เสือเทารั้งท้ายคอยดูแลพี่พโยมที่ไม่ได้กินมื้อเช้ามา ต้องปั่นอย่างถนอมกำลังสุดๆแต่เมื่อได้รวบยอดมื้อเช้ารวบ
กับมื้อบ่ายแล้ว สปีดก็เริ่มมาเพราะพี่พโยมแกเป็นขาทัวร์ริ่งที่ขับเคลื่อนด้วยพลังฟอง 555
.
เมื่อพี่ทั้งสองปั่นแซงไปก็เลยเหลือผมกับ อ.แดง รั้งท้าย ซึ่งส่วนตัวผมเองรู้สึกตรูดจะแย่แล้วครับ เกิดจากการเสียด
สีของชุดที่เปียกมาตลอดทางจนแห้งและร้อน คาดว่าคงมีเลือดซิบๆแล้ว
.
ระหว่างที่เราปั่นตามๆกันมาทิ้งระยะไม่ถึง 10 เมตร ก็มีหนุ่มวัยรุ่นมาทักทายถามว่าพูดอังกฤษได้มั๊ย ผมบอกพอได้
เขาก็เลยตีคู่สนทนามาเรื่อยๆ ผมบอกตรงๆครับว่าผมระแวงมากๆเพราะรถผมติดกล้องโกโปร 2 ตัว แล้วยังถือคอมแพคอีก
ในเป้ถ้าถูกปล้นก็จะเสียกล้องตัวใหญ่ไปด้วยแน่ๆ...เริ่มตั้งป้อมแต่ก็พยายามยิ้มแย้มคุยด้วยตลอด จน อ.แดง ปั่นตามมาใกล้ๆ
เข็มจึงเบนไปที่ อ.แดง เพราะโม้ภาษาอังกฤษเก่งกว่าผมหลายขุม ผมเลยหันไปบันทึกภาพไว้กันเหนี่ยว
.
เป็นเรื่องธรรมดาครับที่เราอดจะมองคนจากภายนอกไม่ได้ หน้าตาที่ดูดุดัน สายตาหลุกหลิก แต่ก็ผ่านไปด้วยมิตรภาพครับ
.
แล้วเราก็ตามทันสมาชิกท่านอื่นๆที่จุดพักนี้ การเล่าเรื่องผมอาจจะไม่สามารถบอกชื่อหมู่บ้านหรือชื่อเมืองได้นะครับเพราะ
ไม่มีภาษอังกฤษกำกับไว้เลยร้อยละเกิน 90 เป็นภาษาพม่าล้วนๆ
.
หากอากาศร้อนเราเจอเส้นทางเดินรถของพม่าเราอาจจะท้อได้ครับ เพราะส่วนมากตรงแบบสุดลูกหูลูกตาจริงๆ
.
