เราอ้อยอิ่งอยู่กับบรรยากาศสบาย ๆ เช่นนั้นจนสมควรแก่เวลา
ไม่ว่าสุขหรือทุกข์ เราก็ไม่อาจยื้อมันไว้กับเราตลอดไป ที่สุดแล้ว ไม่นานจากนั้น เราก็ต้องเจอกับความหฤโหดก่อนถึงที่หมายในวันนี้
เราต้องหยุดที่นี่ ถนนปิดเพื่อการก่อสร้างถนนเกือบครึ่งชั่วโมง
จะเป็นไรไป เราตุนความสุขมาทั้งวันจนลืมเหนื่อยกันแล้วนี่ ?
ไม้กั้นถนนถูกยกขึ้นทันทีที่เมื่อขบวนรถ VIP บีบแตรขอทางมาถึง แน่ละ ตามด้วยรถอีก เกือบ 50 คันที่ถูกกั้นไว้ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นรถจักร รถถีบ รถยนต์ รวมทั้งคณะของเราด้วย
หลังผ่านถนนที่เพิ่งถูกปูด้วยหินทรายก้อนใหญ่หมดไป ก็ตามด้วยถนนที่เป็นช่วงดินที่แห้งเป็นฝุ่นคลุ้งเมื่อบวกกับแสงอาทิตย์ที่กำลังโรยราลับเหลี่ยมเขา กลายเป็นความขมุกขมัว ฝุ่นตลบจากรถยนต์รถบรรทุกที่แล่นสวนไป-มา
เสียงแตรที่ดังสนั่นหวั่นไหว
.... เอาวะ เอาไงเอากัน เห็นไฟท้าย หัวหน้าเมืองเดชวิบ ๆ ไปโน่นแล้ว หันไปข้างหลัง มองไม่เห็นบังมะห์
พอใกล้ถึงเมือง Lai ถนนเริ่มเละเป็นโคลน และมีร่องน้ำตามรอยล้อรถยนต์เป็นช่วง ๆ ไฟหน้าที่เปิดก็แค่ช่วยให้คนอื่นมองเห็นเราเท่านั้น แต่ไม่ได้ช่วยให้เรามองเห็นถนนหนทางเอาซะเลย
พอถึงเมือง ความมืด บวกความเหน็ดเหนื่อยเริ่มทำให้สมองสั่งการได้ช้าลง พี่บังมะห์หายไปไหน?
เราเลี้ยวซ้าย เข้าไปในเมืองพยายามมองหา คนสีเข้มในความมืดอย่างนั้น จะมองเห็นได้ยังไง นอกจาก
....โน่นไง ไฟท้ายวิบ ๆ อยู่นั่น ก็พี่บังมะห์แหละ บอกไว้ ให้เปิดไฟท้ายกระพริบ จะได้เป็นจุดสังเกต มองเห็นได้ง่าย
หากันเจอแล้วก็หาที่พัก โดยการชี้บอกของคนในเมือง ว่า ที่นี่ มีโรงแรมอยู่แห่งเดียว
พอไปถึง ไม่น่าเชื่อเลย ว่าเมืองที่เต็มไปด้วยฝุ่นและโคลน จะมีโรงแรมที่น่ารักได้มาตรฐานอย่างนี้ซ่อนอยู่
ชื่ออะไร.. จำไม่ได้ (ได้นามบัตรมาเยอะเหลือเกิน) พี่หมายอ่านออก มาช่วยบอกหน่อย
สมกับเป็นโรงแรมมาตรฐาน ราคาห้องละ 15 us วันนั้น มีแขก VIP มาพักจนรถยนต์คันหรู ๆ จอดเต็มไป
พอได้ห้องพักสะสางตัวเองเสร็จ ก็ลงมาทานอาหารเย็นกัน
กว่าจะได้อาหาร ก็สั่งจนเมื่อยมือ มีทั้งชี้สั่งว่าเอาแบบโต๊ะข้างๆ มีทั้งพยายามสื่อด้วยภาษาลาวปนฝรั่ง พออาหารมาถึงเต็มโต๊ะ พี่หมายถาม ..ว่า อาหารเค้าเอามาเสริฟ์ ใช่ของเรารึเปล่า ? เอาน่ะ เค้าเสริฟโต๊ะเรา ก็ของเราแหละน่ะ อาหารมื้อนี้ อร่อยมาก ขอบอก
.... 2 รายการที่ใช่ อีก 2 รายการ ไม่ใช่ วันนี้เราสอบตก วิชาการสื่อสาร
หิว ๆ ๆ กินกันเถอะ
