พ้นจากเนินเขาสวยที่ผ่านมาเราก็ปั่นผ่าน ทุ่งกว้างและหมู่บ้านมาเรื่อยๆ(หมดเขา)
ซึ่งสมาชิกทุกท่านรู้ดีว่าไม่ทันการแห่แล้ว(ตอนนี้ 08.50 งานจบ 09.30) เราจึง
ตัดสินใจปั่นกันต่อโดยไม่หารถ แต่อากาศและเส้นทางก็ดีมากๆเหมาะแก่ปั่นสบายๆ
.
เรามาแวะชิมชากันที่เมืองเล็กๆเมืองหนึ่ง รสชาติชาอร่อยเหมือนกันทุกเมือง สำคัญคือฝากรองชาภูมิปัญญามากๆ
.
หลังชิมชาเสร็จมีเรื่องเล่าสะเทือนอารมณ์ผมอยู่เรื่องหนึ่ง
หลังจากมีรถโดยสารจอดที่ริมทาง มีชาวชนเผาวัยกลางคน เดินสะพายตระกร้าหวายลงจากรถเพื่อมาจับจ่าย ท่าทางรีบร้อน
กลุ่มพวกเราเห็นตระกร้าหวายสวย จึงทักทายขอชม(ไม่ได้เอามาขาย)เขาเต็มใจให้ชม น้าเป้าเลยให้กาลาเลย์ถามราคาดู
ดูสีหน้าเข้าเบิกบานยิ้มแย้มดีใจมากๆ รีบถอดสายสะพายทิ้งไว้ให้เราดูแล้ววิ่งหายไปทางด้านที่รถจอด สักพักก็กระหืดกระหอบ
เดินแกมวิ่งกลับมา บอกราคาเราที่ 7500 จั๊ต ซึ่งกลุ่มลงความเห็นกันว่าแพง เลยขอต่่อ คุยไปคุยมาหน้าเค้าเริ่มเปลี่ยนแบบน้อยใจ
แต่ก็ลดให้เหลือ 5000 จั๊ต เราจ่ายเงินรับของเตรียมออกปั่น ไม่ถึง 3 นาทีชายหนุ่มกลางคนคนนั้นก็เดินแกมวิ่งกลับมาอีกรอบ
บอกว่าขอคืน เมียบอกไม่ได้ 7500 ไม่ขาย ดูสีหน้าเขาน่าสงสารมากๆไม่ได้ถ่ายภาพไว้ เรื่องราวผ่านไปขณะขึ้นอานปั่นผมรู้สึก
เสียดายที่ช่วยอะไรเขาไม่ได้เพราะดูเขาจริงใจมากๆและนึกถึงน้องสาวที่ออฟฟิตชมรมฯที่คระกร้าหวายหาย ฝีมือที่พม่าละเอียด
กว่ามากๆอยากจะซื้อมาฝากน้องก็ไม่ทันแล้ว ยิ่งคำนวนราคาดูว่าบ้านเราอย่างน้อยต้อง 1-2000 บาท แต่ใบที่เพิ่งคืนไปราคา
7500จั๊ต ซึ่งประมาณ 250.-เองเสียดายมากๆครับ
.
**คนที่ใส่โสร่งกำลังเดินอยู่ข้างรถนะครับ
.
