สวัสดีค่ะน้องรถฝืด ที่สุโขทัยได้ปั่นบ้างรึเปล่าคะ ฝนตกมากมั้ย อยู่ที่สุราษฎร์ฯ ก็ยังมีโอกาสได้ปั่นบ้างค่ะ เพราะฝนชอบตกตอนบ่าย พี่ก็ออกปั่นตอนเช้า หลังจากพักไป 2-3 วัน กลับมาที่สุราษฎร์ เริ่มออกปั่นเมื่อเช้า รู้สึกว่าตัวเบาดีมากๆ เลย รึเป็นเพราะว่ากล้ามเนื้อเราเริ่มปรับตัวได้ก็ไม่รู้นะ ขอบคุณนะคะที่เข้ามาให้กำลังใจ เมื่อวานเห็นคุณป้าบอกว่าโดนหมาไล่ นึกถึงตัวเองเลยเสือรถฝืด เขียน:สวัสดีค่ะ พี่ขวัญแก้ว คนเก่งพลังอึดสู้ฟัด![]()
รถฝืด แวะมาให้กำลังใจค่ะ
ตามไปดูกระทู้โน้นแล้ว
กรมทางเค้าต้องอึดกันนะคะ
ดูสิ คุณแฟนของ พี่ขวัญ ยังดูแลอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆเลยค่ะ อิอิ
ปั่นจักรยานสู้โรคมะเร็ง
ผู้ดูแล: kunpa
กฏการใช้บอร์ด
ห้องเดิมชื่อ " เสือสาวอยากคุย"
ห้องเดิมชื่อ " เสือสาวอยากคุย"
- l.onusa
- ขาประจำ
- โพสต์: 282
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2010, 15:59
- Tel: 0815661526
- team: DOH.
- Bike: TREK Skye SL
- ตำแหน่ง: โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Re: ปั่นจักรยานสู้โรคมะเร็ง
....ปั่นไปเรื่อยๆ เหนื่อยเราก็ัพัก...
- l.onusa
- ขาประจำ
- โพสต์: 282
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2010, 15:59
- Tel: 0815661526
- team: DOH.
- Bike: TREK Skye SL
- ตำแหน่ง: โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Re: ปั่นจักรยานสู้โรคมะเร็ง
จริงรึเปล่าคะ อย่าหลอกกันเล่นเลย 83 กม. นี่แทบแย่เลยนะคะ แต่ก็จะพยายามค่ะ อยากรู้เหมือนกันว่า อารมณ์ตอนปั่นได้ ร้อยโลเป็นอย่างไร คงจะเหนื่อยมากกกก....t@he@w เขียน:เก่งมากครับ
พยายามต่อไป
อีกหน่อย ร้อยโล ขนม
เชื่อดิ สู้ว๊อย![]()
....ปั่นไปเรื่อยๆ เหนื่อยเราก็ัพัก...
- สีนคร
- ขาประจำ
- โพสต์: 260
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 10:28
- Tel: 081-809 7078
- team: อิสระ
- Bike: Giant XTC Team, Surely Longhaul trucker
Re: ปั่นจักรยานสู้โรคมะเร็ง
ผมว่า คุณแก้วมองข้าม 100 โลไปเถอะ ชิวๆแล้วล่ะ ตอนนี้โจทย์ใหญ่คือ ทำไงถึงจะดึงหวานใจมาร่วมแจมด้วยได้ (ไม่เฉพาะคุณแก้วหรอก ผมด้วย..
) ใครมีเคล็ดลับดีๆ ช่วยแบ่งปันเราด้วย.....
- บ้านต้นสน
- ขาประจำ
- โพสต์: 4314
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 15:03
- Tel: 0840911291
- team: ลิงสองล้อ/บ้านต้นสน
- Bike: KHS Alite 4000
Re: ปั่นจักรยานสู้โรคมะเร็ง
เก่งมากครับ ไม่ทันไร 83 กม.แล้ว
ต้องเอาอย่างคุณป้า(เจ้าของห้อง)ให้ได้ ปั่นทั้งวันทั้งคืนได้เกือบ 300 กม.
ที่เคยลือว่า คุณป้าบ้านั้น เป็นความจริงดังนี้แล
ต้องเอาอย่างคุณป้า(เจ้าของห้อง)ให้ได้ ปั่นทั้งวันทั้งคืนได้เกือบ 300 กม.
ที่เคยลือว่า คุณป้าบ้านั้น เป็นความจริงดังนี้แล
BE ALL TO ALL
- l.onusa
- ขาประจำ
- โพสต์: 282
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2010, 15:59
- Tel: 0815661526
- team: DOH.
- Bike: TREK Skye SL
- ตำแหน่ง: โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Re: ปั่นจักรยานสู้โรคมะเร็ง
เรื่องจริงเหรอคะเนี่ย 300 กม.นี่ สุดยอดเลยนะคะ เมื่อวานนี้ก็ไปหัดปั่นกับพี่ๆ ชมรมสุราษฎร์ธานี ได้มา 63 กม. ค่ะบ้านต้นสน เขียน:เก่งมากครับ ไม่ทันไร 83 กม.แล้ว
ต้องเอาอย่างคุณป้า(เจ้าของห้อง)ให้ได้ ปั่นทั้งวันทั้งคืนได้เกือบ 300 กม.
ที่เคยลือว่า คุณป้าบ้านั้น เป็นความจริงดังนี้แล
แต่ที่ผ่านมาได้ก็เพรามีป๋าดันหลายท่านนะค่ะ ดันจริงๆ ดันหลังค่ะ ช่วงหลังจาก กม.ที่ 40 ไปแล้ว เนินเยอะมาก พี่ๆ เค้ารถเบากันทั้งนั้น มีเรารถล้อใหญ่หนัก
กว่าใครเขาแถมมือใหม่ เป็นการปั่นที่อบอุ่นมาก พี่ๆ ให้กำลังใจดีสนุกมากก.. ค่ะ เหนื่อยเหมือนกันแต่ได้ประสบการณ์เยอะมากเลย กว่าจะได้แบบคุณป้า คงต้องอีกหลายปีนะคะคุณต้นสน
....ปั่นไปเรื่อยๆ เหนื่อยเราก็ัพัก...
- l.onusa
- ขาประจำ
- โพสต์: 282
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2010, 15:59
- Tel: 0815661526
- team: DOH.
- Bike: TREK Skye SL
- ตำแหน่ง: โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Re: ปั่นจักรยานสู้โรคมะเร็ง
ขอบอกว่าโจทย์นี้แก้ยากๆๆๆ สุดๆๆๆๆ นะ เราคงต้องใช้ความพยายามสุดฤทธ์นะคะคุณแบ็งค์สีนคร เขียน:ผมว่า คุณแก้วมองข้าม 100 โลไปเถอะ ชิวๆแล้วล่ะ ตอนนี้โจทย์ใหญ่คือ ทำไงถึงจะดึงหวานใจมาร่วมแจมด้วยได้ (ไม่เฉพาะคุณแก้วหรอก ผมด้วย..) ใครมีเคล็ดลับดีๆ ช่วยแบ่งปันเราด้วย.....
....ปั่นไปเรื่อยๆ เหนื่อยเราก็ัพัก...
- เล็ก
- ขาประจำ
- โพสต์: 7028
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:47
- Tel: 0868179911
- team: แหลมสิงห์
- Bike: scott scale40
Re: ปั่นจักรยานสู้โรคมะเร็ง
คุณแก้ว...วันก่อนเคยถามหาเพื่อนที่ชื่อยุทธพงศ์ พิริยสถิตย์ แล้วคุณแก้วหาเบอร์โทรมาให้ อยากทราบว่าคุณแก้วหามาจากที่ไหนคะ เพื่อนๆร่วมรุ่นเค้าให้มาถามค่ะ
- l.onusa
- ขาประจำ
- โพสต์: 282
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2010, 15:59
- Tel: 0815661526
- team: DOH.
- Bike: TREK Skye SL
- ตำแหน่ง: โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Re: ปั่นจักรยานสู้โรคมะเร็ง
ง่ายมากค่ะ คีย์เข้าไปใน google เลย ยุทธพงศ์ พิริยสถิตย์ ก็โชว์มาเลยค่ะ ฟลุ๊คไปรึเปล่า แล้วติดต่อได้รึยังคะ ก็ยังคาใจอยู่นะเนี่ยเล็ก เขียน:คุณแก้ว...วันก่อนเคยถามหาเพื่อนที่ชื่อยุทธพงศ์ พิริยสถิตย์ แล้วคุณแก้วหาเบอร์โทรมาให้ อยากทราบว่าคุณแก้วหามาจากที่ไหนคะ เพื่อนๆร่วมรุ่นเค้าให้มาถามค่ะ
ถ้าัยังไม่เจอจะสืบให้อีก เจอนักปั่นร่วมอาชีพเพื่อนคุณเล็กแล้วอยู่ที่ชมรมสุราษฎร์นี่แหละ แล้วจะถามให้อีกค่ะ
....ปั่นไปเรื่อยๆ เหนื่อยเราก็ัพัก...
- t@he@w
- ขาประจำ
- โพสต์: 3137
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:38
- team: t@he@w&kunyaisaideaw
- Bike: trek 4300 , 8500 , c'dale & RIT
Re: ปั่นจักรยานสู้โรคมะเร็ง
เคล็ดลับคือพยายามครับ พยายามชวนต่อไปครับ ผมใช้เวลาพยายามแค่ 5 ปีl.onusa เขียน:ขอบอกว่าโจทย์นี้แก้ยากๆๆๆ สุดๆๆๆๆ นะ เราคงต้องใช้ความพยายามสุดฤทธ์นะคะคุณแบ็งค์สีนคร เขียน:ผมว่า คุณแก้วมองข้าม 100 โลไปเถอะ ชิวๆแล้วล่ะ ตอนนี้โจทย์ใหญ่คือ ทำไงถึงจะดึงหวานใจมาร่วมแจมด้วยได้ (ไม่เฉพาะคุณแก้วหรอก ผมด้วย..) ใครมีเคล็ดลับดีๆ ช่วยแบ่งปันเราด้วย.....
ยัยคุณยายสายเดี่ยวถึงได้ยอมใจอ่อนมาปั่นด้วยกันจนถึงวันนี้
MY LIFE'S MY BIKE
by คุณตา เสือปลายแถว
by คุณตา เสือปลายแถว
- l.onusa
- ขาประจำ
- โพสต์: 282
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2010, 15:59
- Tel: 0815661526
- team: DOH.
- Bike: TREK Skye SL
- ตำแหน่ง: โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Re: ปั่นจักรยานสู้โรคมะเร็ง
สวัสดีค่ะ คุณตา เสือปลายแถว แล้วมีไม้ตายสุดท้ายมั้ยคะ แบบว่าใจร้อนน่ะค่ะt@he@w เขียน:เคล็ดลับคือพยายามครับ พยายามชวนต่อไปครับ ผมใช้เวลาพยายามแค่ 5 ปีl.onusa เขียน:ขอบอกว่าโจทย์นี้แก้ยากๆๆๆ สุดๆๆๆๆ นะ เราคงต้องใช้ความพยายามสุดฤทธ์นะคะคุณแบ็งค์สีนคร เขียน:ผมว่า คุณแก้วมองข้าม 100 โลไปเถอะ ชิวๆแล้วล่ะ ตอนนี้โจทย์ใหญ่คือ ทำไงถึงจะดึงหวานใจมาร่วมแจมด้วยได้ (ไม่เฉพาะคุณแก้วหรอก ผมด้วย..) ใครมีเคล็ดลับดีๆ ช่วยแบ่งปันเราด้วย.....
ยัยคุณยายสายเดี่ยวถึงได้ยอมใจอ่อนมาปั่นด้วยกันจนถึงวันนี้![]()
....ปั่นไปเรื่อยๆ เหนื่อยเราก็ัพัก...
- เล็ก
- ขาประจำ
- โพสต์: 7028
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:47
- Tel: 0868179911
- team: แหลมสิงห์
- Bike: scott scale40
Re: ปั่นจักรยานสู้โรคมะเร็ง
รบกวนคุณแก้วช่วยหาเพื่อนให้ทีนะคะ เพื่อนๆร่วมรุ่นสามเสนที่เรียนมาด้วยกัน เค้าตามหาคุณยุทธพงศ์กันให้ขวักอยู่ค่ะตอนนี้
เล็กโทรไปหาตามเบอร์ที่ได้มาวันนั้น เหมือนเบอร์เค้าเลิกใช้ไปแล้วค่ะ
เล็กโทรไปหาตามเบอร์ที่ได้มาวันนั้น เหมือนเบอร์เค้าเลิกใช้ไปแล้วค่ะ
- l.onusa
- ขาประจำ
- โพสต์: 282
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2010, 15:59
- Tel: 0815661526
- team: DOH.
- Bike: TREK Skye SL
- ตำแหน่ง: โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Re: ปั่นจักรยานสู้โรคมะเร็ง
คุณสีนคร ช่วยพิจารณา รถ 4 คัน นี้ให้หน่อย อยากได้ไว้อีกเป็นคันที่ 2 นะคะ เผื่อสามีจะอยากปั่นด้วย แบบว่าลุยหน่อย แข็งแรงทนทานอะไรประมาณนี้ (ไปได้ทุกสภาพถนน เนินเขาสูง ได้ ทางลูกรังได้) แต่ไม่ต้่องการความเร็วเท่าไหร่ เน้นปั่นทนระยะยาวปั่นเพื่อสุขภาพค่ะ ไม่อยากปั่นแบบเร็วๆ แล้ว เหนื่อยมากเกินไป และอันตรายด้วยสีนคร เขียน:ผมว่า คุณแก้วมองข้าม 100 โลไปเถอะ ชิวๆแล้วล่ะ ตอนนี้โจทย์ใหญ่คือ ทำไงถึงจะดึงหวานใจมาร่วมแจมด้วยได้ (ไม่เฉพาะคุณแก้วหรอก ผมด้วย..) ใครมีเคล็ดลับดีๆ ช่วยแบ่งปันเราด้วย.....
คันที่ 1


คันที่ 2


คันที่ 3

คันที่ 4

....ปั่นไปเรื่อยๆ เหนื่อยเราก็ัพัก...
- คุณขวัญแก้ว
- ขาประจำ
- โพสต์: 17732
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2010, 13:32
- team: Highway Bike Thailand
- Bike: Trek, Peugeot, Dr.hon , Bianchi
- ตำแหน่ง: 382 ซ.12 ม.เลคการ์เด้น ถ.ขุมทอง-ลำต้อยติ่ง แขวงขุมทอง ลาดกระบัง กทม.
Re: ปั่นจักรยานสู้โรคมะเร็ง
บทความที่น่าสนใจมากๆ นะคะ และเกิดขึ้นแล้วกับตัวเอง เลยเอามาฝากให้อ่านกันค่ะ
“กรดไหลย้อน” อันตรายหลังการกิน
เรื่องโดย: ณัฐภัทร ตุ้มภู่ Team Content www.thaihealth.or.th
หากถามว่าตอนนี้สถานการณ์เรื่องไหนดูน่ากลัวที่สุด ทุกคนคงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “สถานการณ์ไข้หวัด2009” เพราะดูเหมือนว่าทั้งยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจะมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน จนถึงขั้นอาจต้องปิดประเทศกันเลยทีเดียว ในขณะที่ทุกคนมัวแต่หวาดกลัวหวัด2009 สายตาจับจ้องสังเกตอาการคนใกล้ชิดว่ามีไข้ ปวดเนื้อตัว เข้าข่ายติดเชื้อหรือไม่ ใครเข้าข่ายต่างก็แห่ไปโรงพยาบาลกันยกใหญ่ แล้วอาการเหล่านี้ล่ะ!!! คุณเคยสังเกตบ้างไหม?? เหมือนมีน้ำย่อยขมๆ ไหลย้อนมาที่คอ ท้องอืด แน่นท้องหรือรู้สึกมีก้อนที่คอ หลังอาหารมื้อหลักมักจะคลื่นไส้อาเจียน รู้ไหม!! อาการเหล่านี้ก็อันตรายต่อสุขภาพคุณเช่นกัน เพราะมันเป็นสัญญาณเตือนของภัยเงียบอย่าง “โรคกรดไหลย้อน”
โดยรศ.พ.ญ.วโรชา มหาชัย หัวหน้าหน่วยทางเดินอาหาร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า โรคกรดไหลย้อนไม่ได้เป็นโรคแปลกใหม่สำหรับคนไทย เป็นโรคที่พบมานานแล้ว สาเหตุของโรคเกิดจากการไหลย้อนกลับของกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารขึ้นไปในหลอดอาหารส่วนบนอย่างผิดปกติ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาทิ หลอดอาหารส่วนปลายมีการคลายตัวอย่างผิดปกติ หรือความดันของหูรูดของหลอดอาหารส่วนปลายลดลงต่ำกว่าในคนปกติ หรือเกิดจากความผิดปกติของการบีบตัวของกระเพาะอาหารหรือหลอดอาหาร รวมถึงพันธุกรรมอีกด้วย
ส่วนเหตุสำคัญที่ทำให้คนเราเป็นโรคนี้คือ พฤติกรรมการบริโภคที่หันไปใช้ชีวิตแบบชาวตะวันตก ตื่นเช้ามาก็เร่งรีบไปทำงาน ไม่ค่อยกินข้าว กินแต่กาแฟ แถมยังชอบกินอาหารเย็นหนักๆ แล้วก็นอน อาหารจึงยังตกค้างอยู่ในกระเพาะ ร่างกายก็ต้องหลั่งกรดออกมาย่อยอาหารที่ยังตกค้างอยู่ ประกอบกับท่านอนไม่ถูกต้อง หัวเสมอหรือต่ำกว่าลำตัว ทำให้กรดในกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาที่ลำคอ เกิดอาการแสบระคายเคืองขึ้นมาบนคอและถ้าปล่อยให้หลอดอาหารส่วนปลายระคายเคืองไปนานๆ อาจทำให้หลอดอาหารเป็นมะเร็งได้
ถึงแม้ว่าโรคนี้จะไม่ใช่โรคร้ายแรงถึงชีวิตเหมือนโรคมะเร็งหรือโรคหัวใจ แต่เป็นโรคที่สร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานลดลงได้ ซึ่งจะมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยว ปวดแสบร้อนบริเวณหน้าอกและลิ้นปี่แล้วลามขึ้นมาที่หน้าอกหรือคอ และในบางรายอาจมีอาการแสดงออกนอกหลอดอาหารได้ เช่น อาการทางปอด หรืออาการทางคอและกล่องเสียง เสียงแหบเรื้อรัง มีไอเรื้อรัง มีกลิ่นปาก หรือในบางรายอาจมีอาการทางระบบหายใจ เช่น หอบหืด หรืออาการเจ็บหน้าอกได้
แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ!!! โรคนี้จะมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ คล้ายๆ กับอาการของโรคกระเพาะอาหาร จึงทำให้คนส่วนใหญ่มักจะเหมารวมว่าตนเองอาจจะเป็นโรคกระเพาะอาหาร และไปซื้อยาเคลือบแผลในกระเพาะอาหารมารับประทานเอง ทำให้การรักษาไม่ตรงจุด โดยเฉพาะคนไทยเรามักจะชอบซื้อยามารับประทานเองและคิดว่าการไปพบแพทย์เป็นเรื่องใหญ่ ระยะหลังมานี้จึงพบโรคกรดไหลย้อนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆในหมู่คนไทย
ด้าน ผศ.นพ.สมชาย ลีกากุศลวงศ์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อธิบายว่า โรคกรดไหลย้อนจะพบได้มากในทุกกลุ่มอายุ แต่ที่พบมากและมักจะมีอาการรุนแรงจะเป็นกลุ่มคนอ้วน ยิ่งกลุ่มคนที่สูบบุหรี่ยิ่งมีปัจจัยเสี่ยงมากขึ้น
ส่วนเรื่องการวินิจฉัยโรคนั้น โดยปกติแล้วแพทย์สามารถวินิจฉัยได้จากอาการดังที่กล่าวมา หากเป็นแพทย์สามารถให้การรักษาเบื้องต้นได้ โดยจะติดตามดูอาการของผู้ป่วย ในบางรายอาจมีความจำเป็นต้องได้รับการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น ส่องกล้องทางเดินอาหาร ตรวจทางรังสีวิทยา การตรวจวัดการบีบตัวของหลอดอาหาร และการตรวจวัดความเป็นกรด-ด่างในหลอดอาหาร ซึ่งพบว่าได้ผลแม่นยำและดีที่สุดในปัจจุบัน
เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว!!! การจะจัดการกับโรคกรดไหลย้อนก็ไม่ใช่เรื่องยาก ควรมุ่งที่การควบคุมอาการให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งหลักใหญ่อาศัยการปรับเปลี่ยนอาหารการกิน และวิถีชีวิตของผู้ป่วย ประสานกับการกินยาเท่าที่จำเป็น ซึ่งการปรับเปลี่ยนอาหารนั้นเน้น 2 เรื่องใหญ่ คือ หนึ่ง หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดผ่อนคลายไม่กระชับ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช็อกโกแลต เปปเปอร์มินต์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน น้ำมัน ของทอดและอาหารที่มีไขมันสูงทั้งหลาย นมเต็มส่วน อาหารที่ผสมครีม อาหารขยะ เป็นต้น สำหรับผู้ที่น้ำหนักเกิน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องควบคุมน้ำหนัก และ สอง หลีกเลี่ยงอาหารที่ไปเพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร เช่น ชา กาแฟ กระเทียม หัวหอม พริกและอาหารเผ็ดร้อน หน่อไม้ฝรั่ง ไข่ พาสต้า ก๋วยเตี๋ยว แป้งข้าวโพด ลูกพรุน ส้ม น้ำมะเขือเทศ น้ำอัดลม น้ำตาล อาหารขยะ และอาหารที่ผ่านการแปรรูป เป็นต้น
ส่วนการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตนั้น ก็เพื่อจัดการให้มีกรดไหลย้อนขึ้นหลอดอาหารน้อยที่สุด คั่งอยู่ในหลอดอาหารเป็นเวลาสั้นที่สุด อันดับหนึ่ง คือ วิถีการกิน อย่ากินอิ่มเกิน กินน้อยแต่หลายมื้อได้ อย่ากินอย่างเร่งรีบ เคี้ยวอาหารให้ละเอียด อย่าดื่มน้ำมากพร้อมอาหาร กินอาหารแล้วห้ามออกกำลังกายหรือนอนทันที ควรทิ้งช่วงประมาณ 2-3 ชั่วโมง เมื่อรู้สึกว่ากรดไหลย้อน ให้ดื่มน้ำ กลืนน้ำลาย หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง เพื่อช่วยสลายกรด อันดับสอง คือ กำหนดท่าทางของร่างกายให้เหมาะสม ได้แก่ อย่าก้ม (โดยเฉพาะช่วงหลังอาหาร) อย่าใส่เข็มขัดหรือเสื้อผ้ารัดแน่นเกินไป พยายามนอนตะแคงขวาเพื่อจะได้ไม่กดทับท้องจนกรดไหลย้อน สำหรับผู้ป่วยที่ปัญหากรดไหลย้อนระหว่างนอน ควรยกหัวเตียงให้ลาดสูงขึ้นประมาณ 6-8 นิ้ว เพื่อป้องหันไม่ให้กรดคั่งในหลอดอาหาร และที่สำคัญต้องจัดการกับความเครียด ผ่อนคลายให้มากขึ้น เพราะความเครียดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีกรดมาก
การจะห่างไกลจากโรคกรดไหลย้อนนี้ได้นั้น นอกจากการปรับเปลี่ยนอาหารการกินและวิถีชีวิตที่กล่าวมานี้แล้ว ต้องมาจากความรู้ความเข้าใจและการตัดสินใจของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ซึ่งต้องอาศัยการมีส่วนร่วมและสนับสนุนอย่างแข็งขันจากคนใกล้ชิด โดยเฉพาะครอบครัว..
“กรดไหลย้อน” อันตรายหลังการกิน
เรื่องโดย: ณัฐภัทร ตุ้มภู่ Team Content www.thaihealth.or.th
หากถามว่าตอนนี้สถานการณ์เรื่องไหนดูน่ากลัวที่สุด ทุกคนคงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “สถานการณ์ไข้หวัด2009” เพราะดูเหมือนว่าทั้งยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจะมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน จนถึงขั้นอาจต้องปิดประเทศกันเลยทีเดียว ในขณะที่ทุกคนมัวแต่หวาดกลัวหวัด2009 สายตาจับจ้องสังเกตอาการคนใกล้ชิดว่ามีไข้ ปวดเนื้อตัว เข้าข่ายติดเชื้อหรือไม่ ใครเข้าข่ายต่างก็แห่ไปโรงพยาบาลกันยกใหญ่ แล้วอาการเหล่านี้ล่ะ!!! คุณเคยสังเกตบ้างไหม?? เหมือนมีน้ำย่อยขมๆ ไหลย้อนมาที่คอ ท้องอืด แน่นท้องหรือรู้สึกมีก้อนที่คอ หลังอาหารมื้อหลักมักจะคลื่นไส้อาเจียน รู้ไหม!! อาการเหล่านี้ก็อันตรายต่อสุขภาพคุณเช่นกัน เพราะมันเป็นสัญญาณเตือนของภัยเงียบอย่าง “โรคกรดไหลย้อน”
โดยรศ.พ.ญ.วโรชา มหาชัย หัวหน้าหน่วยทางเดินอาหาร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า โรคกรดไหลย้อนไม่ได้เป็นโรคแปลกใหม่สำหรับคนไทย เป็นโรคที่พบมานานแล้ว สาเหตุของโรคเกิดจากการไหลย้อนกลับของกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารขึ้นไปในหลอดอาหารส่วนบนอย่างผิดปกติ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาทิ หลอดอาหารส่วนปลายมีการคลายตัวอย่างผิดปกติ หรือความดันของหูรูดของหลอดอาหารส่วนปลายลดลงต่ำกว่าในคนปกติ หรือเกิดจากความผิดปกติของการบีบตัวของกระเพาะอาหารหรือหลอดอาหาร รวมถึงพันธุกรรมอีกด้วย
ส่วนเหตุสำคัญที่ทำให้คนเราเป็นโรคนี้คือ พฤติกรรมการบริโภคที่หันไปใช้ชีวิตแบบชาวตะวันตก ตื่นเช้ามาก็เร่งรีบไปทำงาน ไม่ค่อยกินข้าว กินแต่กาแฟ แถมยังชอบกินอาหารเย็นหนักๆ แล้วก็นอน อาหารจึงยังตกค้างอยู่ในกระเพาะ ร่างกายก็ต้องหลั่งกรดออกมาย่อยอาหารที่ยังตกค้างอยู่ ประกอบกับท่านอนไม่ถูกต้อง หัวเสมอหรือต่ำกว่าลำตัว ทำให้กรดในกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาที่ลำคอ เกิดอาการแสบระคายเคืองขึ้นมาบนคอและถ้าปล่อยให้หลอดอาหารส่วนปลายระคายเคืองไปนานๆ อาจทำให้หลอดอาหารเป็นมะเร็งได้
ถึงแม้ว่าโรคนี้จะไม่ใช่โรคร้ายแรงถึงชีวิตเหมือนโรคมะเร็งหรือโรคหัวใจ แต่เป็นโรคที่สร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานลดลงได้ ซึ่งจะมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยว ปวดแสบร้อนบริเวณหน้าอกและลิ้นปี่แล้วลามขึ้นมาที่หน้าอกหรือคอ และในบางรายอาจมีอาการแสดงออกนอกหลอดอาหารได้ เช่น อาการทางปอด หรืออาการทางคอและกล่องเสียง เสียงแหบเรื้อรัง มีไอเรื้อรัง มีกลิ่นปาก หรือในบางรายอาจมีอาการทางระบบหายใจ เช่น หอบหืด หรืออาการเจ็บหน้าอกได้
แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ!!! โรคนี้จะมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ คล้ายๆ กับอาการของโรคกระเพาะอาหาร จึงทำให้คนส่วนใหญ่มักจะเหมารวมว่าตนเองอาจจะเป็นโรคกระเพาะอาหาร และไปซื้อยาเคลือบแผลในกระเพาะอาหารมารับประทานเอง ทำให้การรักษาไม่ตรงจุด โดยเฉพาะคนไทยเรามักจะชอบซื้อยามารับประทานเองและคิดว่าการไปพบแพทย์เป็นเรื่องใหญ่ ระยะหลังมานี้จึงพบโรคกรดไหลย้อนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆในหมู่คนไทย
ด้าน ผศ.นพ.สมชาย ลีกากุศลวงศ์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อธิบายว่า โรคกรดไหลย้อนจะพบได้มากในทุกกลุ่มอายุ แต่ที่พบมากและมักจะมีอาการรุนแรงจะเป็นกลุ่มคนอ้วน ยิ่งกลุ่มคนที่สูบบุหรี่ยิ่งมีปัจจัยเสี่ยงมากขึ้น
ส่วนเรื่องการวินิจฉัยโรคนั้น โดยปกติแล้วแพทย์สามารถวินิจฉัยได้จากอาการดังที่กล่าวมา หากเป็นแพทย์สามารถให้การรักษาเบื้องต้นได้ โดยจะติดตามดูอาการของผู้ป่วย ในบางรายอาจมีความจำเป็นต้องได้รับการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น ส่องกล้องทางเดินอาหาร ตรวจทางรังสีวิทยา การตรวจวัดการบีบตัวของหลอดอาหาร และการตรวจวัดความเป็นกรด-ด่างในหลอดอาหาร ซึ่งพบว่าได้ผลแม่นยำและดีที่สุดในปัจจุบัน
เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว!!! การจะจัดการกับโรคกรดไหลย้อนก็ไม่ใช่เรื่องยาก ควรมุ่งที่การควบคุมอาการให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งหลักใหญ่อาศัยการปรับเปลี่ยนอาหารการกิน และวิถีชีวิตของผู้ป่วย ประสานกับการกินยาเท่าที่จำเป็น ซึ่งการปรับเปลี่ยนอาหารนั้นเน้น 2 เรื่องใหญ่ คือ หนึ่ง หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดผ่อนคลายไม่กระชับ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช็อกโกแลต เปปเปอร์มินต์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน น้ำมัน ของทอดและอาหารที่มีไขมันสูงทั้งหลาย นมเต็มส่วน อาหารที่ผสมครีม อาหารขยะ เป็นต้น สำหรับผู้ที่น้ำหนักเกิน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องควบคุมน้ำหนัก และ สอง หลีกเลี่ยงอาหารที่ไปเพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร เช่น ชา กาแฟ กระเทียม หัวหอม พริกและอาหารเผ็ดร้อน หน่อไม้ฝรั่ง ไข่ พาสต้า ก๋วยเตี๋ยว แป้งข้าวโพด ลูกพรุน ส้ม น้ำมะเขือเทศ น้ำอัดลม น้ำตาล อาหารขยะ และอาหารที่ผ่านการแปรรูป เป็นต้น
ส่วนการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตนั้น ก็เพื่อจัดการให้มีกรดไหลย้อนขึ้นหลอดอาหารน้อยที่สุด คั่งอยู่ในหลอดอาหารเป็นเวลาสั้นที่สุด อันดับหนึ่ง คือ วิถีการกิน อย่ากินอิ่มเกิน กินน้อยแต่หลายมื้อได้ อย่ากินอย่างเร่งรีบ เคี้ยวอาหารให้ละเอียด อย่าดื่มน้ำมากพร้อมอาหาร กินอาหารแล้วห้ามออกกำลังกายหรือนอนทันที ควรทิ้งช่วงประมาณ 2-3 ชั่วโมง เมื่อรู้สึกว่ากรดไหลย้อน ให้ดื่มน้ำ กลืนน้ำลาย หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง เพื่อช่วยสลายกรด อันดับสอง คือ กำหนดท่าทางของร่างกายให้เหมาะสม ได้แก่ อย่าก้ม (โดยเฉพาะช่วงหลังอาหาร) อย่าใส่เข็มขัดหรือเสื้อผ้ารัดแน่นเกินไป พยายามนอนตะแคงขวาเพื่อจะได้ไม่กดทับท้องจนกรดไหลย้อน สำหรับผู้ป่วยที่ปัญหากรดไหลย้อนระหว่างนอน ควรยกหัวเตียงให้ลาดสูงขึ้นประมาณ 6-8 นิ้ว เพื่อป้องหันไม่ให้กรดคั่งในหลอดอาหาร และที่สำคัญต้องจัดการกับความเครียด ผ่อนคลายให้มากขึ้น เพราะความเครียดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีกรดมาก
การจะห่างไกลจากโรคกรดไหลย้อนนี้ได้นั้น นอกจากการปรับเปลี่ยนอาหารการกินและวิถีชีวิตที่กล่าวมานี้แล้ว ต้องมาจากความรู้ความเข้าใจและการตัดสินใจของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ซึ่งต้องอาศัยการมีส่วนร่วมและสนับสนุนอย่างแข็งขันจากคนใกล้ชิด โดยเฉพาะครอบครัว..
...สุข ทุกข์ ล้วนใจกำหนด...
- เล็ก
- ขาประจำ
- โพสต์: 7028
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:47
- Tel: 0868179911
- team: แหลมสิงห์
- Bike: scott scale40
Re: ปั่นจักรยานสู้โรคมะเร็ง
คุณขวัญแก้ว...เราหาเพื่อนที่เกาะพงันเจอแล้วนะ วันนี้ได้โทรคุยกัน เค้าชวนเรายิ๊กๆให้ไปเที่ยวบ้าน น่าใจหายที่เค้าเป็นโรคหัวใจ ต้องเข้ารับการรักษาอยู่ตลอด แค่โทรคุยกันก็เหนื่อแล้ว นึกถึงตัวเองว่า ขออย่าให้เราเป็นโรคประจำตัวอะไรเลย อยากมีร่างกายแข็งแรง แข็งแรงอ่ะ
- คุณขวัญแก้ว
- ขาประจำ
- โพสต์: 17732
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2010, 13:32
- team: Highway Bike Thailand
- Bike: Trek, Peugeot, Dr.hon , Bianchi
- ตำแหน่ง: 382 ซ.12 ม.เลคการ์เด้น ถ.ขุมทอง-ลำต้อยติ่ง แขวงขุมทอง ลาดกระบัง กทม.
Re: ปั่นจักรยานสู้โรคมะเร็ง
คนที่ให้เบอร์โทร. ไปรึเปล่าคะ โอ.. น่าใจหายเหมือนที่ว่าจริงๆ เราต้องให้กำลังใจเค้านะคะ เพราะตัวเองที่รู้ว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก ก็ได้กำลังจากเล็ก เขียน:คุณขวัญแก้ว...เราหาเพื่อนที่เกาะพงันเจอแล้วนะ วันนี้ได้โทรคุยกัน เค้าชวนเรายิ๊กๆให้ไปเที่ยวบ้าน น่าใจหายที่เค้าเป็นโรคหัวใจ ต้องเข้ารับการรักษาอยู่ตลอด แค่โทรคุยกันก็เหนื่อแล้ว นึกถึงตัวเองว่า ขออย่าให้เราเป็นโรคประจำตัวอะไรเลย อยากมีร่างกายแข็งแรง แข็งแรงอ่ะ
เพื่อนๆ ญาติพี่น้องค่ะ ทำให้เหมือนเราไม่ได้ป่วยอะไร มีกำลังใจสู้ ไม่ท้อถอยค่ะ
...สุข ทุกข์ ล้วนใจกำหนด...