ออกจากบ้านทีชอแมจนถึงบ้านแม่ตะปูประมาณเวลา 9 โมงครึ่ง..ได้ข่าวว่า เสือ 2 ท่านเมื่อคืนมานอนที่หมู่บ้านนี้ และออกไปแต่เช้า ตอนนี้มีคนเห็นว่่าไปถึงบ้านแม่อมกิแล้ว..
ตอนนี้ร้านค้าที่แวะไม่ได้ขายอาหารเพราะแม่ค้ามีลูกอ่อน..แต่เธอบอกว่า เดี๋ยวลูกโตอีกหน่อยก็จะขายเหมือนเดิม ผมเลยขอซื้อข้าวและไข่เจียวเธอไป 1 จานเทราดด้วยปลากระป๋องอีก 1 กระป๋อง .. และจากที่นี่ไปอีกหลายโลจะไม่มีบ้านคนหรือร้านค้าจนกว่าจะไปถึงบ้านแม่อมกิ ผมจึงตุนขนมไปอีก 4-5 ชิ้น..
ออกจากบ้านแม่ตะปูได้เพียง 5-6 กม.ยางผมก็เกิดระเบิดทะลุทั้งยางนอกและยางใน..
พยายามลองปิดปากแผลยางนอกเท่าไหร่ก็ไม่ได้..จึงใส่ยางในแล้วสูบลมประคองเพื่ออาจใช้เข็นเท่านั้น..
ที่เหลือไม่มีอะไรมาก..รอรถโบก..
ได้มาคันหนึ่ง..คนขับและเพื่อนผู็ใจดีวันรุ่นๆบอกว่าจะไปแค่"บ้านแม่ลาคี" ห่างเลยบ้านแม่อมกิไปหน่อย..จึงอาศัยมาลงเพื่อหาดูยางนอกแต่ก็ไม่มี..จึงตัดสินใจเข้าเมืองแม่สะเรียงดีกว่า..
มาได้รถโดยสารที่ทั้งสนุก ทั้งหวาดเสียวนิดๆ . โดยผมต้องเอารถจักรยานขึ้นไปบนหลังคารถ แล้วนั่งบนหลังคาเพื่อจับจักรยานไปด้วย เพราะด้านล่างผู้โดยสารเต็มเหยียด...
แต่ก็ได้ชมทิวทัศน์จากมุมสูงไปคนเดียวเกือบตลอดทางเหมือนกันนะครับ..
เข้าแม่สะเรียงสอบถามหายางกว่าจะได้ยางที่ต้องการ คือ 26X1.75 ก็มีอยู่ร้านเดียว และมีเส้นเดียวด้วย..
นอกนั้นที่สอบถามมาเป็นยาง 1.90 และเป็นยางเสือภูเขา..(ตอนแรกผมยังไม่รู้จักร้านพี่ตั้ม[แม่สะเรียงการพิมพ์])
ก็นั่งเปลี่ยนมันหน้าร้านเองเลยครับ..เสร็จแล้วกะว่าจะเข้า"แม่สามแลบ" แต่คำนวณดูแล้วไม่ทันเวลาแน่นอน เพราะตอนนี้ก็บ่าย 3 โมงกว่าเข้าไปแล้ว..จึงตัดสินใจปั่นเข้าไปที่ทำการใหญ่อุทยานฯสาละวินอย่างน้อยก็เพื่อเก็บข้อมูลของ"แม่สามแลบ"และ"ท่าตาฝั่ง"ก่อนจะเข้าไปในวันพรุ่งนี้...
ยังไงเสีย..เส้นทางสาย 105 เป็นเส้นทางที่ผมต้องกลับมาอีกครั้ง..ไม่ใช่มาเพื่อแก้มือ .. แต่มาเพื่อตามสานรอยเดิมที่ไม่ครบ ให้ครบต่อไป...



















