พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 15
24 มิถุนายน 2556


- + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

หยุดพัก 1 วันอยู่ที่เมืองวังเวียง ประเทศลาว

วันนี้เกือบทั้งวันเราสองคนง่วนอยู่กับงานที่สะสมไว้ ผมมีเว็บไซต์ 2-3 เจ้าที่ต้องแก้ไข มีผ้าเปียกโคลนหนึ่งกองให้ซัก มียางในสามเส้นให้ปะ (วันนี้เพิ่งรู้ว่าเป็นความผิดของผมเองที่ยางแตกง่าย เพราะสูบลมแข็งเกินไป แต่จากนี้จนถึงเมืองเต๋อชิงยางของเราไม่แตกอีกเลยเพราะสูบลมอ่อนลง) ...ฝนยังตกทั้งวันแต่ห้องของเราอบอุ่นดี

ช่วงบ่ายแก่ๆหลังเสร็จงาน เราออกเดินเล่นเรื่อยเปื่อยจนไปพบกับสะพานแห่งหนึ่งที่เรียกเก็บเงินค่าผ่านทาง <6,000 กีบ/คน> เราค่อยๆเข็นจักรยานไปบนไม้กระดานลื่นๆของสะพานแขวนเก่าๆที่แกว่งน้อยๆ สายฝนที่จางลงค่อยๆเผยให้เห็นคำว่า ‘อ๋อ’ ลอยอยู่อีกฝั่ง (ข้างๆกับคำว่า ‘โง่’)

วังเวียงที่ว่าสวยอยู่นี่ต่างหาก - ฝั่งที่เราบ่นไปมั่วๆ คือ ‘วังเวียงใหม่’

หมู่บ้านที่แสนจะเรียบง่ายแต่เสนห์แรงแห่งนี้ตั้งอยู่ด้านหน้าของทิวเขาหินปูนขนาดมหึมา ตรอกซอยปูพื้นด้วยหินขนาดเท่ากำปั้นดูผ่านการใช้งานมานาน ที่พักและร้านอาหารฝรั่งยังคงรักษาบ้านเรือนเก่าแก่ของลาวเอาไว้ เรามีเวลาเที่ยวชมไม่มากเพราะอาทิตย์เริ่มตกดินแล้ว แต่อย่างน้อยก็หายสงสัยแล้วว่าเหตุใดวังเวียงจึงเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอันดับต้นๆของประเทศลาว


รูปภาพ
สะพานแขวนข้ามไปยังถ้ำช้าง


รูปภาพ
บ่อน้ำใสที่ตีนเขาถ้ำช้าง


รูปภาพ
บันไดขึ้นถ้ำช้าง


รูปภาพ
สะพานแขวนข้ามไปวังเวียงเก่า


รูปภาพ
วังเวียงเก่า


รูปภาพ
ร้าน ‘หลวงพระบางเบเกอรี่’ แสนอร่อยในเมืองวังเวียง
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 26 เม.ย. 2019, 13:51, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 16
25 มิถุนายน 2556

วังเวียง ----> กาสี


ที่พัก : Phatmaly Guesthouse <80,000 กีบ>

ระยะทาง 61 กม. / ขึ้นเนิน 646 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 810 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

ล้อหมุน 7 โมงพร้อมฝนพรำๆตั้งแต่เช้าและแรงขึ้นเรื่อยๆในตอนบ่าย ข้างทางมีภูเขาหินปูนขนาดใหญ่เรียงเป็นตับแอบอยู่หลังหมอกคอยส่งพวกเราออกจากวังเวียง

23 กม. แรกของวันนี้เป็นทางเรียบสลับเนินน้อยๆพอได้วอร์มอัพ... ถึงเวลา 9:30 น. เหมือนทุกวันเราแวะกินข้าวมื้อสายโดยยึดเอาโรงเรียนร้างแห่งหนึ่งใกล้ ‘บ้านผาตั้ง’ เป็นที่หลบฝน (ที่ลาวไม่มีศาลาริมทางหลวงเหมือนในประเทศไทย จึงต้องอาศัยเพิงของชาวสวนหรือแม้ค้าริมถนน หรือโรงเรียนร้างในช่วงปิดเทอมเป็นที่พัก)

17 กม. ถัดมาตั้งแต่บ้านผาตั้งจนถึงบ้าน Sendin คือภูเขาลาวของจริงลูกแรกให้เราได้ทดสอบ บางเนินปลายเชิดเสียจนเกือบสุดใจ เรานึกท้อที่เลือกประมือกับภูเขาสูงในสภาพไม่พร้อมเปียกมะลอกมะแลกจากสายฝนที่ไม่ปราณี

13 กม. ต่อมาจนถึงบ้าน Phonebeng เป็นทางลงเขายาว และปิดท้ายด้วย 10 กม. เรียบๆสลับเนินน้อยๆให้ได้วอร์มดาวน์ก่อนถึงที่พักด้วยสภาพลูกหมาตกน้ำเป็นหนที่สอง

ลูกชายเจ้าของห้องพัก Phatmaly Guesthouse ขะมักเขม้นช่วยยกกระเป๋าทั้ง 7 ใบบวกสัมภาระพะรุงพะรังเปียกโชกของพวกเราเข้าห้อง เขาพูดไทยชัดเจนชักชวนให้เก็บจักรยานในเรือนและล็อคประตูอย่างดี... มิตรภาพลาวอบอุ่นเสียจนหายหนาว

รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
พักกินข้าวในโรงเรียนปิดเทอม


รูปภาพ
รอฝนเบา
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 26 เม.ย. 2019, 21:17, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 17
26 มิถุนายน 2556

กาสี ----> ภูคูน


ที่พัก : <ลืมบันทึก>

ระยะทาง 44 กม. / ขึ้นเนิน 1,403 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 854 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

จากเมืองกาสีมองไปทางทิศเหนือเราเห็นภูเขาลูกโตตั้งตระหง่านเสียดฟ้า นั่นหรือคือเส้นทางของวันนี้

เรารู้กิตติศัพท์ของ ‘ภูคูน’ อยู่บ้างและรู้ศักยภาพของตนเองดีจึงไม่ประมาท แบ่งสันปันส่วนระยะทางของวันนี้ไว้เพียงสั้นๆ ไม่ถึง 50 กม. เริ่มด้วยทางเรียบ 7 กม. นิดหน่อยพองาม จากนั้นไต่ 280 ม. (elevation gain) ขึ้นเขาลูกแรกระยะทาง 9 กม. แล้วสลับกับขาลง 6 กม. เข้าสู่บ้าน Namken เพื่อเริ่มต้นมหากาพย์ลาวเหนือองก์แรก...

จากบ้าน Namken ถึงภูคูนเราใช้เกียร์ 1-3 ถึง 1-1 ปั่นขึ้นเนินไปเรื่อยๆตามแนวคดโค้งของไหล่เขาระยะทาง 23 กม. สู่ความสูง 1,390 ม. จากระดับน้ำทะเล ทิวทัศน์จากมุมสูงที่สวยขึ้นๆเป็นข้ออ้างให้เราได้พักเหนื่อยเพื่อถ่ายรูปเก็บภาพสวยตื่นตาเป็นระยะๆ เวลาผ่านไปกว่า 5 ชม. ตอนนี้เราอยู่สูงกว่าเมฆและภูเขาลูกอื่นๆแล้ว ผมแอบดีใจที่ภรรยาทำได้ไม่ต้องลงเข็น

ภูคูนเป็นเมืองตลาด ตั้งอยู่ตรงแยกทางหลวงหมายเลข 13 ตัดกับหมายเลข 7 (ไปเมืองโพนสะหวัน) ห้องพักของเราวันนี้อยู่ชั้นสองของร้านอาหารไม่ทราบชื่อแห่งหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ได้แปลงร่างเป็นคาราโอเกะเสียงสนั่นไปแล้วพอดิบพอดีกับเวลาเข้านอนของพวกเรา ผมกับภรรยาปั้นฟองน้ำอันเล็กสีส้มสะท้อนแสงกันอย่างรู้งานก่อนยัดเข้าหูแล้วนับ 1 ถึง 30 ทันใดภูคูนของเราก็เงียบสงบ ผมนึกทบทวนภารกิจของวันนี้ได้นิดหน่อยแล้วผลอยหลับไป


รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ
ภูเขาข้างหน้าคือภารกิจของวันนี้


รูปภาพ


รูปภาพ
แอบพักกินข้าวตามเพิงของชาวสวน


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
ร้านค้าของชาวเขาตั้งอยู่ริมถนน


รูปภาพ
หมู่บ้านชาวม้งตั้งอยู่ข้างทาง


รูปภาพ
เมืองภูคูนที่จู่ๆก็หมอกลง และฝนตกหนักในเช้าต่อมา
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 26 เม.ย. 2019, 21:30, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 18
27 มิถุนายน 2556

ภูคูน ----> กิ่วกะจำ


ที่พัก : Kiokacham Guesthouse (กิ่วกะจำเกสต์เฮาส์) <50,000 กีบ>

ระยะทาง 50 กม. / ขึ้นเนิน 1,058 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 904 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

สายฝนที่เทลงมาตั้งแต่เช้ามืดบวกกับอากาศบนเขาที่หนาวเหน็บทำเราคิดหนัก หลังจากพา ‘คั่วเฝอ’ คนละจานใหญ่ๆลงท้อง เราตัดสินใจปั่นฝ่าห่าฝนอันเย็นยะเยือกของภูคูนออกไปอย่างเฉาๆ (และมึนๆจากฤทธิ์ผงชูรส) แต่ภูมิอากาศบนยอดเขานั้นยากจะคาดเดา หลังจากเราปั่นได้แค่กิโลกว่าๆข้ามยอดภูมาอีกฝั่ง ฟ้าก็แจ้ง-ฝนก็หยุดตกได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

เราไหลจากความสูง 1,415 ม. จากระดับน้ำทะเลของภูคูนลงมาที่ 1,100 ม. ณ บ้านภูเล แล้วไต่กลับขึ้นไปที่ 1,335 ม. สู่บ้านโพนชัย จากนั้นเราลงเขายาวกว่า 8 กม. ลดระดับความสูงมาที่ 930 ม. เข้าบ้านเชียงเงิน และเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมนักปั่นทัวริ่งถึงบ่นไม่อยากให้ลงเขากันมากนัก เพราะมีลงก็ต้องมีขึ้น จากนี้เราต้องปั่นกลับขึ้นไปที่ความสูง 1,410 ม. อีกครั้งสู่จุดหมายของวันนี้ ‘กิ่วกะจำ’

ทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามวันนี้ถูกเติมแต่งด้วยภาพหมู่บ้านชาวม้งและลาวเทิง (ขมุ) เยอะกว่าอีกฝั่งของภูเขาที่เราผ่านมา ในทางกลับกันป่าที่สมบูรณ์ก็เห็นได้น้อยลงกลายเป็นไร่สวนเพื่อทำมาหากิน

กิ่วกะจำเป็นเมืองขนาดจิ๋ว มีที่พักให้เลือกแค่ 2 แห่ง เราเลือก ‘กิ่วกะจำเกสต์เฮาส์’ เพราะ 1.อากาศที่ปลอดโปร่งกว่า 2.วิวด้านหลังสวยเกินจะบรรยาย และ 3.คำแนะนำของนักธุรกิจชาวหลวงพระบางที่เราพบหน้าเกสต์เฮาส์ พวกเขาสุภาพ เป็นมิตร มีน้ำใจไมตรี ส่อถึงวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีน่าชื่นชมของถิ่นที่มา


รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ
สายฝนรอเราอยู่ข้างนอก


รูปภาพ
คั่วเฝอใส่ไข่ กวางตุ้ง และราชาชูรสเยอะๆ


รูปภาพ


รูปภาพ
บ้าน Phakengnoi


รูปภาพ
ด้านล่างคือถนนที่เราปั่นขึ้นมา


รูปภาพ
วิวหลังเกสต์เฮาส์ทำเอาหายเหนื่อย
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 26 เม.ย. 2019, 21:33, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 19
28 มิถุนายน 2556

กิ่วกะจำ ----> หลวงพระบาง


ที่พัก : Jaliya Guesthouse (เรือนพักจะลิยา) <60,000 กีบ/คืน>

ระยะทาง 81 กม. / ขึ้นเนิน 1,027 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 985 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

แขกห้องอื่นๆตื่่นเช้าพอกับเรา ส่วนใหญ่เป็นคนขับรถสิบล้อ พวกเขาใช้เวลาไม่มาก สูบบุหรี่คนละมวนสองมวน เก็บของแล้วออกเดินทาง ไม่บ้าๆบอๆเหมือนสองชาวไทยที่ขยันอาบน้ำกันแต่เช้ามืดทั้งที่อากาศหนาวเข้าไส้ เราได้ฤกษ์ล้อหมุน 6 โมงครึ่ง หลังจากหาซื้อเสบียงเป็นหมี่ผัดไข่คนละห่อและพาราเซ็ตตามอล 1 แผง (เราปั่นตากฝนติดต่อกันมา 5 วันแล้ว ทุกเย็นเรากินพาราฯเผื่อไว้คนละสองเม็ด หมดไปแล้ว 2 แผงที่เตรียมมา)

เราเริ่มการเดินทางของวันนี้ด้วยโบนัสลงเขายาวเหยียดกว่า 21 กม. ลดระดับความสูงจาก 1,420 มาที่ 380 ม. ในเวลา 2 ชม. จากนั้นค่อยๆไต่กลับขึ้นไปที่ความสูง 1,040 ม. สู่บ้านโพนสะอาด ใช้เวลาอีก 4 ชม. (รวมพักกินข้าว) ต่อด้วยขาลงอีกครั้ง 13 กม. สู่ที่ราบลุ่มน้ำคาน ณ เมืองเชียงเงิน แล้วจบเส้นทางวันนี้ด้วยทางเรียบและเขาเล็กๆอีกหนึ่งลูกระยะทาง 31 กม. สู่นครหลวงพระบาง หนึ่งในจุดหมายย่อยของเราในทริปนี้

ก่อนปั่นถึงยอดเขาลูกที่สองเราแวะ ‘บ้านกิ่วหมากนาว’ ขอแบ่งซื้อข้าวเหนียวและน้ำดื่มจากชาวบ้าน เด็กๆให้ความสนใจกับนักปั่นจักรยานสัมภาระรุงรังดูอ่อนแรงสองคนนี้เป็นอย่างมาก พวกเขา 7-8 คนนั่งกับพื้นเรียงแถวหน้ากระดานตั้งหน้าตั้งตาชมการแสดงกรอกน้ำและแพ็คข้าวเหนียวของเราเงียบกริบ ผมเปิดกระเป๋าอาหารแบ่งขนมปังให้ 1 ห่อ พอกินได้ครบกันทุกคน ผู้ใหญ่ตรงนั้นทำหน้าที่รับของและแจกให้ “เพื่อหลีกเลี่ยงการปลูกฝังนิสัยขอทานในเด็ก” หนึ่งใน “ข้อปฏิบัติของนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อชาวลาว” ที่เราเห็นในโปสเตอร์รณรงค์ของรัฐบาล

เราถึงที่หมายเร็วจึงเหลือเวลาปั่นวนดูที่พัก 3-4 แห่งที่เลือกไว้แล้วล่วงหน้า และตัดสินใจพักที่ Jaliya Guesthouse ซึ่งห่างจากใจกลางเมืองมาทางทิศใต้สักหน่อย เราประทับใจหลวงพระบางตั้งแต่มาถึง ถนนหนทาง ตึกรามบ้านช่อง วัดวาอาราม สมกับความเป็น ‘มรดกโลก’ ที่สำคัญพวกเขาใช้จักรยานกันเยอะแยะเลย!


รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ
พร้อมออกเดินทางจากกิ่วกะจำเกสต์เฮาส์


รูปภาพ
อากาศบนเขายังหนาวและมีฝนตกพลำๆ


รูปภาพ


รูปภาพ
หมู่บ้านชาวเขาริมถนน


รูปภาพ
แวะพักกินข้าวข้างทาง


รูปภาพ
เมืองเชียงเงินตั้งอยู่ริมน้ำคาน


รูปภาพ
ด้านหน้าของห้องพัก Jaliya Guesthouse ในหลวงพระบาง
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 26 เม.ย. 2019, 22:16, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 20-21
29-30 มิถุนายน 2556


- + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

หยุดพัก 2 วัน อยู่ที่หลวงพระบาง ประเทศลาว

เราวางแผนให้หลวงพระบางเป็นจุดหมายย่อยแห่งหนึ่งของทริป จึงตั้งใจหยุดพักอีก 2 วัน เพื่อเที่ยวชมเมืองมรดกโลกแห่งนี้ให้หนำใจ เพราะที่แน่ๆเราคงหมดครึ่งวันแรกไปกับการซักผ้าเน่าๆเพราะเปียกฝนและหมักหมมหนึ่งกอง กับ เช็ดโซ่-หยอดน้ำมัน-ตรวจสภาพรถอีกสองคัน ตามระเบียบ

29 มิถุนายน 2556

ช่วงบ่ายแก่ๆเราออกเดินสำรวจไปตามถนนตรอกซอกซอยในเมือง ชื่นชมอาคารบ้านเรือนสไตล์ลาวผสมโคโลเนียลของฝรั่งเศส สวยวิจิตรดูมีระดับควรค่าแก่การเก็บรักษา ฟุตปาทที่นี่ใหญ่เหมือนเวียงจันทน์แต่ถนนโล่งรถน้อยกว่าเยอะ ตกเย็นเราเดินไปตลาดค่ำใกล้ๆถนน Sisavangvong หวังจะหาของถูกกิน แต่หารู้ไม่ อาหารพื้นบ้านธรรมดาๆอย่าง ปิ้งปา ตำหมากหุง (ส้มตำ) ในซอยนี้แพงเป็นสองเท่า หวังลูกค้าฝรั่งกระเป๋าหนัก เราเองก็ผิดที่ลืมถามราคาก่อนสั่ง


30 มิถุนายน 2556

เราออกเดินเที่ยวตามเส้นทางแนะนำในหนังสือ Lonely Planet เหมือนที่เคยทำแล้วในเวียงจันทน์ แวะชมสถานที่ท่องเที่ยวตัวอย่างเช่น 1. ‘พิพิธภัณฑ์พระราชวัง’ ที่รวบรวมประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ลาวที่สิ้นไป ในบริเวณยังประกอบไปด้วย วัดหอพระบาง โรงราชพาหนะ นิทรรศการภาพถ่ายร่วมสมัย ฯลฯ 2. ‘วัดเชียงทอง’ ที่มีสถาปัตยกรรมแบบล้านช้างสวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของหลวงพระบาง และจบวันนี้ด้วย 3. วัดพูสีที่เราได้แต่ขึ้นมานั่งพักขาทอดหุ่ยปล่อยลมหายใจไปกับวิวสวย

ก่อนกลับที่พักเราไม่ลืมหาซื้อเสบียงอาหารแห้งเครื่องกระป๋องไว้ติดรถ เราช้อปปิ้งที่ ‘ร้านทันสมัย’ ตามคำแนะนำของชาวเมือง ที่นี่มีอาหารนานาชาติให้เราเปลี่ยนรสชาติ เราได้ปลากระป๋องเผ็ดๆของเกาหลี, ชีสราคาประหยัด(แบบไม่ต้องเก็บในตู้เย็น), ผงปลาและสาหร่ายสำหรับโรยข้าวของญี่ปุ่น, ธัญพืช ‘มุสลี่’ อาหารเช้าของภรรยา, ช็อคโกแล็ตสนีกเกอร์สำหรับเติมพลังระหว่างวัน ฯลฯ เท่านี้คงเรียกความอยากอาหารของผมกลับมาได้บ้าง เพราะมันหายหัวไปนานแล้ว


รูปภาพ
ถนนโล่ง ฟุตปาทกว้าง บ้านเมืองเงียบสงบ


รูปภาพ
พิพิธภัณฑ์พระราชวัง


รูปภาพ
วัดหอพระบาง ในเขตพิพิธภัณฑ์พระราชวัง


รูปภาพ
สถาปัตยกรรมแบบลาว-โคโลเนียล


รูปภาพ
วัดเชียงทอง


รูปภาพ
จิตรกรรมฝาผนังทำจากแก้ว วัดเชียงทอง


รูปภาพ
ทางขึ้นพูสี


รูปภาพ
มองจากพูสีเมืองหลวงพระบางยังดูเขียวชอุ่ม


รูปภาพ
'เรือนพักจะลิยา' คุณภาพดีราคาไม่แพง
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 27 เม.ย. 2019, 08:11, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 22
1 กรกฎาคม 2556

หลวงพระบาง ----> บ้านนาหาม


ที่พัก : Nasailom Guesthouse (เรือนพักนาสายลม) <80,000 กีบ>

ระยะทาง 74 กม. / ขึ้นเนิน 788 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 1,059 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

ความที่หยุดปั่นนานและเริ่มรู้สึกยึดติดกับสถานที่ เราสองคนไม่อยากออกเดินทางจากหลวงพระบางเลยในเช้าวันนี้ บรรยากาศดูกร่อยๆ ไม่ค่อยมีรอยยิ้มหรือความกระฉับกระเฉง พวกเราโดนฤทธิ์ ‘โฮมซิก’ เล่นงานเอาแล้ว

ผมเปลี่ยนแผน จะปั่นไปแค่ ‘ปากอู’ เพื่อหยุดเที่ยวถ้ำแก้เหงาอีกสักวัน แต่กลับอ่านแผนที่ผิดปั่นเลยไปอีกเมืองไกลกว่า 15 กม. นี่มันเพิ่งเที่ยงแต่สิ่งเดียวที่เราอยากทำคือ หยุด หาที่พัก ไม่อยากปั่นต่ออีกแล้ว แต่ ณ ตอนนี้ในหมู่บ้านที่ห่างไกลไร้นักท่องเที่ยวเรามีแค่โรงแรมรูหนูแห่งเดียวเท่านั้นให้เลือก ภรรยาผมเข้าไปดูห้องแล้วออกมาส่ายหน้า

ท่ามกลางฝุ่นและแสงแดดแผดร้อน เพลง ‘ขอบใจจริงๆ’ ของเบิร์ด ธงไชย ดังออกมาจากร้านขายของชำฝั่งตรงข้าม ทำนองเศร้าๆไพเราะคุ้นหูเร่งอาการโฮมซิกของผมที่สะสมมาตั้งแต่เช้าทำเอาน้ำตาที่อั้นไว้ไหลเอ่อ (แต่ไม่ถึงกับล้นออกมาให้เด็กลาวที่เฝ้าร้านแซว) ผมเหงาและเสียกำลังใจ คิดถามตัวเองว่ามาทำบ้าอะไรอยู่ที่นี่? แน่ใจแล้วหรือกับประเทศจีนที่ถึงตรงนี้ยังปั่นได้ไม่ถึงครึ่ง?

เราตัดสินใจปั่นต่อทั้งๆที่รู้ว่าไปไม่ถึง ‘เมืองปากมอง’ ทันค่ำแน่ๆ เกือบบ่ายสาม... กว่าเราจะเจอร้านอาหารที่บ้าน Hadpang เจ้าของเป็นพี่น้องหนุ่มสาวดูสดใส โดยเฉพาะพี่สาวที่เราสองคนแอบยกตำแหน่ง ‘ธิดาลาว’ ให้ เพราะเธอมีใบหน้า ผิวพรรณ กิริยามารยาท งดงามพอเหมาะพอเจาะกับร่างน้อยๆขนาดลาวๆรูปนั้น ที่สำคัญพวกเขายังช่วยแนะนำที่พักไม่ไกลจากนี่ให้เราอีกด้วย

‘เรือนพักนาสายลม’ ที่บ้านนาหาม เป็นเกสต์เฮาส์เพิ่งสร้างใหม่ยังไม่มีในแผนที่ GPS ราคาอาจสูงไปนิดเพราะเป็นแห่งเดียวในละแวก แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้เราสองคนได้พักผ่อนเร็วขึ้น ได้หายกังวล และเก็บแรงสำหรับเริ่มต้นใหม่ในวันต่อไป


รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ
แวะซื้อขนมปังฝรั่งเศส 'บาแก๊ต' อาหารเช้าของชาวหลวงพระบาง


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
บ้านนาหาม


รูปภาพ
ถึงที่พัก ‘นาสายลมเกสต์เฮาส์’
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 27 เม.ย. 2019, 08:29, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 23
2 กรกฎาคม 2556

บ้านนาหาม ----> ปากมอง


ที่พัก : เรือนพักอลัน <80,000 กีบ>

ระยะทาง 40 กม. / ขึ้นเนิน 306 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 1,099 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

ค่ำวานนี้เรานัดแนะกับลูกสาวเจ้าของห้องพักเป็นที่เรียบร้อย เช้านี้จึงมีข้าวเหนียวหุงร้อนๆหนึ่งกิโลไว้เป็นเสบียงคาร์โบไฮเดรตสำหรับทั้งวัน ส่วนโปรตีนเรามีอยู่แล้วแห้งๆกระป๋องๆจากนานาชาติ

วันนี้เราแค่ปั่นเติมเส้นทางของเมื่อวานให้เต็ม นักปั่นคนอื่นๆที่แรงดีคงรวบ ‘หลวงพระบาง - ปากมอง’ ได้วันเดียวไม่ยาก แต่พวกเราขอหารสอง เพราะพรุ่งนี้ยังมีเส้นทางมหากาพย์ลาวเหนือองก์สองรอเราอยู่อีก... ที่บ้านโพนสะหวันก่อนถึงเมืองปากมอง 10 กว่ากิโล เราพักกินข้าวกลางวันที่ร้านขายของชำแห่งหนึ่ง และมีโอกาสได้คุยกับชาวบ้านถึงเส้นทางอภิมหาโหด ‘ปากมอง - อุดมไชย’ พวกเขาคิดเลขและให้คำตอบว่าจักรยานไม่น่าถึงในหนึ่งวัน (พ้องกับคำพูดของนักปั่นชาวไทยที่เราพบในเชียงคาน) ชาวลาวส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามัน ยาว หัก และ อวย** (กล้วยทอด!)

ที่ปากมองเราเข้าพักเกสต์เฮาส์สร้างใหม่ชื่อ ‘เรือนพักอลัน’ เราเริ่มได้กลิ่นอายของจีนบ้างแล้วจากลักษณะของห้องพักที่โอ่อ่า วัสดุหรูหรา (แต่ค่าห้องไม่แพง) แถมสบู่ ยาสีฟัน มีตู้บริการน้ำดื่มร้อน/เย็น และในตลาดปากมองเราพบสาวจีนร่างใหญ่เปิดร้านขายเครื่องอุปโภคบริโภค พูดจาเสียงดัง ฉะฉาน น่าตกใจ ต่างกับชาวลาวที่เราคุ้นเคย



** อวย เป็นภาษาลาว แปลว่า เละเทะ


รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ
น้ำงา


รูปภาพ
เมืองปากมอง
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 27 เม.ย. 2019, 08:32, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 24
3 กรกฎาคม 2556

ปากมอง ----> อุดมไชย


ที่พัก : Litthavixay Guesthouse <70,000 กีบ>

ระยะทาง 83 กม. / ขึ้นเนิน 1,767 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 1,182 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

ความท้าทายของวันนี้ไม่ใช่ระยะทาง 83 กม. หรือขึ้นเนิน 1,750 ม. แต่คือสภาพถนนคอนกรีตที่พังยับไร้วี่แววการดูแลซ่อมแซมของเส้นทางปากมอง-อุดมไชย เราวางแผนสำรองไว้แล้วตั้งแต่อยู่เมืองไทยว่าหากปั่นไม่ไหวจะขอกางเต๊นท์ค้างแรมตามหมู่บ้านระหว่างทาง ซึ่งผมเพิ่งปักหมุดไว้ที่ ‘บ้านหลัก 32’ ตามคำแนะนำของชาวบ้านโพนสะหวันที่คุยด้วยเมื่อวาน

ไม่ทันไรถนนผิวโลกพระจันทร์ก็ปรากฎให้เห็นตั้งแต่เลี้ยวซ้ายออกจากแยกปากมอง วันที่ยาวนานของเราเริ่มต้นด้วยทางชันน้อยๆยาว 10 กม. จากนั้นค่อยๆเลื้อยค่อยๆไต่ผ่านหลุมบ่อขึ้นสู่ยอดเขาความสูง 1,300 ม. จากระดับน้ำทะเลที่บ้าน Jabrong ระยะทาง 21 กม. แต่ใช้เวลาเกือบ 5 ชม. แฮนด์และเบรคเสือหมอบของจักรยานเราไม่ค่อยเหมาะกับทางแบบนี้เอาเสียเลย

จากยอดเขาเราค่อยๆบรรจงไหลลงเนิน 16 กม. ลดระดับความสูงสู่ 840 ม. ที่บ้านหลัก 37 ขณะนั้นบ่ายสามพวกเราทำเวลาได้ไม่ขี้เหร่จึงตัดสินใจทิ้งแผนสำรอง ปั่นข้าม ‘บ้านหลัก 32’ ไป จากนั้นค่อยๆไต่ขึ้นเขาลูกที่สองถึงยอดความสูง 1,240 ม. ตอน 16:30 น. ปิดท้ายด้วยขาลงเขาที่ยาว หัก และ อวย 25 กม. ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงครึ่งสู่จุดหมายเมืองอุดมไชย

ขาลงเขาวันนี้ทรมานภรรยาผมมาก จักรยานเราไม่มีโช๊ค แรงกระแทกที่แฮนด์สะท้านจากมือ แขน ถึงหัวไหล่ และ ลำตัวท่อนบน ผมต้องจอดให้ภรรยาพักบ่อยขึ้นทุก 2-3 กม. เพราะเธอปวดร้าวไปทั้งตัว น้ำตาซึมแต่ก็ฝืนสู้

เราถึงที่พัก ‘Litthavixay Guesthouse’ ทุ่มกว่าๆ ค่อยๆถอดสัมภาระ เข็นจักรยานที่มอมแมมเหมือนเจ้าของมาเก็บหน้าห้อง พรุ่งนี้เราสมควรหยุดพักหนึ่งวันเพื่อฟื้นฟูร่างกายและสะสมเสบียง ข้างหน้าอีก 2 วันเราก็กำลังจะปั่นเข้าประเทศใหม่แล้ว


รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ
น่าเอาเสือภูเขามาปั่นมากกว่า


รูปภาพ
ชาวบ้านถางป่าทำไร่


รูปภาพ
แวะพักเติมน้ำและคุยกับชาวขะมุที่บ้าน Makphouk


รูปภาพ
ถนนข้างหน้าดูได้จากแนวเสาไฟฟ้า


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
อาหารกลางวันตลกๆของพวกเรา ข้าวเหนียว ปลากระป๋อง น้ำพริก สาหร่าย ผงปลาหมึกโรยหน้า
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 27 เม.ย. 2019, 18:58, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 25
4 กรกฎาคม 2556


- + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

หยุดพัก 1 วัน อยู่ที่เมืองอุดมไชย ประเทศลาว

อุดมไชยเป็นเมืองเศรษฐกิจและศูนย์กลางการคมนาคมทางภาคเหนือของประเทศลาว ทางตะวันตกเฉียงใต้ไปปากเบง ทางใต้ไปหลวงพระบาง ทางตะวันออกเฉียงเหนือไป Dien Bien Phu ประเทศเวียดนาม ส่วนทางเหนือไปแขวงหลวงน้ำทา หรือ Mohan (บ่อหาน) ประเทศจีน ซึ่งเป็นเส้นทางของเราต่อไป

ที่นี่มีศูนย์การค้าเครื่องอุปโภคบริโภคให้ซื้อหามากมาย (ส่วนใหญ่เป็นสินค้าไทย) แต่ที่เราติดใจอุดมไชยมากที่สุดเห็นจะเป็น ‘นางกันยา’ ร้านอาหารลาว-จีน ในซอยห่างจากที่พักของเราประมาณ 250 เมตร นอกจากความอร่อย ร้านเธอยังสะอาด ข้าวของเป็นระเบียบ เจ้าของร้านพูดจาไพเราะสุภาพเรียบร้อย

วันนี้เรายังได้รู้จักกับนายธนาคารลาวท่านหนึ่งระหว่างพวกเขากำลังขนย้ายเงินตู้ ATM หน้าร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต Du Du Mart เขาเริ่มจากถามไถ่เรื่องอุปกรณ์จักรยาน เรื่องเบาะหนังที่ดูแล้วน่าเจ็บก้น จนถึงการเดินทางของพวกเรา สุดท้ายเล่าว่านี่เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่เห็นเราสองคน ครั้งแรกที่หลวงพระบาง ครั้งที่ 2 ที่บ้านหลัก 32

ฤดูนี้เราคงจำง่าย เพราะไม่ค่อยเห็นนักปั่นทัวริ่งคนอื่นๆเลย มีเพียงคนเดียวที่เราพบเป็นชาวอเมริกันเดินทางมาจากประเทศเกาหลีและวางแผนจะปั่นรอบโลก


รูปภาพ
เมืองอุดมไชย


รูปภาพ
ช้อปปิ้งสินค้าไทยในประเทศลาว


รูปภาพ
แอบดูครัว 'นางกันยา'
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 27 เม.ย. 2019, 19:06, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 26
5 กรกฎาคม 2556

อุดมไชย ----> นาหม้อ


ที่พัก : <ลืมบันทึก>

ระยะทาง 49 กม. / ขึ้นเนิน 709 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 1,231 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

วันนี้สภาพถนนกลับมาเป็นปรกติ เรายังสงสัยไม่หายว่าเกิดอะไรขึ้นกับช่วงปากมอง-อุดมไชย (เมื่อวานซืน) ถึงได้แปลกแยกกว่าเพื่อนขนาดนั้น ข้างหน้าเรามีเขาแค่หนึ่งลูกรออยู่ ไต่ขึ้นจากบ้าน Ko Noy เพียง 450 ม. สู่ยอดเขาที่บ้าน Koulong สูง 1,100 ม. จากระดับน้ำทะเล

ภูเขาข้างทางช่วงนี้ถูกถางป่าทำไร่กันมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นข้าวโพด บางแปลงลาดชันเอามากๆแสดงให้เห็นความชำนาญของชาวเขาลาว ผมเห็นเด็กหญิงอายุประมาณ 8-9 ขวบหามซุงท่อนใหญ่เท่าต้นขา ยาว 4-5 เมตร เดินขึ้นมาจากเขาที่ลาดชันหน้าตาเฉย เรามีโอกาสได้คุยกับชาวเขา บางครอบครัวมีลูกมากกว่า 10 คน จะสังเกตุได้จากกลุ่มเด็กอายุไล่เลี่ยที่เล่นอยู่รวมกัน พวกเขาคงเป็นพี่น้องหัวปีท้ายปี บางคนอายุไม่ถึง 5 ขวบก็ตะเบงน้องไว้บนหลังได้แล้ว

นาหม้อเป็นเมืองไม่เล็กไม่ใหญ่ ผมจำชื่อห้องพักไม่ได้ แต่อยู่ซอยเดียวกับ ‘สำนักงานการศึกษาเขตนาหม้อ’ ช่วงเย็นเราออกลาดตระเวนหาข้าวเย็น เจอร้านอาหารจีนสีเหลืองแดงโดดเด่นน่าลอง พนักงานออกมาต้อนรับแต่เธอไม่เข้าใจภาษาลาว-ไทยที่ผมพูด ผมเลยว่าอังกฤษ “May I see the menu please?” (ขอผมดูเมนูอาหารได้มั้ยครับ) เท่านั้นทำให้เธอหน้าบึ้งไล่เราออกจากร้านแบบงงๆ (ยังไม่รู้สาเหตุจนถึงวันนี้) สุดท้ายเราได้ปิ้งปากับข้าวเหนียวที่คุ้นลิ้นนั่งกินริมถนนใกล้ๆห้องพัก


รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
พักกินข้าวกลางวัน
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 27 เม.ย. 2019, 19:09, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 27
6 กรกฎาคม 2556

นาหม้อ ประเทศลาว ----> Mohan ประเทศจีน


ที่พัก : Nanguo Hotel <50 หยวน>

ระยะทาง 54 กม. / ขึ้นเนิน 685 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 1,285 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

แผนเดิมเราวางไว้ว่าวันนี้จะปั่นไปพักแค่ ‘บ่อเต็น’ ชายแดนลาว เพื่อจัดการธุระที่ต้องใช้อินเตอร์เน็ทให้เสร็จก่อน แล้วค่อยข้ามไปประเทศจีนพรุ่งนี้เช้า พวกเราจึงปั่นกันแบบสบายๆ ไม่รีบร้อน ไม่ตื่นเต้น ยิ่งถนนช่วงนี้จากนาหม้อไปบ่อเต็นคุณภาพดีน่าใจหาย ดูแล้วคงเป็นฝีมือรัฐบาลจีน สังเกตุจากผิวถนน ไหล่ทาง ป้ายจราจร หรือบล็อคคอนกรีตลายขาวแดงตามหัวโค้งที่เราดัดแปลงใช้เป็นโต๊ะอาหาร

เราปั่นขึ้นเขาสูง 780 ม. หนึ่งลูกแล้วไหลลงมาอีกฝั่งเข้าสามแยกนาเตย ซึ่งถ้าเลี้ยวซ้ายไปหลวงน้ำทา ส่วนเราตรงไปชายแดนจีน... เราปั่นมาถึงเมืองบ่อเต็นตอนเที่ยงครึ่ง กำลังจะวนหาที่พักตามปกติ แต่สิ่งที่เราพบกลับเป็นเมืองร้างขนาดใหญ่ อาคารทันสมัยเหมือนเพิ่งสร้างเสร็จเรียงเป็นคอมเพล็กซ์ขนาดมหึมาคล้ายสยามสแควร์แต่อพยบคนออกไปให้หมด เราสองคนนั่งประชุมกันเงียบๆที่มุมตึกแล้วตัดสินใจเปลี่ยนแผนข้ามชายแดนเดี๋ยวนี้เลย

ที่ด่าน ต.ม. พวกเรากรอกเอกสารยื่นพร้อมหนังสือเดินทางให้เจ้าหน้าที่ประทับตรา <ค่าธรรมเนียม 10,000 กีบ/คน> แล้วค่อยๆปั่นออกจากประเทศลาวด้วยใจระทึก... 800 เมตรต่อมาเราพบอาคารหลังใหญ่คล้ายศูนย์แสดงสินค้า คือ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ‘บ่อหาน’ (Mohan) ประเทศจีน ดูทันสมัยต่างกับฝั่งลาวโดยสิ้นเชิง เราเข้าไปในอาคารซึ่งยังมีป้ายภาษาลาวให้พออ่านออกบ้าง ยื่นเอกสารและให้สัมภาษณ์สั้นๆ เสร็จแล้วออกมานั่งข้างตึกกินเสบียงปิ้งปาลาวตัวสุดท้าย (อย่างหิวโหย) แก้เขิน

ระหว่างปั่นออกจากด่านด้วยความตื่นเต้น เราโดนบทเรียนแรกจากคนร้ายหนึ่งเดียวที่พบในประเทศจีน เธอรับแลกเปลี่ยนเงินตราโดยหลอกลวงให้ธนบัตร 5 เจียว (มีค่า 0.5 หยวน) แทนใบ 5 หยวน จำนวน 6 ใบ ปนเปมากับธนบัตรใบอื่นๆ เราเสียรู้ไป 135 บาท

1 หยวน = 5 บาท

เมือง Mohan ต้อนรับผู้มาเยือนประเทศจีนด้วยความสะอาดเอี่ยม เป็นระเบียบ ร่มรื่น ทันสมัย รถราส่วนใหญ่ใช้พลังงานสะอาดจากแบตเตอรี่จึงเงียบสงบเป็นของแถม หลังจากเลือกหาที่พักด้วยบทสนทนาภาษาจีน 3-4 ประโยคที่ฝึกมา เราได้ห้องราคาเพียง 50 หยวน ที่โอ่อ่า หรูหรา แต่เอ๊ะ!...ห้องน้ำยังเป็น ‘ส้วมจีน’ อยู่จ้า

ก่อนค่ำเราซื้อซิมโทรศัพท์ 3G ของ China Unicom 2 อัน <100 หยวน/อัน, มี 3G ให้ 500MB> จากนั้นข้ามถนนมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ผมมุ่งหน้าไปหาพ่อครัวหน้าดุซึ่งกำลังเดินนำมาที่ตู้โชว์ส่วนประกอบอาหาร (เนื้อสัตว์ ผัก ฯลฯ) ผมบอกแกสั้นๆว่า “หว่อ ชือ สุ” ** เท่านั้นเองเราได้อาหารมื้ออร่อยที่สุดในประเทศจีน เป็น เต้าหู้รมควันผัดยอดฟักแม้ว กับ เต้าหู้น้ำแดงสูตรพื้นบ้าน... เราสองคนกินไป หัวเราะไป โม้ไป “รอดตายแล้วว่ะพวกเรา!”



** “หว่อ ชือ สุ” แปลว่า ฉันกินมังสวิรัติ (ผมกับภรรยาไม่กินเนื้อสัตว์ ยกเว้น ไข่, ปลา, และสัตว์น้ำบางชนิด)


รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
เมืองร้าง 'บ่อเต็น'


รูปภาพ
ด่านตรวจคนเข้าเมืองบ่อเต็น ประเทศลาว


รูปภาพ
ด่านตรวจคนเข้าเมืองบ่อหาน (Mohan) ประเทศจีน


รูปภาพ
เมือง Mohan


รูปภาพ
มื้อนี้อร่อยที่สุดในจีน


รูปภาพ
คืนแรกที่ประเทศจีน ในโรงแรมหรู 250 บาท
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 14 ม.ค. 2020, 10:32, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 28
7 กรกฎาคม 2556

Mohan ----> Mengla


ที่พัก : Longba Hotel <80 หยวน>

ระยะทาง 57 กม. / ขึ้นเนิน 393 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 1,342 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

จากเมือง Mohan ไป Jinghong (เชียงรุ่ง) มีทางหลวง G213 สายเก่าและไฮเวย์สายใหม่วิ่งคู่กันไป แต่ไม่ถึงกับขนาน สายใหม่จะตัดตรงและสั้นกว่าเพราะมีแล่นผ่านอุโมงค์ทะลุภูเขา โอกาสดีตกเป็นของพวกเรานักปั่นได้ใช้ทางสายเก่าที่แทบไม่มีรถยนต์วิ่งให้เห็น ถนนเส้นนี้พาเราขึ้นลงเขาไปตาม ‘เขตสงวนธรรมชาติสิบสองปันนา’ (Xishuangbanna National Nature Reserve) อันอุดมสมบูรณ์ สลับกับหมู่บ้าน สวนกล้วย ไร่ข้าวโพด ฯลฯ เป็นระยะๆ

วันแรกของการปั่นในประเทศจีน สู่เมือง Mengla สบายกว่าที่จินตนาการไว้ ผิวถนนสภาพดี มีต้นไม้ริมทางให้ร่มเงาตลอด นานๆเราถึงจะปั่นสวนกับมอเตอร์ไซค์หรือรถบรรทุกผลผลิตทางการเกษตรสักคัน ชาวบ้านก็ไม่สนใจพวกเราเพราะต่างคนต่างทำมาหากิน

เราปั่นเข้า Mengla ตั้งแต่บ่ายโมงครึ่ง ในเมืองเราต้องแย่งชิงพื้นที่บนถนนกับรถจีนอย่างเคร่งเครียดโดยมีเสียงแตรเป็นชุดรัวไล่หลัง** เราเลือกที่พักได้โรงแรม Longba ทันสมัยราคาประหยัด พนักงานหมวยเก๋หน้าบึ้งแต่ใจบุญอนุญาตให้เราจอดจักรยานในลอบบี้ได้ รวมๆกับเฟอร์นิเจอร์เก่า

ตอนเย็นเราออกเดินชมเมืองที่ดูคล้ายช้อปปิ้งอาเขตขนาดใหญ่ขายสินค้าซ้ำๆจำพวกแฟชั่น เครื่องสำอางค์ และของชำ เราไม่ได้อะไรติดมือกลับมาแต่ไปติดใจกับข้าวแกงสิบสองปันนาของชาวไต (Dai) ที่แซ่บไม่แพ้อาหารไทย



** เรามารู้ทีหลังว่า... เป็นกฎหมายของประเทศจีนที่รถใหญ่ต้องบีบแตรให้สัญญาณเตือนจักรยานก่อนแซงทุกครั้ง


รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ
หน้าโรงแรมใน Mohan ก่อนออกเดินทาง


รูปภาพ


รูปภาพ
ถนนเส้นหลักก่อนแบ่ง G213 ออกเป็นสองสาย


รูปภาพ
ทางหลวง G213 สายเก่าที่เงียบสงบ ร่มรื่น น่าปั่น


รูปภาพ


รูปภาพ
หมู่บ้านชาวไต


รูปภาพ
เมือง Mengla
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 14 ม.ค. 2020, 10:33, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 29
8 กรกฎาคม 2556

Mengla ----> Mengyuan


ที่พัก : Xinhui Hotel <60 หยวน>

ระยะทาง 45 กม. / ขึ้นเนิน 917 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 1,387 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

เป็นอีกวันที่เราปั่นบนทางหลวง G213 สายเก่า ซึ่งโดยเฉพาะวันนี้ดูเหมือนมันถูกสร้างมาเพื่อจักรยานจริงๆ เรานับรถยนต์ที่แล่นผ่านได้ประมาณ 1 คัน/ชั่วโมง ยอมรับว่ารู้สึกวังเวงกับเส้นทางในป่าทึบๆเปลี่ยวๆนี้เหมือนกันตอนแรก แต่พอปั่นผ่านหมู่บ้านเห็นชาวไร่ชาวสวนทำงานกันขมักขเม้นไม่เหลียวมอง ก็ทำให้อุ่นใจขึ้นและไม่คิดว่าใครจะประสงค์ร้ายกับเราบนถนน

วันนี้เรามีเนินให้ได้ออกแรงแล้ว เป็นเขาสองลูกสูงประมาณ 1,100 ม. จากระดับน้ำทะเล ความลาดชันของถนนในประเทศจีนนั้นละมุนละไมอ่อนโยน ไม่ถึงกับก้นจิกปลายเบาะเหมือนในไทยหรือลาวที่เราผ่านมา แถมอากาศเย็นร่มรื่น ฝนปรอยๆ ปั่นสบายๆ

10 โมงกว่าใกล้หมู่บ้าน Manjiangnan เราหยุดพักกินข้าวร้านอาหารชาวไตที่พวกเราตั้งชื่อให้ว่า ‘ร้านสามใบเถา’ ตามเจ้าของร้านสามสาวพี่น้องวัย 30 ปลายๆ พวกเธอใจดียิ้มแย้ม และทักทาย ‘สวัสดี’ หลังจากรู้ที่ว่าเรามาจาก ‘ไท่กั๋ว’ (ประเทศไทย) มื้อนี้เราสั่ง ‘มาลาโต้วฟู่’ (เต้าหู้ผัดเผ็ดแบบจีน) ติดใจจนกลายเป็นอาหารหลักของทริปนี้ไป

Mengyuan ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว เราได้ที่พักเป็นโรงแรมอยู่แยกออกจากทางหลวง 800 ม. เจ้าของดูวิตกกังวลกับบุคคลแปลกหน้านี้มาก เราจึงไม่กล้าขออะไรเยอะไปกว่าขอตากผ้าบนดาดฟ้า กับ จะเช็คเอาท์ตอน 7 โมง** แค่สองอย่างนี้กว่าจะรู้เรื่องกันเธอก็เครียดมากแล้ว



** ชาวจีนที่เราพบตื่นค่อนข้างสาย ประมาณ 8-9 โมง ตอนเช้าเราเช็คเอาท์จะต้องปลุกเจ้าของเหมือนกันเกือบทุกโรงแรม


รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ
 ฝนตกพรำๆแต่เราไม่เปียกเพราะมีร่มเงาจากต้นไม้หนาแน่นริมทาง


รูปภาพ
โรงเรียนประถม long Lin (ลงหลิน)


รูปภาพ
ร้านอาหารสามใบเถาบรรยากาศชิลล์ๆริมทางหลวงสายเก่า


รูปภาพ
ป้ายบอกเขตสงวนธรรมชาติสิบสองปันนา


รูปภาพ
ไบค์พาท (เส้นทางจักรยาน) ดีๆนี่เอง


รูปภาพ


รูปภาพ
เมือง Mengyuan
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 14 ม.ค. 2020, 10:34, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Jive
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 10:34

Re: พิษณุโลก-เต๋อชิง ค่อยๆไป ไทย-ลาว-จีน

โพสต์ โดย Jive »

วันเดินทางที่ : 30
9 กรกฎาคม 2556

Mengyuan ----> Menglun


ที่พัก : Chunlin Hotel <60 หยวน/คืน>

ระยะทาง 54 กม. / ขึ้นเนิน 856 ม.
ระยะทางรวมจนถึงปัจจุบัน 1,441 กม.

+ - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

ฤดูฝนของสิบสองปันนาอวดโฉมแล้ว วันนี้เรายังปั่นอยู่บนทางหลวง G213 สายเก่า เดี๋ยวใส่เดี๋ยวถอดเสื้อกันฝนตามจังหวะฟ้า รถราเริ่มมีให้เห็นมากขึ้น คงเป็นเพราะเมืองหลวงเชียงรุ่งกำลังใกล้เข้ามา... นอกจากไร่ข้าวโพดและสวนยางที่ชินตาวันนี้เรายังได้เห็นไร่ชาปูเออร์ (Puer tea) อันกว้างขวางกินอาณาเขตภูเขาหลายลูก ใบชาพันธุ์นี้เป็นสินค้าขึ้นชื่อของมลฑลยูนนานเปรียบได้กับเนื้อจามรีที่มีขายอยู่เฉพาะทางเหนือ

ใกล้เที่ยงเราปั่นถึงเมืองเล็กๆชื่อ Mengxiang ได้เวลาพอดีกับชาวสวนคนงานพักกลางวัน เรามุ่งไปที่ร้านข้าวแกงหนึ่งซึ่งมีคนเต็มร้าน ร่วมกินมื้อกลางวันกับพวกเขาอยู่โต๊ะห่างๆ แม้ค้าตัวสูงตั้งครรภ์อ่อนๆอารมณ์ดียิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับ บรรยากาศจึงเปลี่ยนเป็นอบอุ่นมิใช่แปลกหน้า

เนื่องจากเราสองคนแทบไม่กินเนื้อสัตว์ ตอนสั่งข้าวแกงจึงใช้วิธีง่ายๆ ชี้ไปที่อาหารแต่ละอย่างแล้วถามซื่อๆว่า “เจ้อเกอ โหย่วเหมยโหย่วโร่ว” แปลว่า “นี่มีเนื้อสัตว์มั้ย?” คำตอบจะเป็น “โหย่ว” แปลว่า “มี” หรือ “เหมยโหย่ว” แปลว่า “ไม่มี” แค่นี้เราก็รอดมาได้ถึงวันสุดท้ายไม่เผลอกินเนื้อหมู ไก่ ฯลฯ

เมือง Menglun จุดหมายของเราวันนี้มีดีที่ ‘สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนสิบสองปันนา’ (Xishuangbanna Tropical Botanical Garden) เราถึงที่พักตั้งแต่ก่อนบ่ายสาม ‘โรงแรมชุนหลิน’ ที่ Lonely Planet แนะนำอยู่ปากทางเข้าสวนพฤกษศาสตร์ฯนี่เอง ชั้น 2-3 เป็นห้องพักรายวันอย่างหรู (300 บาท/คืน) ส่วนชั้นล่างเป็นแฟลตห้องแคบๆแบ่งให้คนท้องถิ่นเช่ารายเดือน สองวันนี้เราได้เห็นวิถีชีวิตของชาวจีนอย่างใกล้ๆ ดูกลมเกลียวครื้นเครง ให้อารมณ์หนังฮ่องกงที่เคยดูตอนเด็ก

พรุ่งนี้เราหยุดพักหนึ่งวัน มีแผนเข้าชมสวนพฤกษศาสตร์ฯ


รูปภาพ


รูปภาพ
กราฟความชัน


รูปภาพ
ปั่นออกจากเมือง Mengyuan


รูปภาพ


รูปภาพ
พักกินข้าวริมทาง


รูปภาพ
ไร่ชาปูเออร์


รูปภาพ


รูปภาพ
เมือง Mengxiang ที่เราแวะกินข้าวแกงมื้อกลางวัน


รูปภาพ
บรรยากาศแฟลตชุนหลิน
แก้ไขล่าสุดโดย Jive เมื่อ 14 ม.ค. 2020, 10:40, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”