แถมยังปรับแต่งลูกบันไดของ"เฮียไฮ้"โดยไม่คิดค่าบริการ
จากร้านนิกรไบค์ "หอแก้ว" ก็ตั้งอยู่ตรงหน้าอีกประมาณ 300 เมตร
ตัว"หอแก้ว"ซึ่งเป็นหอคอยชมวิวประจำเมือง กลับตั้งอยู่ในความมืดไร้การประดับไฟแม้แต่ดวงเดียว
จนผมเอะใจว่า ไฮไลท์ประจำเมืองทำไมมืดมิดอย่างนี้
แต่พอปั่นถึงแล้วเลี้ยวเข้าไปถนนรอบๆ หอแก้ว
ที่มีตึกแถวตั้งเรียงรายตลอดแนว เห็นแล้วต้องตะลึงตึงๆ ครับ
มิน่าละเจ้าหนุ่มเมืองมุกถึงได้แนะนำให้แวะมา พร้อมกับรอยยิ้มแบบมีเลิศนัย
ผมไม่บอกแล้วกันว่า สถานที่ชวนตะลึงตึงๆ นี้เป็นอย่างไร
แต่ขอแนะนำว่า เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 17 ปี สตรีทุกวัยและหญิงมีครรภ์
ไม่ควรเยื้องกรายมา"หอแก้ว"ยามค่ำคืนเด็ดขาด
แม้แต่สุภาพบุรุษเองก็ควรไตร่ตรองให้ดีที่จะแวะมา
ไม่งั้นเลือดลมท่านจะเดือดปุดๆ พุ่งถึงขีดสูงสุด จนตบะอาจแตกเอาง่ายๆ
และทำให้ตังค์ในกระเป๋าหายแว๊บไปในพริบตา
เกือบ 4 ทุ่ม คณะเราก็ปั่นจาก"หอแก้ว"พร้อมกับหัวใจที่ยังเต้นผิดคีย์
ปั่นเข้าตลาดหาของหวานกินก่อนนอน วนไปวนมามาเจอร้านนมใกล้ๆ โรงแรมกิมเจ๊กซิน 1
ได้ดูด เอ๊ย!ได้ดื่มนมก่อนนอนพอให้หายตะลึงจากภาพที่"หอแก้ว"ได้บ้าง
ก่อนปั่นกลับมานอนที่โรงแรมห้องใครห้องมัน...ZZZZZ












