พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 31
10 กรกฎาคม 2556


- + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

หยุดพัก 1 วัน อยู่ที่เมือง Menglun (เม็งหลุน) ประเทศจีน

‘สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนสิบสองปันนา’ ใน Menglun สร้างขึ้นโดยสถาบันการศึกษาวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2502 มีเนื้อที่ครอบคลุม 5,400 ไร่ รวบรวมพันธุ์ไม้เขตร้อนไว้มากกว่า 10,000 ชนิด มีค่าเข้าชมราคาไม่ถูก คนละ 104 หยวน เราสองคนจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันพักผ่อนวันนี้เดินเที่ยวชมให้คุ้มตั้งแต่ 11 โมงถึงบ่าย 3 มีหยุดหลบฝนบ้างประปราย

วันนี้เราใช้เงินหยวนที่แลกจากเงินกีบลาวใกล้หมดแล้ว จึงเดินหาตู้ ATM เพื่อกดเงินมาสำรองไว้ โดยกำทั้งบัตรเดบิต Be-1st และ บัตรเครดิต VISA ของ ธ.กรุงเทพ กันเหนียวไว้ ผลปรากฎว่าธนาคารทุกแห่งใน Menglun อันได้แก่ ธนาคาร ABC, Rural Credit Service และ PSBC ไม่รับบัตรของเราทั้งสองใบ พนักงานแบงค์ที่เราขอคำปรึกษาได้แต่ส่ายหน้าเป็นภาษาจีน เรากลับห้องพักเช็คข้อมูลในหนังสือ Lonely Planet อีกครั้ง พบว่าธนาคารที่รับบัตรต่างชาติคือ BOC (Bank of China) ซึ่งมีอยู่เฉพาะตามเมืองใหญ่... พรุ่งนี้เราต้องรีบไปเชียงรุ่งด่วน


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
ปรงยักษ์ ต้นไม้ในยุคจูราสสิค


รูปภาพ


รูปภาพ
เถาวัลย์เก่าแก่ขนาดมหึมา สัญลักษณ์หนึ่งของสวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนสิบสองปันนา


รูปภาพ
ที่สวนพฤกษศาสตร์ฯ มีบริการรถไฟฟ้าพาชมสถานที่ แต่เราเลือกที่จะเดิน


รูปภาพ
แม่น้ำที่กั้นระหว่างสวนพฤกษศาสตร์ฯกับตัวเมือง


รูปภาพ
ชาวไตวางขายผักผลไม้หน้าตลาดสด
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 14 ม.ค. 2020, 21:45, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 32
11 กรกฎาคม 2556

Menglun ----> Jinghong (เชียงรุ่ง)


ที่พัก : Many Trees Youth Hostel <98 หยวน/คืน>

ระยะทาง 80 กม. / ขึ้นเนิน 685 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 1,521 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

วันนี้เราเลือกใช้ทางหลวง X179 ที่แยกออกจาก G213 เส้นเดิม ด้วยเหตุผลสองประการ คือ เลี่ยงภูเขา และ ต้องการปั่นผ่านเมือง Menghan หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า ‘กาลันป้า’ (Ganlanba) เมืองท่าสำคัญของสิบสองปันนาซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำล้านช้าง (แม่น้ำโขง) ทางทิศใต้ของเชียงรุ่ง ทางหลวง X179 ช่วงแรกรถน้อยเพราะมีไฮเวย์อีกสายแล่นขนาน ฝนเริ่มตกตั้งแต่ 10 โมงเช้า และหนักขึ้นเรื่อยๆขณะที่เราปั่นเข้าใกล้ Menghan จนต้องหยุดหลบข้างทาง ผมเหล่หนุ่มจีนที่หลบอยู่ก่อนหน้า เห็นค่อยๆกางร่มให้ลูกเจี๊ยบของเขาที่นอนสั่นเทาในกระบะซาเล้ง

12:20 น. เราปั่นมาถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมือง Menghan คือ Dai Minority Park แต่เนื่องจากเรายังไม่เจอธนาคาร BOC จึงไม่มีเงินพอซื้อตั๋วราคา 50 หยวน/คน เพื่อปั่นผ่านเข้าชม ผมใช้ GPS หาเส้นทางลัดเลาะเผื่อตีหน้าเซ่อเข้าประตูอื่น แต่ทุกแยกมียามเฝ้าหมดแล้ว หนึ่งในนั้นพูดภาษาไทลื้อกับเรา (คล้ายภาษาเหนือ) เล่าว่าที่นี่คนไทยนิยมมาเที่ยวเยอะ เขายิ้มแย้มใจดีแต่ไม่ใจอ่อน เราจึงปั่นย้อนกลับเข้าเมือง Menghan เปลี่ยนเป็นหาข้าวกลางวันกิน

ทางหลวง X179 ช่วงจาก Menghan ไปเชียงรุ่งวิ่งขนานกับแม่น้ำล้านช้าง จราจรช่วงนี้หนาแน่นไปด้วยรถสิบล้อที่เร่งเข้าเมืองหลวง ฝนตกหนักอีกระลอกแต่พวกเรายังปั่นอยู่ ที่แย่กว่านั้นช่วงประมาณ 5 กม. สุดท้ายก่อนเข้าเชียงรุ่งมีการก่อสร้างขนาดใหญ่ ถนนกลายเป็นโคลนและบากเป็นร่องลึกจากรอยล้อของรถใหญ่ จักรยานสองคันปั่นกันทุลักทุเล เราถึงเชียงรุ่งตอน 5 โมงเย็น รีบตรงไปธนาคาร BOC สาขา Banna Dasha ใจกลางเมือง ผมกำธนบัตรหยวนสีแดงที่เครื่อง ATM จีนยอมคายออกมา โผกอดภรรยาตัวเปียก เราสองคนปั่นถึงจุดหมายของช่วงที่ 1 สำเร็จแล้ว

ที่พักของเราวันนี้เป็น Youth Hostel ชื่อ “Many Trees” แขกที่เข้าพักรวมทั้งพนักงานล้วนเป็นเด็กวัยรุ่น เป็นนักเดินทางวัยเยาว์ ที่นี่ยังเป็นศูนย์รวมข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรม เราเลือกห้องแบบ double room ไม่ใช่ dorm เพื่อความเป็นส่วนตัว และเพื่อสัมภาระเปียกโคลนทั้ง 7-8 ใบของพวกเราจะไม่รบกวนใคร


รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ
ต้นบอนยักษ์บนถนนสาย X179


รูปภาพ
พักหลบฝน... บรรยากาศแบบนี้ทำให้ภรรยาผมหลับทั้งยืน (หนุ่มจีนและลูกเจี๊ยบอยู่ถัดออกไป)


รูปภาพ
บึงใกล้ๆหมู่บ้านชาวไต Dai Minority Park


รูปภาพ
ประตูเมือง Menghan ที่เราปั่นออกมา


รูปภาพ
5 กม. ก่อนเข้าเมืองเชียงรุ่ง


รูปภาพ
หน้าธนาคาร BOC สาขา Banna Dasha
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 14 ม.ค. 2020, 21:46, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 33
12 กรกฎาคม 2556


- + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

หยุดพัก 1 วัน อยู่ที่เมือง Jinghong (เชียงรุ่ง) ประเทศจีน

เชียงรุ่งเป็นเมืองเอกของ ‘เขตปกครองตนเองชนชาติไทสิบสองปันนา’ (ชื่อเต็ม) ซึ่งอยู่ทางใต้สุดของมณฑลยูนนาน ที่นี่มีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกับประเทศทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีแม้กระทั่งประเพณีสงกรานต์เหมือนของไทยเรา ประชากรส่วนใหญ่มีเชื้อชาติไท ฮั่น อาข่า ฯลฯ

หลังจากเคลียร์งานส่วนตัวที่ค้างไว้ ซักผ้า ตรวจสภาพรถ และสภาพเสบียงอาหาร ฯลฯ เราออกเดินชมเมืองโดยมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ ‘สถานีรถโดยสารทางไกลเชียงรุ่ง’ เพื่อซื้อตั๋ว 2 ใบไป Xiaguan หรือต้าลี่เมืองใหม่ วันพรุ่งนี้ <ค่าตั๋ว 204 หยวน/คน>

เราวางแผนให้เชียงรุ่งเป็นจุดหมายช่วงที่ 1 ของทริป ‘พิษณุโลก-เต๋อชิง’ ระยะทางผ่านมาแล้ว 1,520 กม. พรุ่งนี้เราจะขึ้นรถทัวร์พร้อมจักรยานและสัมภาระทั้งหมด (กระโดดข้ามการปั่น 8 วัน) ไปยังเมืองต้าลี่ เพื่อเริ่มปั่นช่วงที่ 2 จากต้าลี่ไปเต๋อชิง ระยะทาง 610 กม. ขึ้นเนินกว่า 8,000 เมตร

สถานีรถโดยสารที่นี่ไม่มีป้ายหรือพนักงานที่ใช้ภาษาอังกฤษ แต่เราเตรียมตัวไว้แล้วโดยขอให้รีเซ็ปชั่นที่ youth hostel เขียนโพยเป็นภาษาจีนไว้ยื่นแก่คนขายตั๋ว ใจความว่า “ไปต้าลี่ วันที่ 13 ก.ค. 2556 ผู้โดยสาร 2 คน จักรยาน 2 คัน” ผลคือเราได้ตั๋วภายในหนึ่งนาทีไม่มีบทสนทนายืดยาว ค่าโดยสารคนละ 204 หยวน ออกเดินทาง 8:30 ถึง Xiaguan 00:30 ใช้เวลาเดินทาง 16 ชม. รถโดยสารเป็นแบบนอน

คืนนี้เราจัดแจงบรรจุสัมภาระลงกระเป๋ากันแบบใหม่ โดยย้ายเอาของมีค่าทั้งหมดใส่เป้ใบเล็กติดไว้กับตัวคนละใบ แพนเนียร์หน้าหนึ่งใบแยกไว้ใส่อาหารและเสื้อกันหนาวที่ต้องใช้ระหว่างอยู่บนรถ ส่วนจักรยานเราเอากระดาษลังพับเป็นสามเหลี่ยมห่อตีนผีไว้เป็นพอ


รูปภาพ
ที่พักของเราในเชียงรุ่ง Many Trees Youth Hostel


รูปภาพ
ข้าวแกงแสนอร่อยมื้อสุดท้ายก่อนจากสิบสองปันนา


รูปภาพ
แม่น้ำล้านช้าง


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 14 ม.ค. 2020, 21:47, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 34
13 กรกฎาคม 2556

เดินทางด้วยรถโดยสาร
Jinghong ----> Xiguan


ที่พัก : Shilong Hotel <80 หยวน>

ระยะทางประมาณ 670 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

เราปั่นมาถึงสถานีรถโดยสารหนึ่งชั่วโมงครึ่งก่อนรถออก ค่อยๆเข็นจักรยานผ่านที่พักผู้โดยสารไปยังท่ารถ จัดแจงถอดกระเป๋าแพนเนียร์ กระเป๋าหน้าแฮนด์ เต๊นท์ ใส่รวมกันในกระเป๋ากระสอบ 2 ใบที่เตรียมไว้ มีเพียงเป้คนละใบกับแพนเนียร์หน้าอีกใบติดตัว เราเจรจากับคนขับเป็นภาษาจีน(มือ) ได้ความว่าค่าระวางคันละ 100 หยวน ช่องเก็บสัมภาระคันนี้กว้าง เราเพียงถอดล้อหน้ากับบังโคลนหน้าและบันได วางจักรยานแนวตั้งปรกติ แล้วเอากระเป๋ากระสอบของเรา 2 ใบคั่นกลางกันกระแทก อุปกรณ์แปลกๆและลีลาล่กๆของผมดึงดูดชาวจีนมิใช่น้อย บางคนทนไม่ไหวก็เข้ามาช่วยยกช่วยจับให้ทะมัดทะแมง

ที่นั่งบนรถมีลักษณะเป็นเตียงแคบๆ กว้างประมาณ 50 ซม. ยาว 180 ซม. มีราวเล็กๆกันคนอย่างผมถูกเหวี่ยงตกตอนรถเข้าโค้ง ผู้โดยสารทุกคนถอดรองเท้าเก็บใส่ถุงก็อบแก็บที่มีแจกให้ เพื่อป้องกันปฏิกูลที่อาจติดมาจาก ‘ส้วมจีน’ เลอะเทอะภายในรถ... สำหรับผม ‘ส้วม’ จะ ‘จีน’ แค่ไหนก็ยังดีกว่าไม่มีส้วม เพราะสิ่งที่ผมกังวลที่สุดตอนนี้ คือ รถโดยสารคันนี้ไม่มีห้องน้ำ และผมก็เริ่มปวดฉี่ตั้งแต่ขึ้นมานั่งแล้วเพราะดื่มน้ำตอนกินยาแก้เมารถเยอะไปหน่อย พี่คนขับรถใจดีจอดแวะสุขาที่ด่านทหารให้ และเขาจอดอีกเรื่อยๆทุก 3 ชม. เพื่อพี่น้องผู้โดยสารจีนและไทยได้ระบายเป็นระยะๆ

เราใช้เวลาส่วนใหญ่กับการนอนเพราะนั่งค่อนข้างลำบาก เลยถือเป็นการพักผ่อนครั้งใหญ่หลังจากเหน็ดเหนื่อยปั่นจักรยานเดินทางมานานหนึ่งเดือน สองข้างทางมีทิวทัศน์สวยงามคุ้นตาให้เรานอนดู เป็นนาขั้นบันได ไร่ข้าวโพด ฯลฯ สลับกับหมู่บ้านเก่าๆสร้างจากอิฐก้อนใหญ่ดูทนทานคลาสสิค

รถจอดพักให้ผู้โดยสารกินอาหารทั้งหมด 3 ครั้ง ใน 16 ชม. พี่คนขับใจดีให้สัญญาณมือบอกชาวต่างชาติสองคนนี้ทุกครั้งเผื่อเราไม่เข้าใจ อย่างไรก็ดีเราขอแนะนำให้ติดอาหารส่วนตัวไว้บ้าง เพราะอย่างครั้งสุดท้ายที่ควรจอดให้กินมื้อเย็น พี่กลับจอดที่ร้านขายของชำให้เราซื้อมันต้มกินกับช็อคโกแล็ตส่วนตัวเป็นมื้อเย็น

รถโดยสารมาถึง Xiaguan เวลาเที่ยงคืนเศษ จอดให้เราลงหน้าสถานีใกล้ๆป้อมยามที่มีแสงส่องสว่าง เรารู้สึกปลอดภัยดีถึงแม้จะมีคนแปลกหน้าเข้ามาพูดคุยพยายามขายห้องพัก พวกเราประกอบกระเป๋าเข้ากับจักรยานอย่างคล่องแคล่ว ผมเปิด GPS หาโรงแรมใกล้ที่สุดซึ่งห่างออกไปเพียง 500 เมตร

รูปภาพ
รถโดยสารและพี่คนขับใจดี


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
วิวจากบนรถ


รูปภาพ


รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 14 ม.ค. 2020, 21:48, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 35
14 กรกฎาคม 2556

Xiaguan ----> Dali Old Town (เมืองเก่าต้าลี่)


ที่พัก : Five Elements Hostel <140 หยวน/คืน>

ระยะทาง 18 กม. / ขึ้นเนิน 210 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 1,539 กม. (เฉพาะปั่นจักรยาน ไม่รวมรถโดยสาร)

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

รถโดยสารจากเชียงรุ่งที่ระบุว่าเดินทางมาต้าลี่จะจอดแค่เมือง Xiaguan ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของ ‘เมืองเก่าต้าลี่’ ประมาณ 15 กม. วันนี้เรามีเป้าหมายปั่นใกล้ๆแค่นั้น บวกกับวนหาที่พักอีกนิดหน่อย

เช้านี้เราเริ่มปั่นบนทางหลวง G214 ถนนสายเดียวที่จะพาเราไปถึงจุดหมายปลายทาง ‘เต๋อชิง’ และยาวต่อไปอีกจนถึงทิเบต วิวลิบๆทางขวามือของเราตอนนี้คือ ‘ทะเลสาปเอ๋อไห่’ ขนาดมหึมาที่หล่อเลี้ยงเกษตรกรรมของชาวต้าลี่ อีกสองวันเรามีแผนปั่นเข้าไปชมใกล้ๆ

9 โมงตรง เราปั่นมาถึงเมืองเก่าต้าลี่ พอดีกับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามา เรามุ่งหาที่พักก่อนโดยแวะดู Friends Guesthouse ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองเป็นอันดับแรก จากนั้นไป Four Season Youth Hostel ไม่ไกลกัน เสร็จแล้วข้ามถนน G214 มาฝั่งตรงข้ามเพื่อดู Jade Emu สุดท้ายจบที่ Five Element Hostel ซึ่งเราตกลงเลือก และขอยกให้เป็นที่พักยอดเยี่ยมของทริปนี้ไปเลย เธอสวย ทันสมัย เงียบ สุขุม สะอาด กว้าง โปร่ง มีแดด และพูดภาษาอังกฤษ

หลังจากเก็บสัมภาระ สำรวจสถานที่ นั่งหย่อนใจ และขออนุญาตภรรยากินอาหารฝรั่งแล้ว จึงได้ฤกษ์ออกเดินชมเมืองเก่าตอนบ่ายสอง... เสน่ห์อย่างเดียวที่เรา (และคาดว่าอีกหลายๆคน) ประทับใจต้าลี่คงเป็นความโบราณของเมือง บ้าน ถนน ต้นไม้ ลำธาร ซึ่งเราพบว่าวันนี้ส่วนใหญ่ถูกบดบังด้วยสินค้านานาชนิดที่นำมาวางขาย ทั้งเกี่ยวและไม่เกี่ยวกับบรรยากาศอันเก่าแก่แห่งนี้

เราเดินซิกแซกหลบผู้คน กวาดสายตาดูอาคารบ้านเรือนที่เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี แล้วไปหยุดอยู่ตรงกลุ่มนักปั่นวัยรุ่นจีนที่กำลังเดินจูงจักรยานกันมา ด้วยความคิดถึงผมจึงเข้าไปพูดคุย ได้ความว่าพวกเขานั่งรถจากต่างเมืองมาต้าลี่เพื่อเริ่มต้นปั่นทางไกลไปเมืองลาซา ทิเบต ผมถามถึงแผนของเขาช่วง Benzilan ไป เต๋อชิง ที่ยาวเหยียดจนเราต้องหาที่กางเต็นท์ค้างแรมกลางทาง เขาตอบให้กำลังใจว่า “ความเป็นจริงมันจะไม่ยากอย่างที่เราคิด” เราสองคนเริ่มจะเข้าใจคำนี้แล้ว เพราะเส้นทางที่ปั่นผ่านมาบางช่วงเราเองก็เคยกลัวไว้ก่อนเช่นกัน


รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ
ทางหลวงสาย G214 จาก Xiaguan ไป Dali


รูปภาพ
ลิบๆคือทะเลสาปเอ๋อไห่


รูปภาพ
(น่าจะเป็น) ประตูเมืองเข้าต้าลี่


รูปภาพ
Five Elements Hostel


รูปภาพ


รูปภาพ
บริเวณร้านอาหารและพื้นที่ส่วนกลาง มีหนังสือ เกมส์ เครื่องดนตรีให้เล่น


รูปภาพ


รูปภาพ
เมืองเก่าต้าลี่


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 14 ม.ค. 2020, 21:49, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 36
15 กรกฎาคม 2556


- + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

หยุดพัก 1 วัน อยู่ที่เมืองต้าลี่ ประเทศจีน

นอกจากเมืองเก่าและเจดีย์สามองค์ที่ขึ้นชื่อ ต้าลี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆอีกหลายแห่งให้ได้สำรวจ เช่น ทะเลสาปเอ๋อไห่และหมู่บ้านโดยรอบ, เมืองเก่า Xizhou, หรือวัด Zhonghe ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขา Cangshan <ค่าเข้า 30 หยวน/คน> ตรงข้ามเมืองเก่า ซึ่งเป็นจุดหมายการเดินเท้าของเราวันนี้... เราใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ครึ่ง เดินขึ้นเขาไปตามทางดินผ่านป่าสน (และป่าช้า) ต่อด้วยบันไดและทางเดินสร้างจากหินเก่าแก่ เราชมวิวของเมืองต้าลี่จากมุมสูง เที่ยวชมภายในวัด พักกินเสบียงที่หอบมาด้วย แล้วเดินกลับลงมาทางเดิมใช้เวลาอีก 2 ชม. เมื่อยมิใช่น้อย

ช่วงเย็นเราเข้าไปเดินเล่นในเมืองเก่าอีกครั้งเพื่อหาข้าวเย็นกิน เราได้ ‘ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส่ไข่และมะเขือเทศ’ ปรุงพิเศษสำหรับคนไทยเรื่องมากไม่กินเนื้อ ชามละ 40 บาท ส่วนเมื่อวานเย็นเราได้นักเรียนมัธยมหญิงสองคนช่วยสั่ง ‘ข้าวผัดไข่กับผักกาดดอง’ ให้ หัวค่ำวันนี้คนน้อย เราเดินทอดน่องชมเมืองเก่าอีกครั้งแต่ช้าลง ก่อนอำลาในวันพรุ่งนี้


รูปภาพ
เดินขึ้นเขา Cangshan


รูปภาพ
เมืองต้าลี่มองจากมุมสูง


รูปภาพ
วัด Zhonghe


รูปภาพ


รูปภาพ
ผลไม้ป่าที่เราแอบเห็นชาวบ้านเก็บกัน


รูปภาพ
ร้านอาหารโชว์วัตถุดิบที่ตื่นตา


รูปภาพ
มันทอดคลุกพริกดูน่าอร่อย
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 14 ม.ค. 2020, 21:50, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 37
16 กรกฎาคม 2556

Dali Old Town ----> Zhoucheng


ที่พัก : <ลืมบันทึก>

ระยะทาง 68 กม. / ขึ้นเนิน 330 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 1,607 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

ล้อหมุนตั้งแต่ 6 โมงเช้า จุดหมายแรกของวันนี้คือ ‘เจดีย์สามองค์’ สัญลักษณ์ของเมืองต้าลี่ เราเพียงชื่นชมความอลังการอยู่ห่างๆจากนอกรั้ว ถ่ายรูป แล้วรีบมุ่งสู่จุดหมายต่อไปที่รอคอย... จากทางหลวง G214 เราตัดเข้า ‘ทะเลสาปเอ๋อไห่’ ผ่านถนน Yue Hua Lu สู่หมู่บ้านท่าเรือ Caicun และ 20 กม.จากนี้ไปเราจะปั่นเรียบเอ๋อไห่บนถนน ‘วงแหวนรอบทะเลสาปฝั่งตะวันตก’ ที่เพิ่งสร้างเสร็จ

ถนนในฝันเส้นนี้มีทิวทัศน์ด้านขวาเป็นทะเลสาปเอ๋อไห่ระยิบระยับอยู่กับแผ่นดินฝั่งตะวันออก ด้านซ้ายเรามีไร่ข้าวโพดกับสวนผักของชาวต้าลี่เป็นฉากหน้าแข่งกับภูเขาสูงตระหง่านอยู่ฉากหลัง สลับกับบางช่วงของถนนที่ตัดผ่านหมู่บ้านให้เราปั่นซิกแซกทะลุซอกซอยแก้เหงา เราเจอเพื่อนนักปั่น 4-5 กลุ่มระหว่างทาง พวกหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไปเช่าจักรยานในเมืองมาปั่นเล่น อีกพวกคือทัวริ่งวัยรุ่นจีน 2-3 กลุ่มท่าทางมุ่งมั่นมีจุดหมายเดียวกัน คือ ลาซาเมืองหลวงของทิเบต พวกนี้หากปั่นเจอกันเป็นต้องตะโกนทักทายว่า "จ้าโหยว!" ลักษณะให้กำลังใจทำนอง "สู้ๆ" ซึ่งช่วงหลังเราเองก็ใช้จนชิน

10 โมงเช้า เราปั่นออกจากถนนเลียบทะเลสาปเข้าสู่จุดหมายที่สาม ‘เมืองเก่า Xizhou’ แหล่งรวมสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของชาวไป่ ที่นี่เราได้พูดคุยกับกลุ่มทัวริ่งวัยรุ่นจีนหน้าใสจำนวน 8 คน พวกเขาสนใจในสาวไทย(ภรรยาผม)เป็นพิเศษ ขอถ่ายรูปคู่จนครบทุกคน เราสังเกตุเด็กผู้หญิงสองคนในกลุ่มดูแล้วช่างบอบบาง ไม่น่าเชื่อว่าจิตใจเธอห้าวหาญทะเยอทะยานไปไกลถึงลาซา พวกเรานับถือในสปิริตของคนจีนมากขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากพักกินอาหารกลางวัน พวกเราปั่นเข้าทางหลวง S221 และ G214 มุ่งหน้าสู่เมือง Yousou ที่แพลนไว้เป็นจุดหมายของวันนี้ แล้วปัญหาที่เราไม่คาดคิดก็ปรากฎ Yousou เมืองธรรมดาเล็กๆแต่มีรถสิบล้อวิ่งผ่านเป็นขบวน โรงแรมที่นี่ปฏิเสธไม่รับชาวต่างชาติ พนักงานตวัดมือไล่ชี้โบ๊ชี้เบ๊หลังจากเรายื่นหนังสือเดินทางให้ (เธอต้องการบัตรประชาชนจีนเท่านั้น) เราตัดสินใจวกกลับเพราะไม่อยากปั่นต่อไปข้างหน้าแข่งกับสิบล้อและเวลาที่เหลือน้อยนิด เราปั่นย้อนกลับถนน G214 ระยะทาง 12 กม. สู่เมือง Zhoucheng ซึ่งจริงๆแล้วอยู่ห่างจากต้าลี่เพียง 30 กม. สรุปว่าวันนี้เราปั่นทิ้งไป 24 กม. เป็นบทเรียน


รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ
เจดีย์สามองค์


รูปภาพ
ผู้เขียน (ปั่นย้อนมาให้ภรรยาถ่ายบ้าง)


รูปภาพ
ปั่นซอกแซกเข้าซอยตามหมู่บ้าน


รูปภาพ
ร้านซ่อมจักรยานในหมู่บ้านเล็กๆ


รูปภาพ
เส้นทางเลียบทะเลสาปเอ๋อไห่


รูปภาพ
เมืองเก่า Xizhou


รูปภาพ
กลุ่มวัยรุ่นจีน ‘หน้าใสแต่ใจถึง’ ขอถ่ายรูป ภรรยาผมทำหน้าหมวยกลมกลืน


รูปภาพ


รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 07 ธ.ค. 2020, 21:21, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 38
17 กรกฎาคม 2556

Zhoucheng ----> Heqing (เหอชิง)


ที่พัก : <ลืมบันทึกชื่อ> พิกัด "N26.56033 E100.17725"

ระยะทาง 97 กม. / ขึ้นเนิน 1,315 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 1,704 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

เรารีบออกแต่เช้า เพราะระยะทางวันนี้เพิ่มจากที่แพลนไว้ไม่น้อย (จากที่ปั่นย้อนกลับมาเมื่อวาน) เราใช้ทางหลวง S221 วิ่งขนานไปกับทะเลสาปเอ๋อไห่อีกครั้ง และแยกจากกันที่เมือง Shang Guan ที่นี่เราแวะซื้อ ‘ปาปา’ เสบียงชนิดใหม่ให้พลังงานกว่าเดิม มันคือแป้งทอดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 15-20 ซม. เนื้อเหนียวนุ่มคล้ายพิซซ่า มีรสหวานอ่อนๆ บางเมืองมีไส้ถั่วดำให้เลือก บางเมืองมีแต่แป้งเปล่าๆไว้กินแทนซาลาเปา

7:30 น. เราขึ้นเขาลูกแรกหลังจากห่างเหินไปนาน ระยะทาง 16 กม. ขึ้นเนิน 580 ม. จนมองย้อนไปเห็นต้าลี่ทั้งเมือง ระหว่างพักชมวิวที่หน้าผาแห่งหนึ่งเราได้พบกับกลุ่มนักศึกษาจำนวนเกือบสิบคนเดินแบกเป้ตามมา พวกเขาดูทันสมัย พูดอังกฤษคล่องปรื๋อ คุยได้ความว่ากำลังเดินทางไปเมืองลี่เจียงด้วยเท้า วันละ 30 กม. ตกเย็นกางเต๊นท์ค้างแรมข้างทาง ”ตามใจปราถนา” เขาพูดด้วยสีหน้าเบิกบาน เรานับถือความมุ่งมั่นในกิจกรรมท้าทายของพวกเขา และแอบสะดุดตรงเรื่องกางเต๊นท์ที่ไหนก็ได้ ผมคิดว่าถึงเวลาที่พวกเราเองคงต้องลองดูสักครั้งแล้วก่อนจะไปเจอของจริงที่ภูเขาไป๋หม่า (ช่วงยาวเหยียดระหว่าง Benzilan ไป เต๋อชิง)

เราศึกษามาว่ายูนนานตอนเหนือมีภูมิประเทศที่เอื้อต่อการ wild camp* ตอนนี้เราเห็นธรรมชาติข้างทางเป็นทุ่งหญ้าเตี้ยๆลึกเข้าไปเป็นร้อยเมตร มีพุ่มไม้และต้นสนขึ้นกระจัดกระจาย ที่สำคัญคือพื้นที่เกษตรกรรมและบ้านเรือนอยู่ห่างออกไป ดูแล้วเหมาะสม เสียดายที่ตอนนี้เราไม่ได้เตรียมขนน้ำกินน้ำใช้มาด้วย พอปั่นถึงเมือง Songgui ที่มีเสบียงขาย ข้างทางก็เปลี่ยนไปเป็นบ้านคนสลับกับไร่สวน เราจึงต้องพับแผนนี้ไว้ก่อน

เกือบหกโมงเย็นเราปั่นมาถึงจุดหมายเมืองเหอชิง แล้วปัญหาของเมื่อวานก็เกิดขึ้นอีกซ้ำสอง โรงแรมที่เราเลือกเข้าพักไม่สามารถรับชาวต่างชาติได้ แต่ทั้งรีเซ็ปชั่นและนักปั่นชาวจีนที่อยู่ใกล้ๆต่างก็ตั้งใจช่วยเหลือ อธิบายสาเหตุ** คิดหาที่อื่นๆ และจะพามาส่งให้อีกด้วย ทั้งที่เราคุยกันคนละภาษา สุดท้ายเราปั่นย้อนกลับมาเองไปยังโรงแรมก่อนหน้าซึ่งห่างกันไม่ไกล ที่นี่หรูหราและมีระดับมากเขาจึงสามารถรับเราเข้าพักได้ แถมเสี่ยเจ้าของยังใจดีลดราคาให้จาก 180 หยวนเหลือ 100 ถ้วน



* wild camp คือ การหลบซ่อนกางเต๊นท์ค้างแรมในธรรมชาติข้างทาง

** เจ้าของเกสต์เฮาส์ที่ลี่เจียงอธิบายเป็นภาษาอังกฤษถึงสาเหตุที่โรงแรมบางแห่งไม่รับชาวต่างชาติว่า พวกเขาไม่มีอุปกรณ์สำหรับตรวจสอบสมุดเดินทางและวีซ่าของเรา แต่ก็มีโรงแรมในบางเมือง (เช่นที่อยู่เลยจากลี่เจียงไป) ฝ่าฝืนรับ เพราะตั้งอยู่ห่างจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีหน้าที่ตรวจตราเรื่องนี้


รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ
นักศึกษาทีมแบกเป้


รูปภาพ
หัวหน้าทีมขอถ่ายรูปด้วย


รูปภาพ
อีกหนึ่งทีมจักรยานที่เจอระหว่างทาง


รูปภาพ
บรรยากาศข้างทาง


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
โรงแรมห้าดาวที่เราเข้าพักวันนี้
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 07 ธ.ค. 2020, 21:25, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 39
18 กรกฎาคม 2556

Heqing ----> Lijiang (ลี่เจียง)


ที่พัก : Mama Naxi Guesthouse <150 หยวน/คืน>

ระยะทาง 45 กม. / ขึ้นเนิน 324 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 1,749 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

ผมเข้าใจมาตลอดว่าเส้นทางจากเหอชิงไปลี่เจียงวันนี้สั้นแค่ 45 กม. ใช้ทั้ง Google Maps และ Garmin BaseCamp หาระยะออกมาตรงกัน ก็ยังสงสัยกับภรรยาอยู่เลยว่าทำไมวันนี้พวกทัวริ่งเด็กจีนที่ร่วมทางกันมาถึงวางแผนปั่นน้อย (เท่าพวกเรา) เพราะเห็นแต่ละวันที่ผ่านมาปั่นเยอะถึงดึก

กว่าจะรู้คำตอบก็ตรงหน้าด่านเก็บเงินค่าไฮเวย์ที่เราปั่นตาม GPS มา เจ้าหน้าที่หนุ่มเดินยิ้มออกมาจากป้อม แจ้งเป็นภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่นว่าห้ามใช้จักรยานบนถนนเส้นนี้ แล้วชี้ให้เราย้อนกลับ ผมขอความเห็นใจว่าเราต้องการไปลี่เจียงแต่ดูแผนที่แล้วไม่รู้จักเส้นทางอื่น ผมกับเขาแข่งกันยิ้มเขิน ในที่สุดฝ่ายจีนเป็นผู้พ่ายแพ้ใจอ่อนปล่อยนักปั่นชาวไทยสองคนวิ่งฉิวไปบนไฮเวย์

โชคดีที่หลงเข้ามาตอนเช้า จึงไม่ค่อยมีรถยนต์วิ่งแซงให้เราเสียว บางช่วงเราปั่นขนานกับทัวริ่งชาวจีนคนอื่นๆที่อยู่นอกไฮเวย์ พวกเขาชี้มาทางเราพลางบ่นเป็นภาษาจีนทำนอง “นายสองคนเข้าไปทำอะไรในนั้น เดี๋ยวก็โดนตำรวจจับเอาหรอก” ผมเดา เราหัวเราะชอบใจ

ยังไม่ทันเที่ยงพวกเราก็ปั่นมาถึงอนุสาวรีย์ ‘ม้าเหยียบลูกโลก’ สัญลักษณ์ของเมืองลี่เจียง และ 15 นาทีต่อมาเราก็ถึงเมืองเก่า พวกเราปั่นซอกแซกวนดูที่พัก 3-4 แห่งที่เล็งไว้ แต่ที่ลี่เจียงไม่เหมือนกับต้าลี่ โรงแรมแต่ละแห่งมีขนาดเล็กจำนวนห้องพักน้อยกว่า ส่วนใหญ่จึงเต็มหมดแล้วยกเว้นที่ Mama Naxi Guesthouse ซึ่งเราได้ห้อง double room เล็กระทัดรัดอบอุ่น คนดูแลเป็นสาวชาวหน่าซี (Naxi) ลูกหนึ่ง การบริการของเธอนี่เองที่ดึงดูดเราไว้ ไม่ใช่สถานที่

บ่ายสองแล้ว เราสองคนออกเดินฝ่าฝนพรำสำรวจเมืองเก่าคร่าวๆ ที่นี่อาคารบ้านเรือนโบราณนับร้อยนับพันตั้งอยู่อย่างสง่างามในตรอกซอกซอยที่เหมือนเขาวงกต มีคูน้ำใสซึ่งเคยหล่อเลี้ยงชาวบ้านไหลตรงมาจากภูเขาหิมะ (ซึ่งถ้าอากาศดีกว่านี้เราคงได้เห็นมันเป็นฉากหลังอย่างในโปสการ์ด) ที่ผมติดใจ คือ คนรุ่นใหม่ที่มาใช้พื้นที่ทำมาหากินยังคงรักษาหรือแม้กระทั่งส่งเสริมบรรยากาศเก่าแก่นี้ไว้เป็นอย่างดี

ลี่เจียงเป็นจุดหมายย่อยของเรา ฉนั้นพรุ่งนี้และมะรืนเรายังจะพักอยู่ที่นี่เพื่อชื่นชมเมืองเก่าและสถานที่ท่องเที่ยวอื่นรอบๆ


รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ
ไฮเวย์ที่เราหลงเข้ามา รถน้อย ปั่นฉิว


รูปภาพ
อนุสาวรีย์ ‘ม้าเหยียบลูกโลก’ สัญลักษณ์ของเมืองลี่เจียง


รูปภาพ
ปั่นเข้าไปในเมืองเก่า


รูปภาพ
ถึงหน้าที่พักแล้วแต่ภรรยาผมยังมิวายเปิดไกด์บุ๊คมาอ่านคำวิจารณ์อีกสักครั้ง


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 07 ธ.ค. 2020, 21:26, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 40-41
19-20 กรกฎาคม 2556


- + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

หยุดพัก 2 วัน อยู่ที่เมืองลี่เจียง ประเทศจีน

19 กรกฎาคม 2556

ในมือเรามีลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวรอบๆลี่เจียงอยากไปเยอะแยะ วันนี้เราวางแผนปั่นเที่ยวพวกที่อยู่นอกเมืองก่อน ทั้ง 3 แห่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองเก่าห่างไปประมาณ 20 กม. เราเริ่มจากแวะร้านยาหาซื้อยาแก้ท้องเสียมาตุนสักหน่อย คนขายยื่นยาเม็ดลูกกลอน Made in Thailand มาให้ ราคาแพงกว่าบ้านเราหลายเท่า แต่ผมออกจะดีใจเพราะเห็นใบกำกับยาที่อ่านออก

จากนั้นเรามุ่งไปที่วัด Yufeng โดยใช้ถนน Shu Bai Lu ซึ่งตัดผ่านหมู่บ้าน Baisha ที่มีภาพเขียนฝาผนังโบราณเป็นจุดเด่น เลยไปอีกเราปั่นผ่านไร่ข้าวโพดและสวนผักกาดที่กำลังออกดอกสีเหลืองสดสุดลูกหูลูกตา... วัด Yufeng** มีสิ่งดึงดูดอยู่ที่ต้น camellia ที่ออกดอก 10,000 ดอกในหนึ่งปี (ยกเว้นวันที่เรามา) ขากลับเราแวะเข้าชมเมืองเก่า Shuhe ที่เขาว่าเก่าบริสุทธิ์ไม่แพ้ลี่เจียง สุดท้ายก่อนกลับที่พักเรามายังสวนสาธารณะ Jade Spring อันเป็นที่ตั้งของ ‘สระมังกรดำ’ โอกาสไม่ดีน้ำในสระช่วงนี้แห้งขอด แถมอากาศขมุกขมัวมองภูเขาหิมะมังกรหยกก็ไม่เห็น - แต่ไม่เป็นไร เพราะอีก 2-3 วันเราจะเดินเข้าไปหาใกล้ๆเลย

** ค่าเข้าชมวัด Yufeng ราคา 25 หยวน/คน บวกค่าบำรุงรักษาเมืองเก่าลี่เจียงอีก 80 หยวน/คน (ซึ่งค่าบำรุงฯนี้สามารถใช้เข้าชมสถานที่อื่นๆในลี่เจียงได้อีก เช่น สระมังกรดำ ฯลฯ)


20 กรกฎาคม 2556

ฝนยังตกพรำๆ วันนี้เราวนเวียนอยู่แต่ในเมืองเก่า เดินเที่ยวสถานที่สำคัญ เช่น White Horse Dragon Pool (บ่อน้ำมังกรม้าขาว) ที่ชาวบ้านยังนำผักผลไม้มาล้างน้ำซึ่งไหลมาจากภูเขาหิมะมังกรหยก ต่อด้วยเดินโฉบ Mu Family Mansion แอบๆดูอยู่ข้างนอก จากนั้นขึ้นไปบนเนินเขาข้างๆ Looking at the Past Pavillion เพื่อชมวิวเมืองเก่าจากมุมสูง หัวค่ำเรามายัง Sakura Good Food Square กินสารพัดอาหารร่วมกับนักท่องเที่ยวอีกนับร้อย นอกจากที่นี่เรายังมีร้านอาหารอีกแห่งอยากแนะนำ คือ ร้าน Tian He Canting บริการอาหารจีนราคาไม่สูง เจ้าของร้านชาวหน่าซีและพนักงานทุกคนเป็นมิตรเฮฮา

สองวันนี้เราได้เสบียงอาหารแห้งติดมือมาหลายอย่างจากซุปเปอร์มาร์เก็ตนอกเมืองเก่า เช่น ปลาและปลาหมึกอบแห้ง, เห็ดผัดพริก, ไข่พะโล้แพ็คสุญญากาศ, นมถั่วลิสง, ช็อคโกแล็ต ‘สนีกเกอร์’, ผลไม้อบแห้ง และขนมปัง 2-3 ชนิดจากร้านเบเกอรี่ เผื่อสำหรับทริปไฮกิ้ง Tiger Leaping Gorge วันมะรืนนี้ด้วย


รูปภาพ
ทางขึ้นเขาวัด Yufeng


รูปภาพ
แม่เฒ่าหน่าซีบริการร้องเพลง (สวดมนต์ หรือ อวยพร ผมไม่แน่ใจ)


รูปภาพ
ต้น camellia ที่ออกดอก 10,000 ดอกในหนึ่งปี (ต้นทางขวา)


รูปภาพ
ต้นไม้เก่าแก่อีกต้น


รูปภาพ
ดอกไม้ที่ชาวบ้านปลูกหน้าบ้าน สวยจนดูเหมือนของปลอม


รูปภาพ
ทุ่งผักกาด


รูปภาพ
เมืองเก่า Shuhe


รูปภาพ
สวนสาธารณะ Jade Spring


รูปภาพ
เมืองเก่าลี่เจียง


รูปภาพ
บ่อน้ำมังกรม้าขาว


รูปภาพ
วัดบ่อน้ำมังกรม้าขาว


รูปภาพ
อำลาเมืองเก่าลี่เจียง
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 07 ธ.ค. 2020, 21:27, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 42
21 กรกฎาคม 2556

Lijiang ----> Tiger Leaping Gorge


ที่พัก : Jane’s Tibetan Guesthouse <100 หยวน/คืน>

ระยะทาง 80 กม. / ขึ้นเนิน 717 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 1,829 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

6:15 น. เราออกเดินทางจากเมืองเก่าลี่เจียงเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข S308 ค่อยๆไต่ขึ้นเขาลูกเดียวของวันนี้ใช้เวลา 3 ชม. จนถึงยอดที่ความสูง 2,660 ม. จากระดับน้ำทะเล ทันใดเราได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความดีใจจากนักปั่นหนุ่มสาวชาวจีนกลุ่มข้างหน้า มองลงไปเบื้องล่างขณะนี้เขาและเรากำลังประจักษ์กับความยิ่งใหญ่ของ ‘แม่น้ำแยงซี’ ซึ่งแทรกตัวออกมาจากหุบเขามหึมา เราสองคนถือโอกาสพักยาวเพื่อถ่ายรูปให้หายเหนื่อย

แม่น้ำแยงซี (หรือปัจจุบันชื่อ Jinsha Jiang) เป็นแม่น้ำสายยาวที่สุดในประเทศจีน และยาวเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากแม่น้ำไนล์และอเมซอน... ตอนนี้พวกเราแล่นฉิวลงจากเขาผ่านป่าสนสลับกับหมู่บ้าน เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข G214 เส้นเดิมที่ตอนนี้ค่อยๆวิ่งมาบรรจบกับแม่น้ำสายใหญ่ เราเห็นความอุดมสมบูรณ์ของการเกษตรทั้งสองฝั่งของแม่น้ำแยงซีจนเริ่มหิวข้าว พวกเราแวะจอดข้างทางกันอย่างง่ายๆ กินเสบียงที่พกกันมาและชื่นชมวิวเขียวชอุ่มในเวลาเดียวกัน

เกือบบ่ายโมงเราปั่นมาถึงสะพานข้ามแม่น้ำเมือง Song Yuan พอดีกับฝนที่กระหน่ำลงมา เราปั่นลุยฝนกันไปเรื่อย 20 กม. จนพบกับอาคารรูปร่างประหลาดคล้ายสเตเดี่ยมอยู่ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำ นี่คงเป็นสัญลักษณ์บอกเราว่าใกล้ถึงอะไรที่ตื่นตาแล้ว เพราะตอนนี้เราสองคนมองฝ่าฝนไม่เห็นอะไรอย่างอื่นเลย ห่างออกไป 3.50 กม. คือเมือง Hutiaoxia ที่เราเลี้ยวขวาแยกจากทางหลวงเพื่อตามสายน้ำแยงซีเข้าไปทางทิศตะวันออก... สู่จุดหมายวันนี้ ‘โตรกเสือกระโจน’ Tiger Leaping Gorge <ค่าเข้าชม 65 หยวน/คน>

ที่พักของเรา Jane’s Tibetan Guesthouse ตั้งอยู่หลังจากด่านเก็บเงินเข้าชมโตรกฯเพียงเล็กน้อย น่าแปลกที่ทั้งเกสต์เฮาส์มีชายทิเบตนามว่า Lu ดูแลทุกอย่างเพียงคนเดียว ตั้งแต่เช็คอิน ทำอาหาร ช่วยเราซักผ้า ให้ข้อมูลเรื่องไฮกิ้ง ฯลฯ แต่อาหารของ Lu อร่อย และข้อมูลของ Lu ก็ดึงดูดมากจนทำให้เราเปลี่ยนใจเลือกที่จะเดินไฮกิ้งทั้งเส้นจนสุดทาง ใช้เวลา 7 ชม. ในวันพรุ่งนี้ (วันเดียว!)


รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ


รูปภาพ
แรกเห็นแยงซี


รูปภาพ


รูปภาพ
ให้กำลังใจเด็กจีนเปลี่ยนยาง


รูปภาพ
ผลไม้สดจากสวนจากน้ำแยงซี


รูปภาพ
ลิบๆคือจุดชมโตรกเสือกระโจน


รูปภาพ
ที่จำหน่ายตั๋วเข้าชมโตรกเสือกระโจน


รูปภาพ
สภาพห้องหลังจากถูกชาวไทยเข้ายึด


รูปภาพ
Jane’s Tibetan Guesthouse
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 07 ธ.ค. 2020, 21:28, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 43
22 กรกฎาคม 2556


- + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

หยุดพัก 1 วัน เดินเที่ยวโตรกเสือกระโจน (Tiger Leaping Gorge) ประเทศจีน

แรกเริ่มเดิมทีพวกเราไม่ได้วางแผนมาไฮกิ้ง Tiger Leaping Gorge อย่างเต็มเหนี่ยวแบบนี้ เพราะมีจุดหมายอื่นอยู่แล้ว คือ เส้นทางสู่หมู่บ้าน Yubeng เชิง ‘ภูเขาหิมะเหมยลี่’ ที่ปลายทางของเรา ส่วนที่โตรกฯนี้เราแค่อยากมาเดินสัก 3-4 ชม. เท่านั้น โดยวางแผนไว้ว่าจะนั่งแท็กซี่มาเริ่มที่กลางเส้นทางบริเวณหมู่บ้าน Yongsheng แล้วเดินจนถึง Tina’s Guesthouse แต่เพราะประชาสัมพันธ์ที่เราเห็นบ่อยครั้งในต้าลี่และลี่เจียง กอรปกับคำชักชวนของ Lu ทำให้สถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนไป...

เรานั่งแท็กซี่จากที่พักประมาณครึ่งชม. <100 หยวน> มาเริ่มต้นที่ Naxi’s Family Guesthouse ประหยัดเวลาเดินช่วงแรกไป 2 ชม. ตอนนี้ 7:30 น. เราอยู่ที่เส้นทาง ‘High Trail’ บนภูเขาหิมะ ‘ฮาบา’ (Haba Xueshan) ที่ความสูง 2,100 ม. ฝั่งตรงข้ามคือภูเขาหิมะยูล่ง (YuLong Xueshan) มีแม่น้ำแยงซีไหลอยู่ระหว่างกัน บรรยากาศรอบๆเป็นป่าสนหนาทึบและมีหมอกหนา เริ่มเดินได้ไม่นานเราก็มาถึงช่วงที่เขาล่ำลือว่าโหดที่สุด นามว่า ‘28 โค้ง’ เช้านี้ฝนยังตกพรำๆ ส่งผลให้โค้งโหดทั้ง 28 ลื่นแถมเข้าไปอีก ดีที่เราสองคนวิ่งจ้อกกิ้งขึ้นเขาเป็นประจำอยู่แล้วจึงยังไม่ถูกภูเขาจีนกินง่ายๆ

แดดออกแล้วทำให้ทัศนวิสัยดีขึ้น เราเดินเลาะไหล่เขาขนานไปกับแม่น้ำแยงซีซึ่งอยู่ต่ำลงไปหลายร้อยหรือเป็นพันเมตร เกือบเที่ยงเราเดินมาถึง Tea Horse Guesthouse เป็นเวลาเหมาะกับมื้อกลางวันพอดี เราจึงได้ลอง ‘แซนด์วิชปาปาไส้เนยแพะ’ ที่ขึ้นชื่อ ที่พักแห่งนี้ดูแล้วน่าใช้บริการ หากมีเวลามากกว่านี้สัก 2 วัน เราคงได้นอนพักอยู่ที่นี่แล้วแบ่งไฮกิ้งออกเป็นสองวันอย่างที่เขานิยมทำกัน

เส้นทางช่วงบ่ายเปลี่ยนไปอีกครั้ง ป่าไม้เป็นพันธุ์เตี้ยๆเปิดโล่งให้เราเห็นวิวพาโนรามาตลอดทาง แปลกที่ตั้งแต่เช้าเรายังไม่เห็นนักท่องเที่ยวคนอื่นแม้แต่คนเดียว บ่ายสองครึ่งเรามาถึง Halfway Guesthouse ที่จริงๆแล้วเราสมควรหยุดเพื่อเรียกแท็กซี่กลับ แต่เพราะเห็นว่าทางช่วงนี้เดินง่ายเลยอยากจะไปให้ถึง Tina’s Guesthouse ตามที่ตั้งใจ หนึ่งชม.ต่อมาเราพบกับน้ำตกขนาดย่อมๆไหลขวางทางเดิน ดูแล้วเหมือนไม่มีทางข้ามได้ แปลกที่หินมันไม่ลื่นอย่างที่คิดเราจึงเดินลุยไปได้สบายๆ จาก 1 เป็น 2 เป็น 3 เป็น 4 น้ำตก จนรองเท้าของพวกเราเปียกโชก

ทางเดินลงเขาจากนี้ไปค่อนข้างลำบาก เราเองเคยได้ยินมาก่อนแล้วว่าทางไฮกิ้ง Tiger Leaping Gorge ในฤดูฝนนั้นอันตราย เราใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงค่อยๆเดินอย่างระมัดระวังลงจากเขาที่ลาดชันซึ่งเป็นหินและดินเหนียวลื่นๆจากฝนที่ตกติดต่อกันมาหลายวัน 16:30 น. เราถึงจุดหมาย Tina’s Guesthouse แบบโทรมๆ รีบเหมาแท็กซี่ <150 หยวน> บึ่งกลับที่พักเร็วจี๋ด้วยเวลาเพียง 1 ชม. เทียบกับที่เราเดินทั้งวันเกือบ 9 ชม. เราสองคนนั่งหนาวอยู่ในแท็กซี่กังวลถึงวันพรุ่งนี้ว่าจะไม่เหลือแรงปั่นขึ้นเขา โดยเฉพาะผมที่วันนี้แอบแวะเข้าป่าถ่ายท้องระหว่างทางถึง 8 หน จากไข่พะโล้แพ็คสุญญากาศที่ไม่ลงรอยกับใส้ของผม


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
Tea Horse Guesthouse


รูปภาพ
Tea Horse Guesthouse และภูเขาหิมะยูล่งที่ฉากหลัง


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
ถนนเชื่อม Low Trail กับ High Trail


รูปภาพ
น้ำตกที่เราจะต้องเดินฝ่า
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 07 ธ.ค. 2020, 21:29, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 44
23 กรกฎาคม 2556

Tiger Leaping Gorge ----> Xiaozhongdian


ที่พัก : <ลืมบันทึก>

ระยะทาง 75 กม. / ขึ้นเนิน 1,796 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 1,904 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

เราพลาดไปหน่อยที่ใช้แรงกับการไฮกิ้งเมื่อวานเยอะเกิน เพราะวันนี้ไม่ใช่วันธรรมดา วันนี้เรามีจุดหมายที่อยู่สูงขึ้นไปถึง 1,750 ม. วันนี้จะเป็นวันที่ยากที่สุดวันหนึ่งของทริปเลยทีเดียว... หลังจากเสียเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงรอแม่ค้าอุ่นขาวสวยจากตู้เย็น พวกเราตั้งสมาธิปั่นขึ้นเขาตั้งแต่กิโลเมตรแรกที่ออกจากเมือง Hutiaoxia ยังดีที่ทางหลวง G214 ช่วงหลังจาก Tiger Leaping Gorge ไม่ค่อยมีรถใหญ่วิ่งเบียดแซงให้เราเสียวหลัง

แม้ถนนขึ้นเขาในจีนจะมีความลาดชันที่ประนีประนอมอยู่บ้าง เราก็ยังใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมง กับระยะทาง 25 กม.แรกของวันนี้... 11:30 น. เราพักกินข้าวกลางวันเหนือเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งหนึ่ง ผมเริ่มมีอาการไม่อยากอาหาร ก็ยังสงสัยอยู่ว่าคงเบื่อปลาแห้งพวกนี้เแล้วกระมัง

ช่วงบ่ายยิ่งเราปั่นสูงขึ้นวิวทิวทัศน์ยิ่งมหัศจรรย์ เราเห็นหมู่บ้านกะจิ๊ดริดตั้งอยู่บนที่ราบระหว่างหุบเขาลึกลงไปหลายร้อยเมตร และ เห็นสายน้ำเส้นอื่นๆไหลผ่านหุบเขาคล้ายที่โตรกเสือกระโจน โอกาสแบบนี้นักปั่นจักรยานอย่างเราได้เปรียบที่เลือกจอดชมวิวตรงไหนก็ได้ ไม่เหมือนผู้โดยสารบนรถบัสที่กรูลงมาถ่ายรูปเดียวกันอย่างที่เราเห็นหลายครั้งในวันนี้

เกือบบ่ายสาม เราขึ้นมาถึงยอดเขาที่ความสูง 3,260 เมตร จากระดับน้ำทะเล เราพักเหนื่อยกันครู่ใหญ่ เติมสนิกเกอร์เพิ่มพลังงานแล้วปั่นขึ้นๆลงๆเนินเขาเตี้ยๆอีกประมาณ 30 กม. เข้าสู่เขตที่ราบสูงซึ่งเริ่มมีหมู่บ้านของชาวทิเบตปรากฎให้เห็นเป็นระยะๆพร้อมกับฝูงจามรี บ้านของชาวทิเบตมีเอกลักษณ์ที่ขนาดอันใหญ่โตแต่มีหน้าต่างเล็กๆไม่กี่บาน แต่ละบานมีลวดลวยประดับประดาสวยงาม

เวลา 16:40 น. ประมาณ 10 กม. ก่อนเข้าเมือง เราปั่นผ่านโรงแรมแห่งแรก เป็นอาคารสไตล์ทิเบตที่ยังสร้างไม่เสร็จดี ตั้งหันหน้าหาทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไพศาล มีลำธารสีเงินไหลพาด มีหมู่บ้านและภูเขาเรียงอยู่เป็นฉากหลัง คล้ายภาพในจินตนาการ เราปั่นย้อนกลับมาที่นี่อีกครั้งตามคำแนะนำของนักปั่นทัวริ่งจีนที่ตั้งใจบรรยายสรรพคุณให้ฟัง ที่นี่เป็นห้องพักแบบโฮมสเตย์ เจ้าของแต่งตัวแบบชาวทิเบตเต็มยศ เธอพูดภาษาอังกฤษคล่องปรื๋อ แต่เรากลับต้องปฏิเสธเพราะเธออ้ำๆอึ้งๆเมื่อเราถามถึงน้ำร้อนและห้องน้ำห้องสุขา เธอกล่าวทำนองไม่อนุญาตให้อาบน้ำวันนี้ด้วยเพราะเราเดินทางมาจากที่ต่ำจะทำให้ป่วยได้ (อาจจะจริง) แต่สภาพเราตอนนี้เปียกฝนหนาวสั่น และสิ่งที่ต้องการมากที่สุดก็คือน้ำอุ่นราดตัวให้สะอาดสดชื่น

เราปั่นต่อถึง Xiaozhongdian หกโมงกว่า เมืองนี้มีขนาดเล็กกว่ามหาวิทยาลัยบางแห่งในประเทศไทยเสียอีก เราเข้าพักในโรงเตี๊ยมธรรมดาๆโรงหนึ่ง เจ๊คนดูแลแต่งตัวเหมือน หรั่ง ร็อคเครสต้า เสียงดังฟังชัดต้อนรับเราอย่างเป็นกันเอง เรามีทางเลือกอื่นไม่มากนักจึงเข้าพักแต่โดยดี เพราะนอกจากเครื่องแต่งกายของเจ๊และลูกน้องสาวเคป็อปที่ดูโดดเด่นแล้ว ห้องพักของเจ๊ยังพิสดาร ผนังทั้งสองด้านของห้องน้ำทำด้วยกระจกใส

รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
พักถ่ายรูปที่ยอดเขา


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
ชาวทิเบตมาร่วมงานอะไรสักอย่าง


รูปภาพ
ตัวจามรีและบ้านของชาวทิเบต


รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 07 ธ.ค. 2020, 21:30, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 45
24 กรกฎาคม 2556

Xiaozhongdian ----> Shangri-La (แชงกรีล่า)


ที่พัก : Old Town Youth Hostel <120 หยวน/คืน>

ระยะทาง 40 กม. / ขึ้นเนิน 340 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 1,944 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

เส้นทางของเราวันนี้สั้นและง่าย นักปั่นที่แรงดี (และไม่มีงานอื่นต้องทำอย่างภรรยาผม) อาจควบ Tiger Leaping Gorge ถึง Shagri-La ได้ในวันเดียว นักปั่นชาวจีนที่เราพบเมื่อวานบางกลุ่มก็ทำเช่นนั้น ยิ่งภูมิประเทศแถบนี้พระอาทิตย์ตกเกือบสามทุ่ม พวกเขาจึงมีเวลาเดินทางต่อวันมากถึง 15 ชม.

เช้านี้เราได้ ‘ปาปา’ สดใหม่จากเตาชิ้นละ 5 หยวนเป็นเสบียงยามเช้า ร้านแอบอยู่ในตลาดสดที่ยังไม่เปิดดี แต่ผมตามกลิ่นควันฟืนจนเจอ (จมูกผมดีผิดปรกติตั้งแต่เมื่อวานแล้ว) กว่าล้อจะหมุนวันนี้สายหน่อย 8 โมงครึ่ง เส้นทางตอนเช้าเราปั่นผ่านหมู่บ้านชาวทิเบตและนาข้าวสาลีของพวกเขา สลับกับทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สีเขียวแต้มจุดดำๆขาวๆของฝูงจามรีที่เดินกระจัดกระจาย ยังไม่เที่ยงดีเราก็ปั่นถึงจุดหมายเมืองแชงกรีล่า หรือ ‘จงเตี้ยน’ (Zhongdian) ที่สมัยก่อนเขาเรียกกัน

เมืองเก่าแชงกรีล่ามีขนาดเล็กกว่าต้าลี่และลี่เจียงอยู่มาก บ้านเรือนเก่าแก่ทำจากไม้ เหนือศีรษะมีราวธงมนตราหลากสีประดับประดาตามแบบทิเบต ถนนปูด้วยหินก้อนใหญ่เท่าหมอน จักรยานหนักๆของพวกเราย่อมไปไม่รอด ต้องค่อยๆจูง

ช่วงนี้คงเป็นฤดูท่องเที่ยวของแชงกรีล่า ภูเขาเหมยลี่ และเมืองถัดๆไปทางเหนือจนถึงลาซา เราเห็นนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมาก พวกเขาอยู่ในชุดกันหนาวสีสดใสมีอุปกรณ์ไฮกิ้งครบมือพร้อมลุย พวกเรารู้ตัวช้าไปหน่อย ที่พัก 5 แห่งที่เลือกมาไม่ได้จองไว้ก่อนจึงเต็มหมดแล้ว ผมจอดจักรยานฝากภรรยาไว้แล้วใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงเดินหาห้องพัก โชคยังดีที่พวกเราได้ double room ห้องสุดท้ายที่ Old Town Youth Hostel

ตกเย็นพวกเราออกเดินชมเมืองเก่าตามสถานที่สำคัญ เช่น จตุรัส Guishan และ กงล้ออธิษฐาน Zhuangjing Tong ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สูงถึง 21 เมตร เราได้ยินเสียงนับให้สัญญาณ “อี เอ้อ ซาน!” แต่ไกล แล้วชาวจีนทั้งหลายก็แสดงความสามัคคีช่วยกันผลักช่วยกันดึงให้กงล้อยักษ์หมุน บรรยากาศตรงนี้เต็มไปด้วยความกลมเกลียวครื้นเครงของคนที่เพิ่งรู้จักกัน ชาวจีนที่เราพบเห็นเป็นเช่นนั้นจริงๆ พวกเขาเปิดใจและเป็นมิตร คุยกันแป๊บเดียวก็เป็นเพื่อนกันแล้ว

มื้อเย็นเรามาที่จตุรัสเล็ก Sifang Jie ซึ่งถูกจับจองโดยกลุ่มรถเข็นขายบาบีคิวหลากชนิด เราเลือกเต้าหู้ ปลาหมึก เห็ด ข้าวโพด และ บร็อคเคอลี่ ใส่ถาดส่งให้สาวทิเบตพร้อมกับกำชับให้ใส่เครื่องเทศน้อยหน่อย เพราะช่วงวันสองวันนี้ผมเหม็นกลิ่น ‘พริกหอม’ จนเวียนหัว สงสัยว่าจะไม่สบายเสียแล้ว


รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ
เมือง Xiaozhongdian

รูปภาพ


รูปภาพ
ทุ่งข้าวสาลี


รูปภาพ
จามรี


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
บ้านของชาวทิเบต


รูปภาพ
เมืองเก่าแชงกรีล่า


รูปภาพ
ที่พักวันนี้ Old Town Youth Hostel


รูปภาพ
จตุรัส Guishan


รูปภาพ
วัด Guishan


รูปภาพ
เมืองเก่าแชงกรีล่ามองจากมุมสูง


รูปภาพ
นักท่องเที่ยวชาวจีนช่วยกันหมุนกงล้ออธิษฐาน Zhuangjing Tong
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 07 ธ.ค. 2020, 21:31, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 46
25 กรกฎาคม 2556


- + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

หยุดพัก 1 วัน อยู่ที่เมืองแชงกรีล่า ประเทศจีน

Old Town Youth Hostel ที่เราพัก มีไนค์คลับสองแห่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม กว่าเราจะรู้ตัวก็ตอนที่เขาเปิดปาร์ตี้สนั่นหวั่นไหวเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับเด็กไทยอนามัยสองคนกำลังเข้านอนตอนสี่ทุ่ม

เราตั้งใจหยุดพักที่แชงกรีล่าอีกหนึ่งวัน หลักๆก็เพื่อเดินทางไปเที่ยว ‘วัดซงจ้านหลิน’ (Ganden Sumtseling Monastery) ที่มีชื่อเสียงของมณฑลยูนนาน อารามทิเบตที่ใหญ่โตและซับซ้อนแห่งนี้มีอายุถึง 300 ปี มี ‘ลามะ’ (นักบวชของธิเบต) พำนักอยู่ประมาณ 700 รูป ในกุฏิกว่า 200 หลัง เราปั่นจักรยาน 5 กม. จากเมืองเก่ามาจอดตรงที่ทำการของวัด ล็อคไว้กับป้อมยาม ซื้อตั๋วราคา 115 หยวนต่อคน แล้วนั่งรถบริการรับส่งเข้าไปยังเขตอาราม

ผมเดินชมสถานที่ตื่นตาของวันนี้แบบเนือยๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะ ก.แดดบนนั้นแรง ข.ราคาตั๋วแพง หรือ ค.อาการป่วยของผมกำเริบ ยิ่งมื้อเย็นวันนี้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างเมืองเก่า ผมกินได้ไม่ถึง 1/4 ของชาม ทั้งๆที่พ่อครัวตั้งใจปรุงสูตรมังสวิรัสแซ่บๆให้เป็นพิเศษ เราสองคนนั่งทบทวนอาการทั้งหมดของผมไม่ว่าจะเป็นการเบื่ออาหาร จมูกไว เวียนศีรษะ และอ่อนแรง สรุปว่าผมคงโดน ‘โรคแพ้ที่สูง’ เล่นงานเข้าแล้ว อย่างไรก็ดีพวกเราได้ศึกษาโรคนี้ไว้แล้วก่อนออกเดินทาง...

โรคแพ้ที่สูง (Acute Mountain Sickness หรือ AMS) มักเกิดกับผู้ที่เดินทางมายังที่สูงโดยฉับพลัน ตั้งแต่ความสูง 2,400 ม. จากระดับน้ำทะเลขึ้นไปเนื่องจากอากาศมีปริมาณอ๊อกซิเจนต่ำลง อาการทั่วไปของโรคคือ ปวดหัวเป็นๆหายๆ คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร อ่อนแรง จนอาจรุนแรงถึงไอเป็นเลือด หายใจติดขัดขณะนอนหลับ และ รู้สึกตัวน้อยลง หากเริ่มมีอาการขั้นต้นแล้วผู้ป่วยควรรักษาระดับความสูงนั้นไว้ รอให้อาการหายดีจึงเดินทางต่อ หากอาการไม่ทุเลาลงควรเดินทางลงมายังที่ต่ำกว่าอย่างน้อย 900 เมตร

วิธีป้องกันสำหรับนักปั่นจักรยานทัวริ่ง คือ ดื่มน้ำให้บ่อยขึ้น ค่อยๆไต่ความสูงอย่างช้าๆ และเมื่ออยู่ที่ความสูง 3,000 เมตรขึ้นไปแล้ว ควรรักษาระดับความสูงของตำแหน่งที่หลับนอนไม่ให้มากกว่า 300 เมตรจากเมื่อวาน (เช่น วันนี้ควรนอนที่ระดับความสูงไม่เกิน 4,500 ม. หากเมื่อวานนอนที่ 4,200 ม.) ฝรั่งเรียกกฎนี้ว่า “Climb high, Sleep low” ทั้งนี้นักปั่นทั่วไปอาจไต่ความชันได้มากถึง 1,500 เมตรต่อวัน แต่เราก็ควรวางแผนเส้นทางให้วันนั้นมีขาลงเขาด้วย เพื่อให้ตำแหน่งท้ายสุดของวันสูงไม่เกิน 300 เมตรจากเมื่อวาน

(อ้างอิงจากหนังสือ Adventure Cycle-Touring Handbook โดย Stephen Lord)


รูปภาพ
เมืองเก่าแชงกรีล่า


รูปภาพ
รถรับส่งที่วัดซงจ้านหลิน โชเฟอร์ชาวทิเบตอารมณ์ดีร้องเพลงขับกล่อมตลอดทาง


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 07 ธ.ค. 2020, 21:31, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”