
บทที่ 4 เมืองยอง ชเว (ยอง ชะเว ) ทะเลสาปอินเล
.
เมืองยอง ชเว เป็นเมืองท่าของทะเลสาปอินเลก็ว่าได้ ตั้งอยู่ในหุบเขา เป็นดินแดนของชนเผ่ารัฐฉาน
ซึ่งตั้งรกรากอยู่ที่นี่มาแสนนาน บางตำราก็บอกว่าหลบภัยสงครามมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ ด้วยภูมิอากาศ
ที่อบอุ่นถึงเย็น ชัยภูมิที่ดีเหมาะกับท่องเที่ยว เราจึงมักเห็นเกสท์เฮ้าส์ รีสอร์ท หรือโรงแรมมากมาย
.
การผ่านเข้าชมภูมิทัศน์ของ ยอง ชเว และทะเลสาปอินเล ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมคนละ 10 ดอลล์
ประมาณคนละ 300 กว่าบาท บางท่านอาจจะรำคาญนะครับที่ต้องจ่ายยิบจ่ายย่อย แต่เมื่อเห็นความ
เป็นอยู่ของพลเมืองเขาแล้ว ตัดใจให้เขาไปเถอะครับ ถือว่าเป็นค่าที่เขาดูแลโบราณประวัติศาสตร์ไว้
ให้เราได้ชม แหล่งท่องเที่ยวหลักๆที่นี่มีอะไรบ้าง ลองไปหาซื้อหนังสือ เที่ยวพม่าซ่าส์อย่างอินดี้
มาอ่านดูนะครับ คุณบาสเธอลงรายละเอียดไว้ดีมากๆ
อันนี้อ้างอิงจากหนังสือ"เที่ยวพม่าซ่าส์อย่างอินดี้" ของคุณบาสนะครับ บางส่วนมาจาก วิกิพีเดีย
ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย เนื่องจากผมโชคร้ายออกเรือไปเจอฝน เรื่องส่วนกลุ่มเราในเรือที่เจอฝน
ก็จะเล่าแบบฝนฝน อีกโพสท์นะครับ
.
ด้วยการที่เป็นทะเลสาปน้ำไม่ไหล มีความกว้างโดยรวม 10 กม.ยาว 22 กม.(กิโลเมตรนะครับพี่น้อง)
นั่นหมายถึงใหญ่มากๆ ชาวอินเล ประกอบอาชีพหลักคือประมง และทำไร่มะเขือเทศ ที่อเมซิ่งมากๆ
ผมขออนุญาตเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน สำหรับพี่ๆที่เคยไปมาแล้วนะครับ เนื่องจากทะเลสาปเป็น
ผืนน้ำในหุบเขาที่กว้างใหญ่ ล้อมรอบด้วยภูเขา ทำให้สาหร่าย หรือทางต่างจังหวัดบ้านเราเรียกว่า"แหน"
นั่นล่ะครับเกิดขึ้นมากมายมหาศาล เขาเลยเกิดภูมิปัญญาท้องถิ่นใช้วิธี หาไม้ไผ่มาตีกรอบสี่เหลี่ยม
ตามขนาดและจำนวนที่ต้องการเป็นล๊อกๆ แล้วใช้ไม้ไผ่ยาวปักลงไปในดินเพื่อยึดแปลงลอยน้ำไว้ เพราะ
ที่นี่น้ำไม่ลึกมาก เพียง 2-10 เมตรเท่านั้น นึกภาพออกมั๊ยครับ เหมือนแปลงผักบุ้งในแม่น้ำนครชัยศรี
ประมาณนั้น
วันเล่า จนหนาเตอะ แล้วก็โกยดินเลน(เขาว่าอุดมสมบูรณ์มากๆ)มาโป๊ะทับสาหร่าย รอจนหมาดก็โกยมา
ทับอีก จำนวนหลายๆรอบ จนได้แปลงผักเพื่อเพาะปลูกพืช ผัก ต่างๆตามต้องการ
ซึ่ง หาไม้ไผ่ยาวมาปักก็ยาก เลยปล่อยลอยไว้เฉยๆผูกเชือกติดๆกันออกไป ครั้นลมแรงๆจะพัดแปลงผักหลุดไป
เวลาพายเรือจึงนั่งพายไม่ได้ต้องยืนพายเพราะจะได้มองเห็นแปลงผักตัวเองว่าลอยไปทางไหน เมื่อยืนพาย
มือก็ต้องคว้าดึงเชือกแปลงผัก มือก็ไม่ว่างเลยต้องใช้ขาพาย นั่นคือที่มาของการใช้ขาพายเรือของชาวอินเล
.














































