาจับจ่ายซื้อของและรับประทานอาหารเช้ากัน จะเป็นตลาดเล็กๆ มีสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นขายเกือบทุกอย่าง มาเที่ยวลาวค่าอาหารแต่ละมื้อเราจ่ายกันเป็นแสนๆ เลยนะคะ ฟังดูเหมือนเยอะแต่เป็นแสนกีบค่ะ ถ้าเทียบกับเงินไทย 1,000 กีบ ก็เท่ากับ 4 บาท ตอนช่วงแรกยังคึกซื้ออะไรมาก็คิดถอดมาเป็นเงินไทยกันอย่างสนุกสนาน คิดบ่อยๆ ชักมึนแฮะ!!!

จากเมืองบัวละพาเราเดินทางกันต่อ คราวนี้เส้นทางนั้นสมควรแล้วที่ต้องใช้โฟร์วีล เพราะโหดทีเดียว เรียกว่าโขยกเขยกกันในรถจนม้ามตับสลับที่กันเลยค่ะ เดินทางกันทั้งวันจนถึงที่หมาย คือบ้านหนองปิง อันเป็นจุดตั้งแคมป์ของเรา ซึ่งจะต้องพักกางเต็นท์นอนที่นี่กันถึงสองคืนค่ะ มาเที่ยวลักษณะนี้ต้องมีใจรักจริงๆ ถึงอยู่ได้ เพราะห้องน้ำห้องท่าใช้ธรรมชาติเป็นหลักตั้งแต่การปลดทุกข์ และการอาบน้ำ ซึ่งเราต้องนุ่งกระโจมอกไปอาบกันที่แม่น้ำเซค่ะ ขอบอกว่าหนาวมาก อาหารการกินก็ทำรับประทานกันเองทุกมื้อ น้ำผึ้งว่ามาเที่ยวแบบนี้ได้อรรถรสดีนะคะ โดยส่วนตัวน้ำผึ้งเวลาไปไหนจะเตรียมความพร้อมสำหรับตัวเองในทุกๆ เรื่อง เลยไม่มีปัญหาจะไปที่ไหนหรือนอนที่ยังไงได้ทุกรูปแบบค่ะ

และแล้วเช้าวันใหม่ที่บ้านหนองปิง หลังจากตุนเสบียงใส่ท้องกันเสร็จเรียบร้อยแล้วเราได้ออกเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ ถ้ำน้ำลอดเซบั้งไฟ ค่ะ ซึ่งเราต้องนั่งเรือของชาวบ้านล่องมาเพื่อไปยังบริเวณที่ตั้งของถ้ำค่ะ น้ำสีสวยมากเป็นสีเขียวมรกต ความใสของน้ำเห็นถึงพื้นเลยละค่ะ จากนั้นเราต้องปีนข้ามหินขึ้นไปอีกประมาณกว่า 100 เมตร จึงถึงบริเวณหน้าปากถ้ำค่ะ เพียงแค่หน้าถ้ำเราก็สัมผัสได้ถึงความใหญ่อลังการ มองดูหน้าเกรงขามมากค่ะ ชาวบ้านบอกว่าก่อนจะเข้าไปในถ้ำต้องมีการบวงสรวงเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยหัวหมู ไก่ ผลไม้ และดอกไม้ธูปเทียน เพื่อเป็นการบอกกล่าวแก่เจ้าที่เจ้าทางก่อนเข้าไปในตัวถ้ำค่ะ ดังนั้นพวกเราจึงทำตามอย่างไม่รอช้า
รูปภาพ
แค่เริ่มต้นของการจะเข้าไปชมภายในถ้ำน้ำลอดเซบั้งไฟก็ตื่นเต้นแล้วนะคะ และการเข้าไปชมภายในถ้ำก็ไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายด้วยละค่ะ เพราะกว่าเราจะเข้าไปนั้นเราต้องขอแรงชาวบ้านในการนำเรือข้ามโขดหินมาที่ปากถ้ำ ซึ่งเรือได้แตกไปหลายลำ สุดท้ายเหลือเพียงแค่สองลำที่สามารถล่องเข้าไปได้ เรือลำหนึ่งสามารถนั่งได้ 4 คนรวมคนพาย นั่นหมายถึงพวกเราเข้าไปได้เพียง 6 คนเท่านั้นเองค่ะ แหม...จะว่าไปน้ำผึ้งว่าแค่ชื่อถ้ำว่า เซบั้งบั้งไฟ ก็ดูลึกลับแล้วนะคะ ยิ่งบวกกับความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของถ้ำแล้ว น้ำผึ้งงี้ตื่นเต้นเอามากๆ ขนาดได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรงมากเลยละค่ะ

ถ้ำน้ำลอดเซบั้งไฟเขาว่ากันว่าเป็นถ้ำที่ใหญ่สุดๆ มีความยาวประมาณกว่า 9 กิโลเมตรค่ะ ซึ่งได้มีการค้นพบว่ามีถ้ำอยู่บริเวณนี้เมื่อไม่นานค่ะ ภายในถ้ำจะประกอบไปด้วยหินงอกหินย้อย และหินลักษณะดูแปลกตา ซึ่งน้ำผึ้งไม่เคยเห็นที่อื่นมาก่อน และแต่ละห้องภายในถ้ำมันช่างใหญ่โตโอ่โถงเอามากๆ เลยละค่ะ ขนาดเราส่องไฟขึ้นไปบนเพดานถ้ำ แสงไฟยังไม่สามารถส่องขึ้นไปถึงเลย ลองคิดดูสิคะว่าถ้ำนี้ใหญ่ขนาดไหน ประกอบกับความมืดสนิท นอกจากแสงไฟที่เราได้สาดส่องเพื่อชมสิ่งต่างๆ ภายในถ้ำเท่านั้น จึงทำให้บรรยากาศดูวังเวง น่าเกรงขามเป็นอย่างมาก แต่ก็รู้สึกคุ้มค่ากับการได้เข้ามาชมอย่างยิ่งค่ะ
รูปภาพ
โดยเฉพาะหินบางก้อน จะมีรอยบางอย่างคล้ายรอยของสัตว์เลื้อยคลาน ที่ชาวบ้านมีความเชื่อกันว่า ถ้ำนี้เป็นที่อยู่ของพญานาค ซึ่งเราจะเห็นรอยแบบนี้ได้หลายจุดค่ะ เราล่องกันไปพักใหญ่ ประมาณเกือบ 3 กิโลเมตร จะได้ยินเสียงคล้ายน้ำตก ชาวบ้านบอกว่าข้างหน้าเป็นแก่งหิน ซึ่งชาวบ้านเองก็ไม่เคยเข้าไปถึงบริเวณนั้น จึงเป็นอันสิ้นสุดทางของการล่องชมภายในถ้ำน้ำลอดเซบั้งไฟโดยปริยาย ทั้งๆ ที่ยังเหลือระยะทางอีกหลายกิโลเมตรอยู่แหน่ะค่ะ และแล้วทุกคนก็กลับออกมาจากถ้ำด้วยความปลอดภัย นับเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ประทับใจสุดๆ ของน้ำผึ้งเลยละค่ะ เรื่องราวการมาเที่ยวละไมในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ยังไม่จบเพียงเท่านี้นะคะ ยังไงก็ขอให้ติดตามอ่านกันต่อไปในฉบับหน้าค่ะ
รูปภาพ
และอย่าลืมติดตามชมภาพความสวยงามในธรรมชาติของเมืองเจ้าจำปี ที่น้ำผึ้งเก็บมาฝากได้ในวันอาทิตย์นี้ เวลา 06.20 น. ทางช่อง 3 กันนะคะ
รูปประจำตัวสมาชิก
oiltrips
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4277
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
Tel: 08-92039125
team: อิสระ
Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.

Re: กลุ่มรวมมิตร.....คุยกันสัพเพเหระ พ.ศ. ๒๕๕๓ (ภาค ๒๗)

โพสต์ โดย oiltrips »

:shock: อ้าว...คุณธานินทร์๙๙ ยังไม่ได้ดูหรือ? เอาคลิปยูทูบส์มาให้ดูแพนโดร่าในที่นี่ค่ะ

Avatar: The Movie (New Extended HD Trailer)


:o โอ๊ตนนท์ หมดสิทธิ์ดูหนังยูทูบส์ตรงนี้น่ะ
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
รูปประจำตัวสมาชิก
หางแฮ้ม
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3626
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:31
Tel: 0890414478
team: Top Cycle
Bike: Merida

Re: กลุ่มรวมมิตร.....คุยกันสัพเพเหระ พ.ศ. ๒๕๕๓ (ภาค ๒๗)

โพสต์ โดย หางแฮ้ม »

กำลังรอให้พี่ธนินทร์๙๙พาไปเที่ยวถ้ำลอดเซบัง้ไฟในฐานะเจ้าถิ่นอยู่ครับ หนังสือพิมพ์ภาษอังกฤษที่ลาวลงข่าวรื่องนี้ไว้ใหญ่โตตั้งแต่ปีที่แล้ว มีฝรั่งเข้าไปสำรวจที่นี่หลายครั้งตั้งแต่ปี 2488 เรื่อยมา ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาปีก่อน ทีมของ National Geographic เข้ามาสำรวจและทำแผนผังอย่างละเอียด อีกหน่อยคงมีการตัดเส้นทางเข้าไปและโปรโมทเป็นแหล่งท่อวเที่ยว
รูปประจำตัวสมาชิก
โรจนา
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 183
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ย. 2008, 15:48
Tel: 0865353375

Re: กลุ่มรวมมิตร.....คุยกันสัพเพเหระ พ.ศ. ๒๕๕๓ (ภาค ๒๗)

โพสต์ โดย โรจนา »

โฮ้ยยยย หนุกค่ะ อยากไปดูอีก แต่หนังยาว 3 ชม.ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ 2 ครั้ง เลยพลาดไปบางตอน
ถ้าจะไปดูอีก สงสัยต้องใส่ แพมเพิร์ส หุ หุ

เรียนสอบถามพี่เกษม และท่านผู้รู้ท่านอื่นค่ะ
ต้นขนุนที่บ้านมีลูกตั้ง 52 ลูกแล้วตอนนี้ จริงๆ 53 เพราะมันโตพอที่คนจะเอาไปแกงกินได้แล้ว
เหตุการณ์เช่นนี้ เคยมีที่ไหนบ้างคะ
ตอนนี้ 52 แล้ว พอตัดออกครึ่งหนึ่งก็ เท่ากับ 26
โรจว่า มันเยอะมากเลย
มีใครอยากได้ไว้ทำพันธุ์บ้างมั้ยคะ
ปีที่แล้ว ที่ปล่อยให้โตมี 17 ลูก แจกคนแถวบ้าน ซะทั่ว พร้อมทั้งญาติโยมที่มาเยี่ยม
ที่บ้านกินกันเองจนน้ำตาลขึ้น อร่อย เนื้อหนา พูดถึงแล้วน้ำลายไหล
POLBKTs
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 22
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 11:45
Tel: 0850149702
team: Kukot
Bike: Trex Fuel

Re: กลุ่มรวมมิตร.....คุยกันสัพเพเหระ พ.ศ. ๒๕๕๓ (ภาค ๒๗)

โพสต์ โดย POLBKTs »

สวัสดีครับทุกๆ ท่าน
เรื่องถ้ำลอด เซบั้งไฟ ถ้าเราจะไปกันเองตอนนี้ยังลำบากอยู่ครับ ทั้งเรื่องการเดินทาง เส้นทาง ยานพาหนะ และอุปกรณ์ ในการเข้าสำรวจถ้ำ เช่น เรือคยัก เสื้อชูชีพ ไฟสปอร์ดไลน์ ....ฯ สำหรับท่านที่อยากจะเข้าไปเที่ยวชม ผมขอแนะนำให้ติดต่อผ่านบริษัท นำเที่ยวทาง สปป.ลาว ที่แขวงคำมjวน ซึ่งผมได้เคยสอบถามโดยเค้ายินดีจัดเป็นกรุป เล็กๆ ไม่เกิน 12 คน ในราคาคนละ 400 U$ ซึ่งจะจัดการให้เราทุกอย่างตั้งแต่การเดินทาง เต็นท์ที่พัก การเยี่ยมชม หมู่บ้าน และชมถ้ำ ถ้าสนใจก็ลองเมลสอบถามไปตามนี้นะครับ
info@greendiscoverylaos.com

poibkt
kapi
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 846
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 16:09
Tel: 029220957
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: ทัวร์ริ่ง
ติดต่อ:

Re: กลุ่มรวมมิตร.....คุยกันสัพเพเหระ พ.ศ. ๒๕๕๓ (ภาค ๒๗)

โพสต์ โดย kapi »

โรจนา เขียน:โฮ้ยยยย หนุกค่ะ อยากไปดูอีก แต่หนังยาว 3 ชม.ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ 2 ครั้ง เลยพลาดไปบางตอน
ถ้าจะไปดูอีก สงสัยต้องใส่ แพมเพิร์ส หุ หุ

เรียนสอบถามพี่เกษม และท่านผู้รู้ท่านอื่นค่ะ
ต้นขนุนที่บ้านมีลูกตั้ง 52 ลูกแล้วตอนนี้ จริงๆ 53 เพราะมันโตพอที่คนจะเอาไปแกงกินได้แล้ว
เหตุการณ์เช่นนี้ เคยมีที่ไหนบ้างคะ
ตอนนี้ 52 แล้ว พอตัดออกครึ่งหนึ่งก็ เท่ากับ 26
โรจว่า มันเยอะมากเลย
มีใครอยากได้ไว้ทำพันธุ์บ้างมั้ยคะ
ปีที่แล้ว ที่ปล่อยให้โตมี 17 ลูก แจกคนแถวบ้าน ซะทั่ว พร้อมทั้งญาติโยมที่มาเยี่ยม
ที่บ้านกินกันเองจนน้ำตาลขึ้น อร่อย เนื้อหนา พูดถึงแล้วน้ำลายไหล
พี่โรจนาคะ ขนุนที่วันนั้นเอาไปกินบนรถพี่สมศักดิ์รึป่าวค่ะ วันที่เราไปงานบางปะกงนะ
อร่อยอ่ะนะ อยากได้เนื้อแต่ไม่อยากทำพันธุ์ ชอบกินเมล็ด แต่ทำไมพอกินไปเยอะๆๆ เขาว่ามันไม่ดี
หรือว่าเกลือเยอะไป 55555

ขอบคุณคุณพล poibkt และพี่ธานินทร์๙๙
ที่กรุณาชี้แจงพร้อมให้ข้อมูลเรื่องถ้ำเซบั้งไฟ ทั้งในกระทู้ และอีเมล์
รูปประจำตัวสมาชิก
ธานินทร์๙๙
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1546
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:22
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Lemond

Re: กลุ่มรวมมิตร.....คุยกันสัพเพเหระ พ.ศ. ๒๕๕๓ (ภาค ๒๗)

โพสต์ โดย ธานินทร์๙๙ »

ครับ.. คุณทวีศักดิ์.. คุณปิฯ..
ถ้าต้องเสียค่าทัวร์แพงตั้งหมื่นสามพันกว่าบาทอย่างที่คุณพลให้ข้อมูล ก็คงไม่คุ้มที่จะไปเที่ยวถ้ำลอดเซบั้งไฟตอนนี้นะครับ

ขนุนเนี่ยนึกถึงตอนผ่าเองแล้วก็เบื่อนะครับ.. คุณโรจ.. เลยคิดว่าซื้อที่เขาแกะให้เสร็จแล้วดีกว่า จะได้ไม่กินมากด้วย :P

ขอบคุณเสือออยครับ สำหรับหนังตัวอย่างอวตาร
แก้ไขล่าสุดโดย ธานินทร์๙๙ เมื่อ 02 ก.พ. 2010, 09:10, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
ชยุต (Pc)
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 210
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 22:33
team: กลุ่มชมสวน
Bike: GT PANTERA
ตำแหน่ง: Nonthaburi

Re: กลุ่มรวมมิตร.....คุยกันสัพเพเหระ พ.ศ. ๒๕๕๓ (ภาค ๒๗)

โพสต์ โดย ชยุต (Pc) »

โรจนา เขียน:โฮ้ยยยย หนุกค่ะ อยากไปดูอีก แต่หนังยาว 3 ชม.ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ 2 ครั้ง เลยพลาดไปบางตอน
ถ้าจะไปดูอีก สงสัยต้องใส่ แพมเพิร์ส หุ หุ
วันไหนจะไปดูหนังยาวๆ ดื่มน้ำแร่แต่เช้าสิคุณโรจฯ .. อณูของน้ำแร่เล็กกว่าน้ำประปาที่นำมากรอง
น้ำแร่จึงซึมผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อและกระแสเลือดได้ดีกว่า ช่วยให้ชุ่มคอ และไม่หิวน้ำบ่อยๆ
น้ำกรองแบบ Reverse Osmosis (RO.) อณูใหญ่กว่า จึงผ่านเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะมากกว่า

กลางคืนจะหลับได้ยาวถึง 6 ชม. กลางวันต้องอยู่ได้เกิน 3 ชม. แน่ๆ
หนทางง่ายๆ ในการพาร่างกายไปใกล้ธรรมชาติ คือ จักรยาน … เชิญชมและติดตาม:
รวม URL กระทู้แนะนำเส้นทางจักรยานชานเมือง และแผนที่, My Twitter, My Facebook
รูปประจำตัวสมาชิก
โรจนา
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 183
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ย. 2008, 15:48
Tel: 0865353375

Re: กลุ่มรวมมิตร.....คุยกันสัพเพเหระ พ.ศ. ๒๕๕๓ (ภาค ๒๗)

โพสต์ โดย โรจนา »

ขอบพระคุณค่ะ พี่พีซี ตอนนั้นถูกบังคับให้ซื้อ ป๊อปคอร์น + เป๊ปซี่ อีกน่ะซี (ชุดนึงตั้ง 179 บาท ขูดเลือดกันน่าดู)
พูดถึงเรื่องน้ำดื่มและน้ำแร่นี่ก็นึกถึงพี่พีซีตลอด ยังเง็ง งง สงสัยอยู่ตลอด ว่าน้ำ RO นี่เป็นยังไง
ที่บ้านก็ใช้อยู่ แล้วกำลังจะหาไปติดที่บ้านใหม่ด้วย
คราวนี้เลย ได้ความรู้ขึ้นมาอีกนิดนึง
เพื่อความประหยัด ก็กะว่า จะกินน้ำแร่ แค่ตอนหลัง 5 โมงเย็นไปแล้ว อิ อิ

เรียนพี่ธานินทร์ และน้องปิ
โรจคิดว่า คงต้องแกะใส่แพ็คมาแจกคงจะดีกว่ามังคะเนี่ย :D
บังเอิญชอบแกะขนุน
ขนุนที่บ้านนี้ดี ไม่ค่อยมียาง เลยหนุกหน่อย ถ้ายางเยอะคงรำคาญ
รูปประจำตัวสมาชิก
โรจนา
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 183
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ย. 2008, 15:48
Tel: 0865353375

Re: กลุ่มรวมมิตร.....คุยกันสัพเพเหระ พ.ศ. ๒๕๕๓ (ภาค ๒๗)

โพสต์ โดย โรจนา »

ค่าครองชีพที่ลาว แพงเหมือนกันนะคะ
เคยไปใช้เน็ต ชั่วโมงละตั้ง 1 ยูเอส ดอลล่าร์แน่ะ
ข้าวปลาอาหารก็แพงกว่า กทม.
เคยนั่งเรือลงมาจาก จุด จุด จุด (ลืม) ลงมาที่หลวงพระบาง ตั้ง 1000 บาท
ถ้าเป็นคนลาวก็ไม่กี่บาทเอง หน้าตาเราก็ไม่ต่างกันมาก เก็บแพงจัง :cry:
แก้ไขล่าสุดโดย โรจนา เมื่อ 02 ก.พ. 2010, 12:56, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
สมพิศ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 20893
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:08
Tel: +66894556699
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Jamis Dakota
ตำแหน่ง: สะพานพระราม 7 บางกรวย นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: กลุ่มรวมมิตร.....คุยกันสัพเพเหระ พ.ศ. ๒๕๕๓ (ภาค ๒๗)

โพสต์ โดย สมพิศ »


อะจึ๋ย !! ทำไมแพงจังล่ะครับป้าโรจน์ นาทีละตั้ง 1 ยูเอสดอลล่าร์ ?


ค่าครองชีพที่ลาวก็แพงจริง ๆ ด้วยนะ เพราะเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ (ไทย) เครื่องดื่มชูกำลังบ้านเรา 10 บาท ที่ลาวบวกอีก 50% น้ำดื่มขวดขาวขุ่นบ้านเรา 5 บาทที่โน่น 8 - 10 บาท ..... แต่ก็อยากไปอีก อิ.อิ :mrgreen:
ตอบกลับ

กลับไปยัง “กลุ่มรวมมิตร”