พึ่งเข้ามาห่างหายไปหลายเดือนผมขอวิเคราะห์จากมุมมองภายนอก ผมว่านะอ่านมา ปั่นไประทึก ไปเสียวไป มีคนไล่ขบวนท้ายด้วย เออ สู้ปั่นเล่น ออกกำลังกายดีกว่าครับ
พวกงานสมัยนี้ event. อัพยอดขายแล้ว ก็ โฆษณา ว่า ทางองค์กร เพื่อ สังคม ไปลงในเฟสบุคหรือสื่อประชาสัมพันธ์ ต่างๆ. โอเคดีครับแต่ส่วนตัวผมไม่ค่อย
ชอบกับการทำแนวนี้ เห็นแล้วมัน ตามกระแส การตลาด งบการตลาด. หมดไม่จัดละตั้ง แต่ผมดูมา ปี 2556 เป็นปีทองของการเปิดตลาด จักรยานสำหรับคนเมือง
ปฏิทิน งานจักรยานใน 2556 มีถึง 5-6 งาน ถ้าจำไม่ผิด อุ๊บ๊ะ เยอะจริงๆ แต่ส่วนใหญ่ ก็ของสินค้าราคาแพงดีแท้ ราคาสินค้าจักรยานยี่ห้อเกิดใหม่ นำเข้า โอ้แม่เจ้าเสือหมอบทั้งนั้นมาแรงจริงจำนวนเกือบครึ่งราคาแพงๆทั้งนั้น 30000 บาทขึ้นไป เด็กๆวัยรุ่นแทบจะไม่สามารถซื้อได้เลย แต่ที่เห็นก็มียี่ห้อ infinite. เป็นจักรยานยี่หอ้คนไทย(คือพึ่งมารู้) เห็นแอลเอวิจัยร่วม กับบริษัท ญี่ปุ่น ที่ทำเกี่ยวกับ compound. Carbon. เออดีมีการพัฒนา
ผมมีตัวอย่างมาให้ครับปฏิบัติได้จริง มากระตุ้นจิตสำนึกให้คนในแงค์กรของเรา รักสุขภาพ รักการออกกำลังกาย ตัวอย่างง่าย. ในองค์กร มีการปั่นจักรยานเพ่ิมกันถึง 5 คน เพราะในองค์กรมีพนักงาน. 100 คน ไม่มีออกกฏด้วย ตามศรัมธา ผมเปิดเวป
http://www.thaimtb.com โอ้โห จุดติดเลย หันมาปั่นตตามจำนวนดังกล่าว โรคความดันหาย ไม่ป่วยออดๆแอดๆ สรุป พนักงานอายุเริ่มเยอะ 35 ปีขึ้นไป กลัวโรคหัวใจ กลัตายเร็ว ว่างั้น เจ๋งไหมครับ ทำเป็น นโยบายบริษัทได้ยิ่งดี
มาบอกกล่าวว่า เริ่มต้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ยิ่งตั้งเป้าหมายแล้วไปให้ถึงเป้าหมาย มันสุดยอด จริง ไม่ต้องเป็นวาระแห่งชาติ เอาเป็นวาระของเรานี่ละ ใครทำคนนั้นได้ประโยชน์ ใครไม่ทำก็ แล้วแต่โอกาส. สรุป ปั่นเพื่อสุขภาพครับ. อย่าปั่นตามกระแส. จะกลัวว่า ไม่ปั่นอีกละ