โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน
ผู้ดูแล: seven@klein, Cycling B®y, tntm, เสือ Spectrum
- หนาน
- ขาประจำ
- โพสต์: 471
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ต.ค. 2011, 14:15
- Tel: 0956857769
- team: เทศบาลตำบลจันจว้า เชียงราย
- Bike: trek 2013
โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน
บังเอิญผมเป็นหัวใจโตครับไปหาหมอเมื่ออาทิตย์ก่อนตรวจเจอ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นโรคหัวใจตีบหรือลิ้นหัวใจรั่วแต่ความดันปกติจะรอเอกเรย์ 30 สิ้นเดือนนี้ บังเอิญผมชอบการปั่นแบบหนักๆด้วย ชอบปั่นขึ้นเขา และชอบการปั่นแบบความเร็วด้วย....ไม่ทราบว่าจะเป็นอันตรายหรือไม่ครับ...จะมีวิธีการอย่างไรบ้างครับ*****ขอบคุณครับ***
-
TOCK
- สมาชิก
- โพสต์: 14
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.พ. 2013, 21:50
- Tel: 0831280877
- Bike: จักรยานสองล้อ
- ตำแหน่ง: โคราช
Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน
รอฟังความเห็นจากหมอก่อนดีกว่าพี่..อีกไม่กี่วันเอง ช่วงนี้ก็ปั่นเบาๆ ไปก่อน เป็นกำลังใจให้ครับหนาน เขียน:บังเอิญผมเป็นหัวใจโตครับไปหาหมอเมื่ออาทิตย์ก่อนตรวจเจอ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นโรคหัวใจตีบหรือลิ้นหัวใจรั่วแต่ความดันปกติจะรอเอกเรย์ 30 สิ้นเดือนนี้ บังเอิญผมชอบการปั่นแบบหนักๆด้วย ชอบปั่นขึ้นเขา และชอบการปั่นแบบความเร็วด้วย....ไม่ทราบว่าจะเป็นอันตรายหรือไม่ครับ...จะมีวิธีการอย่างไรบ้างครับ*****ขอบคุณครับ***
จงฝันให้สูงที่สุด..แต่อย่าหยุดเมื่อผิดหวัง
- how4159
- ขาประจำ
- โพสต์: 180
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2010, 19:44
- team: ----
- Bike: T-Mobile
Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน
โรคหัวใจ รอหมอบอกก่อนดีกว่าไหมครับ มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหรอก
ผมก็เป็นครับ หัวใจห้องล่างซ้ายโต ผลตรวจร่างกายของผม 18ปีที่ผ่านมา หมอบอกว่าปรกติทุกอย่าง มาปีนี้เปลี่ยนหมอไหม่ หมอบอกว่า หัวใจห้องล่างซ้ายโต ให้ระวัง หากแน่นหน้าอก หรือหายใจไม่ออก ให้รีบไปโรงพยาบาล แต่พอหมอดูผลย้อนหลัง อ้าว.. มันมีอาการมาตั้งแต่ตรวจครั้งแรกแล้ว (ที่ผ่านมา18ปีผมไม่รู้ตัว เลยไม่เกิดวิตกจริตอะไร ตอนนี้รู้แล้ว ก็ระวังไว้หน่อยก็เท่านั้น)
จากประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ รอคุณหมอลู มาช่วยตอบน่าจะดีกว่านะครับ
ผมก็เป็นครับ หัวใจห้องล่างซ้ายโต ผลตรวจร่างกายของผม 18ปีที่ผ่านมา หมอบอกว่าปรกติทุกอย่าง มาปีนี้เปลี่ยนหมอไหม่ หมอบอกว่า หัวใจห้องล่างซ้ายโต ให้ระวัง หากแน่นหน้าอก หรือหายใจไม่ออก ให้รีบไปโรงพยาบาล แต่พอหมอดูผลย้อนหลัง อ้าว.. มันมีอาการมาตั้งแต่ตรวจครั้งแรกแล้ว (ที่ผ่านมา18ปีผมไม่รู้ตัว เลยไม่เกิดวิตกจริตอะไร ตอนนี้รู้แล้ว ก็ระวังไว้หน่อยก็เท่านั้น)
จากประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ รอคุณหมอลู มาช่วยตอบน่าจะดีกว่านะครับ
เสือ..ห้าว...
- peep_bmw
- ขาประจำ
- โพสต์: 1783
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ก.ค. 2013, 15:48
- Bike: Trek 4900
Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน
แนะนำว่าปรึกษาหมอดีกว่าครับ ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ เอาใจช่วยนะครับ ช่วงนี้ก็เพลาๆหน่อยนะครับ
- หนาน
- ขาประจำ
- โพสต์: 471
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ต.ค. 2011, 14:15
- Tel: 0956857769
- team: เทศบาลตำบลจันจว้า เชียงราย
- Bike: trek 2013
Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน
ขอบคุณครับ
- ต้อง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1384
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2011, 11:16
- Tel: 087-0190610
- team: 000000
- Bike: 000000
Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน
......นักแข่งระดับโลก ก็ หัวใจล้มเหลวมาแล้วหลายคนน๊ะครับ....... ปัญหาคือ เราไม่สามารถรู้ถึงระบบการทำงานของร่างกายเราเองอย่างแท้จริงครับ ... ดังนั้น ผมขอแนะนำว่า ........ " คุณควรเลิกกิจกรรมความแรง ความเร็ว ความโหด " เลิกทำให้หัวใจของคุณทำงานหนัก ( ถ้าสูญเสียแล้ว เรียกคืนไม่ได้ครับ )
- ถ้ารักการปั่นจักรยาน คุณก็ควรรักตัวเองด้วย และนอกจากรักตัวเองคุณก็ต้องรักครอบครัวของคุณด้วยเช่นกันครับ ...... หันมาปั่นทัวริ่งดีกว่า ไปเินิบ ๆ แต่เน้นไกล ใน 1 วัน .... สัมผัสบรรยากาศรอบทาง สัมผัสการดำรงชีพ เรียนรู้ที่จะอยู่กับตนเอง กับจักรยาน และ ธรรมชาติ .... ขึ้นเขา ก็เข็นเป็นบางช่วง ( ไม่เป็นไรหรอกครับ กว่า 89 เปอร์เซ็นต์ บนโลกนี้ ก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้นครับ )
- ผมขับขี่จักรยานมาหลายประเภท ตลอดระยะเวลาประมาณ 7 ปี ...... ไปมาแล้วหลายสนาม กับชีวิตของนักแข่งนอกสังเวียนนั้น กลับมิได้ตอบโจทย์ใด ๆ เลย กับความรักจักรยาน แต่มันกลับตอบโจทย์แค่เพียงว่า " คุณแข็งแกร่ง คุณเกินขีดจำกัด คุณคือหัวลาก คุณคือผู้่ชนะ " คำเยินยอเหล่านั้นก็จางหายไปพร้อมกับมิตราภาพที่ไม่มีอยู่จริง .....ค้นหาตัวเองอยู่นานตลอดระยะเวลานั้น จนวันนึง ผมได้ค้นพบว่า " แท้จริงแล้ว ความสุขในการปั่นจักรยานคือสิ่งใด " ..... " ทัวร์ริ่งครับ "......ไม่ต้องมีการพูดคุยว่าจะอัพอะไร ไอ้นู่นเท่าไร ไอ้นี่เท่าไร ชุดล้อกี่หมื่นถึงจะลา่กได้ 35+++++........
....แต่การปั่นทัวริ่งในนิยามของผมคือ ...ความรับรู้ถึงตัวตน และความสุข การปั่นทัวริ่งทำให้ผมมองโลกช้าลง เห็นอะไรข้างทางชัดเจนขึ้น แต่มิได้ทำให้ความแข็งแกร่งของคุณน้อยลงแต่อย่างใด ... มันตรงกันข้ามครับ ..... คือ.... ร่างกายของคุณจะสุขภาพดีมาจากภายใน ไม่โทรม หัวใจทำงานในส่วนที่เหมะสม ใช้พลังงานและควบคุมพลังงานได้ดี ทนแดด ทนฝน ทนความลำบาก เดินทางไกล ๆ มากกว่าพวกนักแข่งบางท่านได้สบายโดยที่ไม่เหนื่อยมากนักหรือแทบจะไม่ได้เรียกว่าเหนื่อยเลย ได้ดมกลิ่นดินข้างทาง ได้แวะซื้อขนมที่แถวบ้านไม่มีขายไปฝากให้ลูก ได้ฝึกทำอาหารกลางป่า ได้พบชาวทัวริ่งด้วยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ มิตรภาพนั้น ไม่เคยจางหายเลยครับ ....
.......... ถ้าจะให้เติมเต็มชีวิตทัวริ่งและสนุกมากขึ้น ลองหาเพื่อนซี้ซักคน ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ชวนเขาออกทัวริ่งดูครับ บางทีคุณและเพื่อน อาจจะรักทัวร์ริ่งจนกลายเป็นชีวิตของคุณก็ได้ และ สุขภาพก็ไม่เสียอีกด้วย เหมือนกับผมและเ้พื่อนครับ.......
............ ปล ... เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน ร้อนมากก็หลบร้อน สุขทั้งกาย สุขทั้งใจเอย.......( ขอโทษที่พูดยาวไปหน่อยครับ เพราะผมเป็นห่วงสุขภาพของ คุณหนาน จริง ๆ ครับ )....................

- ถ้ารักการปั่นจักรยาน คุณก็ควรรักตัวเองด้วย และนอกจากรักตัวเองคุณก็ต้องรักครอบครัวของคุณด้วยเช่นกันครับ ...... หันมาปั่นทัวริ่งดีกว่า ไปเินิบ ๆ แต่เน้นไกล ใน 1 วัน .... สัมผัสบรรยากาศรอบทาง สัมผัสการดำรงชีพ เรียนรู้ที่จะอยู่กับตนเอง กับจักรยาน และ ธรรมชาติ .... ขึ้นเขา ก็เข็นเป็นบางช่วง ( ไม่เป็นไรหรอกครับ กว่า 89 เปอร์เซ็นต์ บนโลกนี้ ก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้นครับ )
- ผมขับขี่จักรยานมาหลายประเภท ตลอดระยะเวลาประมาณ 7 ปี ...... ไปมาแล้วหลายสนาม กับชีวิตของนักแข่งนอกสังเวียนนั้น กลับมิได้ตอบโจทย์ใด ๆ เลย กับความรักจักรยาน แต่มันกลับตอบโจทย์แค่เพียงว่า " คุณแข็งแกร่ง คุณเกินขีดจำกัด คุณคือหัวลาก คุณคือผู้่ชนะ " คำเยินยอเหล่านั้นก็จางหายไปพร้อมกับมิตราภาพที่ไม่มีอยู่จริง .....ค้นหาตัวเองอยู่นานตลอดระยะเวลานั้น จนวันนึง ผมได้ค้นพบว่า " แท้จริงแล้ว ความสุขในการปั่นจักรยานคือสิ่งใด " ..... " ทัวร์ริ่งครับ "......ไม่ต้องมีการพูดคุยว่าจะอัพอะไร ไอ้นู่นเท่าไร ไอ้นี่เท่าไร ชุดล้อกี่หมื่นถึงจะลา่กได้ 35+++++........
....แต่การปั่นทัวริ่งในนิยามของผมคือ ...ความรับรู้ถึงตัวตน และความสุข การปั่นทัวริ่งทำให้ผมมองโลกช้าลง เห็นอะไรข้างทางชัดเจนขึ้น แต่มิได้ทำให้ความแข็งแกร่งของคุณน้อยลงแต่อย่างใด ... มันตรงกันข้ามครับ ..... คือ.... ร่างกายของคุณจะสุขภาพดีมาจากภายใน ไม่โทรม หัวใจทำงานในส่วนที่เหมะสม ใช้พลังงานและควบคุมพลังงานได้ดี ทนแดด ทนฝน ทนความลำบาก เดินทางไกล ๆ มากกว่าพวกนักแข่งบางท่านได้สบายโดยที่ไม่เหนื่อยมากนักหรือแทบจะไม่ได้เรียกว่าเหนื่อยเลย ได้ดมกลิ่นดินข้างทาง ได้แวะซื้อขนมที่แถวบ้านไม่มีขายไปฝากให้ลูก ได้ฝึกทำอาหารกลางป่า ได้พบชาวทัวริ่งด้วยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ มิตรภาพนั้น ไม่เคยจางหายเลยครับ ....
.......... ถ้าจะให้เติมเต็มชีวิตทัวริ่งและสนุกมากขึ้น ลองหาเพื่อนซี้ซักคน ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ชวนเขาออกทัวริ่งดูครับ บางทีคุณและเพื่อน อาจจะรักทัวร์ริ่งจนกลายเป็นชีวิตของคุณก็ได้ และ สุขภาพก็ไม่เสียอีกด้วย เหมือนกับผมและเ้พื่อนครับ.......
............ ปล ... เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน ร้อนมากก็หลบร้อน สุขทั้งกาย สุขทั้งใจเอย.......( ขอโทษที่พูดยาวไปหน่อยครับ เพราะผมเป็นห่วงสุขภาพของ คุณหนาน จริง ๆ ครับ )....................
-
tnt2510
- ขาประจำ
- โพสต์: 158
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2012, 16:03
- Tel: 0868993399
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพ สองล้อท่าตะเกียบ
- Bike: merida 70d 2013
- ติดต่อ:
Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน
+1,000,000ต้อง เขียน:......นักแข่งระดับโลก ก็ หัวใจล้มเหลวมาแล้วหลายคนน๊ะครับ....... ปัญหาคือ เราไม่สามารถรู้ถึงระบบการทำงานของร่างกายเราเองอย่างแท้จริงครับ ... ดังนั้น ผมขอแนะนำว่า ........ " คุณควรเลิกกิจกรรมความแรง ความเร็ว ความโหด " เลิกทำให้หัวใจของคุณทำงานหนัก ( ถ้าสูญเสียแล้ว เรียกคืนไม่ได้ครับ )
- ถ้ารักการปั่นจักรยาน คุณก็ควรรักตัวเองด้วย และนอกจากรักตัวเองคุณก็ต้องรักครอบครัวของคุณด้วยเช่นกันครับ ...... หันมาปั่นทัวริ่งดีกว่า ไปเินิบ ๆ แต่เน้นไกล ใน 1 วัน .... สัมผัสบรรยากาศรอบทาง สัมผัสการดำรงชีพ เรียนรู้ที่จะอยู่กับตนเอง กับจักรยาน และ ธรรมชาติ .... ขึ้นเขา ก็เข็นเป็นบางช่วง ( ไม่เป็นไรหรอกครับ กว่า 89 เปอร์เซ็นต์ บนโลกนี้ ก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้นครับ )
- ผมขับขี่จักรยานมาหลายประเภท ตลอดระยะเวลาประมาณ 7 ปี ...... ไปมาแล้วหลายสนาม กับชีวิตของนักแข่งนอกสังเวียนนั้น กลับมิได้ตอบโจทย์ใด ๆ เลย กับความรักจักรยาน แต่มันกลับตอบโจทย์แค่เพียงว่า " คุณแข็งแกร่ง คุณเกินขีดจำกัด คุณคือหัวลาก คุณคือผู้่ชนะ " คำเยินยอเหล่านั้นก็จางหายไปพร้อมกับมิตราภาพที่ไม่มีอยู่จริง .....ค้นหาตัวเองอยู่นานตลอดระยะเวลานั้น จนวันนึง ผมได้ค้นพบว่า " แท้จริงแล้ว ความสุขในการปั่นจักรยานคือสิ่งใด " ..... " ทัวร์ริ่งครับ "......ไม่ต้องมีการพูดคุยว่าจะอัพอะไร ไอ้นู่นเท่าไร ไอ้นี่เท่าไร ชุดล้อกี่หมื่นถึงจะลา่กได้ 35+++++........
....แต่การปั่นทัวริ่งในนิยามของผมคือ ...ความรับรู้ถึงตัวตน และความสุข การปั่นทัวริ่งทำให้ผมมองโลกช้าลง เห็นอะไรข้างทางชัดเจนขึ้น แต่มิได้ทำให้ความแข็งแกร่งของคุณน้อยลงแต่อย่างใด ... มันตรงกันข้ามครับ ..... คือ.... ร่างกายของคุณจะสุขภาพดีมาจากภายใน ไม่โทรม หัวใจทำงานในส่วนที่เหมะสม ใช้พลังงานและควบคุมพลังงานได้ดี ทนแดด ทนฝน ทนความลำบาก เดินทางไกล ๆ มากกว่าพวกนักแข่งบางท่านได้สบายโดยที่ไม่เหนื่อยมากนักหรือแทบจะไม่ได้เรียกว่าเหนื่อยเลย ได้ดมกลิ่นดินข้างทาง ได้แวะซื้อขนมที่แถวบ้านไม่มีขายไปฝากให้ลูก ได้ฝึกทำอาหารกลางป่า ได้พบชาวทัวริ่งด้วยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ มิตรภาพนั้น ไม่เคยจางหายเลยครับ ....![]()
![]()
![]()
.......... ถ้าจะให้เติมเต็มชีวิตทัวริ่งและสนุกมากขึ้น ลองหาเพื่อนซี้ซักคน ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ชวนเขาออกทัวริ่งดูครับ บางทีคุณและเพื่อน อาจจะรักทัวร์ริ่งจนกลายเป็นชีวิตของคุณก็ได้ และ สุขภาพก็ไม่เสียอีกด้วย เหมือนกับผมและเ้พื่อนครับ.......
............ ปล ... เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน ร้อนมากก็หลบร้อน สุขทั้งกาย สุขทั้งใจเอย.......( ขอโทษที่พูดยาวไปหน่อยครับ เพราะผมเป็นห่วงสุขภาพของ คุณหนาน จริง ๆ ครับ )....................![]()
![]()
ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพ สองล้อท่าตะเกียบ
https://www.facebook.com/groups/209617545856478/
https://www.facebook.com/groups/209617545856478/
- หนาน
- ขาประจำ
- โพสต์: 471
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ต.ค. 2011, 14:15
- Tel: 0956857769
- team: เทศบาลตำบลจันจว้า เชียงราย
- Bike: trek 2013
Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน
ขอบพระคุณ..คุณต้องมากๆครับสาระน่ารู้ผมประทับใจมาก..คำว่าปั่นแบบโหดขึ้นเขายาวๆคงต้องพิจารณาใหม่แล้วครับ..คนเราเกิดมาหนเดียวและตายหนเดียว...
- Jetlee
- ขาประจำ
- โพสต์: 137
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 พ.ค. 2013, 20:23
- Bike: Cinelli
Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน
สุดยอดครับ ผมเห็นด้วย และจะยึดเป็นแนวทางครับต้อง เขียน:......นักแข่งระดับโลก ก็ หัวใจล้มเหลวมาแล้วหลายคนน๊ะครับ....... ปัญหาคือ เราไม่สามารถรู้ถึงระบบการทำงานของร่างกายเราเองอย่างแท้จริงครับ ... ดังนั้น ผมขอแนะนำว่า ........ " คุณควรเลิกกิจกรรมความแรง ความเร็ว ความโหด " เลิกทำให้หัวใจของคุณทำงานหนัก ( ถ้าสูญเสียแล้ว เรียกคืนไม่ได้ครับ )
- ถ้ารักการปั่นจักรยาน คุณก็ควรรักตัวเองด้วย และนอกจากรักตัวเองคุณก็ต้องรักครอบครัวของคุณด้วยเช่นกันครับ ...... หันมาปั่นทัวริ่งดีกว่า ไปเินิบ ๆ แต่เน้นไกล ใน 1 วัน .... สัมผัสบรรยากาศรอบทาง สัมผัสการดำรงชีพ เรียนรู้ที่จะอยู่กับตนเอง กับจักรยาน และ ธรรมชาติ .... ขึ้นเขา ก็เข็นเป็นบางช่วง ( ไม่เป็นไรหรอกครับ กว่า 89 เปอร์เซ็นต์ บนโลกนี้ ก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้นครับ )
- ผมขับขี่จักรยานมาหลายประเภท ตลอดระยะเวลาประมาณ 7 ปี ...... ไปมาแล้วหลายสนาม กับชีวิตของนักแข่งนอกสังเวียนนั้น กลับมิได้ตอบโจทย์ใด ๆ เลย กับความรักจักรยาน แต่มันกลับตอบโจทย์แค่เพียงว่า " คุณแข็งแกร่ง คุณเกินขีดจำกัด คุณคือหัวลาก คุณคือผู้่ชนะ " คำเยินยอเหล่านั้นก็จางหายไปพร้อมกับมิตราภาพที่ไม่มีอยู่จริง .....ค้นหาตัวเองอยู่นานตลอดระยะเวลานั้น จนวันนึง ผมได้ค้นพบว่า " แท้จริงแล้ว ความสุขในการปั่นจักรยานคือสิ่งใด " ..... " ทัวร์ริ่งครับ "......ไม่ต้องมีการพูดคุยว่าจะอัพอะไร ไอ้นู่นเท่าไร ไอ้นี่เท่าไร ชุดล้อกี่หมื่นถึงจะลา่กได้ 35+++++........
....แต่การปั่นทัวริ่งในนิยามของผมคือ ...ความรับรู้ถึงตัวตน และความสุข การปั่นทัวริ่งทำให้ผมมองโลกช้าลง เห็นอะไรข้างทางชัดเจนขึ้น แต่มิได้ทำให้ความแข็งแกร่งของคุณน้อยลงแต่อย่างใด ... มันตรงกันข้ามครับ ..... คือ.... ร่างกายของคุณจะสุขภาพดีมาจากภายใน ไม่โทรม หัวใจทำงานในส่วนที่เหมะสม ใช้พลังงานและควบคุมพลังงานได้ดี ทนแดด ทนฝน ทนความลำบาก เดินทางไกล ๆ มากกว่าพวกนักแข่งบางท่านได้สบายโดยที่ไม่เหนื่อยมากนักหรือแทบจะไม่ได้เรียกว่าเหนื่อยเลย ได้ดมกลิ่นดินข้างทาง ได้แวะซื้อขนมที่แถวบ้านไม่มีขายไปฝากให้ลูก ได้ฝึกทำอาหารกลางป่า ได้พบชาวทัวริ่งด้วยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ มิตรภาพนั้น ไม่เคยจางหายเลยครับ ....![]()
![]()
![]()
.......... ถ้าจะให้เติมเต็มชีวิตทัวริ่งและสนุกมากขึ้น ลองหาเพื่อนซี้ซักคน ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ชวนเขาออกทัวริ่งดูครับ บางทีคุณและเพื่อน อาจจะรักทัวร์ริ่งจนกลายเป็นชีวิตของคุณก็ได้ และ สุขภาพก็ไม่เสียอีกด้วย เหมือนกับผมและเ้พื่อนครับ.......
............ ปล ... เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน ร้อนมากก็หลบร้อน สุขทั้งกาย สุขทั้งใจเอย.......( ขอโทษที่พูดยาวไปหน่อยครับ เพราะผมเป็นห่วงสุขภาพของ คุณหนาน จริง ๆ ครับ )....................![]()
![]()
- 2991
- ขาประจำ
- โพสต์: 954
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2009, 19:55
- Tel: 0853456123
- team: 0853456123
- Bike: ปั่น mosso,bianchi
-
O'Pern
- ขาประจำ
- โพสต์: 3148
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:58
- Tel: 081-813-6627
- team: Authentic Bike Packer / Travelling Solo
- Bike: ธนูไฟ
- ตำแหน่ง: Bkk, TH
- ติดต่อ:
Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน
คำแนะนำของคุณต้องนั้นชัดเจน เห็นภาพ
สำหรับคุณหนานที่มีปัญหาด้านหัวใจ
- อย่างแรก ไม่ว่าหมอจะบอกว่าอะไรก็ตาม คุณต้องดูแลหัวใจของคุณไปตลอดชีวิต ใช่ว่าหมอบอกว่าลุยได้เลย แล้วคุณจะขี่โหมอัดได้อย่างสบายใจเสียที่ไหน
- น่าจะหา Heart Rate Monitor มาใช้ควบคู่กับการออกกำลังกาย
- ให้ความสำคัญแก่การ Worm Up / Cool Down
- ออกกำลังอย่างอื่นนอกจากจักรยานด้วย เช่น เดินเร็ว โยคะ ฯลฯ หรือเล่นกีฬาแปลกๆ ใหม่ๆ บ้าง แก้เบื่อ
สำหรับคุณหนานที่มีปัญหาด้านหัวใจ
- อย่างแรก ไม่ว่าหมอจะบอกว่าอะไรก็ตาม คุณต้องดูแลหัวใจของคุณไปตลอดชีวิต ใช่ว่าหมอบอกว่าลุยได้เลย แล้วคุณจะขี่โหมอัดได้อย่างสบายใจเสียที่ไหน
- น่าจะหา Heart Rate Monitor มาใช้ควบคู่กับการออกกำลังกาย
- ให้ความสำคัญแก่การ Worm Up / Cool Down
- ออกกำลังอย่างอื่นนอกจากจักรยานด้วย เช่น เดินเร็ว โยคะ ฯลฯ หรือเล่นกีฬาแปลกๆ ใหม่ๆ บ้าง แก้เบื่อ
fear is a mind killer
- demolisher
- ขาประจำ
- โพสต์: 6654
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2009, 14:38
- Bike: Cannondale, Trek, Gary Fisher
Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน
อยากปั่นท่องเที่ยวเหมือนกันครับ ไกลๆ น่ะไปบ่อยๆ วันละ 2xx km ก็มีเนืองๆ ไม่ลำบากอะไร แต่ปั่นไปค้างคืนที่นั่นที่นี่+ปั่นไปเรื่อยๆ หลายๆ วันเนี่ยยังไม่เคย กลัวจะติดใจง่ะ...งานการไม่เป็นอันทำ

- rikk
- ขาประจำ
- โพสต์: 443
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 มิ.ย. 2009, 13:21
- Tel: 0922599045
- team: BBCC
- Bike: โครโม กับ แมวเหมียวคิดตี้สีดำ
Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน
เกิดจากการตกตะกอนจากการปั่น เพื่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายอย่างแท้จริง คารวะสามจอกครับต้อง เขียน:......นักแข่งระดับโลก ก็ หัวใจล้มเหลวมาแล้วหลายคนน๊ะครับ....... ปัญหาคือ เราไม่สามารถรู้ถึงระบบการทำงานของร่างกายเราเองอย่างแท้จริงครับ ... ดังนั้น ผมขอแนะนำว่า ........ " คุณควรเลิกกิจกรรมความแรง ความเร็ว ความโหด " เลิกทำให้หัวใจของคุณทำงานหนัก ( ถ้าสูญเสียแล้ว เรียกคืนไม่ได้ครับ )
- ถ้ารักการปั่นจักรยาน คุณก็ควรรักตัวเองด้วย และนอกจากรักตัวเองคุณก็ต้องรักครอบครัวของคุณด้วยเช่นกันครับ ...... หันมาปั่นทัวริ่งดีกว่า ไปเินิบ ๆ แต่เน้นไกล ใน 1 วัน .... สัมผัสบรรยากาศรอบทาง สัมผัสการดำรงชีพ เรียนรู้ที่จะอยู่กับตนเอง กับจักรยาน และ ธรรมชาติ .... ขึ้นเขา ก็เข็นเป็นบางช่วง ( ไม่เป็นไรหรอกครับ กว่า 89 เปอร์เซ็นต์ บนโลกนี้ ก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้นครับ )
- ผมขับขี่จักรยานมาหลายประเภท ตลอดระยะเวลาประมาณ 7 ปี ...... ไปมาแล้วหลายสนาม กับชีวิตของนักแข่งนอกสังเวียนนั้น กลับมิได้ตอบโจทย์ใด ๆ เลย กับความรักจักรยาน แต่มันกลับตอบโจทย์แค่เพียงว่า " คุณแข็งแกร่ง คุณเกินขีดจำกัด คุณคือหัวลาก คุณคือผู้่ชนะ " คำเยินยอเหล่านั้นก็จางหายไปพร้อมกับมิตราภาพที่ไม่มีอยู่จริง .....ค้นหาตัวเองอยู่นานตลอดระยะเวลานั้น จนวันนึง ผมได้ค้นพบว่า " แท้จริงแล้ว ความสุขในการปั่นจักรยานคือสิ่งใด " ..... " ทัวร์ริ่งครับ "......ไม่ต้องมีการพูดคุยว่าจะอัพอะไร ไอ้นู่นเท่าไร ไอ้นี่เท่าไร ชุดล้อกี่หมื่นถึงจะลา่กได้ 35+++++........
....แต่การปั่นทัวริ่งในนิยามของผมคือ ...ความรับรู้ถึงตัวตน และความสุข การปั่นทัวริ่งทำให้ผมมองโลกช้าลง เห็นอะไรข้างทางชัดเจนขึ้น แต่มิได้ทำให้ความแข็งแกร่งของคุณน้อยลงแต่อย่างใด ... มันตรงกันข้ามครับ ..... คือ.... ร่างกายของคุณจะสุขภาพดีมาจากภายใน ไม่โทรม หัวใจทำงานในส่วนที่เหมะสม ใช้พลังงานและควบคุมพลังงานได้ดี ทนแดด ทนฝน ทนความลำบาก เดินทางไกล ๆ มากกว่าพวกนักแข่งบางท่านได้สบายโดยที่ไม่เหนื่อยมากนักหรือแทบจะไม่ได้เรียกว่าเหนื่อยเลย ได้ดมกลิ่นดินข้างทาง ได้แวะซื้อขนมที่แถวบ้านไม่มีขายไปฝากให้ลูก ได้ฝึกทำอาหารกลางป่า ได้พบชาวทัวริ่งด้วยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ มิตรภาพนั้น ไม่เคยจางหายเลยครับ ....![]()
![]()
![]()
.......... ถ้าจะให้เติมเต็มชีวิตทัวริ่งและสนุกมากขึ้น ลองหาเพื่อนซี้ซักคน ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ชวนเขาออกทัวริ่งดูครับ บางทีคุณและเพื่อน อาจจะรักทัวร์ริ่งจนกลายเป็นชีวิตของคุณก็ได้ และ สุขภาพก็ไม่เสียอีกด้วย เหมือนกับผมและเ้พื่อนครับ.......
............ ปล ... เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน ร้อนมากก็หลบร้อน สุขทั้งกาย สุขทั้งใจเอย.......( ขอโทษที่พูดยาวไปหน่อยครับ เพราะผมเป็นห่วงสุขภาพของ คุณหนาน จริง ๆ ครับ )....................![]()
![]()
แค่ขยับ ก็เหมือนได้ออกกำลังกาย
- EAK-MTB-POLYGON
- ขาประจำ
- โพสต์: 767
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2010, 12:43
- team: สิงห์สลาตัน
- Bike: Polygon, K2, KHS, Marlin, Mountain Cat
Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน
เห็นด้วยกับ พี่ที่เขี่ยนมาครับต้อง เขียน:......นักแข่งระดับโลก ก็ หัวใจล้มเหลวมาแล้วหลายคนน๊ะครับ....... ปัญหาคือ เราไม่สามารถรู้ถึงระบบการทำงานของร่างกายเราเองอย่างแท้จริงครับ ... ดังนั้น ผมขอแนะนำว่า ........ " คุณควรเลิกกิจกรรมความแรง ความเร็ว ความโหด " เลิกทำให้หัวใจของคุณทำงานหนัก ( ถ้าสูญเสียแล้ว เรียกคืนไม่ได้ครับ )
- ถ้ารักการปั่นจักรยาน คุณก็ควรรักตัวเองด้วย และนอกจากรักตัวเองคุณก็ต้องรักครอบครัวของคุณด้วยเช่นกันครับ ...... หันมาปั่นทัวริ่งดีกว่า ไปเินิบ ๆ แต่เน้นไกล ใน 1 วัน .... สัมผัสบรรยากาศรอบทาง สัมผัสการดำรงชีพ เรียนรู้ที่จะอยู่กับตนเอง กับจักรยาน และ ธรรมชาติ .... ขึ้นเขา ก็เข็นเป็นบางช่วง ( ไม่เป็นไรหรอกครับ กว่า 89 เปอร์เซ็นต์ บนโลกนี้ ก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้นครับ )
- ผมขับขี่จักรยานมาหลายประเภท ตลอดระยะเวลาประมาณ 7 ปี ...... ไปมาแล้วหลายสนาม กับชีวิตของนักแข่งนอกสังเวียนนั้น กลับมิได้ตอบโจทย์ใด ๆ เลย กับความรักจักรยาน แต่มันกลับตอบโจทย์แค่เพียงว่า " คุณแข็งแกร่ง คุณเกินขีดจำกัด คุณคือหัวลาก คุณคือผู้่ชนะ " คำเยินยอเหล่านั้นก็จางหายไปพร้อมกับมิตราภาพที่ไม่มีอยู่จริง .....ค้นหาตัวเองอยู่นานตลอดระยะเวลานั้น จนวันนึง ผมได้ค้นพบว่า " แท้จริงแล้ว ความสุขในการปั่นจักรยานคือสิ่งใด " ..... " ทัวร์ริ่งครับ "......ไม่ต้องมีการพูดคุยว่าจะอัพอะไร ไอ้นู่นเท่าไร ไอ้นี่เท่าไร ชุดล้อกี่หมื่นถึงจะลา่กได้ 35+++++........
....แต่การปั่นทัวริ่งในนิยามของผมคือ ...ความรับรู้ถึงตัวตน และความสุข การปั่นทัวริ่งทำให้ผมมองโลกช้าลง เห็นอะไรข้างทางชัดเจนขึ้น แต่มิได้ทำให้ความแข็งแกร่งของคุณน้อยลงแต่อย่างใด ... มันตรงกันข้ามครับ ..... คือ.... ร่างกายของคุณจะสุขภาพดีมาจากภายใน ไม่โทรม หัวใจทำงานในส่วนที่เหมะสม ใช้พลังงานและควบคุมพลังงานได้ดี ทนแดด ทนฝน ทนความลำบาก เดินทางไกล ๆ มากกว่าพวกนักแข่งบางท่านได้สบายโดยที่ไม่เหนื่อยมากนักหรือแทบจะไม่ได้เรียกว่าเหนื่อยเลย ได้ดมกลิ่นดินข้างทาง ได้แวะซื้อขนมที่แถวบ้านไม่มีขายไปฝากให้ลูก ได้ฝึกทำอาหารกลางป่า ได้พบชาวทัวริ่งด้วยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ มิตรภาพนั้น ไม่เคยจางหายเลยครับ ....![]()
![]()
![]()
.......... ถ้าจะให้เติมเต็มชีวิตทัวริ่งและสนุกมากขึ้น ลองหาเพื่อนซี้ซักคน ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ชวนเขาออกทัวริ่งดูครับ บางทีคุณและเพื่อน อาจจะรักทัวร์ริ่งจนกลายเป็นชีวิตของคุณก็ได้ และ สุขภาพก็ไม่เสียอีกด้วย เหมือนกับผมและเ้พื่อนครับ.......
............ ปล ... เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน ร้อนมากก็หลบร้อน สุขทั้งกาย สุขทั้งใจเอย.......( ขอโทษที่พูดยาวไปหน่อยครับ เพราะผมเป็นห่วงสุขภาพของ คุณหนาน จริง ๆ ครับ )....................![]()
![]()
ผมก็มองชีวิต กับจักรยาน ว่ามันคือสิ่งๆ หนึ่งที่ฝึกเราให้รู้จักคิด รู้จักพอ รู้จักเพื่อน ลุง ป้า น้า อา และสังคมที่เอื้ออารีต่อกัน รถถูก แพง รถแรง ไม่สำคัญ ไปด้วยกัน ดูแลกัน
- หนาน
- ขาประจำ
- โพสต์: 471
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ต.ค. 2011, 14:15
- Tel: 0956857769
- team: เทศบาลตำบลจันจว้า เชียงราย
- Bike: trek 2013
Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน
-ขอบคุณมากๆครับ