จ๊ะเอ๋ พี่ๆตอนเช้าทุกท่านครับ 
เรื่องจริงจากอดีต
- สมัยโรม มูลสัตว์หรือขี้สัตว์ ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ชายชาตินักรบให้ความสำคัญ เห็นได้จากการที่ผู้ที่เข้าร่วมศึกรถม้า ต้องดื่มเครื่องดื่มที่ทำจากอึสัตว์ ก่อนการแข่งขันครั้งสำคัญ (แล้วจะแข่งไหวหรือเนี่ย)
- ระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ประเทศฝรั่งเศสตัดสินลงโทษทหารที่มีรสนิยมเป็นพวกรักร่วมเพศด้วยการประหารสถานเดียว
- ประเทศญี่ปุ่นในสมัยก่อน ใครก็ตามที่พยายามจะออกนอกประเทศจะถูกตัดสินประหารชีวิต และเพื่อป้องกันความพยายามในการหลบหนี ในช่วงปี 1630 รัฐบาลได้ออกกฏห้ามสร้างเรือที่สามารถออกทะเลได้ (แต่เดี๋ยวนี้คนญี่ปุ่นไปทุกที่)
- สมัยนาซี ทหารเยอรมันในสังกัด SS จะสักกรุ๊ปเลือดของตัวเองบริเวณรักแร้
- เชื่อหรือไม่ว่า เมืองเล็กๆ แถบเทือกเขาไพรีนีส์ในแอนโดร่า กลายเป็นเมืองที่ต้องผจญกับสงครามโลกทั้งสองครั้งในเวลาเดียวกัน เป็นไปได้ยังไง? ก็เพราะว่า หลังจากสิ้นสงครามโลกครั้งแรก ชื่อของประเทศแอนโดร่าไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในสนธิสัญญาแวร์ซายส์ นั่นหมายความว่า ในทางปฏิบัติแล้ว กองทัพของแอนโดร่าที่ประกอบด้วยทหาร 11 คน ยังคงติดอยู่ในสงครามโลกกับเยอรมัน และเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองปะทุขึ้นในปี 1939 แอนโดร่ารู้สึกขยาดกับสงคราม จึงรีบทำสนธิสัญญากับประเทศเยอรมัน เพื่อยุติสงครามโลกครั้งแรกของตัวเอง (ซึ่งตอนนั้น สงครามโลกครั้งที่สองเพิ่งจะมาถึงตัวหมาดๆ)
- เดือนกุมภาพันธ์ ปี 1865 เป็นเดือนเดียวในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่มีการจดบันทึกมาว่าไม่มีคืนที่พระจันทร์เต็มดวง
- มีดโกนทองคำที่ถูกนำออกมาจากสุสานของฟาโรห์ตุตานคาเมน กว่า 3,000 ปีหลังจากพระองค์สิ้นพระชนม์ ยังคงคมกริบ ใช้งานได้ (แต่ใครจะกล้าใช้ล่ะ เดี๋ยวก็เห็นเจ้าของมายืนอยู่ข้างหลังในกระจก ตอนใช้อยู่)
- สมัยกรีซโบราณ คำว่า "Idiot" (แปลว่า ไอ้งั่ง ไอ้ปัญญาอ่อน ในสมัยนี้) เป็นคำที่ใช้เรียกบุคคลทั่วไป (แล้วไหง ความหมายมันเปลี่ยนไปได้อย่างงี้เนี่ย)
- หลุยส์ที่ 19 กษัตริย์ของฝรั่งเศสครองราชย์นาน ประมาณ 20 นาที ตั้งแต่ช่วงอาหารเช้า ไปจนถึงช่วงดื่มน้ำชา ของวันที่ 2 สิงหาคม 1830 ก่อนจะสละราชบัลลังค์ (อย่างน้อยก็น่าจะถึงอาหารเที่ยงก่อนนะ)
- สมัยกรีซโบราณ ผู้ชายที่ถูกจับได้ว่าเป็นชู้กับภรรยาของคนอื่นจะถูกลงโทษด้วยการถูกจับยัด ผักประเภทผักหัวที่ก้น (ไม่มีการบันทึกไว้ว่า ผักที่ใช้ในการลงโทษเหล่านั้นถูกนำไปใช้ประกอบอาหารต่อไปหรือไม่)
- จักรพรรดิโรมันคาลิกูล่า ทรงเสียพระทัยอย่างยิ่งจากการจากไปของพระขนิษฐาดรูซิล่า ถึงกับประกาศให้มีการไว้อาลัยตลอดปี ซึ่งระหว่างนั้นประชาชนในอาณาจักรห้ามรับประทานอาหารเย็นร่วมกับครอบครัว ห้ามหัวเราะ ห้ามอาบน้ำ ใครฝ่าฝืน ตายสถานเดียว (โอ้โห.......)
- แล้วเชื่อหรือไม่ว่า ข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งนำไปสู่การยุติสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ถูกพิมพ์จากหลังมาหน้า เพราะเสมียนชาวฝรั่งเศส ใส่กระดาษคาร์บอน หรือกระดาษก๊อปปี้กลับด้านอย่างไม่ตั้งใจ (ท่าจะเครียดสติหลุด แล้วลงนามกันได้ยังไงกันฟะ)
- ชาวจีนใช้อลูมิเนียมทำสิ่งของมาตั้งแต่ปี ค.ศ.300 นานก่อนที่ชาวตะวันตกจะเอาโลหะมาใช้ในปี 1827
- ทหารหลายต่อหลายคนที่ทำหน้าที่เฝ้ากำแพงเมืองจีนในช่วงยุคกลาง ใช้เวลาทั้งชีวิตที่บริเวณกำแพงนั้น เกิดที่นั่น โตที่นั่น ทำงานที่นั่น แต่งงานที่นั่น และตายที่นั่น อ้อ! ฝังที่นั่นด้วย
- ภายใต้กฏหมายจีนยุคโบราณ ใครก็ตามที่เปิดเผยวิธีทำไหม จะถูกนำตัวไปทรมานจนตาย
- ประเทศแรกที่ยกเลิกโทษประหารชีวิตคือออสเตรีย ในปี 1787
- ช่างตัดผมสมัยก่อน ไม่เพียงแต่จะโกนหนวดเคราและตัดผมให้กับลูกค้า แต่ยังทำหน้าที่ผ่าตัดเอาเลือดคั่งออกและถอนฟันอีกด้วย ถ้าเคยสังเกตเห็นร้านตัดผมสมัยก่อนจะมีหลอดแก้วหน้าร้าน ที่ข้างในมีแถบสีขาวแดงหมุนไปเรื่อยๆ นั่นแหละเป็นสัญลักษณ์มาจากผ้าพันแผลเวลาใช้ซับเลือด (จริงเหรอเนี่ย ไหงไม่เกี่ยวกับผมละครับ)
- วันคริสต์มาสไม่ได้เป็นวันหยุดประจำชาติของอเมริกา จนกระทั่งปี 1890
- ถึงแม้รัฐโอไฮโอจะถูกระบุให้เป็นรัฐอันดับที่ 17 ของอเมริกา แต่ทางปฏิบัติแล้วเป็นรัฐอันดับที่ 47 เพราะก่อนวันที่ 7 สิงหาคม 1953 รัฐสภาของอเมริกาลืมที่จะออกเสียงโหวตรวมโอไฮโอเข้าเป็นหนึ่งในรัฐ ของอเมริกา
- รู้หรือไม่ว่า ระเบิดปรมาณูที่ถล่มฮิโรชิมาถูกสร้างขึ้นที่นิวเม็กซิโก และแรงงานที่ทำงานในโรงงานนั้นถูกคัดเลือกมาอย่างพิเศษ ทุกคนต้องอ่านหนังสือไม่ออก เพราะรัฐบาลอเมริกาเกรงว่าความลับเกี่ยวกับขั้นตอนการผลิตและด้านอื่นๆ จะรั่วไหล
- น้ำ 100,000 ลูกบาศก์ฟุตไหลลงจากน้ำตกไนแองการ่าในทุกวินาที
- มีสายโทรศัพท์ยาว 1,525,000,000 ไมล์ รอบอเมริกา และมีโทรศัพท์สาธารณะในนิวยอร์คเมืองเดียวมากกว่าในสเปนทั้งประเทศ
- มีการจ่ายงานค่าไถ่ตัวประกันในอเมริกามากกว่า 2,600 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลอดในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา